ตอน 2

เสียงดนตรีบรรเลงดังสะท้อนก้องทั่ววังหลวง แสงโคมไฟสว่างไสวแต่งแต้มทั่วตำหนักองค์ชายสาม ผู้คนต่างเฉลิมฉลองให้กับพิธีสมรสขององค์ชายสาม หลงเจิ้งหยาง กับบุตรสาวของเสนาบดีไป๋เหวินเทียน

ทว่าภายในเรือนหอ บรรยากาศกลับเย็นเยียบราวกับหลุมศพ

ไป๋ลี่เยว่นั่งอยู่บนเตียงบุปผา อาภรณ์เจ้าสาวสีแดงสดปักดิ้นทองขับผิวงามให้ขาวผ่อง แต่หลังจากเจ้าบ่าวได้ปลดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออกกลับเผยใบหน้าอวบดูซีดเซียว ร่างกายอวบอ้วนทำให้อาภรณ์ที่ควรจะสง่างามกลับดูรัดแน่นจนน่าอึดอัด

นางเอื้อมมือไปลูบชายผ้าของตัวเอง รู้สึกถึงเหงื่อที่ซึมออกมาผสมกับฝ่ามือเย็นเฉียบ เมื่อนางได้รู้ว่าบุรุษที่อยู่ตรงหน้าเกลียดชังนางเพียงใด

“สมความปรารถนาของเจ้าแล้ว หมดหน้าที่ของข้าแล้ว” น้ำเสียงเย็นชาและกดข่มดังขึ้นจากด้านหน้า หลังปลดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว

ไป๋ลี่เยว่เงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษที่ถูกขนานนามว่าเป็นเทพสงครามแห่งแคว้นต้าเฉิง

หลงเจิ้งหยาง องค์ชายสามแห่งต้าเฉิง ยืนกอดอกมองนางด้วยสายตาเย็นชา เขาสวมอาภรณ์ชุดเจ้าบ่าวเต็มยศ ขับให้ใบหน้าคมคายดูดุดันราวกับเทพสงครามของแคว้น

“องค์ชายสาม ต่อจากนี้ หม่อมฉันได้ใช้ชีวิตร่วมกับท่านแล้ว แม้ท่านยังไม่รักหม่อมฉัน แต่หม่อมฉันจะใช้ชีวิตข้างกายท่านให้ดีที่สุดเพคะ”

“เจ้าไม่คู่ควรกับตำแหน่งพระชายาของข้าด้วยซ้ำ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงกดต่ำ

“เจ้าใช้ความดีความชอบที่ช่วยชีวิตข้า มาแลกกับการเป็นพระชายาสามของข้า ฝันใฝ่ถึงข้าถึงเพียงนั้นเชียวหรือ”

ไป๋ลี่เยว่ชะงักงัน ราวกับถูกกรีดกลางหัวใจ

“หม่อมฉัน” นางอ้าปากจะพูด แต่กลับไม่มีคำใดเปล่งออกมา

“เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเจ้าสมควรยืนอยู่ข้างกายข้า” ร่างสูงสูดหายใจลึกเพื่อระงับความโกรธ

“คิดจริงๆ หรือว่าเจ้าคู่ควรกับตำแหน่งพระชายาขององค์ชายสาม”

ไป๋ลี่เยว่กำมือแน่น มือของนางสั่นเล็กน้อย

“หม่อมฉัน”

“เจ้าเป็นสตรีที่โง่เขลาและเห็นแก่ตัวนัก ไป๋ลี่เยว่ ” หลงเจิ้งหยางกล่าวเสียงเย็น

“เจ้าอ้วน หน้าตาธรรมดา ไร้เสน่ห์ มีดีเพียงฐานะบุตรสาวขุนนางผู้มีความดีความชอบเท่านั้น”

“เช่นนี้แล้ว เจ้าคิดจริงหรือว่าข้าจะยินดีแต่งงานกับเจ้า”

ไป๋ลี่เยว่รู้สึกเหมือนโลกของนางกำลังพังทลาย บุรุษที่นางรัก พูดกับนางเช่นนี้

ใช่ นางรักเขา

เมื่อสามปีก่อน องค์ชายสามได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกลอบสังหาร บังเอิญว่านางไปพบเข้า และช่วยเหลือเขาไว้ แม้ในตอนนั้นเขาจะหมดสติ แต่นางก็ทุ่มเททุกสิ่งเพื่อรักษาชีวิตเขาเป็นเวลาหลายเดือนกว่าเขาจะฟื้น

ตอนนั้นนางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่นางช่วยชีวิตไว้เป็นใคร นางรู้เพียงว่ารักเขาตั้งแต่แรกพบ

เมื่อได้รับโอกาสให้ขอรางวัลจากฮ่องเต้ นางจึงขอเพียงแค่ ‘การแต่งงาน’ กับเขา คิดว่า บางทีเขาอาจจะมองนางในแง่ดีขึ้นบ้าง

ทว่า นางคิดผิด

“เจ้ามัน ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง” หลงเจิ้งหยางแค่นเสียงเย็นชา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรังเกียจ

“เจ้าคิดจริงหรือว่าการช่วยชีวิตข้าจะทำให้ข้ารักเจ้า”

ไป๋ลี่เยว่ก้มหน้าลง น้ำตาที่เอ่อล้นถูกกลืนกลับไปในลำคอ

“หม่อมฉันมิได้หวังให้ท่านรักหม่อมฉันตอนนี้” นางกล่าวแผ่วเบา

“หม่อมฉันเพียงหวังว่า ท่านจะไม่รังเกียจหม่อมฉันเพียงนี้”

หลงเจิ้งหยางหัวเราะเยาะ “แต่ข้าก็รังเกียจเจ้าอยู่ดี”

“ไปให้พ้นจากสายตาข้า”

เสียงทรงอำนาจขององค์ชายสามดังขึ้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางใจ ไป๋ลี่เยว่ที่อยู่ในชุดเจ้าสาวสีแดงสดยังไม่ทันตั้งตัวดี ก็ถูกผลักไสให้ล้มลงไปกับพื้นเย็นเยียบ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเดียดฉันท์ ราวกับว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นตราบาปของชีวิต นางกำมือแน่น พยายามสะกดกลั้นความเจ็บปวด แต่หยาดน้ำตากลับหยดลงมาบนอาภรณ์สีแดงสด

“องค์ชาย” นางพยายามยกมืออวบขึ้นคว้าแขนเสื้อของเขาไว้ แต่กลับถูกสะบัดออกอย่างไร้เยื่อใย

“อย่ามาแตะต้องข้า อ้วนเหมือนหมูเช่นเจ้า คิดหรือว่าจะคู่ควรกับข้า”

ไป๋ลี่เยว่กำมือแน่น ฝืนกล้ำกลืนก้อนสะอื้นในลำคอ

“แต่” นางเรียกเขาอย่างแผ่วเบา เสียงสั่นเครือ

“คืนนี้เป็นคืนเข้าหอของเรา”

“เข้าหอ น่าขันสิ้นดี” หลงเจิ้งหยางหัวเราะเย็นชา ดวงตาสีดำสนิทกวาดมองนางจากศีรษะจรดปลายเท้าอย่างเย้ยหยัน

“เจ้าคิดว่าข้าจะหลับนอนกับสตรีอัปลักษณ์เช่นเจ้าจริงหรือ”

หัวใจของไป๋ลี่เยว่บีบรัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก นางรับรู้ถึงความเกลียดชังที่เขามีต่อนาง แต่ไม่คิดว่ามันจะรุนแรงถึงเพียงนี้

“แต่หม่อมฉันเป็นพระชายาของพระองค์” นางพยายามเอ่ยออกมา แม้จะรู้ดีว่าคำพูดของนางไร้ความหมาย

หลงเจิ้งหยางก้าวเข้ามาใกล้ คุกเข่าลงตรงหน้าเตียงแล้วบีบคางของนางแน่นจนรู้สึกเจ็บ

“จำไว้ให้ดีไป๋ลี่เยว่ ข้าแต่งงานกับเจ้าก็เพราะราชโองการ หาใช่เพราะข้าเต็มใจ”

แววตาของเขามีแต่ความเย็นชา ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยเพลิงแค้นที่นางไม่เข้าใจ

“หากไม่ใช่เพราะเจ้าเป็นนางจิ้งจอกไปขอสมรสพระราชทานจากเสด็จพ่อมาบังคับข้า เจ้าคิดจริงหรือว่าข้าจะลดตัวมาแต่งกับเจ้าที่อัปลักษณ์เช่นนี้”

ไป๋ลี่เยว่เงยหน้าขึ้น ดวงตาของนางมีแววปวดร้าว

“หม่อมฉันรู้ ว่าท่านมิได้รักหม่อมฉัน”

“แต่หม่อมฉันก็เพียงหวังว่า จะได้ดูแลท่าน ได้อยู่เคียงข้างท่าน เพียงเท่านั้นก็พอใจแล้ว” นางกลั้นน้ำตาไว้ก่อนจะกล่าวต่อ

“แต่ดูเหมือนว่า หม่อมฉันจะคิดผิด”

หลงเจิ้งหยางจ้องมองนาง หัวเราะเยาะอีกครั้ง

“ดีที่เจ้ารู้ตัว เช่นนั้น เจ้าจงอยู่ในตำหนักไปเงียบๆ และอย่าได้หวังว่าจะได้รับความรักจากข้า เพราะข้าจะไม่มีวันรักเจ้า”

“ไม่มีวัน” หลงเจิ้งหยางย้ำเสียงดัง

เขากำลังจะออกจากห้องหอนี้โดยไม่ต้องแตะต้องนาง แต่ทันใดนั้นเอง ร่างกายของเขาก็เริ่มร้อนผ่าว

“นี่มัน”

ความร้อนวาบพุ่งพล่านไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกกระหายที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน กำลังถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง

“องค์ชาย ท่านเป็นอะไรไป” ไป๋ลี่เยว่มองเขาด้วยความตกใจ

“ข้า ข้าถูกวางยา” หลงเจิ้งหยางกัดฟันแน่น เขาถูกวางยาปลุกกำหนัดและรู้ทันทีว่านี่เป็นฝีมือของผู้ใด

“เสด็จแม่”

และมีเพียงนาง ที่อยู่ตรงหน้าเขาในยามนี้

“องค์ชาย”

ไป๋ลี่เยว่ยังคงนิ่ง แม้จะรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่นางก็ยังคงอ่อนโยน และมิได้ผลักไสเขาออกไป

หลงเจิ้งหยางกำหมัดแน่น เขาโกรธตัวเอง โกรธเสด็จแม่ โกรธไป๋ลี่เยว่ และโกรธโชคชะตาที่บีบบังคับเขา

แต่ในค่ำคืนนี้ เขาไม่มีทางเลือกอีกแล้ว

“เจ้าต้องการเป็นพระชายาของข้านักใช่หรือไม่” หลงเจิ้งหยางก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาเย็นเยียบของเขาเต็มไปด้วยความเหยียดหยัน

“เช่นนั้น ข้าจะทำให้เจ้าสมปรารถนา”

ไป๋ลี่เยว่เงยหน้าขึ้นมองเขา ก่อนที่ร่างของนางจะถูกกระชากเข้าสู่อ้อมแขนของบุรุษที่นางรักสุดหัวใจ

ตอน 3

ยามอรุณแรกของวันใหม่ แสงแดดอ่อนส่องผ่านผ้าม่านสีแดงสดภายในห้องหอ ร่างของบุรุษรูปงามลืมตาขึ้น และทันทีที่สติของเขากลับมาเต็มที่ สายตาของเขาก็เต็มไปด้วยโทสะ

 “ข้าทำสิ่งใดลงไป”

 “เมื่อคืน ข้าหลับนอนกับนางอย่างนั้นหรือ” หลงเจิ้งหยางหันขวับไปมอง และสิ่งที่เขาเห็นคือร่างของไป๋ลี่เยว่ที่นอนขดตัวอยู่ข้างกาย

 นางยังคงหลับตา ดวงหน้าที่ไร้เครื่องประทินโฉมยังคงเต็มไปด้วยรอยแดงจากสัมผัสของเขาเมื่อคืน

 “ข้าแตะต้องนาง ซ้ำแล้วย้ำเล่า” ความร้อนรุ่มในร่างกายของเขามอดดับไปแล้ว แต่สิ่งที่แทนที่กลับเป็นเพลิงแห่งความเกลียดชัง

 “ข้าถูกนางทำให้แปดเปื้อน”

 เขาผุดลุกขึ้นจากเตียง ใบหน้าเต็มไปด้วยความขยะแขยง

 “ไป๋ลี่เยว่”

 ไป๋ลี่เยว่สะดุ้งตื่นทันทีที่ได้ยินเสียงตวาด นางกะพริบตาช้าๆ ราวกับยังไม่ทันตั้งตัว

 “องค์ชาย”

 นางมองใบหน้าของพระสวามี แต่สิ่งที่นางเห็นกลับมิใช่สายตาอ่อนโยนหรือความยินดี มีเพียง ความรังเกียจ

 “เมื่อคืน เจ้าทำสิ่งใดกับข้า” หลงเจิ้งหยางกล่าวเสียงเย็นชา

 “เจ้ากล้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ”

 ไป๋ลี่เยว่ชะงัก มือของนางกำผ้าห่มแน่น

 “หม่อมฉันมิได้ทำสิ่งใดเพคะ”

 “หึ มิได้ทำสิ่งใด” เขาหัวเราะเยาะ 

 “เมื่อคืนข้าถูกวางยาได้อย่างไร”

 “หม่อมฉันมิรู้เรื่องนี้จริงๆ เพคะ” นางรีบปฏิเสธ 

 “หม่อมฉันมิได้วางยา”

 “อย่ามาโกหก” 

 หลงเจิ้งหยางตวัดสายตาคมกริบมองนาง ก่อนจะกระชากผ้าห่มออกจากตัวนางโดยไร้ซึ่งความอ่อนโยน

 “เจ้ามิได้เป็นคนวางยา แต่เจ้าคงทูลขอเสด็จแม่ให้วางยาข้าแทนใช่ไหม เช่นนั้นข้าคงไม่ต้องแตะต้องเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า”

 ไป๋ลี่เยว่หน้าซีดเผือด นางอาจมิได้วางยาเขา แต่นางก็เป็นผู้เดียวที่ได้รับผลจากมัน ถูกครอบครองโดยบุรุษที่นางรัก แต่เขากลับเกลียดชังมันยิ่งกว่าสิ่งใด

 “เจ้าอ้วน ไร้เสน่ห์ และต่ำต้อยเกินกว่าจะเป็นพระชายาของข้า ถึงกับต้องให้เสด็จแม่ช่วยวางยาข้า”

 คำพูดนั้น บาดลึกลงกลางใจของไป๋ลี่เยว่

 “ข้าต้องทนแตะต้องเจ้าทั้งคืน เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าขยะแขยงเพียงใด”

 ไป๋ลี่เยว่กำมือตัวเองแน่น นางเม้มริมฝีปาก กลั้นน้ำตาที่รื้นขึ้นมาไม่ให้ไหลออกมา

 “หม่อมฉัน” ไป๋ลี่เยว่ตัวสั่น นางมองเขาด้วยดวงตาเจ็บปวด 

 “หุบปากเสีย” หลงเจิ้งหยางเดินไปคว้าอาภรณ์ของตนเอง ก่อนจะสวมใส่อย่างเร่งร้อน

 “ข้ามิอาจทนอยู่ที่นี่ได้อีกแม้แต่วินาทีเดียว เจ้ามิใช่สตรีที่ข้าเลือก และข้ามิอาจทนมองหน้าเจ้าได้อีก”

 เขาโยนผ้าสีขาวที่เปื้อนโลหิตของนางลงบนพื้น รอยยิ้มของเขายิ่งเย้ยหยันกว่าเดิม

 “ยินดีด้วย เจ้าเป็นพระชายาของข้าอย่างสมบูรณ์แล้ว”

 ไป๋ลี่เยว่กำผ้าห่มแน่น ตัวสั่นสะท้านด้วยความอับอาย น้ำตาคลอเบ้าแต่กลับไม่ยอมไหลออกมา หลงเจิ้งหยางยืนกอดอก มองนางด้วยสายตาไร้ความรู้สึก

 “วันนี้ ข้าจะกราบทูลฝ่าบาท ขอออกไปทำศึกที่ชายแดน” หลงเจิ้งหยางเอ่ยอย่างเรียบเฉย ราวกับว่านี่เป็นเรื่องปกติของเขา

 ไป๋ลี่เยว่ชะงักงัน เงยหน้ามองเขาด้วยสายตาตกตะลึง “ท่านจะไป ท่านจะทิ้งหม่อมฉันไปเลยหรือเพคะ”

 “ใช่” หลงเจิ้งหยางกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ แล้วโน้มตัวลงกระซิบข้างหูนาง 

 “ข้ามิได้เพียงทิ้งเจ้า แต่ข้าจะไล่เจ้าไปให้ไกลที่สุด” หลงเจิ้งหยางหัวเราะเย็นชา

 “ตั้งแต่นี้ไป เจ้าจะต้องย้ายไปอยู่ตำหนักเย็น อย่าได้ก้าวล้ำเข้ามาในชีวิตของข้าอีก”

 “ตำหนักเย็น”

 คำพูดนั้นราวกับมีดที่กรีดลงกลางหัวใจของไป๋ลี่เยว่ นางเม้มริมฝีปากแน่นพยายามสะกดกลั้นน้ำตา นางไม่นึกว่า เขาจะกล้าทิ้งนางไว้เพียงลำพังเช่นนี้

 “เพราะเหตุใดเพคะ” นางพึมพำเสียงสั่น มือสั่นระริก

 “เพราะข้าไม่ต้องการเห็นเจ้า ข้าไม่มีวันยอมให้เจ้ามาอยู่ข้างกายข้าเด็ดขาด เจ้าคิดว่าเจ้าจะได้อยู่ในตำหนักของข้า เช่นพระชายาคนอื่นหรือ ฝันไปเถิด ตำหนักนี้ ข้าจะปิดตาย จนกว่าข้าจะกลับมา เจ้าไม่มีสิทธิ์จะมาอยู่”

 “แต่หม่อมฉันเป็นพระชายาของท่าน”

 “แล้วอย่างไรเล่า ถึงเจ้าจะมีตำแหน่ง แต่เจ้าก็มิได้อยู่ในใจข้า” เขาตวัดสายตามองนาง 

 “เจ้าคิดว่าเพียงแค่คืนเดียว เจ้าจะสามารถผูกมัดข้าได้หรือ” หลงเจิ้งหยางกล่าวอย่างเย็นชา

 “อย่าได้คิดว่าเพราะเมื่อคืน ข้าจะเปลี่ยนใจ สำหรับข้า มันก็เป็นแค่เรื่องที่เกิดขึ้นเพราะถูกบีบบังคับ ไม่มีวันที่ข้าจะยินยอมรับเจ้า” เขาก้าวเข้าไปใกล้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและความดูแคลน

 “ไม่มีวัน” เพียงเท่านั้น หลงเจิ้งหยางก็สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินออกไปจากห้อง โดยไม่แม้แต่จะเหลียวมองนางอีก

 หลงเจิ้งหยางก้าวไปที่ประตู แต่ก่อนที่เขาจะออกจากห้อง ไป๋ลี่เยว่ก็เอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว รู้สึกเหมือนลมหายใจของนางกำลังจะหมดไป หัวใจของนางถูกบดขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 “องค์ชาย” 

 เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็มิได้หันกลับมา แต่ถึงแม้เขาจะรังเกียจนางเพียงใด นางก็ยังอยากให้เขารู้ว่านางมิได้มีเจตนาร้าย

 “หม่อมฉัน หม่อมฉันไม่เคยคิดจะวางยาท่าน แม้ท่านจะไม่รักหม่อมฉัน แต่หม่อมฉันก็ไม่เคยคิดจะทำให้ท่านต้องลำบากใจ เพียงเพราะว่า..” 

 “พอเถิด” หลงเจิ้งหยางตัดบท มิให้โอกาสนางอธิบาย

 “ถึงแม้เจ้าจะมิได้วางยา ข้าก็มิได้ต้องการเจ้าตั้งแต่แรก”

 “เจ้ารู้ตัวหรือไม่ ว่าการที่ข้าต้องแตะต้องเจ้ามันเป็นเรื่องที่ข้าขยะแขยงเพียงใด”

 ไป๋ลี่เยว่รู้สึกเหมือนมีดพันเล่มพุ่งเข้าใส่ ร่างกายของนางเย็นเฉียบ หัวใจของนางแทบหยุดเต้น

 “จงอยู่ที่ตำหนักเย็นไปเถิด” เขากล่าวอย่างไร้เยื่อใย 

 “และอย่าได้หวังว่าข้าจะมองเจ้าด้วยสายตาอื่น เพราะข้ามิได้รักเจ้า และจะไม่มีวันรัก”

 สิ้นถ้อยคำเฉือนใจน้ำตาของนางเอ่อล้นที่ขอบตา แต่สุดท้ายนางก็กัดฟันอดกลั้นเอาไว้ เขามิได้ต้องการให้นางอยู่ เช่นนั้นนางก็ควรไป นางสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาเป็นครั้งสุดท้าย

 “หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ หม่อมฉันจะไม่รบกวนชีวิตของท่านอีก”

 “ต่อให้ท่านมิได้รักหม่อมฉัน แต่หม่อมฉันก็ยังรักท่าน”

 “แต่ตั้งแต่นี้ไป หม่อมฉันจะไม่ขอร้องให้ท่านเมตตาหม่อมฉันอีก”

 “เพราะหม่อมฉันกำลังจะจากไป เช่นเดียวกับหัวใจของหม่อมฉัน”

 หลงเจิ้งหยางชะงักไปชั่วครู่ กำหมัดแน่น แต่เขาก็มิได้หันกลับมามองนางแม้แต่น้อย มีเพียงแค่น้ำเสียงเย็นชาเป็นคำพูดสุดท้าย ที่ถูกทิ้งไว้แทนคำลาจาก

 “ก็ดี”

 หลังจากกล่าวจบ เขาก็ก้าวออกจากห้องหอไปโดยไม่แม้แต่หันกลับมามองอีกเลย

 ไป๋ลี่เยว่จ้องมองแผ่นหลังของเขาที่ค่อยๆ ห่างออกไป น้ำตาที่นางกลั้นเอาไว้ก็ร่วงหล่นลงมาเงียบๆ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED