ตอน 1

อพาทเม้นท์ส่วนตัวสุดหรู ใจกลางมหานครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นที่พักของนางแบบสาวดาวรุ่งของวงการ เธอเริ่มต้นจากการประกวดจากรายการรีอัลริตี้โชว์ระดับแนวหน้า หลังจากได้รับตำแหน่ง ก็กลายเป็นนางแบบชื่อดังชั่วข้ามคืน นับจากนั้นแพททรีเซียมีชีวิตต่างออกไปจากเดิม กลายเป็นคนนอนดึกตื่นเช้าและออกกำลังกายอย่างเคร่งครัด รับประทานอาหารตามโปรแกรมที่กำหนดขึ้นเพื่อไม่ให้เรือนร่างระหงมีไขมันส่วนเกินแม้แต่น้อย

บางครั้งหญิงสาวก็อดคิดไม่ได้ว่า ชีวิตตัวเองในตอนนี้มันต่างกับหุ่นยนต์ตรงไหนกัน อาจจะต่างก็ตรงที่เธอมีลมหายใจเท่านั้น เพราะอย่างอื่น เธอถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้ให้เป็นไปตามการควบคุมเสียทุกอย่าง

ตอนนี้แพททรีเซียอ่านข่าวของตัวเองจากหน้าจอแทบเลทระหว่างที่กำลังรอผู้จัดการส่วนตัว

ขณะที่อ่านข่าวไป คิ้วก็ขมวดเข้าชนกัน เพราะเนื้อหาข่าวชวนให้หัวเสียอย่างยิ่ง หากผู้จัดการส่วนตัวรู้เข้า ต้องเป็นเรื่องแน่ๆ เพราะพอลล่าคือคนจากเอเจนซี่ที่ส่งมาดูแลหล่อน ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ในวันนี้พอลล่าจะมารับหล่อนไปถ่ายโฆษณาในฐานะพรีเซ็นเตอร์น้ำหอมแบรนด์ดังคอลเล็คชั่นใหม่ต้อนรับช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังจะมาถึง

ปกติแพททรีเซียให้เวลากับการเช็คข่าวของตัวเองก่อนออกไปทำงานเสมอ ก็ได้ข้อมูลข่าวจากสื่อบันเทิงพวกนี้ล่ะ ไว้เช็คเรทติ้งของตัวเองถึงแม้นานครั้งจะมีโอกาสได้อ่านเจอข่าวของตัวเองก็เถอะ ที่ว่านานๆ ทีนั้น ใช่ว่าแพททรีเซียจะไม่ดังเสียเมื่อไหร่ หากเพราะแพททรีเซียแทบไม่มีข่าวฉาวต่างหาก ก็ภาพลักษณ์ออกจะเป็นนางแบบสาวดาวรุ่งน้องใหม่ผู้แสนดี นับว่าสื่อยังคงจับตาที่ความสดใสมากกว่าจะมุ่งทำร้ายทำลายชื่อเสียงเธอ

เย็นวันนี้หญิงสาวมีคิวถ่ายโฆษณาต่อตอนทุ่มครึ่ง ก่อนที่สาวใหญ่อย่างพอลล่าซึ่งเป็นผู้จัดการส่วนตัวจะพาไปออกรายการโทรทัศน์ชื่อดัง ชื่อเสียงเธอ ตอนนี้กำลังฮิตติดลมบน ไอ้เรื่องข่าวเสียๆ หายๆ ที่จะทำให้เสื่อมเสียจนกระทบไปถึงเรทติ้งน่ะ ไม่มีแน่นอน...

ซึ่งในวันนี้กับเมื่อครั้งที่แพททรีเซียเข้าวงการใหม่ๆ มันต่างกันมาก

‘ความดัง มันก็อยู่คู่กับความเป็นข่าวนะแพททรีเซีย ถ้าเมื่อไหร่ที่เราไม่มีข่าวบนสื่อ นักข่าวไม่สนใจเวลาเธอไปไหนต่อไหน นั่นแสดงว่า วันนั้น...ไม่ใช่วันของเธอแล้ว จำเอาไว้!’ แพททรีเซียหยุดนึกถึงคำพูดของพอลล่าในอดีต ที่บอกเล่าด้วยน้ำเสียงแบบคนช่างเม้าท์นิดหน่อย ซึ่งในเวลานั้นแพททรีเซียยังเด็กมากและเป็นเพียงนางแบบน้องใหม่ โนเนม โนบอดี้...

พอลล่าจึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อผลักดันให้แพททรีเซียได้เป็นข่าวและชิงพื้นที่สื่อให้ได้มากที่สุด เท่าที่ความสามารถของผู้จัดการส่วนตัวอย่างเธอจะทำได้

‘แล้วเป็นข่าวซุบซิบแบบนี้จะดีเหรอคะพอลล่า’ แพททรีเซียถามด้วยความไม่ประสีประสา

ซุบซิบนิดๆ หน่อยๆ ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ แต่อย่าให้ฉาว แค่ไม่มีหนุ่มฮิบฮอปย่องขึ้นเพ้นท์เฮ้าส์ หรือมีข่าวว่าหนูไปอาบแดดแบบไม่ใส่อะไรเลยที่ชายหาดกับมาเฟียตัวพ่อ ก็พอแล้วค่ะ’ พอลล่าให้เหตุผล

แต่วันนั้นกับวันนี้มันต่างกันโดยสิ้นเชิง ตอนนี้โด่งดังมีชื่อเสียงแล้ว นางแบบดาวรุ่งอย่างแพททรีเซีย ก็ต้องระวังเรื่องภาพลักษณ์มากขึ้นด้วย หญิงสาวรีบปิดหน้าจอ เพราะ ‘ข่าว’ ที่กำลังเผชิญในตอนนี้ มันควรที่จะถูกเก็บเป็นความลับมากกว่า เพราะถ้าข่าวมันบานปลายใหญ่โต เรื่องมันจะไม่จบแค่กรอบเล็กๆ อย่างที่เห็นน่ะสิ!

“Hi! แพท พี่มาแล้ว เตรียมตัวเสร็จยัง?” พอลล่าเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นพร้อมเอ่ยทักทาย กระทั่งมาหยุดที่โซฟาอ่อนนุ่มสีสวยราคาแพงและยุบตัวลงนั่งใกล้ๆ นางแบบสาวที่ว่า

“ค่ะ” แพททรีเซียตอบ มือก็ซ่อนแทบเลทไว้แทบไม่ทัน แต่ก็ยังตีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่ได้ซ่อนอะไรไว้ หากท่าทีพิรุธของหญิงสาวก็ไม่อาจเล็ดรอดสายตาของพอลล่าได้

“เราซ่อนอะไรไว้?” พอลล่าหูตาไวจะตาย เธอพบว่ามีสิ่งพิรุธ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แววตาของแพททรีเซีย เปิดเผยเกินไป

“มะ... ไม่มีนะคะ” แพททรีเซียปฏิเสธประหนึ่งว่าเป็นผู้ร้ายปากแข็ง ตีสีหน้านิ่งเฉย พยายามเก็บซ่อนความผิดปกติเอาไว้อย่างที่สุด แต่นั่นกลับไม่เป็นผลสำเร็จ

“แล้วนี่อะไร?” พอลล่าลุกขึ้น หยิบหลักฐานขึ้นมาโชว์ หน้าจอแทปเลทของนางแบบสาวมันยังคงโชว์หน้าจอเดิมที่เพิ่งอ่านไปทำให้พอลล่าเสพข่าวนั้นอย่างหงุดหงิดและเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างคาดไม่ถึง

แพททรีเซียกับนักร้องหนุ่มที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้ กลายเป็นคู่กิ๊กกันได้ยังไง?

