“เดี๋ยวเอเลี้ยงเอง” จิตตาบอกอย่างใจป้ำ
“ไม่เอาหรอกเอ เราไม่อยากดูด้วยแหละ อยากกลับหอแล้ว นอนสักตื่นค่อยแพ็คกระเป๋ากลับ”
“หูย...เดี๋ยวเราก็จะไม่ได้เจอกันแล้ว น่านะ นะแก้วนะ ไปเหอะ”
กำลังจะอ้าปากพูด เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งในคณะที่นั่งอยู่บริเวณนั้น ก็วี้ดว้ายขึ้นสายตามองไปยังเบื้องหน้า พร้อมจีบปากจีบคอคุยกัน
“แฟนใครยะ บอกมาซะดีดี ดิบเถื่อน ดุดัน แบบเนี้ยฉันชอบ”
ชายหนุ่มสวมแว่นดำลงจากรถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด เปิดประตูรถลงมา จิตตามองตามแล้วพึมพำบอกเสียงตื่นเต้น
“หล่อ ล่ำ รวย สเปคฉันเลย แก้วดูสิ”
แก้วตาเลยต้องมองตามไปกับคนอื่นๆด้วยแล้วก็ต้องหันขวับกลับโดยไว
เธอลืมไปเลยว่าราชสีห์บอกว่าจะมารับหลังสอบเสร็จ ก็เพราะว่ามัวแต่กังวลกับการสอบ เรื่องอื่นๆเลยไม่ได้อยู่ในหัวของเธอเลยสักเรื่องเดียว ว่าแล้วทำท่าจะหลบไปห้องน้ำ แต่จิตตาดึงมือของเธอเอาไว้ทัน
“จะไปไหนแก้ว”
“เดี๋ยวมา แก้วขอเข้าห้องน้ำแป้บนึง”
แล้วดึงมือออกจนหลุดตรงเข้าห้องน้ำอย่างไว
บอกตัวเองว่าเธอไม่ได้หนี แค่ขอมาตั้งหลักก่อน เธอยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับราชสีห์ตอนนี้
แก้วตารออยู่เกือบสิบนาที จึงตัดสินใจออกมา แอบหวังอยู่ลึกๆว่าเขาจะไปแล้ว แต่แล้วสิ่งที่เธอหวังก็เป็นหมันเพราะราชสีห์ยืนกอดอกรอที่หน้าห้องน้ำด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก
“เวรเอ๊ย! นึกว่ามุดโถชักโครกหนีไปแล้ว”
แก้วตาหน้าเจื่อนลงทันที อึกๆอักๆบอกเขา “แก้ว…เอ่อ”
ราชสีห์ถามเสียงดังก้อง “พร้อมจะกลับแล้วหรือยัง”
“...คือ...แก้วยังไม่ได้เก็บ…”
“เก็บแล้วใส่รถขนไปเมื่อตอนเที่ยง มีอะไรอีกไหมที่ทำให้เธอยังไปไม่ได้”
“มะ...ไม่มีค่ะ” แก้วตาตอบเสียงอ่อย
“ไปขึ้นรถ” เขาบอกเสียงเหี้ยมราวกับผู้คุมบอกกับผู้ต้องหา
“คุณโตขับรถไปจอดตรงแถวตึกคณะวิทย์ เอ่อ ตึกสีเทาๆตรงนู้นได้ไหมคะ" แก้วตาชี้มือบอกทิศทางเขา
ทันทีที่เธอพูดจบก็ราวกับมีรัศมีสีแดงๆแผ่ออกมาจากตัวของราชสีห์ ร่างสูงใหญ่เหมือนยักษ์ตวัดเสียงถามอย่างไม่พอใจนัก
“อะไรนะ!”
“คือ…” จะบอกยังไงดีล่ะ ว่าตรงนี้คนเยอะ และเธอก็ไม่อยากเป็นเป้าสายตาใครที่ต้องเดินตามเขาไปขึ้นรถสปอร์ตหรูคันนั้น “คือ…”
“ฉันไม่ใช่คนขับรถของเธอนะแก้วตา จะได้ให้ไปรอตรงนู้น ตรงนี้ ไปได้แล้ว!”
แก้วตาถอนหายใจเฮือกแล้วก้มหน้าเดินตามเขาไปจนถึงรถในที่สุด ราชสีห์เปิดประตูขึ้นไปนั่งที่ฝั่งของเขาโดยไม่ได้สนใจเธอสักนิดเดียว
พอเธอขึ้นและปิดประตูลงเท่านั้นรถสมรรถสูงคันหรูก็ออกตัวพุ่งทะยานไปข้างในทันที แล้วมุ่งหน้าสู่ไร่ราชสีห์ในเวลาต่อมา
แก้วตาลอบมองเสี้ยวหน้าของราชสีห์ด้วยความรู้สึกประหม่า กลิ่นอายดุดันดื้อดึงแผ่รังสีออกมา จนแก้วตาใจสั่นเมื่อต้องนั่งรถร่วมทางไปกับเขา แต่พยายามรักษาท่าทีของตนเองให้สงบนิ่งเอาไว้
ชายหนุ่มเจ้าของไร่เป็นคนหนุ่มหน้าตาดีทีเดียว เสียแต่ชอบทำหน้าดุ เพราะขนาดว่ามีหนวดเคราขึ้นรอบปากและคางก็ยังปกปิดความหล่อเหลาของเขาไม่มิด ซ้ำยังทำให้ดูเข้มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ต่างจากเธอลิบลับ
แก้วตาไม่ใช่คนหน้าตาสวยจัดจ้าน เธอเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาๆคนหนึ่ง มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่ดูจะเป็นผู้หญิงอยู่บ้าง นั่นก็คือทรวงอกอวบที่พุ่งดันเสื้อผ้าออกมามากกว่าใครๆที่หุ่นใกล้เคียงกัน จนต้องเลือกเอาเสื้อคลุมแขนยาวมาสวมทับปกปิดทุกทีไป
แม้กระทั่งชุดนักศึกษาที่สวมใส่อยู่ในตอนนี้ก็เช่นกัน
แล้วลอบมองภายในรถคันหรูหราด้วยความรู้สึกทึ่งๆ มันต่างจากรถแท็กซี่ที่เคยขึ้นไม่กี่ครั้งราวฟ้ากับดิน ด้านนอกรถดูราวกับจะจุคนได้เพียงคนเดียว แต่ภายในกลับดูโอ่อ่าโอ่โถง แถมเบาะนั่งก็ยังนุ่มลื่นจนน่าไถลเล่นอีกด้วย
แก้วตากลับไปนึกถึงเจ้าของไร่ราชสีห์อีกครั้ง จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าราชสีห์อายุมากกว่าเธอเกือบยี่สิบปี หย่อนไปเพียงสองหรือสามปีเท่านั้น ตอนเด็กๆนั่นเธอเห็นเขาไม่บ่อยนัก เพราะราชสีห์ถูกส่งตัวไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ ไม่ค่อยได้กลับมาที่ไร่ ส่วนบุพการีของเขานั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังอยู่เมืองไทย ราชสีห์เติบโตขึ้นมาด้วยการเลี้ยงดูจากผู้เป็นย่า ที่ชื่อ ชมนาด
ส่วนเธอนั้นเป็นเด็กกำพร้าที่นายปุยและนางมะลิรับมาเลี้ยงตั้งแต่ยังแบเบาะ ไม่เคยรับรู้เลยว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอนั้นเป็นใคร
แก้วตาได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนใกล้ไร่จนจบมัธยมศึกษาตอนปลายและสอบติดในมหาวิทยาลัยรัฐบาลในกรุงเทพ เธอได้รับอนุญาตจากลุงและป้าให้มาเรียนได้
และจะได้กลับบ้านเฉพาะช่วงที่ได้หยุดติดกันหลายวันหรือปิดเทอมเพียงเท่านั้น ตั้งแต่ขึ้นชั้นปีสุดท้ายมานี่เธอก็ไม่ค่อยได้กลับเลย เพราะต้องไปฝึกงานก่อนจบสลับกันอยู่สามที่ ทั้งยังต้องทำรีเสิร์ชโปรเจ็คก่อนจบจึงไม่ค่อยได้ติดต่อกับลุงและป้า จนมารู้ข่าวของพวกท่านอีกที ก็กลายเป็นเรื่องไม่ดีไปเสียแล้ว
ราชสีห์ขับรถค่อนข้างเร็วแต่ก็ระมัดระวัง พอรถจอดติดไฟแดงก่อนออกสู่ชานเมืองเขาถามขึ้นโดยไม่หันมามอง
“จะเข้าห้องน้ำไหม”
“ไม่ค่ะ”
เท่านั้นเองราชสีห์ก็ขับรถตรงสู่จุดหมายต่อทันที
แก้วตาเบนจุดโฟกัสกลับมาที่ถนนเบื้องหน้า แล้วตะแคงตัวหันข้างมาที่ฝั่งของตนเองไม่กี่นาทีจากนั้นความง่วงงุนก็เริ่มจู่โจมเธอ จนหลับไปในที่สุด
มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รถจอดสนิทแล้ว ภาพบ้านตรงด้านหน้ากระจกรถคือบ้านของนายใหญ่ที่เป็นเจ้าของไร่ราชสีห์ สิ่งก่อสร้างสีเปลือกไข่สร้างบนพื้นที่เกือบสามไร่ ดูโอ่อ่าสมฐานะเจ้าของสวนผลไม้มีชื่อแห่งภาคตะวันออก
จู่ๆประตูรถฝั่งของเธอก็ถูกเปิดออกโดยไว แก้วตาเหลียวมองตามทันทีเห็นว่าเป็นราชสีห์เองที่ยืนจังก้าอยู่ตรงนั้น
“ลงมาเก็บข้าวของของเธอ”
“แต่ว่าบ้านของลุง…”
“ฉันยังไม่ได้บอกใช่ไหม ว่าต้องนอนที่บ้านนี้ ไม่อย่างนั้นถ้าหนีไป แล้วหนี้ล่ะ ใครจะรับผิดชอบ”
“แก้วไม่หนีหรอกค่ะ”
“คนเป็นหนี้ก็พูดแบบนี้ทุกคน”
“แก้วขอไปนอนที่บ้านเถอะนะคะ”
“เอาของไปเก็บ!”
“เอาของไปเก็บ!”
แก้วตานิ่งเป็นการรับคำตามที่เขากล่าวมาทั้งหมด แล้วแบกกระเป๋าเข้าห้องเล็กๆภายในบ้านหลังใหญ่ของราชสีห์ที่เขาจัดแจงเตรียมไว้แล้ว ดีที่เธอไม่มีสมบัติอะไรมากมายนัก มีเสื้อผ้าไม่เยอะแบบเพื่อนๆ ที่หนักหน่อยก็เห็นจะเป็นหนังสือนิยายนั่นละ
จัดการเก็บของเท่าที่จำเป็นจนเรียบร้อยแล้วจึงตรงไปที่ห้องครัว ตั้งใจจะไปสวัสดีป้าหนอม ค่าที่ไม่ได้เจอกันมาตั้งนาน พอเดินลัดเลาะมาถึงยื่นมือแตะลูกบิดประตูห้องครัว เสียงคุยไม่เบานักด้านในก็ดังขึ้นมามันมีผลให้มือน้อยๆนั่นหยุดเคลื่อนไหวในทันที
“คงมานอนแหกแข้งแหกขาให้นายใช้หนี้แทนลุงมันนั่นแหละ”
“แต่นายจะเอามันเหรอ เมียนายก็ออกแยะ”
“อีแก้วนะมึง...ไปอยู่กรุงเทพตั้งนานสองนาน นายยังว่าเลยว่าที่มันไม่ค่อยกลับบ้าน เพราะมันมีผัวแล้วแน่ๆ เด็กใจแตกได้ผัวแล้ว ที่กลับมานี่ก็คงใช้ตรงนั้นมันหาเงิน เพราะมันง่ายดี”
น่าเจ็บใจนักกับวาจาส่อเสียด เธอจำเสียงนั้นได้ดี ว่าเป็นของนุ่น
นุ่นนั้นมีใบหน้าน่ารักมากกว่าเธอนัก ผิวพรรณสีน้ำผึ้งแต่นวลเนียนเพราะบำรุงด้วยครีมตามท้องตลาด ผมเหยียดตรงนั่นทำสีตามยุคสมัยอยู่ตลอด
แก้วตาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เธอนึกอยู่ในใจว่าทำไมถึงต้องเอามาพูดลับหลังกันได้ขนาดนี้ จึงเปิดประตูผลัวะเข้าไปด้านในทันที วงสนทนาที่กำลังคุยกันเมื่อครู่เงียบเสียงลงราวกับมีใครตัดไฟฟ้า
“แล้วยังไงต่อ นอกจากมีผัว มีลูกแล้วยังไงอีก”
แก้วตาเค้นเสียงถาม ใบหน้าจริงจังจนคนที่ยืนคุยกันอยู่เงียบไปตามๆกัน
“…”
“ถ้าใครปากดีนินทาแก้วอีกนะ จะแจ้งตำรวจจับมันให้หมดนั่นเลย ใครไม่เชื่อ ก็ลองดู!”
คนที่เหลือเงียบปากกันไปในทันที มีแต่นุ่นที่มองเธอด้วยสีหน้าเยาะๆ แก้วตาฉุนจัดเธอเดินปลีกตัวออกมาจากตรงนั้นแล้วตามหาอีกคน คนปากมากที่เอาเธอไปพูดเสียๆหายๆ ว่าได้ผัวแล้ว จนเจอเขาในที่สุด
ราชสีห์ยืนคุยสายที่ห้องรับแขก เธอยืนมองเขาตาเขม็ง พอดีที่อีกฝ่ายหันกลับมาเพราะคุยสายเสร็จเลยถามขึ้น
“มีอะไร”
“แก้วอยากรู้ค่ะ ว่าใครหน้าไหนเอาไปพูดเรื่องที่ว่าแก้วมีผัวแล้ว”
ราชสีห์ยักไหล่ตอบอย่างไม่สนใจ “ฉันจะรู้เรื่องไหม”
“แต่แก้วได้ยินคนในครัวบอกว่าคุณเอาไปพูดให้ฟัง”
“แล้วไง ถ้าเป็นฉันแล้วเธอจะทำไม”
ราชสีห์ไม่ใช่คนปากมาก แต่เขาสนุกกับการพูดยั่วยุคน โดยเฉพาะคนตรงหน้านี่ หารู้ไม่ว่าคำพูดยั่วยุของเขาเป็นเหมือนน้ำมันที่ราดรดบนกองไฟ แก้วตาโกรธจนรู้สึกร้อนที่หูทั้งสองข้าง กรุ่นๆว่ามีควันออกมาจากหัวของเธอ เสียงพูดเบาๆของเธอตะแบงออกมาอย่างคนไม่เคยตะคอกใคร
“คุณไม่มีสิทธิเอาเรื่องของแก้วไปพูดเสียๆหายๆแบบนั้นนะคะ”
“ไม่ได้ทำจะร้อนตัวทำไมล่ะ” ราชสีห์ยั่วยุอีกไม่ยอมเลิกรา “หรือว่าที่ร้อนตัวนี่เพราะทำจริง เอาไหมเล่า ฉันจะสงเคราะห์ให้ถือว่าเอาบุญ อย่างเธอถ้าทำให้ฉันติดใจได้สักเดือนเดียว หนี้ก็เป็นอันหายกัน”
แก้วตาพับผ้าเข้าตู้อย่างเหม่อลอย บางทีก็ยกผ้าขึ้นมาพับ บางทีก็วางผ้าพักลงบนตัก นึกถึงเรื่องที่คุยกับราชสีห์ ทำไมเขาถึงช่างสรรหาคำมาพูดดูหมิ่นเธอได้ขนาดนั้น
‘ถ้ามั่นใจในฝีมือตัวเอง คิดว่าทำให้ฉันพอใจได้ก็ลองดูสิ จะว่าไปของแปลกๆแบบเธอ ฉันก็ไม่เคยลองเหมือนกันนะ’
เธอได้แต่ยืนนิ่ง กำมือแน่นด้วยความโกรธ แต่ทำอะไรไม่ได้ เขาจงใจดูหมิ่นเธอ ตอนนี้ต้องตามหาลุงกับป้าให้เจอก่อนและสอบถามถึงเรื่องราวที่แท้จริงว่ามันเป็นอย่างไรกันแน่
แก้วตานั้นเป็นคนมีน้ำใจ แม้ไม่ใช่คนรับใช้ในบ้านของนายใหญ่แห่งไร่ราชสีห์แต่เมื่อว่าง เธอจะช่วยทำความสะอาดและปรุงอาหารช่วยในครัว ราชสีห์เปรยตอนนั่งรถมาว่าอาจให้เธอทำงานตามสาขาที่เรียนมาด้วยการช่วยงานการตลาดของไร่หรืออาจจะเป็นผู้ช่วยของเขา ส่วนเงินเดือน คงต้องดูก่อนว่าเธอได้เท่าไร และต้องหักออกเท่าไร
เมื่อทำความสะอาดภายในบ้านจนเรียบร้อยและจะเข้าไปดูภายในห้องครัวต่อ ขณะเดินผ่านไปนั้นเธอได้ยินเสียงคุยไม่ดังนัก ที่จำได้ดีว่านั่นน่ะเป็นเสียงคู่ปรับของเธอ
“นายเสร็จฉันแน่”
“แกเอาจริงเหรอนุ่น คราวก่อนนายไล่ตะเพิดมายังไม่เข็ดอีกหรือไง”
“จะพูดอีกทำไมดาว!” นุ่นตวาดเสียงดังขึ้นมาหน่อย ก่อนจะเบาเสียงลง “ใครได้ยินเข้าได้หัวเราะฉันฟันหักสิ … คราวนี้ ฉันมีวิธีให้นายไล่ฉันไม่ลงเลยล่ะ คอยดู”
“ถ้านายจับได้ล่ะนุ่น”
“ก่อนนายจะจับได้ ฉันนี่แหละจะจับนายก่อน เตรียมตัวเป็นคนสนิทของคุณนายไร่ราชสีห์ได้เลยนะเว้ย” นุ่นหัวเราะถูกอกถูกใจปิดท้ายถ้อยคำของตนเอง
แก้วตาผละออกจากตรงนั้นตรงเข้าไปในครัว ขี้เกียจจะฟังเรื่องไร้สาระของนุ่นอีกต่อไป จนวันถัดมาเธอถึงเริ่มเข้าใจในบทสนทนาของคู่ปรับอย่างนุ่น
ที่แท้ก็มีงานเลี้ยงในไร่ราชสีห์นี่เอง และนุ่นคงวางแผนอะไรสักอย่างกับราชสีห์ แก้วตาลอบสังเกตนุ่นว่ารายนั้นคิดจะทำอะไรกันแน่ เลยเห็นว่าอีกฝ่ายตามประกบราชสีห์อยู่ตลอดเวลา เสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวนั้นดูพยายามประดิษฐ์ให้ดูเซ็กซี่เกินกว่าจะน่าดูน่าค้นหา
เสื้อคอถ่วงสีดำนั่นลึกเกือบเห็นทรวงอกที่ดันจนล้นทะลักทลาย คนงานชายในไร่พากันมองตามตาเป็นมัน แต่ราชสีห์นั้นกลับเฉย ไม่แม้แต่จะปรายตามองสักเสี้ยวเดียว เลคกิ้งเอวสูงแนบไปกับเนื้อทั้งขาอวดเนินนูนความเป็นสาวดูเกินงาม จนมีเสียงผิวปากหวีดแซวทุกครั้งที่นุ่นเยื้องย่างผ่านไป
แก้วตามองตามแล้วนึกสมเพชอยู่ในใจ ที่แท้นุ่นก็คิดจะจับราชสีห์แบบนี้นี่เอง ได้กันจริงก็เหมาะสมแล้วล่ะ อีกคนผีเน่าๆอีกคนก็โลงไม่สมประกอบผุๆผังๆ จวบจนงานเลี้ยงดำเนินมาได้สักระยะเริ่มมีคนงานแยกย้ายกันกลับเพราะกินอิ่มหนำกันแล้ว แก้วตาเองจึงปลีกตัวกลับเช่นกัน ถึงห้องจัดแจงอาบน้ำสระผม รอจนผมแห้งก็ว่าจะล้มตัวลงนอน