ตอน 1

“ว่าไง … สรุปว่าตกลงไหม”

เสียงเฉียบขาดทรงอำนาจถามขึ้น มันมาจากเจ้าของที่มีใบหน้าเย็นชาน่าเกรงขาม พอเขาลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ม้านั่งหินอ่อนก็ดูราวกับว่าร่างสูงใหญ่นั่นทะมึนดุดันเหมือนเทือกเขาที่ตั้งตระหง่านตรงเบื้องหน้าจนคนมองอดเย็นวาบไปทั่วสันหลังไม่ได้เมื่อสบสายตาสีดำน่ากลัวคู่นั้น

แก้วตารู้สึกว่าตนเองคล้ายหายใจไม่ทั่วท้อง ก่อนจะตั้งสติแล้วย้อนถามเขากลับคืนไปบ้าง

“แก้วต้องทำงานใช้หนี้ใช่ไหมคะ”

“... อย่างเธอจะทำอะไรได้นอกจากงานในไร่ หรือจะมาขัดดอก...”ราชสีห์ว่าหมิ่นๆเหยียดสายตากราดมองร่างหญิงสาวเบื้องหน้าแล้วเมินหนีราวกับเธอน่าเกลียดน่าชังอย่างไรอย่างนั้น เปรยคล้ายดูถูกเธออีกคำรบ “คงกระเดือกไม่ลง”

ได้ยินคำพูดหมิ่นแคลนเช่นนั้นแล้ว แก้วตาจึงลอบถอนหายใจเบาๆ พลางคิดขึ้นได้ ว่าคนอย่างราชสีห์คงกระเดือกเธอไม่ลงจริงๆอยู่หรอก

มันแน่นอนอยู่แล้วที่เป็นเช่นนั้น ไหนจะสวยแบบสาวฝรั่งที่เคยเห็นข่าวในโซเชียลแบบที่เขาชอบควงและออกข่าวอยู่บ่อยๆกัน แก้วตานั้นยังเป็นแค่หญิงสาวอายุยี่สิบสองที่ไม่ได้ดูโตเท่าไรนัก ทั้งเนื้อทั้งตัวยังดูราวกับเด็กกะโปโลอยู่เลย สัดส่วนทรวดทรงนั้นไม่ได้เย้ายวนแบบเพื่อนคนอื่นๆที่ดึงดูดสายตาเพศตรงข้ามได้ขนาดนั้น ตรงข้ามเสียอีกที่พวกผู้ชายมักมองข้ามเธอไปด้วยซ้ำ ด้วยว่าไม่ได้มีอะไรให้ดึงดูดใจแม้แต่นิดเดียว

หญิงสาวถอนหายใจอย่างเนือยๆลองต่อรองกับราชสีห์ดูสักตั้ง

“ให้แก้วทำงานที่นี่แล้วส่งเงินใช้คืนอย่างนั้นได้ไหมคะคุณโต” เพราะกลับไปที่ไร่ แก้วตาก็ไม่รู้ว่าจะทำงานอะไร ไม่รู้ว่าจะพอใช้หนี้หรือเปล่าด้วย

“เกิดเธอหนีขึ้นมาล่ะ” ราชสีห์ถามกลับท่าทางดูโกรธขึ้งไม่สบอารมณ์นัก

“ไม่หนีหรอกค่ะ แก้วมีความรับผิดชอบพอ” แก้วตาบอกเสียงเนือยๆกลับไปเช่นเดิม

“เอ...แล้วทำไมผู้ปกครองเธอถึงมีไม่เหมือนเธอล่ะแก้วตา” ราชสีห์เยาะทั้งวาจาและสายตาคมคู่ของเขา

“คุณโตไม่ควรว่าคนอื่นส่งเดชนะคะ อีกอย่างไม่รู้ว่าลุงกับป้าผิดจริงหรือเปล่า จนกว่าจะตามหาท่านจนเจอแล้วถามเอาความจริงกับพวกท่าน”

แก้วตาติงเจ้าของไร่ วกไปถึงลุงกับป้าที่หายไปพร้อมกับเงินเฉียดล้านตามที่ได้รับข่าวมา ใจของหญิงสาวนั้นยังคงแบ่งรับแบ่งสู้ แม้จะตกปากรับคำว่าจะใช้หนี้แทนลุงกับป้า

ภายในใจลึกๆก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าลุงกับป้าจะกล้าขโมยเงินในไร่ไป แต่จะทำอย่างไรได้ ตอนนี้เธอจะทำตัวขวางเจ้าของเงินที่ท่าทางเหมือนจะเข้ามาขย้ำคอเธอแล้วบีบให้ตายคามืออยู่ทุกวินาทีได้อย่างไรกัน

ราชสีห์ตาลุกวาวเรืองแสงขึ้นราวกับมีกองไฟสุมอยู่ในนั้น เขามองคนที่กล้าติงเขาอย่างไม่รู้จักเกรงกลัวอำนาจบารมีอย่างไม่ใคร่จะพอใจเท่าไรนัก

เด็กสาวตรงหน้านี่เป็นแค่ลูก หรือหลานสาวของนายปุยและนางมะลิก็ไม่รู้ เขาจำไม่ได้ เพราะไม่เคยมีเด็กกะโปโลคนนี้อยู่ในสายตามาก่อน

สองคนผัวเมียนั่นทำงานในไร่มาก็นาน เหตุใดถึงกล้าล้วงคอคนอย่างราชสีห์ ฉกเอาเงินสดในสำนักงานไปเกือบล้านบาท เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ

ถ้าไม่มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่แอบติดเอาไว้ ราชสีห์เองก็แทบไม่อยากจะเชื่อว่าคนงานที่เขาไว้ใจทั้งสองคนจะกล้าทำเช่นนี้ นี่มันฆ่าตัวตายชัดๆ

ซ้ำยังตรวจสอบจากบัญชีธนาคารในชื่อของหญิงสาวตรงหน้า พบว่ามีเงินโอนเข้าไปเป็นจำนวนหลักแสน หากนั่นไม่ใช่เงินที่ราชสีห์ตามหา จะเป็นของใครไปได้อีก เจ้าของไร่ผลไม้มองแก้วตาด้วยสายตาหมิ่นแคลน ดูถูก ซ้ำยังไม่คิดเชื่อคำพูดสักนิดเดียว ก่อนจะสรุปความขึ้นว่า

“สอบเสร็จ บ่ายสามใช่ไหม ฉันจะรอที่หน้าห้องสอบ”

ราวกับคำสั่งสุดท้าย ราชสีห์บอกจบเขาเดินออกจากโต๊ะหินอ่อนหน้าหอพักของเธอไปในทันที

แก้วตามองตามแผ่นหลังของเจ้าของไร่ไปก่อนจะถอนหายใจเฮือกด้วยความหดหู่กับชะตากรรมของตนเอง ทั้งคลางแคลงใจไม่อยากเชื่อว่าลุงกับป้าที่เลี้ยงเธอมาจะกล้าทำเช่นนั้น

ก่อนหน้านี้เพียงสามวันแก้วตาได้รับการติดต่อจากป้าหนอม แม่บ้านของราชสีห์ที่เอื้อเอ็นดูเธอราวกับเธอเองเป็นลูกของท่านคนหนึ่ง

ป้าหนอมบอกว่า ลุงกับป้าของเธอหายไปจากไร่ พร้อมกับเงินเฉียดล้าน ซ้ำร้ายพอเปิดกล้องวงจรปิดก็เห็นว่าเข้าไปในห้องสำนักงานและออกมาพร้อมกับถุงใส่เงินจริง

หลักฐานคาตา แต่จับตัวไม่ได้ เธอซึ่งเป็นเสมือนลูกของลุงกับป้า จึงได้รับการติดต่อจากเจ้าของไร่อีกที

ราชสีห์มาพบเธอถึงหอพักแล้วถามว่าเธอจะทำอย่างไร เธอจึงตัดสินใจยินยอมกลับไปทำงานใช้หนี้แทนลุงกับป้าของเธอ นอกจากนั้นยังจะต้องตามหาความจริงด้วยว่าเรื่องราวทั้งหมดมันเป็นอย่างไรกันแน่

บ่ายสามโมงพอดิบพอดีที่แก้วตาออกมาจากห้องสอบ หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งออกเนื่องจากว่าสอบเสร็จสิ้นเสียทีก็เท่ากับว่าเธอเรียนจบขั้นปริญญาตรีแล้วด้วย

แก้วตาหยิบกระเป๋าเล็กๆที่ใส่เครื่องเขียนมาที่มุมห้องเพื่อเก็บของทั้งหมดใส่ลงในกระเป๋าผ้าป่านแล้วจึงออกมาจากห้องสอบ จิตตาที่รออยู่พอเห็นเธอก็เดินเข้ามาถามทันที

“แก้วเป็นไง ทำได้ไหม”

“อือ ก็พอได้ แต่ไม่ค่อยมั่นใจเลย”

“ทั้งปี บอกว่าไม่มั่นใจ ไม่มั่นใจ คะแนนมากกว่าเราอยู่เรื่อย แล้วนี่แก้วจะกลับหอเลยหรือเปล่า”

“อืม เอล่ะ”

“เราอยากไปดูหนัง ไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ”

“แก้วไม่ไปนะ แก้วไม่อยากไป ไม่มีเงินด้วยล่ะ เหลืออยู่ห้าร้อยนี่ก็ว่าจะเอาไว้เป็นค่ารถกลับบ้าน”

แก้วตาไม่ได้มีเงินเหลือใช้มากมายเหมือนเพื่อนคนอื่นๆที่พอเครียดก็ไปซื้อของ ดูหนัง หรือเที่ยวเตร่ และทุกทีที่ถูกชวน เธอก็จะบอกไปตามตรงว่าไม่มีเงิน และไม่อยากไปนั่นก็เป็นอีกเหตุผล เธอชอบนอนอ่านหนังสือที่ยืมมาจากห้องสมุดของทางมหาวิทยาลัยมากกว่า สนุก ประหยัดด้วย

“เดี๋ยวเอเลี้ยงเอง” จิตตาบอกอย่างใจป้ำ

ตอน 2

“เดี๋ยวเอเลี้ยงเอง” จิตตาบอกอย่างใจป้ำ

“ไม่เอาหรอกเอ เราไม่อยากดูด้วยแหละ อยากกลับหอแล้ว นอนสักตื่นค่อยแพ็คกระเป๋ากลับ”

“หูย...เดี๋ยวเราก็จะไม่ได้เจอกันแล้ว น่านะ นะแก้วนะ ไปเหอะ”

กำลังจะอ้าปากพูด เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งในคณะที่นั่งอยู่บริเวณนั้น ก็วี้ดว้ายขึ้นสายตามองไปยังเบื้องหน้า พร้อมจีบปากจีบคอคุยกัน

“แฟนใครยะ บอกมาซะดีดี ดิบเถื่อน ดุดัน แบบเนี้ยฉันชอบ”

ชายหนุ่มสวมแว่นดำลงจากรถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด เปิดประตูรถลงมา จิตตามองตามแล้วพึมพำบอกเสียงตื่นเต้น

“หล่อ ล่ำ รวย สเปคฉันเลย แก้วดูสิ”

แก้วตาเลยต้องมองตามไปกับคนอื่นๆด้วยแล้วก็ต้องหันขวับกลับโดยไว

เธอลืมไปเลยว่าราชสีห์บอกว่าจะมารับหลังสอบเสร็จ ก็เพราะว่ามัวแต่กังวลกับการสอบ เรื่องอื่นๆเลยไม่ได้อยู่ในหัวของเธอเลยสักเรื่องเดียว ว่าแล้วทำท่าจะหลบไปห้องน้ำ แต่จิตตาดึงมือของเธอเอาไว้ทัน

“จะไปไหนแก้ว”

“เดี๋ยวมา แก้วขอเข้าห้องน้ำแป้บนึง”

แล้วดึงมือออกจนหลุดตรงเข้าห้องน้ำอย่างไว

บอกตัวเองว่าเธอไม่ได้หนี แค่ขอมาตั้งหลักก่อน เธอยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับราชสีห์ตอนนี้

แก้วตารออยู่เกือบสิบนาที จึงตัดสินใจออกมา แอบหวังอยู่ลึกๆว่าเขาจะไปแล้ว แต่แล้วสิ่งที่เธอหวังก็เป็นหมันเพราะราชสีห์ยืนกอดอกรอที่หน้าห้องน้ำด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก

“เวรเอ๊ย! นึกว่ามุดโถชักโครกหนีไปแล้ว”

แก้วตาหน้าเจื่อนลงทันที อึกๆอักๆบอกเขา “แก้ว…เอ่อ”

ราชสีห์ถามเสียงดังก้อง “พร้อมจะกลับแล้วหรือยัง”

“...คือ...แก้วยังไม่ได้เก็บ…”

“เก็บแล้วใส่รถขนไปเมื่อตอนเที่ยง มีอะไรอีกไหมที่ทำให้เธอยังไปไม่ได้”

“มะ...ไม่มีค่ะ” แก้วตาตอบเสียงอ่อย

“ไปขึ้นรถ” เขาบอกเสียงเหี้ยมราวกับผู้คุมบอกกับผู้ต้องหา

“คุณโตขับรถไปจอดตรงแถวตึกคณะวิทย์ เอ่อ ตึกสีเทาๆตรงนู้นได้ไหมคะ" แก้วตาชี้มือบอกทิศทางเขา

ทันทีที่เธอพูดจบก็ราวกับมีรัศมีสีแดงๆแผ่ออกมาจากตัวของราชสีห์ ร่างสูงใหญ่เหมือนยักษ์ตวัดเสียงถามอย่างไม่พอใจนัก

“อะไรนะ!”

“คือ…” จะบอกยังไงดีล่ะ ว่าตรงนี้คนเยอะ และเธอก็ไม่อยากเป็นเป้าสายตาใครที่ต้องเดินตามเขาไปขึ้นรถสปอร์ตหรูคันนั้น “คือ…”

“ฉันไม่ใช่คนขับรถของเธอนะแก้วตา จะได้ให้ไปรอตรงนู้น ตรงนี้ ไปได้แล้ว!”

แก้วตาถอนหายใจเฮือกแล้วก้มหน้าเดินตามเขาไปจนถึงรถในที่สุด ราชสีห์เปิดประตูขึ้นไปนั่งที่ฝั่งของเขาโดยไม่ได้สนใจเธอสักนิดเดียว

พอเธอขึ้นและปิดประตูลงเท่านั้นรถสมรรถสูงคันหรูก็ออกตัวพุ่งทะยานไปข้างในทันที แล้วมุ่งหน้าสู่ไร่ราชสีห์ในเวลาต่อมา

แก้วตาลอบมองเสี้ยวหน้าของราชสีห์ด้วยความรู้สึกประหม่า กลิ่นอายดุดันดื้อดึงแผ่รังสีออกมา จนแก้วตาใจสั่นเมื่อต้องนั่งรถร่วมทางไปกับเขา แต่พยายามรักษาท่าทีของตนเองให้สงบนิ่งเอาไว้

ชายหนุ่มเจ้าของไร่เป็นคนหนุ่มหน้าตาดีทีเดียว เสียแต่ชอบทำหน้าดุ เพราะขนาดว่ามีหนวดเคราขึ้นรอบปากและคางก็ยังปกปิดความหล่อเหลาของเขาไม่มิด ซ้ำยังทำให้ดูเข้มขึ้นอีกหลายเท่าตัว

ต่างจากเธอลิบลับ

แก้วตาไม่ใช่คนหน้าตาสวยจัดจ้าน เธอเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาๆคนหนึ่ง มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่ดูจะเป็นผู้หญิงอยู่บ้าง นั่นก็คือทรวงอกอวบที่พุ่งดันเสื้อผ้าออกมามากกว่าใครๆที่หุ่นใกล้เคียงกัน จนต้องเลือกเอาเสื้อคลุมแขนยาวมาสวมทับปกปิดทุกทีไป

แม้กระทั่งชุดนักศึกษาที่สวมใส่อยู่ในตอนนี้ก็เช่นกัน

แล้วลอบมองภายในรถคันหรูหราด้วยความรู้สึกทึ่งๆ มันต่างจากรถแท็กซี่ที่เคยขึ้นไม่กี่ครั้งราวฟ้ากับดิน ด้านนอกรถดูราวกับจะจุคนได้เพียงคนเดียว แต่ภายในกลับดูโอ่อ่าโอ่โถง แถมเบาะนั่งก็ยังนุ่มลื่นจนน่าไถลเล่นอีกด้วย

แก้วตากลับไปนึกถึงเจ้าของไร่ราชสีห์อีกครั้ง จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าราชสีห์อายุมากกว่าเธอเกือบยี่สิบปี หย่อนไปเพียงสองหรือสามปีเท่านั้น ตอนเด็กๆนั่นเธอเห็นเขาไม่บ่อยนัก เพราะราชสีห์ถูกส่งตัวไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ ไม่ค่อยได้กลับมาที่ไร่ ส่วนบุพการีของเขานั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังอยู่เมืองไทย ราชสีห์เติบโตขึ้นมาด้วยการเลี้ยงดูจากผู้เป็นย่า ที่ชื่อ ชมนาด

ส่วนเธอนั้นเป็นเด็กกำพร้าที่นายปุยและนางมะลิรับมาเลี้ยงตั้งแต่ยังแบเบาะ ไม่เคยรับรู้เลยว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอนั้นเป็นใคร

แก้วตาได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนใกล้ไร่จนจบมัธยมศึกษาตอนปลายและสอบติดในมหาวิทยาลัยรัฐบาลในกรุงเทพ เธอได้รับอนุญาตจากลุงและป้าให้มาเรียนได้

และจะได้กลับบ้านเฉพาะช่วงที่ได้หยุดติดกันหลายวันหรือปิดเทอมเพียงเท่านั้น ตั้งแต่ขึ้นชั้นปีสุดท้ายมานี่เธอก็ไม่ค่อยได้กลับเลย เพราะต้องไปฝึกงานก่อนจบสลับกันอยู่สามที่ ทั้งยังต้องทำรีเสิร์ชโปรเจ็คก่อนจบจึงไม่ค่อยได้ติดต่อกับลุงและป้า จนมารู้ข่าวของพวกท่านอีกที ก็กลายเป็นเรื่องไม่ดีไปเสียแล้ว

ราชสีห์ขับรถค่อนข้างเร็วแต่ก็ระมัดระวัง พอรถจอดติดไฟแดงก่อนออกสู่ชานเมืองเขาถามขึ้นโดยไม่หันมามอง

“จะเข้าห้องน้ำไหม”

“ไม่ค่ะ”

เท่านั้นเองราชสีห์ก็ขับรถตรงสู่จุดหมายต่อทันที

แก้วตาเบนจุดโฟกัสกลับมาที่ถนนเบื้องหน้า แล้วตะแคงตัวหันข้างมาที่ฝั่งของตนเองไม่กี่นาทีจากนั้นความง่วงงุนก็เริ่มจู่โจมเธอ จนหลับไปในที่สุด

มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รถจอดสนิทแล้ว ภาพบ้านตรงด้านหน้ากระจกรถคือบ้านของนายใหญ่ที่เป็นเจ้าของไร่ราชสีห์ สิ่งก่อสร้างสีเปลือกไข่สร้างบนพื้นที่เกือบสามไร่ ดูโอ่อ่าสมฐานะเจ้าของสวนผลไม้มีชื่อแห่งภาคตะวันออก

จู่ๆประตูรถฝั่งของเธอก็ถูกเปิดออกโดยไว แก้วตาเหลียวมองตามทันทีเห็นว่าเป็นราชสีห์เองที่ยืนจังก้าอยู่ตรงนั้น

“ลงมาเก็บข้าวของของเธอ”

“แต่ว่าบ้านของลุง…”

“ฉันยังไม่ได้บอกใช่ไหม ว่าต้องนอนที่บ้านนี้ ไม่อย่างนั้นถ้าหนีไป แล้วหนี้ล่ะ ใครจะรับผิดชอบ”

“แก้วไม่หนีหรอกค่ะ”

“คนเป็นหนี้ก็พูดแบบนี้ทุกคน”

“แก้วขอไปนอนที่บ้านเถอะนะคะ”

“เอาของไปเก็บ!”

ตอน 3

“เอาของไปเก็บ!”

แก้วตานิ่งเป็นการรับคำตามที่เขากล่าวมาทั้งหมด แล้วแบกกระเป๋าเข้าห้องเล็กๆภายในบ้านหลังใหญ่ของราชสีห์ที่เขาจัดแจงเตรียมไว้แล้ว ดีที่เธอไม่มีสมบัติอะไรมากมายนัก มีเสื้อผ้าไม่เยอะแบบเพื่อนๆ ที่หนักหน่อยก็เห็นจะเป็นหนังสือนิยายนั่นละ

จัดการเก็บของเท่าที่จำเป็นจนเรียบร้อยแล้วจึงตรงไปที่ห้องครัว ตั้งใจจะไปสวัสดีป้าหนอม ค่าที่ไม่ได้เจอกันมาตั้งนาน พอเดินลัดเลาะมาถึงยื่นมือแตะลูกบิดประตูห้องครัว เสียงคุยไม่เบานักด้านในก็ดังขึ้นมามันมีผลให้มือน้อยๆนั่นหยุดเคลื่อนไหวในทันที

“คงมานอนแหกแข้งแหกขาให้นายใช้หนี้แทนลุงมันนั่นแหละ”

“แต่นายจะเอามันเหรอ เมียนายก็ออกแยะ”

“อีแก้วนะมึง...ไปอยู่กรุงเทพตั้งนานสองนาน นายยังว่าเลยว่าที่มันไม่ค่อยกลับบ้าน เพราะมันมีผัวแล้วแน่ๆ เด็กใจแตกได้ผัวแล้ว ที่กลับมานี่ก็คงใช้ตรงนั้นมันหาเงิน เพราะมันง่ายดี”

น่าเจ็บใจนักกับวาจาส่อเสียด เธอจำเสียงนั้นได้ดี ว่าเป็นของนุ่น

นุ่นนั้นมีใบหน้าน่ารักมากกว่าเธอนัก ผิวพรรณสีน้ำผึ้งแต่นวลเนียนเพราะบำรุงด้วยครีมตามท้องตลาด ผมเหยียดตรงนั่นทำสีตามยุคสมัยอยู่ตลอด

แก้วตาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เธอนึกอยู่ในใจว่าทำไมถึงต้องเอามาพูดลับหลังกันได้ขนาดนี้ จึงเปิดประตูผลัวะเข้าไปด้านในทันที วงสนทนาที่กำลังคุยกันเมื่อครู่เงียบเสียงลงราวกับมีใครตัดไฟฟ้า

“แล้วยังไงต่อ นอกจากมีผัว มีลูกแล้วยังไงอีก”

แก้วตาเค้นเสียงถาม ใบหน้าจริงจังจนคนที่ยืนคุยกันอยู่เงียบไปตามๆกัน

“…”

“ถ้าใครปากดีนินทาแก้วอีกนะ จะแจ้งตำรวจจับมันให้หมดนั่นเลย ใครไม่เชื่อ ก็ลองดู!”

คนที่เหลือเงียบปากกันไปในทันที มีแต่นุ่นที่มองเธอด้วยสีหน้าเยาะๆ แก้วตาฉุนจัดเธอเดินปลีกตัวออกมาจากตรงนั้นแล้วตามหาอีกคน คนปากมากที่เอาเธอไปพูดเสียๆหายๆ ว่าได้ผัวแล้ว จนเจอเขาในที่สุด

ราชสีห์ยืนคุยสายที่ห้องรับแขก เธอยืนมองเขาตาเขม็ง พอดีที่อีกฝ่ายหันกลับมาเพราะคุยสายเสร็จเลยถามขึ้น

“มีอะไร”

“แก้วอยากรู้ค่ะ ว่าใครหน้าไหนเอาไปพูดเรื่องที่ว่าแก้วมีผัวแล้ว”

ราชสีห์ยักไหล่ตอบอย่างไม่สนใจ “ฉันจะรู้เรื่องไหม”

“แต่แก้วได้ยินคนในครัวบอกว่าคุณเอาไปพูดให้ฟัง”

“แล้วไง ถ้าเป็นฉันแล้วเธอจะทำไม”

ราชสีห์ไม่ใช่คนปากมาก แต่เขาสนุกกับการพูดยั่วยุคน โดยเฉพาะคนตรงหน้านี่ หารู้ไม่ว่าคำพูดยั่วยุของเขาเป็นเหมือนน้ำมันที่ราดรดบนกองไฟ แก้วตาโกรธจนรู้สึกร้อนที่หูทั้งสองข้าง กรุ่นๆว่ามีควันออกมาจากหัวของเธอ เสียงพูดเบาๆของเธอตะแบงออกมาอย่างคนไม่เคยตะคอกใคร

“คุณไม่มีสิทธิเอาเรื่องของแก้วไปพูดเสียๆหายๆแบบนั้นนะคะ”

“ไม่ได้ทำจะร้อนตัวทำไมล่ะ” ราชสีห์ยั่วยุอีกไม่ยอมเลิกรา “หรือว่าที่ร้อนตัวนี่เพราะทำจริง เอาไหมเล่า ฉันจะสงเคราะห์ให้ถือว่าเอาบุญ อย่างเธอถ้าทำให้ฉันติดใจได้สักเดือนเดียว หนี้ก็เป็นอันหายกัน”

แก้วตาพับผ้าเข้าตู้อย่างเหม่อลอย บางทีก็ยกผ้าขึ้นมาพับ บางทีก็วางผ้าพักลงบนตัก นึกถึงเรื่องที่คุยกับราชสีห์ ทำไมเขาถึงช่างสรรหาคำมาพูดดูหมิ่นเธอได้ขนาดนั้น

‘ถ้ามั่นใจในฝีมือตัวเอง คิดว่าทำให้ฉันพอใจได้ก็ลองดูสิ จะว่าไปของแปลกๆแบบเธอ ฉันก็ไม่เคยลองเหมือนกันนะ’

เธอได้แต่ยืนนิ่ง กำมือแน่นด้วยความโกรธ แต่ทำอะไรไม่ได้ เขาจงใจดูหมิ่นเธอ ตอนนี้ต้องตามหาลุงกับป้าให้เจอก่อนและสอบถามถึงเรื่องราวที่แท้จริงว่ามันเป็นอย่างไรกันแน่

แก้วตานั้นเป็นคนมีน้ำใจ แม้ไม่ใช่คนรับใช้ในบ้านของนายใหญ่แห่งไร่ราชสีห์แต่เมื่อว่าง เธอจะช่วยทำความสะอาดและปรุงอาหารช่วยในครัว ราชสีห์เปรยตอนนั่งรถมาว่าอาจให้เธอทำงานตามสาขาที่เรียนมาด้วยการช่วยงานการตลาดของไร่หรืออาจจะเป็นผู้ช่วยของเขา ส่วนเงินเดือน คงต้องดูก่อนว่าเธอได้เท่าไร และต้องหักออกเท่าไร

เมื่อทำความสะอาดภายในบ้านจนเรียบร้อยและจะเข้าไปดูภายในห้องครัวต่อ ขณะเดินผ่านไปนั้นเธอได้ยินเสียงคุยไม่ดังนัก ที่จำได้ดีว่านั่นน่ะเป็นเสียงคู่ปรับของเธอ

“นายเสร็จฉันแน่”

“แกเอาจริงเหรอนุ่น คราวก่อนนายไล่ตะเพิดมายังไม่เข็ดอีกหรือไง”

“จะพูดอีกทำไมดาว!” นุ่นตวาดเสียงดังขึ้นมาหน่อย ก่อนจะเบาเสียงลง “ใครได้ยินเข้าได้หัวเราะฉันฟันหักสิ … คราวนี้ ฉันมีวิธีให้นายไล่ฉันไม่ลงเลยล่ะ คอยดู”

“ถ้านายจับได้ล่ะนุ่น”

“ก่อนนายจะจับได้ ฉันนี่แหละจะจับนายก่อน เตรียมตัวเป็นคนสนิทของคุณนายไร่ราชสีห์ได้เลยนะเว้ย” นุ่นหัวเราะถูกอกถูกใจปิดท้ายถ้อยคำของตนเอง

แก้วตาผละออกจากตรงนั้นตรงเข้าไปในครัว ขี้เกียจจะฟังเรื่องไร้สาระของนุ่นอีกต่อไป จนวันถัดมาเธอถึงเริ่มเข้าใจในบทสนทนาของคู่ปรับอย่างนุ่น

ที่แท้ก็มีงานเลี้ยงในไร่ราชสีห์นี่เอง และนุ่นคงวางแผนอะไรสักอย่างกับราชสีห์ แก้วตาลอบสังเกตนุ่นว่ารายนั้นคิดจะทำอะไรกันแน่ เลยเห็นว่าอีกฝ่ายตามประกบราชสีห์อยู่ตลอดเวลา เสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวนั้นดูพยายามประดิษฐ์ให้ดูเซ็กซี่เกินกว่าจะน่าดูน่าค้นหา

เสื้อคอถ่วงสีดำนั่นลึกเกือบเห็นทรวงอกที่ดันจนล้นทะลักทลาย คนงานชายในไร่พากันมองตามตาเป็นมัน แต่ราชสีห์นั้นกลับเฉย ไม่แม้แต่จะปรายตามองสักเสี้ยวเดียว เลคกิ้งเอวสูงแนบไปกับเนื้อทั้งขาอวดเนินนูนความเป็นสาวดูเกินงาม จนมีเสียงผิวปากหวีดแซวทุกครั้งที่นุ่นเยื้องย่างผ่านไป

แก้วตามองตามแล้วนึกสมเพชอยู่ในใจ ที่แท้นุ่นก็คิดจะจับราชสีห์แบบนี้นี่เอง ได้กันจริงก็เหมาะสมแล้วล่ะ อีกคนผีเน่าๆอีกคนก็โลงไม่สมประกอบผุๆผังๆ จวบจนงานเลี้ยงดำเนินมาได้สักระยะเริ่มมีคนงานแยกย้ายกันกลับเพราะกินอิ่มหนำกันแล้ว แก้วตาเองจึงปลีกตัวกลับเช่นกัน ถึงห้องจัดแจงอาบน้ำสระผม รอจนผมแห้งก็ว่าจะล้มตัวลงนอน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED