ตอน 2

ตอนที่ 2 ปลอบโยน

"ยินดีที่ได้รู้จักครับ...หนูหอม" เสียงทุ้มของคนตรงหน้าเอ่ยทักทาย สิ่งที่ต้นหอมรู้สึกทึ่งก็คือ คุณอาที่คุณพ่อพูดถึงน่าจะมีอายุใกล้เคียงกับคุณพ่อหรือน้อยกว่านิดหน่อยสิ แต่นี่เขาทั้งหนุ่มทั้งหล่อ หล่อชนิดที่ว่า เธอไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนดูดีและมีเสน่ห์เท่ากับเขาคนนี้มาก่อนเลย

คุณพ่อของต้นหอมอายุมากแล้วก็จริงแต่คุณแม่ที่จากไปก่อนคุณพ่อนั้น ท่านมีอายุน้อยกว่าคุณพ่อเกือบยี่สิบปี พูดง่ายๆก็คือคุณพ่อแต่งงานมีลูกช้านั่นเอง

.

.

.

หลังจากที่คุณมิลอัล คุณพ่อของต้นหอมได้ฝากฝังลูกสาวไว้ให้กับน้องชายบุญธรรมเรียบร้อยแล้ว เวลาต่อมาท่านก็ได้สิ้นใจลงแบบสงบ คล้ายกับหมดห่วงแล้ว

"คุณพ่อ!!" เสียงต้นหอมร้องเรียกคุณพ่อของเธอทั้งน้ำตา พร้อมกับกอดร่างไร้วิญญาณของพ่อเอาไว้แน่น

"หนูหอม...ทำใจดีๆเอาไว้นะ คุณพ่อไปสบายแล้ว ท่านไม่ต้องทนเจ็บอีกแล้ว" อัคราฟ ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก เขารู้ว่าเธอรู้สึกยังไง การที่ได้เสียคนที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ เขาเองก็เคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว เขาเข้าใจเธอ แต่เขาก็อยากให้เธอยอมรับความจริง แล้วก้าวข้ามผ่านความรู้สึกแบบนี้ไปให้ได้

"คุณอา...หอมมีแค่คุณพ่อ หอมไม่เหลือใครแล้ว ฮื่อๆๆ"

"อาเข้าใจๆ แต่หนูหอมยังมีอาไง หยุดร้องไห้ก่อนนะ"

อัคราฟพาพี่ชายออกจากโรงพยาบาลแล้วจัดการร่างไร้วิญญาณด้วยพิธีทางศาสนาต่อไป โดยนำไปฝังอยู่ใกล้ๆกับภรรยาหรือคุณแม่ของต้นหอมตามคำสั่งเสียของพี่ชายที่บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

สองวันผ่านไป

อาการของต้นหอมก็ยังไม่ดีขึ้นเลย เธอมีอาการเศร้าโศกอย่างเห็นได้ชัด ร้องไห้น้ำตาซึมเก็บตัวเงียบไม่พูดไม่จาถามคำตอบคำ เป็นแบบนี้มาตั้งแต่วันที่คุณพ่อของเธอได้สิ้นใจลงและจากโลกนี้ไปแล้ว

"คุณอัคราฟครับ จะให้ผมเปิดพินัยกรรมเลยมั้ยครับ" คุณทนายเองก็อยากเสร็จภารกิจชิ้นสุดท้ายนี้แล้วเหมือนกัน หลังจากนี้คุณทนายทองเอกคงหยุดทำงานแล้วไปใช้ชีวิตหลังเกษียณตามประสาคนแก่ทั่วไป

"รออีกสักวันสองวันเถอะ หนูหอมยังไม่ดีขึ้นเลย" อัคราฟกลัวว่าถ้าหลานสาวของเขาได้อ่านพินัยกรรมฉบับนี้แล้ว เธออาจจะแย่ลงมากไปกว่านี้ก็ได้ เขาจึงให้เลื่อนวันเปิดออกไปก่อน

ทุกคนรู้เรื่องเงื่อนไขในพินัยกรรมกันหมดยกเว้นต้นหอม ซึ่งในพินัยกรรมที่คุณพ่อของต้นหอมเขียนขึ้นมาก็เพื่อเธอ โดยเธอจะต้องทำตามในพินัยกรรมฉบับนั้น แต่สำหรับอัคราฟเงื่อนไขในพินัยกรรมฉบับนั้นไม่มีผลอะไรกับเขาทั้งสิ้น เพราะเขาเต็มใจดูแลหลานสาวคนนี้ให้อยู่แล้ว

"ถ้าอย่างนั้น อีกสองวันผมจะมาใหม่นะครับ"

"ครับ"

.

.

.

ในขณะที่ต้นหอมนั่งคิดถึงคุณพ่ออยู่ที่หลังบ้านเงียบๆคนเดียวนั้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็เดินใกล้เข้ามาทางด้านหลังของเธอ

"หนูหอม..." เธอหันไปมองเสียงเรียก เห็นเป็นคนที่คุณพ่อของเธอให้เธอเรียกเขาว่าคุณอา เขาเป็นคนจัดการทุกอย่างเรื่องคุณพ่อจนเสร็จ

"คุณอา..." อัคราฟทิ้งตัวนั่งลงที่โต๊ะไม้ตัวเดียวกันกับที่ต้นหอมนั่งอยู่

"อาจะให้เวลาหนูหอมอีกสองวัน หลังจากนี้ห้ามให้อาเห็นน้ำตาของหนูหอมเด็ดขาด" น้ำเสียงของเขาฟังดูดุกว่าทุกครั้ง ดวงตาก็ดุ ถึงสายตาที่มองมาที่เธอจะดูอ่อนโยนเหมือนทุกครั้งก็ตาม

"ฮึก! คุณอาใจร้าย" หญิงสาวรีบต่อว่าเขาทั้งน้ำตา เขาตรงหน้าสำหรับเธอ ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากคนแปลกหน้าเลยสักนิด

ตั้งแต่เล็กจนโต เธอถูกเลี้ยงดูเอาอกเอาใจจากคนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างกับไข่ในหินมาตลอด พอมาเจอเรื่องที่กระทบจิตใจเข้าหน่อย เธอจึงทนกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ค่อยได้

"อาให้หนูหอมร้องไห้ได้อีกตั้งสองวัน อาใจร้ายตรงไหน" น้ำเสียงของคุณอาหนุ่มเริ่มเบาลง เมื่อเห็นน้ำตาของหญิงสาวตรงหน้า เขาไม่เคยจะต้องมานั่งปลอบโยนใครแบบนี้มาก่อน ถ้าเธอไม่ใช่ลูกสาวของผู้มีพระคุณเขาคงไม่สนใจ

"หอมคิดถึงคุณพ่อ...ฮึก!"

"อาก็คิดถึง แต่เราจะมาจมปักอยู่แบบนี้ไม่ได้ อาทิตย์หน้าอาต้องกลับอิตาลีแล้ว หนูหอมเตรียมตัวให้พร้อมด้วยล่ะ" บอกให้เธอทราบ เผื่อว่าเธอจะยังไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องไปอยู่ที่อิตาลีถาวร

"เตรียมตัวอะไรคะ"

“ก็เตรียมตัวไปอยู่ที่อิตาลีกับอาไงคะ” ต้นหอมหันไปมองใบหน้าอันหล่อเหลาของคุณอาหนุ่ม เธอไม่คิดว่าเขาจะพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแบบนี้

“หอม...” เธอจะบอกว่า...เธอไม่อยากไปไหนทั้งนั้น แต่ประโยคเมื่อสักครู่ของเขา มันสะกดทำให้เธอลืมประโยคที่กำลังจะพูดไปสนิทเลย

"หิวมั้ย..." เขารู้ว่าเธอกินไม่ลงแต่ก็ต้องฝืนกิน

"หอมไม่หิวค่ะ"

"ไม่หิวก็ต้องกิน เดี๋ยวอาจะไปหาอะไรมาให้กินเอามั้ย"

"หอมกินไม่ลง"

"หนูหอมอย่าดื้อ หนูหอมโตแล้วไม่ใช่เด็กสักหน่อย ถ้าคุณพ่อรู้ว่าหนูหอมอดอาหารเพราะท่าน แล้วมานั่งร้องไห้อยู่แบบนี้ทั้งวัน คุณพ่อจะรู้สึกยังไง"

"ปกติเวลาหอมเสียใจ หอมก็จะมีคุณพ่อคอยปลอบ แต่...ตอนนี้หอมไม่มีคุณพ่ออีกแล้ว...ฮึก!" อัคราฟคว้าเอาตัวหญิงสาวเข้ามาสวมกอดเอาไว้ แล้วลูบแผ่นหลังเล็กให้เธอเบาๆ

ในเมื่อเธอต้องการคนปลอบโยนเขาก็จะเป็นให้ แต่สำหรับต้นหอมแล้วผู้ชายตรงหน้าสำหรับเธอคือคนแปลกหน้า อยู่ๆเขาก็คว้าเอาตัวของเธอเข้าไปกอด หัวใจของต้นหอมสั่นระรัวขึ้นมาเอาดื้อๆ ตัวของเธอแข็งทื่อ เธอไม่เคยให้ผู้ชายคนไหนถูกเนื้อต้องตัวของเธอแบบนี้มาก่อน นอกจากคุณพ่อของเธอคนเดียวเท่านั้น

"เอ่อ...คุณอาปล่อยหอมก่อนค่ะ" อัคราฟไม่ได้มีเจตนาที่จะล่วงเกินเธอ เขาแค่อยากจะทำหน้าที่ของเขาเท่านั้น อีกอย่างยังไงผู้หญิงคนนี้ก็เป็นของเขา เรื่องนี้เขาไม่ได้เพิ่งรู้ แต่รู้มานานมากแล้ว

"เป็นอะไร ทำไมหน้าแดง ไม่สบายหรือเปล่า” มือของคุณอาหนุ่มแตะลงมาที่พวงแก้มของหญิงสาวทั้งสองข้างอีกครั้ง โดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว ตอนนี้ใบหน้าของต้นหอมแดงก่ำมากกว่าเดิมแถมยังเลอะไปด้วยคราบน้ำตา

“หอม...หิวแล้วค่ะ” เธอรีบลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากตรงนี้ทันที ด้วยความเขินอายอย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกกับผู้ชายคนไหนมาก่อน รวมถึงหัวใจของเธอที่มันกำลังเต้นแรงผิดจังหวะนี้ด้วย

อัคราฟได้แต่มองตามแผ่นหลังเล็กของเธอไปอย่างไม่เข้าใจ เธอทำเหมือนไม่ชอบให้เขาปฏิบัติกับเธอแบบนี้ ทั้งๆที่มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเลยที่อยากให้เขาปฏิบัติแบบนี้กับพวกหล่อน

ตอน 3

ตอนที่ 3 เปิดพินัยกรรม

2 วันผ่านไป ต้นหอมใช้เวลาสองวันอยู่กับสิ่งที่คุณอาพูด เธอทบทวนตัวเองจนจิตใจที่เศร้าโศกตอนนี้เริ่มดีขึ้น ถ้าหากเธอยังคงจมอยู่กับความเศร้า คุณพ่อของเธออาจจะเป็นห่วง...

วันนี้คุณทนายเดินทางมาที่บ้านของต้นหอมอีกครั้ง เพื่อทำการเปิดพินัยกรรม ตามที่คุณมิลอัลได้เขียนและลงนามเอาไว้

บรรยากาศภายในบ้านตอนนี้ก็ไม่ได้มีคนอื่นเลย มีแค่คุณทนายที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง ต้นหอมลูกสาวเพียงคนเดียวของคุณมิลอัลเจ้าของพินัยกรรมที่กำลังจะเปิดอ่านในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ อัคราฟน้องชายบุญธรรมที่รักพี่ชายยิ่งกว่าชีวิต และลูกน้องของอัคราฟที่ติดตามมาจากอิตาลีด้วยสองคน

ทั้งหมดมารวมตัวกันในห้องนั่งเล่นของบ้าน โดยมีคุณทนายกำลังเปิดพินัยกรรมอ่าน มีเนื้อหาทั้งหมดดังนี้...

“ข้าพเจ้า มิลอัล คาลซิโดนี ขอยกทรัพย์สินทั้งหมดของข้าพเจ้าให้กับ คารีน่า คาลซิโดนี ลูกสาวของข้าพเจ้าและ อัคราฟ คริสโซเพลส น้องชายบุญธรรมของข้าพเจ้าสองคนนี้เท่านั้น โดยแบ่งทรัพย์สินคนละครึ่งดังนี้”

คุณทนายหยุดอ่านรายการแจกแจงทรัพย์สิน เพราะรายการทรัพย์สินทั้งหมดค่อนข้างเยอะมาก จึงหันมาอ่านอีกท่อนหนึ่งแทน

“ทรัพย์สินทั้งหมดก่อนที่ผู้รับจะได้รับตามกฎหมาย โดยมีเงื่อนไขดังนี้ ข้อที่หนึ่ง อัคราฟ คริสโซเพลส และ คารีน่า คาลซิโดนี หรือ ต้นหอมจะต้องแต่งงานและอยู่กินกันฉันสามีภรรยาจนกว่าจะครบสองปีเต็ม นับจากวันที่จดทะเบียนสมรส จึงจะถือว่าข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ได้ตั้งไวสำเร็จเสร็จสิ้นลง แต่ถ้าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอมแต่งงาน ทรัพย์สินทั้งหมดจะถูกบริจาคเป็นของการกุศลทันที”

เมื่อจบประโยคนี้ของคุณทนาย สีหน้าของต้นหอมเริ่มเปลี่ยนไป จากที่เธอไม่ได้คิดอะไรก่อนมานั่งฟัง แต่สิ่งที่เธอได้ฟังทำให้เธอเลือกที่จะแย้ง ถ้าจะคิดว่าเธอเสียมารยาทเธอก็ยอม

“ทำไมคุณพ่อต้องเขียนพินัยกรรมแบบนี้ขึ้นมาด้วยคะ” เสียงของต้นหอมเอ่ยขึ้นตัดพ้อ เธอไม่เข้าใจเพราะอะไรคุณพ่อถึงแบ่งทรัพย์สินที่มีอยู่เพียงน้อยนิดให้กับผู้ชายที่เธอไม่รู้จักด้วย แถมยังมีเงื่อนไขที่เธอไม่ชอบอีกด้วย

“ผมขออ่านต่อนะครับคุณหนู” คุณทนายทองเอกขออ่านต่อเพราะรายละเอียดทั้งหมดยังไม่จบแค่นี้

“เชิญครับคุณทนาย” คุณอาหนุ่มนั่งหลังพิงพนักโซฟาด้วยท่าทางสบายๆเอ่ยขึ้นพร้อมกับผายมือเชิญคุณทนายอ่านต่อให้จบ

“ถ้าหากบุคคลใดคิดว่าระยะเวลาเงื่อนไขในหนังสือพินัยกรรมฉบับนี้สองปีนานเกินไป ข้าพเจ้าจึงได้เขียนเงื่อนไขข้อที่สองขึ้นเพื่อเป็นทางเลือก”

“อะไรคะคุณทนาย”

“ถ้าหาก อัคราฟ คริสโซเพลส ทำให้ คารีน่า คาลซิโดนี สามารถมีบุตรหรือเลือดเนื้อเชื้อไขเกิดขึ้นมาบนโลกได้ ก็จะถือว่าเงื่อนไขทุกข้อได้สำเร็จจบลงทันที”

“นี่มันอะไรกันคะ! ทำไมคุณพ่อถึงเขียนอะไรแบบนี้” ต้นหอมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณพ่อของเธอจะอยากให้เธอมีคนดูแลมากขนาดนี้ ในเมื่อเธอเองก็โตแล้วสามารถใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้แล้ว

“คุณหนูครับ นายท่านรักคุณหนูมากนะครับ นายท่านอยากให้คุณหนูมีคนดูแลที่ไว้ใจได้” เสียงคุณทนายเอ่ยบอก ส่วนคุณอาหนุ่มเขานั่งมองมาที่ใบหน้าจิ้มลิ้มของหญิงสาวด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้ ไม่มีใครรู้ว่าดวงตาดุสีฟ้าที่กำลังมองมาที่เธออยู่นั้น เขากำลังคิดอะไรอยู่

“คุณพ่อเขียนอะไรอีกมั้ยคะ”

“มีจดหมายถึงคุณหนูด้วยครับ”

“คุณทนายอ่านเลยครับ” เป็นเสียงของคุณอาหนุ่มเพราะเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่ชายบุญธรรมของเขาเขียนอะไรถึงลูกสาว คุณทนายจึงหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาแล้วเริ่มอ่าน

“หนูหอมลูกรัก พินัยกรรมฉบับนี้ที่พ่อเขียนขึ้นมา พ่อแค่อยากให้ลูกสาวของพ่อมีคนดูแล ทั้งปัจจุบันและอนาคต พ่อหวังว่าลูกจะไม่โกรธพ่อ พ่ออยากให้หอมยอมรับเงื่อนไขทั้งหมด สุดท้ายนี้...วันที่หอมได้อ่านจดหมายฉบับนี้ พ่อคงไม่ได้อยู่กับหอมแล้ว พ่อขอให้หอมมีความสุขในทุกๆวัน...จากพ่อ” ด้านล่างของจดหมายมีลงนามบันทึกชื่อไว้เรียบร้อย

“หมดแล้วเหรอคะ”

“หมดแล้วครับ”

“คุณอา...ยอมเหรอคะ” ต้นหอมหันมาถามคุณอาหนุ่มที่นั่งทำหน้าเฉยๆ ไม่รู้ร้อนรู้หนาว

“อายอม...” เขาตอบคำถามแค่เพียงสั้นๆเท่านั้น แต่ก็ได้ใจความทั้งหมด

“ทำไมถึงยอมคะ”

“เพราะมันเป็นหน้าที่ของอา” เธอไม่อยากให้การแต่งงานในชีวิตของเธอเกิดขึ้นเพราะหน้าที่ เธอยังคงเชื่อมั่นและศรัทธาในความรักอยู่ การแต่งงานถ้าปราศจากความรักสำหรับเธอมันคงไม่มีความหมาย

“แต่หอมไม่ยอมค่ะ หอมไม่แต่ง หอมกับคุณอาไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจะแต่งงานกันได้ยังไงคะ” เธอไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จักเขามาก่อน อยู่ๆจะให้เธอแต่งงานกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ได้ยังไง

“อารู้จักหนูหอมตั้งแต่หนูหอมตัวเล็กๆ” คุณอาหนุ่มตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เขารู้ว่าวันนี้ยังไงก็จะต้องมาถึง เพราะชีวิตของเขามีไว้ให้ตระกูลคาลซิโดนีมาตลอด ด้วยคำสัญญาลูกผู้ชายเมื่อสิบกว่าปีก่อน แล้วเขาก็ยังคงรักษาสัญญานี้ไว้เป็นอย่างดี สัญญาการหมั้นหมายระหว่างเขากับเธอ

“แต่หอมไม่รู้จักคุณอา!” ยังไงเธอก็ไม่มีวันยอมแต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่รู้จักเด็ดขาด

“ถ้าหนูหอมไม่ยอมแต่ง ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของการกุศลทันทีนะ คิดให้ดีก่อน” หญิงสาวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณพ่อของเธอมีอะไรที่เป็นทรัพย์สินบ้าง เธอรู้แค่ว่าครอบครัวของเธอไม่ได้ลำบากเพราะมีเงินเก่ากินเท่านั้น แต่สิ่งที่เธอรู้มามันผิด...

“แค่บ้านหลังเดียว เดี๋ยวหอมทำงานเก็บเงินซื้อเอาใหม่ก็ได้” เธอเห็นแค่ไหนก็คิดว่าคงมีแค่นั้น สิ่งที่เธอเห็นมีบ้านและรถยนต์สองคันเท่านั้น

ชีวิตของเธอไม่ได้หรูหราแต่ก็อยู่อย่างสบาย อยากได้อะไรเธอก็ได้ ไม่เคยลำบากตั้งแต่เล็กจนโต ซึ่งเธอไม่เคยระแคะระคายเลยว่า คุณพ่อของเธอที่ไม่ได้ทำงานแต่กลับมีเงินจากไหนมาให้เธอจับจ่ายใช้สอยได้อย่างสบาย

“คุณทนายครับ ผมขอเอกสาร ฉบับที่ระบุแจกแจงทรัพย์สินหน่อยครับ” คุณทนายยื่นเอกสารฉบับนั้นให้กับอัคราฟ จากนั้นเขาจึงยื่นต่อให้หลานสาว ใบหน้าของเธอยังคงมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจอยู่

“อ่านครับ หนูหอม คุณทนายคงอ่านให้ฟังไม่หมดภายในวันนี้ หนูหอมเอาไปอ่านเอาเองแล้วกันนะ” ต้นหอมรับเอาเอกสารใบนั้นมาถือไว้ เธอกวาดสายตามองลงไปในเอกสารคร่าวๆ

“นี่มันอะไรกันคะ คุณพ่อของหอมไม่ได้ทำงาน ธุรกิจก็ไม่มี แต่ทำไมทรัพย์สินกับเงินสดในบัญชีถึงได้มากมายขนาดนี้คะ” สิ่งที่เธอเห็นในเอกสารคร่าวๆทำให้เธอตั้งคำถาม โดยมองหน้าคุณอาหนุ่มที มองหน้าคุณทนายที เพราะสิ่งที่เธอรู้มากับทรัพย์สินทั้งหมดในเอกสารมันสวนทางกัน

“ตกลงหนูหอมจะยอมแต่งงานกับอามั้ย” คุณอาหนุ่มยังไม่ยอมตอบคำถามนี้ตราบใดที่เธอยังไม่ยอมรับเงื่อนไข ส่วนตัวของเขาอยากให้เธอค่อยๆรู้ทีละเรื่องเพราะสิ่งที่เธอต้องรู้เธออาจจะรับมันไม่ได้ก็ได้

“หอมยอมแต่งก็ได้ค่ะ แต่ยังไงหอมก็ไม่มีทางยอมมีลูกกับคุณอาเด็ดขาด แค่สองปี แบ่งทรัพย์สินคนละครึ่งจากนั้นก็ทางใครทางมัน” ต้นหอมคิดในใจว่าเธอจะยอมแต่งงานแค่ในนามเท่านั้น

คำตอบของเธอทำให้ใบหน้าของทุกคนกลับมีรอยยิ้มขึ้นมาเพราะนี่แหละคือสิ่งที่คุณพ่อของเธอและทุกคนต้องการ

ซึ่งหลังจากนี้จะเป็นหน้าที่ของอัคราฟเอง ที่ต้องเป็นฝ่ายทำให้เธอรักและยอมอยู่กับเขาให้ได้ เพื่อให้เขาได้ดูแลเธอตลอดไป

ทั้งหมดนี้มันคือความหวังดีของทุกคนที่มีต่อเธอ ไม่ได้มีผลประโยชน์แอบแฝง เพียงแต่สิ่งที่เขาต้องทำไปทั้งหมดก็เพื่อตอบแทนบุญคุณของมิลอัลคุณพ่อของเธอเท่านั้น

เนื้อความในพินัยกรรมเห็นได้ชัดว่า มิลอัล คุณพ่อของต้นหอม ไม่ได้คิดจะผูกมัดด้วยเงื่อนไขนี้ไปตลอดชีวิต แต่ท่านแค่อยากให้ทั้งสองได้ใช้เวลาสองปีอยู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยา มีเอกสารสมรสถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อศึกษาดูใจกันก่อน เมื่อครบกำหนดสองปี ก็สุดแล้วแต่คนสองคนจะตัดสินใจ

ส่วนเรื่องทรัพย์สินที่แบ่งให้คนละครึ่งนั้น บ่งบอกว่ามิลอัลก็รักน้องชายคนนี้ไม่ได้แตกต่างไปจากลูกชายเลยสักนิด สิ่งที่ผ่านมาอัคราฟย่อมรู้ดีว่ามิลอัลเป็นคนยังไง แล้วอย่างนี้เขาจะปฏิเสธการดูแลสิ่งที่พี่ชายรัก ที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งชีวิตบนโลกได้อย่างไร

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED