“เดินทางปลอดภัยนะคะแม่” เสียงใสบอกกับมารดาที่กำลังจะเดินทางกลับต่างจังหวัด
“แม่ไม่อยู่หนูก็ดูแลตัวเองดีๆ นะล็อกประตูรั้วล็อกประตูบ้านๆ ดีแล้วก็อย่านอนดึก” ประภาพรบอกกับลูกสาวด้วยความเป็นห่วง
แม้นฤดาลูกสาวของเธอจะโตแล้วแต่ในสายตาของคนเป็นแม่ก็ยังเป็นห่วงและเห็นเธอเป็นเด็กอยู่ตลอด
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะแม่หวานดูแลตัวเองได้ แม่นั่นแหละที่น่าเป็นห่วงนั่งรถตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะถึงอุตรดิตถ์อย่าลืมหาอะไรกินรองท้องด้วยนะคะ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกลูกบนรถไฟเขามีขาย”
“แต่หวานว่าแม่น่าจะซื้อไปจากตลาดดีกว่านะคะ ถ้าเกิดเขาขายหมดหรือของที่แม่อยากกินไม่มีแม่จะทำยังไง”
“ก็ได้จ้ะเดี๋ยวแม่จะหาซื้อก่อนขึ้นรถ หวานรีบกลับบ้านเถอะลูกรถเมล์มาแล้ว”
“ถึงแล้วอย่าลืมไลน์มาบอกหวานนะคะแม่” หญิงสาวตะโกนบอกมารดาที่ขึ้นไปนั่งบนรถเมย์เรียบร้อยแล้ว
“จ้ะลูก ดูแลตัวเองดีๆ นะ”
นฤดามองรถตามหลังรถเมล์ไปจนสุดสายตาจากนั้นเธอก็เดินกลับมายังบ้านหลังเล็กด้านในซอย บ้านหลังนี้เธออยู่กับมารดามาตั้งแต่จำความได้ถึงตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบจะยี่สิบปีแล้ว
ปกติแล้วมารดาไม่ค่อยทิ้งให้เธออยู่คนเดียวเวลาจะไปไหนก็ไปด้วยกันตลอดแต่ครั้งนี้มารดาต้องกลับไปทำธุระที่อุตรดิตถ์หลายวัน นฤดาเพิ่งจะเข้าทำงานได้ไม่กี่เดือนจึงลางานนานๆ ไม่ได้
“แม่ไปแล้วเหรอหวาน”
“ค่ะป้าเยาว์”
“อยู่คนเดียวกลัวหรือเปล่าให้น้องแก้มไปนอนเป็นเพื่อนไหม”
“ขอบคุณค่ะป้าเยาว์ แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะหวานอยู่ได้”
“ถ้ามีอะไรก็ตะโกนเรียกป้าดังๆ นะ”
“ค่ะ” นฤดาตอบป้าข้างบ้านจากนั้นก็กลับเข้ามาในบ้านของตนเอง
นฤดารีบอาบน้ำแต่งตัวเตรียมออกไปข้างนอกเพราะวันนี้เงินเดือนออกหญิงสาวจึงนัดกับเพื่อนว่าจะไปเที่ยวด้วยกัน
ก่อนออกไปเธอโทรศัพท์ไปหาปรเมศวร์คนรักเพราะอยากจะชวนเขาไปเที่ยวด้วยกัน
“หวานมีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่า”
“ไม่มีหรอกค่ะหวานแค่อยากเจอพี่กาย วันนี้เงินเดือนหวานออกแล้วเราไปเที่ยวกันดีไหมคะ”
“งานพี่ยุ่งมากเอาไว้เราค่อยไปเที่ยวกันวันหลังนะ”
“ก็ได้ค่ะ หวานขอโทษที่รบกวนเวลางาน”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วพี่วางก่อนนะ”
นฤดารู้สึกว่าช่วงนี้คนรักของตนไม่ค่อยมีเวลาให้เลยแต่เธอก็พยายามเข้าใจ ซึ่งแต่ก่อนนฤดาก็ไม่ค่อยเข้าใจคนรักเท่าไหร่แต่พอตัวเองเรียนจบและเริ่มทำงานก็เข้าใจเขามากขึ้น เธอกับเขาทำงานกันคนละที่นฤดาทำงานที่ฝ่ายบัญชีชองโรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่ง ส่วนเขาเป็นพนักงานฝ่ายไอทีอยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง
เมื่อคนรักไม่ไปด้วยหญิงสาวจึงโทรศัพท์บอกเพื่อนให้มารับที่หน้าบ้านเพราะตอนแรกคิดว่าจะให้ปรเมศวร์มารับ
“เราจะเข้าร้านไหนกันดีล่ะมีผับใหม่เยอะเลย” นฤดาถามคนขับที่กำลังวนหาที่จอดรถในย่านที่ผับและบาร์อยู่เต็มไปหมด
“ร้านนั้นไง”
“นั่นมันร้านหรูเลยนะปลาเราจะเอาตังที่ไหนจ่าย”
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่ามีคนจ่ายให้เราแล้ว”
“ใครเหรอปลา” นุ่นถามด้วยความสงสัยเพราะร้านที่เพื่อนบอกนั้นเป็นร้านหรูที่ต้องเป็นสมาชิกถึงจะเข้าไปใช้บริการได้
“คุณเฉินแฟนใหม่ของปลาไง”
“แล้วตัวเขาไม่มาเหรอ มีนากลัวเขาจะหลอกเรามาแล้วเราต้องจ่ายเองเงินเดือนพวกเรายิ่งน้อยๆ อยู่”
“ไม่ต้องกลัวหรอกน่ามีนา เมื่อวานปลาก็มากับเขาที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง เขาเอาบัตรนี่ให้เราแล้ว” หญิงสาวยื่นบัตรสีดำที่มีตัวอักษรสีทองเขียนว่า VIP ให้เพื่อนดู
“แบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อย”
“นานๆ ทีได้ออกมาเที่ยวแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะคืนนี้หวานจะเมาให้เต็มที่เลย”
“ไม่กลัวแม่กับพี่กายว่าเหรอ”
“แม่กลับบ้านที่ต่างจังหวัดส่วนพี่กายงานยุ่งมากคืนนี้หวานก็เลยอิสระเต็มที่ พรุ่งนี้ก็วันหยุดด้วย”
“ทุกอย่างดูเป็นใจไปหมดเลยนะ สงสัยคืนนี้พวกเราคงได้สนุกกันสุดเหวี่ยง”
“สนุกกันให้เต็มที่เลยเดี๋ยวฟ้าขับรถไปส่งทุกคนที่บ้านเอง” เพราะเป็นคนเดียวที่ดื่มเธอจึงคอยเป็นคนขับรถให้ทุกครั้ง
“ขอบใจนะฟ้า ถ้าพวกเราไม่มีฟ้าก็คงแย่นะ”
“ฟ้าไม่อยากลองดื่มบ้างเหรอ มาเที่ยวทีไรนุ่นเห็นกินแต่น้ำส้ม”
“ไม่ล่ะ ฟ้ากินทีไรเป็นผื่นทุกมีไม่อยากเสี่ยง” เพราะเป็นคนไวต่อแอลกอฮอล์เธอจึงไม่คิดจะดื่มแต่ก็ออกมากับเพื่อนทุกครั้งเพราะชอบบรรยากาศและอยากจะสนุกกับเพื่อนๆ
ห้าสาวลงจากรถและตรวจดูความเรียบร้อยของชุดที่ใส่ก่อนจะเดินเข้าไปยังผับสุดหรูที่อยู่ตรงหน้า พนักงานที่หน้าประตูเห็นบัตร VIP ที่ปลาถือมาก็ให้พวกเธอเข้าไปโดยไม่ต้องตรวจบัตรประชาชนแต่พวกเธอก็ไม่ไม่กลัวถ้าหากเขาจะตรวจเพราะทุกคนอายุเกิน 20 ปีกันหมดแล้ว
ทั้งหมดถูกพนักงานพาไปนั่งบริเวณชั้นสองของผับซึ่งเป็นโซนสำหรับสมาชิก VIP
“อยู่บนนี้ก็ดีเหมือนกันนะมองเห็นคนข้างล่างได้เกือบทุกมุมเลย” มีนาพูดขณะมองไปรอบๆ ร้าน
“คนมาเที่ยวไม่ค่อยเยอะฟ้าว่าแบบนี้ไม่อึดอัดดีนะ”
“คุณเฉินบอกปลาว่าค่าสมาชิกที่นี่ค่อนข้างแพง คนมาเที่ยวก็จะเป็นพวกคุณหนูหรือไม่ก็นักธุระกิจชาวต่างชาติ”
“แล้วเขาไม่ว่าเหรอที่ปลาพาเพื่อนมาเที่ยว”
“ไม่หรอก เขาเป็นคนบอกเองว่าถ้าอยากมาเที่ยวก็อย่าไปที่อื่น ที่นี่ค่อยข้างปลอดภัยและเขาก็บอกพนักงานแล้วว่าให้ช่วยดูแลถ้าปลากับเพื่อนจะมาเที่ยว”
“เราจะได้เจอแฟนของปลาไหม”
“ปลาไม่แน่ใจวันนี้เจ้านายเขามีประชุม ไม่รู้จะเสร็จกี่โมงถ้าเสร็จเร็วเขาบอกจะตามมา”
“นี่มันดึกแล้วนะเขายังประชุมไม่เสร็จอีกเหรอ”
“เจ้านายเขาทำธุรกิจหลายประเทศนะ เวลาที่นั่นอาจจะเป็นกลางวันอยู่ก็ได้”
“เป็นคนรวยนี่เหนื่อยน่าดูเลยนะ” นุ่นเปรยขึ้น
“นั่นสิ บางทีหวานก็อยากลองเป็นคนรวยดูบ้างนะ”
“มนุษย์เงินเดือนอย่างเราคงรวยได้ยาก แต่ก็มีวิธีรวยทางลัดอยู่นะ” ฟ้าพูดพลางหัวเราะคิกๆ
“จะบอกให้ซื้อหวยอีกแล้วใช่ไหมล่ะฟ้า มีนาไม่เอาแล้วนะงวดที่แล้วหมดไปตั้งหลายร้อย เอาตังมาซื้อกาแฟกินดีกว่า”
“ฟ้าไม่ได้หมายถึงซื้อหวย ฟ้าหมายถึงหาแฟนรวยๆ”
“จริงสินะ แต่หน้าตาธรรมดาอย่างมีนาใครจะสนใจกันล่ะถ้าสวยๆ อย่างหวานก็ว่าไปอย่าง”
“แต่น่าเสียดายนะที่หวานมีแฟนแล้ว”
“นุ่นว่ามีได้ก็เลิกได้ถ้าแฟนของเราไปมีคนอื่น”
“พูดอะไรแบบนั้นล่ะนุ่นเดี๋ยวหวานก็คิดมากหรอก” ปลาดุเพื่อน
“ที่พูดก็เพราะอยากให้หวานคิดมากๆ ว่าจะเอายังไงต่อเพราะตอนนี้พี่กายของหวานกำลังควงผู้หญิงอื่นเข้ามาในร้าน"
คำพูดของนุ่นทำให้เพื่อนอีกสี่คนที่เหลือหันมามองหน้า จากนั้นเจ้าตัวก็ชี้ให้ทุกคนดูชายหญิงคู่หนึ่งที่นั่งเบียดกันอยู่บนโซฟาบริเวณชั้นล่างของผับ
“พี่กายจริงๆ” นฤดาไม่คิดว่าจะมาเจอเขาที่นี่และเห็นเขาอยู่กับคนอื่นแบบนี้
“ใจเย็นก่อนนะหวานผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็นแค่เพื่อนก็ได้” มีนารีบบอกเพราะกลัวเพื่อนจะคิดมาก
“เพื่อนที่ไหนจะนั่งชิดกันแบบนั้นถ้านั่งตักได้คงนั่งกันไปแล้ว” นฤดาตอบเพื่อนด้วยความโมโห
“เสียงเพลงอาจจะดังเลยต้องนั่งใกล้ก็ได้นะ” มีนาช่วยแก้ตัวอีกครั้ง
“ดังที่ไหนล่ะ เราคุยกันปกติยังได้ยินเลย”
“ปลาว่าหวานอย่าไปสนใจเลยนะ พวกเราสนุกกันต่อดีกว่า”
“เห็นแฟนอยู่กับคนอื่นแบบนี้หวานหมดสนุกแล้วหวานจะลงไปคุยกับพี่กายให้รู้เรื่อง อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะทำหน้ายังไงถ้าเจอหวานที่นี่”
“ฟ้าลงไปเป็นเพื่อนนะ”
“ไม่เป็นไรหวานไปคนเดียวได้”
“แต่หวานเริ่มเมาแล้วฟ้ากลัวจะคุยกันไม่รู้เรื่องนะ”
“ยิ่งเมาก็ยิ่งดี ยายหวานมันจะได้กล้าหน่อย ปกติมันกลัวพี่กายจะตาย” นุ่นบอกกับเพื่อนเพราะปกติแล้วนฤดาจะกลัวแฟนมาก ไม่ว่าปรเมศวร์จะบอกให้ทำหรือไม่ทำอะไรเพื่อนของเธอจะเชื่อฟังและทำตามทุกอย่าง
“พวกเราอยู่ข้างบนนะ ถ้ามีอะไรให้ช่วยกวักมือเรียก ถามเขาดีๆ อย่าเพิ่งใช้อารมณ์นะ” ปลาตบไหล่เพื่อนเบาๆ ก่อนจะเดินมาส่งบริเวณทางลง
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า หวานไม่ได้เมามากก็แค่มึนนิดหน่อยเอง” นฤดาบอกเพื่อนก่อนจะเดินลงมาจากชั้นสองและไปหาคนรักของตนที่กำลังนั่งเบียดอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง มือของชายหนุ่มโอบรอบเอวของผู้หญิงคนนั้น ใบหน้าของเขาก็คลอเคลียอยู่ไม่ห่างจากใบหน้าของเธอเลย ท่าทางของทั้งสองคนมันทำให้คิดเป็นอื่นไม่ได้เลย
“สวัสดีค่ะขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ” นฤดาเอ่ยกับหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่กำลังนัวเนียกันโดยไม่สนใจสายตาของคนอื่น
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเอ่ยถามปรเมศวร์ก็เงยหน้าขึ้นมองเขาตกใจและรีบปล่อยมือที่โอบเอวผู้หญิงคนนั้นออกอย่างรวดเร็ว
“หวานมาที่นี่ได้ยังไง” เขาถามคนรักด้วยความแปลกใจเพราะไม่คิดว่าหญิงสาวจะเข้ามาในสถานที่แบบนี้ ชายหนุ่มอุตส่าห์เลือกมาที่นี่เพราะคิดว่านฤดาคงไม่มีทางเข้ามาได้ เขายอมเสียค่าสมาชิกแพงๆ เพื่อพาผู้หญิงคนอื่นมาเที่ยวและคิดว่ายังไงนฤดาก็คงไม่มีทางรู้เรื่องนี้อย่างแน่นอน
“หวานต้องถามพี่กายมากกว่านะคะว่าพี่กายมาที่นี่ได้ยังไงไหนบอกว่างานยุ่งเคลียร์งานอยู่”
“พอดีพี่เคลียร์งานเสร็จแล้วก็เลยออกมานั่งดื่มกับเพื่อนน่ะ นี่เพื่อนพี่เองชื่อนิว”
“แค่เพื่อนเหรอคะนั่งชิดขนาดนี้ไปหลอกเด็กดีกว่ามั้งคะพี่กาย” หญิงสาวมองหน้าผู้หญิงที่นั่งข้างๆ ดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่เพื่อน
“เราเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ”
“เห็นตำตาขนาดนี้พี่ยังจะโกหกอีกเหรอคะ เพื่อนที่ไหนนั่งกอดกันกลมจนแทบจะสิงห์ร่างกันแบบนี้บ้างคะ”
“หวานพี่ว่าเราไปคุยกับพี่ตรงนั้นก่อนได้ไหม”
“ทำไมล่ะคะ หวานคุยตรงนี้ก็ได้สะดวกดีออกมีที่นั่งมีเครื่องดื่มพร้อม” นฤดานั่งลงตรงข้ามจากนั้นก็ยกแก้วเครื่องดื่มที่วางตรงหน้าขึ้นมาดื่ม
“เชื่อพี่เถอะเราออกไปคุยกันก่อน”
“แต่หวานอยากคุยต่อหน้าผู้หญิงคนนี้คุยให้มันรู้เรื่องไปเลยว่าพี่กายจะเอายังไงกันแน่จะเลือกหวานหรือเลือกผู้หญิงคนนี้”
“กายนี่มันอะไรกันคะคุณบอกว่าจะพานิวมานั่งฟังเพลงแล้วนี่มันอะไรกัน เด็กผู้หญิงคนนี้เป็นใคร”
“ใจเย็นครับนิว เป็นเรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อยเดี๋ยวผมขอไปคุยกับน้องสาวก่อน”
“น้องสาวเหรอคะหวานเพิ่งรู้นะคะว่าตัวเองมีพี่ชาย”
“หวานเมาแล้วพี่ว่ากลับบ้านไปก่อนดีไหมแล้วเราค่อยกลับไปคุยกันที่บ้าน”
“ที่บ้านเหรอคะเราอยู่บ้านเดียวกันด้วยเหรอคะ" เธอพูดประชดและมองเขาด้วยแววตาที่ผิดหวัง
ปรเมศวร์ไม่อยากให้นฤดาพูดอะไรไปมากกว่านี้เนื่องจากเขาและผู้หญิงที่พามานั้นเพิ่งเริ่มคบหากันได้ไม่นานและเขาก็ติดใจในลีลารักของเธอจนไม่อยากให้นฤดาทำให้เสียเรื่อง
เขารีบลุกขึ้นแล้วจูงมือนฤดาออกมาและเดินไปบริเวณหน้าห้องน้ำซึ่งซึ่งคนไม่ค่อยพลุกพล่านอีกทั้งเสียงก็ไม่ดังมาก
“พี่กายทำแบบนี้กับหวานได้ยังไงค่ะ หวานอุตส่าห์เชื่อใจพี่กาย”
“พี่ก็แค่มาเที่ยวสนุกๆ พี่ไม่ได้คิดอะไรกับเธอมากขนาดนั้นหรอกนะพี่ยังรักหวานเหมือนเดิม” ปรเมศวร์รีบบอกเพราะกลัวว่าเธอจะโกรธจนถึงขั้นบอกเลิก
“เที่ยวสนุกๆ เหรอคะแต่ที่หวานเห็นมันไม่ใช่แค่เที่ยว พี่นอนกับเธอแล้วใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามออกไปตรงๆ การดื่มมาเยอะทำให้เธอกล้าที่จะพูดทุกอย่างที่คิดออกมา
“หวาน” ชายหนุ่มพูดไม่ออกเพราะไม่เคยเห็นนฤดาในมุมนี้มาก่อน ที่ผ่านมาหญิงสาวเรียบร้อยพูดเพราะและไม่เคยโวยวายหรือขึ้นเสียงกับเขาเลยสักครั้ง
“ทำไมคะหวานไม่ดีตรงไหนพี่กายถึงทำแบบนี้กับหวาน”
“หวานดีมากหวานดีทุกอย่างแต่หวานก็รู้ว่าผู้ชายเรามันไม่ได้ต้องการแค่นั้น”
“หมายถึงอะไรคะ”
“เราคบกันมาครึ่งปีแล้วนะ แต่ที่หวานให้พี่ได้ก็แค่จับมือกอดและจูบเท่านั้นหวานก็รู้ว่าพี่ต้องการมากกว่านั้น”
“แต่หวานก็เคยบอกไปแล้วว่า เรื่องนี้หวานยังไม่พร้อม”
“แล้วหวานจะพร้อมเมื่อไหร่”
“ที่พี่กายคบกับหวานเพราะตัองการแค่เรื่องบนเตียงเหรอคะ พี่เคยรักหวานบ้างไหม”
“รักสิ เพราะรักพี่ถึงรอให้หวานพร้อม”
“รักแล้วทำไมต้องมีคนอื่น ทำไมต้องโกหกหวานว่างานยุ่ง พี่พาผู้หญิงมาเที่ยวแบบนี้บ่อยแค่ไหน หลอกหวานมากี่ครั้งแล้วคะ”
“พี่อยากให้หวานหลับหูหลับตาปล่อยให้พี่เป็นอิสระบ้าง”
“คำว่าอิสระของพี่คือนอนกับใครก็ได้เหรอคะ ถ้าหวานขออิสระแบบพี่บ้างจะไหมล่ะ”
“อย่ามาประชดพี่นะ”
“ในเมื่อพี่มีคนอื่นได้หวานก็มีคนอื่นได้เหมือนกันไม่เห็นต้องแคร์” หญิงสาวพูดด้วยอารมณ์โกรธและผิดหวังอย่างมาก ที่ผ่านมาเธอรักเชื่อฟังและมีเขาคนเดียวมาตลอดแต่ไม่คิดว่าตนเองจะถูกเขานอกใจแบบนี้ นี่คงไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพาคนอื่นมาเที่ยว ในเมื่อเขาทำได้เธอก็คิดว่าตนเองก็ทำได้เหมือนกัน
“หวานเป็นแฟนพี่นะจะทำแบบนั้นได้ยังไง”
“แล้วทำไมพี่ทำได้ล่ะคะ”
“มันก็แค่เรื่องบนเตียง พี่ไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้น”
“ไม่ได้รักแต่พี่ก็นอนกับเธอไปแล้ว”
“มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร พี่แค่ก็อยากหาความสุขใส่ตัวบ้าง ผู้ชายทุกคนก็มีความต้องการเรื่องบนเตียงกันทั้งนั้นในเมื่อหวานให้พี่ไม่ได้หวานก็อย่าห้ามถ้าพี่จะไปมีคนอื่น”
“หวานคิดว่าคนเราคบกันรักกันเข้าใจกันแล้วจะรอให้ถึงวันที่เหมาะสม”
“ที่หวานพูดมันก็ถูกพี่ก็รอไง แต่ระหว่างรอพี่ก็ขอนอนกับคนอื่นบ้างได้ไหมที่หวานทำอยู่มันเห็นแก่ตัวมากนะ”
“หวานไม่คิดเลยว่าจะได้ยินคำนี้ออกมาจากปากพี่ ทำไมคะ อยากนอนกับหวานมากเหรอคะ” ปรเมศวร์เคยขอเรื่องนี้กับหญิงสาวหลายครั้งแล้วแต่นฤดาก็ปฏิเสธมาตลอด เพราะเธอคิดว่าเรื่องนี้จะรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมก่อนอย่างน้อยก็คบกันให้ครบหนึ่งปีแต่ไม่คิดเลยว่าเขาคิดว่าเธอเห็นแก่ตัว
“พี่อยากจะรู้เหมือนกันนะว่าหวานจะเก็บความสาวความสวยไว้ทำไมวันหนึ่งมันก็ร่วงโรย”
“แล้วยังไงคะถ้าวันหนึ่งหวานไม่สาวไม่สวยไม่สดพี่กายจะไม่สนใจใช่ไหม”
“มันไม่ใช่แบบนั้นพี่ก็แค่เปรียบเทียบยังไงเราก็คบกันรักกันอีกหน่อยก็ต้องแต่งงานกันอยู่แล้วมีอะไรกันก่อนมันก็ไม่เห็นแปลก”
“ใช่ค่ะมันไม่เห็นแปลก ผู้ชายก็คิดอย่างนี้กันทุกคนใช่ไหมคะ”
“ผู้ชายเขาไม่สนใจหรอกนะว่าผู้หญิงที่นอนด้วยจะซิงหรือเปล่าเขาขอแค่นอนด้วยแล้วมีความสุข”
“พี่กายหมายความว่าถ้าหวานไม่ใช่คนแรกของพี่พี่ก็จะไม่ถือสาใช่ไหม”
“หวานพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง”
“หวานก็แค่อยากฟังความคิดเห็นของผู้ชายค่ะ ว่าเขาต้องการผู้หญิงซิงหรือต้องการผู้หญิงที่ลีลาเด็ด”
“ถ้าตอบตามความจริงนะผู้ชายส่วนใหญ่ชอบผู้หญิงลีลาเด็ด”
“หวานจะจำไว้ค่ะ จากนี้ไปหวานจะไม่สนใจความซิงอีกแล้ว”
“หมายความว่าหวานจะยอมนอนกับใช่ไหม” ปรเมศวร์ตาลูกวาวด้วยความดีใจเพราะเขารอวันนี้มานานแล้ว รอวันที่จะได้ผู้หญิงคนนี้มาเป็นของเขา
“ไม่ค่ะ ในเมื่อพี่เห็นคนอื่นดีกว่าหวาน หวานก็ไม่จำเป็นที่จะนอนกับพี่ เราเลิกกันเถอะค่ะ”
“อะไรนะ เราจะเลิกกันด้วยเรื่องแค่นี้น่ะเหรอ” ปรเมศวร์ไม่มีทางยอมเลิกกับเธออย่างเด็ดขาดเพราะเขาเสียเวลากับเธอมานานถึงครั้งปีแล้วจะเลิกทั้งที่ยังไม่ได้ครอบรองเขาไม่มีทางยอม
“มันไม่ใช่เรื่องแค่นี้พี่ทั้งนอกกายและนอกใจหวาน”
“พี่ก็แค่นอกกายแต่ไม่เคยนอกใจ”
“หวานไม่เชื่อหรอกค่ะ คนกะล่อนอย่างพี่ขนาดจับได้คาหนังคาเขายังไม่ยอมรับแล้วถ้าลับหลังจะไม่ยิ่งกว่านี่เหรอคะ หวานเคยโง่มาก่อนแต่คนเราก็คงไม่โง่ตลอดไปหรอกค่ะ”
“พี่ว่าหวานเมามากจนพูดไม่รู้เรื่องแล้วนะ พี่พาไปส่งที่บ้านดีกว่าหายเมาแล้วค่อยมาคุยกันนะ”
“ถึงหวานจะเมาแต่หวานก็รู้ว่าพูดอะไรออกไป ขอให้เราจบกันแค่นี่เถอะค่ะหวังว่าพี่กับผู้หญิงคนนั้นจะมีความสุขนะคะ”
นฤดาพูดจบก็สะบัดมือของเขาออกจากนั้นเธอก็เดินมายังบริเวณทางขึ้นชั้นสองขณะที่เด็กเสิร์ฟก็เดินถือถาเเครื่องดื่มมาพอดี
“เครื่องดื่มนั้นจะเอาไปเสิร์ฟข้างบนใช่ไหม”
“ใช่ครับ”
“ขอฉันได้ไหม”
“ขอโทษนะครับผมคงให้คุณไม่ได้เพราะพวกคุณเฉินสั่งให้ขึ้นไปส่งด้านบน แต่ถ้าคุณอยากจะสั่งเดี๋ยวผมจะจัดการให้นะครับ”
“ฝากบอกคุณเฉินนะคะว่าขอบคุณมาก ฉันมากับแฟนของเขาค่ะ” นฤดาหยิบแล้วเครื่องดื่มสีฟ้าขึ้นมาดื่มทีเดียวจนหมดโดยที่พนักงานเสิร์ฟห้ามไว้ไม่ทัน
“คุณครับนั่นมันของคุณเฉิน”
“ก็ฉันบอกแล้วว่ามาฉันมากับแฟนคุณเฉินถ้าไม่เชื่อเดี๋ยวฉันจะไปบอกเขาเองแต่ตอนนี้ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”
“เข้าห้องน้ำเสร็จแล้วอย่าลืมตามผมไปข้างบนนะครับ” พนักงานหนุ่มบอกก่อนที่ตัวเองจะเดินขึ้นไปยังชั้นสอง แต่เป็นคนละทางกับกลุ่มเพื่อนของนฤดา
“ทำมาช้าล่ะกิต” เฉินถามพนักงานที่เขาสั่งให้เอาเครื่องดื่มขึ้นมาให้
“ก็เพื่อนของแฟนคุณเฉินน่ะสิครับชวนผมคุย”
“เพื่อนของแฟนเหรอ”
“ใช่ครับ คุณเฉินพาแฟนมาด้วยเหรอ”
“ฉันไม่ได้พามาแต่เธอมากับเพื่อน” เขารู้แล้วว่าวันนี้ผู้หญิงของเขาจะมาเที่ยวที่นี่แต่เฉินก็ยังไปหาเธอตอนนี้ไม่ได้เพราะยังทำงานไม่เสร็จ
“อีกแก้วหนึ่งไปไหน” เฉินถามเพราะเครื่องดื่มที่เขาสั่งมามีทั้งหมดสี่แก้วตามจำนวนผู้หญิงที่นั่งตรงหน้า
“ผู้หญิงที่มากับแฟนคุณเฉินเอาไปครับ ผมห้ามไม่ทัน”
“แล้วผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่ไหน” ลูคัสที่นั่งหน้านิ่งถามขึ้นด้วยเสียงที่ฟังดูน่ากลัวจนเด็กเสิร์ฟตัวสั่น เขาเพิ่งมาทำงานได้ไม่นานและครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ได้ขึ้นมาบริการเจ้านาย
“เธอไปเข้าห้องน้ำครับ นั้นไงครับผู้หญิงคนนั้น” ชายหนุ่มชี้ไปยังผู้หญิงที่กำลังเดินไปยังเคาน์เตอร์เครื่องดื่ม เขาเห็นเธอโบกมือขึ้นมาให้กับผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง
“เอาไงดีครับบอส เธอน่าจะมากับแฟนผมจริงๆ”
“คริสนายจัดการเรื่องที่เหลือ ส่วนนายไปบอกแฟนของนายว่าคืนนี้เพื่อนของเธอจะต้องกลับไปกับฉัน” ลูคัสสั่งลูกน้องก่อนที่ตนเองจะลุกขึ้นและเดินลงไปยังหญิงสาวที่สวมเสื้อกล้ามสีดำกับกางเกงยีนสีซีดที่อยู่ด้านล่าง
“ผมบอกคนขับรถแล้วครับบอส”
“ขอบใจ”
“ผมต้องเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟเพิ่มไหมครับคุณเฉิน”
“ไม่ต้องนายกลับทำงานของนายแล้ว” คนที่ตอบคือลูคัสทำให้คนถามรีบลุกก่อนจะวิ่งลงมาอย่างรวดเร็วเพราะกลัวตัวเองจะมีความผิดที่เอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้เจ้านายไม่ครบ
ลูคัสลงมานั่งข้างหญิงสาวและคอยสังเกตดูความผิดปกติของเธออย่างใกล้ๆ ระหว่างนั้นก็ได้รับข้อความจากเฉินที่บอกถึงชื่อและอายุของหญิงสาว เขาเงยหน้าขึ้นไปมองและยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับเพื่อนของเธอซึ่งเฉินคงจะบอกอะไรบางอย่างพวกเธอถึงได้ยิ้มตอบกลับมา
ปกติแล้วลูคัสไม่ค่อยเข้ามาที่นี่บ่อยนักแต่คืนนี้เขาเพิ่งได้รับยาสูตรใหม่และคิดจะทดลองที่นี่ คนของเขาเตรียมผู้หญิงมาแล้วสี่คนกับเครื่องดื่มอีกสี่แก้วแต่หญิงสาวตรงหน้าก็คว้ามันไปดื่มเสียก่อนเขาจึงต้องมานั่งประกบเพราะอยากจะรู้ว่ายาที่เธอดื่มเข้าไปนั้นจะออกฤทธิ์แบบไหนและใช้เวลานานเท่าไหร่