ประเทศญี่ปุ่น
20 ปีที่แล้ว
“ริว เร็น หนีไปลูก หนีไปหาโอโต้ซัง หนีไป”
ริโกะ ซาโต้อิชิบะ ตะโกนบอกลูกชายฝาแฝดทั้งสองคนด้วยความเป็นห่วง เพราะตอนนี้ขาเล็ก ๆ ของเธออ่อนแรงเหลือเกิน เธอวิ่งทั้งน้ำตาฝ่าลูกกระสุนที่รัวยิงเข้ามาหาเป้าหมายซึ่งคือเธอกับลูกชายฝาแฝดทั้งสองคน ที่โดนมาเฟียคู่อริของสามีเธอ เรียวอิจิ ซาโต้อิชิบะ จับมาเป็นตัวประกัน เพราะขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจ
สายตาที่อ่อนโยนจ้องมองลูกชายทั้งสองผ่านม่านน้ำตาที่ไหลลงมาไม่ขาดสาย เมื่อปลายทางคือเรียวอิจิ สามีของเธอที่รีบวิ่งมารับลูกชายทั้งสองคนเข้าสู่อ้อมกอดก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไปเมื่อลูกกระสุนวิ่งผ่านหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมาพร้อมกับอากาศที่หนาวเย็นยะเยือกจับใจ
ปัง!! ปัง!! ปัง!!
กระสุนสามนัดติดที่ยิงโดนจุดสำคัญของริโกะก่อนที่ร่างเล็กจะหยุดชะงักขาก้าวไม่ออกทันทีที่เด็กชายทั้งสองคนวิ่งเข้าสู่อ้อมกอดของผู้เป็นพ่อ มือบางยื่นมือไปข้างหน้าด้วยความหวังอันเลือนลาง ดวงตากลมโตจ้องมองภาพครอบครัวตรงหน้าไว้เพื่อเก็บเป็นความทรงจำสุดท้ายของชีวิต
หยาดน้ำตาไหลลงมาอาบสองแก้มด้วยความเจ็บปวดก่อนที่ร่างบางจะค่อย ๆ ทรุดตัวลงกับพื้นที่แสนเย็นเยียบ ลมหายใจผะแผ่วลงเรื่อย ๆ จนหยุดนิ่ง พร้อม ๆ กับที่เรียวอิจิ เร็นและริวที่หันมามองภาพของโอก้าซังที่ล้มลงขาดใจตายต่อหน้าต่อตา
“แม่ แม่ครับ แม่ ไม่นะ แม่ครับ ฮือ ฮือ”
เด็กน้อยวัยหกขวบทั้งสองคนน้ำตาไหลทันทีที่เห็นภาพจำ ที่แสนเจ็บปวดก่อนที่จะพยายามวิ่งกลับมาหาผู้เป็นแม่ที่นอนหมดลมหายใจท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมาด้วยความหนาวเหน็บ หนาวไปจนถึงขั้วหัวใจ เรียวอิจิตั้งสติได้ก็จับลูกชายทั้งสองส่งให้ทาเคชิกับเท็ตซึยะ ลูกน้องคนสนิททั้งสองคน
ร่างสูงของเรียวอิจิยกปืนในมือทั้งสองข้างขึ้นทั้งน้ำตาก่อนที่จะสาดกระสุนใส่ศัตรูคู่อริด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่ฝังรากลึกลงไปในใจเมื่อเมียรักถูกยิงล้มลงขาดใจตายต่อหน้าต่อตา
น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาโดยไร้เสียงสะอื้นก่อนที่จะสาดกระสุนผ่านม่านน้ำตาใส่ฝ่ายตรงข้ามไม่ยั้ง ลูกน้องของซาโตชิค่อย ๆ ล้มตายไปทีละคนจนหมด รวมถึงตัวการใหญ่อย่างซาโตชิที่เรียวอิจิยิงนัดเดียวกระสุนวิ่งเข้าไปตัดขั้วหัวใจล้มลงขาดใจตายทันที
“ริโกะ”
เสียงเรียกริโกะดังขึ้นแผ่วเบาท่ามกลางความมืดมิดและหิมะที่โปรยปรายลงมา สองขาอ่อนแรงจนล้มลงข้าง ๆ ร่างบางของริโกะที่นอนแน่นิ่งอยู่ท่ามกลางกองเลือดที่ไหลนองเต็มพื้น
มือใหญ่ยกร่างบางที่ไร้ลมหายใจของริโกะขึ้นมากอดแนบอกก่อนที่จะกอดเอาไว้แน่นแล้วร่ำไห้ออกมาอย่างไม่อายสายตาของลูกน้องนับสิบที่เข้ามารายล้อมผู้เป็นนายด้วยความสงสารเห็นใจที่ต้องมาสูญเสียภรรยาที่รักมากไป เพราะศัตรูที่ตัวเองเป็นคนสร้างขึ้นมา
“แม่ครับ แม่ ฮึก ฮือ โอก้าซัง ฮืออ”
เร็นกับริววิ่งเข้ามาหาผู้เป็นพ่อที่กอดแม่ของเขาร้องไห้เสียงสะอื้นไห้ด้วยความเจ็บปวด เด็กน้อยน้ำตาไหลพรากด้วยความเสียใจ เมื่อสัมผัสร่างที่ไร้ลมหายใจของมารดาก่อนที่จะโผเข้ากอดมารดาไว้ด้วยความเสียใจที่ต่อไปนี้จะไม่มีมือที่อบอุ่นของแม่ที่คอยโอบกอดหรือจูงมือเด็กทั้งคู่อีกแล้ว
เฮือกกกกก!!!
วายุสะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันร้ายด้วยความตกใจก่อนที่มือใหญ่จะยกขึ้นมาลูบใบหน้าที่เปรอะไปด้วยคราบน้ำตา ฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนและตอกย้ำความเจ็บปวดของเขาในทุกค่ำคืน ภาพที่มารดาถูกยิงยังฉายชัดอยู่ในความฝันก่อนที่ร่างสูงจะนั่งชันเข่าซบหน้าลงร่ำไห้ท่ามกลางความมืดด้วยความคิดถึงมารดา
ผ่านมาแล้ว 20 ปี แต่ภาพจำที่ฝังใจกับฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเขาทุกคืนทำให้แผลในใจของเขาถูกสะกิดจนยากที่จะหายดี คงทำได้แค่เพียงยิ้มอย่างอ่อนโยนเวลาที่คิดถึงมารดา เพราะภาพสุดท้ายคือมารดาจากไปด้วยรอยยิ้มที่ยังคงประดับไว้บนใบหน้าสวย
โรงพยาบาล M
วายุเดินเข้ามาในโรงพยาบาลด้วยความเร่งรีบ ในวันนี้เขามีผ่าตัดใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะไปจากที่นี่ เพราะเขาได้ทำเรื่องลาออกไว้แล้ว
“เร็น วันนี้มีผ่าตัดใช่ไหมคะ” คุณหมอซากุระเดินเข้ามาถามด้วยรอยยิ้มก่อนที่วายุจะยิ้มตอบแล้วรีบเดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมความพร้อมทำการผ่าตัดผู้ป่วยที่กำลังรอเขาอยู่
“ผ่าตัดเสร็จแล้วเจอกันนะคะ ซากุระอยากเลี้ยงข้าวเร็น ขอบคุณที่เร็นช่วยเข้าเวรแทนวันนั้น”
ซากุระยิ้มหวานให้วายุ คุณหมอหนุ่มได้แต่พยักหน้าตอบรับก่อนที่จะปิดประตูแล้วรีบเปลี่ยนชุดเพื่อเข้าผ่าตัดใหญ่ที่รอเขาอยู่ การผ่าตัดครั้งนี้เขาขอเดิมพันกับความสามารถทั้งหมดของเขาที่มี
เพราะเป็นการผ่าตัดที่เปอร์เซ็นต์รอดชีวิตของคนไข้มีเพียงแค่
30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่เขามั่นใจว่าเขาจะสามารถช่วยชีวิตคนไข้คนนี้ให้รอดพ้นจากความตายได้
5 ชั่วโมงผ่านไป
เมื่อวายุออกมาจากห้องผ่าตัด ลูกสาวของคนไข้ที่นั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดก็รีบวิ่งเข้าไปหาวายุทันที
“การผ่าตัดผ่านไปด้วยดีนะครับ หลังจากนี้เราจะย้ายผู้ป่วยไปที่ห้องฉุกเฉินเพื่อรอดูอาการอย่างใกล้ชิด ไม่ต้องห่วงนะครับ อย่างไรคุณพ่อต้องหายดี” วายุบอกลูกสาวของคนไข้ด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนที่ลูกสาวคนไข้จะโผเข้ากอดขอบคุณวายุด้วยความดีใจทั้งน้ำตา
“ขอบคุณนะคะคุณหมอ ขอบคุณจริง ๆ ที่ช่วยคุณพ่อไว้ ฮือ ฮือ”
ลูกสาวคนไข้กอดวายุร้องไห้จนชุดผ่าตัดของเขาเปียกชื้นไปด้วยคราบน้ำตาก่อนที่มือใหญ่จะยกขึ้นลูบหลังสาวน้อยไว้ด้วยความปลอบโยน คนไข้เขามีลูกสาวเพียงคนเดียว เขาจึงอยากให้คนไข้ของเขาอยู่ดูรอยยิ้มของลูกสาวไปอีกนานแสนนาน
หมอแบบเขาเป็นได้ทั้งยมทูตและก็เทวดา แต่เขาเลือกที่จะเป็นเทวดามากกว่ายมทูต แค่ได้รักษาชีวิตคนไว้ได้มันก็ทดแทนความเจ็บปวดที่อยู่ในใจของเขาได้แล้ว
“จะไม่เปลี่ยนใจหน่อยเหรอ” ฮิโรโตะประธานโรงพยาบาล M ถามเร็นเป็นครั้งสุดท้าย เพราะบางทีหมอเร็นที่เป็นหมอผ่าตัดอันดับหนึ่งตีคู่มากับพี่ชายอย่างหมอริวอาจจะเปลี่ยนใจในนาทีสุดท้ายก็ได้ใครจะรู้
“ไม่ครับ ขอบคุณมาก ๆ นะครับสำหรับประสบการณ์การทำงานที่มีค่าที่แสนวิเศษ”
วายุก้มหัวลงทำความเคารพท่านฮิโรโตะก่อนที่จะเดินออกมาจากห้องท่านประธานด้วยรอยยิ้ม เขาทำเรื่องลาออกจากที่นี่เพื่อเตรียมตัวเดินทางไปอยู่ที่ประเทศบ้านเกิดของมารดาเขาซึ่งก็คือประเทศไทยนั่นเอง
เขาอยากลืมอดีตที่แสนเจ็บปวดและทิ้งความทรงจำที่แสนเลวร้ายไว้ที่นี่ทั้งหมดเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่น ที่ ๆ ไม่มีใครรู้จักเขา ไม่รู้ว่าเขาคือใคร ไม่รู้ว่าเขามาจากที่ไหน รู้แต่เพียงว่าเขาคือหมอวายุ หมอศัลยกรรมมือหนึ่งก็พอ
สนามบิน
“ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วยนะ” เรียวอิจิในวัย 46 ปี กอดลูกชายคนเล็กด้วยความรักอย่างสุดหัวใจ เมื่อดวงใจของเขากำลังจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ประเทศไทย ประเทศบ้านเกิดของริโกะจัง ภรรยาของเขาที่เป็นลูกครึ่งไทย ญี่ปุ่น
“พ่อก็ดูแลรักษาสุขภาพตัวเองดี ๆ ด้วยนะครับ ถ้ามีวันหยุดยาววายุสัญญาว่าจะกลับมาเยี่ยมพ่ออย่างแน่นอน”
วายุสบตาผู้เป็นพ่อด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ ถึงเขาจะเคยจากบิดาไปเรียนหมอที่ต่างประเทศนานนับหลายปี แต่ครั้งนี้เป็นการจากไปที่เขาตั้งใจไว้ว่าจะไม่กลับมาที่นี่อีก นอกจากกลับมาเยี่ยมบิดาเท่านั้น
“แล้วไม่คิดจะบอกเพลิงหน่อยเหรอ”
ตะโกนถามลูกชายที่เตรียมตัวเดินเขาไปข้างในเพื่อรอขึ้นเครื่องก่อนที่วายุจะชะงักเท้าเล็กน้อย ใบหน้าหล่อหันมาหาผู้เป็นพ่อช้า ๆ ก่อนที่จะก้มหัวทำความเคารพบิดาอีกครั้งแล้วเดินจากไปทันที ทิ้งให้เรียวอิจิยืนมองลูกชายคนเล็กจากไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดลึก ๆ ในใจ
วายุถอนตัวออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าของแก๊งมาเฟียท่ามกลางเสียงคัดค้านของทุกคน ชีวิตของลูกชายเขาอยู่ท่ามกลางเสียงปืน การนองเลือดและการเข่นฆ่ามามากพอแล้ว ตระกูลมาเฟียแบบเขามีชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายตลอดเวลา ฉะนั้นเขาควรปล่อยมือให้ลูกชายได้มีชีวิตที่มีความสุขเสียที
เมื่อวายุจากไปแล้ว เสียงฝีเท้าที่วิ่งเข้ามาภายในบริเวณสนามบินด้วยความเร่งรีบก็หยุดลง เมื่อเห็นผู้เป็นพ่อยืนมองเข้าไปข้างในด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาว่าเรียวอิจิกำลังคิดอะไรอยู่
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก วายุล่ะครับพ่อ”
เพลิงถามผู้เป็นพ่อด้วยความเหนื่อย เพราะเมื่อมาถึงสนามบินเขาก็รีบวิ่งเข้ามาข้างในทันที เขาเพิ่งกลับมาจากทีมอาสาที่ออกตรวจผู้ป่วยตามชนบทที่อยู่ต่างจังหวัด พอกลับมาก็ทราบว่าน้องชายลาออกจากโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบเหยียบรถมาที่สนามบินทันทีเพื่อที่จะรั้งน้องชายไว้ แต่ก็กลับพบว่า
เขามาไม่ทันเสียแล้ว น้องชายสุดที่รักของเขาไปจากประเทศนี้เรียบร้อยแล้ว เป็นการจากลาที่บีบหัวใจคนเป็นพี่ชายแบบเขาเหลือเกิน
“ตามน้องไปสิ” เรียวอิจิพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบไร้ความรู้สึกใด ๆ ทั้งสิ้น ส่วนริวถึงกับหันมามองผู้เป็นพ่อด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
“เราสองคนเป็นพี่น้องที่อยู่ด้วยกันตลอดเวลา จะให้น้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทยคนเดียวได้อย่างไร”
เรียวอิจิหันมายิ้มให้ลูกชายคนโตด้วยความอบอุ่นก่อนที่จะตบบ่าของลูกชายเบา ๆ สองทีแล้วเดินจากไปทันที แต่เดินไปได้เพียงสามก้าวก็หันกลับมามองลูกชายคนโตที่มองตามแผ่นหลังของผู้เป็นพ่อด้วยความซาบซึ้งใจ เพราะถ้าเขาไปนั่นหมายความว่าเขาต้องคืนตำแหน่งหัวหน้าแก๊งมาเฟียให้พ่อดูแลอีกครั้ง
“ดูแลน้องแทนพ่อด้วยนะ ปกป้องน้องเท่าชีวิต มีกันแค่สองคนพี่น้องดูแลตัวเองให้ดี ไม่ต้องห่วงพ่อ พ่อดูแลตัวเองได้ คนแบบพ่อหนังเหนียวไม่มีทางตายด้วยกระสุนปืนของใครง่าย ๆ หรอก”
ยิ้มหล่อทิ้งท้ายให้ลูกชายก่อนที่จะเดินจากไปพร้อมกับทาเคชิและเท็ตสึยะมือซ้ายและมือขวาที่อยู่รับใช้เขามายาวนานนับยี่สิบปีตั้งแต่ที่เขายังเด็กจนเติบโตมาด้วยกัน
เพลิงก้มหัวลงทำความเคารพบิดา จนกระทั่งเรียวอิจิลับสายตาไปแล้วเพลิงก็ยกโทรศัพท์โทรสั่งการเคนจิกับเคนตะ ลูกน้องของตัวเองให้จองตั๋วเครื่องบินพร้อมเก็บเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวบินไปเมืองไทยตามน้องชายทันที
แล้วเจอกันประเทศไทย
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นรัวห้านัดติดโดยที่คนยิงไม่ได้วอกแวกเลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตจ้องมองไปที่เป้ากระดาษด้วยความตั้งใจก่อนที่จะลั่นไก ลูกกระสุนพุ่งไปข้างหน้าเข้าเป้าไม่มีพลาดแม้แต่นัดเดียวจนกระดาษพรุนไปหมด
แปะ แปะ แปะ
“ไม่พลาดเลยน้า” เก้าทัพที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ปรบมือพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้พี่สาวคนสวยด้วยความชื่นชม ส่วนกฤษฎิ์ที่นั่งดื่มกาแฟอยู่ไม่ไกลยิ้มออกมาเล็กน้อย รู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกสาวคนโตมาก
แก้มใสจับปืนตั้งแต่อายุ 15 ปี เพราะรอบตัวมีแต่อันตรายเขาจึงสอนให้ลูกสาวฝึกยิงปืนจนชำนาญ รวมถึงให้ชินกับเรียวสอนการต่อสู้ทุกแขนงให้แก้มใสเอาไว้ป้องกันตัวเองจากศัตรูในที่มืดที่ไม่มีทางรู้เลยว่าจะโผล่มาตอนไหน ถึงเขาจะถอนตัวออกจากวงการมาเฟียแล้ว แต่ใช่ว่าเขาจะไม่มีศัตรูนี่
“พ่อขาแก้มใสเก่งไหมคะ”
สาวน้อยแก้มใสในวัย 20 ปีเดินเขามาหากฤษฎิ์ก่อนที่จะนั่งลงข้าง ๆ และกอดแขนพ่อขาเอาไว้อย่างออดอ้อน จะกี่ปีผ่านไปแก้มใสก็ยังคงเป็นเด็กน้อยตัวเล็ก ๆ ในสายตาของกฤษฎิ์เสมอ ถึงแม้ตอนนี้จะโตเป็นสาวสวยสะพรั่งแล้วก็ตาม ทำเอาเขาชักหวงลูกสาวเสียแล้วสิ
“เก่งมาก ๆ เลยค่ะ” กฤษฎิ์ยกมือใหญ่ขึ้นมาลูบหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดูก่อนที่แก้มใสจะยิ้มร่าแล้วแล้วแบมือไปตรงหน้า กฤษฎิ์ถึงกับหุบยิ้มทันที เพราะรู้ว่าลูกสาวจะขออะไรจากตนเอง
“ไม่ให้” ตอบกลับลูกสาวทันควัน แก้มใสถึงกับบึนปากด้วยความงอนพ่อขาทันที ก่อนหน้านี้แก้มใสขับรถสปอร์ตที่เขาซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดไปประสบอุบัติเหตุ ดีที่ไม่เป็นอะไรมาก แต่ใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่ไหนเลยจะทนเห็นลูกเป็นอะไรไปได้
กฤษฎิ์เลยยื่นคำขาดไม่ให้แก้มใสจับรถ เพราะเป็นห่วงลูกสาวตัวน้อย แต่หารู้ไม่ว่าเวลาไปมหา'ลัยแก้มใสมักจะแอบเอารถของกายมาขับเสมอหลังจากที่โดนยึดกุญแจรถ
“พ่อขาให้แก้มใสเถอะค่ะ แก้มใสต้องไปรับไอโกะที่สนามบินแล้วเนี่ย แก้มใสสัญญาเลยค่ะว่าต่อไปนี้แก้มใสจะขับรถช้า ๆ ไม่ซิ่งอีกแล้ว นะคะพ่อขา”
ใบหน้าสวยถูไถไปมากับแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของบิดา สายตามองไปที่พ่อขาอย่างออดอ้อนเธอทนไม่ไหวแล้ว 1 เดือนที่ต้องแอบไปเอารถพี่กายมาขับแบบหลบ ๆ ซ่อนเธอทนต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ
“พ่อครับสงสารพี่แก้มเถอะนะครับ นะครับพ่อ เชื่อใจพี่แก้มสักครั้ง”
เก้าทัพที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ใกล้ ๆ เดินมาอ้อนกฤษฎิ์ช่วยแก้มใสอีกคน คนเป็นพ่อถอนหายใจด้วยความอ่อนใจและใจอ่อน เขารักลูกสาวมากเลยไม่อยากให้เป็นอะไรไปอีก แต่ก็สงสารลูกสาวไม่น้อยที่เวลาจะไปไหนมาไหนต้องให้เรียวคอยขับรถไปรับไปส่งทุกครั้ง
“สัญญากับพ่อนะคะเด็กดีว่าต่อจากนี้จะไม่ขับรถเร็ว และจะขับด้วยความระมัดระวัง ใจของคนเป็นพ่อไม่อยากเห็นหนูต้องเป็นอะไรไปอีกแล้ว”
กฤษฎิ์ขอร้องลูกสาวด้วยน้ำเสียงจริงจัง สายตาที่มองไปยังลูกสาวเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย แก้มใสที่เห็นแบบนั้นรีบพยักหน้ารับคำผู้เป็นพ่อโดยไวด้วยความดีใจที่พ่อขาของเธอยอมใจอ่อนเสียที
“พ่อขา แก้มใสสัญญาว่าจะไม่ทำให้เป็นห่วงอีกแล้วนะคะ” ก้มตัวลงมากอดเอวของพ่อขาเอาไว้ก่อนที่กฤษฎิ์จะพยักหน้าให้เรียวไปเอากุญแจรถมาให้ลูกสาวสุดที่รัก
“งั้นแก้มใสไปรับไอโกะก่อนนะคะ เดี๋ยวจะสาย รถจะติด รักพ่อขานะคะ”
เมื่อได้กุญแจรถสมใจแล้วแก้มใสก็บอกลาพ่อขาเพื่อไปรับเพื่อนสาวคนสนิทที่ไปเยี่ยมครอบครัวที่ญี่ปุ่นแล้วบินกลับมาวันนี้พอดี ร่างเล็กยื่นหน้าไปหอมแก้มของบิดาหนึ่งทีก่อนจะวิ่งออกจากห้องซ้อมยิงปืนไปด้วยรอยยิ้มสดใสร่าเริงทำเอากฤษฎิ์อดยิ้มตามลูกสาวไม่ได้
รอยยิ้มของลูกสาวเขาคือรอยยิ้มที่สวยที่สุด เขาจะไม่มีวันให้ใครมาทำลายรอยยิ้มของลูกสาวเขาเป็นอันขาด
ประเทศไทย
สนามบิน
เครื่องบินจากประเทศญี่ปุ่นแล่นลงจอดที่สนามบินอย่างปลอดภัย เมื่อผ่านด่านตรวจต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วร่างสูงโปร่งสมส่วนที่สวมแว่นตาดำปกปิดใบหน้าหล่อเหลาก็เดินออกมาเพื่อรอรับกระเป๋า ในขณะที่กำลังจะเดินไปรับกระเป๋าอยู่นั้น ร่างบางของใครบางคนก็วิ่งมาด้วยความเร็วชนไหล่ของเขาเล็กน้อย คน ๆ นั้นหันกลับมาขอโทษเป็นภาษาอังกฤษแล้ววิ่งจากไปทันทีโดยไม่หันมามองเขาสักนิด
วายุถึงกับส่ายหัวยิ้ม ๆ ให้กับความเร่งรีบของสาวน้อย กลิ่นน้ำหอมยังคงลอยฟุ้งอยู่ใกล้ ๆ แม้ร่างเล็กจะวิ่งจากไปแล้วก็ตาม กลิ่นหอมละมุนนี้ช่างชวนให้รู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่สูดลมหายใจเข้าปอดจริง ๆ
“ไอโกะ คิดถึงจังเลย”
แก้มใสร้องเรียกเพื่อนสาวคนสนิทด้วยความคิดถึงก่อนที่สองสาวจะโผเข้ากอดกันแน่นราวกับไม่ได้เจอกันมานานนับ 10 ปี ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วไอโกะเพิ่งเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวที่ญี่ปุ่นแค่สัปดาห์เดียวเอง
“ไม่เจอกันอาทิตย์เดียวอ้วนขึ้นหรือเปล่าพี่แก้ม” ไอโกะแซวเพื่อนสาวยิ้ม ๆ ในขณะที่แก้มใสยิ้มสวยโชว์ลักยิ้มอย่างน่ารัก มือบางตีลงไปที่แขนเพื่อนสาวดังเพียะอย่างแรงจนไอโกะถึงกับแอบซี้ดปากด้วยความเจ็บ แก้มใสมือหนักชะมัด
“แซวแรงนะเรา ไม่อ้วนจ้ะ เท่าเดิมสวยเหมือนเดิม น่ารักเหมือนเดิม”
ตอบเล่นลิ้นกับเพื่อนก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะออกมาพร้อม ๆ กัน แล้วจับจูงมือกันเดินออกมาจากสนามบินเพื่อเดินทางไปยังคอนโดของไอโกะ วันนี้เธอจะแอบหนีพ่อขาไปเที่ยวด้วยล่ะ อิอิ ได้รถมาแล้วมันต้องซิ่งไปตี้สักหน่อย
โรงพยาบาล N
“ทำไมผมต้องรับคุณเข้าทำงานที่นี่”
กฤษฎิ์ตั้งคำถามก่อนจะมองไปยังชายหนุ่มรุ่นลูกที่หน้าตาดีมาก ใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน สายตาอ่อนโยนที่ทอดมองมายามพูดคุยกับเขาทำให้เขารู้สึกถูกชะตาไม่น้อย ประวัติการศึกษาดี ประวัติการทำงานเรียกได้ว่าโคตรจะดี
“เพราะหมอแบบผมจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยชีวิตคนไข้ ให้ลืมตาตื่นขึ้นมาอยู่กับคนที่รักต่อไปครับ”
วายุตอบด้วยรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนก่อนที่กฤษฎิ์จะพลิกแผ่นกระดาษหน้าประวัติของวายุดูอีกครั้งเพื่ออ่านให้ละเอียดถี่ถ้วน จนมาสะดุดกับสถานะ โสด คิ้วด้านขวาของกฤษฎิ์ก็กระตุกขึ้นมาถี่ยิบแบบไม่มีสาเหตุ รู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่าง อย่างไรก็ไม่รู้
“ตกลง ผมรับคุณเข้าทำงานครับคุณศัลยแพทย์วายุ ยินดีที่ได้ร่วมงานนะครับ” กฤษฎิ์ปิดแฟ้มประวัติของวายุลงพร้อมกับยื่นมือไปตรงหน้าหมอหนุ่มที่มองมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะยื่นมือใหญ่มาจับมือกับกฤษฎิ์อย่างยินดีที่กฤษฎิ์ให้โอกาสเขาได้มาเป็นหมอรักษาคนไข้ในโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างโรงพยาบาล N ที่มีสาขามากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ
“ผมจะตั้งใจทำงานอย่างสุดความสามารถครับ” วายุบอกกล่าวอย่างมาดมั่นกับท่านประธานโรงพยาบาลที่ถึงแม้อายุจะปาไป 50 กว่าปีแล้วแต่ใบหน้ายังคงความหล่อเหลาชัดเจน
“แล้วคุณหมอมีที่พักหรือยัง”
กฤษฎิ์ถามวายุด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ก่อนที่อีกฝ่ายจะส่ายหน้า
ช้า ๆ หลังจากลงเครื่องมาเขาก็รีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลทันทีไม่ทันได้จัดการเรื่องอื่น ๆ เพราะกลัวท่านประธานจะรอนาน ก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่ไม่นาน เขาได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลว่าท่านประธานจะเป็นคนสัมภาษณ์เขาด้วยตัวเอง
เขากะว่าสัมภาษณ์เสร็จแล้วจะไปหาดูคอนโดที่อยู่ใกล้ ๆ โรงพยาบาลสักหน่อย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะหาได้ทันเวลาหรือเปล่า เพราะการสัมภาษณ์กินเวลาไปไม่น้อย ตอนนี้จึงเป็นเวลาบ่ายคล้อยเข้าไปแล้ว
“ยังเลยครับ ตั้งแต่ลงจากเครื่องผมก็มาที่นี่เลยครับ ยังไม่ทันได้แวะไปที่ไหน” วายุตอบไปตามความจริงก่อนที่กฤษฎิ์จะเสนอทางเลือกให้เขาไปพักที่บ้านพักแพทย์ของโรงพยาบาล
“โรงพยาบาลเรามีบ้านพักสำหรับแพทย์นะครับ ถ้าคุณสนใจผมจะให้คนของผมพาคุณไปดู และถ้าเกิดว่าคุณชอบก็สามารถเข้าพักได้เลย ไม่ต้องห่วงอะไร ผมให้คนดูแลจัดการทำความสะอาดอย่างดีทุกอาทิตย์”
กฤษฎิ์บอกข้อเสนอให้กับหมอหนุ่มที่นั่งนิ่งอยู่ตรงหน้า เพราะข้างตัวของวายุมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่วางอยู่ กฤษฎิ์จึงเดาได้ว่าเจ้าหนุ่มคนนี้น่าจะยังคงไม่มีที่พักเป็นแน่
“ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องขอรบกวนท่านประธานแล้วครับ” วายุบอกกฤษฎิ์ด้วยความนอบน้อมก่อนที่กฤษฎิ์จะโทรเรียกชินให้มาพาคุณหมอไปดูบ้านพักแพทย์ที่เขาสร้างไว้สำหรับแพทย์ที่ต้องการพักอยู่ใกล้ ๆ กับโรงพยาบาล
เมื่อวายุออกจากห้องไปเรียบร้อยแล้วกฤษฎิ์ก็หยิบแฟ้มประวัติของวายุขึ้นมาดูอีกครั้ง ใบหน้าที่หล่อเหลาของวายุช่างเหมือนกับใครบางคนที่เขาเคยรู้จักเหลือเกิน แต่เขาคิดว่าคงไม่น่าจะใช่ เพราะคนที่เขานึกถึงตอนนี้คงกำลังต่อสู้อยู่ในวงการมาเฟียที่ญี่ปุ่นเป็นแน่
บ้านพักแพทย์โรงพยาบาล
“ขอบคุณนะครับที่เป็นธุระพาผมมาดูบ้านพัก”
วายุก้มหัวลงให้ชินอย่างขอบคุณก่อนที่ชินจะพยักหน้ารับเล็กน้อยแล้วเดินจากไปทันที บ้านพักแพทย์ถูกแยกไว้เป็นหลัง ๆ มีรั้วรอบขอบชิด บ้านขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่มากจนเกินไป เป็นบ้านชั้นเดียวมีสองห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัวที่แยกไว้เป็นสัดส่วน และสวนดอกไม้ด้านนอกที่ถูกดูแลอย่างดี มองแล้วชวนร่มรื่นน่าอยู่ไม่น้อย
วายุลงมือจัดการเก็บเสื้อผ้าใส่ตู้เสื้อผ้าให้เรียบร้อย เขามีแค่เสื้อผ้ามาไม่กี่ชุดส่วนของที่เหลือไว้เขาค่อยไปซื้อมาเพิ่มเติมแล้วกัน จัดของได้สักพักก็มีเสียงรถแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านสร้างความแปลกใจให้กับวายุไม่น้อย ร่างสูงเดินออกมาหน้าบ้านก็พบกับรถซุปเปอร์คาร์คันหรูที่จอดขวางประตูรั้วอยู่
เขาค่อย ๆ เดินไปที่รถช้า ๆ มีโน้ตใบหนึ่งเสียบไว้ที่กระจกหน้ารถ มือใหญ่หยิบแผ่นกระดาษออกมาดูก็พบว่ารถคันนี้พ่อของเขาเป็นคนเตรียมเอาไว้ให้นั่นเอง วายุยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะเปิดประตูรถและขับเข้าบ้านไป
Pub
หลังจากที่จัดของและซื้อของใช้บางส่วนเข้าบ้านพักแล้ว วายุก็ขับรถมาเรื่อย ๆ จนมาเจอกับผับที่บรรยากาศดีแห่งหนึ่งจึงแวะเข้ามานั่งดื่มคนเดียวเงียบ ๆ ผับที่นี่ดูดีและมีระดับมาก แบ่งโซนไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนตัวเขาตอนนี้กำลังนั่งดื่มเงียบ ๆ คนเดียวปล่อยความคิดและความรู้สึกไปกับเสียงเพลง
“ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ” ขณะที่กำลังนั่งดื่มเงียบ ๆ ก็มีสาวสวยคนหนึ่งเดินมานั่งลงที่โซฟาตรงกันข้ามก่อนที่วายุจะยิ้มให้เล็กน้อยแล้วปฏิเสธด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
“ขอโทษนะครับ แต่ผมชอบนั่งคนเดียวเงียบ ๆ มากกว่า”
ปฏิเสธพร้อมทั้งเอ่ยคำขอโทษก่อนที่สาวสวยฝั่งตรงข้ามจะหุบยิ้มทันทีแล้วลุกพรวดพราดเดินจากไป วายุนั่งควงแก้วเหล้าเล่นไปมา ก่อนเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์จะดึงความสนใจของเขา บนหน้าจอปรากฏชื่อ ‘ริว’ วายุทำเพียงแค่เหลือบไปมอง ไม่มีท่าทีที่จะกดรับแต่อย่างใด
มีสาว ๆ หลายคนที่แวะเวียนมาขอนั่งดื่มกับวายุ แต่ก็ได้รับการปฏิเสธอย่างสุภาพนุ่มนวลไปเสียทุกราย บางคนก็หน้ามึนนั่งมองวายุเงียบ ๆ ซึ่งพอไม่ได้รับความสนใจก็ลุกเดินจากไปเอง เพราะเจ้าของโต๊ะไม่สนใจเธอเลยสักนิด
“ปล่อยเพื่อนกูเดี๋ยวนี้นะ” วายุที่กำลังจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มชะงักไปวูบหนึ่งเมื่อเสียงหวานใสของใครบางคนดังขึ้น ตามด้วยเสียงขวดแก้วแตกอย่างแรงจากฝีมือของสาวสวยที่เขามองเห็นหน้าไม่ชัด เนื่องด้วยความมืดสลัวของมุมที่เขานั่งอยู่
“กรี๊ดดดด มึงกล้าทำผัวกูเหรอ”
เสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นทำเอาวายุแสบแก้วหูจนทนไม่ไหว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่โต๊ะข้างหลังเขานี่เอง ชายหนุ่มจึงตัดสินใจลุกขึ้นจากโซฟาเพื่อกลับบ้านพักไปพักผ่อน ด้วยหมดอารมณ์ที่จะนั่งดื่มต่อแล้ว
“เออ แล้วมึงจะทำไม”
เสียงหวานใสที่เขาได้ยินครั้งแรกร้องขึ้นก่อนที่ร่างบางของใครบางคนจะเซมาชนเขา กลิ่นหอมจากน้ำหอมที่คุ้นเคยปะทะจมูกของวายุเข้าอย่างจัง สาวน้อยในอ้อมแขนเขาหันมากล่าวขอโทษด้วยความรีบร้อนก่อนจะเดินไปหยิบขวดเหล้าที่อยู่ไม่ไกลมาถือไว้แล้วฟาดลงที่หัวของผู้ชายคนหนึ่งอย่างแรงจนเลือดอาบ
วายุได้แต่ส่ายหน้าให้กับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าก่อนที่ขายาว ๆ จะก้าวออกมาจากบริเวณนั้น กลิ่นน้ำหอมที่ติดจมูกเขาค่อนข้างมั่นใจว่าผู้หญิงที่เซมาชนเขาคือคนคนเดียวกับผู้หญิงที่วิ่งมาชนไหล่เขาที่สนามบิน กลิ่นน้ำหอมที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน แต่การพบกันทั้งสองครั้งเขากลับไม่เคยได้เห็นหน้าสาวเจ้าอย่างชัดเจนเลยสักครั้ง
วายุไม่เคยรู้เลยว่าผู้หญิงที่บังเอิญมาชนเขาถึงสองครั้งคือผู้หญิงที่นั่งหันหลังให้เขาห่างกันเพียงแค่โซฟากั้นไว้แค่นั้นเองหรือนี่จะเป็พรหมลิขิตที่ยังไม่ชัดเจนกันนะ
ถ้าความบังเอิญเจอกันสามครั้งคือพรหมลิขิต พระเจ้าคงขีดเส้นพรหมลิขิตผิด ให้เธอมาเจอผู้ชายที่ไม่คู่ควรกับรอยยิ้มที่สดใสของเธอ
วายุตื่นขึ้นมาแต่เช้าด้วยความสดชื่น เพราะต้องเริ่มงานอาทิตย์หน้าวายุจึงหาอะไรทำฆ่าเวลาไปก่อน อย่างตอนนี้ที่ร่างสูงกำลังขุดดินเพื่อเตรียมเอาต้นมะลิที่ซื้อมาลงปลูก เขาชอบต้นมะลิมาก กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกมะลิทำให้รู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ได้สูดกลิ่น และที่สำคัญต้นมะลิคือตัวแทนของมารดาเขา
ริโกะ แปลว่า ดอกมะลิ อย่างไรล่ะ
ทุกครั้งที่คิดถึงโอก้าซังวายุมักจะมองไปที่ต้นมะลิเสมอ อบอุ่นทุกครั้งที่ได้มอง เพราะมันทำให้เขารู้สึกว่าแม่ยังคงอยู่เคียงข้างเขาตลอดเวลาไม่ได้จากไปไหน
แม่จะคงอยู่ในใจของเขาตลอดไป
ครืด ครืด ครืด
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้วายุที่กำลังทานมื้อเที่ยงอยู่รีบกดรับสายทันที ปลายสายที่โทรเข้ามาคือเพื่อนใหม่ที่เขาเจออยู่ที่ผับ คุยกันถูกคอ ชอบอะไรเหมือน ๆ และก็ชวนกันไปแข่งรถบ่อย ๆ อย่างวันนี้ก็เช่นกันพวกเขามีนัดแข่งรถตอนช่วงเย็น
“ว่าไงเค” วายุทักทายปลายสายด้วยน้ำเสียงสดใสก่อนที่เคจะตอบกลับมา
(ไม่ว่าอย่างไรหรอกเพื่อน แค่โทรมาถามว่าวันนี้พร้อมไหม เงินเดิมพันโคตรสูงเลยนะ) เคตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี การมีเพื่อนใหม่อย่างว่ายุก็เป็นการเปิดประสบการณ์ชีวิตให้เขาไม่น้อย เพราะเพื่อนใหม่คนนี้ทั้งนิสัยดีและมีความจริงใจมากถึงจะรู้จักกันไม่นานก็เถอะ
“พร้อมอยู่แล้วไม่ต้องห่วง แล้วเจอกัน”
บอกปลายสายด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มก่อนที่จะกดวางสายแล้วทานข้าวคนเดียวด้วยความเหงา แต่ก่อนเพลิงคือเพื่อนที่คอยอยู่เคียงเขาตลอดเวลาไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ แต่ครั้งนี้เขาหนีพี่ชายมาอยู่ที่นี่คนเดียวทำให้ชีวิตที่เคยมีสีสันกลับเงียบเหงาลง
แต่ไม่เป็นไร อย่างไรอาทิตย์หน้าเขาก็ได้เริ่มงานแล้วงานคงทำให้เขามีความสุขและสนุกไม่น้อยกับงานที่รัก มันอาจจะทำให้เขาลืมเลือนความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกอยู่ในใจไปเลยก็ได้ใครจะรู้
โรงพยาบาล N
กฤษฎิ์นั่งมองหมอหนุ่มรุ่นลูกที่นั่งทำหน้ากวน ๆ อยู่ตรงข้ามอย่างไม่สบอารมณ์ หน้าตาหล่อร้ายแถมยังยียวนกวนสุด ๆ นั่นทำเอาเขารู้สึกตีนกระตุกยิบ ๆ นี่มันมาสมัครเป็นหมอหรือมาสมัครเป็นนักเลงทวงหนี้กันแน่วะหน้าตาพร้อมมีเรื่องฉิบหายเด็กเวร!!
แถมดูท่าจะเป็นฝาแฝดกับหมอวายุแน่นอน หน้าตาเหมือนกันราวกับแกะยกเว้นรอยสักที่โผล่พ้นแขนเสื้อมาเล็กน้อยเท่านั้นแหละมั้งที่บ่งบอกว่าผู้ชายตรงหน้าคือหมอเพลิงกัลป์ไม่ใช่หมอวายุ น้องชายทั้งสุภาพอ่อนโยนส่วนพี่ชายสุดแสนจะกวน อยากจะฟาดหน้ามันสักทีจริง ๆ เลยหมอเวร!!
“คุณเป็นพี่ชายของหมอวายุ?” กฤษฎิ์ถามผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความน่ายำเกรง แต่คนแบบเพลิงกัลป์กลับไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านเลยสักนิด
“นี่ท่านประธานมาสัมภาษณ์รับผมเข้าทำงานหรือมาสอบประวัติครอบครัวผมกันแน่ครับ”
เพลิงกัลป์ถามกลับกฤษฎิ์แบบกวน ๆ พร้อมกระตุกยิ้มมุมปากอย่างไม่ได้นึกกลัวผู้ชายที่นั่งแผ่รังสีอำมหิตอยู่ตรงหน้าเลยสักนิด เขาแค่อยากมาทำงานที่เดียวกับน้องชายก็เท่านั้น ถ้าท่านประธานสุดหล่อที่นั่งอยู่ตรงหน้าไม่รับเข้าทำงาน เขาก็แค่ไปสมัครงานที่อื่นไม่ก็เปิดคลินิกเองก็ได้ หรือให้สร้างโรงพยาบาลมาแข่งกับท่านประธานยังได้เลย
บ้านเขารวยเรื่องแค่นี้จิ๊บ ๆ
“นี่เลี้ยงหมาไว้ในปากเหรอครับหมอเพลิง” พยายามระงับสติอารมณ์ก่อนที่จะถามเพลิงกัลป์กลับไปเสียงนิ่ง ๆ อย่างกวนตีนไม่แพ้กัน
แม่ง เด็กมันหาเรื่องผมครับทุกคนเดี๋ยวพ่อปั๊ดเข้าให้เลยนี่เด็กเวร!!
ตั้งแต่มานั่งสัมภาษณ์เพลิงกัลป์ กฤษฎิ์นั่งด่าไอ้เด็กเวรในใจรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ เขาไม่อาจนับได้ เพราะถามอะไรไปดูเพลิงกัลป์จะกวนเขาจนอารมณ์ขุ่นมัวไปหมด
“ไม่ได้เลี้ยงครับ แต่มันโตอยู่ในปากตั้งนานแล้ว”
เอากับมันสิครับทุกคน โอ๊ย!! ยุบหนอพองหนอ แก่แล้วหนอ ไม่เอาหนอ ไม่ฟาดคนหนอ ระวังความดันขึ้นหนอ พยายามระงับอารมณ์ที่เดือดปุด ๆ ให้เย็นลงก่อนที่จะตั้งคำถามกับเพลิงใหม่อีกครั้งซึ่งเป็นคำถามเดียวกันกับที่เขาใช้ถามหมอวายุ
“อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ผมต้องรับคุณเข้าทำงานที่นี่” กฤษฎิ์ถามเพลิงกัลป์ด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบเช่นเคย เพลิงกัลป์เงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนที่จะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและเป็นการเป็นงานที่สุดตั้งแต่ที่เขาสัมภาษณ์เพลิงมา
“เพราะหมอแบบผมจะทำทุกวิถีทาง เพื่อช่วยให้คนไข้ได้มีชีวิตที่ดีต่อไปครับ”
ตอบคำถามของกฤษฎิ์ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความจริงใจทำเอากฤษฎิ์กระตุกยิ้มมุมปากด้วยความถูกใจ ถึงมันจะกวนตีนเก่งไปหน่อย แต่ทัศนคติเรื่องการทำงานมันได้ว่ะ เอาวะไอ้ลูกหมาฉันจะรับแกเข้าทำงานก็แล้วกัน คนเก่ง ๆ แบบแกนี่แหละที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยชีวิตคนไข้ของเขาให้มีชีวิตที่ดีต่อไป
“ตกลงผมรับคุณเข้าทำงานครับ แต่มีเงื่อนไขแค่หนึ่งข้อที่อยากให้คุณปฏิบัติตาม ลดความกวนตีนลงหน่อยก็ดีนะครับ ผมกลัวคนไข้จะหัวใจวายตายก่อนจะได้ตื่นขึ้นมามีชีวิตที่ดีต่อไปแบบที่คุณว่ามา หึหึ”
กฤษฎิ์ตกลงรับเพลิงกัลป์เข้าทำงานก่อนที่จะแอบเหน็บแนมเพลิงน้อย ๆ ส่วนเพลิงยักไหล่เบา ๆ อย่างไม่แยแส ทำเอากฤษฎิ์แอบขบกรามแน่นด้วยความหัวร้อน
เอาอีกแล้วนะ กวนอีกแล้วนะไอ้หมอหมาเอ๊ย!! แอบด่าหมอเพลิงกัลป์ในใจก่อนที่จะพูดคุยตกลงรายละเอียดกันให้เรียบร้อย เมื่อไม่มีอะไรแล้วเพลิงกัลป์จึงเดินออกไปจากห้องทำงานของกฤษฎิ์
แต่ก่อนไปชายหนุ่มไม่ลืมที่จะก้มหัวทำความเคารพกฤษฎิ์ ถึงเขาจะกวนตีนคนเก่ง แต่กฤษฎิ์คือผู้สูงอายุที่เขาต้องเคารพ!!!! เขาจะลืมข้อสำคัญข้อนี้ได้อย่างไร
สนามแข่งรถ
บรื้น บรื้น บรื้น
เสียงรถซุปเปอร์คาร์คันหรูที่ขับเข้ามาจอดในสนามแข่งรถทำเอา
สาว ๆ ถึงกับนั่งไม่ติด เพราะความตื่นเต้นที่จะได้เจอพี่หมอวายุสุดหล่อที่เพิ่งเข้ามาแข่งที่สนามได้เพียงแค่ 3 ครั้ง แต่ฝีไม้ลายมือไม่ธรรมดา สามารถเอาชนะคู่แข่งทุกคนได้อย่างง่ายดาย
ร่างสูงโปร่งในชุดลำลองก้าวลงมาจากรถก่อนที่จะถอดแว่นตาดำที่สวมอยู่ออก แค่นั้นเสียงกรี๊ดจากสาว ๆ ก็ดังกระหึ่มขึ้นทั่วทั้งสนามทันทีก่อนที่วายุจะยิ้มให้สาว ๆ ที่นั่งมองมาตาละห้อยด้วยความคลั่งไคล้ในตัวพี่หมอวายุ
“เพิ่งมาเปิดตัวแค่ 3 ครั้งแต่เสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะเพื่อน” เควินเดินเข้ามาหาวายุก่อนที่จะเอ่ยแซวเพื่อนเล็กน้อย วายุได้แต่ยิ้มรับน้อย ๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะช่วยกันเช็กรถเพื่อเตรียมการแข่งขันสำหรับวันนี้ที่เงินเดิมพันสูงถึง 5 ล้านบาทพร้อมกับรถของคู่แข่งที่พ่ายแพ้
“เคฉันฝากนายเช็กต่อหน่อยนะ ขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดี๋ยวมา” เมื่อเช็กความพร้อมใกล้เสร็จแล้ววายุจึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำ โดยยกหน้าที่ในการตรวจสภาพรถต่อให้เควิน ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำเพื่อนเป็นอันตกลง
อีกด้านหนึ่ง
“เก้า เขาอยากกินไอศกรีมอะ” เมื่อมาถึงสนามแข่งรถแก้มใสก็งอแงอยากกินไอศกรีม มือบางฉุดแขนน้องชายไปที่รถขายไอศกรีมแบบไม่รอให้เก้าทัพได้ตอบรับหรือปฏิเสธเลยสักนิด ตอนนี้เธออยากกินอะไรหวาน ๆ เย็น ๆ
“พี่แก้มไหนบ่นว่าอ้วนแล้วกินทำไม”
เก้าทัพถามพี่สาวอย่างไม่เข้าใจก่อนจะส่ายหน้าด้วยความเอือมระอาพี่สาวเล็กน้อย พี่แก้มใสชอบบ่นว่าตัวเองอ้วนทั้ง ๆ ที่ผอมมากขนาดนี้ คงมีแต่นมกับก้นมั้งที่ใหญ่นอกนั้นผอมไปหมด แม้พี่แก้มใสของเขาก็ชอบกินของหวานมาก แต่นิสัยไม่ได้หวานเลยสักนิด กลับเปรี้ยวจนเข็ดฟันเลยล่ะครับ
“ก็หิวอะ เขาไปยืนรอเก้าตั้งนานยังไม่มีขนมตกถึงท้องเลย” แก้มใสยกมือขึ้นมาลูบท้องน้อยอย่างอ้อน ๆ น้องชายก่อนที่จะยื่นมือไปรับไอศกรีมแท่งรสสตรอว์เบอร์รีจากคุณลุงคนขาย
“อะ ชิมไหมอร่อยน้า” เมื่อได้ไอศกรีมมาแล้วแก้มใสก็ยื่นไปให้น้องชายชิมแต่เก้าทัพกลับส่ายหน้า เขาไม่ชอบกินอะไรที่หวาน ๆ มันเลี่ยนไปเขาไม่ชอบ
“นิดหนึ่งน้า นะ ๆ” แก้มใสยื่นไอศกรีมไปจ่อที่ปากของน้องชายก่อนที่เก้าทัพจะยอมอ้าปากรับไอศกรีม เพราะถ้าไม่กินแก้มใสคงงอแงให้เขากินไม่เลิกแน่ ๆ ตอนเด็กพ่อมักจะสอนว่ามีอะไรให้แบ่งกันเล่นแบ่งกันกิน นับตั้งแต่นั้นมาตุ๊กตาก็ซื้อมาสองตัวทั้ง ๆ ที่มันเป็นตุ๊กตาผู้หญิง
ของชอบของตัวเองก็ชอบป้อนเขาด้วยทุกครั้งจนโตมาก็ยังไม่ยอมเลิกป้อนสักที ยังดีหน่อยที่คิดได้ว่ามีน้องเป็นผู้ชายเขาเลยไม่เคยได้รับตุ๊กตาของเล่นผู้หญิงจากพี่สาวเขาอีกเลยตั้งแต่อายุ 15
“น่ารักจังเลยน้องพี่” แก้มใสยื่นปากมาจุ๊บแก้มเก้าทัพเหมือนที่เธอชอบทำมาตั้งแต่เด็ก ๆ ก่อนจะกัดไอศกรีมกินอย่างมีความสุข วันนี้มีแต่เรื่องสนุก ๆ ทั้งนั้นเลย
พลั่ก
“อะ ไอศกรีมของแก้มใส” เพราะมัวแต่เดินกินไอศกรีมไม่ได้ดูทางเดินทำให้แก้มใสถูกชนจากผู้ชายคนหนึ่งที่วิ่งมาด้วยความเร็วเข้าอย่างแรงจนเกือบล้ม ดีที่มีมือใหญ่ของใครบางคนจับแขนของเธอเอาไว้
ก่อนที่จะดึงร่างบางเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด กลิ่นกายหอมของบุรุษเพศ หอมเสียจนเธอเผลอสูดหายใจเข้าไปเต็มปอด ฮ่า สดชื่นจังเลย ผู้ชายอะไรตัวหอมจังกลิ่นเซ็กซี่ชะมัดขอกอดหน่อยน้า อิอิ
“ขอโทษครับ”
ผู้ชายที่วิ่งชนเธอรีบหันกลับมาก้มหัวขอโทษขอโพยก่อนที่จะรีบวิ่งจากไปเมื่อเห็นว่าแก้มใสไม่ได้เป็นอะไรมาก ส่วนเก้าทัพได้แต่อ้าปากค้างเมื่อพี่สาวสุดที่รักกำลังถูกใครบางคนกอดไว้ แถมพี่สาวเขายังกอดเอวผู้ชายคนนั้นอย่างแนบแน่นอีกต่างหาก เนียนไปอีกนะเรื่องเต๊าะผู้ชายเนี่ย พี่แก้มโว้ยปล่อยพี่เขาสักทีเซ่
ส่วนวายุได้แต่ทำหน้างง ๆ เมื่อสาวน้อยคนนั้นที่บังเอิญเจอกันครั้งนี้เป็นครั้งที่สามกำลังทำหน้าเคลิ้มพร้อมกับแนบแก้มนุ่ม ๆ ลงมาซบที่แผงอกแน่นที่เต็มไปด้วยซิกซ์แพ็กของเขา พอได้เห็นหน้ากันโดยที่ไม่มีอะไรมาเป็นอุปสรรควายุก็แย้มยิ้มออกมาน้อย ๆ ด้วยความอ่อนโยน
สาวน้อยคนที่กำลังซบหน้าอยู่ที่อกเขาน่ารักมาก แก้มเนียนใสแดงระเรื่อเต็มไปด้วยเลือดฝาด ริมฝีปากจิ้มลิ้มน่าจูบ ขนตาเรียงเป็นแพงอนยาวยามที่หลับตาพริ้ม ช่างเป็นความสวยและน่ารักที่ลงตัวจนทำเอาเขาเผลอใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ จนเขาต้องรีบดึงสติกลับมาคืนก่อนที่จะถามสาวน้อยในอ้อมแขน
“ไม่เป็นไรนะครับ”
เสียงหล่อเซ็กซี่ถามแก้มใสด้วยความเป็นห่วง เพราะเมื่อครู่แก้มใสโดนกระแทกจนเกือบล้ม ดีว่าเขาที่กำลังเดินสวนมาคว้าแขนไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นสาวน้อยคนนี้ได้หกล้มลงไปจับกบเป็นแน่ แถมกระโปรงยังสั้นเสียด้วยสิ หึหึ คิดภาพออกเลยว่าจะเป็นอย่างไร
“อะ เอ่อ”
หน้าสวยเบิกตากว้างน้อย ๆ อย่างตกตะลึงหัวใจดวงน้อยพลันเต้นกระหน่ำอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้ชายที่กอดเอวเธอไว้แน่น ความหล่อ ละมุน น่ารัก ฉายชัดบนใบหน้าผู้ชายคนนี้ มีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมด
งื้อออ ชอบอะ ชอบ ขอจีบได้ไหมคะพี่จ๋า
“น้องครับ ไม่เป็นไรนะครับ” วายุยิ้มน้อย ๆ ถามสาวน้อยที่กำลังเบิกตากว้างอ้าปากน้อย ๆ เหมือนกำลังตกใจซ้ำอีกครั้งหนึ่งก่อนที่เก้าทัพจะเดินมากระชากแขนพี่สาวออกจากอ้อมแขนไอ้หน้าหล่อที่กำลังยิ้มกระชากใจให้พี่สาวของเขาอยู่
“พี่สาวผมสบายดีครับไม่เป็นอะไรมาก แค่อาจจะตกใจในความหล่อของพี่มากไปแค่นั้นเอง”
เก้าทัพบอกผู้ชายตัวสูงที่อยู่ตรงหน้าก่อนที่จับมือแก้มใสที่เอาแต่มองหน้าผู้ชายคนนั้นไม่ยอมหยุด น้องชายตัวโตรีบลากแขนพี่สาวออกมาทันที พี่จะมาตกหลุมรักผู้ชายที่นี่ไม่ได้นะเว้ยพี่แก้ม ส่วนวายุถึงกับยิ้มขำให้กับความหวงพี่สาวของหนุ่มน้อยที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะเดินจากไปเงียบ ๆ
“เก้า หล่ออะเขาชอบ กลับไปขอเบอร์ก่อนได้ไหม”
เมื่อโดนน้องชายลากแขนมาสักพักแก้มใสก็เหมือนเพิ่งได้สติรีบหันกลับไปก่อนจะพบว่าผู้ชายคนนั้นหายไปแล้ว
“พี่แก้ม ไหนว่าพาเก้ามาดูเขาแข่งรถไง ทำไมถึงโดนผู้ชายตกไปได้ล่ะเนี่ย”
เก้าทัพเกาหัวด้วยความงง ปกติพี่สาวเขาชอบผู้ชายยากมากเพื่อนที่คณะก็มีแต่ผู้ชายหล่อ ๆ แถมมีคนแอบชอบพี่แก้มตั้งหลายคน ไม่รู้ทำไมถึงได้มาโดนผู้ชายที่ช่วยตัวเองไว้ตกได้ง่าย ๆ ล่ะเนี่ยไม่เข้าใจจริง ๆ แต่เขาก็ยอมรับนะว่าผู้ชายคนเมื่อกี้หน้าตาดีมากจริง ๆ คนอะไรทั้งหล่อและน่ารักได้ในเวลาเดียวกัน
“แล้วจะได้เจอกันอีกไหมเนี่ย” หน้าสวยเศร้าลงเล็กน้อย พยายามมองหาผู้ชายคนเมื่อกี้ แต่ก็ไร้วี่แวว ถ้าเธอหันกลับไปมองสักนิดเธอกับเขาคงไม่มีทางจากกันมาทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ทำความรู้จักกันแน่นอน
“ปะ ไปเถอะจะเริ่มแข่งแล้วเนี่ย” เก้าทัพบอกพี่สาวก่อนจะจูงแขนแก้มใสเดินไปนั่งบนอัฒจันทร์เพื่อรอชมการแข่งขันรถ ที่พวกเขาชอบมาที่นี่เพราะแก้มใสชอบความเร็วและชอบดูการแข่งรถมาตั้งแต่เด็ก
พอโตมาก็มาหัดขับรถที่สนามบ้าง แต่ยังไม่เคยลงแข่งสักที ส่วนตัวเขาก็ชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วทั้งความเร็วและความแรงมันดูท้าทายดี เพราะโดนพี่กายปลูกฝังหรือเสี้ยมหรือเปล่าก็ไม่รู้ตามที่พ่อของเขาชอบว่าให้พี่กายบ่อย ๆ
“หายไปเสียนานเชียว ไปโดนสาวที่ไหนตกมาหรือเปล่าเนี่ยวายุ”
เควินที่เห็นวายุหายไปนานเอ่ยถามยิ้ม ๆ วายุจะอมยิ้มน้อย ๆ เมื่อคิดไปถึงใบหน้าสวยเนียนใสของใครบางคนที่เขาเพิ่งจากมา สวย น่ารัก แต่ก็แอบห้าวตีนในคน ๆ เดียวกัน ภาพที่สาวน้อยคนนี้เอาขวดเหล้าฟาดหัวผู้ชายที่ผับเขายังคงจำไม่ลืม
“ไม่มีอะไรหรอกแค่เดินชนคนน่ะ” บอกเพื่อนยิ้ม ๆ ก่อนที่จะเปิดประตูรถขึ้นเข้าไปนั่งแล้วขับไประจำที่จุดสตาร์ททันที ทิ้งให้เควินส่ายหน้ายิ้ม ๆ ตามหลังเพื่อนไป ยิ้มทั้งปากทั้งตาแบบนี้แปลว่าต้องมีเรื่องที่ทำให้วายุอารมณ์ดีมีความสุขมาแน่นอน
ปัง!!
เสียงสัญญาณดังขึ้นก่อนที่รถทั้งสองคันจะเริ่มออกตัวด้วยความเร็ว เก้าทัพนั่งมองการแข่งขันรถด้วยความตื่นเต้นพอ ๆ กับแก้มใสที่หันกลับมาสนใจการแข่งขันที่อยู่ตรงหน้า รถคันสีดำแต่งโคตรสวยมันสะดุดตาเธอมาก หญิงสาวรู้สึกชอบอย่างบอกไม่ถูกก่อนที่สุดท้ายแล้วรถคันสีดำที่เธอชอบจะวิ่งผ่านหน้าเธอเข้าเส้นชัยไป เธอกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจทันที เพราะทักษะการขับรถของคนที่อยู่ในรถดีมากเสียจนต้องบอกว่าเก่งกาจเชียวล่ะ แถมยังทิ้งห่างคู่แข่งจนแทบไม่เห็นฝุ่น
ประตูรถด้านคนขับเปิดออกมาปรากฏร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาวกับกางเกงสแล็กส์สีเดียวกันตัดกับผิวขาว ๆ ก่อนที่ใบหน้าหล่อจะหันมาทางแก้มใสที่กำลังนั่งจ้องอยู่ สาวน้อยเบิกตากว้างด้วยความตกใจผู้ชายคนที่เธอตามหาอยู่ตรงนี้นี่เอง ดวงตาคมกริบเสมองมาทางที่แก้มใสกำลังนั่งอยู่ คุณหมอนักแข่งส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนมาให้หญิงสาวเพียงครู่แล้วหันกลับไปคุยกับคู่แข่งที่เพิ่งขับรถตามเข้ามาจอด
ส่วนแก้มใสนั้นหัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะแค่เพียงได้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาและรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนของเขาอีกครั้ง ใจของเธอก็สั่นไหวอย่างรุนแรงความรู้สึกนี่มันอะไรกัน มันคืออะไรกันนะ
“หรือเธอจะหลงรักรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนนั่นเข้าให้แล้วนะแก้มใส”
“แก พี่หมอวายุชนะอีกแล้วเหรอ โคตรเท่อะ ฉันล่ะอย่างชอบ หล่อ โสด โคตรรวย แถมยังไม่มีแฟนอีก ทำอย่างไรถึงจะได้มีโอกาสไปนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถของพี่เขาอะ”
เสียงผู้หญิงข้าง ๆ คุยกันเสียงดังจนแก้มใสได้ยิน คนที่ชนะชื่อพี่หมอวายุเหรอ ชื่อน่ารักจัง แถมยังยิ้มน่ารักอีกด้วย
งื้อ เธอชอบเขาเข้าแล้วทำอย่างไรดี
“พี่หมอวายุเหรอ” แก้มใสพึมพำเสียงเบาก่อนหันมองไปข้างหน้าอีกครั้งก็พบว่าคุณหมอวายุที่ผู้หญิงเมื่อกี้พูดถึงหายไปแล้ว หน้าสวยเศร้าลงเล็กน้อยก่อนที่เก้าทัพจะชวนพี่สาวกลับบ้าน เพราะถ้าหากว่ากลับช้าไม้เรียวของแม่ที่รักได้ฟาดจนขาลายแน่ ๆ
“เฮ้อ ถ้ามีโอกาสเราคงได้พบกันนะคะ” แก้มใสมองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกที่วูบโหวงในใจเล็กน้อยก่อนที่จะเดินจูงมือกันกับเก้าทัพเพื่อไปขึ้นรถกลับบ้าน บ้านที่มีแม่ขากับพ่อขารออยู่
หวังว่าสักวันเราจะได้เจอกันนะคะพี่วายุ แก้มใสภาวนาขอให้มีวันนั้น ถ้าเจอกันอีกครั้งแก้มใสจะไม่ปล่อยให้พี่หายไปจากสายตาแบบนี้อีกเด็ดขาด
“รอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนของพี่หมอ แก้มใสต้องเป็นเจ้าของให้ได้”