ตอน 1

1

บุญคุณต้องตอบแทน

ใบหน้าเศร้าแกมหม่นหมองของหลานสาว ทำให้ผู้เป็นป้าถึงกับหน้าเสียลงเมื่อได้เห็น ไพลินคิดว่าเรื่องนี้มันคงยากแก่การจะทำใจยอมรับได้ แต่จะให้ปฏิเสธอย่างไรได้ในเมื่อผู้มีพระคุณของนางขอร้องมา

“ว่ายังไงไหม” ไพลินถามย้ำอีกรอบ

ไหม หรือชื่อจริงว่า ไหมฟ้า ประดับดาว เงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นป้า แววตาไหวระริกไปด้วยความเจ็บปวด หากแต่หญิงสาวก็รู้ดีว่าท่านทำแบบนี้ก็เพราะว่าถูกคุณแสงระวีสั่งการมาอีกที ไหมฟ้ากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะยิ้มแบบสุดจะฝืนแล้วเอ่ยตอบผู้เป็นป้า

“ถ้ามันจะทำให้คุณป้าสบายใจ ไหมทำก็ได้ค่ะ”

“ไหม ป้าไม่รู้จะพูดยังไง ไหมจะปฏิเสธก็ได้นะ แต่ว่าคุณแสงเธอก็จะผิดหวัง เข้าใจป้าใช่ไหมลูก” ไพลินนึกสงสารหลานสาวขึ้นมาจับใจ แต่เจ้านายผู้มีพระคุณก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน

“เพราะว่าคุณแสงท่านเมตตาคุณป้า และคุณป้าก็เมตตาไหมอีกที ไม่เป็นไรหรอกค่ะหากเราจะทำให้ท่านสบายใจ อีกอย่างก็แค่หนึ่งปีเอง จากนั้นไหมก็จะมีอิสระใช่ไหมคะ” ไหมฟ้าพยายามปลอบใจตัวเอง ด้วยการฝืนเอ่ยออกมาให้เป็นปกติมากที่สุด ทั้งที่นี่คือเรื่องที่เธอทำใจยอมรับไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

“ใช่จ้ะ คุณแสงบอกว่าขอปีเดียว ท่านไม่อยากให้คุณคินไปมั่วกับผู้หญิงนอกบ้าน” ได้ยินแล้วไหมฟ้าก็ใจกระตุก

“...ค่ะคุณป้า”

‘เลยต้องให้มามั่วกับเธอแค่คนเดียวพอ’

หญิงสาวนึกอยากจะร้องไห้กับความจริงตรงหน้า อยู่ใต้ใบบุญของคุณแสงระวีทั้งป้าและหลานแบบนี้ จะไปขัดอะไรท่านได้ หากขัดไปก็จะได้กลายเป็นคนเนรคุณในทันที

“ไหม ป้าขอโทษนะลูก” ไพลินแตะหัวไหล่หลานสาวเบาๆ

“ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า” แม้ปากจะพูดแบบนั้นแต่หัวใจก็เจ็บร้าวไปทั้งดวง สิ่งที่ถูกขอร้องมานั้น ช่างยากแก่การที่จะทำใจให้ยอมรับได้จริงๆ คนอื่นมีเป็นร้อยเป็นพันที่เขาเต็มใจ แล้วทำไมต้องเลือกเธอ

“ป้า ลำบากใจจริงๆ แต่ถ้าไหมไม่...” เห็นสีหน้าเศร้าของไหมฟ้าไพลินก็นึกอยากจะเปลี่ยนใจ

“ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะคุกดกดกดกดณป้า” หญิงสาวฝืนยิ้มให้ผู้เป็นป้าอีกหน ชีวิตของเธอถูกชุบเลี้ยงจากไพลินตั้งแต่บิดามารดาแยกทางกัน แล้วทิ้งเธอให้ท่านดูแล ส่วนบุพการีทั้งสองคนนั้นต่างก็แยกย้ายกันไปมีครอบครัวของตัวเอง ไพลินไม่อยากให้เกิดปัญหาพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงขึ้นในภายหลัง จึงได้รับตัวเธอผู้เป็นหลานสาวมาเลี้ยงดู และด้วยความที่เป็นคนตัวคนเดียวไม่มีครอบครัว ไพลินจึงรักไหมฟ้าเสมือนหนึ่งลูกสาวของตัวเอง นับเป็นเวลาสิบสองปีแล้วที่ไหมฟ้าอยู่ในบ้านหลังนี้ ในฐานะหลานสาวของแม่บ้าน

“แล้ว...วันไหนคะคุณป้า” ถามเพราะต้องการใช้เวลาในการทำใจ

“ก็คงมะรืนนี้แหละไหม...คุณคินเรียกเมื่อไหร่ค่อยขึ้นไปหานะ”

ไพลินรู้สึกลำคอแห้งผากเมื่อต้องเอ่ยประโยคนี้ออกมา ไหมฟ้าเองก็หัวใจวูบหล่นไปอยู่ปลายเท้า เพียงเพราะว่าไม่อยากให้ลูกชายของตนเองเสี่ยงโรคร้าย คุณแสงระวีถึงกับให้เธอเป็นคนรองรับตัณหาของนคินทร์แทน

“ทำไมคุณคินไม่ป้องกันล่ะคุณป้า ไหมไม่เข้าใจ” ถามพร้อมกับสีหน้าคล้ายคนอยากจะร้องไห้

“คุณคินแกบอกว่าป้องกันอย่างดีแล้ว แต่คุณแสงท่านไม่ไว้ใจเผื่อพลาด อีกอย่างท่านก็กลัวจะไปทำใครป่องเข้าสักวัน” ไพลินบอกหลานสาวด้วยท่าทีหนักอกหนักใจอยู่ไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหนเรื่องนี้ไหมฟ้าก็ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นด้วยแม้แต่นิดเดียว

“แล้วไหมจะต้อง...เอ่อ” ไหมฟ้าไม่กล้าพูดต่อด้วยรู้สึกกระดากปากตัวเอง

“ป้าจะพาไปฉีดยาคุมกำเนิดทุกสามเดือนเอง”

ได้ยินแล้วก็พลันให้รู้สึกห่อเหี่ยวใจ ไหมฟ้าน้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาในทันที เธอเพิ่งจะยี่สิบเอ็ดได้รับปริญญาตรีมาไม่ถึงครึ่งปี กลับต้องมีสถานะเป็นนางบำเรอของนคินทร์เสียแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งอนาถใจ นคินทร์ไม่เคยชายตามองเธอเลยตลอดสิบสองปีที่ผ่านมา สถานะยังคงเป็นลูกชายเจ้าของบ้านกับผู้อาศัยอยู่ไม่เคยเปลี่ยน แต่ว่าอีกสองวันข้างหน้าทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป ความสัมพันธ์บางอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม อดคิดไม่ได้ว่าเขาจะมองเธอแบบไหน จะรังเกียจหรือสมเพชดี

ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน คุณแสงระวีได้เรียกให้ไพลินเข้าไปพบและเอ่ยวัตถุประสงค์นี้ออกมา ครั้งแรกที่ได้ยินไพลินถึงกับหน้าชาไปด้วยความรู้สึกว่า ตัวเองและหลานสาวนั้นกำลังถูกดูหมิ่นศักดิ์ศรีอยู่

‘ฉันไม่ได้จะดูถูกหนูไหมกับไพลินเลยนะ แต่ฉันไม่ไว้ใจใครเท่าหนูไหมแล้ว’ คุณแสงระวีบอกด้วยสีหน้าหนักใจ

‘คุณแสงคะ เรื่องนี้ไพลินไม่สามารถตัดสินใจเองได้ ต้องถามไหมก่อน’

‘ไม่เป็นไรไพลินฉันเข้าใจ แต่ฉันคาดหวังเอาไว้มาก ไพลินเห็นใช่ไหมข่าวที่ออกแต่ละวันตาคินควงสาวไม่ซ้ำหน้า ฉันเกรงว่าสักวันจะพลาดหรือเกิดติดโรคร้ายขึ้นมา ฉันจะไร้ทายาทสืบสกุล ตาคินเป็นลูกชายคนเดียวที่เหลืออยู่ของฉัน’

คนพูดมีแววตาสะท้อนถึงความเจ็บปวดออกมา และที่คุณแสงระวีต้องตัดสินใจทำแบบนี้ ก็เพราะว่าบุตรชายคนโตนั้นได้จากโลกนี้ไปเมื่อสองปีก่อนด้วยวัยแค่สามสิบสามปี จากโรคร้ายที่ติดมาจากบรรดาสาวกลางคืน

‘แต่คุณคินก็น่าจะคิดได้นะคะ เพราะว่ามีตัวอย่างจากพี่ชายให้เห็น’ ไพลินออกความเห็นของตัวเองบ้าง

‘ใช่ฉันรู้ ตาคินเคยบอกว่าป้องกันทุกครั้ง แต่ฉันเป็นห่วงหากวันไหนเมาจนเกิดขาดสติขึ้นมา ทุกอย่างมันก็อาจเกิดขึ้นได้’ ความวิตกกังวลนี้ส่งผลออกทางสภาพร่างกาย คุณแสงระวีนั้นข้าวปลาแทบไม่แตะ ร่างกายผ่ายผอมลงทุกวัน คนได้รับรู้ถึงกับเห็นอกเห็นใจผู้เป็นนายขึ้นมาครามครัน

‘ทำไมไม่พูดกับคุณคินตรงๆ ล่ะคะคุณแสง’

‘เคยแล้วไพลิน ตาคินก็เอาแต่ขำบอกว่าเลิกห่วงได้แล้ว เขาเป็นผู้ชายเรื่องแบบนี้ต้องมีบ้าง’ คุณแสงระวีเงยหน้ามองเพดาน ดวงตาส่อแววเศร้าออกมาอย่างชัดเจน เมื่อต้องนึกไปถึงเรื่องราวในอดีตที่เคยเกิดขึ้นกับบุตรชายคนโต ชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง กลับทิ้งภาพสุดท้ายอันแสนหดหู่เอาไว้ในความทรงจำของผู้เป็นมารดา

‘คุณแสงคะ’ เมื่อเห็นเจ้านายเงียบไปไพลินจึงเรียกเบาๆ

‘ตาเคนก็เคยพูดแบบนี้กับฉัน แล้วเป็นไง ไพลินเห็นแล้วใช่ไหมว่าวาระสุดท้ายของตาเคนเป็นยังไง’ น้ำตาคลอเบ้ายามเอ่ยถึงบุตรชายคนโต ไพลินเห็นแล้วก็หัวใจห่อเหี่ยวตามไปด้วย สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อตัดสินใจรับปากในเรื่องนี้

‘ก็ได้ค่ะคุณแสง เดี๋ยวไพลินจะไปคุยกับไหมให้นะคะ กลัวก็แต่...คุณคินนั่นแหละ’

‘ตาคินทำไมไพลิน’

‘ก็คุณคินจะรังเกียจไหมหรือเปล่าคะ ปกติก็ไม่ค่อยจะเห็นคุณคินแกชายตาแลหลานสาวของไพลินเลย’

‘ไม่หรอกไพลิน หนูไหมน่ารักอ่อนหวานและใสซื่อขนาดนั้น ต่างจากผู้หญิงเจนจัดของตาคินมากมายนัก แค่ได้อยู่ใกล้ๆ เถอะ คร้านจะติดใจ’

‘ก็หวังว่าคุณคินจะไม่ไล่ไหมออกจากห้องเสียก่อนนะคะ’

‘ฉันคิดว่าไม่เป็นแบบนั้นแน่ ฉันขอเวลาแค่ปีเดียวแค่นั้นนะไพลิน จากนั้นฉันจะหาลูกสะใภ้ให้เร็วที่สุด’ คุณแสงระวีคาดหวังเอาไว้สูง ไพลินเลยจำต้องนำเรื่องนี้ ไปบอกหลานสาวของตัวเองในวันรุ่งขึ้น

“ไหมถือว่าเห็นแก่ป้า แล้วก็เห็นแก่บุญคุณที่คุณแสงเมตตาเราสองคนนะลูก ตอบแทนท่านบ้างสักครั้งหนึ่ง”

ในอดีตนั้นไพลินเคยถูกสามีทอดทิ้ง แล้วขโมยทรัพย์สินของมีค่าไปจนหมดสิ้น ในตอนนั้นไพลินไม่ได้ทำงานเนื่องจากป่วยหนัก จนต้องออกจากงานที่ทำ เคราะห์ดีที่ว่าคุณแสงระวีไปพบเข้า ในวันที่ไม่มีแม้ข้าวสารสักเม็ดจะหุง ไพลินจึงมีที่ซุกหัวนอนและได้งานใหม่ในตำแหน่งแม่บ้าน แล้วยังสามารถจุนเจือให้หลานสาว ที่พ่อแม่แยกทางกันอย่างไหมฟ้าอีกคน

ตอน 2

“ไหมรู้ค่ะคุณป้า” ไหมฟ้าได้ยินเรื่องราวเหล่านี้มาตั้งแต่เธออายุได้สิบขวบ ช่วงนั้นเองที่พ่อกับแม่แยกทางกัน และดูเหมือนเธอจะเป็นตัวปัญหาสำหรับครอบครัวใหม่ แรกๆ ก็มีแวะเวียนมาเยี่ยมบ้าง แต่ระยะหลังก็เงียบหายไปด้วยกันทั้งคู่

“ไหม...คุณแสงให้เงินไหมก้อนหนึ่งด้วยนะ เป็นการตอบแทน”

“คุณป้าคะ แบบนั้นมันไม่ดีเลยมันเหมือนไหมขายตัว” พูดเองก็เจ็บเอง

“อย่าคิดแบบนั้นสิไหม คุณแสงเธอยุติธรรมเสมอ หากคุณคินพอใจไหมและไม่ไปยุ่งกับผู้หญิงนอกบ้านคุณแสงจะมอบเงินให้เป็นของตอบแทน แต่ปัญหาก็คือ...คุณคิน” หญิงวัยกลางคนหยุดพูดพร้อมกับมองหน้าหลานสาว

“กลัวว่าคุณคินจะไม่ชอบไหม ทุกอย่างก็ไม่สำเร็จใช่ไหมคะ”

ไหมฟ้านึกยิ้มอยู่ในใจ ภาวนาขอให้นคินทร์อย่าได้พอใจในตัวของเธอเลย ปกติหน้าของเธอเขาก็แทบจะไม่มองด้วยซ้ำ ความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่เธอไม่ต้องเป็นเมียเก็บหรือนางบำเรอของเขา

“ใช่ นั่นแหละคือสิ่งที่คุณแสงเป็นห่วง ไหมพยายามได้ไหมลูก”

“คะ” สีหน้าฉงนรู้สึกแคลงใจต่อคำพูดของผู้เป็นป้า

“พยายามที่จะใช้เสน่ห์ของผู้หญิงผูกมัดใจคุณคิน”

“ไหมคงทำไม่เป็นค่ะคุณป้า” รีบส่ายหน้าอย่างกระดากอาย

“นั่นแหละป้าถึงบอกว่าให้พยายามยังไงล่ะ”

“ก็ได้ค่ะ ไหมจะพยายาม” รับปากไปอย่างนั้นเอง ไหมฟ้าวาดสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำเอาไว้ในใจ ขอให้สวรรค์เห็นใจเธอด้วยเถอะ ขอให้นคินทร์อย่าได้เตะตาต้องใจเธอเลย สาธุ แอบยกมือภาวนาอยู่ในใจ

เพราะว่ายังทำใจไม่ได้กับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ของตัวเอง ค่ำคืนนี้ไหมฟ้าจึงนอนไม่หลับ หญิงสาวออกไปเดินเล่นบริเวณสวนด้านหลังของบ้านทยารัย ซึ่งเธอก็มักจะมานั่งรับลมเย็นๆ อยู่บริเวณนี้เป็นประจำทุกวัน หญิงสาวมองเหม่อไปบนท้องฟ้าเห็นดวงดาวกำลังกะพริบแสงในคืนเดือนมืด

‘มันจะเป็นไปได้เหรอคะคุณป้า’

นึกภาพไม่ออกจริงๆ ว่าเธอกับนคินทร์จะมีความสัมพันธ์แบบนั้นได้ เขาเป็นถึงลูกชายเจ้าของบ้านในขณะที่เธอเป็นเพียงหลานสาวแม่บ้าน ไม่เคยข้องแวะกันมากกว่าทักทายทั่วไป ไหมฟ้าอยู่ในบ้านทยารัยในฐานะของผู้อาศัย คุณแสงระวีไม่ได้มอบตำแหน่งคนรับใช้ให้ หญิงสาวมีอิสระเสรีในการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเหมือนเด็กสาววัยรุ่นทั่วไป แต่กระนั้นไหมฟ้าก็ไม่เคยนิ่งดูดาย หญิงสาวยึดมั่นคำสอนของผู้เป็นป้าอยู่เสมอว่า

‘อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น’

งานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ไหมฟ้าจึงอาสาช่วยทำแทบทุกอย่าง แต่คนที่เป็นเจ้านายกลับไม่คิดเรียกใช้เหมือนคนรับใช้คนอื่นภายในบ้าน ซึ่งการกระทำเช่นนี้ทำให้เธอและนคินทร์แทบไม่ได้เห็นหน้ากันเลยในแต่ละวัน เพราะว่าเมื่อเสร็จงานแล้วไหมฟ้าก็จะกลับห้องพักของตัวเอง ไม่ออกมาวุ่นวายข้างนอก

“ดีใจจนนอนไม่หลับเลยรึไง” เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง ไหมฟ้ารีบหันไปมองด้วยความตกใจ เจ้าของความสูง 198 เซนติเมตรกำลังยืนกอดอกอยู่ในชุดนอนลายทางสีเข้ม

นคินทร์ยืนอยู่บนระเบียงห้องด้านหลัง เขามองเห็นไหมฟ้าเดินออกมานั่งตรงเก้าอี้ไม้ตรงนี้เป็นประจำ แต่วันนี้เขากลับรู้สึกว่าอยากจะลงมาพูดคุยอะไรด้วยสักหน่อย เพราะว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับเขาโดยตรง

“คุณคินมีอะไรจะเรียกใช้ไหมหรือเปล่าคะ” ไหมฟ้ารีบลุกขึ้นยืนแล้วถอยหลังห่างเขาไปอย่างนอบน้อม

“ฉันคงไม่บังอาจไปเรียกใช้คนที่คุณแม่บอกว่าไม่ใช่คนใช้ในบ้านหรอกนะ” เขาประชด มารดาย้ำนักย้ำหนาตั้งแต่เล็กจนโตว่าไหมฟ้าไม่ใช่คนใช้ และห้ามเรียกใช้โดยเด็ดขาด

“นั่งสิ ฉันมีอะไรจะพูดด้วย” นคินทร์หย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้ไม้อีกตัวหนึ่ง

“เชิญคุณคินนั่งเถอะค่ะ ไหมขอยืนนะคะ” ใครจะกล้าไปนั่งเคียงข้างกับเขา ปกติก็ไม่เคย

“ฝึกเอาไว้จะเป็นไรไปไหม อีกหน่อยเราจะทำกันมากกว่านั่งข้างๆ เสียอีก” คนฟังหัวใจแทบจะหล่นไปกองอยู่บนพื้นหญ้า แม้จะอยู่ในความมืดที่มีเพียงแสงรำไรจากโคมไฟสาดส่องมา แต่นคินทร์ก็เห็นว่าหน้าของไหมฟ้านั้นเข้าข่ายซีดเผือดด้วยความตกใจ

“เป็นอะไรไป” เขาถามคนที่ยืนนิ่งหัวใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะว่าคำพูดของนคินทร์เมื่อครู่แสดงว่าเขา...

“เอ่อ คุณคินคิดว่าเรื่องนี้ เอ่อ ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้เหรอคะ”

“หมายถึงอะไร ฉันไม่เข้าใจ”

“คุณคินก็แค่หาแฟนเป็นตัวเป็นตน แล้วเลิกยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนอื่น แค่นี้ไหมว่าก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีได้” พยายามหาเหตุผลมาสนับสนุนและชี้ทางออกให้เขาไปในตัว

“เธอไม่อยากนอนกับฉันว่างั้นเถอะ” เขาถามตรงๆ

“เปล่าค่ะ ไหมไม่ได้หมายความแบบนั้น” หญิงสาวรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

“เพียงแต่ว่า แค่คุณคินเลิกทำแบบที่ทำอยู่ เราก็ไม่ต้องทำเรื่องแบบนี้ก็ได้” โน้มน้าวเขาอีกรอบ

“แบบนั้นแบบนี้ของเธอมันคืออะไรไหม ฉันเป็นผู้ชายความต้องการมันก็ย่อมมีเป็นธรรมดา คุณแม่ท่านไม่ไว้ใจวิธีการป้องกันของฉัน และไม่ไว้ใจผู้หญิงทุกคนของฉัน”

สาวน้อยผู้กำลังจะถูกนับรวมอยู่ใน ‘ผู้หญิงทุกคน’ ของเขาได้ยินคำพูดนี้แล้วก็หัวใจแกว่งแปลกๆ ใครกันแน่ควรจะกลัวเรื่องโรคร้าย ไหมฟ้าชักจะสงสารตัวเองเข้าแล้วสิ จะเจริญรอยตามพี่ชายหรือเปล่าก็ไม่รู้

“ไหม”

“เอ่อ คะ”

“ทำไมคุณแม่ถึงเลือกเธอ จะหาเมียเก็บให้ลูกชายทั้งทีเลือกมาได้หลานสาวแม่บ้าน นมก็เล็กดำก็ดำ” ฟังเขาพูดจบไหมฟ้าก็อ้าปากค้าง หน้าอกเธอตั้งสามสิบสี่นิ้วแค่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อยืดตัวใหญ่ ผิวก็ถือว่าขาวผุดผ่อง ไอ้ที่ดำน่ะตอนเด็กต่างหาก หญิงสาวคัดค้านอยู่ในใจ ประกายความหวังเล็กๆ เริ่มก่อเกิด

“นั่นสิคะ ไหมไม่สวยไม่อึ๋มไม่ขาวด้วย ไม่ใช่สเปกของคุณคินสักนิด ถ้าอย่างนั้นคุณคินก็ปฏิเสธได้นี่คะ” พูดพร้อมกับประกายตาที่เรืองรองด้วยความหวังอยู่นิดๆ

“เรื่องอะไร” นคินทร์แสร้งทำสีหน้าไม่เข้าใจ

“ก็เรื่องที่ไหมไม่ใช่สเปกของคุณคินนี่ไงคะ คุณคินก็บอกให้คุณแสงหาคนใหม่ให้สิคะ” พยายามอย่างเต็มที่ที่จะเปลี่ยนใจเขา เขาทำท่าคิดตามสิ่งที่ไหมฟ้าพูดอยู่ครู่หนึ่ง

“จริงด้วยสิ” นคินทร์ลุกขึ้นยืนตัวตรง ก้าวเท้าเข้าไปประชิดร่างสมส่วนของไหมฟ้า เขามองสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะยื่นมือออกไปเชยปลายคางมนขึ้น

“ทำอะไรคะ” จะปัดมือออกก็ไม่กล้า นคินทร์ยื่นหน้าหล่อเหลาคมเข้มของตัวเองเข้าไปใกล้ และกระซิบเบาๆ ตรงใบหูว่า

“ปฏิเสธให้โง่น่ะสิ มีคนให้เอาฟรีๆ ดีจะตายไป” เขาหัวเราะเสียงดังลั่นก่อนเดินจากไปอย่างคนอารมณ์ดี

ไหมฟ้าถึงกับเซหลุนๆ ไปนั่งแผละบนเก้าอี้แทบไม่ทัน คิดตามสิ่งที่เขาพูดแล้วน้ำตาก็ไหลเอ่อนองหน้า ขึ้นชื่อว่าเสือผู้หญิงยังไงก็คงไม่ทิ้งลายเจ้าชู้

นคินทร์กระตุกยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อย มีคนเป็นร้อยเป็นพันอยากขึ้นเตียงกับ นคินทร์ ทยารัย แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ถึงได้ทำท่าทางรังเกียจเขาแบบนี้ ชายหนุ่มเอนตัวลงบนเตียงนอนอย่างช้าๆ ตอนแรกก็คิดจะไปพูดให้อีกคนปฏิเสธมารดาตัวเอง แต่ใครจะคิดว่าไหมฟ้าจะเป็นฝ่ายปฏิเสธเขาเสียก่อน แม้ไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่จากที่ได้คุยกันเมื่อครู่ที่ผ่านมา นั่นแหละคือเจตนาที่ชัดเจนของเจ้าตัว

‘ไหมฟ้าเธอเป็นใคร ฉันเป็นใคร ไม่รักไม่หลงฉันก็ให้มันรู้ไป’

นคินทร์มั่นใจในเสน่ห์บุรุษเพศของตัวเองค่อนข้างสูง ไม่เคยมีใครปฏิเสธเขาและเขาเองก็ไม่คิดปฏิเสธ หากสตรีนางไหนจะยื่นไมตรีชั่วข้ามคืนให้ และการมีบทเรียนจากพี่ชายทำให้เขาสรรหาวิธีป้องกันอย่างรอบคอบ ถึงอย่างนั้นมารดาของเขาก็ไม่ไว้ใจ เพื่อความสบายใจของท่านนคินทร์จึงยอมที่จะเล่นบทลูกชายว่านอนสอนง่าย แค่ปีเดียวก็จะได้รู้กันว่าจะออกหัวหรือก้อย จะเป็นไรไปในเมื่อเขามีแต่...ได้กับได้

ตอน 3

2

ราคีอัปยศ

แม้จะขังตัวเองอยู่แต่ในห้องตลอดสองวันที่ผ่านมา แต่ความว้าวุ่นภายในจิตใจก็ไม่ยอมหนีหายไปไหน นึกถึงคำพูดของนคินทร์แล้วก็พลอยให้รู้สึกว่าชีวิตมันรันทดเหลือเกิน จู่ๆ ก็ต้องมาเป็นเมียเก็บของคนที่ไม่เคยคิดจะชายตามองกันด้วยซ้ำไป

“ไหมอยู่ไหมลูก” เสียงเคาะประตูเรียกดังอยู่นอกห้อง

“อยู่ค่ะคุณป้า” หญิงสาวรีบลุกจากที่นอนไปเปิดประตูให้ผู้เป็นป้า

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” เห็นสีหน้าลำบากใจของผู้เป็นป้าแล้ว ไหมฟ้าก็ใจคอไม่สู้ดีนัก

“คุณแสงเรียกให้เข้าไปพบ”

“เรียกไหมเหรอคะ” โล่งไปเปลาะหนึ่งนึกว่าจะเป็นเขาที่เรียก

“ใช่แล้วลูก ไปเถอะ”

“ค่ะคุณป้า” กระวีกระวาดเดินตามหลังผู้เป็นป้าออกไป เพราะเกรงว่าผู้ใหญ่จะรอนาน

คุณแสงระวีนั่งยิ้มอยู่บนเก้าอี้ในห้องรับแขก สองป้าหลานเดินเข้ามาพร้อมกับยืนอยู่ด้านข้างของเจ้าของบ้าน ท่านชำเลืองมองไหมฟ้าด้วยความชื่นชม เพิ่งได้เห็นว่าเจ้าตัวสวยก็เมื่อขึ้นเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่งนั่นเอง ผ่านมาไม่เท่าไหร่ก็สวยสะพรั่งสมวัยสาว ยิ่งมองก็ยิ่งสวยไร้ที่ติ

“ไหมมานี่สิลูก” คำเรียกขานก็ช่างเป็นกันเอง ไพลินหันไปพยักหน้าให้หลานสาวหนึ่งที ไหมฟ้าจึงรีบเข้าไปนั่งพับเพียบอยู่ด้านข้างผู้เป็นประมุขของบ้าน

“นี่ฉันให้” กล่องกำมะหยี่สีแดงถูกยื่นให้ไหมฟ้า หญิงสาวหันไปมองหน้าไพลินอีกครั้งเพื่อขอความเห็น

“รับไปเถอะ” คำพูดของคนให้มาพร้อมกับการพยักหน้าของผู้เป็นป้า ไหมฟ้าจึงก้มลงกราบคุณแสงระวีพร้อมกับรับกล่องกำมะหยี่มาถือไว้

“เปิดดูสิ”

“ค่ะคุณแสง” หญิงสาวเปิดกล่องออกช้าๆ พบว่าด้านในเป็นสร้อยคอทองคำขาวที่มีจี้เพชรรูปผีเสื้อห้อยอยู่ และที่อยู่ถัดไปก็เป็นแหวนเพชรเม็ดใหญ่หนึ่งวง

“คุณแสงคะ ให้ไหมทำไมคะ มันคงแพงมากไหมรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ” คนฟังถึงกับนึกเอ็นดูในความมักน้อยของคนตรงหน้า

“ฉันให้รับขวัญไหม คืนนี้ต้องขึ้นไปหาตาคินแล้วนะลูก” คนฟังถึงกับอึ้งไป นี่สินะ...คือความจริงของวันนี้ ไหมฟ้าได้ยินแล้วก็สะอื้นอยู่ในอก เหลือบตาลงต่ำมองกล่องในมือที่ถืออยู่อย่างขมขื่น ที่แท้มันคือค่าตัวของเธอในค่ำคืนนี้นั่นเอง

“เอากล่องให้ไพลินไปเก็บให้ แล้วไหมตามฉันขึ้นไปบนบ้านนะ”

“ค่ะ” ขานรับเหมือนคนเลื่อนลอย ไหมฟ้าค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแล้วยื่นสิ่งที่อยู่ในมือให้ผู้เป็นป้า ไพลินได้แต่ระบายลมหายใจออกมาด้วยความอึดอัด ยกฝ่ามือตบต้นแขนหลานสาวเบาๆ

“พยายามนะไหม” ผู้เป็นป้าทิ้งคำพูดเอาไว้แค่นั้นก็เดินจากไป ครั้นหันไปมองคุณแสงระวีก็กำลังยืนมองดูเธออยู่ด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า จะรู้บ้างไหมนะว่าหัวใจของเธอเต้นระทึกแค่ไหนในตอนนี้

“ไปเถอะ”

“ค่ะคุณแสง” จำต้องเดินตามหลังเจ้าของบ้านขึ้นบันไดไปทีละก้าว ความหวัง ความรัก การมีครอบครัวกับใครสักคนพังครืนลงไม่เป็นท่า หากผ่านพ้นหนึ่งปีนี้ไปแล้ว เธอก็คงจะกลายเป็นคนมีตำหนิไม่คู่ควรกับใครทั้งนั้น คงไม่มีชายใดยอมรับคนรักหรือภรรยา ที่เคยเป็นเมียเก็บหรือนางบำเรอของชายอื่นมาก่อนได้หรอก

ทั้งคู่หยุดยืนอยู่หน้าห้องของนคินทร์ คุณแสงระวีเป็นคนเคาะประตูเรียก ชั่วอึดใจหนึ่งคนด้านในก็เปิดประตูออกมา นคินทร์มองเลยผ่านมารดาไป เห็นไหมฟ้ายืนก้มหน้างุดไม่กล้ามองสบสายตา

“แม่พาไหมมาให้คิน ดูแลน้องด้วยนะลูก” ท่านดึงมือของไหมฟ้าให้ไปวางไว้บนฝ่ามือของลูกชาย ไหมฟ้านั้นมือสั่นเย็นเฉียบจนนคินทร์รับรู้ได้ เขาถึงกับลอบยิ้ม

“ผมจะดูแลอย่างดีเลยล่ะครับคุณแม่” กระตุกนิดๆ ร่างของอีกคนก็ก้าวผ่านประตูห้องเข้าไป นคินทร์ยักคิ้วให้มารดาหนึ่งทีแล้วดันบานประตูปิดแถมกดล็อกอีกซะด้วย

“รู้สึกยังไงที่ต้องมาเป็นเมียเก็บฉัน” เขาถามโพล่งออกมาตรงๆ แต่คำที่เลือกใช้กลับทำร้ายจิตใจคนฟังจนย่อยยับ ไหมฟ้าไม่พูดตอบอะไรออกมา หญิงสาวเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง เหลือบตาไปยังประตูห้องนอน จะผิดไหมนะหากจะเปิดมันแล้ววิ่งออกไป

“เปลี่ยนใจเหรอ” เขาเดาออก

“เปล่าค่ะคุณคิน” คำตอบช่างตรงกันข้ามกับสิ่งที่อยู่ในใจ หากทำอย่างที่คิดจริง คุณป้าของเธอกับท่านเจ้าของบ้านคงได้เสียใจเป็นแน่แท้ ท่าทางปิ่มว่าจะร้องไห้อยู่รอมร่อทำให้นคินทร์นึกขัดใจ

“เปล่าก็ดี แล้วก็ไม่ต้องมาทำหน้ารังเกียจฉันขนาดนั้นหรอกไหม ฉันเองก็ใช่ว่าอยากจะได้เธอ สวยหรือก็เปล่า ไม่ติดว่าคุณแม่บังคับและยัดเยียดให้ คิดเหรอว่าฉันจะเอาเธอ”

‘ทำไมไม่ปฏิเสธล่ะ’

คำพูดนี้ติดอยู่บนใบหน้าของไหมฟ้า นคินทร์รับรู้ได้โดยที่เจ้าตัวไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกมา

“ฉันไม่อยากขัดคุณแม่ ท่านหวังเอาไว้สูง” ร้อนตัวที่จะแก้ต่างออกมา อีกคนก็ได้แต่กัดปากล่างของตัวเองเอาไว้แน่น

“ท่านกลัวว่าฉันจะไปนอนกับผู้หญิงอื่นลับหูลับตาท่าน เห็นไหมเมื่อกี้ถึงกับจูงมือเธอมาส่งถึงหน้าห้องฉัน ยัดเยียดเห็นๆ” เขามองดูปฏิกิริยาของไหมฟ้าไปด้วยในระหว่างพูด แต่ก็เห็นแค่ความเงียบกับการก้มหน้านิ่ง

“มานี่สิ” เขาดึงข้อมือของหญิงสาวให้ไปนั่งอยู่บนขอบเตียง ชุดที่ไหมฟ้าใส่ก็แค่เสื้อยืดธรรมดาไม่ได้มีอะไรพิเศษ เขาคาดหวังอะไรนะ อยากเห็นไหมฟ้าใส่ชุดสวยๆ แต่งหน้างามๆ ในคืนนี้หรือยังไงกัน

“มองหน้าฉันสิไหม” นิ้วหนาดันปลายคางของอีกคนขึ้น แววตาที่มองสบมามีร่องรอยของความตื่นกลัวและไม่มั่นใจอยู่เต็มเปี่ยม

‘ทำเป็นวางท่านะไหม ที่แท้ก็กลัว’

เขาสบประมาทอยู่ในใจ

“เคยนอนกับคนอื่นมาก่อนไหม” คำถามตีแสกหน้าของเขา เล่นเอาไหมฟ้าแทบร้องไห้ ทำไมจะต้องเหยียบย่ำกันถึงเพียงนี้ด้วย

“หืม ว่าไง” เขาถามย้ำเมื่อไหมฟ้าหลบตาลงต่ำ

“ไม่เคยค่ะ” คำตอบเบาๆ แต่คนฟังก็ยิ้มออก

“แล้วคุมกำเนิดหรือเปล่า” เขาต้องถามเพื่อที่จะได้รับมือได้ถูกว่าสมควรปฏิบัติอย่างไร เนื่องจากมารดาบอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องป้องกัน เพราะว่าไหมฟ้าคุมกำเนิดและตรวจสุขภาพผ่านเรียบร้อยแล้ว

“วันก่อนคุณป้าพาไปฉีดยาคุมกำเนิดมาค่ะ” สาวน้อยก้มหน้าบอกเสียงเบา

“ทำไมล่ะ ฉันใส่ถุงยางได้ เดี๋ยวก็มีผลต่อร่างกายหรอก แล้วอยู่ได้กี่เดือนล่ะ” แม้จะได้ชื่อว่าเป็นเสือผู้หญิงตัวยงแต่เขาก็ไม่สันทัดเรื่องพวกนี้เท่าไหร่

“อยู่ได้สามเดือนค่ะ แต่สิบวันแรกต้องป้องกันก่อน”

“อย่างนั้นเหรอฉันเพิ่งรู้ งั้นวันนี้ฉันจะต้องใส่ถุงยางนะ” เขาบอกเหมือนไหมฟ้าเป็นเด็กไม่ประสาต่อเรื่องนี้ นคินทร์ลุกขึ้นเดินไปหยิบกล่องเครื่องป้องกันในลิ้นชัก ก่อนจะกลับมานั่งด้านข้างของสาวน้อย เจ้ากล่องสี่เหลี่ยมสีดำในมือของเขาทำให้ไหมฟ้านึกกลัว หญิงสาวทำหน้าคล้ายคนอยากจะร้องไห้จริงๆ พยายามกะพริบตาหลายๆ ครั้งเพื่อไม่ให้น้ำตาไหลออกมา

“แรกๆ อาจจะเจ็บหน่อยนะ แต่ว่าฉันจะเบามือที่สุด” เขาพูดจบไหมฟ้าก็กระถดตัวหนีห่างออกเล็กน้อย สองมือประสานกันแน่น หายใจลำบากเหลือเกินต่อสิ่งที่เขาพูดออกมา

“คุณคินคะ”

“ว่าไง” คนถามดีดกล่องที่อยู่ในมือเล่นไปมา ตาก็มองอีกคนแบบมีเลศนัย

“ไหม...ไม่ค่อยพร้อม” กว่าจะเอ่ยออกมาได้ก็ลำบากใจแสนเข็ญ

“ไม่พร้อม หึ แล้วยอมให้คุณแม่จูงมือเข้ามาในห้องของฉันทำไมไหม” เขาถามพร้อมกับจ้องหน้าคนพูด ไหมฟ้าถึงกับน้ำตาตกใน รู้ทั้งรู้ยังจะถามอีก

“ก็คุณแสงท่าน...” จะปัดความผิดให้คุณแสงระวีก็คงไม่ใช่เรื่องดีนัก ไหมฟ้าหลับตาลงแน่น อะไรจะเกิดก็ช่างเถอะ

“หยุดพูดเรื่องนี้กันเถอะ อยากอาบน้ำไหม” เขาเปลี่ยนเรื่องพูดเหมือนรู้ว่าไหมฟ้ากำลังอึดอัดใจ

“ไหมอาบมาแล้วค่ะ”

“อาบอีกก็ได้”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

“งั้นก็เริ่มกันเลย” คราวนี้คนที่นิ่งมาตลอดเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตกใจ หญิงสาวผุดลุกจากขอบเตียงแล้วพยายามมองหาทางหนีของตัวเอง

“กลัวอะไร ใครๆ เขาก็ทำกัน”

“แต่ แต่ไหมไม่เคยนี่คะ” ไหมฟ้าละล้าละลังมองไปบริเวณรอบๆ ด้วยความหวาดกลัว นคินทร์เห็นแล้วก็ต้องลุกขึ้นยืนบ้าง ก้าวเพียงสองก้าวก็ถึงตัวของไหมฟ้า เขาดึงร่างของหญิงสาวเข้าหาพร้อมกับยื่นหน้าไปใกล้ จนปลายจมูกแทบชนหน้าผากของอีกคน

“ถือว่าฉันเป็นครูพิเศษ สอนเรื่องเซ็กซ์ให้ก็แล้วกันนะไหม” เขาจูบหน้าผากมนหนึ่งที เลื่อนปลายจมูกโด่งมาสัมผัสกับพวงแก้มปลั่งด้วยสีเลือดฝาด จากนั้นก็หยุดนิ่งอยู่ตรงริมฝีปากที่สั่นระริกอยู่ห่างไม่เกินคืบ ปลายนิ้วโป้งคลึงปากอิ่มด้านล่างเบาๆ

“ตรงนี้เคยจูบกับใครมาก่อนหรือเปล่า” ปกติเขาไม่เคยถาม แต่กับไหมฟ้าทำไมถึงอยากรู้นักก็ไม่รู้ คำตอบมาแบบไร้เสียงเมื่อหญิงสาวส่ายหน้า

จะถามอะไรนักหนา คุณคินบ้า!

“งั้นฉันจะมอบจูบแรกให้เธอเองนะไหม” เขายิ้มชิดมุมปากของไหมฟ้า คนฟังตาโตกว่าเดิมเสียอีก นคินทร์แตะแผ่วๆ บนกลีบปากสีชมพู

“อย่าหนีสิ” เขาติงคนที่เอนตัวออกห่าง กอดร่างนิ่มเอาไว้แบบไม่ให้กระดิกตัวหนีได้ ดันปลายคางให้รองรับกับจูบแสนหวานของตนเอง ใช้ลิ้นแตะริมฝีปากของไหมฟ้าให้แย้มออกจากกัน เพื่อล่วงล้ำเข้าไปควานหาน้ำผึ้งแสนหวานข้างใน สัมผัสนุ่มนวลอ่อนหวานซาบซึ้ง ทำเอาคนถูกจูบแทบยืนปลายเท้าไม่ติดพื้น นคินทร์รุกหนักเมื่อเห็นว่าอีกคนนั้นอ่อนระทวยในอ้อมกอด จูบแล้วจูบเล่าอย่างดูดดื่ม และเมื่อถอดถอนริมฝีปากออก ก็มองเห็นแม่กระต่ายตื่นตูมทำหน้าซีดอยู่ตรงหน้า

“เป็นไงจูบแรกของฉัน” เขาตวัดปลายลิ้นเลียมุมปากตัวเอง ไหมฟ้าหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอาย ยอมรับว่าจูบของเขามันช่างให้ความรู้สึกดีกว่าที่เคยคาดคิดเอาไว้

“มาที่เตียงเถอะ” เขาดึงข้อมือของหญิงสาวให้เดินไปนั่งอยู่บนขอบเตียงเหมือนเดิม แต่ไหมฟ้ารู้ว่าคราวนี้มันต้องไม่ใช่แค่นั่งเฉยๆ แบบเมื่อครู่นี้แน่ หญิงสาวมองเขาด้วยสายตาตื่นกลัว

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

ละอองราคี

ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED