ตอน 1

สามีเซ็นใบหย่าโดยไม่รู้ตัว เพราะมัวแต่กกกอดอยู่กับแฟนเก่าที่เขาพาเข้ามาหยามเกียรติฉันถึงในบ้าน

ในมือฉันกำผลตรวจครรภ์ที่เขาไม่มีวันได้เห็นแน่น แต่มันไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว

เพราะวินาทีที่เขาจรดปากกาเซ็นชื่อลงไปโดยไม่อ่านเนื้อหา ฉันก็กลายเป็นอิสระจากนรกขุมนี้ทันที

ตลอด 4 ปีที่แต่งงานกันมา ฉันเป็นได้แค่ "เฟอร์นิเจอร์ที่เคลื่อนที่ได้" สำหรับภราดร เขาเย็นชา ไร้หัวใจ และเมื่ออิสรีย์ แฟนเก่าของเขากลับมา เขาก็พร้อมจะเขี่ยฉันทิ้งเหมือนขยะเพื่อเอาใจเธอ

ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นในวันที่ฉันไปโรงพยาบาลและพบว่าตัวเองตั้งท้อง ฉันโทรหาเขาด้วยความดีใจ แต่เขากลับตวาดใส่และบอกว่ากำลังยุ่งอยู่กับการดูแลอิสรีย์ที่แค่ "ข้อเท้าแพลง"

วินาทีนั้นฉันตาสว่าง ความรักที่ฉันมีให้เขามันตายไปพร้อมกับความหวัง ฉันวางแผนอย่างใจเย็น สอดไส้ใบหย่าไว้ใต้กองเอกสารวิจัยที่ให้เขาเซ็น

เขาเซ็นมันอย่างรวดเร็วเพื่อจะรีบไปหาชู้รัก โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือการเซ็นยกเลิกสิทธิ์ความเป็นพ่อและสามีของตัวเอง

ตอนนี้ฉันกำลังจะขึ้นเครื่องไปสวิตเซอร์แลนด์ เริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูกในท้อง

ส่วนภราดร... รอให้เขารู้ตัวตอนที่หิมะถล่มลงมาทับความรู้สึกผิดของเขาเถอะ ว่าเขาได้สูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปตลอดกาลแล้ว

บทที่ 1

รุ่งนภา POV:

กว่าสี่ปีที่ฉันใช้ชีวิตอยู่กับภราดร ฉันพยายามทำให้ทุกวันของการแต่งงานที่ไร้ซึ่งความรัก ให้มันมีความหมาย แต่ไม่เลย สุดท้ายฉันก็เป็นแค่อากาศธาตุในบ้านหลังใหญ่หลังนี้

ฉันหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาอย่างใจเย็น

มันหนักอึ้งในมือฉัน ไม่ใช่เพราะน้ำหนักของกระดาษ แต่เพราะน้ำหนักของการตัดสินใจ

มันคือเอกสารที่จะยุติทุกสิ่งทุกอย่าง

ใบหย่า

ฉันหันไปมองทนายความผู้ชำนาญการที่นั่งอยู่ตรงหน้า ฉายาของเขาคือ "ทนายผีดิบ" เพราะใบหน้าของเขาไม่เคยแสดงความรู้สึกใด ๆ

"คุณมั่นใจแล้วใช่ไหมครับ คุณรุ่งนภา" เสียงของเขาราบเรียบ

ฉันพยักหน้าช้า ๆ

"ฉันคิดเรื่องนี้มานานพอแล้วค่ะ"

จริง ๆ แล้วมันนานเกินไป

นานเกินกว่าที่คนคนหนึ่งควรจะเสียเวลาให้กับการแต่งงานที่ว่างเปล่าเช่นนี้

ทนายผีดิบจ้องมองฉันด้วยแววตาที่ว่างเปล่า

ฉันรู้ดีว่าในสายตาเขา ฉันคงเป็นแค่ผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

