ภาพปกนิยาย ยอดคุณหมอสกุลเฉิน

ยอดคุณหมอสกุลเฉิน

9.4 / 10.0
โชคชะตาของชายหนุ่มผู้ต่ำต้อยพลิกผันไปตลอดกาล เมื่ออุบัติเหตุไม่คาดฝันนำพาให้เขาได้รับมรดกล้ำค่าที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของบรรพชนสกุลเฉิน จากเดิมที่เป็นเพียงลูกเขยไร้ค่าซึ่งถูกผู้คนรอบข้างดูแคลนไม่ต่างจากเศษขยะ เขากลับตื่นขึ้นมาพร้อมกับทักษะการรักษาอันเหนือชั้นและวิชาแพทย์ที่ล้ำเลิศเกินกว่าใครจะคาดถึง พลังลึกลับนี้เปลี่ยนชีวิตที่เคยถูกเหยียบยามให้กลายเป็นยอดหมอเทวดาผู้มีอำนาจในการชี้เป็นชี้ตาย พร้อมเผชิญหน้ากับอุปสรรคและพิสูจน์คุณค่าของตนเองในฐานะทายาทที่แท้จริงแห่งตระกูลเฉิน
เรื่องย่อ ยอดคุณหมอสกุลเฉิน
โชคชะตาของชายหนุ่มผู้ต่ำต้อยพลิกผันไปตลอดกาล เมื่ออุบัติเหตุไม่คาดฝันนำพาให้เขาได้รับมรดกล้ำค่าที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของบรรพชนสกุลเฉิน จากเดิมที่เป็นเพียงลูกเขยไร้ค่าซึ่งถูกผู้คนรอบข้างดูแคลนไม่ต่างจากเศษขยะ เขากลับตื่นขึ้นมาพร้อมกับทักษะการรักษาอันเหนือชั้นและวิชาแพทย์ที่ล้ำเลิศเกินกว่าใครจะคาดถึง พลังลึกลับนี้เปลี่ยนชีวิตที่เคยถูกเหยียบยามให้กลายเป็นยอดหมอเทวดาผู้มีอำนาจในการชี้เป็นชี้ตาย พร้อมเผชิญหน้ากับอุปสรรคและพิสูจน์คุณค่าของตนเองในฐานะทายาทที่แท้จริงแห่งตระกูลเฉิน
อ่านเพิ่มเติม

ยอดคุณหมอสกุลเฉิน ตอนที่ 1

ตอนที่ 1 เสี่ยงชีวิตช่วยภรรยา

“แกมันคนไม่เอาไหน! ไอ้สวะกระจอก! ไปคุกเข่าหน้าบ้านเดี๋ยวนี้!”

ท่ามกลางเสียงร้องตะโกนด่าอย่างดูถูกเหยียดหยาม ฉีเล่ยที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าเก่าๆ ไม่สวมแม้กระทั่งรองเท้า แก้มข้างหนึ่งของเขามีรอยฝ่ามือแดงเถือกประทับอยู่ ถูกผลักกระเด็นออกจากประตูบ้านอย่างไม่ปราณี

ฉีเล่ยถึงกับล้มลงอยู่หน้าประตู เขาได้แต่พยุงตัวลุกขึ้นคุกเข่ากับพื้น พร้อมกับหัวเราะออกมาด้วยความขมขื่นใจ เขาคุกเข่าอยู่เงียบๆเช่นนั้นเป็นเวลานาน และได้แต่แอบถอนหายใจ และคิดอยู่ภายในใจเงียบๆว่า

“เถ้าแก่เฉินครับ! เมื่อไหร่ผมถึงจะชดใช้หนี้ชีวิตให้คุณหมดเสียที?”

………..

เมื่อแปดปีก่อน เพื่อต้องการช่วยชีวิตฉีเล่ย เถ้าแก่เฉินถึงกับต้องยอมเสียสละชีวิตของตนเอง แต่ก่อนตายนั้น เขาได้แต่หวังว่า ให้ฉีเล่ยแต่งงานกับลูกสาวของเขา..

การตัดสินใจของเฉินฉางเชิงในครั้งนั้น ได้สร้างความตระหนกตกใจให้กับภรรยา และบุตรสาวของเขาเป็นอย่างมาก  และสองแม่ลูกก็คัดค้านหัวชนฝา ทั้งคู่ไม่เห็นด้วยกับความต้องการของเฉินฉางเชิงเป็นอย่างมาก ที่จะให้ชายหนุ่มซึ่งเป็นต้นเหตุให้หัวหน้าครอบครัวของพวกเธอสองแม่ลูกต้องเสียชีวิต กลายมาเป็นลูกเขยสกุลเฉินเช่นนี้

แต่ถึงอย่างนั้น เถ้าแก่เฉินก็ยังยืนกรานหนักแน่น และประกาศต่อหน้าภรรยากับลูกสาวว่า หากทั้งคู่ไม่ยอมให้ฉีเล่ยแต่งเข้าสกุลเฉิน เขาคงจะต้องตายตาไม่หลับแน่

และด้วยสาเหตุนี้ หลังจากเฉินฉางเชิงเสียชีวิตลง ฉีเล่ยจึงได้แต่งเข้าเป็นลูกเขยสกุลเฉิน และใช้ชีวิตอยู่ในครอบครัวนี้มานานถึงแปดปีแล้ว

แต่ทุกครั้งที่สองแม่ลูกนึกถึงการตายของเฉินฉางเชิง ทั้งคู่ก็มักจะมาระบายอารมณ์ความโกรธแค้นภายในใจกับฉีเล่ยอยู่เสมอ

และในคืนนี้ก็เช่นกัน ฉีเล่ยที่นั่งคุกเข่าอยู่หน้าบ้านตลอดทั้งคืน ไม่อาจทนต่อความเหนื่อยล้าของร่างกายได้อีก ร่างของเขาค่อยๆเอนลงเรื่อยๆ ก่อนจะล้มฟุบลงไปกองกับพื้น และหลับไปในสภาพเช่นนั้น

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ไม่อาจรู้ได้  เสียงฝีเท้าก็ดังออกมาจากด้านในบ้าน ฉีเล่ยถึงกับสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าตามเดิมอย่างรวดเร็ว

และเมื่อประตูบ้านเปิดผางออก แม่ยายของฉีเล่ยก็ยืนจ้องมองเขาด้วยสีหน้า และแววตาเคียดแค้น ฉีเล่ยเห็นเช่นนั้น จึงได้แต่เตรียมใจที่จะรับพายุอารมณ์ของหญิงในวัยกลางคนอีกระลอก..

“ไอ้คนสารเลว นี่แกกล้าเผลอหลับงั้นเหรอ? ไอ้คนขี้ขลาด! ไอ้ฆาตกร! ฉันจะฆ่าแก!”

สีหน้าของแม่ยายฉีเล่ยดูเหมือนจะแสดงความสงสารออกมาวูบหนึ่ง แต่เพียงแค่ประเดี๋ยวเดียว ก็ถูกบดบังไว้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นแทน

ความปรารถนาของเถ้าแก่เฉิน ได้ทรมานจิตใจของหญิงวัยกลางคนผู้นี้จนแทบเสียสติ และกลายเป็นคนบ้า เธอเองก็เริ่มเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ และไม่รู้ว่า ตัวเองได้กลายเป็นคนโหดเหี้ยมแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่..

หลังจากที่ได้ฟังคำกร่นด่าด้วยความเคียดแค้นของแม่ยาย บนหน้าผาก และขมับทั้งสองข้างของฉีเเล่ย ก็ปรากฏเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมามากมาย แต่เขาก็ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่เช่นนั้นอย่างอดทน และปล่อยให้ร่างกายของตนเอง กลายเป็นที่ระบายความเคียดแค้นของหญิงวัยกลางคนผู้นี้ต่อไป

“พี่เฉิน.. ทำไมพี่ถึงต้องช่วยไอ้คนสารเลวพรรณนี้ด้วย? ทำไมไม่ปล่อยให้มันตายไป? เพราะมันคนเดียว ทำให้ฉันต้องกลายเป็นหม้าย ส่วนลูกสาวของเราก็ต้องกำพร้าพ่อ!

“พี่เฉิน.. พี่ปล่อยให้เราสองคนแม่ลูกมีชีวิตที่ทุกข์ทรมาน อยู่กับไอ้คนชั่วช้าทุกวันแบบนี้ได้ยังไงกัน?”

แม่ยายของเขาทรุดลงไปกองกับพื้น พร้อมกับร้องไห้คร่ำครวญออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างทีุ่สุด!

ฉีเล่ยได้แต่อดกลั้นต่อความทุกข์ใจ และทุกข์กายไว้เงียบๆเพียงลำพัง ความโกรธแค้นภายในใจที่เกิดจากการถูกข่มเหงด่าทอ กลับถูกความรู้สึกผิดภายในใจสะกดไว้แทน

“แม่คะ กลับเข้าไปในบ้านเถิดนะคะ!”

ฉีเล่ยแทบไม่ต้องลืมตามอง เพราะเพียงแค่ได้ยินเสียง เขาก็รู้ได้ทันทีว่า เจ้าของเสียงนุ่มนวลนี้ก็คือเฉินอวี้หลัว ภรรยาของเขานั่นเอง

เฉินอวี้หลัวเดินเข้าไปช่วยพยุงแม่ยายของเขาให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะพาเดินกลับเข้าไปในบ้าน แต่หลังจากเดินไปได้เพียงแค่สองสามก้าว เธอก็หันมาบอกกับฉีเล่ยว่า

“นายเองก็ควรจะไปพักผ่อนได้แล้ว!”

หลังจากที่บรรยากาศรอบตัวสงบนิ่งลงแล้ว ฉีเล่ยที่เวลานี้มีบาดแผลอยู่เต็มร่างกาย ก็ได้แต่ลุกขึ้นยืน และเดินตามเข้าไปในบ้าน เขาปิดประตูบ้านลงอย่างช้าๆ ก่อนจะเดินไปที่แคร่ไม้ซึ่งตั้งอยู่ตรงระเบียงบ้าน แล้วทรุดกายลงนอน พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์ที่กำลังทอแสงนวลอยู่บนท้องฟ้า

……

จนกระทั่งเวลาหกโมงครึ่งของเช้าวันใหม่ ฉีเล่ยจึงรีบลืมตาตื่นขึ้น เพื่อลุกขึ้นมาทำงานที่คั่งค้างของเมื่อวาน รวมทั้งงานที่ต้องทำในวันนี้ด้วย

เขาลุกขึ้นมาจัดเตรียมอาหารเช้าไว้ให้กับเฉินอวี้หลัว และแม่ของเธอ จากนั้นจึงกลับไปนั่งหลบที่มุมระเบียง เพื่อรอให้สองแม่ลูกรับประทานอาหารเช้าเสร็จ เขาก็จะได้เข้าไปเก็บโต๊ะ และจัดการล้างถ้วยล้างชามให้เรียบร้อย

ในระหว่างที่นั่งหลบมุมอยู่ข้างระเบียงนั้น ในมือของฉีเล่ยก็ถือชามข้าวถ้วยหนึ่งไว้เหมือนเช่นทุกๆวัน

แม้สถานการณ์ต่างๆ ดูเหมือนจะสงบนิ่งลงบ้างแล้ว แต่บรรยากาศภายในบ้านกลับอึมครึม และดูเหมือนจะตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม ราวกับภูเขาไฟที่สามารถระเบิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

เมื่อครั้งที่เขาและเฉินอวี้หลัวแต่งงานกันใหม่ๆนั้น ฉีเล่ยได้เคยพยายามที่จะปรับเปลี่ยนบรรยากาศตึงเครียดแบบนี้ให้ดีขึ้น แต่เขาก็ไม่เคยทำสำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียว หลังจากนั้นมา เขาก็ได้แต่อดทนต่อความทุกข์กายทุกข์ใจที่ได้รับอย่างเงียบๆ

ในระหว่างที่เฉินอวี้หลัวจะออกไปทำงานนั้น เธอก็สังเกตเห็นฉีเล่ยที่นั่งแอบอยู่มุมหนึ่งของระเบียงบ้าน และดูเหมือนจะมีบาดแผลอยู่เต็มตัว แววตาของหญิงสาวปรากฏร่องรอยของความสงสารขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่แล้วจู่ๆ ความสงสารพลันเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น เธอกัดฟันแน่น ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปอย่างไม่ใยดีต่อฉีเล่ย

หลังจากรับประทานอาหารเช้า และจัดการเก็บโต๊ะจนเรียบร้อยแล้ว ฉีเล่ยก็หยิบถุงปุ๋ยคู่กายไปหนึ่งอัน และเริ่มเดินไปตามท้องถนนเพื่อเก็บขยะที่สามารถขายเป็นเงินได้กลับมา ใบหน้าของเขานั้นเรียบเฉยไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก

ฉีเล่ยคุ้นเคยกับสีหน้า และแววตาของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา บางคนก็มองเขาด้วยแววตาเห็นอกเห็นใจ แต่ส่วนใหญ่มักจะมองเขาด้วยแววตาเยาะเย้ยถากถาง และบางส่วนก็มองเขาด้วแววตาเฉยเมย

ใครจะไปคิดเล่าว่า ชายหนุ่มที่เคยร่ำเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง กลับจะต้องกลายมาเป็นคนเก็บขยะไปวันๆแบบนี้?

แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เฉินอวี้หลัว และแม่ของเธอ สั่งให้ฉีเล่ยทำมาตลอดระยะเวลาแปดปี!

ฉีเล่ยเดินก้มๆเงยๆเก็บขวดตามถังขยะบ้าง ตามท้องถนนที่ผู้คนต่างพากันโยนให้เขาบ้าง แต่แล้วจู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นหูร้องตะโกนเสียงดัง

“ขโมย! ช่วยจับขโมยด้วย!”

ฉีเล่ยรีบเงยหน้าขึ้นมองทันที และพบว่าเฉินอวี้หลัวกำลังวิ่งตามเด็กหนุ่มคนหนึ่งมา เขาโยนสิ่งของที่อยู่ในมือทิ้งทันที และรีบวิ่งตามโจรผู้นั้นไปอย่างรวดเร็ว

“หยุดนะ! หยุดเดี๋ยวนี้! คืนของที่ขโมยให้เธอไปเดี๋ยวนี้..”

ฉีเล่ยวิ่งตามโจรไปพร้อมกับร้องตะโกนบอกไปด้วย จนกระทั่งสามารถวิ่งนำหน้าไปได้ และรีบวิ่งไปยืนขวางทางไว้ พร้อมกับยื่นมือทั้งสองข้างออกกางกั้น

ในเวลานั้นเอง เฉินอวี้หลัวก็วิ่งตามมาทันพอดี เธอรีบวิ่งเข้าไปดึงแขนของโจรหนุ่ม พร้อมกับหายใจหอบรุนแรง แต่ก็ร้องตะโกนบอกไปว่า

“คืนจี้หยกนั่นมาให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ!”

‘จี้หยกงั้นเหรอ?’

ฉีเล่ยพึมพำอยู่ในใจ ก่อนจะก้มลงมองที่มือข้างซ้ายของโจรหนุ่ม และพบว่า มันกำลังกำจี้หยกสีแดงโลหิตไว้แน่น!

‘นั่นเป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียว ที่เถ้าแก่เฉินทิ้งไว้ให้อวี้หลัวไว้ดูต่างหน้านี่!’

แต่ในขณะที่ฉีเล่ยกำลังอยู่ในอาการครุ่นคิดนั้น โจรหนุ่มก็ล้วงมีดสั้นออกมาจากเอว พร้อมกับแทงเข้าไปที่ร่างของเฉินอวี้หลัว ปากของมันก็ร้องตะโกนออกไปด้วยว่า

“แก.. ฉันจะฆ่าแกทิ้งซะ!”

“ระวัง!”

ฉีเล่ยร้องตะโกนออกมาเสียงดัง พร้อมกับพุ่งเข้าไปผลักร่างของเฉินอวี้หลัวที่ยืนอยู่ข้างๆ ออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีดสั้นของโจรหนุ่มปักเข้าที่ท้องของเขาแทน

เฉินอวี้หลัวได้แต่ตกตะลึง เธอหันมองไปรอบตัว และได้แต่กรีดร้องออกมา เมื่อเห็นภาพที่ฉีเล่ยกำลังถูกแทง

“มะ.. ไม่!!”

อ่านต่อ

สารบัญของ ยอดคุณหมอสกุลเฉิน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้ มนุษย์ทุกคนคงมีสิ่งที่อยากเปลี่ยน แต่ในความเป็นจริงเราไม่อาจเรียกคืนเวลาที่ล่วงเลยไปได้ เช่นเดียวกับชีวิตของเมษาที่พังทลายลงทันทีเมื่อความจริงถูกเปิดเผย เธอต้องตกนรกทั้งเป็นจากความผิดพลาดที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อ แต่กลับถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิงของผู้อื่น ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อของ ‘ผู้ชายสารเลว’ คนหนึ่งที่ทิ้งรอยแผลลึกเอาไว้ในรูปแบบของการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ หากเพียงวันนั้นเธอกล้าที่จะลุกขึ้นสู้ให้มากกว่านี้ จุดจบของชีวิตคงไม่ต้องมาลงเอยด้วยความสูญเสียและคำประณามที่แสนเจ็บปวด เมษาได้แต่ตั้งคำถามกับโชคชะตาที่ไร้ทางออก ในวันที่สายน้ำและเวลาไม่เคยไหลย้อนกลับมาเพื่อมอบโอกาสที่สองให้เธออีกครั้ง
ภาพปกนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เพียงขวัญไม่เคยคิดว่าเขาจะเข้ามาในชีวิตเพียงเพื่อหลอกลวง แต่กรพักตร์กลับเป็นฝ่ายที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับหัวใจของตัวเอง เมื่อเขาตกหลุมรักเธอโดยไม่ทันตั้งตัว การกลับมาของเขาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การแก้แค้น แต่มันคือการเปิดโปงความจริงที่ถูกซ่อนไว้มานาน ความรักและความแค้นของทั้งคู่ปะทะกันอย่างดุเดือด เมื่อเขาจับเธอโยนลงสระน้ำ กอดรัดเย้ยหยันถึงเรื่องผู้ชายคนอื่น แต่เพียงขวัญก็ไม่ยอมอ่อนข้อ เธอตบเขา แล้วเขาก็จูบเธอตอบแทนด้วยความแค้นที่แฝงด้วยแรงปรารถนา คำถามที่เขาย้ำถามถึงลีลาความรักของเธอ กลายเป็นการต่อสู้ที่ทั้งเจ็บปวดและเร่าร้อนที่ไม่อาจห้ามใจ
ภาพปกนิยาย โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เมื่อเพชรหอมตัดสินใจบอกข่าวเรื่องการตั้งครรภ์กับราซิเอลโล่ ชายผู้เป็นรักแท้ที่เธอพร้อมมอบทุกอย่างให้ กลับต้องเผชิญกับความเย็นชาและคำดูถูกที่กรีดลึกถึงหัวใจ เขาปฏิเสธความรับผิดชอบอย่างไร้เยื่อใยเพียงเพราะความมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างรัดกุมมาโดยตลอด พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงความซื่อสัตย์ของเธออย่างเลือดเย็น คำยืนยันที่ว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขาทำให้เพชรหอมต้องหอบเอาความบอบช้ำและหนึ่งชีวิตที่กำลังจะเกิดกลับสู่เมืองไทยเพียงลำพัง โดยที่ชายหนุ่มผู้ทระนงในความรอบคอบของตนไม่เคยเฉลียวใจเลยว่า ความผิดพลาดที่เขาเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้นั้นได้เกิดขึ้นแล้ว และมันจะกลายเป็นพันธะผูกพันที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ในอนาคต
ภาพปกนิยาย ประธานไล่จีบภรรยา
9.3
อดีตอันขมขื่นของเจียงหยุนเอ๋อเริ่มขึ้นเมื่อเธอถูกวางยาจนมีความสัมพันธ์กับชายแปลกหน้า เหตุการณ์นี้ทำให้เธอถูกขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไร้เยื่อใย ห้าปีต่อมา หญิงสาวเดินทางกลับมาตุภูมิพร้อมพยานรักตัวน้อย ทว่าทันทีที่ถึงสนามบิน เธอกลับถูกกลุ่มคนพาลเข้ามารังแกอย่างอุกอาจ ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังและไร้ทางออก ลูกชายวัยไร้เดียงสากลับวิ่งไปกอดขาบุรุษผู้ทรงอิทธิพลพร้อมเรียกเขาว่าพ่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ ความบังเอิญครั้งนี้ได้พลิกชะตาชีวิตของเธอ นำไปสู่การทวงคืนความยุติธรรมและจุดเริ่มต้นของความรักครั้งใหม่
ภาพปกนิยาย ศึกรักแสงสว่าง
9.5
การช่วยเด็กชายแปลกหน้าทำให้หนิงซีได้รับผลตอบแทนเป็นคุณพ่อสุดหล่ออย่างลู่ถิงเซียวที่พร้อมมอบทั้งตัวและหัวใจ เมื่อเป็นภรรยาเต็มตัว ชีวิตเธอก็ถูกเติมเต็มด้วยการปรนเปรอขั้นสุด ความหวานของทั้งสองทำเอาลูกชายตัวน้อยกลายเป็นส่วนเกิน ลู่ถิงเซียวตามใจภรรยาทุกอย่างโดยไม่สนคำคัดค้านของใคร ต่อให้เธออยากยึดหรือขายบริษัททิ้ง เขาก็พร้อมประเคนให้ด้วยความเต็มใจ เพราะไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าความสุขของเธอ แม้ต้องเผชิญความวุ่นวาย เธอก็ยังเป็นที่หนึ่งในใจเขาเสมอ
ภาพปกนิยาย เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่
8.5
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่สาม พรกมลต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่ออภิเดชสามีของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักเพียงศศิกานต์เท่านั้น เขาเมินเฉยต่อความใส่ใจของเธอและพร้อมจะทอดทิ้งไปทันทีที่อีกฝ่ายเรียกหา เมื่อความลับเรื่องการตั้งครรภ์ถูกเปิดเผย อภิเดชกลับโกรธจัดและบีบบังคับให้เธอหย่าร้างพร้อมสั่งให้ไปทำแท้งอย่างไร้เยื่อใย แม้เธอจะล้มลงต่อหน้าเขาก็ไร้ซึ่งความช่วยเหลือ มิหนำซ้ำที่ทำงานเธอยังถูกศศิกานต์กลั่นแกล้งและถูกใส่ร้ายจนอภิเดชเข้าใจผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า พรกมลจึงตัดสินใจเซ็นใบหย่าและลาออกจากงานเพื่อยุติความสัมพันธ์อันบอบช้ำ เธอเลือกเดินจากไปพร้อมหยิ่งในศักดิ์ศรี โดยตั้งมั่นว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เข้มแข็งและประสบความสำเร็จให้ได้ด้วยตัวเอง
ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved.