รุ่งนภา POV:
ฉันกำเอกสารที่เซ็นแล้วไว้ในมือ เดินออกจากห้องทำงานของภราดร
โถงทางเดินที่กว้างขวางและเงียบสงัดรับรู้ถึงการตัดสินใจของฉัน
ฉันรู้ว่าการแต่งงานนี้มันตายไปนานแล้ว
แต่ฉันก็ยังคงยื้อเวลาออกไป
เคยมีช่วงเวลาที่ภราดรแสดงความอ่อนโยนออกมาให้เห็น
บางครั้งที่เขาจับมือฉันในงานสังคม
บางครั้งที่เขาสัมผัสผมฉันเบา ๆ ยามที่ฉันเผลอหลับไปในรถ
มันเคยทำให้ฉันคิดว่าเขาอาจจะ... รักฉัน
แต่ทั้งหมดนั้นมันก็แค่คำลวง
การแสดงออกที่ว่างเปล่า
มันไม่เคยมีความหมายอะไรเลย
ฉันเคยเป็นเด็กกำพร้า
พ่อแม่ของฉันเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสี่ปีที่แล้ว
ทิ้งไว้เพียงหนี้สินก้อนโต
และภราดรก็ยื่นมือเข้ามาช่วย
เขาช่วยชดใช้หนี้สินทั้งหมดให้ครอบครัวของฉัน
แล้วก็เสนอการแต่งงาน
ในตอนนั้น ฉันคิดว่ามันคือความรัก
ความรักที่มาพร้อมกับความเมตตา
แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่ามันคืออะไร
มันคือการครอบครอง
ภราดรเป็นคนอันตราย เขาเย็นชาและเด็ดขาด
เขาไม่เคยต้องการอะไรนอกจากธุรกิจและความคุ้มค่า
ฉันพยายามรักษาระยะห่างจากเขา
แต่แล้วก็มีคืนหนึ่ง
สามสัปดาห์ก่อนที่เราจะแต่งงานกัน
เขาเดินเข้าประตูมาในสภาพเลือดท่วมตัว
ฉันเห็นเขาแล้วหัวใจก็หล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม
ฉันกำลังทำแผลที่แขนตัวเองอยู่
รอยแผลที่เกิดจากการที่ญาติ ๆ ของฉันคอยกลั่นแกล้ง
เพราะพวกเขาไม่พอใจที่ภราดรมาช่วยเหลือฉัน
ภราดรเห็นฉัน
เขาเดินตรงเข้ามาหา
หยิบกล่องปฐมพยาบาลในมือฉันไป
แล้วเขาก็ทำแผลให้ฉันเอง
มือของเขาแข็งกระด้างแต่แผ่วเบา
สัมผัสของเขาทำให้ฉันรู้สึกแปลก ๆ
ฉันไม่เคยมีใครดูแลฉันแบบนี้มาก่อน
ฉันไม่ได้ผลักเขาออกไป
แต่กลับขยับเข้าไปใกล้เขามากขึ้น
สามสัปดาห์ต่อมาเราก็แต่งงานกัน
เขาบอกว่ามันเป็นแค่ข้อตกลงทางธุรกิจ
เป็นการผูกมัดเพื่อปกป้องฉัน
แต่ฉันก็เกือบจะเชื่อว่าเขารักฉันจริง ๆ
จนกระทั่งอิสรีย์กลับมา
เธอเพิ่งหย่ากับสามีที่เมืองนอก
แล้วก็กลับมาแทรกซึมในชีวิตของเรา
ภราดรเริ่มมีประชุมตอนกลางคืนบ่อยขึ้น
อิสรีย์เป็นทายาทของบริษัทยารายใหญ่
เป็นคู่ค้าคนสำคัญของตระกูลจันทร์งาม
เธอเข้ามาในชีวิตภราดรอย่างแนบเนียน
เหมือนพายุที่ถาโถมเข้ามา
เธอปรากฏตัวในทุกที่ที่เขามีงานสังคม
และภราดรก็ไม่เคยปฏิเสธเธอเลย
ฉันเคยคิดว่าอิสรีย์กับภราดรเหมาะสมกันดี
พวกเขาเหมือนเกิดมาเพื่อกันและกัน
ส่วนฉันก็แค่ส่วนเกิน
ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นเมื่อเดือนที่แล้ว
ฉันนั่งรอภราดรอยู่ที่ร้านอาหารหรูหลายชั่วโมง
ผู้ช่วยของเขามาแทน
พร้อมกับของขวัญและคำขอโทษที่แสนจะฟังไม่ขึ้น
แล้วฉันก็เห็นภาพของภราดรกับอิสรีย์ในคอลัมน์ซุบซิบ
ภาพที่อิสรีย์กอดแขนของเขาอย่างใกล้ชิด
มือของเธอวางอยู่บนสะโพกของเขาอย่างเปิดเผย
มันไม่ใช่ภาพของเพื่อนเก่าที่พบกัน
มันเป็นภาพของคนรัก
ในตอนนั้นเองที่ฉันตัดสินใจ
ฉันจะหนีไปจากคุกทองนี้
ฉันจะเอาชีวิตของฉันกลับคืนมา
ใบหย่านี้คือตั๋วเดินทางของฉัน
และตอนนี้ภราดรก็ได้เซ็นมันแล้ว
เซ็นโดยไม่ได้อ่านแม้แต่บรรทัดเดียว
เพราะเขามัวแต่สนใจอิสรีย์
ฉันยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าคฤหาสน์
ลูบไล้ตราประทับบนเอกสารเบา ๆ
มันคือตั๋วเดินทางสู่ชีวิตใหม่ของฉัน
ฉันจะไม่เป็นภรรยาของภราดรอีกต่อไป
ฉันจะไม่ถูกกักขังอีกต่อไป
ภราดรและอิสรีย์สมควรอยู่ด้วยกัน
ในโลกที่พวกเขาสร้างขึ้นมา
ฉันแค่ต้องการชีวิตของฉันกลับคืนมา
และตอนนี้ฉันก็ได้มันมาแล้ว
รุ่งนภา POV:
อิสรีย์อ้างว่าบ้านของเธอกำลังปรับปรุงใหม่
เธอขอมาอยู่ค้างคืนที่ห้องรับแขกของคฤหาสน์
ภราดรอนุญาตทันที โดยไม่ถามความเห็นฉันเลยสักคำ
"เธอเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่สำคัญ" ภราดรพูดอย่างเย็นชา "เราต้องแสดงน้ำใจ"
น้ำใจที่เขามีให้คนอื่น
แต่ไม่เคยมีให้ฉันเลย
อิสรีย์ทำตัวเหมือนเจ้าของบ้าน
เธอเดินไปทั่วคฤหาสน์ด้วยชุดว่ายน้ำตัวจิ๋ว
จัดปาร์ตี้ในห้องเก็บไวน์ของฉัน
และมักจะแทรกแซงทุกครั้งที่ฉันพยายามจะพูดคุยกับภราดร
เย็นวันหนึ่ง ฉันเดินเข้าไปในห้องทำงานของภราดร
เห็นเขากับอิสรีย์กำลังก้มหน้าดูเอกสารบางอย่าง
มือของอิสรีย์กุมมือของภราดรไว้แน่น
เธอเห็นฉันแล้วก็ยิ้มหวานหยด
"รุ่งนภา มาดูนี่สิคะ ดร. กำลังช่วยอิสรีย์ดูเอกสารสัญญาฉบับใหม่" เธอพูด
"ไม่เป็นไรค่ะ" ฉันตอบ "ฉันแค่จะมาทำงานวิจัยของฉันต่อ"
ฉันไม่สนใจแล้วว่าภราดรจะทำอะไร
เพราะหลังจากที่เราหย่ากัน เขาก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับฉันอีกต่อไป
อิสรีย์หัวเราะคิกคัก
"รุ่งนภาเนี่ยนะ จะทำอะไรได้" เธอพูด "จำได้ไหมคะ ดร. ตอนอิสรีย์เรียนจบ ดร. ก็เป็นคนช่วยอิสรีย์ทุกอย่างเลย"
ภราดรยิ้มเล็กน้อย
"ก็ต้องช่วยกันอยู่แล้ว" เขาพูด
เขาหันมามองฉันแวบหนึ่ง
แต่ฉันก็เสมองไปทางอื่น
ไม่ต้องการสบตาเขา
ฉันรู้ดีว่าภราดรกับอิสรีย์มีความผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก
มันเป็นความสัมพันธ์ที่ฉันไม่สามารถแทรกเข้าไปได้
และฉันก็ไม่อยากจะแทรกเข้าไปอีกแล้ว
ฉันแค่ต้องการให้ช่วงเวลาที่น่าอึดอัดนี้ผ่านพ้นไปเร็ว ๆ
กลางดึกคืนนั้น ฉันยังคงจมอยู่กับงานวิจัยในห้องสมุด
ภราดรเดินเข้ามาในห้องของฉัน
กลิ่นเหล้าและน้ำหอมของอิสรีย์โชยมากับเขา
เขามานั่งลงข้าง ๆ ฉัน
"ยังไม่นอนอีกเหรอ" เขาถาม
มือของเขาลูบไล้ต้นแขนฉันเบา ๆ
ร่างกายฉันแข็งเกร็งไปหมด
แต่บางส่วนในตัวฉันก็โหยหาการสัมผัสของเขา
มันน่าสมเพชสิ้นดี ที่ฉันยังคงรู้สึกแบบนี้กับเขา
แม้จะรู้ดีว่าเขาไม่เคยรักฉันเลย
ภราดรโน้มตัวลงมาจูบที่ซอกคอของฉัน
มือของเขาปลดกระดุมชุดนอนของฉันออกอย่างช้า ๆ
ฉันหลับตาลง พยายามลืมทุกสิ่งทุกอย่าง
จู่ ๆ ท้องของฉันก็ปั่นป่วนอย่างรุนแรง
ฉันรีบเอามือปิดปากตัวเอง
ภราดรหยุดชะงัก
อาการคลื่นไส้หายไปอย่างรวดเร็ว
"ไม่เป็นไรค่ะ คงเป็นเพราะฉันกินข้าวเย็นน้อยไป" ฉันโกหก
ฉันมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ท้อง
เพราะฉันกินยาคุมกำเนิดทุกวัน
แต่ฉันก็ไม่อยากให้ภราดรมาแตะต้องฉันอีกแล้ว
โดยเฉพาะเมื่ออิสรีย์นอนอยู่ชั้นล่าง
เสียงแก้วแตกดังมาจากชั้นล่าง
"ดร.คะ! ดร.!" เสียงอิสรีย์กรีดร้อง
ภราดรแข็งทื่อไปทั้งตัว
เขาลุกขึ้นจากเตียง
หยิบปืนที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนออกมา
"อยู่ตรงนี้แหละ" เขาพูดเสียงเข้ม
แล้วเขาก็รีบวิ่งออกไป
สุดท้ายแล้วก็เป็นแค่แม่บ้านทำจานแตก
ภราดรกลับมาในอีกหลายชั่วโมงต่อมา
เขาเดินตรงเข้าห้องน้ำไป
ฉันแกล้งหลับ
ไม่ต้องการเผชิญหน้ากับเขา
ฉันไม่ต้องการให้เขารู้ว่าฉันเจ็บปวดแค่ไหน