“มีข่าวแบบนี้ได้ยังไงแพททรีเซีย?” พอลล่าถามเสียงกร้าว

“แพททรีเซียไม่ทันตั้งตัว ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดนะ แล้ววันนั้นมันเรื่องงานล้วนๆ แพททรีเซียอธิบายได้” เหตุผลของนางแบบสาว น้ำเสียงก็ดูหนักแน่น ไม่มีทีท่าว่าจะสำนึกผิดหรืออ่อนข้อต่อพอลล่าแต่อย่างใด

‘ทำผิดแล้วยังจะมาตีสีหน้าแบบนี้อีกนะยัยเด็กหัวดื้อ เดี๋ยวจะให้แก้ปัญหาเองเสียให้เข็ด’

พอลล่าคิดในใจ มันอดไม่ได้เมื่อเห็นท่าทีของหญิงสาวที่ไม่มีแววของความรู้สึกสำนึกผิดเสียด้วยซ้ำเมื่อถูกจับได้

“ไปคุยกันในรถ” พอลล่าดุอย่างหัวเสีย ก่อนที่จะเดินนำหน้าหญิงสาวออกนอกเพ้นท์เฮ้าส์ ตรงไปยังที่จอดรถแล้วบึ่งไปกองถ่ายแบบโฆษณา

พอลล่าดูแลแพททรีเซียดีมากอย่างไร้ที่ติ เพราะเธอเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง ปกป้องนางแบบดาวรุ่งเบอร์หนึ่งอย่างแพททรีเซียได้อย่างยอดเยี่ยม พอลล่าเองก็เจนวงการไม่เบา นางแบบในสังกัดภายใต้การดูแลของหล่อน ถึงจะมีน้อยแต่ก็อยู่ในระดับแนวหน้าทั้งนั้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แพททรีเซีย ตอนนี้สื่อกำลังจับตานางแบบสาวดาวรุ่งลูกครึ่งไทย-อเมริกันคนนี้ งานไหลมาเทมาจนเธอเองยังตั้งตัวไม่ทัน เชื่อได้เลยว่าแพททรีเซียยังมีอนาคตไปได้อีกไกล

‘ก็เพราะนางแบบคนอื่นน่ะเหรอ เทียบไม่ติดฝุ่นเลยด้วยซ้ำ’

แต่กับข่าวซุบซิบนี้ที่เห็น ก็คงไม่ต่างกัน งานเข้างานใหญ่ให้พอลล่าได้แก้ปัญหาอีกแล้ว!

แพททรีเซียนะแพททรีเซีย!! แพททรีเซีย ดาร์ลิง คือชื่อในวงการของเธอ

เพราะ “ข่าว” มันก็เป็นเหมือนดาบสองคมให้ทั้งคุณและโทษ ทั้งสร้างชื่อให้นางแบบโนเนมดังชั่วข้ามคืนก็จริง หากขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องมือทำร้ายให้เสื่อมเสียชื่อเสียงงานหมดเงินหดได้เหมือนกัน

ข้อเท็จจริงข้อนี้ พอลล่ารู้เป็นอย่างดี

บ้าฉิบ! รถพวกนี้มันหลุดมาจากนรกรึไง ถึงขับกันได้ห่วยแบบนี้!!” ระหว่างทางพอลล่าก็สบถไปตามทาง ชนิดที่ใครขับปาดหน้า พี่แกเป็นต้องปล่อยสัตว์เลื้อยคลานออกมายั้วเยี้ย

“เฮ้ ใจเย็นสิพอลล่า” หญิงสาวเตือน ผู้จัดการหันมามองหน้าเด็กในสังกัดแบบเหวี่ยงๆ สงสัยยังไม่หายหงุดหงิด อาจจะมีอารมณ์ต่อเนื่องมาจากข่าวซุบซิบที่เธออ่านเจอ

มันต้องชัวร์อยู่แล้วล่ะ เป็นใครจะใจเย็นเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ได้ล่ะ หากต้นสังกัดรู้ เป็นต้องคอขาด เผลอๆ งานพรีเซนเตอร์ที่กำลังจะไปถ่ายทำจะพาลยกเลิกให้

“เงียบ! แพททรีเซีย!!” พาลหันมาดุนางแบบสาวน้อยจนเธอทำได้แค่เพียงกระพริบตาปริบๆ สองครั้งก่อนจะถอนหายใจยาว ‘ความผิดเราสินะ’

“โธ่...” แพททรีเซียลากเสียงยาว

“อย่าโมโหไปเลยพอลล่า... แล้วก็ไม่ต้องซิ่งขนาดนั้นด้วย ยังไม่หายโกรธแพทหรือคะ” แพททรีเซียถามอย่างสำนึกผิด เธอไม่ได้เจตนาอยากให้มันเป็นข่าวนี่

“ยัง” ผู้จัดการส่วนตัวตอบด้วยสีหน้าปั้นปึ่ง

“แพททรีเซียขอโทษ อย่าโกรธแพทเลยนะคะ เดี๋ยวเสียสุขภาพนะ” หญิงสาวออดอ้อน

“เราน่ะไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย”

“เปล่านี่คะ” ตอบพร้อมทำปากยื่น

“เรามาเคลียร์เรื่องข่าวกันก่อนสิ” พอลล่าทำเสียงดุ

“ไม่เห็นต้องเคลียร์เลย ในข่าวไม่ได้เขียนชื่อแพททรีเซียสักหน่อย”

“คิดว่าประชาชนไม่รู้หรือไงว่าในข่าวน่ะคือเรานะแพท” พอลล่าทำน้ำเสียงประชด แล้วดุต่อ “แล้วนี่... แอบไปเจอกันตั้งแต่เมื่อไหร่? ก็รู้ๆ อยู่ พ่อนักร้องฮิปฮอบนั่นเจ้าชู้อย่างกับอะไร คบหาผู้หญิงหลายคน ดารานางแบบ เซเลบริตี้ พริตตี้ สาวไฮโซ มั่วไม่มีซ้ำหน้า แล้วเรายังเอาตัวเองเข้าไปยุ่งทำไมหา?” พอลล่าดุอย่างอ่อนใจ เมื่อรายละเอียดของข่าวคือภาพหลุดที่ปาปารัซซี่แอบถ่าย ขณะนางแบบสาวเดินควงกับพ่อนักร้องฮิปฮอปชื่อดัง ถึงจะไม่ได้ไปกันแค่สองต่อสองก็เถอะ แต่ภาพที่ออกมาแบบนั้น มันดูเสียหาย

เห็นทีพอลล่าจะมีมาตรการทำโทษแพททรีเซียให้หลาบจำแน่ๆ

“ที่ไปเที่ยวคืนนั้นพวกเราก็ไปกันหลายคนนะคะ หลังจากเที่ยวเสร็จแล้วแพททรีเซียไม่ได้ทำอย่างที่มีในข่าวสักหน่อย ไม่ได้ย่องขึ้นเพ้นท์เฮ้าส์ใคร แล้วก็ไม่ได้พาใครขึ้นเพ้นท์เฮ้าส์ตัวเองด้วย แพทคอนเฟิร์ม!” นางแบบสาวหยุดพูด พลางหันไปมองกิริยาตอบสนองต่อคำปฏิเสธของเธอ แต่อีกฝ่ายยังพ่นไฟออกทางรูขุมขน แพททรีเซียสูดหายใจเข้าลึกก่อนพูดต่อไปอีก “นักร้องคนนั้น เขามาส่งแพทถึงแค่ลอบบี้เพ้นท์เฮ้าส์ด้านล่าง แค่นั้นเองจริงๆ นะ” หญิงสาวหยุดสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้งอย่างหนักใจ

“แพททรีเซียขอย้ำนะคะ ว่าคืนนั้นก็มากันหลายคนด้วย เพื่อนๆ กันทั้งนั้น แพทกับเขา เราก็ไม่ได้จูบกันอย่างในข่าวเลยสักนิด ถ้าพอลล่าไม่เชื่อ จะเอาเพื่อนแพทมาช่วยยืนยันไหมคะ?” นางแบบสาวยืนกราน พร้อมดึงบุคคลที่สามเข้ามาเอี่ยว เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตนเอง

แต่กระนั้น ก็ไม่กล้าสบตากับพพอลล่านานๆ อยู่ดี

แหงล่ะ แพททรีเซียกลัวพอลล่าผู้จัดการส่วนตัวผู้มากล้นประสบการณ์จะอ่านความในใจของเธอออกจนหมดเปลือก

พอลล่าเป็นผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ร้ายกาจเชียวล่ะ ที่ผ่านมาโกหกทีไร นางแบบสาวเจ้าสเน่ห์อย่างแพททรีเซียมีอันโดนจับได้ทุกทีเลยเชียว

คราวนี้ ชะตากรรมก็คงไม่ต่างกัน

“พี่เชื่อเรานะ แต่ประชาชนจะเชื่อหรือเปล่า นั่นมันอีกเรื่องนะแพททรีเซีย!” พอลล่าดุเสียงดัง ตาเขียวปั๊ด คิ้วขมวดเข้าหากันเป็นเครื่องหมายอินฟินิตี้

ในที่สุดแววตาคู่งามนั้นก็โรจน์วาวด้วยความโมโห ตายแน่ๆ คราวนี้แพททรีเซียนางแบบเบอร์หนึ่งตายแน่ๆ

“...” แพททรีเซียยอมจำนนแต่โดยดี ไม่อาจตอบโต้ใดๆ ทั้งสิ้น แหงล่ะ ตอนนี้นอกจากพอลล่าแล้วสังคมคงตัดสินเธอไปแล้วเรียบร้อยสินะ!

“พี่เคยเตือนเราแล้วใช่ไหม? อยู่ในวงการต้องระวังเนื้อระวังตัว อย่าให้เป็นข่าว” ดูเหมือนความดุดันในน้ำเสียงของพอลล่าเหมือนจะลดลงบ้างแล้ว

“ก็เมื่อก่อน... เห็นพยายามให้แพททรีเซียเป็นข่าวนี่คะ” เสียงหวานย้อน หน้าหวานยังยิ้มอ่อนจนน่าจับมาตีก้น

“กับตอนนี้มันเหมือนกันเสียเมื่อไหร่” พอลล่าเกือบจะกรีด เห็นหน้าสวยตาใส บทจะดื้อก็อย่างที่เห็นนั่นล่ะ เถียงคำไม่ตกฟาก ยิ้มอ่อนหน้าตายอีกด้วยนะ มันน่ามันเขี้ยวไหมล่ะ

“แพททรีเซียรู้ค่ะ แต่คืนนั้นไม่มีอะไรจริงๆ” หล่อนอยากให้พอลล่ารับฟังคำอธิบายของเธอบ้าง

“แล้วมันมีภาพหลุดแบบนี้ออกมาได้ยังไง?” พอลล่าซักไซ้ด้วยน้ำเสียงเข้มขึง

“ไปคุยเรื่องงาน เสร็จแล้วเพื่อนๆ ก็มาส่งที่เพ้นท์เฮ้าส์ก็แค่นั้นเอง” แพททรีเซียอธิบายเหตุผลให้ผู้จัดการส่วนตัวฟังเป็นฉากๆ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องจริงที่เธอไม่ได้มีอะไรกับนักร้องฮิปฮอปมาดเพลย์บอยนั่น แต่ที่ต้องโกหกว่ามีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะคิดว่าตนเองจะโดนดุน้อยลง เพราะความอยากหนีเที่ยวแท้ๆ เลยแพททรีเซีย

“คุยงาน ทำไมต้องขึ้นเพ้นท์เฮ้าส์?”

“โธ่.... พอลล่า แพททรีเซียก็แค่ไปปาร์ตี้ พบกันบ้างอะไรบ้าง แต่คืนนั้นเราไปคุยงานด้วย และในคืนนั้น คนจัดงานออร์แกไนซ์ก็ไปด้วย เราก็คุยเรื่องงานนะคะ” คำแก้ตัวที่คู่ควรเพื่อให้ มีเรื่องงานเข้าไปปะปนบ้างอย่างน้อยโทษหนักจะได้เป็นเบา แต่ผลที่ได้ไม่เป็นไปตามคาด กลายเป็นยิ่งโดนหนักกว่าเดิมเสียอีก เมื่อพอลล่ารู้ว่ารับงานโดยที่เธอไม่รู้ไม่เห็นด้วย ก็รู้ๆ อยู่ว่ารายได้ของพอลล่ามาจากเปอร์เซนต์แบ่งจากรายได้ของนางแบบอย่างแพททรีเซีย

“ถ้าเป็นเรื่องงานทำไมไม่ให้ผู้จ้างติดต่อผ่านพี่? แล้วถ้ามันมีปัญหาขึ้นมา ใครจะปกป้องผลประโยชน์ให้? ไหนจะเรื่องผลประโยชน์ ไหนจะชื่อเสียงเราอีก คนดังระดับแพททรีเซีย ใครก็อยากรู้จัก ใครๆ ก็อยากเป็นเพื่อน เพราะตัวเธอมันสร้างผลประโยชน์ได้มากมาย คิดเหรอว่าพวกนั้นเขาจะจริงใจด้วย!!” พอลล่าได้ทีบ่น แล้วยังพาดพิงไปถึงเพื่อนๆ กลุ่มนั้น สรุปว่ากระทั่งนาทีนี้ พอลล่ายังไม่หายหงุดหงิดสินะ

“แต่ว่า...” แพททรีเซียกำลังจะอ้าปากเถียง แต่ก็ช้ากว่าปากพอลล่าอยู่ดี

“เตรียมเหตุผลไว้แก้ตัวกับผู้ใหญ่ก็แล้วกัน คนระดับผู้บริหารใช่จะหลอกได้ง่ายๆ ถ้าเขาโง่ คงไม่เป็นผู้บริหารหรอกนะ คราวนี้พี่ไม่ช่วยแล้ว” พอลล่าบอกอย่างงอนๆ เพราะแววดุดันในน้ำเสียงได้จางลงไปแล้ว

“พี่พอลล่า...” เสียงหวานครางในลำคออย่างออดอ้อน กระพริบตาปริบๆ อย่างผู้ที่สำนึกผิดเต็มเปี่ยม

“เราต้องหัดคิดหาทางแก้ปัญหาเองเสียบ้าง คราวหน้าจะได้ไม่ดื้อทำอีก” พอลล่าทิ้งท้าย

เร็วๆ นี้แพททรีเซียต้องเจอผู้ใหญ่ที่ให้การสนับสนุน แน่นอนทีเดียวว่าพวกท่านเหล่านั้น ต้องถามถึงข่าว เอาเป็นว่าแพททรีเซียต้องกลุ้มใจต่อไป ว่าจะแก้ตัวกับผู้ใหญ่ยังไงกับภาพข่าวและกระแสด้านลบที่ออกมาแบบนี้

“นางแบบดีๆ สมัยนี้ มันไม่ใช่มีแค่ความสวยแล้วจะโด่งดังโลดแล่นอยู่บนถนนสายนี้ได้นานนะ ต้องเป็นคนดีทั้งในและนอกจอด้วย มันถึงจะอยู่กันได้ยาว เข้าใจนะ”

“แพททรีเซียเข้าใจแล้วค่ะ อย่าอารมณ์เสียเพราะแพททรีเซียเลยนะ ดูสิเดี๋ยวรอยย่นขึ้นไม่รู้ด้วยนะ”

“มีเรื่องให้พี่ปวดหัวอยู่เรื่อย... ความดังเป็นภัยจริงๆ เลย” พอลล่าเป่าปากอย่างเสียอารมณ์

“หรือจะให้แพททรีเซียกลับไปเป็นนางแบบโนเนมเหมือนเดิม เอาไหมละคะพี่พอลล่า” หญิงสาวแกล้งหยอก

“ตัวแสบ! ถ้าแบบนั้นพวกเราจะเอาอะไรกินล่ะ? คิดสิจ๊ะ คิด!” ดุแล้วก็ถอนหายใจยาว

“งั้นก็อย่าอารมณ์เสียสิคะ ดังมากก็เรื่องมากงี้แหละ” แพททรีเซียสรุปเอาเองอย่างอารมณ์ดี จนอีกฝ่ายอดหมั่นไส้ไม่ได้ นี่ถ้าไม่ติดว่ามือบังคับพวงมาลัยรถละก็ เป็นได้หยิกแม่สาวตัวแสบสักทีสองทีให้หายมันเขี้ยวไปแล้ว

“เรอะ?” ได้แต่หันหน้ามาส่งเสียงได้แค่นั้น

“น่านะ พอลล่า... ที่สำคัญอย่าอารมณ์เสียก็พอ เดี๋ยวเสียสุขภาพจิตนะคะ” แพททรีเซียแกล้งแหย่แกมออดอ้อนจนพอลล่าเริ่มคลายความหงุดหงิดลง ด้วยความใจอ่อน

“อืม... มันก็จริงนะ” พอลล่ารู้สึกตัวคิดได้ แล้วอารมณ์จึงเย็นลง การขับรถถูกบังคับในระดับความเร็วปกติ จากนั้นไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงที่หมาย จอดรถเสร็จเรียบร้อย ไม่นานก็พาตัวเองขึ้นไปยังห้องสตูดิโอเพื่อถ่ายทำต่อไป

“นั่น มากันแล้ว” ทีมงานทักขึ้น ทุกคนมีสีหน้าลิงโลดดีใจ ดูจากแววตา สีหน้าอารมณ์แล้ว คงรอนางแบบคนเดียวแน่ๆ

“นางแบบดังก็ดีอย่างงี้ล่ะนะ จะมาเมื่อไหร่ก็ได้... เพราะยังไงใครๆ ก็ต้องรอ” เสียงเล็กแหลมพูดขึ้นเหน็บแนมจนหญิงสาวต้องหันมามองสบตา

“ไปว่าแพททรีเซียมันก็ไม่ถูกนะคะ รู้มาว่าเขาประสานงานพลาด ไม่มีใครแจ้งล่วงหน้า” เพื่อนนางแบบคนหนึ่งพูดเข้าข้างราวกับพยายามจะปกป้องแพททรีเซีย

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มาสายซะค่อนวันแบบนี้ ไม่ได้เรื่อง” นางแบบรุ่นพี่ยังไม่ปล่อยวาง ยังคงคาดโทษนางแบบสาวรุ่นน้อง ที่นับวันความโด่งดังจะแซงหน้าไปหลายช่วงตัว

“ทำไงได้ล่ะคะ มาสายแค่ไหนพวกเราก็ต้องรอเธอ เธอเป็นนางแบบนิ่” นางแบบสาวรุ่นเล็กรับบทตัวประกอบเล็กๆ พูดสนับสนุนขึ้น น้ำเสียงราวน้อยเนื้อต่ำใจตัวเอง เพราะนางแบบบางคนมีผลงานมานานปีแต่ก็ไม่ดังอย่างเธอ

บางคนก็ต่อว่าด้วยสายตา คงคิดสินะว่าเป็นถึงนางแบบดัง มาสายได้ยังไง แต่บอกแล้วไง แพททรีเซียไม่แคร์ ไม่ใช่ความผิดของเธอสักหน่อย แล้วอย่าหวังว่าจะได้ยินคำ “ขอโทษ” จากแพททรีเซีย

“มาทันพอดีแพททรีเซีย” ทีมงานคนหนึ่งทักขึ้น เมื่อเห็นนางแบบสาวมาถึง เขาก็รู้ว่าเพราะอะไรแพททรีเซียและพอลล่าถึงมาช้า ทำให้ทุกคนต้องรอ ก็ฝ่ายประสานงานย้ายสถานที่ถ่ายทำแล้วไม่แจ้ง เหมือนมีใครจงใจแกล้งอย่างนั้นล่ะ

“ค่ะ ขอโทษที่มาสายนะคะ” พอลล่าออกตัวอย่างสำนึก จากนั้นการถ่ายทำรายการก็ดำเนินไป

หลังถ่ายงานเสร็จ ทีมงานทยอยกลับกันหมดแล้ว ส่วนแพททรีเซียหลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ก็เดินไปรอพอลล่าที่จุดนัดพบ

ทันใดนั้น ร่างบางก็ลอยหวิวยากจะทานแรงของอีกฝ่ายได้ไหว เมื่อถูกออกแรงดึงอย่างแรงเข้าไปยังที่มุมมืดมุมหนึ่งใกล้ๆ บริเวณห้องแต่งตัวฝั่งตรงข้ามที่อิริคเข้าล็อคตัวเธอเมื่อเช้า หญิงสาวดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ดิ้นขัดขืนอย่างสุดกำลัง

‘คราวนี้เขาจะทำอะไรกับเธออีก?’ หญิงสาวคิดในใจว่าคนที่ทำเลวๆ แบบนี้ไม่น่าจะเป็นใครไปได้ นอกจากอิริค

ในขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงกลุ่มคนสักห้าหกคน เอะอ่ะมาจากด้านนอก ซึ่งไม่น่าจะไกลนัก

“มันหนีไปทางไหนวะ?” เสียงมีพลังอำนาจ ฟังดูยังรู้สึกน่าเกรงขาม

“ไม่น่าจะไปไหนได้ไกล”

“มันบาดเจ็บด้วย คงหนีไม่ถนัดนักหรอก”

“แม่งเอ๊ย! ตอนกลางคืนมันเสียตรงนี้ หารอยเลือดไม่เจอ เลยไม่รู้มันไปทางไหน”

“แต่ฉันแน่ใจมันหลบเข้ามาในนี้ล่ะ”

“เอาเว้ย! ค้นให้ทั่ว”

“หยุด!”

“แกคิดว่า มันจะเข้าไปซ่อนตัวในนั้นไหมวะ?”

“มันจะเข้าไปให้คนในนั้นแจ้งตำรวจจับมันหัวโตเหรอลูกพี่ คนดีๆ ที่ไหนจะโดนยิงเลือดโทรมกายขนาดนั้น”

“ฉันว่าที่เอ็งพูดมันก็ถูก” เสียงห้าวกังวาลหยุดเว้นจังหวะ ทุกคนตั้งใจรอฟัง “เอ้า! งั้นค้นแถวนี้ให้ทั่ว”

“ครับนาย” ว่าแล้วคนกลุ่มใหญ่สักห้าหกคนก็กระจายกำลังกันค้นหาบุคคลเป้าหมาย

ร่างบางอึดอัดในที่แคบ หายใจลำบากและมีร่างสูงโปร่งเต็มไปด้วยไอร้อน บดเบียดกดบังคับร่างบางเอาไว้

แพททรีเซียหมดสิ้นหนทางที่จะขยับเขยื้อน ความมืดที่ปกคลุมไปทั่ว หญิงสาวจึงไม่อาจคาดเดาได้ว่าสิ่งที่ตนกำลังเผชิญคืออะไรกันแน่

เสียงส้นสูงเดินด้วยจังหวะรวดเร็ว ถี่ยิบ และกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

“แพท! แพททรีเซียอยู่ไหนเนี่ย” เสียงเรียกชื่อเธอจากพอลล่า ดังอยู่ในระยะไกล “เปลี่ยนชุดเสร็จหรือยังแพท? ดึกมากแล้ว” เสียงฝีเท้าหยุดเดิน “เอ... ทุกทีก็ไม่เห็นจะนานนี่นา” พอลล่าพึมพำ

“ยะ... อยู่นี่คะ...” พูดยังไม่ทันจบประโยคดีด้วยซ้ำ ปากอุ่นร้อนก็ทาบลงมาบนริมฝีปากนุ่มหวาน ของหญิงสาวโดยที่เจ้าตัวยังไม่อนุญาต เขาจงใจใช้วิธีนี้ปิดปากหล่อน

หญิงสาวเม้มปากแน่น ความมืดรายรอบ หญิงสาวไม่อาจรู้ว่า บุคคลที่กำลังรุกรานหล่อน คือใคร...

ปากบางถูกทาบทับ แนบสนิท จนไม่อาจส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากใครได้เลยแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าหญิงสาวต่อต้าน เปี่ยมพยศ เขาจึงใช้เพียงริมฝีปากจดกัน แต่ก็สุภาพพอที่จะไม่ส่งลิ้นร้อนฉ่ารุกรานเธอให้เสียหาย

หัวใจของหญิงสาวตื่นกลัว เต้นระทึกไม่เป็นจังหวะ... ในสมองมีเพียงคำว่า...

ฉันกลัว!

ตอน 2

นิวยอร์กมหานครไม่เคยหลับใหล ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่าน แต่มันยังมีบางพื้นที่ในซอกหลืบของตึกสูงระฟ้า ที่เป็นที่ปลอดผู้คน และเหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นแหล่งก่ออาชญากรรมอุกฉกรรจ์

“มันบาดเจ็บ...” เจ้าของเสียงกังวานหยุด มองสำรวจไปทั่วบริเวณอย่างละเอียดลออ “มันหนีไปไหนไม่ไกลหรอก”

“เจ็บขนาดนั้น มันน่าจะกลายเป็นศพซะก็ดี”

“ยังหาศพมันไม่เจอ อย่าวางใจเด็ดขาด”

“ถ้ามันตาย ต้องมีคนเจอศพ”

“นั่นสิ ยังไม่มีเบาะแส หรือว่ามีคนช่วยมันไว้?” อีกคนสันนิษฐาน

“ใครจะยื่นมือไปช่วยเศษสวะอย่างมันวะ!”

“นั่นสิ หน้าโหด ร่างกายบึกบึนอย่างกับโจร ใครจะช่วยมัน”

“ไม่ก็แจ้งตำรวจจับมันน่ะสิ คงคิดว่าเป็นพวกค้ายาหรือโจรปล้นธนาคารที่ถูกตำรวจไล่ล่า”

“ฮ่าๆ กูก็ว่าอย่างนั้นละว่ะ แต่ถึงมันจะใกล้ตาย ยังไงพวกเราก็ต้องหาศพมันให้เจอเว้ย”

“เอาศพมันไปแลกรางวัลกับนายหรือไงลูกพี่?”

“งานนี้มีสองอย่างเว้ย ถ้าไม่ได้รางวัลพวกเราก็จะกลายเป็นศพแทนมันน่ะสิเว้ยเฮ้ย! แม่ง! ริจะลอบยิงท่านประธานใหญ่ มันสมควรตายอย่างหมาข้างถนน” พูดจบ เจ้าของเสียงก็บ้วนน้ำลายลงพื้นอย่างกักขฬะ

“แต่ในย่านนี้ก็เล็กนิดเดียว ถ้ามีคนเห็นมันหนีเข้ามาในนี้ ทำไมเรายังไม่เจอมันอีกล่ะลูกพี่?”

“ไม่เจอก็รีบไสหัวไปหามันเข้าสิโว้ย! ก่อนที่ใครจะมาช่วยมันจำไว้! ไป๊ ออกไล่ล่าหามันให้เจอ!” นักเลงที่ดูท่าแล้วจะเป็นลูกพี่อายุเยอะสุดตะคอกเสียงออกคำสั่ง ก่อนที่ลูกสมุนคนอื่นๆ จะแยกย้ายกันอุตลุตเพื่อออกไล่ล่าตามหาคนบาดเจ็บเป้าหมายที่นักเลงพวกนี้ออกตามหาไล่ล่า

เพียงไม่นานความมืดแห่งรัตติกาล ก็โอบกอดมุมหนึ่งในมหานครนิวยอร์กเอาไว้อย่างเงียบเชียบ ซอกตึกที่ปกคลุมกลบร่างสูงโปร่งหากทว่าร่างกายสะบักสะบอมบอบช้ำและโรยแรงด้วยพิษบาดเจ็บจากกระสุนประทุทะลวงร่างกายหลายจุด เหงื่อผุดพรายโทรมกายอีกทั้งใบหน้าชุ่มเปียก มือหนาใหญ่กุมผ้าหนาอุดแผลเพื่อห้ามเลือดที่พวยพุ่งออกจากร่างดุจน้ำพุร้อน ส่งกลิ่นคาวคลุ้ง ชวนคลื่นเหียนอาเจียน เลือดแดงฉานไหลทะลักออกมาจากแผลที่ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสนั้นเป็นระยะ ร่างใหญ่หายใจหอบโหย กัดริมฝีปากแน่นราวสะกดกลั้นความเจ็บปวดที่กำลังจู่โจมเจียนตาย

ร่างเจ็บหายใจรวยรินเพราะพิษบาดแผล ที่ตอนนี้เจ็บปวดจนชา มันเกินความเจ็บปวดไปเสียแล้ว นาทีนี้เป็นหรือตาย เท่ากัน

‘ฉันต้องไม่ตาย... ต้องไม่เป็นไร!’

ร่างแกร่งกัดฟันกรอด อดทนต่อสู้กับความเจ็บปวด

ท่ามกลางความมืดมิด ได้ยินเพียงเสียงสายลมแผ่ว กระทบใบไม้ร่วง ร่างสูงโปร่ง ถอนจูบจากริมฝีปากบางอย่างอ่อนโยน... แผ่วเบา... และรู้สึกผิด

‘อย่าส่งเสียง... และขอโทษที่จูบคุณ’ เสียงกระซิบเป็นภาษาอังกฤษ ฟังดูบงการ ทว่าเจือไปด้วยแววแห่งความเจ็บปวด ทรมาน แพททรีเซียยังคงอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นราวมีพายุจู่โจม

“...” หญิงสาวนิ่งเงียบ ยังอยู่ในอารมณ์ตกตะลึง

“Help!Help me! please” ชายหนุ่มกัดฟันแน่น ร้องขอความช่วยเหลือด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

แพททรีเซียแปลสิ่งที่เขาพูดได้ว่า ‘ที่ทำไป... เพราะไม่อยากให้คุณร้องโวยวาย ผมได้รับบาดเจ็บ กำลังหนีการตามล่าจากคนร้าย มือของผมเต็มไปด้วยเลือดจึงต้องใช้วิธีนี้ ได้โปรดช่วยผมด้วย”

น้ำเสียงขาดห้วงของเขา ฟังแล้วเห็นได้ชัดว่าเป็นผลมาจากอาการบาดเจ็บในสภาพที่สาหัสเต็มทน

เขาถูกยิง!

หญิงสาวเห็นเงาร่างอันสูงโปร่งของเขา จากแสงไฟเพียงเล็กน้อยที่สาดส่องมา ก่อนผละออกและค่อยๆ ทรุดร่วงลงแทบเท้าของหล่อน

“คะ... คุณ! คุณอย่าตายนะ!! ตะ... ตกลง ฉันจะช่วย แต่คุณรอฉันที่นี่ ฉันจะไปตามคนมาช่วย!” เสียงหวานเปล่งออกไปอย่างคนบ้าคลั่งเมื่อร่างโปร่งฟุบลงหมดสติอยู่แทบเท้าอย่างไร้หนทาง

ห้องน้ำในเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรูของแพททรีเซีย ขณะนี้ได้ถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นห้องผ่าตัดเล็กของชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคม ดูงดงามสมบูรณ์แบบดุจเทพเจ้ากรีก คิ้วหนา ดวงตาคมกริบเหมาะกับจมูกโด่งชูชันคมสัน เป็นความลงตัวโดยแท้เท่าที่บุรุษเพศพึงมี ปลายคางถูกจับจองไปด้วยตอเคราที่เริ่มครึ้มเขียว หากทว่าตอนนี้ใบหน้าคมหล่อนั้น กลับมีสีซีดเผือดจากภาวะทางร่างกายที่เสียเลือดอย่างมากเป็นเวลานาน

ชายหนุ่มมองเงาสะท้อนในกระจกเงาของตนที่กำลังขบกรามแน่น เพื่ออดทนต่อความเจ็บปวดของพิษกระสุน สำลี แอลกอล์ฮอล์ถูกเช็ดไล้ลูบมาช้าๆ ที่รอบปากแผลที่มีเลือดข้นทะลักออกมาอยู่เนือยๆ มือหนาใหญ่จุดไฟที่ปลายเทียนและยื่นปลายแหลมเล็กอันคมกริบของมีดเล่มเล็ก ลนไฟเพื่อใช้เพลิงความร้อนฆ่าเชื้อ ไม่เพียงแค่จากประสบการณ์หากทว่ามันคือสัญชาติญาณของคนที่ไม่รู้จักความตายอย่างเขา

อดีตนาวิกโยธินมาสู่นักฆ่ามืออาชีพผู้ถูกฝึกมาอย่างเจนโลกต่างหาก ขั้นตอนการผ่าตัดเล็ก สะกิดเม็ดกระสุน ที่ฝังแน่นเหนือไหล่ขวาของตนเอง นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่วิถีกระสุนและจุดที่โดนยิงครั้งนี้ มันทำให้เขาไม่ค่อยถนัดและทุลักทุเลอย่างยิ่ง

ร่างกายของเขาเริ่มชาไปทั้งตัวเพราะพิษบาดแผลความเจ็บปวดจนเกินเจ็บ แผลแค่นี้เขาไม่ยี่หระสักเท่าไร แต่ที่อ่อนแรงลงไปมากนั่นเป็นเพราะการเสียเลือดมาก ภาวะขาดความสมดุลของน้ำ น้ำตาลและเลือดในร่างกายมากกว่า

เวลาผ่านไปเกือบ 3 ชั่วโมง

“คุณต้องช่วยผม”

“ช่วย?” หญิงสาวเสียงอึกอัก หล่อนเป็นนางแบบนะ ไม่ใช่นางพยาบาล

“เย็บแผลให้ผมที”

“หา? ฉะ... ฉันทำไม่ได้หรอก” ตอบเสียงสั่น

“คิดว่าผม เป็นหนังจระเข้สิ ผมไม่เจ็บหรอก” เขาหยุดจ้อง ดวงตาที่สั่นระริก เต็มไปด้วยแววแห่งความกลัว

หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นอย่างชั่งใจ

“แต่ถ้าคุณไม่ทำ... ผมตาย” เขาบอก เสียงเขาหนักแน่น สม่ำเสมอ แต่ความเจ็บร้าวซ่อนอยู่ในนั้นลึกเหลือเกิน หญิงสาวตัดสินใจ ลงมือด้วยหัวใจรัวระทึก เธอทำมันเป็นครั้งแรก ด้วยความระมัดระวัง ความประหวั่นพรั่นพรึงยังไม่จางหาย

ในที่สุดฝีเข็มสุดท้ายก็เสร็จสิ้น เขาหยัดร่างที่บาดเจ็บขึ้น เดินออกจากห้องน้ำด้วยความยากลำบาก เจ็บปวดจนชาไปหมดแล้วทั้งตัวแม้ลมหายใจก็หอบถี่ เพราะมันสะเทือนแผลทุกครั้งที่สูดลมหายใจเข้าออก

“คุณ!” เสียงแพททรีเซียร้องขึ้น ชายหนุ่มตรงหน้า อยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน ร่างแกร่งมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียว ใบหน้าคมกริบชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ อาจจากภาวะความเจ็บปวดของร่างกาย

“คุณเป็นยังไงบ้าง?” แพททรีเซียถามอาการร้อนลน

“หน้าคุณซีดหมดแล้ว จะไม่ไปโรงพยาบาลจริงๆ หรือคะ? ฉะ... ฉันกลัว”

“ไม่ นั่นไม่ปลอดภัยสำหรับผม” เขาตอบ

“ละ... แล้วจะทำยังไงดี? คุณแน่ใจว่าตัวเองจะรอดไหมเนี่ย?” แพททรีเซียตื่นตระหนก

“ผมคงต้องพักกับคุณสักพัก... จนกว่าแผลจะดีขึ้น” เขาขอร้องเสียงพร่า

“ไม่ได้นะ!” แพททรีเซียแผดเสียง

ทำแบบนั้นไม่ได้ นางแบบเบอร์หนึ่งอย่างแพททรีเซียจะมีผู้ชายมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกันได้ยังไง

“งั้น พาผมไปส่งที่เดิมที่คุณพบผมจมกองเลือดก็ได้” น้ำเสียงเรียบนิ่งเย็นชา จนคนฟังเป็นฝ่ายสะท้านเสียเอง

“ไม่นะ ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก ให้พาไปทิ้งไว้แบบนั้นก็เท่ากับว่าพาคุณไปตายน่ะสิ”

“แล้วคุณต้องการแบบไหน?”

“โอ้ย... ปวดหัวจริงๆ เลย ทำไมฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยนะ”

ชายหนุ่มหน้านิ่ง แววตาอิดโรยปากซีดเซียว เขาพาร่างโทรมๆ เดินตามหญิงสาวที่กำลังพยุงเขาไปนอนพักฟื้นชั่วคราวในห้องนอนของเธอเอง ร่างโปร่งทรุดยวบลงบนที่นอนหนานุ่มที่มีกรุ่นกลิ่นน้ำหอมจากตัวหญิงสาวแต่เพียงอ่อนๆ

จากนั้นแพททรีเซียจึงจัดระเบียบร่างกายของเขาในท่านอนที่สบายปกติ

“พักตรงนี้ล่ะ”

“โอ๊ะ” ชายหนุ่มร้องเจ็บเพราะการเคลื่อนกายมันบากเสียดลึกไปถึงแผล

“ตายละ มีเลือดซึมออกมาจากแผลด้วย” แพททรีเซียตกใจ

“ไม่เป็นไร อย่าห่วง”

“คุณจะดีขึ้นใช่ไหม?” แพททรีเซียถามเสียงสั่นเพราะไม่เคยเห็นคนเจ็บปางตายขนาดนี้มาก่อน

“ปล่อยผมได้พักสักครู่” ชายหนุ่มร้องขอ ก่อนที่หญิงสาวจะวางมือจากเขาและมองสำรวจไปทั่วทั้งร่างโปร่งนั้น ก็ได้ความคิดว่าถ้าเขาได้เสื้อผ้าที่สวมใส่ง่ายๆ คงดีและไม่กระทบกับรอยแผลที่บาดเจ็บ

“ฉันว่าคุณน่าจะใส่กางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวได้นะ คนตัวโตๆ อย่างคุณ คงหาเสื้อผ้าใส่ยาก พอดีว่าฉันชอบใส่บ็อกเซอร์นอนน่ะเลยพอมี ไว้มีเวลาฉันจะไปหาซื้อเสื้อผ้ามาให้คุณก็แล้วกัน โอเคมั้ย?” แพททรีเซียพูดขึ้น

เขาพยักหน้ารับรู้ขณะที่สีหน้าซีดเผือดลงไปเรื่อยๆ เหงื่อยังคงผุดพรายไปทั่วไรผมของเขา

“คุณนอนพักในห้องของฉันก็แล้วกัน เพราะอีกห้องเป็นของพอลล่า” แพททรีเซียพูดจบเขาก็ขยับปากจะพูด

“แพททรีเซีย...”

“คะ”

“ผมติดหนี้ชีวิตคุณ... แพททรีเซีย” สุดเสียงเอ่ย เขาก็ทนความเจ็บปวดที่เริ่มแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายไม่ไหวจนหมดสติลงไปต่อหน้าต่อตานางพยาบาลเฉพาะกิจอย่างหล่อน

“คะ... คุณ! คุณคะ!” แพททรีเซียเรียกเขา ตายล่ะเขาเป็นใคร มาจากไหน เป็นคนดีหรือคนร้ายก็ไม่รู้ ตอนนี้เขาอยู่ในห้องเธอเสียแล้ว

ตอน 3

หลังจากค่ำคืนสุดเร้าระทึกผ่านพ้นไป แพททรีเซียตื่นนอนในตอนเช้าก็เดาว่าตัวเองคงผล็อยหลับไประหว่างนอนเฝ้าอาการของชายหนุ่มนิรนาม แต่เมื่อมองเห็นอะไรได้กระจ่างขึ้นก็พบว่าคนบาดเจ็บลืมตาตื่นอยู่ก่อนแล้ว และขณะนี้กำลังมองจ้องหล่อนอย่างไม่อยากละสายตาหนีไปทางไหน

“คุณตื่นนานแล้วเหรอ?” แพททรีเซียถามขึ้นสีหน้าเริ่มไม่พอใจ เขาตื่นมาแอบดูเธอหรือยังไง

‘แย่มากนะคุณ รู้แบบนี้ ปล่อยให้ตายเพราะเลือดหมดตัวเลยดีมั้ย’

หญิงสาวนึกตำหนิแต่ก็รู้สึกแปลกๆ ที่มีคนมาจ้องตอนเธอหลับ ก็ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับนางแบบดังนี่นา

“ก็ตื่นก่อนคุณไม่กี่นาที” เขาตอบ สีหน้าของเขาเริ่มดีขึ้นกว่าเมื่อคืนมาก คงไม่ตายง่ายๆ แล้วกระมังหญิงสาวคิดในใจ ‘อีตานี่ไว้ใจได้ไหมนะ’

“อาการคุณเป็นยังไงบ้าง เจ็บมากไหม?” แพททรีเซียถามขึ้น พร้อมกวาดตามองเพื่อสำรวจบนร่างแกร่งกำยำตรงหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น ที่ดูๆ แล้วน่าจะผ่านการต่อสู้มาอย่างสาหัสสากรรจ์

“มันร้าวไปหมดเลย แต่ทนได้” เขาตอบน้ำเสียงไม่ยี่หระเพราะถูกฝึกมาให้อดทน และห่างไกลความตายอย่างช่ำชอง

“งั้นก็ดีแล้ว คุณต้องดีขึ้นแน่ๆ เดี๋ยวฉันไปทำอะไรให้กินนะ เสร็จแล้วฉันจะได้ไปทำงาน” หญิงสาวบอก เขายังคงมองเธอแน่วนิ่ง ดวงตาคมคู่นั้นเจือแววรู้สึกขอบคุณในความเมตตาของหญิงสาวตรงหน้า โดยไม่มีความรู้สึกอื่นใดแอบแฝงแม้แต่น้อย

“ครับ” เขาตอบ ก่อนที่แพททรีเซียจะลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปเตรียมอาหารตามที่พูดไว้ จากนั้นไม่นานหล่อนก็กลับเข้ามาพร้อมอ่างน้ำเย็นและผ้าขนหนูผืนเล็กลายคิตตี้น่ารัก

“เช็ดหน้าก่อน คุณจะได้สดชื่น แล้วเดี๋ยวค่อยกินข้าวต้ม” แพททรีเซียบอก หยุดเว้นช่วงมองเขาครู่หนึ่ง “คุณคง... ยังไม่หิวมากหรอกนะ ใช่มั้ย?” หล่อนถามขณะวางอ่างน้ำเย็นขนาดเล็กลงที่โต๊ะข้างหัวเตียง ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำเย็นและเช็ดเบาๆ บริเวณแก้มสากที่ตอนนี้ครึ้มไปด้วยเคราเขียวและดวงหน้าที่ดูเข้มดุ เมื่อปราศจากรอยยิ้มแต่พยักหน้าหงึกๆ เป็นเชิงตอบว่า เขามันไม่ใช่พวกผู้ชายเห็นแก่กิน ที่ตื่นนอนก็หิวเลยสักนิด

“ผมเช็ดเอง” เขาพูดขึ้น พร้อมส่งมือไปแย่งผ้าขนหนูจากมือนุ่มนิ่มของหญิงสาว มันทันได้แตะสัมผัสกันเพียงพาดผ่าน หากเกิดความสะท้านหวั่นไหวเบาๆ ได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฝ่ายหญิงที่หล่อนแทบไม่มีโอกาสได้อยู่กับชายแปลกหน้าอย่างใกล้ชิดตามลำพังแบบนี้

“คุณถนัดหรือคะ? ถ้าเก่งขนาดนั้นก็ดีสิ นี่แผลก็เพิ่งจะผ่าเมื่อคืนเลือดยังมีซึมออกมาอยู่เลยยังจะอวดเก่งอีก” แพททรีเซียดุในฐานะผู้มีพระคุณได้ไหมนะ

“ผมดีขึ้นแล้ว คุณไปเถอะ” เขาพูดเหมือนไล่แล้วก็ละสายตาจากหญิงสาวไปใส่ใจกับการเช็ดเนื้อเช็ดตัวแทน

“งั้นฉันไปเอาข้าวต้มมาให้” ทันทีที่พูดจบ หล่อนก็หายเข้าไปในครัวเป็นเวลาพักใหญ่ ก่อนออกมาพร้อมกับชามข้าวต้มส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเป็นอย่างยิ่ง หล่อนวางลงบนโต๊ะหัวเตียง ก่อนจะรับผ้าขนหนูมาเก็บ

“กินเองได้หรือเปล่า?” เสียงหวานถามด้วยกิริยาเรียบนิ่ง

“ไม่ถนัด” ถามคำตอบคำอย่างกับกลัวว่าจะมีดอกพิกุลร่วงออกมาจากปากหยักสวยนั่นเสียจริง ผู้ชายคนนี้ปากสีแดงสดตามธรรมชาติของสีผิวของเขา แลดูมีสุขภาพดี ร่างกายเขา... คงแข็งแรงน่าดู เพราะโดนกระสุนเจาะขนาดนี้ ยังเอาชีวิตรอดมาได้ ถ้าไม่ใช่ไอรอนแมนก็ต้องร่างกายดีสุดๆ หญิงสาวเดาเล่นๆ

“เมื่อกี้ยังทำเก่ง” เธอแกล้งดุเขาเพื่อกลบเกลื่อน เพราะรู้เท่าทันความคิดตัวเองว่าเริ่มใช้สายตามองสำรวจรูปร่างหน้าตาเขาอย่างซุกซนมากเกินไปแล้ว

“มันเหมือนกันเสียที่ไหน” เขาตอบยาวกว่าประโยคที่แล้วมานิดหนึ่ง!

“ก็ได้... ฉันจะป้อนให้” หล่อนนั่งลงข้างตัวเขา ข้าวต้มถูกป้อนเข้าปากเขาทีละคำ กลิ่นหอมกรุ่นชวนหิว ไอร้อนๆ ยังระเหยวนเวียนอยู่เหนือชาม จนหญิงสาวต้องตักขึ้นมาเป่าให้มันเย็นลงก่อนส่งเข้าปากเขา

ปากหยักสวย สีแดงเข้มตามธรรมชาติ ราวกับว่าเขาไม่เคยแตะต้องบุหรี่หรือซิกการ์เลยทีเดียว ข้าวต้มพร่องลงไปอย่างมาก ในที่สุด เขาก็พูดขึ้น

“อิ่มแล้วครับ” ดวงตาคมเข้มหากเจือแววเย็นชา มองจ้องเธอแน่วนิ่ง “ขอบคุณ” เขาเอ่ยเรียบเรื่อย

“งั้น... ฉันเตรียมตัวไปทำงานก่อน” แพททรีเซียสั่งทิ้งท้าย ก่อนที่จะลุกเดินออกจากห้องไป

คนเจ็บเอนตัวลงนอนพักผ่อน และเคลิ้มหลับไปในที่สุด จากนั้นไม่นานหญิงสาวก็ขับรถสปอตมาถึงกองถ่ายซีรี่ส์เรื่องดังที่เธอเป็นนักแสดงรับเชิญด้วยตัวเอง

วันนี้พอลล่าไม่ได้มารับเหมือนเช่นทุกวัน เพราะกลัวเรื่องซ่อนคนเจ็บไว้ที่เพ้นท์เฮ้าส์จะไม่เป็นความลับอีกต่อไป ในคืนนั้นพอลล่ามีบทบาทในการตัดสินใจอย่างมาก ช่วยกันพาร่างบาดเจ็บของเขากลับมารักษาอย่างทุลักทุเล

‘แพททรีเซียไปทำงานเองนะวันนี้ พี่จะไปหาคนมาช่วยดูอาการพ่อหนุ่มนั่น’

‘จะดีเหรอคะพี่พอลล่า มีคนรู้มากขึ้น เรื่องมันจะไปกันใหญ่นะคะ’

‘ไม่หรอกจ้ะ พี่มีคนที่ไว้ใจได้’ พูดจบก็ระบายรอยยิ้มให้หญิงสาว พร้อมเอื้อมมือไปลูบผมของแพททรีเซียเป็นการแสดงความเอ็นดูเพื่อให้หญิงสาวอบอุ่นมั่นใจ

หญิงสาวอยู่ในห้วงคำนึงตอนที่ปรึกษากันกับพอลล่าเรื่องคนเจ็บตัวปัญหา ระหว่างเท้าก็ก้าวเดินจนไปถึงห้องรับรองนักแสดง

“น้องแพทมาแล้ว มาแต่งหน้าทำผมก่อนนะคะ” ช่างแต่งหน้าเดินเข้ามารับหล่อนไปนั่งประจำที่ พร้อมเริ่มแต่งหน้าทำผมให้นางแบบสาว ที่วันนี้มาเล่นละครซีรี่ส์ประเดิมด้วยการเป็นดารารับเชิญก่อนและผลงานต่อไปอาจจะได้รับบทนางเอก

“ขอบคุณค่ะ” เสียงหวานตอบพร้อมรอยยิ้มอ่อนบาง

“เบาๆ ค่ะน้องแพท นั่งนิ่งๆ นะคะเดี๋ยวหน้าเลอะ” ช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองร่างอวบแต่หน้าสวยจนหญิงแท้ต้องอาย เมื่อเห็นแพททรีเซียท่องบทแล้วก็ออกแอคติ้งไปด้วยหน้าสวยๆ หวานๆ ของเธอจึงเอียงไปมาทำให้แต่งหน้าไม่ถนัดนัก

“งั้นแพทจะนั่งนิ่งๆ ให้พี่แต่งหน้าเสร็จก่อนดีกว่า” แพททรีเซียไม่แค่พูด แต่หล่อนวางบทลงที่หน้าตัก นั่งนิ่งๆ ตามที่พูด จนกระทั่งช่างแต่งหน้ายิ้มกว้างด้วยความพอใจ

“ดีจ้ะ น่ารักมาก” ช่างแต่งหน้าเอ่ยชม

“ช่วยเน้นบริเวณใต้ตาแพททีนะคะ” นางแบบสาวร้องขอ

“พี่ก็ตั้งใจอย่างนั้นล่ะ แล้วไปทำอะไรมาละคะ? เหมือนคนนอนไม่พอ ดูสิ ตัวเป็นนางแบบ ตาเป็นแพนด้า” ช่างแต่งหน้าได้ทีพูดหยอกจนแพททรีเซียระบายรอยยิ้มออกมาอย่างเนือยๆ

แหม... ช่างเดาจริง ก็นอนไม่เต็มอิ่มน่ะสิ ใครจะรู้ว่าชีวิตของซุปเปอร์โมเดลสาวจะเจอกับชายแปลกหน้าเลือดโชกตัวมาแบบนั้น แล้วนี่ดูสิ สุดท้ายหล่อนต้องรับอุปการะ

เอ๊ะ หรือจะเรียกว่ารับเลี้ยงให้ที่พักพิงดีล่ะ

ตอนนี้หล่อนกับพอลล่ายังเฝ้าภาวนาอยู่เลยว่า ผู้ชายคนนั้น

‘ขออย่าเป็นโจรก็พอ’

“พอดีเมื่อคืนแพททรีเซียนอนดึกน่ะค่ะ ตาก็เลยโบ๋เป็นแพนด้ามาเลย” แพททรีเซียตอบเพราะรู้ตัวว่าสภาพหน้าตาของตนในวันนี้ดูเพลียๆ ไม่สดชื่นคงแต่งหน้ายากพอสมควร

“ไม่ต้องห่วงค่ะน้องแพททรีเซีย ฝีมือดัชนีนางขั้นเทพขนาดนี้แล้ว อีกอย่างน้องแพททรีเซียสวยออกขนาดนี้แต่งเบาๆ ก็สวยค่ะ” ช่างแต่งหน้าคนสวยยังหยอดคำหวานชม

“ขอบคุณค่ะ”

“แหมๆ ก็นี่ขนาดไม่แต่งอะไรเลยยังสวยกว่านางฟ้าอีกนะคะเนี่ย”

“ชมแพทมากไปแล้วนะคะ” แพททรีเซียถ่อมตัวออกอาการเขินอาย ขณะที่แพททรีเซียกำลังแต่งหน้าทำผม พอลล่าก็เดินเข้ามาเห็นนางแบบสาว กำลังนั่งท่องบทไปพลาง ในขณะที่ถูกแต่งหน้าทำผมอยู่นั้น ก็นึกชื่นชมความเป็นมืออาชีพของแพททรีเซียในใจ เมื่อเดินมาใกล้ก็ทักหญิงสาวขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED