เรื่อง...หวานใจนายสิงหราช (คุณสิงห์)
คำโปรย...เมื่อกามเทพตัวน้อยนำพาให้คุณอาสิงห์ได้พบกับคุณหมอมาใหม่ประจำตำบล เกิดถูกตาต้องใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สบตา การเดินหน้าจีบคุณหมอจึงเริ่มขึ้น
แนะนำตัวละคร
คุณสิงหราช (นายสิงห์) อายุ 34 ปี
เจ้าของสวนผลไม้และรีสอร์ตขนาดใหญ่ เขาหล่อ รวย เจ้าเล่ห์
คุณนิชนันท์ (หมอแก้ม) อายุ 27 ปี
เธอสวย รวย เก่ง แต่สู้ความเจ้าเล่ห์ของเขาไม่ได้หรอก
หนูนิด อายุ 2 ขวบกว่าๆ
หลานสาวคุณอาสิงห์ น่ารัก พูดเก่ง ขี้สงสัย
ตัวละครอื่นๆ
คุณคชา (เฮียช้าง) พี่ชายคนโต ป๊ะป๋าของหนูนิด
คุณมังกร น้องชายคนเล็ก
ปล.นิยายเรื่องนี้เขียนต่อจากเรื่อง...หวานใจคุณพ่อลูกติด
-------------------
ตอนที่ 1 พบเจอ
สวัสดีครับ ผม...สิงหราช เป็นเจ้าของรีสอร์ตและสวนผลไม้ ผมมีพี่น้องที่คลานตามกันออกมาจากท้องแม่สามคน ส่วนตัวผมเป็นลูกคนกลาง ตอนนี้ผมกำลังขับรถกลับบ้านสวน ในรถมีคุณแม่กับหลานสาวตัวเล็กของผมนั่งมาด้วยแกชื่อหนูนิด อายุสองขวบกว่าๆ เป็นลูกของพี่ชายของผมเองครับ ตอนนี้หม่ามี๊ของแกแพ้ท้องหนัก ผมจึงชวนคุณแม่กับหนูนิดมาเที่ยวที่รีสอร์ตสักพัก
“คุณอาขา...นิดหิวขนมค่ะ” เสียงเล็กๆของหนูนิดร้องบอกเมื่อแกเห็นว่ารถกำลังวิ่งผ่านตลาดระหว่างทางกลับบ้านสวนพอดี
“หนูนิดหิวขนมอะไรคะ ผ่านตลาดพอดีอาจะได้แวะซื้อให้”
“นิดหิวขนมอะไรก็ได้ค่ะ”
“ขนมอะไรก็ได้มันเป็นยังไงคะ”
“อื้อ...ข้าวเหนียวไก่ย่างก็ได้ค่ะ”
“โอ้โห...สงสัยจะหิวจริงๆเล่นของหนักเลย เดี๋ยวอาจอดรถแวะซื้อให้นะ ขออาหาที่จอดรถก่อน”
"คุณแม่ส้มตำไก่ย่างมั้ยครับ"
"จะกินก็ซื้อมาเถอะ แม่ยังไงก็ได้"
ผมหาที่จอดรถได้ก็เดินลงจากรถไปหาร้านไก่ย่างที่หลานสาวของผมอยากกิน แต่อยู่ๆผมก็ถูกผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้คว้ามาที่แขนของผม
"มับ!" เฮ้ย!...ตกใจหมด! หันไปเห็นว่าเป็นผู้หญิงแถมยังสวยซะด้วย ผมก็เลยปรับสีหน้าลงนิดหน่อย ถ้าเป็นผู้ชายอยู่ๆมาจับแบบนี้ผมเสยหน้าเข้าให้แล้ว
“คุณ! ช่วยฉันหน่อยนะคะ” เธอเหมือนกำลังหนีใครสักคนอยู่
“ช่วยอะไร...”
“แกล้งเป็นแฟนใหม่ให้ฉันที” อ่อนึกว่าหนีอะไร หนีแฟนเก่าอยู่นี่เอง
“แฟน!” เธอพยักหน้าเร็วๆ ส่วนผมยังไม่ทันได้ตอบรับหรือได้ตัดสินใจที่จะช่วยเธอเลยสักนิดสาบานได้! เธอก็คว้าแขนของผมเอาไปกอดไว้แน่น ตัวหอมด้วยแฮะ!
“เขาเดินมาโน่นแล้ว” เขาไหนวะ! ผมกำลังมองหาคนที่เธอพูดถึง แล้วทำไมผมต้องทำตามที่เธอบอกด้วยเนี่ย ว่าแล้วผมก็ยอมให้เธอลากไป หันหลังปุ๊บ!
“แก้ม...ผมหาคุณตั้งนาน แล้วนี่ใคร” แก้มเหรอ...ชื่อน่ารักจัง ผู้ชายคนที่เดินเข้ามาใหม่ มองหน้าผมทีมองหน้าเธอที ไหนๆก็ไหนๆแล้วช่วยเธอหน่อยแล้วกัน
ผมยกแขนขึ้นโอบเอวของเธอเอาไว้ทำทีเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเต็มที่ แหม! ได้แฟนสวยทั้งทีคนอย่างสิงหราชไม่พลาดโอกาสดีๆแบบนี้หรอกครับ
“แฟนใหม่ของแก้มเองค่ะ” ขนาดแกล้งเป็นแฟนจำเป็นให้เธอยังยิ้มได้ขนาดนี้ ถ้าได้เป็นแฟนเธอจริงๆคงดีไม่น้อย
“ไม่จริง พี่ไม่เชื่อ แก้มอย่ามาโกหกพี่ เรามีเรื่องต้องคุยกันมากับพี่เดี๋ยวนี้” ผู้ชายคนนั้นคว้ามาที่ข้อมือของเธอแต่ถูกเธอสะบัดออก แขนของเธอกอดมาที่แขนของผมอีกครั้งแถมยังกอดเอาไว้ซะแน่น...ใจเย็นๆเว้ยไอ้สิงห์ เดี๋ยวเลิกกันปุ๊บมึงก็เสียบเลย
“ไม่ค่ะ เราเลิกกันแล้ว พี่เพชรนอกใจแก้มก่อน ระหว่างเราไม่จำเป็นต้องมีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีก” ตอนนี้ผมก็แค่ไม้กันหมาไม่รู้จะพูดอะไร ทำได้แค่ยืนฟังคู่รักทะเลาะกันเฉยๆ
“ไม่นะแก้ม พี่ไม่ได้รักชมพู่ พี่รักแก้ม” ชมพู่คือใคร...
“ความรักแบบนี้แก้มไม่ต้องการหรอกค่ะ ขอโทษนะคะ แก้มมีแฟนใหม่แล้ว เชิญพี่เพชรกลับไปเถอะค่ะ” ผมเองครับแฟนใหม่ของเธอ ยืดๆหน่อยเว้ยไอ้สิงห์!
“ไป! สิคุณ...”
“อ่อๆ” เธอกำลังชวนผมเดินหนี
“เดี๋ยวแก้ม...แก้มยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นเรายังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย” ตื้อเก่งจังวะ!
“พี่เพชรพูดไม่รู้เรื่องเหรอคะ แก้มมีแฟนใหม่แล้วค่ะ” มารยาทต้องดีขนาดไหนวะ ทะเลาะกันยังพูดเพราะขนาดนี้ ใบหน้าสวยมารยาทดี นี่มันลูกสะใภ้คุณแม่ชัดๆ
“พี่ไม่เชื่อ แค่ไม่กี่วันแก้มไม่มีทางหาคนใหม่ได้เร็วขนาดนี้แน่”
“ทำไมคะ แสดงว่าพี่เพชรกับเพื่อนของแก้มก็คงจะคั่วกันมานานแล้วสินะคะ ถึงขนาดตั้งท้องได้ตั้งหลายเดือนแล้ว ไปคุณ!” ห๊ะ! ต้องชั่วเบอร์ไหนวะเนี่ยไปเอากับเพื่อนของแฟนตัวเองเนี่ยนะ โถๆๆ มาๆพี่จะดามใจให้เอง...
“เดี๋ยวแก้ม...” ตื้อไม่ยอมเลิกแฮะ!
“ถอยไปครับ แฟนผมเขาไม่ได้ต้องการคุณแล้ว เธอต้องการแค่ผม คุณกลับไปเถอะ”
“ไอ้บ้านนอก มึงจะไปรู้อะไร ถอยไป!” หล่อขนาดนี้เรียกไอ้บ้านนอก ตาต่ำจริงๆ
“ไม่ถอย...มึงนั่นแหละกลับไป แล้วถ้ายังไม่เลิกตามแฟนผม อย่าหาว่าผมไม่เตือน!” บรรยากาศโดยรอบตอนนี้ผู้คนเริ่มทยอยกันเข้ามามุงดูแล้ว
“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง ไอ้บ้านนอก!” คนอย่างสิงหราชไม่เคยยอมให้ใครชี้หน้าด่า ผมแกะแขนเล็กๆที่เกาะแขนของผมออกแล้วรีบสาวเท้าเดินไปหาไอ้หน้าตี๋นั่น แล้วปล่อยหมัดไปที่ใบหน้าขาวๆของมันทันที
"ผลัวะ!! โดนหมัดไอ้บ้านนอกสักทีเป็นไง"
"ฝากไว้ก่อนเถอะมึง!" มันชี้มาที่หน้าผมอีกครั้ง ผมกำลังจะก้าวขาเข้าไปหามันอีก แต่ถูกคนสวยวิ่งมารั้งแขนของผมเอาไว้ซะก่อน ผมหันมามองหน้าเธอ เธอส่ายหน้าเบาๆให้แต่ไม่ได้พูดอะไร ผมก็เลยปล่อยให้แฟนเก่าของเธอเดินหนีไป
“ขอบคุณมากนะคะ ที่ช่วย”
“คุณไม่เป็นอะไรใช่มั้ยครับ” ผมหมายถึงสภาพจิตใจ
“ไม่ค่ะ ฉันไม่เป็นไร”
“คุณไม่ใช่คนแถวนี้ใช่มั้ยครับ” ดูจากการแต่งตัวและผิวพรรณไม่น่าจะใช่
“ค่ะฉันเป็นคนกรุงเทพฯ” คนบ้านเดียวกันเลย!
