ภาพปกนิยาย ทัณฑ์เสน่หาอสูร

ทัณฑ์เสน่หาอสูร

9.0 / 10.0
เมื่อความแค้นที่ไม่ได้ก่อกลับกลายเป็นตราบาปที่เธอต้องแบกรับ ปรินทร อัครพิภพ มองว่าเธอเป็นเพียงดอกไม้ริมทางที่มีไว้เพื่อระบายโทสะและเหยียบย่ำให้แหลกลาญเพียงเท่านั้น สาเหตุมาจากความโกรธแค้นที่เขามีต่อแม่ของเธอ ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นต้นเหตุทำร้ายจิตใจพ่อด้วยการคบชู้ ความเกลียดชังทั้งหมดจึงถูกถ่ายโอนมาลงทัณฑ์ที่บุตรสาวอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้พ่อจะจากไปพร้อมหยดน้ำตาและหัวใจที่แตกสลาย แต่เธอกลับต้องสูญเสียทั้งศักดิ์ศรีและอิสรภาพเพื่อชดใช้ในสิ่งที่ตนเองไม่ได้กระทำ ท่ามกลางความเจ็บปวดและรอยอดสูที่กัดกินใจ เธอจำต้องก้มหน้าอดทนรับโทษทัณฑ์จากอสูรร้ายในคราบมนุษย์เพื่อปกป้องผู้เป็นแม่ แม้ในใจจะบอบช้ำจนแทบไร้เรี่ยวแรงจะก้าวเดินต่อไปก็ตาม

ทัณฑ์เสน่หาอสูร ตอนที่ 1

ปิ่นคณางค์ มหาสุทธิกุล หันหลังออกจากคอนโดมิเนียมหรูของปรินทรเมื่อมาถึง “ฉันเปลี่ยน...เอ่อ...ใจแล้ว ฉันจะกลับ” เสียงสั่นบอกร่างสูงที่ยืนพิงกรอบประตู เขากำลังสำรวจตรวจตราร่างกายเธอด้วยสายตาจาบจ้วง หญิงสาวก้มหน้า

“อย่าทำเป็นปฏิเสธไปเลยน่า ฉันไม่คิดว่าจะมีการเปลี่ยนใจเกิดขึ้นในเมื่อเธอตัดสินใจมาที่นี่แล้ว” ปรินทรค้นหาความจริงของการเปลี่ยนใจ

“แต่ฉันยังมีโอกาสเปลี่ยนใจไม่ใช่รึไง คุณจะมาบังคับกัน...ไม่ได้นะ”

“เธอจะต่อรองอะไรเพิ่มอีกล่ะ บอกมาสิ ”

ตอนแรกเพราะความเป็นห่วงผู้มีพระคุณ วันนี้ปิ่นคณางค์จึงได้มาที่นี่ คิดแล้วช่างน่าเจ็บใจน่าละอายเหลือเกิน ร่างสูงย่างสามขุมเข้ามาเหมือนต้องการกักกั้นไม่ให้ตนได้ปฏิเสธได้อุทธรณ์ ทำได้ก็เพียงแหงนหน้ามองชายหนุ่มด้วยความตระหนก เพียงแค่คิดว่าไม่มีทางไปอีกแล้ว ความหนาวเหน็บหวาดกลัวก็ประดังประเดเข้ามาจนเล็บสะอาดจิกลงในฝ่ามือสุดแรง

“ฉัน...” ไม่ทันได้พูดสิ่งที่ต้องการก็ต้องอึ้งกับคำต่อว่าที่ออกจากปากเขาอีก

“อย่าลวดลายน่า บอกแล้วไงว่า คนที่ต้องชดใช้แทนผู้หญิงสารเลวโสมมก็คือลูกอย่างเธอ”

ยืนนิ่งหมดเรี่ยวแรง รู้ตัวอีกทีร่างสูงก็เข้ามาประชิดถึงตัวเสียแล้ว แม้อยากกระโจนหนีแต่เท้าเจ้ากรรมก็แข็งทื่อไปหมด ทว่าแม้ไร้สิ้นทางหนี วินาทีนั้นเสียงในส่วนลึกยังดังออกมาได้ “ไม่ ! อย่านะ ฉันบอกแล้ว ฉันเปลี่ยนใจ...! ฉันจะกลับ ปล่อย”

ปรินทร มาร์โก อัครพิภพ ชายหนุ่มวัยสามสิบ ผู้ซึ่งมีดวงตาหวาน คม ชวนให้ต้องมนต์ ดูท่าตอนนี้ไม่มีทางที่ชายหนุ่มจะเปิดใจรับฟังอะไร หรือเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เขาต้องการยัดเยียดมันให้เธอ

ปิ่นคณางค์ก็หนีเงื้อมืออสูรร้ายไม่พ้น…

หลายเดือนผ่านไป…ภายในห้องนอนกว้างสีครีมนั้นได้รับการออกแบบตกแต่งหรูหรา บนเตียงนอนคิงไซส์ปิ่นคณางค์นอนตะแคง สองมือเรียวประสานใต้แก้มผ่องใกล้หมอนสีขาวใบใหญ่ หญิงสาวนอนนิ่งเฉกตุ๊กตาไร้ชีวิตมาร่วมชั่วโมง ใจเธอทุกข์ระทม ทว่าทุกข์ใจมากมายเพียงไรหญิงสาวก็ไม่เคยมีน้ำตาสักเพียงหยดเดียว เพราะว่าน้ำตามันแห้งเหือดหายไปตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านเลยมา… หายไปตั้งแต่เธอต้องสูญเสียคนที่รักที่สุด นั่นคือพ่อและต้องตามแม่มาอยู่ที่อัครพิภพ ภาพความสุขของครอบครัว วันเวลาเก่าๆ รวมทั้งสถานที่ซึ่งรักผูกพัน คงไม่สามารถหวนกลับมาได้อีกแล้ว มันคงเป็นได้แค่เรื่องราวในอดีตที่เก็บไว้รำลึกภายในใจก็เพียงเท่านั้นเอง

เชียงใหม่ หลายเดือนก่อน …หญิงสาวรูปร่างบอบบางอยู่ในชุดกระโปรงทรงจีบรอบสีดำยาวเสมอเข่า ด้านบนคือเสื้อคอโปโลสีขาวแนบรูปร่างอรชร จากประตูไม้ทรงเตี้ย หญิงสาวรีบเร่งย่ำสนามหญ้าเข้าไปหาบิดา เธอไม่เห็นว่าใบหน้าซึมไร้ความสุขแต่เริ่มแรกปรับเปลี่ยนให้สดชื่น บ้านไม้ชั้นครึ่งอาณาเขตห่างไกลจากคำว่ากว้างขวางทำให้หญิงสาวเดินถึงพ่อซึ่งยืนหันหลังรดน้ำต้นไม้อยู่มุมสวนเล็กๆ หน้าตัวบ้านเร็วทันใจ สองมือเรียวกอดหมับตรงเอวหนาเมื่อเดินไปถึง วงหน้ารูปไข่ซบไหล่ภายใต้เสื้อเชิ้ตลายหมากรุกนิ่งนานเพราะความคิดถึง

“หนูเรียนจบซะที ต่อไปจะดูแลพ่อกับแม่เองค่ะ” ปิ่นคณางค์ พูดสิ่งที่ตั้งใจขึ้นทั้งที่ยังหลับตา

“พ่อภูมิใจมาก ลูกไม่ทำให้พ่อผิดหวัง” เดชณรงค์ มหาสุทธิกุล หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบ อดีตนักธุรกิจชื่อดังเมืองเหนือ เอี้ยวเพียงใบหน้าซึ่งปกคลุมด้วยเส้นผมสีขาวเทา น้ำเสียงแม้จะดูเหมือนอ่อนล้าแต่แววตานั้นอ่อนโยนเต็มเปี่ยมด้วยความรักที่มีให้ลูกสาว ปิ่นคณางค์ ผงกศีรษะ ส่งยิ้มสดใส วงหน้าเซียวของพ่อที่ปรากฏแม้จะพยายามปกปิดแต่ก็ไม่มิด หญิงสาวอยากให้พ่อได้ยิ้มสักนิดถึงจะเป็นความสุขในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตามทีและได้แต่คิดครุ่นว่าจะทำอย่างไรดี

หลายเดือนก่อนหน้ามหาสุทธิกุลยังคงยิ่งใหญ่ บิดามีธุรกิจโรงแรมใหญ่ติดอันดับท็อปไฟว์ในภาคเหนือ รอบกายปิ่นคณางค์นั้นมีบริวารร่ายล้อมมากมาย ทุกคนต่างเอาใจคุณหนูเพียงคนเดียวของบ้าน หากวันหนึ่งเหตุการณ์เลวร้ายได้เข้ามาเยี่ยมเยือน มันมาเร็วมากและมันได้พาพัดความสุขความมั่งมีของครอบครัวให้มลายหายสิ้นไป บิดาโดนคนคนหนึ่งหักหลัง มีการถ่ายโอนหุ้นธุรกิจโรงแรมของครอบครัวมานานหลายปี สุดท้ายกว่าจะรู้ก็ช้าสายเกินไปแล้ว มหาสุทธิกุลหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง คฤหาสน์หลังใหญ่ที่ปิ่นคณางค์เคยอาศัยตั้งแต่จำความได้ถูกขายล้างหนี้ บิดาต้องยอมปล่อยมือจากทุกอย่างที่เคยครอบครองเพราะไม่อยากโดนฟ้องล้มละลาย

“โง่ !” แม่ต่อว่าพ่อด้วยเสียงเกรี้ยวกราดแปลกหูไป ปิ่นคณางค์เองได้รับคำนั้นเหมือนกัน เพราะหญิงสาวไม่เคยเข้าไปช่วยดูแลงานที่โรงแรมเลยสักครั้ง แม่เป็นคนตอกย้ำเรื่องนั้นเช่นเดียวกัน ปิ่นคณางค์หวังเพียงให้แม่พูดดีกับพ่อบ้าง อยากให้แม่ให้กำลังใจและเลิกพูดตอกย้ำรอยแผลในหัวใจของพ่อ แต่แม่ไม่ได้เกรี้ยวกราดกับพ่อเพียงคนเดียว เธอเองก็พลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย

“แกก็เหมือนกัน คงไม่ต่างกับพ่อแก โง่ น่าเบื่อนัก ดูสิคนที่เคยรักทั้งพี่น้องเพื่อนฝูงหนีหายหมด คู่หมั้นแกก็ถอนหมั้นเสียแล้วน่าขายหน้าเหลือเกิน”

ไม่เข้าใจคำซ้ำเติม นี่น่ะหรือแม่ที่พ่อเฝ้าเอาใจด้วยความรัก ไม่มีสักครั้งที่แม่อยากได้อะไรจะไม่ได้ เพชรนิลจินดา ความสะดวกสบาย แม่พูดย้ำอีกว่า ธนา สุริยะเกียรติพัฒน์ เศรษฐีหนุ่มหล่อที่หมั้นหมายกับปิ่นคณางค์มานานหลายปีนั้น จะหาที่ไหนได้ดีเท่าผู้ชายคนนี้อีก แต่ในความคิดปิ่นคณางค์นั้น คู่หมั้นหมายที่ฟ้าดลบันดาลให้เห็นเนื้อแท้ของเขาในยามวิกฤติ เรื่องอะไรจะต้องอาลัยอาวรณ์ ธนาไม่รักกันสักนิดและไม่ต้องเอ่ยว่าผู้ชายคนนั้นคบหากันเพราะสาเหตุใด

“ขอโทษที่ต้องขอถอนหมั้นนะครับ เอ่อ…”

“ค่ะ” ตนเองรับคำนั้นไม่รีรอให้ธนาบอกเหตุผลจบ โล่งใจด้วยซ้ำที่ปล่อยให้ผู้ชายคนนั้นออกไปจากชีวิตตามที่เขาต้องการ

เรียนจบจากกรุงเทพฯ ปิ่นคณางค์กลับบ้านเกิด เฝ้าหางานจังหวัดใกล้เคียงและในเชียงใหม่ เวลาผ่านไปนานหลายเดือนก็ยังหาไม่ได้ แม่เฝ้าโทษว่าเพราะนามสกุลแสนซวยและท่าทางหยุมหยิมทำให้เธอต้องชวดงาน ปิ่นคณางค์กลั้นน้ำตาไม่ได้ แต่น้ำตาที่ไหลเพราะเห็นสายตาเศร้ารู้สึกผิดของพ่อนั้นมีมากกว่า ‘พ่อจ๋าอย่าคิดมากเลยนะ’ ปลอบพ่อในใจ เธอทำได้เพียงเท่านั้น แม้ไม่มีงานทำแต่ครอบครัวยังไม่ถึงกับลำบากที่สุดเพราะปิ่นคณางค์มีเงินเก็บก้อนหนึ่งซึ่งเก็บมานานหลายปี พ่อและแม่ก็ไม่เคยรู้ แต่ความลับก็แตกเมื่อวันหนึ่งแม่ได้เห็นและได้นำเงินที่มีเข้าบ่อนจนเงินจำนวนนั้นเริ่มร่อยหรอ มัวแต่หางานทำจนไม่รู้ว่าแม่แอบนำเงินที่เธอเก็บในห้องนอนออกไปใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อย

“ทำไมคุณทำอย่างนี้ เอาของลูกไปทำไม ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้ ไม่รู้จักคิด !” พ่อซึ่งไม่เคยขึ้นเสียงต่อว่าแม่ หน้าบึ้งตึงแววตาเจ็บปวด

บ้านที่ร้อนระอุหารอยยิ้มไม่ได้อยู่ก่อนแล้วแทบปะทุด้วยเปลวไฟเผาไหม้วายวอด...แม่บอกว่าจะไม่อยู่ที่บ้านหลังน้อยอีกต่อไปแม้พ่อจะยื้อยุดขอร้องแต่แม่ก็ไม่สนใจฟัง “แม่จ๋าอย่าไปเลยนะ อย่าทิ้งหนูไปเลย แม่ไม่รักหนูหรือคะ”

ยังจำได้ดี ยังหนาวเย็นไม่คลายที่หัวใจเมื่อคิด หัวใจแทบขาดรอนในขณะนั้นพร่ำวอนขอร้องแม่ด้วยน้ำตานองหน้า เดือนต่อมาความทุกข์ก็โหมกระหน่ำ เมื่อต้องสูญเสียพ่อไปตลอดกาล พ่อตรอมใจมากอยู่แล้ว เมื่อขาดแม่กำลังใจท่านก็คงสลายไปไม่มีสิ่งยึดเหนี่ยว ไม่ต่างกับหัวใจบางๆ ของตัวเธอเลย

อ่านต่อ

สารบัญของ ทัณฑ์เสน่หาอสูร

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
ภาพปกนิยาย เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
นิยายเรื่องนี้เล่าถึงความสัมพันธ์อันเร่าร้อนระหว่างลายไม้และปวีนุช เมื่อพรหมลิขิตนำพาให้ทั้งคู่ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกันบนเรือสำราญกลางอ่าวไทยเป็นเวลาสิบสี่วัน ตลอดเวลาที่กินนอนและเรียนรู้กันอย่างใกล้ชิด ปวีนุชกลับรู้สึกว่าชายหนุ่มเปรียบเสมือนปิศาจที่ใช้ชั้นเชิงเสน่ห์อันเหนือชั้นร่ายมนต์จนเธอตกหลุมรักเขาหมดหัวใจ แม้ลายไม้จะปรารถนาเคียงคู่เธอตลอดไป แต่ด้วยความกลัวความเจ็บปวดและกำแพงเรื่องความเหมาะสม ทำให้ปวีนุชเลือกที่จะหนีไปเพื่อเก็บความทรงจำนี้ไว้ให้ลึกที่สุด ท่ามกลางความทรมานจากการจากลา เธอแอบหวังให้เขาออกตามหาเพื่อพิสูจน์ว่าความรักที่แท้จริงนั้นก้าวข้ามเรื่องฐานะและชนชั้นได้ เพียงแค่หัวใจสองดวงตรงกัน ลายไม้จะตัดสินใจอย่างไรและเขาจะสามารถตามหาเจ้าของหัวใจเพื่อกลับมาดูแลกันไปตลอดชีวิตได้หรือไม่
ภาพปกนิยาย พลาดรักพ่อหนุ่มไอที
8.8
เมื่อความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นจากความต้องการที่มากกว่าความรักทั่วไป เรื่องราวโรแมนติกสมัยใหม่ที่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนจึงเกิดขึ้น เมื่อหัวใจไม่ได้โหยหาเพียงแค่อาหารมื้อธรรมดา แต่กลับกระหายในตัวตนของหนุ่มไอทีผู้มีเสน่ห์ล้นเหลือ ความรู้สึกรุนแรงนี้ไม่ใช่เพียงความลุ่มหลงชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นความปรารถนาที่จะครอบครองและลิ้มลองรสชาติของความรักในรูปแบบที่แตกต่างออกไป ท่ามกลางบรรยากาศของโลกยุคใหม่ที่ทุกอย่างรวดเร็วและน่าตื่นเต้น การไล่ล่าความหวานล้ำที่ไม่ได้อยู่บนจานอาหารจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่อาจต้านทานได้
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน คือทายาทตระกูลดังและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อมที่มาพร้อมรูปลักษณ์อันงดงาม แต่ภายใต้ชื่อที่แปลว่าไฟ เขากลับมีนิสัยเย็นชาดุจน้ำแข็ง ในขณะที่ เอซ แดกซ์ตัน แอนเดอร์สัน คือหัวหน้าแก๊งมาเฟียใจร้อนผู้ไม่เคยเกรงกลัวอันตรายและขึ้นชื่อเรื่องความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืน แม้ทั้งคู่จะเรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันแต่ต่างก็อยู่ในโลกของตนเอง จนกระทั่งวันที่เบลซเป็นฝ่ายเริ่มท้าทายเอซด้วยสายตาและคำพูดที่สื่อถึงความปรารถนาอย่างตรงไปตรงมา ท่ามกลางความตึงเครียดและความหงุดหงิดในใจของหัวหน้าแก๊งผู้เย่อหยิ่ง ข้อเสนอที่ไม่คาดคิดจากเจ้าชายน้ำแข็งก็ถูกหยิบยื่นให้เพื่อแลกกับความสุขเพียงคืนเดียว คืนที่จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นสัมผัสที่ยากจะลืมเลือน
ภาพปกนิยาย สวาทแค้นรามสูร
8.0
เมื่อความสูญเสียเมียรักอย่างไม่มีวันกลับกลายเป็นรอยแค้นที่ฝังลึกในใจ พ่อเลี้ยงหนุ่มจึงสาบานว่าจะต้องเอาคืนทุกคนที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเขาให้สาสม แผนการล้างแค้นอันแสนดุเดือดเริ่มต้นขึ้นโดยมีเป้าหมายหลักคือหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ เธอต้องกลายเป็นเหยื่อรับบาปแทนผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นชู้รักที่พรากความสุขไปจากชีวิตเขา ความเกลียดชังที่เขามีต่อครอบครัวเธอผลักดันให้เขาใช้เธอเป็นเครื่องมือระบายโทสะ พ่อเลี้ยงหนุ่มตัดสินใจกักขังเธอไว้ในวังวนแห่งเพลิงแค้นที่ยากจะดับสิ้น ท่ามกลางความขัดแย้งและรอยร้าวในอดีตที่รอการสะสางอย่างทารุณ

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED