พจน์ พันพิริยะ หนุ่มวัย 39 ปี กำลังขับรถมุ่งหน้าจากสวนลำไยของตนเองจากภาคเหนือ เพื่อเดินทางเข้าเมืองใหญ่ด้วยหัวใจอันว้าวุ่น เขาได้รับจดหมายจากหลานสาวนอกไส้ อันเป็นบุตรสาวของพี่ชายที่นับถือให้ไปช่วยเหลือโดยด่วน
ดรุณี เลิศสุรศักดิ์หรือหนูดีว่ากำลังเดือดร้อนอย่างหนัก
ดรัณ ผู้เป็นบิดาของเธอเคยมีบุญุคณช่วยเหลือเขาเอาไว้ ดังนั้น เขาจึงไม่ลังเลที่จะรีบเร่งไปหาเธอให้เร็วที่สุด ด้วยเนื้อความในจดหมายมันทำให้เขาร้อนรุ่มหัวใจไม่น้อย
ถึงอาพจน์ที่รักของหนูดี
หนูตัดสินใจเขียนจดหมายฉบับนี้หาอาพจน์เพราะว่าตอนนี้น้าจินเป็นหนี้อย่างหนักด้วยว่าติดการพนันและมีสามีใหม่ ผลาญสมบัติของคุณพ่อจนหมดสิ้นแล้ว กำลังจะไม่มีที่ซุกหัวนอน ที่ร้ายไปกว่านั้น น้าจินจะเอาหนูไปขายให้เสี่ยบ้ากามเพื่อใช้หนี้อีกด้วย หนูแอบส่งจดหมายให้อาพจน์ด้วยความช่วยเหลือของมณีเพื่อนรักของหนูดี ตอนนี้หนูดีโดนขังเอาไว้ในห้อง อาพจน์ได้โปรดมาช่วยหนูดีด้วย อย่าได้ชักช้า ไม่เช่นนั้นหนูดีคงจะไม่รอดจากเงื้อมมือของน้าจินและสามีใหม่แน่ๆ เลยค่ะ
รักอาพจน์เสมอ
หนูดี
พจน์สบถยาวเหยียดด้วยว่าเขานั้นอยู่ในสวนอันห่างไกล และไม่ได้สนใจโลกภายนอกมานานแล้ว
เขาไม่ใช้โทรศัพท์ ไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับใคร การมีเพื่อนน้อยคนแต่จริงใจทำให้เขาไม่รู้สึกวุ่นวายใจ
พจน์ทำสวนลำไยและสวนผลไม้อื่นๆ อย่างมีความสุขและพึงพอใจกับชีวิตอันแสนเรียบร้อยง่ายของตัวเอง
ส่วนการค้าขายนั้นเขาให้น้องสาวเป็นคนติดต่อลูกค้าทั้งหมด ในขณะที่เขาปลีกวิเวกไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ด้วยว่าน้องสาวนั้นเป็นคนเก่งคนขยันและซื่อสัตว์ไว้ใจได้ เขาจึงไว้วางใจให้ดูแลทุกอย่างแทนรวมถึงเรื่องการเงินด้วย
หลายปีก่อนมารดาของเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ยิ่งทำให้เขาเสียใจมากขึ้นไปอีก จึงไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับใครเพราะยังทำใจไม่ได้
ครอบครัวของเขาเป็นครอบครัวที่อบอุ่น มีความรักและปรารถนาดีให้แก่กันเสมอ
ด้วยว่าเขาผูกพันกับมารดามาก เพราะท่านเลี้ยงเขากับน้องสาวมาโดยลำพังคนเดียว หลังจากบิดาประสบอุบัติเสียชีวิตตั้งแต่เขากับน้องยังแบเบาะ การจากไปของมารดาจึงทำให้เขาเสียใจอยู่นานหลายปี
มีเพียงงานศพของดรัณ บิดาของดรุณีเท่านั้น ที่ทำให้เขาออกมาจากสวนลำไยอันห่างไกลความเจริญเมื่อหลายปีก่อน
จินตนาดูรักใคร่ดรุณีมากในตอนนั้น เขาจึงไม่ได้คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาได้
ดรุณีเองก็คงรู้ว่าสิ่งเดียวที่จะติดต่อเขาได้คือการเขียนจดหมายเท่านั้น เขาไม่ใช้โทรศัพท์ ไม่ใช้โซเชียลและไม่ติดต่อกับใครมานานมากแล้ว จนตอนนี้ไม่รู้เรื่องโลกภายนอกเลยเสียด้วยซ้ำ
พจน์เลี้ยวรถเข้าไปในหมู่บ้านที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะนานแค่ไหน เขาก็จำมันได้ดี ขับรถมาถึงหน้าบ้านเขาก็เห็นว่าดรุณีโดนฉุดกระชากลากถูออกมาจากบ้าน พจน์รีบเบรกรถกะทันหัน ก่อนจะเปิดประตูลงไปขัดขวางเอาไว้อย่างทันท่วงที
“ทำอะไรน่ะ!” เสียงเข้มที่เอ่ยขึ้นถามทำให้ทุกคนหันไปมอง แม้จะนานหลายปีแล้วที่ไม่ได้เจอกัน แต่เขาจำเด็กสาวที่เจริญวัยเป็นสาวน้อยสะพรั่งวัยสิบแปดได้ดี
“อาพจน์” ดรุณีร้องเรียกคนที่จะมาช่วยเหลือเธออย่างดีใจ ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด นั่นทำให้จินตนาเองก็ต้องอุทานออกมาเหมือนกัน
“ยุ่งอะไรด้วย ดันยายเด็กนี่ขึ้นไปบนรถสิ เสี่ยรออยู่” คนของเสี่ยภาสกร ตวาดกลับมา
“เดี๋ยวก่อน!” พจน์พูดเสียงกร้าว จับประตูรถเอาไว้ไม่ให้คนของเสี่ยภาสกรปิดประตูรถได้สำเร็จ
คนของเสี่ยภาสกรทำท่าจะต่อยพจน์ แต่โดนมือใหญ่จับข้อมือเอาไว้ ก่อนจะบิดจนหน้าเขียวหน้าเหลือง
“โอ๊ย!”
“บอกว่าเดี๋ยวก่อน”
“มึงเป็นใครวะ ไอ้เด็กนี่มันติดหนี้เสี่ย กูจะเอามันขึ้นรถ มึงเสือกอะไรด้วย”
“ติดหนี้เท่าไหร่”
“คุณพจน์มาได้ยังไงคะ” จินตนาที่หายตกใจรีบเอ่ยถามในทันที ก่อนจะตวัดสายตามองลูกเลี้ยงอย่างเอาเรื่อง มันต้องแอบติดต่อกับพจน์อย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นพจน์จะมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง
“ผมมาเยี่ยมหนูดีน่ะครับ แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นครับ” พจน์ตอบเสียงขรึม
“เอ่อ... คือว่า” จินตนาอึกอักเมื่อเห็นสายตาของพจน์ เพื่อนรุ่นน้องคนนี้ของอดีตสามีไม่ธรรมดาเลย เพราะเป็นคนเอาจริงและแลดูน่ากลัวเวลาโกรธ แต่ก็สนิทกับสามีของเธอมาก สมัยก่อนไปมาหาสู่กันบ่อย พอดรัณตายและมารดาของพจน์เสียชีวิต เขาก็หายเงียบไปนานหลายปี
“เป็นหนี้เท่าไหร่” พจน์เอ่ยถามตรงๆ แบบตรงประเด็น เขาไม่ชอบอ้อมค้อมให้มากความ
“เอ่อ...”
“เสี่ยรออยู่ แล้วไอ้หมอนี่เป็นใคร ถ้าเสี่ยรู้ว่าคุณยึกยัก ผมไม่รับรองความปลอดภัยนะ”
“ฮือๆๆ พี่เป็นหนี้เสี่ยภาสกรอยู่ เขาเลยจะมาพายายหนูดีไปขัดดอกจ้ะ คือพี่ไม่มีเงินใช้หนี้” จินตนาเห็นท่าไม่ดีเลยแกล้งร้องห่มร้องไห้กลบเกลื่อนเรื่องราวร้ายๆ ที่ตัวเองทำลงไป
“ผมถามว่าเท่าไหร่” พจน์ถามเสียงเย็นยะเยียบไปถึงไขสันหลัง จินตนาอึกอัก คนของเสี่ยภาสกรก็เริ่มที่จะไม่พอใจ
“คือกลับไปก่อนได้ไหมคะ บอกเสี่ยว่าเดี๋ยวจะเอาเงินไปใช้หนี้” จินตนารีบไกล่เกลี่ย คนของเสี่ยภาสกรทำเสียงขัดอกขัดใจ เหมือนจะไม่ยอมไปโดยง่าย
“เสี่ยของนายอยู่ไหน ฉันจะใช้หนี้ให้เอง เท่าไหร่ก็ตอบมาสิ” พจน์ถามย้ำ เขามีเงินนอนอยู่ในบัญชีทุกเดือน เงินจากการขายของในสวนที่น้องสาวโอนเข้ามาให้ และไม่ได้ใช้จ่ายอะไร
ดรุณีแทบจะร้องไห้เมื่อได้ยินแบบนั้น เธอรอดแล้ว และคิดว่าตัวเองต้องรอดหากพจน์มาทันเวลา
พวกมันปรึกษาหารือกันเพราะเสี่ยอยากได้ดรุณีไปเป็นเด็กในสังกัด แต่ถ้าอีกฝ่ายยอมใช้หนี้เสี่ยก็อาจจะยอมเลยโทรศัพท์ไปปรึกษา ซึ่งภาสกรก็ต้องยอมในที่สุดเพราะว่าเงินที่ได้มาเป็นดอกเบี้ยทบต้นทบดอกหลายล้านบาท
พจน์ดึงร่างของดรุณีเข้ามาหา เด็กสาวไปหลบอยู่ทางด้านหลังของพจน์ เธอรู้สึกอบอุ่นใจว่าเช่นไรก็ต้องปลอดภัยกว่าอยู่กับมารดาเลี้ยงแน่นอน
“ไปกับอา” พจน์จับบ่าเล็กๆ สั่นสะท้านของเด็กสาวเอาไว้ ไม่ได้เจอกันห้าปี ดรุณีโตเป็นสาวน้อยสะพรั่งและสวยเหมือนมารดาของเธอไม่มีผิด
บทที่ 2
“จะ... จะไปไหน” จินตนาเอ่ยถามอย่าตกใจ
“เคลียร์หนี้พนันของคุณไงครับ” พจน์ตอบเสียงเย็น กัดกรามเข้าหากัน จินตนาใบหน้าเหลอหลา มองลูกเลี้ยงเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ดรุณีคงเอาเรื่องไม่ดีของเธอไปบอกพจน์แน่ๆ
“รออยู่ที่นี่ก่อนก็ได้” จินตนาพูดอีก
“คุณก็ต้องไปด้วยครับ” พจน์พูดเสียงเย็น จินตนาหันไปมองสามีใหม่ของตนเอง แล้วก็ต้องเดินทางไปหาเสี่ย ภาสกรด้วยกัน
หลังจากปลดหนี้เรียบร้อยแล้ว พจน์ก็ยื่นเอกสารสำคัญฉบับหนึ่งให้แก่จินตนาเซ็น
“อะไรคะ” จินตนาเอ่ยถามเมื่อกลับมาถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว ดีใจที่ได้ปลดหนี้ แต่รู้สึกเสียวสันหลังวาบๆ ทุกครั้งที่ได้สบตากับพจน์
“เอกสารสำคัญให้ผมเป็นผู้ปกครองของดรุณีต่อจากนี้เป็นต้นไป”
“ได้ยังไงกัน ยายหนูดีเป็นลูกเลี้ยงของฉัน จะยกให้ใครง่ายๆ ได้ไง”
“หนี้สินของคุณผมก็จ่ายให้แล้ว จะเอายังไงอีก” พจน์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุดัน
“คุณพจน์เป็นผู้ชาย จะยกเด็กผู้หญิงให้อยู่ในการดูแลได้ยังไง ไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย” จินตนาเริ่มหัวหมอ
“แล้วจะเอายังไงครับ ผมไม่ชอบอ้อมค้อมมากความคุณก็รู้ดี”
“ยายหนูดีอายุสิบแปด แต่งงานได้แล้ว คุณจะแต่งงานกับยายหนูดีไหมล่ะ ถ้ายอมแต่งถึงจะพาไปได้” คนหัวหมอยังพูดต่อ ดรุณีได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับตาโต หันไปมองหน้าพจน์
พจน์รักสันโดษและหวงความโสดเป็นอันมาก คงไม่ยอมแต่งงานกับเธอง่ายๆ ดรุณีคิดอย่างเศร้าใจ แต่ประโยคตอบกลับของพจน์ทำให้เธอต้องเงยหน้ามองเขาอย่างตกตะลึง
++++
“ผมยินดีรับหนูดีเป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายตอนนี้เลย ถ้าคุณต้องการแบบนั้น” ประโยคของพจน์ทำให้จินตนายิ้มกริ่ม อย่างน้อยก็คงจะได้ค่าสินสอดอีกก้อนหนึ่ง
สำหรับพจน์เงินทองคือของนอกกาย เขาจัดการทุกอย่างตามที่พูด จดทะเบียนสมรสกับดรุณีถูกต้องตามกฏหมายและให้เงินจินตนาไปอีกก้อน พร้อมด้วยสัญญาอีกฉบับที่ไม่ให้อีกฝ่ายมายุ่งวุ่นวายกับดรุณีอีก
ดรุณีเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าใบน้อยเดินไปขึ้นรถของพจน์ด้วยความรู้สึกใจหาย บ้านหลังน้อยของบิดาที่เธอต้องจากไป มันทำให้เธอรู้สึกเศร้าใจไม่น้อย
“ไปได้แล้ว” พจน์ดึงกระเป๋าเสื้อผ้าของเด็กสาวไปวางบนรถ ก่อนจะเปิดประตูรถให้ ดรุณีขึ้นไปนั่งบนรถที่ค่อยๆ เคลื่อนออกไปอย่างเชื่องช้า เธอหันกลับไปมองบ้านหลังน้อยที่ผูกพันมาตั้งแต่เด็ก จินตนาไม่ได้เดินมาส่ง ท่านคงดีอกดีใจกับเงินอีกก้อนที่ได้จากพจน์
“หิวหรือยัง” เสียงขรึมๆ ที่เอ่ยถามทำให้ดรุณีสะดุ้ง หันไปมองซีกหน้าคมเข้มของเขา
“ไม่คิดเลยนะว่าจินตนาจะทำกับหนูดีแบบนี้” เขาพูดเสียงขรึมดังเดิม พจน์เป็นคนพูดน้อยแต่จิตใจดี เธอรู้เพราะว่าเขาไปมาหาสู่กับบิดาโดยตลอด ก่อนที่บิดาจะเสียชีวิต
“น้าจินไม่ให้หนูดีเรียนต่อด้วยค่ะ”
ดรุณีก้มหน้ามองมือตัวเองด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
“อยากเรียนต่อเหรอ” พจน์เอ่ยถามความประสงค์ของเด็กสาว
“คงไม่ได้เรียนแล้วค่ะ หนูดียังเป็นหนี้อาพจน์อยู่อีกตั้งหลายล้าน” ดรุณีพูดอย่างเศร้าใจ
“หักล้างกันได้ ผัวเมียกัน” ประโยคของพจน์ทำให้ดรุณีหน้าแดงลามไปถึงใบหู
“เอ่อ... จริงๆ อาพจน์ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้นะคะ” เธอพูดอย่างเกรงใจ
“แบบไหน” พจน์เอ่ยถาม เพราะเขาทำไปตั้งหลายอย่างเลยไม่แน่ใจว่าเธอหมายถึงเรื่องไหน
“หมายถึงการแต่งงานน่ะค่ะ”
“ถ้าไม่ทำแบบนั้นแม่เลี้ยงของหนูดีจะยอมปล่อยหนูดีมาเหรอ ดีไม่ดีพาไปขายให้เสี่ยคนอื่นอีก คนไหนผีพนันเข้าสิงยากที่จะกลับเนื้อกลับตัว” พจน์คิดว่าหนทางนี้คือการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด
“หนูดีขอบคุณอาพจน์มากนะคะที่ทำเพื่อหนูดีขนาดนี้” เธอยกมือไหว้เขา ขอบคุณเขาจากใจ
“อย่าคิดมากเลย พ่อของหนูดีเคยมีบุญคุณกับอามากนะ อาช่วยเหลือหนูดีแค่นี้ถือว่าตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณ” พจน์บอกให้เด็กสาวคลายใจ อย่าได้คิดมากเรื่องนี้อีก
“อาพจน์เสียเงินตั้งหลายล้าน” ดรุณีพูดอย่างใจหาย เขาเสียเงินจำนวนมากเพราะต้องการช่วยเหลือเธอ
“เงินทองของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้” เขาเลี้ยวรถเข้าไปยังร้านอาหารริมทาง
“หิวหรือยัง” พจน์เอ่ยถาม
“หิวนิดหน่อยค่ะ” ตั้งแต่เช้าเธอยังไม่ได้กินอะไร ไม่สิต้องบอกว่าตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่ได้กินอะไร เธอกินอะไรไม่ลงเพราะกำลังจะโดนเอาไปขาย มันเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องหาทางเอาตัวรอดทุกวิถีทาง
หลังจากคำตอบนั้นเธอก็ต้องอับอายกับเสียงท้องน้อยๆ ที่ร้องประท้วงว่ากำลังหิว
“ไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เมื่อไหร่”
เขาเอ่ยถามขณะจอดรถหน้าร้านอาหาร
“ตั้งแต่เมื่อวานค่ะ”
“แล้วไม่หิวหรือไง”
“ตอนนั้นไม่ค่อยหิวค่ะ เพราะว่าเครียด”
“ตอนนี้หายเครียดหรือยัง”
“เครียดกว่าเดิมค่ะ”
“หือ...” พจน์ครางอย่างไม่เข้าใจ เขาเป็นคนตรงไปตรงมาไม่ชอบอ้อมค้อมอะไรให้มากความ จึงอยากให้เธอพูดออกมาว่ายังมีเรื่องอะไรต้องเครียดอีก
“คือหนูดีไม่รู้จะทำตัวยังไงดีค่ะ”
“ทำตัวยังไงดีคือยังไง” เขางงกับประโยคของเธอ
“หนูดีเป็นเมียอาพจน์แล้ว เลยไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงน่ะค่ะ” ประโยคของเธอทำให้เขาเข้าใจ
“ทำตัวปกติ เคยทำยังไงก็ทำอย่างนั้น” เขาเดินนำเข้าไปในร้านอาหาร
“ขนมจีนซาวน้ำร้านนี้อร่อย”
“อาพจน์จำได้ด้วยเหรอคะว่าหนูดีชอบกิน”
“แต่ควรจะกินข้าวก่อน ยังไม่ได้กินข้าวเดี๋ยวจะแสบท้อง” เขาสั่งอาหารจานเดียวให้เธอ เป็นข้าวผัดกะเพราะไก่ไข่ดาว ของโปรดของเธอ
“ขอบคุณค่ะ” ดรุณียิ้มให้พจน์ เขาจำได้ว่าเธอชอบกินอะไร
“คืนนี้คงต้องพักค้างคืนแล้วถึงออกเดินทางต่อ”
“ค่ะ” คนตอบเสียงแอบสั่นแบบหักห้ามใจไม่อยู่ เอาไงเอากันมาถึงขั้นนี้แล้ว
“อาพจน์คะ” เงียบไปพักใหญ่เธอก็เอ่ยเรียกเขาอย่างเกรงใจ
“ว่าไง”
“ก่อนจะเดินทางไปยังบ้านของอาพจน์ หนูดีขอไปเจอใครคนหนึ่งก่อนนะคะ”
“ใคร”
“มณีค่ะ ถ้าไม่มีมณีหนูดีคงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้”
“ได้” พจน์เป็นคนพูดน้อย และไม่ชอบอ้อมค้อม คำตอบสั้นๆ ของเขาคือการตอบรับ
หลังรับประทานอาหารเสร็จ พจน์ก็ขับรถพาดรุณีไปหามณีเพื่อนรักของเธอ พอมณีเห็นดรุณีก็โผเข้ามากอดอย่างดีใจ เห็นเพื่อนหนีรอดออกมาจากแม่เลี้ยงใจยักษ์แบบนี้ได้ก็โล่งอก
“ขอบใจมณีมากนะ” ดรุณีร้องไห้เบาๆ เพื่อนแท้หายาก แต่มณีคือเพื่อนแท้เพียงหนึ่งเดียวที่คอยช่วยเหลือเธอมาตลอด
“ไม่เป็นไรเลย เราเป็นเพื่อนกัน” มณีอยู่กับยายที่ชรามากแล้ว แต่มีน้ำใจให้ดรุณีเสมอ
“เอาไว้หนูดีจะติดต่อมาหานะ โชคดีนะ บุญคุณในครั้งนี้หนูดีจะตอบแทนมณีอย่างแน่นอน”
“บุญคุณอะไรกัน อย่าคิดมากสิ หนูดีเองก็มีน้ำใจกับเรา เราขอให้หนูดีโชคดีมีชัยนะ ฝากอาพจน์ดูแลหนูดีด้วยนะคะ” มณีหันไปหาชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ที่รถ
“ครับ” ประโยคสั้นๆ แต่แฝงไปด้วยความจริงใจทำให้มณียิ้มกว้าง ดรุณีขึ้นรถแล้วโบกไม้โบกมือให้เพื่อนด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณอาพจน์มากๆ เลยนะคะ”
“ได้เจอเพื่อนก็สบายใจแล้วสิ”
“ค่ะ” เธอรับคำสั้นๆ หันมายิ้มให้เขา
“ถ้าง่วงก็นอนหลับก่อนได้นะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูดีนั่งคุยเป็นเพื่อนอาพจน์ดีกว่าค่ะ” คนตอบว่าจะนั่งคุยเป็นเพื่อน ผ่านไปไม่กี่นาทีก็หลับลงอย่างง่ายดาย พจน์หันไปมองด้วยสายตาเอ็นดู ก่อนจะขับรถต่อไปอย่างระมัดระวัง
เขาจอดรถหน้าโรงแรมที่จะเข้าพัก เหลือบมองสาวน้อยที่ยังนอนหลับสบายอยู่ข้างกายด้วยสายตาอ่อนโยน
ใบหน้าอ่อนเยาว์ของคนที่กำลังหลับสนิททำให้เขาไม่อยากปลุกหรือรบกวนเธอ มือหนาค่อยๆ เลื่อนไปสัมผัสแก้มใสๆ ของเธออย่างบางเบา นั่นทำให้เธอค่อยๆ ปรือตาตื่นขึ้นมาจากการนิทรารมย์อันแสนสุข
“ถึงไหนแล้วคะอาพจน์” เธอเอ่ยถามพลางหันไปมองรอบกาย
“ถึงที่พักแล้วครับ ไปเถอะ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะลงไปเปิดประตูรถให้
เขาเปิดห้องเดียว ทำให้ดรุณีต้องเตรียมตัวเตรียมใจ แต่เพราะมัวแต่คิดว่าจะทำตัวยังไงดี เลยเดินสะดุดขาตัวเองเข้าให้
“วะ! ว้าย! ขอบคุณค่ะอาพจน์” เธอรีบเอ่ยขอบคุณเมื่อเขาช่วยประคองร่างน้อยเอาไว้
“ระวังหน่อยสิ เป็นอะไรถึงได้ใจลอย” ประโยคคำถามดุๆ นั้นทำให้ดรุณีกัดปากตัวเองพลางหน้าแดง
“เปล่าค่ะ” ตอบแล้วไม่กล้ามองหน้าเขาเพราะอาย ดรุณีอยากเขกหัวตัวเองแรงๆ นักที่อดจะคิดเรื่องลามกเสียไม่ได้
“อาบน้ำก่อนเลย จะได้สบายตัว แล้วเดี๋ยวไปหาอะไรกินกัน”
“ค่ะ” เธอรับคำตาปริบๆ นึกว่าเขาจะขออาบน้ำกับเธอเสียอีก
โป๊ก!!!
“โอ๊ย!!!” ดรุณีหมุนกายหันหลังเดินเข้าห้องน้ำ ก็ชนเข้ากับประตู พจน์รีบเดินเข้ามาดู ก่อนจะรีบเป่าให้เบาๆ
“เจ็บมากไหม ทำไมเดินไม่ดู”
“ไม่เจ็บค่ะ หายแล้ว”
คนตอบก้มหน้างุดไม่กล้ามองสบตา
“เป็นอะไร”
“คะ เอ่อ... ไม่ได้เป็นอะไรคะ”
“หลบหน้าหลบตาทำไม มีอะไรจะพูดกับอาหรือเปล่า”
“ไม่มีค่ะ งั้นหนูดีอาบน้ำก่อนนะคะ” เธอรีบบอกเขาก่อนจะเผ่นเข้าห้องน้ำโดยพลัน เข้าไปในห้องน้ำได้ ก็ต้องผ่อนลมหายใจออกมาแรงๆ อาพจน์ไม่ใช่คนที่จะฉวยโอกาสกับเธอหรอก ถ้าเขาจะทำเขาคงบอกเอง เธอก็ควรเลิกคิดลามกได้แล้ว
หลังมื้ออาหารในวันนั้น พจน์ก็พาดรุณีกลับมานอนที่ห้องพักโดยไม่พูดอะไร เขานอนเตียงเดียวกับเธอ แต่ไม่ยอมทำอะไร แถมยังหลับไปด้วยท่าทีสบาย ๆ ในขณะที่เธอนอนเกร็งอยู่แบบนั้นหลายนาทีถึงได้รู้ว่าเขานอนหลับไปแล้ว
++++++
ดรุณีพลิกร่างนอนตะแคงมาหาคนที่มีบุญคุณช่วยเหลือเธอเอาไว้ เธอขยับเข้าไปนอนใกล้ๆ เขา ตอนนี้ในชีวิตไม่เหลือใครอีกแล้ว ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะจับพลัดจับผลูต้องมาอยู่กับพจน์และกลายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของเขาแบบนี้
มือน้อยๆ ของเด็กสาว ค่อยๆ สัมผัสกับใบหน้าหล่อเหลาของคุณอาหนุ่ม เธอมีความสุขที่ได้มองเขาแบบนี้ ไม่ได้เจอกันหลายปีแต่เธอยังจำคุณอาใจดีซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นน้องของบิดาได้ดี