ผู้หญิงที่ตาบอดเพราะความรัก

ผู้หญิงที่คิดว่าเงินทองและอำนาจจะซื้อความสุขที่แท้จริงได้

"คุณดูผอมลงไปมาก" เขาพูดขึ้นอย่างไม่คาดคิด

คำพูดนั้นทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าเบา ๆ

ฉันรู้ว่าตัวเองผอมลง

นอนไม่หลับมาหลายเดือนแล้ว

แต่ฉันก็ไม่อยากได้ความเห็นอกเห็นใจจากเขา

หรือจากใครก็ตาม

"ไม่เป็นไรค่ะ" ฉันตอบสั้น ๆ "ฉันดูแลตัวเองได้"

ทนายผีดิบเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

"คุณแน่ใจนะครับว่าคุณไม่ต้องการส่วนแบ่งในทรัพย์สิน"

"ฉันไม่ต้องการอะไรเลยค่ะ" ฉันตอบทันที น้ำเสียงของฉันหนักแน่น "แค่เพียงอิสรภาพของฉัน"

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง

"คุณภราดรคงไม่ยอมง่าย ๆ หรอกนะครับ"

"เขาจะยอมค่ะ" ฉันพูดอย่างมั่นใจ

ฉันรู้ว่าภราดรจะเซ็นมัน

เพราะเขาไม่เคยใส่ใจในสิ่งที่ฉันทำ

เขาไม่เคยมองเห็นฉันเลยด้วยซ้ำ

ฉันวางซองเอกสารลงบนโต๊ะของทนายผีดิบ

"ฉันจะให้เขาเซ็นเอง"

"คุณจะทำแบบนั้นเหรอครับ"

"ฉันมีวิธีของฉันค่ะ"

ฉันยิ้มอย่างเย็นชา

"พรุ่งนี้เช้าฉันจะนำเอกสารที่เซ็นแล้วมาให้คุณ"

ฉันไม่ต้องการให้เขาสงสัย

ไม่ต้องการให้เขารู้ถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยของฉัน

ฉันลุกขึ้นยืน

ความรู้สึกหนักอึ้งในอกเริ่มเบาบางลงบ้างแล้ว

ฉันกำลังจะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ

เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์จันทร์งาม อันโอ่อ่าแต่ว่างเปล่า ฉันเดินผ่านโถงทางเดินกว้างขวาง

ไม่มีใครทักทายฉัน

ไม่มีใครเงยหน้าขึ้นมอง

เหมือนฉันเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งที่เคลื่อนที่ได้

ฉันเคยรู้สึกเหมือนเป็นแค่วัตถุ สิ่งของ

ไม่มีชีวิตจิตใจ

ไม่มีความรู้สึก

แต่ตอนนี้ฉันจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว

ฉันเดินตรงไปยังห้องทำงานของภราดร เสียงหัวเราะดังเล็ดลอดออกมา

เสียงหัวเราะของอิสรีย์

กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกของเธอฟุ้งกระจายไปทั่วคฤหาสน์

ฉันจำได้ว่าภราดรเกลียดกลิ่นน้ำหอมแรง ๆ

แต่ตอนนี้เขากลับปล่อยให้มันอบอวลไปทั่วบ้านของเขา

บ้านของเรา

ฉันผลักบานประตูห้องทำงานเข้าไป

ภาพที่เห็นทำให้หัวใจฉันบีบรัด

ภราดรกำลังโอบอิสรีย์ไว้ในอ้อมแขน

อิสรีย์หัวเราะร่าอย่างมีความสุข

พวกเขาดูผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติ

ต่างจากเวลาที่อยู่กับฉันโดยสิ้นเชิง

รอยยิ้มบนใบหน้าของภราดรหายไปทันทีเมื่อเขาเห็นฉัน

ใบหน้าของเขาแข็งกระด้างขึ้น

อิสรีย์หันมามองฉันอย่างไม่พอใจ

"อ้าว รุ่งนภา มาได้ยังไงเนี่ย" อิสรีย์พูดด้วยน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็นเป็นมิตร แต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววเย้ยหยัน

ภราดรขยับตัวเล็กน้อย ปล่อยอิสรีย์ออกจากอ้อมแขนอย่างช้า ๆ

"รุ่ง" เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์

ไม่มีคำว่า "ที่รัก" หรือ "ภรรยา"

มีแค่ "รุ่ง" เท่านั้น

ฉันพยักหน้าเบา ๆ

"ฉันมาเอาเอกสารให้คุณเซ็นค่ะ"

อิสรีย์หัวเราะคิกคัก

"โอ๊ย รุ่งนภา เธอทำตัวเหมือนเมียหลวงในละครเลยนะเนี่ย ดร. เขากำลังยุ่งอยู่"

"ไม่เป็นไรหรอกอิส" ภราดรพูด "เอกสารอะไร"

ฉันเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน วางซองเอกสารสีน้ำตาลลงตรงหน้าเขา

เสียงของกระดาษกระทบกับไม้ดังชัดเจนในความเงียบที่เกิดขึ้นกะทันหัน

ภราดรเหลือบมองซองเอกสารเพียงแวบเดียว

เขากำลังยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ แต่เมื่อเห็นซองเอกสาร มือของเขาก็ชะงักกลางอากาศ

ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย

"เอกสารอะไร" เขาทวนคำ

ฉันวางเอกสารวิจัยที่ฉันต้องเซ็นกำกับในแต่ละหน้าทับลงไป

"เอกสารวิจัยค่ะ ที่ฉันจะต้องใช้ในการยื่นขอทุนการศึกษา" ฉันโกหก "ฉันต้องการให้คุณเซ็นกำกับในหน้าสุดท้าย เพื่อยืนยันว่าคุณรับทราบเรื่องที่ฉันจะไปศึกษาต่อต่างประเทศค่ะ"

คำโกหกนั้นเจ็บปวดกว่าที่ฉันคิด

มันเจ็บปวดที่ต้องโกหกคนที่ฉันเคยรักมากที่สุด

แต่ฉันไม่มีทางเลือก

ครอบครัวของฉันเป็นหนี้บุญคุณตระกูลของภราดร

เขาช่วยปลดหนี้ให้พ่อแม่ของฉัน

ฉันจึงต้องแต่งงานกับเขา

เพื่อชดใช้หนี้

ฉันกลัวว่าเขาจะปฏิเสธที่จะเซ็น

ฉันกลัวว่าเขาจะกักขังฉันไว้ในกรงทองแห่งนี้ตลอดไป

ภราดรลังเลเล็กน้อย

อิสรีย์เห็นท่าทีของเขา จึงรีบเข้ามาแทรกแซง

เธอวางมือลงบนแขนของภราดรเบา ๆ อย่างเอาใจ

"ดร. คะ เซ็น ๆ ไปเถอะค่ะ" เธอบอก "เอกสารแค่นี้เอง ดร. ก็เซ็นมาตั้งเยอะแล้วนี่นา"

ภราดรมองอิสรีย์

จากนั้นเขาก็หยิบปากกาขึ้นมาเซ็นอย่างรวดเร็ว

หัวใจฉันเต้นระรัว

ฉันรีบดึงเอกสารกลับมาทันที

"ขอบคุณค่ะ" ฉันพูดเสียงเรียบ

อิสรีย์หัวเราะเยาะ

"รีบไปไหนเนี่ย หรือว่ากลัวว่าใครจะเห็นว่าเธอกับดร. ยังอยู่ด้วยกัน"

ฉันไม่ตอบ

ฉันหันหลังเดินออกจากห้องทำงานของภราดรไปอย่างช้า ๆ

มือของฉันเย็นเฉียบและสั่นเทา

ฉันกำเอกสารแน่นราวกับกลัวว่ามันจะหลุดมือไป

เมื่อประตูห้องทำงานปิดลง เสียงหัวเราะของอิสรีย์ก็ดังขึ้น

เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยชัยชนะ

แต่เธอไม่รู้หรอกว่าคืนนี้ใครคือผู้ชนะที่แท้จริง

ฉันก้าวเดินออกไปจากห้องนั้น

ไปจากชีวิตที่ว่างเปล่านี้

คำว่า "อิสรภาพ" มันช่างหอมหวานเหลือเกิน

ตอน 2

รุ่งนภา POV:

ฉันกำเอกสารที่เซ็นแล้วไว้ในมือ เดินออกจากห้องทำงานของภราดร

โถงทางเดินที่กว้างขวางและเงียบสงัดรับรู้ถึงการตัดสินใจของฉัน

ฉันรู้ว่าการแต่งงานนี้มันตายไปนานแล้ว

แต่ฉันก็ยังคงยื้อเวลาออกไป

เคยมีช่วงเวลาที่ภราดรแสดงความอ่อนโยนออกมาให้เห็น

บางครั้งที่เขาจับมือฉันในงานสังคม

บางครั้งที่เขาสัมผัสผมฉันเบา ๆ ยามที่ฉันเผลอหลับไปในรถ

มันเคยทำให้ฉันคิดว่าเขาอาจจะ... รักฉัน

แต่ทั้งหมดนั้นมันก็แค่คำลวง

การแสดงออกที่ว่างเปล่า

มันไม่เคยมีความหมายอะไรเลย

ฉันเคยเป็นเด็กกำพร้า

พ่อแม่ของฉันเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสี่ปีที่แล้ว

ทิ้งไว้เพียงหนี้สินก้อนโต

และภราดรก็ยื่นมือเข้ามาช่วย

เขาช่วยชดใช้หนี้สินทั้งหมดให้ครอบครัวของฉัน

แล้วก็เสนอการแต่งงาน

ในตอนนั้น ฉันคิดว่ามันคือความรัก

ความรักที่มาพร้อมกับความเมตตา

แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่ามันคืออะไร

มันคือการครอบครอง

ภราดรเป็นคนอันตราย เขาเย็นชาและเด็ดขาด

เขาไม่เคยต้องการอะไรนอกจากธุรกิจและความคุ้มค่า

ฉันพยายามรักษาระยะห่างจากเขา

แต่แล้วก็มีคืนหนึ่ง

สามสัปดาห์ก่อนที่เราจะแต่งงานกัน

เขาเดินเข้าประตูมาในสภาพเลือดท่วมตัว

ฉันเห็นเขาแล้วหัวใจก็หล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม

ฉันกำลังทำแผลที่แขนตัวเองอยู่

รอยแผลที่เกิดจากการที่ญาติ ๆ ของฉันคอยกลั่นแกล้ง

เพราะพวกเขาไม่พอใจที่ภราดรมาช่วยเหลือฉัน

ภราดรเห็นฉัน

เขาเดินตรงเข้ามาหา

หยิบกล่องปฐมพยาบาลในมือฉันไป

แล้วเขาก็ทำแผลให้ฉันเอง

มือของเขาแข็งกระด้างแต่แผ่วเบา

สัมผัสของเขาทำให้ฉันรู้สึกแปลก ๆ

ฉันไม่เคยมีใครดูแลฉันแบบนี้มาก่อน

ฉันไม่ได้ผลักเขาออกไป

แต่กลับขยับเข้าไปใกล้เขามากขึ้น

สามสัปดาห์ต่อมาเราก็แต่งงานกัน

เขาบอกว่ามันเป็นแค่ข้อตกลงทางธุรกิจ

เป็นการผูกมัดเพื่อปกป้องฉัน

แต่ฉันก็เกือบจะเชื่อว่าเขารักฉันจริง ๆ

จนกระทั่งอิสรีย์กลับมา

เธอเพิ่งหย่ากับสามีที่เมืองนอก

แล้วก็กลับมาแทรกซึมในชีวิตของเรา

ภราดรเริ่มมีประชุมตอนกลางคืนบ่อยขึ้น

อิสรีย์เป็นทายาทของบริษัทยารายใหญ่

เป็นคู่ค้าคนสำคัญของตระกูลจันทร์งาม

เธอเข้ามาในชีวิตภราดรอย่างแนบเนียน

เหมือนพายุที่ถาโถมเข้ามา

เธอปรากฏตัวในทุกที่ที่เขามีงานสังคม

และภราดรก็ไม่เคยปฏิเสธเธอเลย

ฉันเคยคิดว่าอิสรีย์กับภราดรเหมาะสมกันดี

พวกเขาเหมือนเกิดมาเพื่อกันและกัน

ส่วนฉันก็แค่ส่วนเกิน

ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นเมื่อเดือนที่แล้ว

ฉันนั่งรอภราดรอยู่ที่ร้านอาหารหรูหลายชั่วโมง

ผู้ช่วยของเขามาแทน

พร้อมกับของขวัญและคำขอโทษที่แสนจะฟังไม่ขึ้น

แล้วฉันก็เห็นภาพของภราดรกับอิสรีย์ในคอลัมน์ซุบซิบ

ภาพที่อิสรีย์กอดแขนของเขาอย่างใกล้ชิด

มือของเธอวางอยู่บนสะโพกของเขาอย่างเปิดเผย

มันไม่ใช่ภาพของเพื่อนเก่าที่พบกัน

มันเป็นภาพของคนรัก

ในตอนนั้นเองที่ฉันตัดสินใจ

ฉันจะหนีไปจากคุกทองนี้

ฉันจะเอาชีวิตของฉันกลับคืนมา

ใบหย่านี้คือตั๋วเดินทางของฉัน

และตอนนี้ภราดรก็ได้เซ็นมันแล้ว

เซ็นโดยไม่ได้อ่านแม้แต่บรรทัดเดียว

เพราะเขามัวแต่สนใจอิสรีย์

ฉันยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าคฤหาสน์

ลูบไล้ตราประทับบนเอกสารเบา ๆ

มันคือตั๋วเดินทางสู่ชีวิตใหม่ของฉัน

ฉันจะไม่เป็นภรรยาของภราดรอีกต่อไป

ฉันจะไม่ถูกกักขังอีกต่อไป

ภราดรและอิสรีย์สมควรอยู่ด้วยกัน

ในโลกที่พวกเขาสร้างขึ้นมา

ฉันแค่ต้องการชีวิตของฉันกลับคืนมา

และตอนนี้ฉันก็ได้มันมาแล้ว

ตอน 3

รุ่งนภา POV:

อิสรีย์อ้างว่าบ้านของเธอกำลังปรับปรุงใหม่

เธอขอมาอยู่ค้างคืนที่ห้องรับแขกของคฤหาสน์

ภราดรอนุญาตทันที โดยไม่ถามความเห็นฉันเลยสักคำ

"เธอเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่สำคัญ" ภราดรพูดอย่างเย็นชา "เราต้องแสดงน้ำใจ"

น้ำใจที่เขามีให้คนอื่น

แต่ไม่เคยมีให้ฉันเลย

อิสรีย์ทำตัวเหมือนเจ้าของบ้าน

เธอเดินไปทั่วคฤหาสน์ด้วยชุดว่ายน้ำตัวจิ๋ว

จัดปาร์ตี้ในห้องเก็บไวน์ของฉัน

และมักจะแทรกแซงทุกครั้งที่ฉันพยายามจะพูดคุยกับภราดร

เย็นวันหนึ่ง ฉันเดินเข้าไปในห้องทำงานของภราดร

เห็นเขากับอิสรีย์กำลังก้มหน้าดูเอกสารบางอย่าง

มือของอิสรีย์กุมมือของภราดรไว้แน่น

เธอเห็นฉันแล้วก็ยิ้มหวานหยด

"รุ่งนภา มาดูนี่สิคะ ดร. กำลังช่วยอิสรีย์ดูเอกสารสัญญาฉบับใหม่" เธอพูด

"ไม่เป็นไรค่ะ" ฉันตอบ "ฉันแค่จะมาทำงานวิจัยของฉันต่อ"

ฉันไม่สนใจแล้วว่าภราดรจะทำอะไร

เพราะหลังจากที่เราหย่ากัน เขาก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับฉันอีกต่อไป

อิสรีย์หัวเราะคิกคัก

"รุ่งนภาเนี่ยนะ จะทำอะไรได้" เธอพูด "จำได้ไหมคะ ดร. ตอนอิสรีย์เรียนจบ ดร. ก็เป็นคนช่วยอิสรีย์ทุกอย่างเลย"

ภราดรยิ้มเล็กน้อย

"ก็ต้องช่วยกันอยู่แล้ว" เขาพูด

เขาหันมามองฉันแวบหนึ่ง

แต่ฉันก็เสมองไปทางอื่น

ไม่ต้องการสบตาเขา

ฉันรู้ดีว่าภราดรกับอิสรีย์มีความผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก

มันเป็นความสัมพันธ์ที่ฉันไม่สามารถแทรกเข้าไปได้

และฉันก็ไม่อยากจะแทรกเข้าไปอีกแล้ว

ฉันแค่ต้องการให้ช่วงเวลาที่น่าอึดอัดนี้ผ่านพ้นไปเร็ว ๆ

กลางดึกคืนนั้น ฉันยังคงจมอยู่กับงานวิจัยในห้องสมุด

ภราดรเดินเข้ามาในห้องของฉัน

กลิ่นเหล้าและน้ำหอมของอิสรีย์โชยมากับเขา

เขามานั่งลงข้าง ๆ ฉัน

"ยังไม่นอนอีกเหรอ" เขาถาม

มือของเขาลูบไล้ต้นแขนฉันเบา ๆ

ร่างกายฉันแข็งเกร็งไปหมด

แต่บางส่วนในตัวฉันก็โหยหาการสัมผัสของเขา

มันน่าสมเพชสิ้นดี ที่ฉันยังคงรู้สึกแบบนี้กับเขา

แม้จะรู้ดีว่าเขาไม่เคยรักฉันเลย

ภราดรโน้มตัวลงมาจูบที่ซอกคอของฉัน

มือของเขาปลดกระดุมชุดนอนของฉันออกอย่างช้า ๆ

ฉันหลับตาลง พยายามลืมทุกสิ่งทุกอย่าง

จู่ ๆ ท้องของฉันก็ปั่นป่วนอย่างรุนแรง

ฉันรีบเอามือปิดปากตัวเอง

ภราดรหยุดชะงัก

อาการคลื่นไส้หายไปอย่างรวดเร็ว

"ไม่เป็นไรค่ะ คงเป็นเพราะฉันกินข้าวเย็นน้อยไป" ฉันโกหก

ฉันมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ท้อง

เพราะฉันกินยาคุมกำเนิดทุกวัน

แต่ฉันก็ไม่อยากให้ภราดรมาแตะต้องฉันอีกแล้ว

โดยเฉพาะเมื่ออิสรีย์นอนอยู่ชั้นล่าง

เสียงแก้วแตกดังมาจากชั้นล่าง

"ดร.คะ! ดร.!" เสียงอิสรีย์กรีดร้อง

ภราดรแข็งทื่อไปทั้งตัว

เขาลุกขึ้นจากเตียง

หยิบปืนที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนออกมา

"อยู่ตรงนี้แหละ" เขาพูดเสียงเข้ม

แล้วเขาก็รีบวิ่งออกไป

สุดท้ายแล้วก็เป็นแค่แม่บ้านทำจานแตก

ภราดรกลับมาในอีกหลายชั่วโมงต่อมา

เขาเดินตรงเข้าห้องน้ำไป

ฉันแกล้งหลับ

ไม่ต้องการเผชิญหน้ากับเขา

ฉันไม่ต้องการให้เขารู้ว่าฉันเจ็บปวดแค่ไหน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED