...รับสมัครแม่บ้านดูแลคุณท่าน 1 อัตรา อายุ 20-25 ปี รูปร่างพอดี ไม่อ้วน ถ้ามีประสบการณ์ในการทำงานจะพิจารณาเป็นพิเศษ ทำงาน 18.00 น.- 00.00 น. ทุกวัน เงินเดือน 45,000 บาท มีเงินเพิ่มสำหรับงานพิเศษ...
พิมพ์มาดา หรือพิมพ์ กำลังยืนอ่านป้ายรับสมัครงานที่ติดไว้หน้าบ้าน แต่เท่าที่เห็นควรจะเรียกว่าคฤหาสน์เสียมากกว่า เพราะมันใหญ่โตเหลือเกิน ทั้งยังสวยงามราวกับปราสาทในหนังที่เธอเคยดูบ่อย ๆ
“เรามีคุณสมบัติครบเลยนี่นา”
พิมพ์มาดายืนพูดอยู่กับตัวเองหน้าป้าย หญิงสาวอายุ 20 ปี พอดิบพอดี รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นส่วนเว้าส่วนโค้งเด่นชัด ทั้งยังเวลาในการทำงานนั้นก็ไม่รบกวนกับเวลาเรียนและเวลาที่เธอจะต้องดูแลคุณยายเพียงคนเดียวของตัวเองอีกด้วย
พิมพ์มาดากดกริ่งที่อยู่หน้าประตูคฤหาสน์หลังนั้นไม่นานก็มีคนมาเปิดประตู เขาเป็นผู้ชายที่น่าจะอายุราว 30 ปี ใส่ชุดที่ดูเหมือนไม่น่าจะใช่พ่อบ้านธรรมดาแน่นอน
“สวัสดีค่ะ พอดีหนูเห็นป้ายรับสมัครงานน่ะค่ะ ก็เลยอยากจะลองสมัครดูค่ะ”
รอยยิ้มหวานคลี่ให้คนตรงหน้าอย่างเป็นมิตร เขายืนมองพิจารณาเธออยู่ครู่เดียวก็เปิดประตูให้เธอเข้ามาข้างใน
“เข้ามาสิ แต่จะได้ทำงานหรือเปล่าก็ขึ้นอยู่กับคุณท่านนะ เพราะท่านจะเป็นคนพิจารณาเองทั้งหมด”
“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหาค่ะ”
สองเท้าก้าวเดินตามคนข้างหน้าโดยเว้นระยะไว้พอสมควร ส่วนดวงตาคู่สวยก็หันมองซ้ายมองขวาไม่หยุด ภายในตัวคฤหาสน์แม้จะสวย แต่ก็ดูน่ากลัวอยู่ในตัว แถมบรรยากาศก็มืดมนแปลก ๆ มีเพียงแสงไฟสลัว ๆ ที่เปิดอยู่ตามทางเดิน ทางที่เธอเดินผ่านมีแม่บ้านคนอื่นทำงานอยู่บ้าง และทุกคนก็ใส่ชุดยูนิฟอร์มแม่บ้านอย่างกับในหนังแถบตะวันตกทุกคน
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ”
พิมพ์มาดาชะงักฝีเท้าแทบไม่ทันจนเกือบจะชนกับคนข้างหน้า เมื่อผู้ชายที่เดินนำอยู่หยุดเดิน ก็เพราะมัวแต่มองนั่นมองนี่เพลินจนลืมมองข้างหน้าน่ะสิ เมื่อสังเกตดี ๆ ก็เห็นว่าเธอหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้อง ๆ หนึ่ง บานประตูไม้ 2 บาน ทั้งใหญ่ทั้งสูงราวกับประตูวังไม่มีผิด ทั้งยังสลักลวดลายงูตัวใหญ่แลดูน่ากลัวไว้อีก
“คุณท่านอยู่ข้างในห้องนี้ แต่เธอยืนอยู่ตรงนี้ก็พอ หน้าประตูมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ ท่านสามารถมองเห็นเธอจากข้างในได้ ..คุณท่านครับ มีคนมาสมัครงานครับ..”
เขาพูดกับเธอเสร็จ ก็หันไปพูดกับสปีคเกอร์ที่ติดอยู่ตรงข้างประตู เสร็จแล้วก็เดินออกไปทิ้งให้พิมพ์มาดายืนอยู่หน้าประตูห้องเพียงคนเดียว
“แนะนำตัวเองว่าทำไมฉันถึงต้องรับเธอเข้าทำงาน”
เสียงทุ้มลึกแต่ทรงพลังดังผ่านลำโพงตัวเล็กที่ติดอยู่หน้าประตูห้อง แค่ได้ยินเสียงก็ทำเอาพิมพ์มาดาขนลุกซู่ แต่เพื่อเงินเดือนที่สูงมากเมื่อเทียบกับงานอื่น ๆ เธอก็จำเป็นต้องทำใจดีสู้เสือเข้าไว้
“สวัสดีค่ะคุณท่าน หนูชื่อพิมพ์มาดานะคะ เรียกสั้น ๆ ว่าพิมพ์ค่ะ อายุ 20 ปีเต็ม หนูมีคุณสมบัติตามที่คุณท่านต้องการทุกอย่างค่ะ หนูอายุไม่เกิน ไม่อ้วน ทำงานบ้านได้ ทำอาหารได้ แล้วก็มีประสบการณ์ในด้านดูแลผู้สูงอายุค่ะ”
พิมพ์มาดาแนะนำตัวเองอย่างละเอียด ภายในใจตอนนี้เต้นแรงยิ่งกว่าตอนที่เธอลุ้นลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งเสียอีก
“มีประสบการณ์ในด้านดูแลผู้สูงอายุอย่างนั้นเหรอ”
เสียงทุ้มของคนข้างหลังประตูพูดกับเธออีกครั้ง พิมพ์มาดาข่มความรู้สึกตื่นเต้นเอาไว้ข้างในใจแล้วก็รีบตอบกลับไปทันที
“ใช่ค่ะคุณท่าน พอดีหนูต้องดูแลคุณยายของหนูที่อายุมากแล้วค่ะ แล้วก็มีโรคประจำตัวด้วย หนูคิดว่าหนูน่าจะดูแลคนมีอายุอย่างคุณท่านได้ดีแน่นอนค่ะ”
“หืม?”
เสียงเบา ๆ ที่ลอดออกมาจากลำโพงนั้นทำเอาพิมพ์มาดาเย็นวาบไปทั้งตัว กำลังคิดว่าเธอพูดอะไรผิดไปเลยทำให้คุณท่านไม่พอใจหรือเปล่า
“ตกลงฉันรับเธอเข้าทำงาน พร้อมจะเริ่มงานเมื่อไหร่”
“ระ รับแล้วเหรอคะ”
“อืม”
“พร้อมค่ะ พรุ่งนี้มาเริ่มงานได้เลยค่ะคุณท่าน
“ดี พรุ่งนี้มาทำงาน ห้ามสายเด็ดขาด ฉันไม่ชอบคนไม่ตรงต่อเวลาเข้าใจไหม ยืนรอที่เดิมนั่นแหละ เดี๋ยวมาตินมาพาเธอไปเซ็นสัญญาทำงาน”
พิมพ์มาดาตื่นเต้นจนแทบทำตัวไม่ถูก เธอยืนรออยู่ไม่นานผู้ชายคนเดิมก็มาพาเธอเดินไปยังห้องเอกสาร และเธอก็ได้รู้ว่าผู้ชายหน้าเข้มคนนี้ชื่อมาติน
“เซ็นตรงนี้นะ แล้วนี่ก็ชุดของเธอ พรุ่งนี้มาเริ่มงานได้ มาเร็วหน่อยก็ดี เดี๋ยวจะให้แม่บ้านคนอื่นช่วยสอนงานให้”
พิมพ์มาดาพยักใบหน้าขึ้นลง แม้จะยังสงสัยกับเอกสารที่จะเซ็นสัญญาแต่เธอก็ไม่กล้าที่จะถาม เพราะในเอกสารนั้นมีเพียงข้อความเดียวอยู่บนหน้ากระดาษ
...ลักษณะงานมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับคำสั่งของคุณท่านเพียงคนเดียวเท่านั้น..
เธอจรดปลายปากกาและรีบเซ็นชื่อตัวเองลงไปทันที ขืนเธอชักช้าก็กลัวว่าจะโดนยกเลิกงานเสียก่อน
หลังจากพิมพ์มาดากลับไปแล้ว มาตินก็เดินกลับมายังห้องเดิมที่เขาพาพิมพ์มาดามาเมื่อกี้ ประตูบานใหญ่ที่สลักรูปงูไว้เปิดออกเพื่อให้เขาเข้าไปข้างใน
ภายในห้องใหญ่ อาร์เดน หนุ่มลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น อายุ 32 ปีนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวประจำ และเขาก็เป็นคุณท่านของที่นี่
“ทำไมคุณท่านถึงรับเธอเข้าทำงานเหรอครับ”
มาตินถามออกไปด้วยความอยากรู้ เพราะมีผู้หญิงมากมายที่มาสมัครตำแหน่งนี้ แต่ไม่มีใครผ่านการคัดเลือกเลยสักคน
“เพราะเด็กคนนั้นคิดว่าฉันเป็นตาแก่น่ะสิ”
เขาพูดแล้วก็หัวเราะอยู่ในลำคอ ทิ้งให้บอดี้การ์ดคนสนิทได้แต่ยืนเกาหัวด้วยความสงสัยต่อไป
อาร์เดน เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของผู้ก่อตั้งกลุ่มมาเฟียที่มีชื่อว่า ไททันสเนค มีอิทธิพลอย่างกว้างขวางและก็มีศัตรูมากมายอยู่รอบตัวเช่นกัน เขาสานต่อการดูแลกลุ่มจากพ่อที่จากโลกนี้ไปเมื่อสองปีที่แล้วจากการถูกลอบวางระเบิดรถยนต์ ส่วนแม่ของเขาที่เป็นชาวญี่ปุ่นได้หนีหายไปตั้งแต่เขายังเด็ก ธุรกิจหลักของไททันสเนคก็คือคาสิโนขนาดใหญ่ และการค้าแทบทุกประเภทที่เป็นสีเทา ยกเว้นยาเสพติด
ส่วนเหตุผลที่อาร์เดนรับพิมพ์มาดาเข้ามาทำงาน ก็เพราะเธอดูท่าทางไม่มีพิษมีภัย อีกทั้งคำพูดคำจายังดูใสซื่อ มีอย่างที่ไหนเสียงของเขาไม่ได้ดูแก่เลยสักนิด แต่เธอกลับคิดว่าเขาเป็นเพียงตาแก่ที่ต้องมีคนคอยดูแลซะได้
อีกด้าน พิมพ์มาดาที่พึ่งได้งานทำหมาด ๆ แถมยังเงินเดือนสูงชนิดที่ว่าคงหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว เธอรีบกลับมาที่บ้านเช่าของเธอที่อยู่ถัดมาอีกแค่สองซอยเท่านั้น พิมพ์มาดาอาศัยอยู่กับยายที่อายุเยอะมากแล้ว ทั้งยังมีโรคประจำตัวรุมเร้าหลายโรค ไปหาหมอแต่ละครั้งก็ใช้เงินหลายพันบาท
“ยายจ๋า หนูได้งานทำแล้วนะ เงินเดือนดีด้วยล่ะ ต่อไปนี้เราจะไม่ลำบากอีกแล้วนะยาย หนูจะมีเงินซื้อยาแล้วก็พายายไปหาหมอแล้วนะจ๊ะ”
พิมพ์มาดาสวมกอดยายที่นอนอยู่บนที่นอนไว้เบา ๆ ตั้งแต่เด็กจนโตเธอก็มียายเพียงคนเดียวที่คอยอยู่เคียงข้าง ส่วนพ่อกับแม่ไม่รู้ว่าหายไปไหนตั้งแต่เธอยังแบเบาะ
“งานอะไรล่ะพิมพ์ งานหนักหรือเปล่าลูก แล้วอยู่ไกลไหมล่ะ เอ็งจะไปทำงานลำบากหรือเปล่า”
ด้วยความเป็นห่วงหลานสาวเพียงคนเดียว ทั้งยังหน้าตาสะสวยไร้ที่ติ แม้จะไม่ค่อยมีแรง คุณยายของพิมพ์มาดาก็ยังมีคำถามมากมาย
“เป็นงานแม่บ้านดูแลคนสูงอายุจ้ะยาย ท่าทางจะรวยมาก บ้านใหญ่ยังกับคฤหาสน์ เขาให้เงินเดือนดีมากเลยนะจ๊ะยาย ทำงานช่วงกลางคืน ไม่กระทบกับเวลาเรียนหนูด้วย อีกอย่าง อยู่ถัดไปแค่สองซอยเองจ้ะ”
พิมพ์มาดาอธิบายให้คุณยายฟังยาวเหยียดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เพราะเป็นญาติเพียงคนเดียวที่เธอมีอยู่ พิมพ์มาดาจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ยายได้อยู่กับเธอได้นานที่สุด แม้ว่างานจะหนักแค่ไหนเธอก็ไม่เคยบ่นให้ยายฟังแม้แต่คำเดียว
//////////
วันต่อมา หลังจากที่พิมพ์มาดากลับจากมหาวิทยาลัย เธอก็รีบเตรียมอาหารเย็นไว้ให้ยายแล้วก็เตรียมตัวที่จะไปทำงาน ใบหน้ารูปไข่ที่ไม่ต้องแต่งเติมอะไรให้มากนักก็ยังดูสวยโดดเด่น เธอเก็บชุดทำงานใส่กระเป๋าเพื่อจะไปเปลี่ยนที่ทำงาน เพราะขืนใส่ชุดนี้เดินไปเรียกวินมอเตอร์ไซค์ มีหวังคงโดนมองตั้งแต่ท้ายซอยยันปากซอย
“ยายจ๋า หนูไปทำงานแล้วนะจ๊ะ ข้าวเย็นหนูวางไว้ให้แล้ว ยายกินเสร็จถ้าง่วงก็นอนได้เลยนะ ไม่ต้องรอหนู”
“ไปดีมาดีนะลูก กลางค่ำกลางคืนก็ระวัง ๆ ตัวหน่อย มันอันตราย”
“จ้ะยาย ยายไม่ต้องเป็นห่วงนะ หนูจะดูแลตัวเองอย่างดีเลย”
พิมพ์มาดาหอมแก้มที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นของผู้เป็นยายฟอดใหญ่แล้วก็เดินออกมาจากบ้านเพื่อจะไปขึ้นรถหน้าปากซอย
ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที พิมพ์มาดาก็มาถึงหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เป็นที่ทำงานใหม่ของเธอ ยืนกดกริ่งอยู่ไม่นาน ก็มีผู้หญิงที่คงจะเป็นแม่บ้านเหมือนกันมาเปิดประตูให้
“แม่บ้านคนใหม่ใช่ไหมเราน่ะ มาทางนี้ ไปเปลี่ยนชุด จะได้เตรียมอาหารเย็นไปให้คุณท่าน”
พิมพ์มาดาเดินตามหลังไปอย่างว่าง่าย เท่าที่สังเกตดู เหมือนเธอจะอายุน้อยที่สุดในแม่บ้านที่เธอเห็นทั้งหมด
ในห้องเปลี่ยนชุดพิมพ์มาดาในชุดเมดแขนตุ๊กตาสีดำขาว มีผ้ากันเปื้อนลูกไม้ผูกไว้ที่เอวอย่างกับในหนังไม่มีผิด เธอหันซ้ายหันขวาเช็คความเรียบร้อยเสร็จแล้ว ก็รีบไปยังห้องครัวที่คุณน้าแม่บ้านแจ้งไว้เมื่อกี้นี้
“นี่อาหารของคุณท่าน เธอยกไปเสิร์ฟได้เลยนะ เดินระวัง ๆ ล่ะ อย่าให้หกเด็ดขาด”
“รับทราบค่ะ หนูจะระวังอย่างดีเลยค่ะ”
พิมพ์มาดารับคำแล้วก็เดินมาตามทางเพื่อไปยังห้องของคุณท่าน ขณะที่เดินมาเธอก็พิจารณาเมนูอาหารที่อยู่ในถาด ทั้งไก่อบ ไข่ยางมะตูม ผัดผัก แล้วก็เนื้อตุ๋น ซึ่งบางอย่างมันดูจะย่อยยากไปหน่อยสำหรับคนที่มีอายุแล้ว
“คุณท่านคะ หนูเอาอาหารมาเสิร์ฟค่ะ”
เธอกดสปีคเกอร์ที่อยู่หน้าห้องเพื่อแจ้งกับคนข้างใน
“เข้ามาแล้วก็วางไว้ที่โต๊ะตรงนั้นแหละ”
ประตูบานใหญ่เปิดออกอัตโนมัติให้เธอเดินเข้ามาข้างใน แต่เธอกลับไม่เห็นใครเลยสักคน มีเพียงโต๊ะที่ใช้สำหรับทานอาหารตั้งอยู่เท่านั้น
“เสร็จแล้วก็ออกไป จะยืนอยู่ทำไมอีก”
เสียงทุ้มนั้นดังมาจากหลังม่านสีดำที่กั้นระหว่างส่วนที่เธอยืนอยู่กับอีกด้าน
“เอ่อ คือคุณท่านคะ หนูขอเสนออะไรสักหน่อยจะได้ไหมคะ”
ทีแรกก็ไม่แน่ใจว่าจะพูดดีไหม แต่พิมพ์มาดารู้สึกว่าเธออยากจะทำหน้าที่ดูแลคุณท่านให้ดีที่สุด ก็เพื่อหน้าที่การงานที่มั่นคงของตัวเองด้วยนั่นแหละ
“มีอะไรจะเสนอก็รีบ ๆ พูดมา”
ฟังดูเหมือนคนหลังม่านจะเริ่มหงุดหงิด เธอจึงรีบพูดในสิ่งที่อยากจะเสนอออกไปอย่างรวดเร็ว
“คือคุณท่านทานอาหารประเภทนี้ประจำเลยหรือเปล่าคะ พอดีหนูคิดว่าในคนที่มีอายุแล้วอาหารบางอย่างค่อนข้างที่จะย่อยยาก ควรจะเลี่ยงการทานบ่อย ๆ จะดีกว่าค่ะ”
“อย่างนั้นเหรอ”
ครั้งนี้เหมือนเจ้าของเสียงทุ้มจะสนใจในสิ่งที่เธอเสนออยู่ไม่น้อย เพราะฟังจากน้ำเสียงแล้วเปลี่ยนไปจากเมื่อกี้อยู่มาก
“ถ้างั้นจากนี้ไปเธอเป็นคนรับผิดชอบอาหารเย็นให้ฉันก็แล้วกัน เธอบอกว่าทำอาหารได้นี่ คงไม่ลำบากเกินไปใช่ไหม”
“คะ หนูเหรอคะ”
“หรือว่าทำไม่ได้”
“ได้ค่ะ ได้แน่นอนค่ะ หนูจะตั้งใจทำเมนูที่ดีต่อสุขภาพให้คุณท่านทุกวันเลยค่ะ”
พิมพ์มาดารีบรับปากทันที ก็แน่ล่ะ ถ้าขืนเธอบอกว่าทำไม่ได้แล้วโดนไล่ออกจะทำยังไง
/////
หลังจากแม่บ้านคนใหม่ออกจากห้องไป อาร์เดนก็เปิดผ้าม่านสีดำทึบออกมานั่งลงที่โต๊ะทานข้าว จู่ ๆ รอยยิ้มเล็ก ๆ ก็ปรากฎขึ้นมาบนใบหน้านิ่งเฉยที่น้อยครั้งนักจะเปื้อนรอยยิ้ม เขาตักอาหารเข้าปากทีละคำ พลางในหัวก็กำลังคิดถึงเมนูอาหารมื้อต่อ ๆ ไปที่แม่บ้านตัวเล็กจะทำมาให้ แค่คิดหัวใจข้างในก็เหมือนจะพองโตขึ้นมาแปลก ๆ อาร์เดนยกมือขึ้นมากุมไว้ที่หน้าอกข้างซ้าย อวัยวะที่อยู่ภายในเต้นเร็วจนแทบจะนับจังหวะไม่ได้ แค่สาวใช้คนเดียวทำไมถึงทำให้หัวใจเต้นแรงขนาดนี้..
พิมพ์มาดาเดินกลับมายังห้องครัวเพื่อที่จะเอาถาดเปล่ามาเก็บและจะได้ถามเกี่ยวกับการเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหารให้คุณท่านในวันถัดไป
“น้าวิคะ ปกติวัตถุดิบที่จะทำอาหารให้คุณท่านใครเป็นคนไปซื้อเหรอคะ”
วิภา หันมามองหน้าเธอก่อนที่จะเริ่มตอบ
“ตอนเช้าจะมีแม่บ้านอีกชุดหนึ่งไปซื้อ จะทำอะไรให้คุณท่านทานก็เขียนใส่กระดาษแปะเอาไว้ตรงกระดานโน้ตตรงโน้น แล้วก็จะมีคนไปซื้อวัตถุดิบมาให้ ว่าแต่จะถามทำไม”
แม่บ้านรุ่นพี่ตอบคำถามของพิมพ์มาดา แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าแม่บ้านใหม่อย่างเธอจะอยากรู้ไปทำไม
“พอดีตั้งแต่วันพรุ่งนี้คุณท่านให้หนูเป็นคนจัดอาหารเย็นให้ท่านค่ะ”
พิมพ์มาดาตอบเสร็จก็เดินไปจดรายการสิ่งที่ต้องการลงบนกระดาษแล้วก็แปะลงบนกระดานโน้ตตามคำบอกของวิภา
วันต่อมา พิมพ์มาดารีบมาทำงานเร็วกว่าเมื่อวาน เพราะต้องมาเตรียมทำอาหารเย็นให้คุณท่านตามคำสั่งที่ได้รับมา เรื่องทำอาหารสำหรับคนสูงวัยนั้นเป็นงานถนัดของเธอเลยก็ว่าได้ เพราะเธอต้องทำอาหารให้คุณยายทานทุกวัน
พิมพ์มาดาจัดแจงเตรียมวัตถุดิบที่แม่บ้านตอนเช้าซื้อมาให้ แล้วก็รีบลงมือทำทันที ใช้เวลาแค่ชั่วโมงนิด ๆ เมนูอาหารทั้งสามอย่างก็เสร็จพร้อมเสิร์ฟทันเวลา
สองมือเล็กถือถาดอาหารอย่างระมัดระวังเดินตรงไปยังห้องของคุณท่าน เมื่อมาถึงเธอก็แจ้งให้คนที่อยู่ข้างในทราบ
“คุณท่านคะ อาหารเย็นมาเสิร์ฟแล้วค่ะ”
ประตูบานใหญ่เปิดออกให้อัตโนมัติ พิมพ์มาดาวางถาดอาหารลงบนโต๊ะตัวเดิมแล้วจัดแจงวางจานและช้อนส้อมไว้อย่างเรียบร้อย
“วันนี้เมนูอะไร”
เสียงทุ้มที่ดังมาจากหลังม่านทำเอาเธอขนลูกซู่ทุกครั้งที่ได้ยิน น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบและทรงพลังจนทำให้คนฟังประหม่า
“วันนี้มีปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว ฟักทองผัดไข่ แล้วก็แกงเลียงกุ้งสดค่ะคุณท่าน เมนูอาจจะไม่หรูหราเท่าไหร่ แต่หนูรับรองได้ว่าดีต่อร่างกายคุณท่านแน่นอนค่ะ เพราะหนูทำให้คุณยายทานบ่อย ๆ แล้วก็อร่อยมากด้วยนะคะ”
อาร์เดนที่อยู่หลังม่านแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว ที่จนถึงตอนนี้พิมพ์มาดายังคิดว่าเขาเป็นตาแก่อายุเยอะ นี่แสดงว่าเธอไม่ได้สอดรู้สอดเห็นเรื่องเจ้านายแม้แต่น้อย เพราะหากแค่ถามมาตินก็คงจะรู้แล้วว่าตัวเขานั้นอายุเพียง 32 ปี
“อืม ขอบใจ ออกไปได้แล้ว”
“ค่ะ คุณท่าน”
หลังจากพิมพ์มาดาออกไปและประตูห้องปิดลง อาร์เดนก็เปิดม่านออกมานั่งลงที่โต๊ะทานข้าว เขามองดูเมนูอาหารที่ธรรมดาอย่างที่คนทำบอก แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกว่าอยากจะกินให้หมดจนไม่เหลือแม้แต่นิดเดียว รอยยิ้มฉาบบนใบหน้าเขาอีกครั้งเมื่อตักอาหารคำแรกเข้าปาก มันอร่อยอย่างที่เธอคุยเอาไว้ไม่มีผิด..
/////////////
พิมพ์มาดาเข้ามาทำงานในคฤหาสน์ของอาร์เดนได้เกือบหนึ่งเดือนแล้ว และทุกวันเธอจะทำอาหารเย็นไปเสิร์ฟให้เขาตามคำสั่ง พิมพ์มาดาจะเรียกชายข้างหลังม่านว่าคุณท่านเพียงเท่านั้น เธอไม่รู้และไม่ได้คิดอยากจะรู้ด้วยซ้ำว่าเขาชื่ออะไร หน้าที่มีแค่ไหนเธอก็ทำแค่นั้นไม่เคยอยากรู้อยากเห็นจนเกินหน้าที่
วันนี้ก็เช่นเดิม เมนูอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงวัยถูกยกเข้ามาในห้องแล้ววางลงบนโต๊ะตัวเดิม
ว้าย! เพล้ง! โอ้ย! ขณะที่กำลังจัดจานอาหารบนโต๊ะอยู่นั้น พิมพ์มาดาเผลอเอามือไปปัดแก้วน้ำที่วางอยู่ข้าง ๆ โดยไม่ตั้งใจจนตกลงพื้น แก้วน้ำแตกกระจัดกระจาย เมื่อเธอพยายามจะก้มเก็บเศษแก้วก็ดันบาดมือเธอเข้าให้
“เกิดอะไรขึ้น!”
จู่ ๆ ก็มีผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาออกมาจากหลังผ้าม่าน คนที่กำลังเก็บเศษแก้วอยู่เงยหน้าขึ้นมองแล้วก็แน่นิ่งไป
“ทำไมหล่อขนาดนี้เนี่ย” พิมพ์มาดาพูดกับตัวเองเพียงเบา ๆ โดยไม่สนนิ้วมือตัวเองที่เลือดยังไหลไม่หยุด เขาตัวสูงใหญ่ ตาเฉี่ยวคม นัยน์ตาสีน้ำตาลเทา ทั้งหล่อ ทั้งเท่ แถมยังดูน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
“ฉันถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้ยินหรือไง” เสียงทุ้มนั้นถามย้ำอีกครั้งพิมพ์มาดาถึงได้สติกลับมา
“เอ่อ คือหนูแค่ทำแก้วแตกค่ะ ไม่มีอะไรมากค่ะ เดี๋ยวหนูจะรีบเก็บเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” เสียงหวานละล่ำละลักตอบแล้วก็จะก้มลงไปเก็บเศษแก้วที่เหลืออีกครั้ง
“ไม่ต้องแล้ว เลือดออกขนาดนั้นมาใส่ยาก่อน” มื้อหนาคว้าข้อมือเล็กเอาไว้แล้วออกแรงลากให้เธอเดินตามไป
แค่เขาจับที่ข้อมือเธอ พิมพ์มาดาก็แทบจะเป็นลมล้มฟุบลงตรงนี้เสียให้ได้ ทั้งใจที่เต้นเร็วระรัวอยู่ข้างในอีก เขาเป็นใครกันทำไมถึงได้น่าหลงใหลขนาดนี้
“คุณ เดี๋ยวค่ะ จะไปไหนคะ” พิมพ์มาดาหยุดเดินตามเมื่อเขาทำท่าจะเปิดผ้าม่านสีดำพาเธอเข้าไปข้างใน
“ก็จะช่วยทำแผลให้เธอไง”
“แต่เข้าไปในนี้จะดีเหรอคะ เดี๋ยวคุณท่านจะว่าเอานะคะ” พิมพ์มาดาถามขึ้นด้วยความประหม่า ก็คุณท่านอยู่หลังม่านนั่น ถ้าจู่ ๆ เธอเข้าไปโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต จะไม่ถูกไล่ออกจากงานเลยเหรอ
“ไม่ว่าหรอก ฉันอนุญาต” คนตัวสูงตอบแค่นั้นก็จูงเธอเดินเข้าไปข้างในต่อ
ข้างหลังผ้าม่านสีดำที่เธอไม่เคยเข้ามา เป็นห้องทำงานขนาดใหญ่ มีโต๊ะทำงานและเก้าอี้หรูหราเข้าเซ็ตกัน มีตู้เก็บหนังสือ แล้วก็มีประตูอีกสองบานที่สามารถทะลุไปที่ไหนสักที่
อาร์เดนพาเธอมานั่งลงตรงเก้าอี้มุมห้องใกล้ ๆ ตู้ยา ระหว่างที่กำลังหยิบอุปกรณ์ทำแผล สายตาคมเหลือบมองหญิงสาวตัวเล็กเป็นระยะ เธอทั้งสวยและน่ารัก ตัวก็เล็กนิดเดียว น่าหมั่นเขี้ยวชะมัด
เขาวางอุปกรณ์ลงบนโต๊ะแล้วก็นั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆ เธอ ส่วนคนตัวเล็กก็ยังสอดส่ายสายตามองไปมาจนทั่วห้อง
“เธอกำลังมองหาอะไร” อาร์เดนถามขึ้นพร้อมกับจับนิ้วมือเรียวเล็กที่โดนบาดขึ้นมาดูอย่างแผ่วเบา
“หนูกำลังมองหาคุณท่านค่ะ หนูคิดว่าท่านจะนั่ง หรือว่านอนอยู่หลังม่านนี้เสียอีก” พิมพ์มาดาตอบคำถามด้วยแววตาใสซื่อ ส่วนอาร์เดนได้แต่อมยิ้มแล้วก็กลั้นขำเอาไว้ในใจ
“แสบหน่อยนะ”
“อ๊ะ แสบ แสบ” อาร์เดนหยดยาใส่แผลทันทีที่เขาพูดจบ ทำเอาพิมพ์มาดาร้องเสียงหลงเมื่อยาโดนแผล
“อยู่นิ่ง ๆ สิ จะเสร็จแล้ว” เสียงทุ้มลึกนั้นพูดกับเธอ แล้วก็ใช้สายตาจ้องมองลึกเข้ามาข้างในดวงตาคู่สวย เหมือนดั่งต้องมนต์เมื่อได้สบสายตา พิมพ์มาดานั่งนิ่งยอมให้เขาใส่ยาแต่โดยดี
“ขอบคุณมากนะคะ จะว่าไปคุณก็ทำแผลเก่งเหมือนนะเนี่ย” หญิงสาวยกนิ้วตัวเองที่พันไว้ด้วยผ้าพันแผลอย่างประณีตขึ้นมาดูพร้อมกับเอ่ยชมคนตรงหน้า เพียงแค่คำชมเล็ก ๆ ทำเอาชายหนุ่มถึงกับหน้าเปลี่ยนสี
“ว่าแต่ คุณเป็นใครเหรอคะ ทำไมถึงอยู่ในห้องนี้ หรือว่าเป็นคนที่คอยดูแลคุณท่านอีกทีคะ” เพราะพิมพ์มาดาไม่ได้คิดว่าคนตรงหน้าคือเจ้านาย เธอถึงได้กล้าพูดกล้าถาม
“ฉันก็เป็นคนที่คุยกับเธอทุกวันเวลาเธอเอาอาหารมาเสิร์ฟยังไงล่ะ” อาร์เดนพูดเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นเอาอุปกรณ์ทำแผลไปเก็บ
“คุยด้วยทุกวันเหรอคะ แต่ทุกวันที่หนูเอาอาหารมาเสิร์ฟหนูคุยแค่กับคุณท่าน คน คน เดียว นะ คะ” คำพูดเริ่มเชื่องช้าเมื่อสมองเริ่มปะติดปะต่อได้ว่าคนที่เธอกำลังสนทนาด้วยอยู่ตอนนี้เป็นใคร นัยน์ตาสวยช้อนมองขึ้นสบตาคนตัวสูงอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจในความคิด
“อืม ฉันเอง”
“คะ คุณท่าน” พิมพ์มาดาลุกพรวดจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่แล้วมายืนสงบนิ่งก้มหน้าก้มตาอยู่ข้างหน้าอาร์เดน ..ซวยแล้วพิมพ์เอ้ย ตกงานแน่แล้ว.. เธอคิดในใจ
“ทำไมนิ่งไปแล้วล่ะ ทีเวลาเอาอาหารมาเสิร์ฟล่ะพูดแจ้ว ๆ ไม่หยุด” อาร์เดนก้าวเท้าเข้ามาหาพิมพ์มาดาช้า ๆ ส่วนเธอก็รีบขยับเท้าเล็กก้าวถอยหลังเช่นกัน
“ก็หนูคิดว่าคุณท่าน เป็น เอ่อ เป็น..”
“เป็นตาแก่อายุมากที่ต้องมีคนคอยดูแลใช่ไหม” ชายหนุ่มมาหยุดยืนตรงหน้าเธอพอดิบพอดี โดยที่พิมพ์มาดาไม่มีทางให้ถอยหนีได้อีก เพราะตอนนี้แผ่นหลังเล็กนั้นชนเข้ากับตู้เก็บหนังสือพอดี
“ก็หนูเห็นทุกคนเรียกว่าคุณท่าน ก็เลยคิดว่าแบบนั้นค่ะ ขอโทษนะคะ” เสียงหวานตอบอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียงนัก สายตาก้มลงมองพื้นข้างล่างอย่างคนกำลังทำความผิด
“มือเจ็บใช่ไหม พรุ่งนี้ไม่ต้องทำกับข้าว เอาไว้หายแล้วค่อยทำ” พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นมามองผู้ชายตรงหน้า คิ้วโก่งคลายปมประหม่าลง เขาไม่โกรธ แถมยังท่าทางใจดีมากด้วย
“ขอบคุณนะคะ หนูจะรีบหายแล้วกลับมาทำกับข้าวให้คุณท่านนะคะ” รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าของเธอ ทำเอาอาร์เดนถึงกับชะงักนิ่ง แค่เธอยิ้มก็ทำให้เขาแทบจะหยุดหายใจให้ได้
พิมพ์มาดาออกจากห้องไปแล้ว อาร์เดนนั่งลงที่เก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ในหัวก็เอาแต่ฉายภาพรอยยิ้มนั้นซ้ำ ๆ เกิดมาจนอายุ 32 ปี ผ่านผู้หญิงมาก็มาก แต่คนที่ทำให้หัวใจด้านชาเต้นแรงขนาดนี้ได้ดันเป็นเพียงสาวใช้ในบ้าน
“บ้าไปแล้ว” อาร์เดนสบถกับตัวเองเบา ๆ ก่อนที่จะหันไปจดจ่อกับเอกสารมากมายที่กองอยู่บนโต๊ะแทน หากไม่หาอะไรทำ คืนนี้ทั้งคืนเขาคงได้แต่นั่งคิดถึงใบหน้าหวาน ๆ ของพิมพ์มาดาเป็นแน่
หลังจากออกมาจากห้องของคุณท่าน พิมพ์มาดาก็เอาแต่นั่งเหม่อลอยมองผ้าพันแผลที่อยู่บนนิ้วนางข้างขวาของตัวเอง ไม่คิดว่าคุณท่านที่เธอทำอาหารให้เขาทานทุกวันจะหล่อและดูดีขนาดนี้ ..หล่อจนใจเจ็บมันเป็นแบบนี้เองสินะ..
“คิดอะไรอยู่เนี่ยพิมพ์” ใบหน้าเล็กส่ายไปมาเพื่อสลัดความคิดที่กำลังวนเวียนอยู่กับใบหน้าของชายหนุ่มให้ออกไปจากหัว แต่มันก็ยากจริง ๆ ก็เขาหล่อราวกับเทพปั้นใครจะไปลืมใบหน้านั้นได้ลง
//////