"ขอบคุณที่ช่วยขอตัวก่อนนะคะ" พูดจบเธอก็หันหลังให้แล้วเดินจากไป
"..........." ผมยังไม่ทันจะได้อ้าปาก เธอก็เดินไปโน่นแล้ว ขาที่กำลังจะก้าวเดินตามเธอไป แต่กลับนึกขึ้นมาได้ว่าคุณแม่กับหนูนิดอยู่ในรถ
“ตายห่าแล้ว...ไก่ย่างหนูนิด” ผมรีบเดินเร็วๆตรงไปที่ร้านข้าวเหนียวไก่ย่างทันที สั่งส้มตำใส่ถุงไปทานกับคุณแม่ที่บ้านด้วย จากนั้นผมจึงรีบเดินกลับมาที่รถ...รู้สึกเสียดายผู้หญิงคนนั้นจัง
“หนูนิดคะ ข้าวเหนียวไก่ย่างได้แล้วค่ะ” ผมยื่นถุงข้าวเหนียวไก่ย่างที่ผมซื้อมาให้คุณแม่รับเอาไปถือไว้ ส่วนถุงส้มตำไก่ย่างถุงใหญ่ผมวางไว้ที่ด้านหลังคนขับ
“คุณอาไปช่วยแม่ค้าย่างไก่มาเหรอคะ”
“เปล่าค่ะ กินๆเข้าไป ตัวแค่นี้พูดมากนะเราน่ะ”
“ทำไมไปนานจังลูก”
“มีคนขอความช่วยเหลือนิดหน่อยครับ”
“ว่าแต่เราน่ะ อายุก็พอสมควรแล้ว เมื่อไหร่จะหาเมียสักทีล่ะ พี่เราก็แต่งงานไปแล้ว ไม่อยากมีครอบครัวเหมือนพี่เขาบ้างเหรอ” อยากครับ แต่มันหาไม่ได้...
“โธ่คุณแม่ครับ จะไปหาจากที่ไหนล่ะครับ วันๆผมทำแต่งงาน”
“อยากจะอยู่แก่จนขึ้นคานก็ตามใจ” เอ้า! ดูคุณแม่พูดเข้า
“คุณแม่ก็...อร่อยมั้ยคะหนูนิด” ผมจึงหันมาคุยกับหลานสาวแทน ในขณะที่ทำหน้าที่ขับรถไปด้วย
“อร่อยค่า...”
“อร่อยก็กินให้หมดนะ” ไก่ย่างข้าวเหนียวถูกป้อนเข้าปากคำเล็กๆให้กับหนูนิดด้วยมือคุณย่า
ทางด้านนิชนันท์ (หมอแก้ม)
หลังจากที่ได้รู้ว่าแฟนตัวเองไปได้กับเพื่อนสนิทเธอก็เลยขอย้ายมาประจำอยู่ที่โรงพยาบาลเล็กๆในชนบทแทน หวังแค่เพียงชีวิตที่สงบสุขแค่นั้น ส่วนผู้ชายที่คบกันมาสองปีเธอตัดสินใจเลิกเด็ดขาด เหตุผลก็คือแฟนของเธอทำเพื่อนสนิทท้องเรื่องก็เลยแดงออกมาเพราะผู้ใหญ่ทางฝ่ายหญิงเรียกร้องให้ฝ่ายชายรับผิดชอบ ส่วนเธอทำแต่งานไม่เคยสงสัยมาก่อน
ตอนที่ 2 หาบ้านเช่า
พื้นที่ตรงส่วนของสิงหราชรีสอร์ตทั้งหมด เป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมจำนวนร้อยไร่ ถูกแบ่งทำรีสอร์ตสิบไร่ สวนผลไม้แปดสิบไร่ เป็นสวนผสมปลูกหลายอย่างรวมกัน เก็บเกี่ยวตามฤดูกาล พื้นที่ส่วนที่เหลือเป็นบริเวณบ้านของเจ้าของรีสอร์ต
ส่วนพื้นที่ตรงรีสอร์ตมีน้ำจากเขื่อนไหลผ่านตลอดปี นักท่องเที่ยวจึงนิยมพากันมาเที่ยวเพื่อชมบรรยากาศ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่อยู่ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพมากนัก
ช่วงวันหยุดนักท่องเที่ยวจะมากเป็นพิเศษ แต่ทางรีสอร์ตก็มีที่พักเพียงพอสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยว มีทั้งแบบบ้านพักและห้องเช่าแล้วแต่ลูกค้าจะเลือก ส่วนราคานั้นก็จะแตกต่างกันออกไป
รีสอร์ตแห่งนี้ยังมีร้านอาหารรสชาติถูกปากและร้านกาแฟเปิดบริการตั้งแต่เช้า เรียกได้ว่าตื่นเช้าขึ้นมาก็มีให้เลือกซื้อเลือกกินกันได้ตามใจชอบ บริการดี อาหารอร่อย ที่พักสะอาดและที่สำคัญเจ้าของใจดีแถมยังหล่อสุดๆ
ทางด้านนิชนันท์ เนื่องจากว่าบ้านพักหมอที่ทางหน่วยงานจัดไว้ให้มันคับแคบสำหรับเธอแถมยังดูวุ่นวายไม่เป็นส่วนตัว เธอจึงตัดสินใจมาหาบ้านเช่าสักหลัง ซึ่งเธอก็ถูกแนะนำให้ลองมาถามที่สิงหราชรีสอร์ตดูเพื่อว่าจะมีบ้านพักให้เธอเช่า
“สิงหราชรีสอร์ต...เจอแล้ว” นิชนันท์เลี้ยวรถเข้าไปจอด เมื่อเจอป้ายบ่งบอกว่าเธอมาถูกทางแล้ว จากโรงพยาบาลที่เธอกำลังจะเข้าไปทำงานกับที่รีสอร์ตแห่งนี้ระยะทางห่างกันแค่เพียงห้ากิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่ได้อยู่ห่างกันมากนักขับรถแป๊บเดียวก็ถึง
เธอจอดรถแล้วเดินเข้ามาด้านในก็เจอกับพนักงานของที่นี่เอ่ยต้อนรับเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“สวัสดีค่ะ คุณลูกค้า มาพักผ่อนใช่มั้ยคะ” เนตร...คนดูแลรีสอร์ตแห่งนี้ ร่างกายเป็นหญิงแต่แต่งตัวคล้ายกับผู้ชายตัดผมรองทรงสูงแต่งตัวเท่ๆกางเกงยีนส์เสื้อยืดนุ่งทับในดูสะอาดเรียบร้อย
“สวัสดีค่ะ ไม่ใช่ค่ะ คือดิฉันมาทำงานประจำอยู่แถวนี้ ต้องการจะขอเช่าบ้านพักเป็นแบบรายเดือนค่ะ ไม่ทราบว่าที่นี่มีบริการมั้ยคะ”
“แบบรายเดือนเหรอคะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าอยากจะได้ราคาแบบไหน บรรยากาศยังไงมีคิดไว้มั้ยคะ”
“มีแบบเป็นบ้านมั้ยคะ กว้างๆหน่อย ขอแบบเงียบๆ ไม่เจี๊ยวจ๊าวเลยจะดีมาก ไม่ทราบว่าความต้องการของดิฉันเยอะเกินไปหรือเปล่าคะ” ตอบแบบยิ้มๆแต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร ขอแค่บ้านกว้างๆสักหลังก่อนก็ยังดี
“แป๊บนึงนะคะ อือ...เอาแบบนี้มั้ยคะ พี่พาไปดูจะได้ดูด้วยว่าห้องขนาดนี้ราคาเท่านี้คุณลูกค้าจะโอเคหรือเปล่า” บ้านพักมีหลายขนาดหลายราคา แต่สำหรับอาชีพเงินเดือนคุณหมอแบบเธอเท่าไหร่เธอก็จ่ายได้
“ได้ค่ะ”
“เชิญค่ะ พี่พานั่งมอเตอร์ไซค์นะคะ ที่มันกว้างพี่ขี้เกียจเดินมันช้า”
“ได้ค่ะ” ทั้งสองสาวพากันขึ้นมอเตอร์ไซค์โดยมีเนตรเป็นคนขับพาชมบ้านพักภายในรีสอร์ต ในระหว่างขับรถดูบ้านพักแต่ละหลัง เนตรก็อธิบายรายละเอียดคร่าวๆไปด้วย จนขับมาถึงบ้านพักหลังสุดท้าย
“บริเวณตรงนี้บรรยากาศดีสุด มีน้ำจากเขื่อนไหลผ่านตลอด อากาศก็เย็นสบาย บ้านพักตรงบริเวณนี้มีขนาดใหญ่สุดแล้วค่ะ คุณลูกค้าสนใจหลังไหนดีคะ”
“สุดทางแล้วใช่มั้ยคะ” เธอมองตามทางเข้าไปเห็นมีถนนเล็กๆตรงเข้าไปที่ด้านในอีก
“ใช่ค่ะมีแค่นี้” นิชนันท์มองไปรอบๆเกิดสะดุดตาเข้ากับบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ถัดออกไปอีกหน่อย รู้สึกเหมือนจะเป็นหลังสุดท้ายที่อยู่ด้านในสุด น่าจะเงียบสงบดี
“แล้วบ้านหลังนั้นล่ะคะ”
“อ่อบ้านหลังนั้นไม่ได้เปิดให้คนเช่าหรอกค่ะ เป็นบ้านพักของเจ้าของที่นี่ค่ะ แต่นายก็ไม่ค่อยได้มาอยู่หรอก นานๆจะมานั่งมานอนสักครั้ง”
“ขอฉันเช่าบ้านหลังนั้นได้มั้ยคะ น่าจะเงียบดี” นิชนันท์รู้สึกถูกใจบ้านหลังสุดท้ายปลูกอยู่ต่างหากไม่ติดกับบ้านพักหลังอื่นด้วย
“อือ...ขอพี่โทรถามนายสิงห์สักครู่นะคะ" เนตรหยิบมือถือขึ้นมาโทรออกหาเจ้านาย แต่โทรไปสองสายแล้วก็ไม่มีคนรับ เนตรจึงจำเป็นต้องตัดสินใจเอง
"ตกลงพี่ให้เช่าค่ะ...เดินไปดูกัน ด้านหลังของบ้านหลังนี้เป็นสวนผลไม้ของนายสิงห์เจ้าของที่นี่เหมือนกันค่ะ มีถนนเล็กๆขับตรงไปเรื่อยๆจะเป็นทางออกหน้าสวนค่ะ”
เนตรจัดการตัดสินใจให้ลูกค้าคนนี้เช่าโดยที่ยังไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของบ้านก่อน เนื่องจากโทรไม่ติด กุญแจห้องทั้งหมดอยู่ที่เนตรพอดี เธอเห็นว่าบ้านหลังนี้ปิดทิ้งไว้เฉยๆก็เลยตอบตกลงให้เช่า
เนตรพานิชนันท์เดินเข้าไปดูด้านใน ภายในตกแต่งทุกอย่างเหมือนกับบ้านพักหลังอื่นๆ แต่แค่มีขนาดใหญ่กว่า เป็นบ้านพักหลังสุดท้ายที่น่าจะเงียบและเป็นส่วนตัวดี
“กว้างมากเลยนะคะเนี่ย”
“ตกลงคุณลูกค้าสนใจบ้านหลังนี้นะคะ”
“ค่ะ”
“โอเคค่ะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าชื่ออะไรคะ ส่วนพี่ชื่อพี่เนตรนะคะ”
“ชื่อแก้มค่ะ เป็นคุณหมอมาใหม่ของตำบลนี้ เพิ่งย้ายมาค่ะ บ้านพักหมอที่โรงพยาบาลมีให้มันคับแคบ แก้มก็เลยมาหาเช่าเอาดีกว่า”
“เป็นคุณหมอเหรอคะเนี่ย ถ้างั้นพี่เรียกหมอแก้มแล้วกันนะคะ”
“ได้สิคะ...ไม่ทราบว่าแก้มสามารถเข้ามาอยู่ได้วันนี้เลยมั้ยคะ"
"ได้เลยค่ะ ทางรีสอร์ตของเรามีร้านอาหารตามสั่ง ร้านกาแฟเปิดแต่เช้า ลองไปแวะชิมได้นะคะ"
"โอเคค่ะ"
@ทางด้านสิงหราช
บ้านหลังใหญ่สองชั้นเป็นบ้านไม้สักทั้งหลัง อยู่ตรงทางเข้ารีสอร์ตพอดี ใครผ่านไปผ่านมาก็จะเห็นหมด
"คุณย่าขา นิดคิดถึงมี๊ค่ะ” เสียงเล็กๆของหนูนิดเอ่ยขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาคุณอาหนุ่มกับคุณย่ามองหน้ากันเลิ่กลั่ก
"เพิ่งจะมาเองจะรีบคิดถึงไปไหนล่ะลูก ย่าก็อยู่ คุณอาก็อยู่" คุณย่าเอ่ยบอกหลานสาวที่ทำท่าเหมือนจะร้องกลับกรุงเทพฯ
"ใครอยากกินขนมเค้กบ้างน้า...อาจะพาไปกิน" คุณอาหนุ่มเริ่มทำหน้าที่หลอกล่อหลานสาวไปหาขนมกิน
"นิดค่า..." เสียงใสๆตอบรับเมื่อพูดถึงของกิน เค้กที่คุณอาพูดถึงทำให้หนูนิดหยุดคิดถึงหม่ามี๊ไปได้ชั่วครู่
"ป่ะ อุ้มมั้ย"
"อุ้มค่ะ" คุณอาสิงห์อุ้มหนูนิดไว้บนแขนแล้วพากันเดินออกจากบ้านตรงไปที่ร้านกาแฟใกล้ๆ ขนมเค้กหน้าส้มชิ้นใหญ่ถูกเสิร์ฟลงบนโต๊ะตรงหน้าหนูนิดพร้อมกับนมปั่นรสชาติหวานมัน ส่วนของคุณอาเป็นกาแฟปั่นเข้มๆแต่ก็เน้นหวานมันเช่นกัน
"เค้กส้มอร่อยมั้ยคะ"
"อร่อยค่ะ นิดขอมากินทุกวันเลยได้มั้ยคะ"
"ได้สิคะ"
"คุณอาใจดีจังเลยค่ะ"
"อาใจดี ก็อยู่ที่นี่กับอานานๆนะคะ อย่าเพิ่งร้องกลับ"
"คิดถึงป๊ากับมี๊น่ะสิคะ"
"มี๊ไม่สบายยังไม่หาย หนูนิดอยู่กับอากับคุณย่าที่นี่ก่อนนะคะ เดี๋ยวอาจะพาไปเที่ยวเล่นน้ำตก อยากไปมั้ยคะ"
"อยากค่า..."
"แต่วันนี้เย็นแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่เนอะ"
"ค่ะ"
"เอ้ากินเยอะๆจะได้อ้วนๆ"
"มี๊บอกว่าอ้วนแล้วไม่สวย"
"ถ้างั้นมาค่ะ อาช่วยกิน"
"ไม่ให้ค่ะ นิดกลัวอ้วนแต่นิดอยากกินมากกว่า"
"ถ้างั้นก็เอาที่นิดสบายใจเลยลูก" คุณอาหนุ่มกับหลานสาวพากันนั่งคุยกว่าเค้กจะหมดอันก็กินเวลาไปพักใหญ่เพราะเจ้าหลานตัวแสบเอาแต่พูดจ๋อยๆไม่ค่อยจะตักเข้าปากสักเท่าไหร่
ตอนที่ 3 พบกันอีกครั้ง
เช้าวันรุ่งขึ้น
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นแต่เช้าในขณะที่สิงหราชกำลังแต่งตัวเตรียมที่จะออกไปทำงานเหมือนทุกวัน
"ครับเฮีย...หวานเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง" หวานก็คือพี่สะใภ้ของผมเอง เธอชื่อน้ำหวาน อายุน้อยกว่าผมหลายปี ผมก็เลยเรียกเธอว่าหวานเฉยๆ เป็นหม่ามี๊ของหนูนิดครับ
"เหมือนจะดีขึ้นมาหน่อย อาจจะเป็นเพราะได้พักผ่อน วันนี้เฮียจะพาเธอไปหาหมอแหละ"
"อือ ผมว่าก็ดีนะไปเถอะ ส่วนยัยหลานสาวของผมไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เห็นแก่กินแบบนั้นผมหลอกล่อแกได้สบายมาก"
"ฝากไว้ก่อนสักพักนะ ถ้าเอาไม่อยู่ก็บอกเดี๋ยวไปรับเอง"
"ครับ เฮียไม่ต้องเป็นห่วง คุณแม่ก็อยู่"
"เออ...พูดเผื่อๆไว้ ขอคุยกับหนูนิดหน่อยสิแกตื่นหรือยัง"
"แป๊บนึงนะครับ แกนอนห้องคุณแม่เดี๋ยวผมเดินไปดูให้" เมื่อผมเดินไปถึงก็เห็นยัยหนูนิดกำลังนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียง ส่วนคุณแม่น่าจะอยู่ในห้องน้ำ
"หนูนิดคะ ดูสิใครโทรมาหาหนูแต่เช้าเอ่ย" ผมยื่นมือถือที่ตอนนี้มีใบหน้าของป๊ะป๋าให้แกดู
"ปะป๊า..." น้ำเสียงดีใจของหนูนิดร้องเรียกเมื่อเห็นว่าป๊ะป๋าของแกวิดีโอคอลมาหา
"ใจเย็นๆค่ะ ลูกสาวป๊าเพิ่งตื่นเหรอคะ"
"ค่ะ นิดเพิ่งตื่น คิดถึงมี๊กับป๊าจังเลยค่ะ"
"มี๊กับป๊าก็คิดถึงหนูนะคะลูก เมื่อคืนลูกสาวป๊านอนหลับมั้ยเอ่ย"
"หลับค่ะ" ส่วนคนที่นอนไม่หลับน่าจะเป็นมี๊กับป๊ามากกว่า
"ลูกสาวป๊าเก่งจังเลย อยู่กับคุณย่าอย่าซนมากนักนะลูก สงสารคุณย่า"
"นิดไม่ดื้อเลยค่ะ ถามคุณอาก็ได้ จริงมั้ยคะคุณอาขา..." ผมแกล้งทำหน้าเลิ่กลั่กแต่ก็ยอมตอบคำถามของยัยตัวเล็กด้วยความเต็มใจ
"จริงค่ะ"
"ป๊าขา...มี๊หายไม่สบายหรือยังคะ นิดคิดถึง" คงอยากจะกลับบ้านแหละ!
"ยังเลยค่ะ วันนี้ป๊ากำลังจะพามี๊ไปหาคุณหมอค่ะ"
"แล้วตอนนี้มี๊ไปไหนคะ"
"มี๊เข้าห้องน้ำค่ะ"
"ฝากบอกมี๊ด้วยนะคะว่านิดคิดถึง"
"ค่ะ เดี๋ยวป๊าจะบอกมี๊ให้นะคะ ถ้างั้นป๊าขอวางสายก่อนนะ เดี๋ยวป๊าโทรหาใหม่"
"ค่ะ" สายวิดีโอคอลถูกตัดไป หนูนิดส่งมือถือคืนให้ผม
"ทำไมมองหน้าอาแบบนี้คะ"
"คุณอาเคยบอกนิดไว้ว่าจะพานิดไปเที่ยว" ยัยเด็กแสบทวงสัญญาแล้ว!
"ก็ตื่นสักทีสิคะ ให้อาอาบน้ำให้เอามั้ยคะ" เป็นจังหวะที่คุณแม่เดินออกมาจากห้องน้ำพอดี
"แบกไปหน่อยค่ะ ลุกไม่ไหว"
"หัดขี้เกียจตั้งแต่เด็กนะเราน่ะ" หนูนิดทำท่ากางแขนให้ผมอุ้ม ผมจึงคว้าตัวแกมาอุ้มไว้แล้วพาเข้าห้องน้ำ
"วันนี้เค้กสตอเบอรี่กับนมหมีปั่นเหมือนเดิมนะคะ"
"ได้เลยค่ะ"
"แต่คุณอาอย่าไปบอกมี๊นะคะ"
"ทำไมคะ"
"มี๊ไม่ให้กินของหวานทุกวันค่ะ เดี๋ยวมี๊ดุเอา"
"ไม่บอกก็ได้ค่ะ แต่หนูนิดต้องเชื่อฟังอา ไม่ดื้อแล้วก็ต้องเป็นเด็กดีนะคะ"
"ค่ะ" เสียงเล็กๆรับคำ จากนั้นผมจึงเริ่มอาบน้ำแปรงฟันและแต่งตัวให้แก เสร็จก็อุ้มลงไปชั้นล่างทานอาหารเช้าด้วยกัน
"เค้กสตอเบอรี่กับนมหมีปั่นก็ได้กินแล้ว อาขอไปทำงานก่อนนะคะ เดี๋ยวเย็นๆอาจะพาขับรถมอเตอร์ไซค์เข้าไปเก็บผลไม้ในสวน โอเคมั้ยคะ"
"โอเคค่ะ" เมื่อคุยกันรู้เรื่องแล้วผมจึงปล่อยแกไว้กับคุณแม่ ส่วนผมก็ออกไปทำงานตามปกติ
ช่วงเย็นผมกลับมาถึงบ้าน
"คุณอากลับมาแล้ว..." น้ำเสียงดีใจพร้อมกับฝีเท้าเล็กๆวิ่งเข้ามาหา
"โอ้โหตั้งหน้าตั้งตารออาขนาดนี้เลยเหรอคะ"
"อยากนั่งมอเตอร์ไซค์ค่ะ"
"ขออาขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะคะ เหนียวตัวมากเลย แป๊บเดี๋ยวค่ะเดี๋ยวอาลงมา" ผมใช้เวลาอาบน้ำไม่นานก็เดินเร็วๆลงมาหาเจ้าตัวแสบพาแกเข้าสวนไปขี่รถมอเตอร์ไซค์เล่น
“ป่ะ ขึ้นรถ” สัญญากันแล้วยังไงก็ต้องพาไป ผมอุ้มหนูนิดนั่งหน้าแล้วค่อยๆขับรถเข้าไปในสวน
“คุณอาขา...นิดอยากกินฝรั่งค่ะ”
“ได้สิคะ เดี๋ยวอาพาไปเก็บนะ” พาไปเก็บฝรั่งเสร็จ! ขับรถผ่านต้นเงาะ
“คุณอาขา...นิดอยากกินเงาะด้วยค่ะ”
“ได้ค่ะ รีบเก็บดีกว่าเหมือนฝนทำท่าจะตกเลย” เก็บได้ไม่มาก ก็ต้องรีบพาหลานสาวกลับ แต่ยังไม่ทันถึงบ้านเม็ดฝนก็เกิดปรอยลงมาซะก่อน
“ฝนลงเม็ดแล้ว เราพักกันที่บ้านหลังนี้ก่อนดีกว่าเนอะ” บ้านหลังสุดท้ายอยู่ติดกับสวนเป็นบ้านพักส่วนตัวของผมเอง เอาไว้เวลาพาเพื่อนๆมานั่งดื่มเหล้ากับพาสาวมาเล่นจ้ำจี้มะเขือเปราะแปะกัน ผมรีบอุ้มหนูนิดเข้ามาหลบฝน แต่!!
“เอ๊ะ!...” ปกติจะมีแม่กุญแจล๊อคอยู่ที่ด้านนอก แต่ตอนนี้มันหายไป ซึ่งบ้านหลังนี้ผมไม่เคยให้ใครเช่ามาก่อน
“เข้าไปข้างในกันค่ะ” เม็ดฝนเริ่มสาดลงมาตรงที่ผมกับหนูนิดยืนอยู่ยังไงก็ต้องเข้าไปหลบด้านใน
แต่พอผมเปิดประตูเข้าไป ผมรู้สึกว่าเหมือนมีคนอยู่ เพราะไฟในบ้านถูกเปิดและยังได้ยินเสียงก๊อกแก๊กดังอยู่ในห้อง
“ใครอยู่ด้านในครับ!” ผมถามขึ้นเสียงดัง พร้อมกับอุ้มหนูนิดกอดแกเอาไว้แน่นกลัวว่าแกจะเป็นอันตราย
“กรี๊ด!!...” เฮ้ย!! เสียงผู้หญิงนี่หว่า...ตอนนี้สภาพของเธอคือนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ในมือมีผ้าขนหนูผืนเล็กอีกหนึ่งผืนเดินเช็ดผมท่าทางสบายใจ แต่พอเธอเห็นผมเท่านั้นแหละกรี๊ดซะเสียงดัง
“คุณ! จะร้องทำไม” ผมยังเห็นหน้าเธอไม่ชัดเพราะผมยาวๆที่เธอกำลังเช็ดอยู่มันบัง แต่สิ่งที่ผมมั่นใจก็คือเธอคนนี้หุ่นดีแถมผิวยังขาวมากอีกด้วย...เอ๊ะหรือว่าผมยังไม่ได้ตั้งใจมองหน้าเธอ
“คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไง ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ” ออกไปบ้าอะไร ข้างนอกฝนมันตกไม่เห็นหรือไงแล้วที่นี่มันก็บ้านผม
"คุณนั่นเอง"
"คุณรู้จักผม?"
"อ้าว...คุณแฟนนี่เอง" ผมยิ้มกริ่มให้เธอทันที ไม่คิดว่าจะได้เจอเธออีกครั้งเร็วขนาดนี้ พลางกอดอกมองเธออยู่อย่างนั้น มองชนิดที่ว่าสำรวจทั้งตัวเลยเชียวล่ะ
"อย่ามองฉันแบบนี้นะคะ" ยังไม่ไปใส่เสื้อผ้าอีก คิดจะยั่วผมหรือไง!
"คุณเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ได้ยังไง" เธอยังคงยืนคุยกับผมอยู่ในสภาพ...
“ฉันก็เช่าน่ะสิ” คำตอบของเธอทำให้ผมขยับคิ้วเข้าหากัน จะเป็นไปได้ยังไง
“เช่าเหรอ...” ผมไม่เคยให้ใครเช่าบ้านหลังนี้มาก่อน แต่พอนึกๆไปเหมือนเมื่อวานจะมีเบอร์ไอ้เนตรขึ้นโชว์ที่หน้าจอแต่ผมไม่ได้โทรกลับ
“ใช่ค่ะ”
"เช่ากี่วัน"
"ฉันเช่าเป็นเดือนค่ะ" ห๊ะ! เป็นเดือนเลยเหรอ คุณทับทิมจะได้ลูกสะใภ้ก็งานนี้แหละ
"คุณไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนเถอะ ผมยังออกไปตอนนี้ไม่ได้...เอาเป็นว่าผมขอพักหลบฝนอยู่ที่นี่สักครู่แล้วกัน เดี๋ยวหนูนิดจะไม่สบาย" ผมบอกกับเธอดีๆ ถ้าเธอเช่าบ้านหลังนี้แล้วก็ถือว่าเธอเป็นลูกค้า
เธอหันหลังเดินเข้าด้านในไป น่าจะไปใส่เสื้อผ้า ส่วนผมก็หยิบมือถือขึ้นมาโทรออกหาไอ้เนตรทันที ปรากฏว่าเป็นอย่างที่ผมคิดเอาไว้จริงๆด้วย ผู้หญิงคนนี้เช่าบ้านหลังนี้เป็นรายเดือน ดีนะที่วันนั้นไอ้เนตรโทรหาผมไม่ติด เพราะถ้าโทรติดผมคงไม่อนุญาต ไม่นานเธอก็เดินกลับออกมา
“ลูกคุณเหรอคะ”
“หลานครับ ผมยังโสด คุณสนใจมั้ยครับ..."
"ไม่ค่ะ คุณเป็นคนที่นี่เหรอคะ"
"ครับ"
"ฉันเห็นแกเด็กหรอกนะ เชิญคุณนั่งพักตามสบาย ฉันขอตัว..."
"เดี๋ยวสิครับ คุณแก้ม..." ผมจำชื่อเธอได้ แต่เธอไม่ได้สนใจผมเลยสักนิด เดินหายเงียบเข้าไปด้านใน
"คุณอาขา ใครเหรอคะ" ผมพาหนูนิดนั่งลงที่พื้นกลางบ้านหันหน้าคุยกัน
"แฟนอาเองค่ะ" ตอบอย่างมั่นใจไม่คิดจะอายเด็กเลยสักนิด ขอให้เสียงของผมได้ยินไปถึงคนด้านในด้วยเถิด
"แฟนคืออะไรเหรอคะ"
"แฟน...คือ คนที่มีความรู้สึกที่ดีๆให้กันค่ะ...ชอบ"
"คุณอาชอบ...คุณอาคนนั้นเหรอคะ"
"ค่ะ" ตอบหลานสาวด้วยรอยยิ้ม
"เหมือนที่นิดชอบกินขนมเค้กกับนมปั่นมั้ยคะ"
"คล้ายๆกันคะ แต่คนละแบบกัน"
"คุณอามีชื่อมั้ยคะ"
"เธอชื่อแก้มค่ะ"
"คุณอาแก้มจะใจดีกับนิดมั้ยคะ"
"อือ...ถ้าหนูนิดเป็นเด็กดีคุณอาแก้มก็ใจดีค่ะ แต่ถ้าหนูนิดดื้อคุณอาแก้มก็...ใจดีมั้งคะ"
"คุณอาแก้ม ทำไมไม่ออกมาคุยกับพวกเราคะ"
"คงเขินมั้งคะ"
"ทำไมต้องเขินคะ"
"เด็กน้อย...เลิกสงสัยได้แล้วค่ะ ฝนหายตกแล้ว เรากลับบ้านกันดีกว่าเดี๋ยวคุณย่าเป็นห่วง"
"ไปค่ะ"
"คุณอาแก้ม...ฝนหายตกแล้ว ขอบคุณมากนะครับ" ผมร้องบอกเธอแล้วพาหนูนิดกลับบ้าน ยังไม่ได้บอกเธอเลยว่าผมเป็นใคร ว่าจะโฆษณาตัวเองสักหน่อย
ทางด้านนิชนันท์ หลังจากที่สองอาหลานพากันออกไปแล้ว เธอก็นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวเพราะกำลังปลื้มกับความน่ารัก ทั้งคุณอาทั้งหลานสาวที่นั่งคุยกันคะๆขาๆทุกประโยค
"คนบ้า..." แถมยังบอกกับเด็กอีกว่าเธอเป็นแฟน ทั้งหมดที่ทั้งสองอาหลานนั่งคุยกันเธอได้ยินหมดทุกคำ