ที่คฤหาสน์ตระกูลกู้
เมื่อมายืนอยู่ที่ประตูใหญ่ที่คุ้นเคยของตระกูลกู้ จู่ ๆ หัวใจของกู้หวานหว่านก็บีบแน่นขึ้นมา
สถานที่แห่งนี้เดิมทีเป็นสินสมรสติดตัวที่คุณตาของเธอมอบให้แม่ของเธอไว้ เมื่อแปดปีที่แล้วได้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น พี่สาวและแม่ของเธอเกิดอุบัติเหตุติดต่อกัน เธอที่ไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้แค่ดูคุณย่าและคุณลุงใหญ่ย้ายเข้ามายึดครองบ้านหลังนี้โดยที่ได้รับการอนุญาตจากพ่อของเธอ
หลังจากนั้น พ่อไม่สนใจเธอ ส่วนแม่ก็ป่วยหนัก เธอจึงต้องก้มหน้าก้มตาทำตัวให้ดีเข้าไว้
ซึ่งเรื่อง ‘หาผู้ชาย’ พวกเขาก็ต้องเป็นคนจัดการให้ด้วยเช่นกัน!
กู้หวานหว่านสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปช้า ๆ ก่อนที่เธอจะถึง เธอก็ได้ยินรองเท้าส้นสูงส่งเสียงออกมาจากข้างในซะก่อน
“กู้หวานหว่าน เมื่อคืนเธอไปตายที่ไหนมา?”
มีเสียงสาปแช่งด้วยความโกรธแค้นที่หยาบคายดังออกมา เมื่อกู้หวานหว่านเงยหน้าขึ้นก็เห็นหญิงสาวที่แต่งตัวสะสวยคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธออย่างเย่อหยิ่ง
นี่คือลูกสาวของลุงใหญ่นั่นเอง แล้วก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอด้วย มีนามว่ากู้หวั่นเอ๋อร์
กู้หวั่นเอ๋อร์อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลกู้มาแปดปีจนถือว่าตัวเองเป็นเจ้าของคนหนึ่งของที่นี่ไปแล้ว หลายปีที่ผ่านมากู้หวั่นเอ๋อร์มักจะแย่งและขโมยสิ่งของของกู้หวานหว่านไปไม่น้อยเลย
ตัวอย่างเช่น อดีตคู่หมั้นที่จองกันไว้ตั้งแต่เด็กของกู้หวานหว่านคนนั้น!
“พี่หวั่นเอ๋อร์!”
ยิ่งคนที่เธอเกลียดนั้นโมโหมากเท่าไหร่ รอยยิ้มบนใบหน้าของกู้หวานหว่านก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น “เช้า ๆ แบบนี้ ถ้าพี่โมโหขนาดนี้จะหน้าเหี่ยวเอาได้นะ ระวังพี่เซ่เชียนจะไม่เอาพี่แล้วล่ะ”
“นังชั่ว!”
กู้หวั่นเอ๋อร์ตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธแค้น พวกเขาอุตส่าห์ปล่อยกู้หวานหว่านออกมาจากห้องใต้หลังคาด้วยความเมตตา แถมเมื่อวานตอนเย็นก็ยังให้เธอไปทานอาหารเย็นที่โรงแรมด้วยกันอีก แต่รอไปตั้งนาน ก็ไม่เห็นเธอมาสักที
กู้หวั่นเอ๋อร์ชำเลืองมองไปเห็นรอยแดงบนคอของกู้หวานหว่าน จึงถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเอาเรื่องว่า “ที่คอเธอนั่นมันอะไรน่ะ”
“นังหน้าไม่อาย อายุยังน้อยก็ทำตัวต่ำช้าเหมือนกับพี่สาวของเธอไม่มีผิดเลยนะ!”
พอได้ยินคำว่า ‘พี่สาวของเธอต่ำช้า’ รอยยิ้มบนใบหน้าของกู้หวานหว่านก็หายไปทันที เธอกำหมัดแน่น แล้วก็ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “พูดอีกรอบสิ!”
“นี่ หวานหว่าน อย่าทำตัวเป็นเหมือนพี่สาวของเธอที่ไม่เพียงแค่ต่ำช้าเท่านั้น แต่ยังโง่ถึงขนาดที่ส่งตัวเองไป.....”
กู้หวั่นเอ๋อร์ทำหน้าเยาะเย้ยอย่างได้ใจ แต่แล้วก็โดนตบหน้าฉาดใหญ่อย่างรวดเร็ว ตบจนเธอตะลึงไปเลย แล้วเธอก็มาตระหนักได้แล้วว่าตัวเองถูกนังคนชั้นต่ำอย่างกู้หวานหว่านตบหน้าจึงกรีดร้องออกมา “อร๊าย”
“กู้หวานหว่าน แกกล้าดียังไงมาตบฉันฮะ!”
กู้หวั่นเอ๋อร์ยกฝ่ามือขึ้นเพื่อจะตบคืน แต่กู้หวานหว่านที่ถูกตบตีจนคุ้นเคยหลบได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวมาก
เมื่อตบพลาด กู้หวั่นเอ๋อร์ที่โกรธมากและถูกตระกูลกู้เลี้ยงดูแบบตามใจมาหลายปีจึงทนไม่ไหวอีกแล้ว เธอรีบปรี่เข้าไปสู้กับกู้หวานหว่านอย่างสุดชีวิต ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินอย่างหนักแน่นดังมาจากชั้นล่าง
“กำลังทะเลาะอะไรกันอยู่เนี่ย!”
เสียงที่เย็นชาและดุดันดังขึ้น กู้หวั่นเอ๋อร์จึงต้องหยุดเคลื่อนไหวอย่างไม่พอใจนัก ตอนที่หันหลังไป น้ำตาก็ไหลลงมา
“คุณย่าคะ!”
เธอร้องเรียกขึ้นมาอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ สายตามองไปที่คุณนายกู้ที่อยู่ข้าง ๆ คุณย่า
คุณย่ากู้ที่ดูแข็งแรงเดินมาทีละก้าว เธอสวมเสื้อผ้าสีเทาเข้ม อีกทั้งยังมีใบหน้าที่เคร่งขรึมอย่างยิ่ง ทำให้สัมผัสได้ถึงความดุดันและความกดดันจากตัวของเธอ กดดันมาเสียจนทกุคนต่างต้องยืนกันให้เป็นระเบียบเรียบร้อย แม้แต่เสียงหายใจก็ยังเบากว่าก่อนหน้านี้มาก
“คุณย่า!”
กู้หวานหว่านก้มหน้าลง แล้วก็ร้องเรียกขึ้นมาอย่างน่าเอ็นดู
“กู้หวานหว่านออกไปหาผู้ชายข้างนอกอย่างไร้ยางอายมากเลยค่ะ!” กู้หวั่นเอ๋อร์ชิงฟ้องก่อนว่า “นี่เธอกำลังจะให้พวกเราเสียหน้าไปหมดแล้ว!”
ครึ่งเดือนที่แล้ว คุณนายลู่ของเมืองตี้ตูต้องการเลือกผู้หญิงให้กับคุณชายสามผู้เป็นลูกชาย ส่วนตระกูลกู้ก็บังเอิญตกอยู่ในสถานการณ์ทางการเงินที่ขัดสนหนักพอดี พ่อของเธอจึงเอาชื่อของเธอสมัครไปด้วย โชคดีที่เธอมาเจอทัน เธอเลยเปลี่ยนเป็นรูปภาพของกู้หวานหว่านไปซะก่อน
คุณชายสามแซ่ลู่นั่นไม่รู้ว่าทำไมถึงได้มาเลือก ‘กู้หวานหว่าน’ ได้ ให้คนโทรมาหาตระกูลกู้และบอกว่าเขาสนใจเธอ ซึ่งก็คือกู้หวั่นเอ๋อร์นั่นเอง!
ได้ยินมาว่าคุณชายสามแซ่ลู่คนนี้ทั้งขี้เหร่ทั้งพิการ เป็นผู้ชายที่มีนิสัยใจคอโหดเหี้ยมมาก ให้ตายยังไงเธอก็จะไม่มีทางไปเด็ดขาด
แม่บอกว่า ในเมื่อรูปที่ส่งไปเป็นรูปของกู้หวานหว่าน งั้นก็ให้กู้หวานหว่านใช้ชื่อของเธอไปเป็นของเล่นให้คุณชายสามแซ่ลู่นั่นซะ หากใช้วิธีนี้ ตระกูลกู้ก็จะได้รับเงินจากตระกูลลู่ด้วย
ส่วนกู้หวานหว่าน เธอเป็นเพียงคนต่ำต้อยที่ไร้ประโยชน์ หรือว่าเธอจะกล้าต่อต้านหรือไง!
แม่แท้ ๆ ของเธอนอนโคม่าอยู่ในโรงพยาบาลมาหลายปี ไหนจะพี่สาวแท้ ๆ ของเธออีก.....
กู้หวั่นเอ๋อร์ยกมุมปากขึ้นอย่างได้ใจ ยังคงพูดต่อด้วยน้ำตาคลอเบ้า “หนูแค่พูดกับเธอไม่กี่ประโยคเอง เธอก็มาตบหนูเฉยเลย! คุณย่า เอาเธอไปขังเลยค่ะ!”
“หนูเปล่านะคะ!”
กู้หวานหว่านพูดพลางสะอื้น เธอยกมือขึ้นมาถูรอยแดงบนคอ แล้วรอยนั้นหายไปแต่มาติดอยู่ที่นิ้วของเธอแทน
แค่ร้องไห้ มีใครทำไม่ได้บ้าง!
“คุณย่า เมื่อคืนหนูไปอยู่ที่บ้านมู่มู่มาค่ะ”
กู้หวานหว่านพูดอย่างคับข้องใจว่า “พี่หวั่นเอ๋อร์มาตะโกนเสียงดังกล่าวหาว่าหนูออกไปมั่วผู้ชายข้างนอกแบบนี้ หากเรื่องนี้ไปถึงหูของคุณชายสามของตระกูลลู่ขึ้นมา จะทำยังไงล่ะคะ!”
“เรื่องชื่อเสียงของหนูนั้นไม่ได้เป็นอะไร หากเขาเกิดมารู้อีกว่าคนที่พวกคุณย่าส่งไปไม่ใช่พี่หวั่นเอ๋อร์ คงแย่แน่เลยค่ะ!”
เธอออกไปหาผู้ชายข้างนอกให้มานอนด้วย แล้วมันจะทำไมเหรอ!
พวกเขายกเธอให้กับชายชราที่ไม่มีใครอยากจะแต่งงานกัน แล้วทำไมเธอจะหาผู้ชายหล่อ ๆ ให้ตัวเองบ้างไม่ได้ล่ะ!
“กู้หวานหว่าน!”
ตอนนี้กู้หวั่นเอ๋อร์แค่รอให้กู้หวานหว่านกับคุณชายสามแซ่ลู่มีอะไรเลยเถิดกันไปก่อน จากนั้นเธอก็จะเปิดเผยว่ากู้หวานหว่านเข้ามาแทนที่เธอ แบบนี้เธอจะได้เปิดเผยความสัมพันธ์ของเธอกับเซ่เชียนต่อสาธารณะได้ง่ายหน่อย
“หวานหว่าน!”
หลังจากฟังสิ่งที่หลานสาวทั้งสองของเธอพูดมาแล้ว สายตาของคุณย่าก็มองไปที่กู้หวานหว่านอย่างเย็นชา แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงขึงขังอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “เมื่อกี้ตระกูลลู่เพิ่งจะโทรมา บอกว่าจะมารับเธอไปแล้ว”
“เขามาแล้วเหรอ?” กู้หวานหว่านตัวสั่นขึ้นมาทันที แม้ว่าเธอจะไม่ได้เอ่ยชื่อใคร แต่ทุกคนในห้องนั่งเล่นต่างก็รู้ว่าเธอหมายถึง ‘คุณชายสามของตระกูลลู่’
“อืม” คุณย่ากู้ตอบมาคำเดียว
“หวานหว่าน เธอรีบขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าซะเถอะ คุณชายสามของตระกูลลู่กำลังรอเธอไปปรนนิบัติอยู่นะ!”
เมื่อรู้ว่าตระกูลลู่กำลังจะรับกู้หวานหว่านไปแล้ว กู้หวั่นเอ๋อร์ก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจทันที
กู้หวานหว่านกำมือทั้งสองข้าง ไม่ได้พูดอะไร เมื่อเธอขึ้นไปชั้นบน คุณย่าที่อยู่ข้างหลังเธอก็ยกชาร้อนที่คุณนายกู้ส่งให้ขึ้นมา จากนั้นก็พูดอย่างเย็นชาว่า “หวานหว่าน เธอควรเชื่อฟังหน่อยนะ!”
ประโยคนี้ทำให้กู้หวานหว่านนึกถึงบุคคลที่เธอต้องปกป้องขึ้นมาทันที เธอกำมือทั้งสองข้างแน่น แล้วก็ตอบขึ้นมาช้า ๆ ว่า “หนูจะเชื่อฟังคำสั่งของคุณย่าค่ะ”
——
“หวานหว่าน เธอคิดจะทำอะไร? จะไปบ้านตระกูลลู่จริงเหรอ?”
ในบาร์ที่มีเสียงดังอึกทึก มู่มู่เพื่อนสนิทของเธอถามอย่างเป็นกังวลหลังจากฟังกู้หวานหว่านเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนี้จนจบ
“แล้วจะให้ทำยังไงได้ล่ะ?”
กู้หวานหว่านยิ้มเย้ยหยัน แล้วก็เทไวน์เต็มแก้วให้ตัวเอง “ถ้าฉันบอกว่าไม่ไป พวกเขาก็จะขังฉันไว้”
“อีกอย่าง……”
รอยยิ้มบนใบหน้าของกู้หวานหว่านดูกว้างขึ้น แต่กลับก็ดูเศร้ามากขึ้นด้วย “แม่ฉันหมดสติไปนานมากขนาดนี้ แล้วพวกเขาก็.....”
“ตกลงกันแล้วว่าจะช่วยพี่สาว”
“แต่ คุณชายสามของตระกูลลู่น่ากลัวมากเลยนะ”
มู่มู่ขมวดคิ้ว เธอพูดอย่างเป็นกังวล เธอได้ยินมาหลายครั้งแล้วว่าคุณชายสามแซ่ลู่ที่เมืองตี้นั่นเป็นชายชราที่โหดเหี้ยมและไร้ซึ่งความปราณีคนหนึ่ง
“ไม่ต้องกลัวหรอก!” กู้หวานหว่านยืนขึ้น เธอตบไหล่มู่มู่พลางพูดว่า “ฉันไปนอนกับผู้ชายที่หล่อมาก ๆ คนหนึ่งมาแล้ว ไม่ขาดทุนแล้วล่ะ!”
“หากชายชราแซ่ลู่นั่นรู้เรื่องนี้ จะได้รีบไล่ตะเพิดฉันกลับตระกูลกู้พอดีเลย”
แต่หลังจากกลับมาที่ตระกูลกู้แล้ว เธอน่าจะต้องโดนเล่นงานอีกเยอะเลย!
ในโลกนี้ จะมีใครปกป้องเธอบ้างไหม
เมื่อคิดถึงแม่ที่อยู่ที่โรงพยาบาลและวิธีการของพวกคุณย่า กู้หวานหว่านก็หยิบแก้วไวน์ที่อยู่ตรงหน้าเธอขึ้นมาดื่มจนหมด
“ไม่พูดเรื่องพวกนี้แล้วดีกว่า หาเงินก่อนเถอะ”
ที่มาที่นี่ เธอไม่ได้มาเที่ยว “วันนี้ต้องการให้ฉันจัดการใครดีล่ะ”
“อ๋อ!”
มู่มู่เปิดหน้าจอโทรศัพท์ขึ้น แล้วก็หารูปถ่ายรูปหนึ่งออกมา จากนั้นก็เอาวางไว้ตรงหน้ากู้หวานหว่าน “โม่จื่อเหยี้ยน! ไอ้สารเลวนี่เหยียบเรือสองแคม ผู้จ้างต้องการให้เธอตบหน้าเขาสิบที แล้วก็ถ่ายรูปส่งไป ตบเสร็จจ่ายเงินทันทีเลย”
เมื่อได้ยินเรื่องเงิน ดวงตาของกู้หวานหว่านทั้งสองข้างก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เธอยังติดหนี้คุณอาสุดหล่อนั่นเอาไว้ตั้งเก้าพันกว่าบาทเลยด้วย