ตอน 2

วันต่อมา หลังจากที่พิมพ์มาดากลับจากมหาวิทยาลัย เธอก็รีบเตรียมอาหารเย็นไว้ให้ยายแล้วก็เตรียมตัวที่จะไปทำงาน ใบหน้ารูปไข่ที่ไม่ต้องแต่งเติมอะไรให้มากนักก็ยังดูสวยโดดเด่น เธอเก็บชุดทำงานใส่กระเป๋าเพื่อจะไปเปลี่ยนที่ทำงาน เพราะขืนใส่ชุดนี้เดินไปเรียกวินมอเตอร์ไซค์ มีหวังคงโดนมองตั้งแต่ท้ายซอยยันปากซอย

“ยายจ๋า หนูไปทำงานแล้วนะจ๊ะ ข้าวเย็นหนูวางไว้ให้แล้ว ยายกินเสร็จถ้าง่วงก็นอนได้เลยนะ ไม่ต้องรอหนู”

“ไปดีมาดีนะลูก กลางค่ำกลางคืนก็ระวัง ๆ ตัวหน่อย มันอันตราย”

“จ้ะยาย ยายไม่ต้องเป็นห่วงนะ หนูจะดูแลตัวเองอย่างดีเลย”

พิมพ์มาดาหอมแก้มที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นของผู้เป็นยายฟอดใหญ่แล้วก็เดินออกมาจากบ้านเพื่อจะไปขึ้นรถหน้าปากซอย

ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที พิมพ์มาดาก็มาถึงหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เป็นที่ทำงานใหม่ของเธอ ยืนกดกริ่งอยู่ไม่นาน ก็มีผู้หญิงที่คงจะเป็นแม่บ้านเหมือนกันมาเปิดประตูให้

“แม่บ้านคนใหม่ใช่ไหมเราน่ะ มาทางนี้ ไปเปลี่ยนชุด จะได้เตรียมอาหารเย็นไปให้คุณท่าน”

พิมพ์มาดาเดินตามหลังไปอย่างว่าง่าย เท่าที่สังเกตดู เหมือนเธอจะอายุน้อยที่สุดในแม่บ้านที่เธอเห็นทั้งหมด

ในห้องเปลี่ยนชุดพิมพ์มาดาในชุดเมดแขนตุ๊กตาสีดำขาว มีผ้ากันเปื้อนลูกไม้ผูกไว้ที่เอวอย่างกับในหนังไม่มีผิด เธอหันซ้ายหันขวาเช็คความเรียบร้อยเสร็จแล้ว ก็รีบไปยังห้องครัวที่คุณน้าแม่บ้านแจ้งไว้เมื่อกี้นี้

“นี่อาหารของคุณท่าน เธอยกไปเสิร์ฟได้เลยนะ เดินระวัง ๆ ล่ะ อย่าให้หกเด็ดขาด”

“รับทราบค่ะ หนูจะระวังอย่างดีเลยค่ะ”

พิมพ์มาดารับคำแล้วก็เดินมาตามทางเพื่อไปยังห้องของคุณท่าน ขณะที่เดินมาเธอก็พิจารณาเมนูอาหารที่อยู่ในถาด ทั้งไก่อบ ไข่ยางมะตูม ผัดผัก แล้วก็เนื้อตุ๋น ซึ่งบางอย่างมันดูจะย่อยยากไปหน่อยสำหรับคนที่มีอายุแล้ว

“คุณท่านคะ หนูเอาอาหารมาเสิร์ฟค่ะ”

เธอกดสปีคเกอร์ที่อยู่หน้าห้องเพื่อแจ้งกับคนข้างใน

“เข้ามาแล้วก็วางไว้ที่โต๊ะตรงนั้นแหละ”

ประตูบานใหญ่เปิดออกอัตโนมัติให้เธอเดินเข้ามาข้างใน แต่เธอกลับไม่เห็นใครเลยสักคน มีเพียงโต๊ะที่ใช้สำหรับทานอาหารตั้งอยู่เท่านั้น

“เสร็จแล้วก็ออกไป จะยืนอยู่ทำไมอีก”

เสียงทุ้มนั้นดังมาจากหลังม่านสีดำที่กั้นระหว่างส่วนที่เธอยืนอยู่กับอีกด้าน

“เอ่อ คือคุณท่านคะ หนูขอเสนออะไรสักหน่อยจะได้ไหมคะ”

ทีแรกก็ไม่แน่ใจว่าจะพูดดีไหม แต่พิมพ์มาดารู้สึกว่าเธออยากจะทำหน้าที่ดูแลคุณท่านให้ดีที่สุด ก็เพื่อหน้าที่การงานที่มั่นคงของตัวเองด้วยนั่นแหละ

“มีอะไรจะเสนอก็รีบ ๆ พูดมา”

ฟังดูเหมือนคนหลังม่านจะเริ่มหงุดหงิด เธอจึงรีบพูดในสิ่งที่อยากจะเสนอออกไปอย่างรวดเร็ว

“คือคุณท่านทานอาหารประเภทนี้ประจำเลยหรือเปล่าคะ พอดีหนูคิดว่าในคนที่มีอายุแล้วอาหารบางอย่างค่อนข้างที่จะย่อยยาก ควรจะเลี่ยงการทานบ่อย ๆ จะดีกว่าค่ะ”

“อย่างนั้นเหรอ”

ครั้งนี้เหมือนเจ้าของเสียงทุ้มจะสนใจในสิ่งที่เธอเสนออยู่ไม่น้อย เพราะฟังจากน้ำเสียงแล้วเปลี่ยนไปจากเมื่อกี้อยู่มาก

“ถ้างั้นจากนี้ไปเธอเป็นคนรับผิดชอบอาหารเย็นให้ฉันก็แล้วกัน เธอบอกว่าทำอาหารได้นี่ คงไม่ลำบากเกินไปใช่ไหม”

“คะ หนูเหรอคะ”

“หรือว่าทำไม่ได้”

“ได้ค่ะ ได้แน่นอนค่ะ หนูจะตั้งใจทำเมนูที่ดีต่อสุขภาพให้คุณท่านทุกวันเลยค่ะ”

พิมพ์มาดารีบรับปากทันที ก็แน่ล่ะ ถ้าขืนเธอบอกว่าทำไม่ได้แล้วโดนไล่ออกจะทำยังไง

/////

หลังจากแม่บ้านคนใหม่ออกจากห้องไป อาร์เดนก็เปิดผ้าม่านสีดำทึบออกมานั่งลงที่โต๊ะทานข้าว จู่ ๆ รอยยิ้มเล็ก ๆ ก็ปรากฎขึ้นมาบนใบหน้านิ่งเฉยที่น้อยครั้งนักจะเปื้อนรอยยิ้ม เขาตักอาหารเข้าปากทีละคำ พลางในหัวก็กำลังคิดถึงเมนูอาหารมื้อต่อ ๆ ไปที่แม่บ้านตัวเล็กจะทำมาให้ แค่คิดหัวใจข้างในก็เหมือนจะพองโตขึ้นมาแปลก ๆ อาร์เดนยกมือขึ้นมากุมไว้ที่หน้าอกข้างซ้าย อวัยวะที่อยู่ภายในเต้นเร็วจนแทบจะนับจังหวะไม่ได้ แค่สาวใช้คนเดียวทำไมถึงทำให้หัวใจเต้นแรงขนาดนี้..

พิมพ์มาดาเดินกลับมายังห้องครัวเพื่อที่จะเอาถาดเปล่ามาเก็บและจะได้ถามเกี่ยวกับการเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหารให้คุณท่านในวันถัดไป

“น้าวิคะ ปกติวัตถุดิบที่จะทำอาหารให้คุณท่านใครเป็นคนไปซื้อเหรอคะ”

วิภา หันมามองหน้าเธอก่อนที่จะเริ่มตอบ

“ตอนเช้าจะมีแม่บ้านอีกชุดหนึ่งไปซื้อ จะทำอะไรให้คุณท่านทานก็เขียนใส่กระดาษแปะเอาไว้ตรงกระดานโน้ตตรงโน้น แล้วก็จะมีคนไปซื้อวัตถุดิบมาให้ ว่าแต่จะถามทำไม”

แม่บ้านรุ่นพี่ตอบคำถามของพิมพ์มาดา แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าแม่บ้านใหม่อย่างเธอจะอยากรู้ไปทำไม

“พอดีตั้งแต่วันพรุ่งนี้คุณท่านให้หนูเป็นคนจัดอาหารเย็นให้ท่านค่ะ”

พิมพ์มาดาตอบเสร็จก็เดินไปจดรายการสิ่งที่ต้องการลงบนกระดาษแล้วก็แปะลงบนกระดานโน้ตตามคำบอกของวิภา

วันต่อมา พิมพ์มาดารีบมาทำงานเร็วกว่าเมื่อวาน เพราะต้องมาเตรียมทำอาหารเย็นให้คุณท่านตามคำสั่งที่ได้รับมา เรื่องทำอาหารสำหรับคนสูงวัยนั้นเป็นงานถนัดของเธอเลยก็ว่าได้ เพราะเธอต้องทำอาหารให้คุณยายทานทุกวัน

พิมพ์มาดาจัดแจงเตรียมวัตถุดิบที่แม่บ้านตอนเช้าซื้อมาให้ แล้วก็รีบลงมือทำทันที ใช้เวลาแค่ชั่วโมงนิด ๆ เมนูอาหารทั้งสามอย่างก็เสร็จพร้อมเสิร์ฟทันเวลา

สองมือเล็กถือถาดอาหารอย่างระมัดระวังเดินตรงไปยังห้องของคุณท่าน เมื่อมาถึงเธอก็แจ้งให้คนที่อยู่ข้างในทราบ

“คุณท่านคะ อาหารเย็นมาเสิร์ฟแล้วค่ะ”

ประตูบานใหญ่เปิดออกให้อัตโนมัติ พิมพ์มาดาวางถาดอาหารลงบนโต๊ะตัวเดิมแล้วจัดแจงวางจานและช้อนส้อมไว้อย่างเรียบร้อย

“วันนี้เมนูอะไร”

เสียงทุ้มที่ดังมาจากหลังม่านทำเอาเธอขนลูกซู่ทุกครั้งที่ได้ยิน น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบและทรงพลังจนทำให้คนฟังประหม่า

“วันนี้มีปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว ฟักทองผัดไข่ แล้วก็แกงเลียงกุ้งสดค่ะคุณท่าน เมนูอาจจะไม่หรูหราเท่าไหร่ แต่หนูรับรองได้ว่าดีต่อร่างกายคุณท่านแน่นอนค่ะ เพราะหนูทำให้คุณยายทานบ่อย ๆ แล้วก็อร่อยมากด้วยนะคะ”

อาร์เดนที่อยู่หลังม่านแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว ที่จนถึงตอนนี้พิมพ์มาดายังคิดว่าเขาเป็นตาแก่อายุเยอะ นี่แสดงว่าเธอไม่ได้สอดรู้สอดเห็นเรื่องเจ้านายแม้แต่น้อย เพราะหากแค่ถามมาตินก็คงจะรู้แล้วว่าตัวเขานั้นอายุเพียง 32 ปี

“อืม ขอบใจ ออกไปได้แล้ว”

“ค่ะ คุณท่าน”

หลังจากพิมพ์มาดาออกไปและประตูห้องปิดลง อาร์เดนก็เปิดม่านออกมานั่งลงที่โต๊ะทานข้าว เขามองดูเมนูอาหารที่ธรรมดาอย่างที่คนทำบอก แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกว่าอยากจะกินให้หมดจนไม่เหลือแม้แต่นิดเดียว รอยยิ้มฉาบบนใบหน้าเขาอีกครั้งเมื่อตักอาหารคำแรกเข้าปาก มันอร่อยอย่างที่เธอคุยเอาไว้ไม่มีผิด..

/////////////

ตอน 3

พิมพ์มาดาเข้ามาทำงานในคฤหาสน์ของอาร์เดนได้เกือบหนึ่งเดือนแล้ว และทุกวันเธอจะทำอาหารเย็นไปเสิร์ฟให้เขาตามคำสั่ง พิมพ์มาดาจะเรียกชายข้างหลังม่านว่าคุณท่านเพียงเท่านั้น เธอไม่รู้และไม่ได้คิดอยากจะรู้ด้วยซ้ำว่าเขาชื่ออะไร หน้าที่มีแค่ไหนเธอก็ทำแค่นั้นไม่เคยอยากรู้อยากเห็นจนเกินหน้าที่

วันนี้ก็เช่นเดิม เมนูอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงวัยถูกยกเข้ามาในห้องแล้ววางลงบนโต๊ะตัวเดิม

ว้าย! เพล้ง! โอ้ย! ขณะที่กำลังจัดจานอาหารบนโต๊ะอยู่นั้น พิมพ์มาดาเผลอเอามือไปปัดแก้วน้ำที่วางอยู่ข้าง ๆ โดยไม่ตั้งใจจนตกลงพื้น แก้วน้ำแตกกระจัดกระจาย เมื่อเธอพยายามจะก้มเก็บเศษแก้วก็ดันบาดมือเธอเข้าให้

“เกิดอะไรขึ้น!”

จู่ ๆ ก็มีผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาออกมาจากหลังผ้าม่าน คนที่กำลังเก็บเศษแก้วอยู่เงยหน้าขึ้นมองแล้วก็แน่นิ่งไป

“ทำไมหล่อขนาดนี้เนี่ย” พิมพ์มาดาพูดกับตัวเองเพียงเบา ๆ โดยไม่สนนิ้วมือตัวเองที่เลือดยังไหลไม่หยุด เขาตัวสูงใหญ่ ตาเฉี่ยวคม นัยน์ตาสีน้ำตาลเทา ทั้งหล่อ ทั้งเท่ แถมยังดูน่ากลัวในเวลาเดียวกัน

“ฉันถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้ยินหรือไง” เสียงทุ้มนั้นถามย้ำอีกครั้งพิมพ์มาดาถึงได้สติกลับมา

“เอ่อ คือหนูแค่ทำแก้วแตกค่ะ ไม่มีอะไรมากค่ะ เดี๋ยวหนูจะรีบเก็บเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” เสียงหวานละล่ำละลักตอบแล้วก็จะก้มลงไปเก็บเศษแก้วที่เหลืออีกครั้ง

“ไม่ต้องแล้ว เลือดออกขนาดนั้นมาใส่ยาก่อน” มื้อหนาคว้าข้อมือเล็กเอาไว้แล้วออกแรงลากให้เธอเดินตามไป

แค่เขาจับที่ข้อมือเธอ พิมพ์มาดาก็แทบจะเป็นลมล้มฟุบลงตรงนี้เสียให้ได้ ทั้งใจที่เต้นเร็วระรัวอยู่ข้างในอีก เขาเป็นใครกันทำไมถึงได้น่าหลงใหลขนาดนี้

“คุณ เดี๋ยวค่ะ จะไปไหนคะ” พิมพ์มาดาหยุดเดินตามเมื่อเขาทำท่าจะเปิดผ้าม่านสีดำพาเธอเข้าไปข้างใน

“ก็จะช่วยทำแผลให้เธอไง”

“แต่เข้าไปในนี้จะดีเหรอคะ เดี๋ยวคุณท่านจะว่าเอานะคะ” พิมพ์มาดาถามขึ้นด้วยความประหม่า ก็คุณท่านอยู่หลังม่านนั่น ถ้าจู่ ๆ เธอเข้าไปโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต จะไม่ถูกไล่ออกจากงานเลยเหรอ

“ไม่ว่าหรอก ฉันอนุญาต” คนตัวสูงตอบแค่นั้นก็จูงเธอเดินเข้าไปข้างในต่อ

ข้างหลังผ้าม่านสีดำที่เธอไม่เคยเข้ามา เป็นห้องทำงานขนาดใหญ่ มีโต๊ะทำงานและเก้าอี้หรูหราเข้าเซ็ตกัน มีตู้เก็บหนังสือ แล้วก็มีประตูอีกสองบานที่สามารถทะลุไปที่ไหนสักที่

อาร์เดนพาเธอมานั่งลงตรงเก้าอี้มุมห้องใกล้ ๆ ตู้ยา ระหว่างที่กำลังหยิบอุปกรณ์ทำแผล สายตาคมเหลือบมองหญิงสาวตัวเล็กเป็นระยะ เธอทั้งสวยและน่ารัก ตัวก็เล็กนิดเดียว น่าหมั่นเขี้ยวชะมัด

เขาวางอุปกรณ์ลงบนโต๊ะแล้วก็นั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆ เธอ ส่วนคนตัวเล็กก็ยังสอดส่ายสายตามองไปมาจนทั่วห้อง

“เธอกำลังมองหาอะไร” อาร์เดนถามขึ้นพร้อมกับจับนิ้วมือเรียวเล็กที่โดนบาดขึ้นมาดูอย่างแผ่วเบา

“หนูกำลังมองหาคุณท่านค่ะ หนูคิดว่าท่านจะนั่ง หรือว่านอนอยู่หลังม่านนี้เสียอีก” พิมพ์มาดาตอบคำถามด้วยแววตาใสซื่อ ส่วนอาร์เดนได้แต่อมยิ้มแล้วก็กลั้นขำเอาไว้ในใจ

“แสบหน่อยนะ”

“อ๊ะ แสบ แสบ” อาร์เดนหยดยาใส่แผลทันทีที่เขาพูดจบ ทำเอาพิมพ์มาดาร้องเสียงหลงเมื่อยาโดนแผล

“อยู่นิ่ง ๆ สิ จะเสร็จแล้ว” เสียงทุ้มลึกนั้นพูดกับเธอ แล้วก็ใช้สายตาจ้องมองลึกเข้ามาข้างในดวงตาคู่สวย เหมือนดั่งต้องมนต์เมื่อได้สบสายตา พิมพ์มาดานั่งนิ่งยอมให้เขาใส่ยาแต่โดยดี

“ขอบคุณมากนะคะ จะว่าไปคุณก็ทำแผลเก่งเหมือนนะเนี่ย” หญิงสาวยกนิ้วตัวเองที่พันไว้ด้วยผ้าพันแผลอย่างประณีตขึ้นมาดูพร้อมกับเอ่ยชมคนตรงหน้า เพียงแค่คำชมเล็ก ๆ ทำเอาชายหนุ่มถึงกับหน้าเปลี่ยนสี

“ว่าแต่ คุณเป็นใครเหรอคะ ทำไมถึงอยู่ในห้องนี้ หรือว่าเป็นคนที่คอยดูแลคุณท่านอีกทีคะ” เพราะพิมพ์มาดาไม่ได้คิดว่าคนตรงหน้าคือเจ้านาย เธอถึงได้กล้าพูดกล้าถาม

“ฉันก็เป็นคนที่คุยกับเธอทุกวันเวลาเธอเอาอาหารมาเสิร์ฟยังไงล่ะ” อาร์เดนพูดเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นเอาอุปกรณ์ทำแผลไปเก็บ

“คุยด้วยทุกวันเหรอคะ แต่ทุกวันที่หนูเอาอาหารมาเสิร์ฟหนูคุยแค่กับคุณท่าน คน คน เดียว นะ คะ” คำพูดเริ่มเชื่องช้าเมื่อสมองเริ่มปะติดปะต่อได้ว่าคนที่เธอกำลังสนทนาด้วยอยู่ตอนนี้เป็นใคร นัยน์ตาสวยช้อนมองขึ้นสบตาคนตัวสูงอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจในความคิด

“อืม ฉันเอง”

“คะ คุณท่าน” พิมพ์มาดาลุกพรวดจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่แล้วมายืนสงบนิ่งก้มหน้าก้มตาอยู่ข้างหน้าอาร์เดน ..ซวยแล้วพิมพ์เอ้ย ตกงานแน่แล้ว.. เธอคิดในใจ

“ทำไมนิ่งไปแล้วล่ะ ทีเวลาเอาอาหารมาเสิร์ฟล่ะพูดแจ้ว ๆ ไม่หยุด” อาร์เดนก้าวเท้าเข้ามาหาพิมพ์มาดาช้า ๆ ส่วนเธอก็รีบขยับเท้าเล็กก้าวถอยหลังเช่นกัน

“ก็หนูคิดว่าคุณท่าน เป็น เอ่อ เป็น..”

“เป็นตาแก่อายุมากที่ต้องมีคนคอยดูแลใช่ไหม” ชายหนุ่มมาหยุดยืนตรงหน้าเธอพอดิบพอดี โดยที่พิมพ์มาดาไม่มีทางให้ถอยหนีได้อีก เพราะตอนนี้แผ่นหลังเล็กนั้นชนเข้ากับตู้เก็บหนังสือพอดี

“ก็หนูเห็นทุกคนเรียกว่าคุณท่าน ก็เลยคิดว่าแบบนั้นค่ะ ขอโทษนะคะ” เสียงหวานตอบอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียงนัก สายตาก้มลงมองพื้นข้างล่างอย่างคนกำลังทำความผิด

“มือเจ็บใช่ไหม พรุ่งนี้ไม่ต้องทำกับข้าว เอาไว้หายแล้วค่อยทำ” พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นมามองผู้ชายตรงหน้า คิ้วโก่งคลายปมประหม่าลง เขาไม่โกรธ แถมยังท่าทางใจดีมากด้วย

“ขอบคุณนะคะ หนูจะรีบหายแล้วกลับมาทำกับข้าวให้คุณท่านนะคะ” รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าของเธอ ทำเอาอาร์เดนถึงกับชะงักนิ่ง แค่เธอยิ้มก็ทำให้เขาแทบจะหยุดหายใจให้ได้

พิมพ์มาดาออกจากห้องไปแล้ว อาร์เดนนั่งลงที่เก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ในหัวก็เอาแต่ฉายภาพรอยยิ้มนั้นซ้ำ ๆ เกิดมาจนอายุ 32 ปี ผ่านผู้หญิงมาก็มาก แต่คนที่ทำให้หัวใจด้านชาเต้นแรงขนาดนี้ได้ดันเป็นเพียงสาวใช้ในบ้าน

“บ้าไปแล้ว” อาร์เดนสบถกับตัวเองเบา ๆ ก่อนที่จะหันไปจดจ่อกับเอกสารมากมายที่กองอยู่บนโต๊ะแทน หากไม่หาอะไรทำ คืนนี้ทั้งคืนเขาคงได้แต่นั่งคิดถึงใบหน้าหวาน ๆ ของพิมพ์มาดาเป็นแน่

หลังจากออกมาจากห้องของคุณท่าน พิมพ์มาดาก็เอาแต่นั่งเหม่อลอยมองผ้าพันแผลที่อยู่บนนิ้วนางข้างขวาของตัวเอง ไม่คิดว่าคุณท่านที่เธอทำอาหารให้เขาทานทุกวันจะหล่อและดูดีขนาดนี้ ..หล่อจนใจเจ็บมันเป็นแบบนี้เองสินะ..

“คิดอะไรอยู่เนี่ยพิมพ์” ใบหน้าเล็กส่ายไปมาเพื่อสลัดความคิดที่กำลังวนเวียนอยู่กับใบหน้าของชายหนุ่มให้ออกไปจากหัว แต่มันก็ยากจริง ๆ ก็เขาหล่อราวกับเทพปั้นใครจะไปลืมใบหน้านั้นได้ลง

//////

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED