ตอน 2

นิวยอร์กมหานครไม่เคยหลับใหล ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่าน แต่มันยังมีบางพื้นที่ในซอกหลืบของตึกสูงระฟ้า ที่เป็นที่ปลอดผู้คน และเหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นแหล่งก่ออาชญากรรมอุกฉกรรจ์

“มันบาดเจ็บ...” เจ้าของเสียงกังวานหยุด มองสำรวจไปทั่วบริเวณอย่างละเอียดลออ “มันหนีไปไหนไม่ไกลหรอก”

“เจ็บขนาดนั้น มันน่าจะกลายเป็นศพซะก็ดี”

“ยังหาศพมันไม่เจอ อย่าวางใจเด็ดขาด”

“ถ้ามันตาย ต้องมีคนเจอศพ”

“นั่นสิ ยังไม่มีเบาะแส หรือว่ามีคนช่วยมันไว้?” อีกคนสันนิษฐาน

“ใครจะยื่นมือไปช่วยเศษสวะอย่างมันวะ!”

“นั่นสิ หน้าโหด ร่างกายบึกบึนอย่างกับโจร ใครจะช่วยมัน”

“ไม่ก็แจ้งตำรวจจับมันน่ะสิ คงคิดว่าเป็นพวกค้ายาหรือโจรปล้นธนาคารที่ถูกตำรวจไล่ล่า”

“ฮ่าๆ กูก็ว่าอย่างนั้นละว่ะ แต่ถึงมันจะใกล้ตาย ยังไงพวกเราก็ต้องหาศพมันให้เจอเว้ย”

“เอาศพมันไปแลกรางวัลกับนายหรือไงลูกพี่?”

“งานนี้มีสองอย่างเว้ย ถ้าไม่ได้รางวัลพวกเราก็จะกลายเป็นศพแทนมันน่ะสิเว้ยเฮ้ย! แม่ง! ริจะลอบยิงท่านประธานใหญ่ มันสมควรตายอย่างหมาข้างถนน” พูดจบ เจ้าของเสียงก็บ้วนน้ำลายลงพื้นอย่างกักขฬะ

“แต่ในย่านนี้ก็เล็กนิดเดียว ถ้ามีคนเห็นมันหนีเข้ามาในนี้ ทำไมเรายังไม่เจอมันอีกล่ะลูกพี่?”

“ไม่เจอก็รีบไสหัวไปหามันเข้าสิโว้ย! ก่อนที่ใครจะมาช่วยมันจำไว้! ไป๊ ออกไล่ล่าหามันให้เจอ!” นักเลงที่ดูท่าแล้วจะเป็นลูกพี่อายุเยอะสุดตะคอกเสียงออกคำสั่ง ก่อนที่ลูกสมุนคนอื่นๆ จะแยกย้ายกันอุตลุตเพื่อออกไล่ล่าตามหาคนบาดเจ็บเป้าหมายที่นักเลงพวกนี้ออกตามหาไล่ล่า

เพียงไม่นานความมืดแห่งรัตติกาล ก็โอบกอดมุมหนึ่งในมหานครนิวยอร์กเอาไว้อย่างเงียบเชียบ ซอกตึกที่ปกคลุมกลบร่างสูงโปร่งหากทว่าร่างกายสะบักสะบอมบอบช้ำและโรยแรงด้วยพิษบาดเจ็บจากกระสุนประทุทะลวงร่างกายหลายจุด เหงื่อผุดพรายโทรมกายอีกทั้งใบหน้าชุ่มเปียก มือหนาใหญ่กุมผ้าหนาอุดแผลเพื่อห้ามเลือดที่พวยพุ่งออกจากร่างดุจน้ำพุร้อน ส่งกลิ่นคาวคลุ้ง ชวนคลื่นเหียนอาเจียน เลือดแดงฉานไหลทะลักออกมาจากแผลที่ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสนั้นเป็นระยะ ร่างใหญ่หายใจหอบโหย กัดริมฝีปากแน่นราวสะกดกลั้นความเจ็บปวดที่กำลังจู่โจมเจียนตาย

ร่างเจ็บหายใจรวยรินเพราะพิษบาดแผล ที่ตอนนี้เจ็บปวดจนชา มันเกินความเจ็บปวดไปเสียแล้ว นาทีนี้เป็นหรือตาย เท่ากัน

‘ฉันต้องไม่ตาย... ต้องไม่เป็นไร!’

ร่างแกร่งกัดฟันกรอด อดทนต่อสู้กับความเจ็บปวด

ท่ามกลางความมืดมิด ได้ยินเพียงเสียงสายลมแผ่ว กระทบใบไม้ร่วง ร่างสูงโปร่ง ถอนจูบจากริมฝีปากบางอย่างอ่อนโยน... แผ่วเบา... และรู้สึกผิด

‘อย่าส่งเสียง... และขอโทษที่จูบคุณ’ เสียงกระซิบเป็นภาษาอังกฤษ ฟังดูบงการ ทว่าเจือไปด้วยแววแห่งความเจ็บปวด ทรมาน แพททรีเซียยังคงอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นราวมีพายุจู่โจม

“...” หญิงสาวนิ่งเงียบ ยังอยู่ในอารมณ์ตกตะลึง

“Help!Help me! please” ชายหนุ่มกัดฟันแน่น ร้องขอความช่วยเหลือด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

แพททรีเซียแปลสิ่งที่เขาพูดได้ว่า ‘ที่ทำไป... เพราะไม่อยากให้คุณร้องโวยวาย ผมได้รับบาดเจ็บ กำลังหนีการตามล่าจากคนร้าย มือของผมเต็มไปด้วยเลือดจึงต้องใช้วิธีนี้ ได้โปรดช่วยผมด้วย”

น้ำเสียงขาดห้วงของเขา ฟังแล้วเห็นได้ชัดว่าเป็นผลมาจากอาการบาดเจ็บในสภาพที่สาหัสเต็มทน

เขาถูกยิง!

หญิงสาวเห็นเงาร่างอันสูงโปร่งของเขา จากแสงไฟเพียงเล็กน้อยที่สาดส่องมา ก่อนผละออกและค่อยๆ ทรุดร่วงลงแทบเท้าของหล่อน

“คะ... คุณ! คุณอย่าตายนะ!! ตะ... ตกลง ฉันจะช่วย แต่คุณรอฉันที่นี่ ฉันจะไปตามคนมาช่วย!” เสียงหวานเปล่งออกไปอย่างคนบ้าคลั่งเมื่อร่างโปร่งฟุบลงหมดสติอยู่แทบเท้าอย่างไร้หนทาง

ห้องน้ำในเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรูของแพททรีเซีย ขณะนี้ได้ถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นห้องผ่าตัดเล็กของชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคม ดูงดงามสมบูรณ์แบบดุจเทพเจ้ากรีก คิ้วหนา ดวงตาคมกริบเหมาะกับจมูกโด่งชูชันคมสัน เป็นความลงตัวโดยแท้เท่าที่บุรุษเพศพึงมี ปลายคางถูกจับจองไปด้วยตอเคราที่เริ่มครึ้มเขียว หากทว่าตอนนี้ใบหน้าคมหล่อนั้น กลับมีสีซีดเผือดจากภาวะทางร่างกายที่เสียเลือดอย่างมากเป็นเวลานาน

ชายหนุ่มมองเงาสะท้อนในกระจกเงาของตนที่กำลังขบกรามแน่น เพื่ออดทนต่อความเจ็บปวดของพิษกระสุน สำลี แอลกอล์ฮอล์ถูกเช็ดไล้ลูบมาช้าๆ ที่รอบปากแผลที่มีเลือดข้นทะลักออกมาอยู่เนือยๆ มือหนาใหญ่จุดไฟที่ปลายเทียนและยื่นปลายแหลมเล็กอันคมกริบของมีดเล่มเล็ก ลนไฟเพื่อใช้เพลิงความร้อนฆ่าเชื้อ ไม่เพียงแค่จากประสบการณ์หากทว่ามันคือสัญชาติญาณของคนที่ไม่รู้จักความตายอย่างเขา

อดีตนาวิกโยธินมาสู่นักฆ่ามืออาชีพผู้ถูกฝึกมาอย่างเจนโลกต่างหาก ขั้นตอนการผ่าตัดเล็ก สะกิดเม็ดกระสุน ที่ฝังแน่นเหนือไหล่ขวาของตนเอง นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่วิถีกระสุนและจุดที่โดนยิงครั้งนี้ มันทำให้เขาไม่ค่อยถนัดและทุลักทุเลอย่างยิ่ง

ร่างกายของเขาเริ่มชาไปทั้งตัวเพราะพิษบาดแผลความเจ็บปวดจนเกินเจ็บ แผลแค่นี้เขาไม่ยี่หระสักเท่าไร แต่ที่อ่อนแรงลงไปมากนั่นเป็นเพราะการเสียเลือดมาก ภาวะขาดความสมดุลของน้ำ น้ำตาลและเลือดในร่างกายมากกว่า

เวลาผ่านไปเกือบ 3 ชั่วโมง

“คุณต้องช่วยผม”

“ช่วย?” หญิงสาวเสียงอึกอัก หล่อนเป็นนางแบบนะ ไม่ใช่นางพยาบาล

“เย็บแผลให้ผมที”

“หา? ฉะ... ฉันทำไม่ได้หรอก” ตอบเสียงสั่น

“คิดว่าผม เป็นหนังจระเข้สิ ผมไม่เจ็บหรอก” เขาหยุดจ้อง ดวงตาที่สั่นระริก เต็มไปด้วยแววแห่งความกลัว

หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นอย่างชั่งใจ

“แต่ถ้าคุณไม่ทำ... ผมตาย” เขาบอก เสียงเขาหนักแน่น สม่ำเสมอ แต่ความเจ็บร้าวซ่อนอยู่ในนั้นลึกเหลือเกิน หญิงสาวตัดสินใจ ลงมือด้วยหัวใจรัวระทึก เธอทำมันเป็นครั้งแรก ด้วยความระมัดระวัง ความประหวั่นพรั่นพรึงยังไม่จางหาย

ในที่สุดฝีเข็มสุดท้ายก็เสร็จสิ้น เขาหยัดร่างที่บาดเจ็บขึ้น เดินออกจากห้องน้ำด้วยความยากลำบาก เจ็บปวดจนชาไปหมดแล้วทั้งตัวแม้ลมหายใจก็หอบถี่ เพราะมันสะเทือนแผลทุกครั้งที่สูดลมหายใจเข้าออก

“คุณ!” เสียงแพททรีเซียร้องขึ้น ชายหนุ่มตรงหน้า อยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน ร่างแกร่งมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียว ใบหน้าคมกริบชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ อาจจากภาวะความเจ็บปวดของร่างกาย

“คุณเป็นยังไงบ้าง?” แพททรีเซียถามอาการร้อนลน

“หน้าคุณซีดหมดแล้ว จะไม่ไปโรงพยาบาลจริงๆ หรือคะ? ฉะ... ฉันกลัว”

“ไม่ นั่นไม่ปลอดภัยสำหรับผม” เขาตอบ

“ละ... แล้วจะทำยังไงดี? คุณแน่ใจว่าตัวเองจะรอดไหมเนี่ย?” แพททรีเซียตื่นตระหนก

“ผมคงต้องพักกับคุณสักพัก... จนกว่าแผลจะดีขึ้น” เขาขอร้องเสียงพร่า

“ไม่ได้นะ!” แพททรีเซียแผดเสียง

ทำแบบนั้นไม่ได้ นางแบบเบอร์หนึ่งอย่างแพททรีเซียจะมีผู้ชายมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกันได้ยังไง

“งั้น พาผมไปส่งที่เดิมที่คุณพบผมจมกองเลือดก็ได้” น้ำเสียงเรียบนิ่งเย็นชา จนคนฟังเป็นฝ่ายสะท้านเสียเอง

“ไม่นะ ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก ให้พาไปทิ้งไว้แบบนั้นก็เท่ากับว่าพาคุณไปตายน่ะสิ”

“แล้วคุณต้องการแบบไหน?”

“โอ้ย... ปวดหัวจริงๆ เลย ทำไมฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยนะ”

ชายหนุ่มหน้านิ่ง แววตาอิดโรยปากซีดเซียว เขาพาร่างโทรมๆ เดินตามหญิงสาวที่กำลังพยุงเขาไปนอนพักฟื้นชั่วคราวในห้องนอนของเธอเอง ร่างโปร่งทรุดยวบลงบนที่นอนหนานุ่มที่มีกรุ่นกลิ่นน้ำหอมจากตัวหญิงสาวแต่เพียงอ่อนๆ

จากนั้นแพททรีเซียจึงจัดระเบียบร่างกายของเขาในท่านอนที่สบายปกติ

“พักตรงนี้ล่ะ”

“โอ๊ะ” ชายหนุ่มร้องเจ็บเพราะการเคลื่อนกายมันบากเสียดลึกไปถึงแผล

“ตายละ มีเลือดซึมออกมาจากแผลด้วย” แพททรีเซียตกใจ

“ไม่เป็นไร อย่าห่วง”

“คุณจะดีขึ้นใช่ไหม?” แพททรีเซียถามเสียงสั่นเพราะไม่เคยเห็นคนเจ็บปางตายขนาดนี้มาก่อน

“ปล่อยผมได้พักสักครู่” ชายหนุ่มร้องขอ ก่อนที่หญิงสาวจะวางมือจากเขาและมองสำรวจไปทั่วทั้งร่างโปร่งนั้น ก็ได้ความคิดว่าถ้าเขาได้เสื้อผ้าที่สวมใส่ง่ายๆ คงดีและไม่กระทบกับรอยแผลที่บาดเจ็บ

“ฉันว่าคุณน่าจะใส่กางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวได้นะ คนตัวโตๆ อย่างคุณ คงหาเสื้อผ้าใส่ยาก พอดีว่าฉันชอบใส่บ็อกเซอร์นอนน่ะเลยพอมี ไว้มีเวลาฉันจะไปหาซื้อเสื้อผ้ามาให้คุณก็แล้วกัน โอเคมั้ย?” แพททรีเซียพูดขึ้น

เขาพยักหน้ารับรู้ขณะที่สีหน้าซีดเผือดลงไปเรื่อยๆ เหงื่อยังคงผุดพรายไปทั่วไรผมของเขา

“คุณนอนพักในห้องของฉันก็แล้วกัน เพราะอีกห้องเป็นของพอลล่า” แพททรีเซียพูดจบเขาก็ขยับปากจะพูด

“แพททรีเซีย...”

“คะ”

“ผมติดหนี้ชีวิตคุณ... แพททรีเซีย” สุดเสียงเอ่ย เขาก็ทนความเจ็บปวดที่เริ่มแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายไม่ไหวจนหมดสติลงไปต่อหน้าต่อตานางพยาบาลเฉพาะกิจอย่างหล่อน

“คะ... คุณ! คุณคะ!” แพททรีเซียเรียกเขา ตายล่ะเขาเป็นใคร มาจากไหน เป็นคนดีหรือคนร้ายก็ไม่รู้ ตอนนี้เขาอยู่ในห้องเธอเสียแล้ว

ตอน 3

หลังจากค่ำคืนสุดเร้าระทึกผ่านพ้นไป แพททรีเซียตื่นนอนในตอนเช้าก็เดาว่าตัวเองคงผล็อยหลับไประหว่างนอนเฝ้าอาการของชายหนุ่มนิรนาม แต่เมื่อมองเห็นอะไรได้กระจ่างขึ้นก็พบว่าคนบาดเจ็บลืมตาตื่นอยู่ก่อนแล้ว และขณะนี้กำลังมองจ้องหล่อนอย่างไม่อยากละสายตาหนีไปทางไหน

“คุณตื่นนานแล้วเหรอ?” แพททรีเซียถามขึ้นสีหน้าเริ่มไม่พอใจ เขาตื่นมาแอบดูเธอหรือยังไง

‘แย่มากนะคุณ รู้แบบนี้ ปล่อยให้ตายเพราะเลือดหมดตัวเลยดีมั้ย’

หญิงสาวนึกตำหนิแต่ก็รู้สึกแปลกๆ ที่มีคนมาจ้องตอนเธอหลับ ก็ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับนางแบบดังนี่นา

“ก็ตื่นก่อนคุณไม่กี่นาที” เขาตอบ สีหน้าของเขาเริ่มดีขึ้นกว่าเมื่อคืนมาก คงไม่ตายง่ายๆ แล้วกระมังหญิงสาวคิดในใจ ‘อีตานี่ไว้ใจได้ไหมนะ’

“อาการคุณเป็นยังไงบ้าง เจ็บมากไหม?” แพททรีเซียถามขึ้น พร้อมกวาดตามองเพื่อสำรวจบนร่างแกร่งกำยำตรงหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น ที่ดูๆ แล้วน่าจะผ่านการต่อสู้มาอย่างสาหัสสากรรจ์

“มันร้าวไปหมดเลย แต่ทนได้” เขาตอบน้ำเสียงไม่ยี่หระเพราะถูกฝึกมาให้อดทน และห่างไกลความตายอย่างช่ำชอง

“งั้นก็ดีแล้ว คุณต้องดีขึ้นแน่ๆ เดี๋ยวฉันไปทำอะไรให้กินนะ เสร็จแล้วฉันจะได้ไปทำงาน” หญิงสาวบอก เขายังคงมองเธอแน่วนิ่ง ดวงตาคมคู่นั้นเจือแววรู้สึกขอบคุณในความเมตตาของหญิงสาวตรงหน้า โดยไม่มีความรู้สึกอื่นใดแอบแฝงแม้แต่น้อย

“ครับ” เขาตอบ ก่อนที่แพททรีเซียจะลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปเตรียมอาหารตามที่พูดไว้ จากนั้นไม่นานหล่อนก็กลับเข้ามาพร้อมอ่างน้ำเย็นและผ้าขนหนูผืนเล็กลายคิตตี้น่ารัก

“เช็ดหน้าก่อน คุณจะได้สดชื่น แล้วเดี๋ยวค่อยกินข้าวต้ม” แพททรีเซียบอก หยุดเว้นช่วงมองเขาครู่หนึ่ง “คุณคง... ยังไม่หิวมากหรอกนะ ใช่มั้ย?” หล่อนถามขณะวางอ่างน้ำเย็นขนาดเล็กลงที่โต๊ะข้างหัวเตียง ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำเย็นและเช็ดเบาๆ บริเวณแก้มสากที่ตอนนี้ครึ้มไปด้วยเคราเขียวและดวงหน้าที่ดูเข้มดุ เมื่อปราศจากรอยยิ้มแต่พยักหน้าหงึกๆ เป็นเชิงตอบว่า เขามันไม่ใช่พวกผู้ชายเห็นแก่กิน ที่ตื่นนอนก็หิวเลยสักนิด

“ผมเช็ดเอง” เขาพูดขึ้น พร้อมส่งมือไปแย่งผ้าขนหนูจากมือนุ่มนิ่มของหญิงสาว มันทันได้แตะสัมผัสกันเพียงพาดผ่าน หากเกิดความสะท้านหวั่นไหวเบาๆ ได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฝ่ายหญิงที่หล่อนแทบไม่มีโอกาสได้อยู่กับชายแปลกหน้าอย่างใกล้ชิดตามลำพังแบบนี้

“คุณถนัดหรือคะ? ถ้าเก่งขนาดนั้นก็ดีสิ นี่แผลก็เพิ่งจะผ่าเมื่อคืนเลือดยังมีซึมออกมาอยู่เลยยังจะอวดเก่งอีก” แพททรีเซียดุในฐานะผู้มีพระคุณได้ไหมนะ

“ผมดีขึ้นแล้ว คุณไปเถอะ” เขาพูดเหมือนไล่แล้วก็ละสายตาจากหญิงสาวไปใส่ใจกับการเช็ดเนื้อเช็ดตัวแทน

“งั้นฉันไปเอาข้าวต้มมาให้” ทันทีที่พูดจบ หล่อนก็หายเข้าไปในครัวเป็นเวลาพักใหญ่ ก่อนออกมาพร้อมกับชามข้าวต้มส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเป็นอย่างยิ่ง หล่อนวางลงบนโต๊ะหัวเตียง ก่อนจะรับผ้าขนหนูมาเก็บ

“กินเองได้หรือเปล่า?” เสียงหวานถามด้วยกิริยาเรียบนิ่ง

“ไม่ถนัด” ถามคำตอบคำอย่างกับกลัวว่าจะมีดอกพิกุลร่วงออกมาจากปากหยักสวยนั่นเสียจริง ผู้ชายคนนี้ปากสีแดงสดตามธรรมชาติของสีผิวของเขา แลดูมีสุขภาพดี ร่างกายเขา... คงแข็งแรงน่าดู เพราะโดนกระสุนเจาะขนาดนี้ ยังเอาชีวิตรอดมาได้ ถ้าไม่ใช่ไอรอนแมนก็ต้องร่างกายดีสุดๆ หญิงสาวเดาเล่นๆ

“เมื่อกี้ยังทำเก่ง” เธอแกล้งดุเขาเพื่อกลบเกลื่อน เพราะรู้เท่าทันความคิดตัวเองว่าเริ่มใช้สายตามองสำรวจรูปร่างหน้าตาเขาอย่างซุกซนมากเกินไปแล้ว

“มันเหมือนกันเสียที่ไหน” เขาตอบยาวกว่าประโยคที่แล้วมานิดหนึ่ง!

“ก็ได้... ฉันจะป้อนให้” หล่อนนั่งลงข้างตัวเขา ข้าวต้มถูกป้อนเข้าปากเขาทีละคำ กลิ่นหอมกรุ่นชวนหิว ไอร้อนๆ ยังระเหยวนเวียนอยู่เหนือชาม จนหญิงสาวต้องตักขึ้นมาเป่าให้มันเย็นลงก่อนส่งเข้าปากเขา

ปากหยักสวย สีแดงเข้มตามธรรมชาติ ราวกับว่าเขาไม่เคยแตะต้องบุหรี่หรือซิกการ์เลยทีเดียว ข้าวต้มพร่องลงไปอย่างมาก ในที่สุด เขาก็พูดขึ้น

“อิ่มแล้วครับ” ดวงตาคมเข้มหากเจือแววเย็นชา มองจ้องเธอแน่วนิ่ง “ขอบคุณ” เขาเอ่ยเรียบเรื่อย

“งั้น... ฉันเตรียมตัวไปทำงานก่อน” แพททรีเซียสั่งทิ้งท้าย ก่อนที่จะลุกเดินออกจากห้องไป

คนเจ็บเอนตัวลงนอนพักผ่อน และเคลิ้มหลับไปในที่สุด จากนั้นไม่นานหญิงสาวก็ขับรถสปอตมาถึงกองถ่ายซีรี่ส์เรื่องดังที่เธอเป็นนักแสดงรับเชิญด้วยตัวเอง

วันนี้พอลล่าไม่ได้มารับเหมือนเช่นทุกวัน เพราะกลัวเรื่องซ่อนคนเจ็บไว้ที่เพ้นท์เฮ้าส์จะไม่เป็นความลับอีกต่อไป ในคืนนั้นพอลล่ามีบทบาทในการตัดสินใจอย่างมาก ช่วยกันพาร่างบาดเจ็บของเขากลับมารักษาอย่างทุลักทุเล

‘แพททรีเซียไปทำงานเองนะวันนี้ พี่จะไปหาคนมาช่วยดูอาการพ่อหนุ่มนั่น’

‘จะดีเหรอคะพี่พอลล่า มีคนรู้มากขึ้น เรื่องมันจะไปกันใหญ่นะคะ’

‘ไม่หรอกจ้ะ พี่มีคนที่ไว้ใจได้’ พูดจบก็ระบายรอยยิ้มให้หญิงสาว พร้อมเอื้อมมือไปลูบผมของแพททรีเซียเป็นการแสดงความเอ็นดูเพื่อให้หญิงสาวอบอุ่นมั่นใจ

หญิงสาวอยู่ในห้วงคำนึงตอนที่ปรึกษากันกับพอลล่าเรื่องคนเจ็บตัวปัญหา ระหว่างเท้าก็ก้าวเดินจนไปถึงห้องรับรองนักแสดง

“น้องแพทมาแล้ว มาแต่งหน้าทำผมก่อนนะคะ” ช่างแต่งหน้าเดินเข้ามารับหล่อนไปนั่งประจำที่ พร้อมเริ่มแต่งหน้าทำผมให้นางแบบสาว ที่วันนี้มาเล่นละครซีรี่ส์ประเดิมด้วยการเป็นดารารับเชิญก่อนและผลงานต่อไปอาจจะได้รับบทนางเอก

“ขอบคุณค่ะ” เสียงหวานตอบพร้อมรอยยิ้มอ่อนบาง

“เบาๆ ค่ะน้องแพท นั่งนิ่งๆ นะคะเดี๋ยวหน้าเลอะ” ช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองร่างอวบแต่หน้าสวยจนหญิงแท้ต้องอาย เมื่อเห็นแพททรีเซียท่องบทแล้วก็ออกแอคติ้งไปด้วยหน้าสวยๆ หวานๆ ของเธอจึงเอียงไปมาทำให้แต่งหน้าไม่ถนัดนัก

“งั้นแพทจะนั่งนิ่งๆ ให้พี่แต่งหน้าเสร็จก่อนดีกว่า” แพททรีเซียไม่แค่พูด แต่หล่อนวางบทลงที่หน้าตัก นั่งนิ่งๆ ตามที่พูด จนกระทั่งช่างแต่งหน้ายิ้มกว้างด้วยความพอใจ

“ดีจ้ะ น่ารักมาก” ช่างแต่งหน้าเอ่ยชม

“ช่วยเน้นบริเวณใต้ตาแพททีนะคะ” นางแบบสาวร้องขอ

“พี่ก็ตั้งใจอย่างนั้นล่ะ แล้วไปทำอะไรมาละคะ? เหมือนคนนอนไม่พอ ดูสิ ตัวเป็นนางแบบ ตาเป็นแพนด้า” ช่างแต่งหน้าได้ทีพูดหยอกจนแพททรีเซียระบายรอยยิ้มออกมาอย่างเนือยๆ

แหม... ช่างเดาจริง ก็นอนไม่เต็มอิ่มน่ะสิ ใครจะรู้ว่าชีวิตของซุปเปอร์โมเดลสาวจะเจอกับชายแปลกหน้าเลือดโชกตัวมาแบบนั้น แล้วนี่ดูสิ สุดท้ายหล่อนต้องรับอุปการะ

เอ๊ะ หรือจะเรียกว่ารับเลี้ยงให้ที่พักพิงดีล่ะ

ตอนนี้หล่อนกับพอลล่ายังเฝ้าภาวนาอยู่เลยว่า ผู้ชายคนนั้น

‘ขออย่าเป็นโจรก็พอ’

“พอดีเมื่อคืนแพททรีเซียนอนดึกน่ะค่ะ ตาก็เลยโบ๋เป็นแพนด้ามาเลย” แพททรีเซียตอบเพราะรู้ตัวว่าสภาพหน้าตาของตนในวันนี้ดูเพลียๆ ไม่สดชื่นคงแต่งหน้ายากพอสมควร

“ไม่ต้องห่วงค่ะน้องแพททรีเซีย ฝีมือดัชนีนางขั้นเทพขนาดนี้แล้ว อีกอย่างน้องแพททรีเซียสวยออกขนาดนี้แต่งเบาๆ ก็สวยค่ะ” ช่างแต่งหน้าคนสวยยังหยอดคำหวานชม

“ขอบคุณค่ะ”

“แหมๆ ก็นี่ขนาดไม่แต่งอะไรเลยยังสวยกว่านางฟ้าอีกนะคะเนี่ย”

“ชมแพทมากไปแล้วนะคะ” แพททรีเซียถ่อมตัวออกอาการเขินอาย ขณะที่แพททรีเซียกำลังแต่งหน้าทำผม พอลล่าก็เดินเข้ามาเห็นนางแบบสาว กำลังนั่งท่องบทไปพลาง ในขณะที่ถูกแต่งหน้าทำผมอยู่นั้น ก็นึกชื่นชมความเป็นมืออาชีพของแพททรีเซียในใจ เมื่อเดินมาใกล้ก็ทักหญิงสาวขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED