“แล้วสาเหตุที่เขาต้องมาอยู่กับพ่อตอนนี้ แอนนี่รู้เหตุผลมั้ย?”
“พ่อค่ะ!...ลูส ลูเธอร์ เราพึ่งจะรู้จักกันยังไม่ถึงสองสัปดาห์เลยค่ะ...ลูกแค่ไม่อยากให้เขาต้องเดือดร้อนเพราะลูกเป็นสาเหตุ”
“เมื่อก่อนพ่อไม่เคยเห็นแอนนี่สนใจใครก็ตามที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับลูก...ปล่อยให้น้องๆเขาจัดการ ลูกก็ไม่เคยร้อนใจเพียงนี้...”
“มันไม่เหมือนกันนะคะ...ก่อนหน้านั้นก็เป็นเพียงเพื่อนสถาบันเดียวกัน...น้องๆเขาก็แค่แกล้งแหย่เล่นที่มากกว่าที่คนอื่นเขาทำกันก็เท่านั้น...แต่ ลูเธอร์คนนี้ เขาไม่ใช่คนปกติเหมือนพวกนั้น...และอีกอย่าง เขายังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะคะ...”
“แต่เท่าที่พ่อรู้!...เขามาป้วนเปี้ยนใกล้นางฟ้าของพ่อมากเกินไปมั้ง...หรือว่าไม่ใช่”
“พ่อ!...ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกนะคะ...ลูกไม่ได้คิดอะไรกับเขา...เขาก็แค่อยากจะตอบแทนบุญคุณลูกที่เคยช่วยเขาไว้ก็เท่านั่นเอง”
“เขาบอกอย่างนั้นเหรอ?” อนาสตาเซียพยักหน้ารับ อดัมต้องยิ้มกับความไร้เดียงสาของบุตรสาว แต่จะว่าเธอก็ไม่ได้ เพราะนางฟ้าตนนี้ถูกล้อมกรอบด้วยเหล่าบรรดาน้องชายของเธอ อนาสตาเซียเป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของคุณปู่พีทกับคุณย่าหนูนา ที่ทุกคนต่างก็หวงแหน
อนาสตาเซียย้อนคิดไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อน วันที่ได้เจอกับลูส ลูเธอร์ เป็นครั้งแรก...ในวันหนึ่งซึ่งเป็นอีกวันในการซ้อมละครเวทีของ บร์อดเวย์ เหมือนทุกๆวัน และเช่นเคยเอ็ดเวิร์ดจะมารับเธอทุกครั้งหลังจากการซ้อมเสร็จ แต่วันนี้เป็นการซ้อมใหญ่ครั้งแรกทุกอย่างเป็นไปตามที่ซ้อมไว้จึงเสร็จก่อนเวลาเกือบชั่วโมง และเธอก็ไม่ได้แจ้งเอ็ดเวิร์ดล่วงหน้า... อนาสตาเซียจึงโทร.หาเอ็ดเวิร์ดหลังจากที่เธอเดินออกมาจากโรงละครและแยกกับเพื่อนๆร่วมการแสดงแล้ว....
“ทำไมไม่รับสาย...” อนาสตาเซียเปรยกับตัวเอง เมื่อโทร.หา เอ็ดเวิร์ดแต่เขาไม่ได้รับสายเธอจนสายตัดไป เธอจึงตัดสินใจเดินต่อไปเรื่อยๆ ถึงจะเป็นยามค่ำคืนแต่นิวยอร์กก็ยังสว่างไสวสวยงามเสมอ ของเมืองศิวิไล
ตุบ ตับ อัก! อ๊าก ผลั๊วะ ...อนาสตาเซียที่กำลังเดินผ่านซอกตึก เธอได้ยินเสียงเหมือนกลุ่มคนกำลังทะเลาะวิวาท เธอหยุดฝีเท้าที่จะเดินผ่านซอกตึกนั้น อนาสตาเซียเปลี่ยนทิศทางด้วยความอยากรู้ แต่ด้วยเธอเป็นนางฟ้ามาเฟีย เธอไม่ได้เติบโตมาแบบคุณหนูที่หยิบจับอะไรไม่เป็น อนาสตาเซียย่างเท้าเบาหวิวและค่อยๆเคลื่อนเข้าซอกตึกนั้นอย่างคนที่ได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดี
‘เจ็ดรุมหนึ่ง’ ภาพที่เธอเห็น ชายหกคนกับหญิงสาวที่ดูเป็นมวยอีกสองคน แต่ชายหนึ่งในหก ถูกกลุ่มหญิงชายที่เหมือนเป็นพวกเดียวกันรุมเข้าทำร้าย แต่ก็ไม่ง่ายเพราะผู้ชายที่มีตัวเองเป็นพวกเพียงคนเดียวฝีมือไม่ธรรมดา แต่ถ้าเวลานานไป ‘เจ็ดรุมหนึ่ง’ เจ็ดก็ต้องชนะแน่นอน เพราะเจ็ดคนนั้นถึงจะได้รับบาดเจ็บบ้าง แต่ด้วยกำลังที่มากกว่ากับเวลาการต่อสู้ที่ยืดยาวออกไป ก็จะทำให้ชายเพียงหนึ่งเดียวพ่ายแพ้แน่นอน การวิเคราะห์สถานการณ์และเหตุการณ์ เป็นอีกหนึ่งในหลายๆวิชาที่เธอเรียนมาจากครอบครัวของเธอ ช่วงเวลาที่อนาสตาเซียกำลังตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดี... ทันใดนั่นเอง !!!!
Grrrrr Grrrr อนาสตาเซียสะดุ้งตกใจ เมื่อโทรศัพท์ของเธอเสียงเรียกเข้าดังขึ้นมา ทำให้คนทั้งแปดหันมาตำแหน่งที่เธอซ่อนตัวอยู่
“เอ็ดเวิร์ด...แอนนี่ต้องเสียเหงื่ออีกแล้ว” อนาสตาเซียที่ยืนขึ้นแสดงตนเอง เปรยออกมาและเธอก็รูดซิปกระเป๋าสะพายและดึงไปไว้ข้างหลัง...เรียกความสนใจของ ลูส ลูเธอร์ ได้มาก เพราะหญิงสาวตรงหน้าร่างเพรียวบางหน้าตาหวานใสๆ ถ้ามองจากหน้าตาเธอแล้วอายุไม่น่าจะถึงยี่สิบ แต่แววตาของเธอนั้นสิ!!! แน่วแน่ มั่นใจ ดื้อรั้น... ‘ถูกใจ’ ตั้งแต่ได้เห็นเลยเหรอ ลูสยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้แม้จะอยู่ในสถานการณ์แบบนี้
เมื่อกลุ่มคนทั้งเจ็ดเห็นว่าเป็นผู้หญิง ทำให้ผู้หญิงสองคนที่เป็นพวกเดียวกันก็เดินมาทางอนาสตาเซีย มองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงยีนส์ขาสั้น รองเท้าส้นเตี้ย หนึ่งในสองพยักหน้าให้อีกคนเข้าไปจัดการอนาสตาเซีย เพราะคงประเมินแล้วว่าอนาสตาเซียคงอ่อนหัด...น่าจะเป็นแค่ยายโง่ที่ผ่านทางมาสินะ
“ควับ!!!!...” อนาสตาเซียแหงนหน้าไปด้านหลังหลบหมัดแรกของหญิงสาวตรงหน้าอย่างรวดเร็ว พึบ! พับ! ควับบบบ!!!
“อ๊าก!!!...” เสียงแรกและเสียงสุดท้ายของหญิงสาวคนดังกล่าว ดังออกมาเพียงไม่ถึงนาทีร่างนั้นก็ล้มลงต่อหน้าอนาสตาเซีย ดวงตาของทุกคนเปลี่ยนไปเป็นเบิกกว้างขึ้น เมื่อศิลปะการต่อสู้แบบจีน ‘หวิงชุน’ กังฟู อนาสตาเซียใช้งานได้อย่างทรงประสิทธิภาพ ไร้ที่ข้อกังขา
“ย้ากกก.....” หญิงสาวอีกคนที่หลุดจากอาการตกตะลึง เธอไม่ประมาทคู่ต่อสู้แล้ว เธอรุกหน้ากระหน่ำบุกใส่อนาสตาเซียที่ตั้งรับได้อย่างทันท่วงที การต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ดำเนินต่อไป
“ควับบบบ....” ลูส ลูเธอร์ที่ยังต้องรับกับห้ารุมหนึ่ง แต่ก็ยังดีกว่าก่อนหน้านี้ และเมื่อฝ่ายเยอะกว่าเห็นว่าหนึ่งต่อหนึ่งฝ่ายตนกำลังเสียเปรียบจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นสามรุมหนึ่ง ไล่ต้อนอนาสตาเซียและลูส มายืนหลังชนกัน ทำให้อนาสตาเซียดูจะตัวเล็กมากไปเลยเมื่อลูสยืนระวังหลังให้เธอ เสียงลมหายใจของทั้งสองดังถี่เร็วขึ้น เมื่อต้องออกแรงกันมาสักพัก
“คุณไหวมั้ย?” ลูสเอ่ยถามหญิงสาว ที่ถึงแม้เขาจะเห็นว่าเธอก็พอตัว แต่เขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้
“มันมีทางเลือกอื่นด้วยเหรอ...” อนาสตาเซียตอบกลับ ด้วยสองมือตั้งการ์ดเตรียมออกแรงต่อ ที่ตอนนี้เหลือเพียงห้าคนที่ล้อมพวกเธอไว้ ทั้งห้าเดินเป็นวงกลม ลมหายใจถี่เร็วแรงไม่ต่างกัน เมื่ออีกหนึ่งคนอาการสาหัสจากฝีมือลูสก่อนหน้านี้จนลุกไม่ไหว แต่.... ปึก!!!!
“อ๊ากกกกก...ฟุบ!...” หนึ่งในห้าที่โชคร้ายล้มลง เมื่อเสียงปืนที่ยิงมาโดยมีที่เก็บเสียงเจาะทะลุจุดตายตรงหัวใจ
“นาย…” เสียงชายคนหนึ่งเอ่ยกับลูส พร้อมกับพวกที่ตามมาอีกนับสิบเข้ารุมจัดการอีกสี่คนที่เหลืออย่างรวดเร็ว กว่าสิบนาทีที่เวลาผ่านไปเจ็ดคนที่มุ่งทำร้ายลูส ถูกจัดการส่วนใหญ่ถูกมัดรวมกันและลากตัวขึ้นรถตู้สีดำที่เข้ามาจอดไปอย่างรวดเร็วหนึ่งศพที่ไม่มีลมหายใจก็ถูกหามขึ้นรถไปเช่นกัน และทุกคนสลายตัวไปเหลือเพียงลูสกับคนที่ลั่นไกดับลมหายใจผู้มุ่งร้าย
“ผม ลูส ลูเธอร์...” ลูส ยื่นมือออกไปหาอนาสตาเซียพร้อมแนะนำตัวเองด้วยสายตาสื่อความหมายบางอย่าง
“หมดเรื่องแล้ว ฉันไปก่อนนะ...” อนาสตาเซียเอ่ยแค่นั้น และหันหลังให้กับลูส ที่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจในท่าทีของหญิงสาวร่างบาง เธอดูไม่ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสักนิด ทั้งๆที่หน้าตาของเธอบ่งบอกอายุแค่ยี่สิบต้นๆ แต่เหตุการณ์เมื่อสักครู่ไม่ทำให้เธอหวั่นไหวสักนิด เธอคงไม่ใช่แค่หญิงสาวทั่วๆไป เพราะศิลปะการต่อสู้ของเธอ ‘ศิษย์มีครู’
“เดี๋ยวสิครับ...ผมยังไม่ได้ขอบคุณ คุณ....เอ่อ...”
“ไม่ต้อง...ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร...และอีกอย่างฉันไม่ได้เป็นคนช่วยให้คุณรอดจากพวกนั้นสักหน่อย”
“คุณจะไม่บอกชื่อคุณให้ผมได้รู้สักหน่อยเหรอครับ”
“ไม่สำคัญ!...เราคงไม่เจอกันอีก”
“แล้วถ้าผมอยากเจอคุณอีกละ...”
“แล้วถ้าฉัน ‘ไม่’ อยากเจอคุณอีกละ...”
“… ‘แปลก’ ไม่มีผู้หญิงปกติที่ไหนจะปฎิเสธผม”
“คุณ!…” อนาสตาเซียเสียงดังเล็กน้อยและเปิดดวงตากว้างขึ้น ฟันขบกัดปากล่างตัวเองไว้ “...หลงตัวเอง...” อนาสตาเซียพูดเสียงต่ำๆ และเดินจากไปไม่ลังเลหรือหันกลับมามองลูส ลูเธอร์ ที่ยิ้มมองตามร่างบางจนลับตา
“เรียบร้อยมั้ย?” ลูส เอ่ยถาม ครูก้าคนสนิท ที่เขาดึงความสนใจของเธอเพียงเพื่อให้ครูก้าแอบถ่ายภาพของเธอ และเมื่อมีรูปถ่ายแล้วเวลาไม่กี่นาทีเขาก็จะรู้ทันทีว่าเธอคือใคร?
“ได้แล้วครับนาย...” ครูก้าส่งโทรศัพท์ของตนให้ลูส ที่กำลังเดินออกจากตรอกนั้นเช่นกัน
“อนาสตาเซีย เบนเน็ต?...หรือว่าเธอคือ...”
“แก้วตาของอดัม เบนเน็ต หัวหน้ามาเฟียใหญ่แห่งฟิลาเดลเฟีย” ครูก้าต่อประโยคให้เจ้านายที่ตนรับใช้อยู่
“สมแล้ว...” ลูส เอ่ยสำทับ
เอ็ดเวิร์ด มาเยส เซนนิคอฟ
อนาสตาเซียเดินออกห่างจากสถานที่เกิดเหตุ มือเรียวเล็กรีบเปิดกระเป๋าและหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาทันที เธอส่องใบหน้าของตัวเองและก้มมองตัวเองว่าเรียบร้อยดีมั้ย ดีนะ!ที่เธอไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหน เพราะถ้าเอ็ดเวิร์ดรู้เข้าว่าเธอเอาตัวเองมาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์แบบนี้ เธอคงโดนคุมระดับแปดเป็นแน่ ที่ไปไหนมาไหนต้องมีการ์ดคุมตลอดทุกฝีก้าวใกล้ชิดแบบก้าวต่อก้าวแน่นอน “อิสระ เสรี...แอนนี่รักพวกเจ้าเหลือเกินอย่าได้หนีไปไหนเชียวนะ!!!” อนาสตาเซียบ่นพึมพำกับตัวเอง และกดโทร.ออกหาเอ็ดเวิร์ดทันที เมื่อสำรวจตัวเองไม่มีอะไรผิดปกติ
“แอนนี่...” อนาสตาเซียสะดุ้งหันหลังตามเสียงเรียก
“เอ็ดเวิร์ด...” อนาสตาเซียยิ้มและเก็บโทรศัพท์ เมื่อคนที่เธอกำลังโทร.หา ยืนอยู่ด้านหลังแล้ว เอ็ดเวิร์ดชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้านัยน์ตาสีเทาที่มีคุณลักษณะพิเศษยามต้องแสงดวงตาของเอ็ดเวิ์ดเหมือนจะเป็นสีฟ้าหรือสีเขียวได้อย่างน่าอัศจรรย์
“ไปไหนมา?...” เอ็ดเวิร์ดตั้งคำถามพร้อมกับหลี่ตาสังเกตหญิงสาวตรงหน้า ‘พิรุธ’ เขารู้สึกแบบนั้น
“ซ้อมเสร็จเร็ว...แอนนี่โทร.หาเอ็ดเวิร์ดแล้วนะ...เลยเดินเล่นฆ่าเวลา”
“แล้วทำไมถึงไม่รับสาย”
“แอนนี่คงไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้า...หิวแล้ว” อนาสตาเซียพูดและขยับไปเกาะแขนแข็งแกร่งของเอ็ดเวิร์ด และทำทีเป็นลากกึ่งดึงให้เอ็ดเวิร์ดพาไปหาอะไรกิน “เอาร้านทางด้านโน้นนะ...แอนนี่มาจากทางนั้นไม่มีอะไรที่อยากกินเลย” อนาสตาเซียดึงเอ็ดเวิร์ดไปอีกทางกับที่เธอเดินจากมา...
อนาสตาเซียปฎิเสธในการที่ร่างกายเธอต้องมีสิ่งของที่แสดงตำแหน่งของตัวเอง(ชิพติดตามตัว) เธอขอกับทุกคนไว้ เพราะแบบนั้นมันทำให้เธอรู้สึกว่าถูกจับตาตลอดเวลา ‘อึดอัด’ “แอนนี่อยากเป็นเหมือนเด็กสาวทั่วๆไปนะคะ...พ่อ เอ็ดเวิร์ด นะคะ...แอนนี่สัญญาว่าจะไม่ออกนอกเส้นทาง...ตารางกิจวัตรประจำวันของแอนนี่จะส่งให้เอ็ดเวิร์ดก่อนล่วงหน้าหนึ่งอาทิตย์” อนาสตาเซียตอนอายุสิบแปดที่อ้อนวอนขอชีวิตแบบปกติกับอดัม ผู้เป็นพ่อและเอ็ดเวิร์ด หลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่ตอนนั้นชีวิตส่วนใหญ่ของเธอกับเอ็ดเวิร์ดจะอาศัยอยู่ในนครนิวยอร์ก