ภาพปกนิยาย ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90

ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90

8.9 / 10.0
โชคชะตาหยิบยื่นโอกาสครั้งที่สองให้ หลินจิงซู หญิงสาวที่เคยพ่ายแพ้ต่อโชคชะตาและถูกครอบครัวที่เห็นแก่ตัวทำลายชีวิตจนย่อยยับ เธอได้ย้อนเวลากลับไปยังปี 1990 ยุคสมัยที่เต็มไปด้วยโอกาสทองในการสร้างตัวด้วยความทรงจำและทักษะจากโลกอนาคต เธอจึงเริ่มต้นเส้นทางนักธุรกิจหญิงผู้แกร่งกล้า มุ่งมั่นกอบโกยความมั่งคั่งและสร้างอาณาจักรของตัวเองอย่างชาญฉลาด เพื่อใช้ความสำเร็จเป็นเครื่องมือในการชำระแค้นและบดขยี้ทุกคนที่เคยเหยียบยามเธอให้จมดิน นี่คือการพลิกชีวิตจากจุดต่ำสุดสู่จุดสูงสุดที่ไม่มีใครกล้าขวางทาง

ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90 ตอนที่ 1

ตอนที่ 1 เกิดใหม่ไปช่วยแม่ (1)

เสียงระฆังชั้นเรียนตีดังกังวาน เป็นจังหวะเดียวกับเสียงโห่ร้องดีใจของเพื่อนร่วมชั้นทั้งหลาย หลินจิงซูที่กำลังนอนฟุบกับโต๊ะตลอดคาบเรียน เผชิญกับเสียงโห่ร้องของทุกคนรอบตัวเข้า ก็ถึงกับสะดุ้งโหยงตื่นขึ้นด้วยความตกใจทันที

เปลือกตาหนักอึ้งของเธอค่อยๆคลี่เปิดออก ตกอยู่ในภวังค์ความงุนงงครู่หนึ่งจึงค่อยกระจ่าง นี่มันคือห้องเรียนสมัยมัธยมปลายของเธอไม่ใช่เหรอ?

นี่ฉัน…ยังไม่ตายงั้นเหรอ?

หรือนี่จะเป็นฝันสุดท้ายก่อนตาย?

นับเป็นความฝันที่เก็บรายละเอียดยิบย่อยได้ดีมากจริงๆ นอกจากสิ่งของต่างๆที่วางระเกะระกะรอบห้องเรียนแล้ว บรรยากาศยังชวนให้นึกถึงสมัยก่อนสุดๆ นอกจากนี้แล้ว บนกระดานดำยังเขียนวันที่และตารางเรียนแจกแจงไว้อย่างชัดเจน ตัวอักษรสีขาวจางๆที่ปรากฏอยู่บนนั้นก็คือ ‘วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน ปี 1990’

เอ๊ะ?

เธออดเสียวสันหลังวูบขึ้นมาไม่ได้ ทันทีที่เห็นตัวเลขชุดนี้!

มันเป็นวันที่แม่ของเธอประสบอุบัติเหตุ!

ทั้งๆที่แม่ของเธอถูกดักซุ่มทำร้ายร่างกายอยู่ในตรอกแท้ๆ และเห็นได้ชัดว่าแม่ของเธอคือเหยื่อ แต่ทุกคนกลับรุมประณามกล่าวหาแม่ของเธอ ว่าแอบลักลอบเล่นชู้กับชายอื่นในเวลากลางวันแสกๆ!

ชื่อเสียงและความดีทุกอย่างที่แม่ของเธอทำมา ได้ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี!

เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเธอ สิ่งเดียวและสิ่งสุดท้ายที่แม่ของเธอทำได้ ก็คือการแขวนคอตัวเองไว้กับคานบ้าน ปฏิเสธข่าวลือเสียหายอย่างเด็ดขาดจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต

ไหล่ซ้ายของหลินจิงซูถูกกระแทกจากเพื่อนร่วมโต๊ะ กระแสความเจ็บปวดแผ่วอ่อนแล่นผ่านให้สัมผัสรับรู้ได้

“โอ้! โทษทีๆ จิงซูเป็นอะไรรึเปล่า?”

เจ็บ…เธอรู้สึกเจ็บจริงๆ?!

แทบจะในทันใด หลินจิงซูตื่นขึ้นจากภวังค์ความฝันทั้งปวง อึดใจต่อมา เธอรู้สึกกระวนกระวายจนแทบคลั่ง รีบคว้ากระจกบานจิ๋วที่อยู่ใต้โต๊ะของเพื่อนร่วมชั้นออกมาส่องดู เนื่องด้วยความยากจนข้นแค้น ทำให้รูปลักษณ์หน้าตาของเธอดูทรุดโทรมอย่างมากในอดีต แต่ทว่าตอนนี้ ภาพที่มองเห็นผ่านกระจกมีเพียงความอ่อนเยาว์และผิวที่สวยเด้ง ริมฝีผากบางเป็นสีแดงระเรื่องดงาม ผิวพรรณมีสีขาวอมเหลืองเล็กน้อยและเรียบเนียนดั่งเปลือกไข่ ร่างกายไม่สั่นกระตุกเหมือนกับเมื่อครั้งก่อนหน้าที่มีแต่โรคร้ายรุมเร้า สีผิวทั้งซีดขาวและเหี่ยวย่น ดวงตาแดงก่ำขุ่นมัวอยู่ตลอดเวลา

เพื่อย้ำให้มั่นใจ หลินจิงซูจึงตบหน้าตัวเองแรงๆอีกที!

โอ้ย! เหมือนจริงเกินไปแล้ว!

หรือฉัน…ฉันกลับมาแล้ว! ย้อนเวลากลับมาแล้วจริงๆ!? ย้อนกลับมาในวันที่แม่ประสบอุบัติเหตุ!

เธอไม่มีเวลามานั่งตอบคำถามเพื่อนร่วมชั้นคนนี้อีกแล้ว หลินจิงซูวิ่งหน้าตาตื่นพุ่งตัวออกจากประตูห้องเรียนไปด้วยความเร็วสุดแรงเกิด!

เลือกเส้นทางที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี กระโดดข้ามกำแพงเตี้ยพุ่งทะยานออกไปในอึดใจเดียว

ได้โปรดเถอะนะ! ขอให้ทุกอย่างยังไม่สายเกินไป! บางทีเธออาจจะช่วยแม่ไว้ได้ทัน!

ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้จะเป็นความจริงหรือฝันไป เธอไม่สนใจอะไรอีกแล้ว!

ขอให้ได้พยายามอย่างเต็มที่ก็เพียงพอ!!

เนื่องจากตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน พวกภารโรงจะไม่มีทางยินยอมให้นักเรียนออกก่อนกำหนดง่ายๆอย่างแน่นอน

แต่เพื่อภารกิจครั้งนี้ หลินจิงซูจึงจำต้องหนีเรียนกระโดดข้ามกำแพงไปโดยพละการเท่านั้น!

หากปล่อยให้ล่าช้าเกินไปกว่านี้ เธออาจจะไปไม่ทันการเอา!

หลินจิงซูวิ่งสับเท้าฝุ่นตลบมุ่งสู่ตรอกเปลี่ยวแห่งนั้น ซึ่งเป็นสถานที่ที่แม่ของเธอถูกข่มขื่น!

ระหว่างทางไปนั้น เธอได้ใช้เงินจำนวน 1.5 หยวนเพื่อขอซื้อกรรไกรจากคนแถวนั้นและกำไว้ในมือแน่น

ลึกเข้าไปด้านในของตรอกแห่งนั้น แม่ของเธอติงเสวี่ยเหม่ย กำลังถูกชายร่างสูงกำยำขึ้นคร่อมอยู่ มือคู่นั้นที่ทั้งหนาทั้งใหญ่กำลังฉีกกระชากเสื้อผ้าของแม่เธอจนขาดวิ่น

ทันทีที่หลินจิงซูห็นภาพฉากนี้กับตา เธอก็โกรธจัดจนเลือดขึ้นหน้า!

ผู้ชายชั่วช้าบัดซบคนนี้ล่ะ คือคนร้ายตัวจริงที่ฆ่าติงเสวี่ยเหม่ย! 

เห็นเต็มสองตาว่าแม่ของเธอเป็นผู้บริสุทธิ์และถูกข่มขื่น แต่ทั้งย่าและป้ารองต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า แม่ของเธอนั่นล่ะที่แอบมาเล่นชู้กับชายอื่นในเวลากลางวันแสกๆ! อีกทั้งยังบีบบังคับให้แม่ของเธอหย่ากับพ่อด้วย

ทางด้านแม่ของเธอนั้นยืนกรานว่าตนเองคือเหยื่อ ย่อมไม่เต็มใจจะเซ็นใบหย่าเป็นธรรมดา แต่เป็นเพราะไม่มีใครเชื่อเธอเลยแม้แต่คนเดียว ติงเสวี่ยเหม่ยจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากตัดสินใจผูกคอตายประชด ทั้งหมดก็เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง

ทุกคนที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ครั้งนั้น จนทำให้เรื่องราวเลยเถิดมาจนถึงจุดนี้ ล้วนนับว่าเป็นคนร้ายทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งพ่อของหลินจิงซู ที่ไม่เคยออกหน้าหรือพูดอะไรเพื่อทวงความเป็นธรรมให้กับแม่ของเธอเลยตั้งแต่ต้นจนจบ!

หลินจิงซูดวงตาเปลี่ยนเป็นสีเลือดแดงก่ำ บีบกระชับกรรไกรในกำมือแน่น ก่อนจะพุ่งเสียบใส่ต้นคอของชายผู้นั้นสุดแรงเกิดอย่างไร้ปราณี เธอเล็งเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณคออีกฝ่ายเอาไว้ หวังจะฆ่ามันให้ตายคาที่ในทันที

เสี้ยวจังหวะเดียวกันกับที่ปลายกรรไกรแหลมกำลังจะลุถึงบริเวณลำคอ ชายคนนั้นคล้ายสัมผัสถึงภัยอันตรายได้ก่อน จึงรีบเบี่ยงศีรษะหันมองมา ทำให้เป้าโจมตีของหลินจิงซูคลาดเคลื่อน เปลี่ยนไปเสียบทะลุเข้าที่หัวไหล่ของอีกฝ่ายแทน

“อ๊ากกก!!”

ชายคนนั้นร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดคล้ายจะขาดใจ

เลือดสีแดงพุ่งกระฉูดรุนแรง

ชายคนนั้นวกสายตาเหลียวมองไปที่หลินจิงซูทันที พร้อมแหกปากร้องตะโกนลั่นด้วยความเกรี้ยวกราดว่า

“อีเด็กเวร! แกกล้าแทงฉัน ฉันก็กล้าฆ่าแก!”

อีกฝ่ายโผพุ่งเข้าใส่หลินจิงซูอย่างบ้าคลั่ง เวลานี้ หลินจิงซูเป็นเพียงเด็กสาวมัธยมปลายอ่อนแอคนหนึ่งเท่านั้น อย่างเก่งก็ทำได้เพียงแค่ลอบทำร้ายด้วยกรรไกรเหมือนเมื่อครู่ หากให้สู้กันแบบตัวต่อตัว เธอย่อมไม่มีทางเทียบชั้นกับชายฉกรรจ์ตรงหน้าได้อย่างแน่นอน

แต่ในเวลาเดียวกันนั้น ติงเสวี่ยเหม่ยที่อยู่ด้านหลังพลันได้สติ รีบคว้าอิฐแข็งก้อนหนึ่งที่อยู่แถวนั้นขึ้นมา แล้วหวดทุบเข้าที่หลังศีรษะของชายคนนั้นอย่างแรง

ชายคนนั้นถึงกับสูญเสียการทรงตัวยืนแทบไม่ตรง เลือดอุ่นไหลนองออกจากหลังศีรษะอย่างรวดเร็ว

หลินจิงซูชูกรรไกรขึ้นเตรียมเสียบแทงร่างของชายตรงหน้าอีกครั้ง แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายรีบหมุนตัววิ่งหนีหางจุกตูดออกไปในสภาพเลือดไหลอาบ เธอจึงหยุดมือไว้เพียงแค่นั้นไม่เคลื่อนไหวใดๆต่อ

ในชีวิตก่อนหน้า เมื่อครั้งที่ติงเสวี่ยเหม่ยถูกข่มขื่น คดีนี้กลับไม่สามารถเสาะหาตัวคนร้ายได้พบ กล่าวคือผู้ลงมือกลับเป็นปริศนาโดยตลอด

แต่ในที่สุด ครั้งนี้หลินจิงซูก็รู้ตัวคนร้ายแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยสถานการณ์หลายๆอย่างในเวลานี้ ทำให้เธอไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านี้แล้วเช่นกัน ติงเสวี่ยเหม่ยขวัญเสียหวาดผวาอย่างหนัก จนร่างกายสั่นเทาเกินจะควบคุม และได้ทรุดตัวล้มลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง

หลินจิงซูไม่มีทางเลือกอื่นเช่นกัน จำต้องยอมรามือไม่ไล่ตามตัวคนร้ายต่อ แล้วหันกลับมาช่วยประคองร่างของติงเสวี่ยเหม่ยขึ้นมาแทน

“แม่ ทำไมวันนี้ถึงมาเดินในตรอกนี้ได้ล่ะ?”

หลินจิงซูเคยนึกเคยฝันที่ไหนกันว่า จู่ๆแม่ตัวเองก็นึกอยากจะเดินผ่านตรอกซอยเปลี่ยวๆสายนี้ ที่ร้อยวันพันปีไม่เคยเฉียดผ่าน?

บริเวณนี้ไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรไปมาสักเท่าไหร่ เพราะทางทั้งแคบและมืด อีกทั้งหน้าถนนยังขรุขระเดินเหินลำบากอีกด้วย

ติงเสวี่ยเหม่ยตอบทั้งน้ำตา

“พ่อของลูกวานให้แม่นำเงินเก็บของเราไปซื้อสร้อยทองให้ลูกพี่ลูกน้อง เพื่อมอบเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบอายุสิบแปดปี ป้ารองเป็นคนแนะนำเส้นทางลัดนี้ให้แม่ บอกว่าใกล้ร้านทองมากกว่า แม่ก็เลยลองมาดู”

ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมในชีวิตก่อนหน้าป้ารองถึงได้พาย่ามา ‘จับชู้’ ถึงที่นี่ได้อย่างแม่นยำนัก!

เรื่องนี้ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ!

แต่ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วยนะ? ฉีกหน้าทำลายชื่อเสียงของติงเหสี่ยวเหม่ยไปแล้วจะได้อะไร?

ทันใดนั้นหลินจิงซูพลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบร้องถามออกไปว่า

“แม่ แล้วเงินที่จะเอาไปซื้อสร้อยทองล่ะอยู่ที่ไหน?”

“อยู่ในกระเป๋านี่” ติงเสวี่ยเหม่ยตบกระเป๋าสะพายข้างตัวเบาๆ 

“เอามาให้หนูก่อน เร็วเข้า!” หลินจิงซูร้องสั่งโดยเร็ว

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ สติสตางค์ของติงเสวี่ยเหม่ยได้กระเจิงไม่เหลือแล้ว ได้ยินลูกสาวขึ้นเสียงออกคำสั่งเช่นนี้ เธอจึงไม่ทันได้คิดอะไรมาก และรีบหยิบเงินก้อนหนึ่งส่งให้หลินจิงซูอย่างว่าง่าย

หลินจิงซูรับมาแล้วก็รีบนำไปฝังไว้ใต้กองอิฐแดงที่ถูกนำมาโยนทิ้งไว้ข้างทาง พร้อมโยนแผ่นไม้จำนวนหนึ่งกลบไว้อย่างรวดเร็วเพื่อซ่อนให้มิดชิดยิ่งขึ้น

“ซูซู ลูกคิดจะทำอะไรน่ะ?”

ติงเสวี่ยเหม่ยเฝ้าดูการกระทำของลูกสาวด้วยความสับสนไม่เข้าใจ

หลินจิงซูร้องบอกต่อโดยไม่สนใจจะตอบคำถามก่อนหน้า

“ทันทีที่คุณย่ากับป้ารองมาถึง แม่ต้องบอกไปว่าถูกโจรปล้น ส่วนหนูก็แค่บังเอิญผ่านมาก็เลยรีบวิ่งมาช่วย!”

ติงเสวี่ยเหม่ยยิ่งงุนงงหนักเข้าไปอีกจนไม่สามารถปะติปะต่อเรื่องราวได้ถูก ระหว่างกำลังจะปริปากถามว่าทำไมคุณย่ากับป้ารองต้องมาที่นี่ด้วย ไม่ใช่ว่าทั้งคู่ควรอยู่ที่บ้านเหรอ? แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงโวยวายดังลั่นขึ้น

“ซิ่วเหลียน ที่แกพูดมาเป็นความจริงเหรอ?! นังแพศยาเสวี่ยเหม่ย! แกกล้าดียังไงถึงได้สวมเขาให้ลูกชายชั้น!!”

“คุณแม่ ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แค่เคยได้ยินคนเขานินทากันว่าพี่สะใภ้เสวี่ยเหม่ยแอบเล่นชู้อยู่กับผู้ชายอื่น…”

*****

อ่านจบแล้วอย่าลืมกดติดตามกันด้วยนะครับบ><

อ่านต่อ

สารบัญของ ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย แก้วตาดวงใจของเขา
9.3
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ฉินเฉี่ยนยอมอยู่เคียงข้างลู่ซีซิงโดยไร้ซึ่งสถานะ ทว่าความภักดีนั้นกลับถูกตอบแทนด้วยข่าวการหมั้นหมายของเขากับหญิงอื่น เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ แต่แล้วซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชากลับออกตามหาเธออย่างพลิกแผ่นดินนานถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน เมื่อโชคชะตานำพาให้พบกันอีกครั้ง เธอกลับปรากฏตัวอย่างสง่างามพร้อมชายคนใหม่ข้างกาย ทิ้งให้ลู่ซีซิงต้องจมอยู่กับความเสียใจและพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวด้วยการยอมทำทุกอย่างเพื่อเธอดังเดิม แต่ฉินเฉี่ยนในวันนี้กลับมอบเพียงรอยยิ้มหยันและคำปฏิเสธที่แสนเย็นชา จนชายหนุ่มแทบใจสลายและทนไม่ได้ที่ต้องเผชิญกับสายตาห่างเหินจากผู้เป็นแก้วตาดวงใจของเขา
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยาย Oops sorry ผู้ชายคนนี้เป็นของหนู
8.4
เรื่องราวความรักสุดร้อนแรงที่เริ่มต้นขึ้นจากความสัมพันธ์อันลึกซึ้งและหนักแน่น เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งต้องเผชิญกับบททดสอบความอดทนในค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนกับชายหนุ่มที่เธอปรารถนาจะครอบครองเป็นเจ้าของชีวิตคู่ แม้ว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความดุดันและหนักหน่วงจากความแข็งแกร่งทางร่างกายของฝ่ายชายที่เกินกว่าเธอจะรับไหว แต่เขาก็ได้ย้ำเตือนให้เธอมีความอดทนและเข้มแข็งเข้าไว้ หากต้องการที่จะก้าวเข้ามาเป็นคนสำคัญในชีวิตของเขาอย่างเต็มตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศและความเสน่หาที่ไม่อาจต้านทานได้ในโลกยุคปัจจุบัน
ภาพปกนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
ภาพปกนิยาย สุดที่รักคือเธอ
8.9
นิ่งเฉี่ยนเฉี่ยน เด็กกำพร้าผู้โชคดีได้สมรสกับมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมือง แม้สามีของเธอจะเพียบพร้อมในทุกด้าน แต่ความสัมพันธ์ตลอดสามปีกลับไร้ซึ่งความรัก กระทั่งวันที่เธอเริ่มตั้งครรภ์ เขากลับขอหย่าขาดเพราะปักใจเชื่อว่าต่างฝ่ายต่างมีคนใหม่ ทว่าในจังหวะที่สายใยรักกำลังจะตัดขาด ชายหนุ่มกลับเปลี่ยนใจไม่ยอมปล่อยเธอไปเสียอย่างนั้น ท่ามกลางความสับสนและคำสารภาพรักที่มาพร้อมความบาดหมาง นิ่งเฉี่ยนเฉี่ยนที่กำลังอุ้มท้องลูกของเขาจึงต้องเผชิญกับทางเลือกอันยากลำบากว่าควรจะจัดการกับความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าวนี้อย่างไรเพื่อให้ได้พบกับความสุขที่แท้จริง
ภาพปกนิยาย เตี้ยนเซี่ย ท่านไม่หิวหรือ
6.5
อุบัติเหตุตกสู่วังน้ำวนปริศนาไม่ได้พรากชีวิตเยี่ยเม่ย ยอดนักฆ่าสาวจากยุคปัจจุบัน เธอกลับฟื้นขึ้นในดินแดนโบราณที่ไร้บันทึกทางประวัติศาสตร์ และได้เผชิญหน้ากับเป่ยเฉินเสียเยี่ยน องค์ชายสี่แห่งราชวงศ์เป่ยเฉินผู้มีฉายาปีศาจกระหายเลือด การพบพานเขาคือเบาะแสสำคัญที่จะช่วยรื้อฟื้นความทรงจำอันเลือนหาย เยี่ยเม่ยต้องเร่งค้นหาคำตอบว่าเหตุใดโชคชะตาจึงนำพาเธอข้ามมิติมาที่นี่ ตัวตนที่แท้จริงของเธอเชื่อมโยงกับปริศนาทั้งหมดอย่างไร และเรื่องราวลี้ลับนี้อาจไม่ใช่แค่ความบังเอิญ

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED