“ค่ะพ่อนกจอมพลัง ปิป้าจะรอดูเวลาคุณหนูกลายเป็นนกปีกหัก ชอบดูถูกผู้หญิงดีนัก วันไหนก็ตามที่คุณหนูพบรักแท้ปิป้าจะภาวนาให้ผู้หญิงคนนั้นไม่ชายตาแลผู้ชายกลอกกลิ้งอย่างคุณหนูเลยทีเดียว” สาวใหญ่พึมพำตามหลังสเตฟานไปอย่างเอือมระอา ชายหนุ่มร่ำรวยล้นฟ้าจากสมบัติเก่าแก่ในตระกูลและที่สร้างขึ้นมาใหม่ด้วยสองมือของตัวเอง ทำให้มองผู้หญิงรอบตัวเป็นสิ่งฉาบฉวยใช้เงินตราหว่านล่อเอามาไว้ใช้แก้ขัดบำรุงบำเรออารมณ์หนุ่ม คุณสมบัติแค่นี้ผู้หญิงรักสบายก็ถลาซุกอกของสเตฟานโดยไม่มีข้อแม้
กายเปล่าเปลือยยืนหลับตาพริ้มใต้สายน้ำเย็นฉ่ำ ปล่อยให้สายน้ำเย็นๆ ไหลรินรดบนผิวกายตึงแน่น สายน้ำไหลละเรื่อยจากร่างกายร่วงหล่นกระทบแผ่นหินอ่อนใต้ฝ่าเท้า ก่อนจะหายไปในท่อระบายน้ำทิ้ง หลังอาบน้ำชำระคราบเหงื่อไคลที่หมักหมมขณะที่คลุกเคล้ากับคู่ขาทรงสะคราญเมื่อกลางดึก บทพิศวาสร้อนฉ่าเหมือนไฟนาบตามร่างกาย แต่ไม่สามารถทำให้สเตฟานอิ่มเอมได้มันค้างๆ คาๆ เหมือนมีบางสิ่งบางอย่างขาดหายไป การปลดปล่อยอารมณ์หนุ่มร้อนแรงไปกับร่างกายอวบอัดของนางแบบสาวชื่อดังแล้วก็จากกันหลังพระอาทิตย์โผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า แต่วันนี้มีนัดประชุมบอร์ดบริหาร สเตฟานจึงต้องกลับมาเตรียมเอกสารบางอย่างที่คฤหาสน์ดียองตูว์ มันเป็นวันที่น่าเบื่ออีกวันหนึ่งของชายหนุ่ม เพราะเขาต้องทนฟังเสียงบ่นกระแหนะกระแหนของบอร์ดบริหารที่เป็นส่วนใหญ่เป็นญาติสนิทและลุงป้าน้าอา
เขาดูองอาจในสูทผ้าเนื้อดีสีเทาขุ่น ตัวเสื้อสูทแนบลำตัวส่งให้เรือนกายทรงพลังสง่างาม จนสาวใช้สาวๆ ในคฤหาสน์ทอดสายตามมองตามเป็นพรวน สเตฟานเดินลงมาตามบันไดวนไม่เหลือบแลสายตามองสิ่งใด เพราะในหัวสมองคิดวนเวียนคิดค้น หาคำพูดแก้ต่างให้ตัวเองกับบอร์ดบริหารอยู่อย่างจริงจัง จนถึงห้องอาหารกว้างใหญ่ภายในตัวคฤหาสน์ เมื่อกำหนดการใกล้เวลาที่ต้องออกเดินทางไปยังตึกสำนักงาน ‘ดอร์อีส’ สถานที่ทำงานในปัจจุบัน
“ทานอาหารเช้าก่อนค่ะ ปิป้าเตรียมไว้ให้คุณหนูแล้ว วันนี้ต้องออกรบกับใครอีกหลายคน สะสมพลังงานเอาไว้หน่อย จะได้ไม่เพลี่ยงพล้ำ ต้องเป็นรองฝ่ายตรงข้าม” ปิป้าเลื่อนจานอาหารเช้าให้สเตฟาน พร้อมทั้งกล่าวสำทับคำพูดที่สเตฟานได้ยินถึงกับหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างถูกใจ เมื่อปิป้ารู้ความเป็นไปทุกอย่างในโลกภายนอก แม้จะอาศัยอยู่แต่ภายในคฤหาสน์โดยไม่ได้ออกไปเยี่ยมเยียนโลกภายนอกเลยสักครั้ง
“ข้อมูลแน่นมากเลยครับปิป้า รู้ด้วยรึครับ! ว่าวันนี้ผมต้องไปออกรบ”
“ปิป้าแก่ก็จริงค่ะคุณหนู แต่ไม่ได้หูหนวกตาฝ้าฟาง” สาวใหญ่กล่าวแก้เสียงสะบัด พร้อมทั้งทำหน้าแสนงอนเหมือนสาวรุ่นๆ จนสเตฟานคลายเครียดหัวเราะร่าเริง “ฮ่าๆ”
“ญาติผู้ใหญ่ทุกคนแค่เหนื่อยใจกับความประพฤติของคุณหนูนะคะ เมื่อไรจะเลิกตะลอนๆ เที่ยวเตร่แบบนี้เสียทีเล่าคะ”
“ผมไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวข้องตรงไหนกับงานที่ผมทำอยู่ ความประพฤติของผมก็เหมือนกับผู้ชายโสดทั่วไป ผมทำประชาสัมพันธ์ให้บริษัทอยู่นะครับ ไม่เสียสักสตางค์เป็นค่าสื่อสิ่งพิมพ์สักแดงเดียว ผลประโยชน์ทั้งนั้นไม่รู้จะบ่นทำไมนักหนา”
“ค่ะออกสื่อในสภาพหนุ่มเสเพล แล้วผู้หญิงดีๆ ที่ไหนจะกล้าเสี่ยงเข้ามายุ่งเกี่ยวกับคุณหนูกันล่ะคะ ปิป้าเองก็เถอะถ้าเป็นสาวๆ สิ่งแรกคือหลีกให้ห่างผู้ชายแบบคุณหนู เมื่อมีแต่เรื่องเปลืองตัวกับเปลืองใจ”
“ผมคิดว่าความคิดอันนี้ของปิป้าไม่ถูกต้องนะครับ ทุกวันนี้ผมยุ่งวุ่นวายจนสับรางรถไฟไม่ทันเพราะผู้หญิงที่ปิป้าพูดถึง ผู้หญิงดีๆ จะไม่ข้องเกี่ยวกับผู้ชายเสเพลอย่างผม ผมเห็นมีแต่จะคอยวิ่งใส่ล่ะไม่ว่า ทุกวันนี้ผมยังไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่คอยวิ่งหนีผมสักคนเดียว”
“เห้อ!!!ปิป้าคร้านที่จะเถียงกับคุณหนูแล้วล่ะค่ะ สักวันคุณหนูจะเจอกับผู้หญิงคนนั้นเอง วันนั้นคุณหนูจะรู้ว่าความแตกต่างระหว่างความรัก กับความใคร่ที่คุณหนูเจอทุกๆ วัน มันแตกต่างกันจนเปรียบเทียบไม่ได้เลยค่ะ”
“ฮ่าๆ” สเตฟานหัวเราะร่า ใช้ช้อนกวาดอาหารตรงหน้าใส่ปากอย่างว่องไว เขาต้องเก็บสะสมพลังงานเสริมเรี่ยวแรงให้ร่างกายเตรียมพร้อมสำหรับการต่อกรกับญาติผู้ใหญ่ ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตารออบรมสั่งสอนชายหนุ่มในห้องประชุมนั่นไง พวกเขาทั้งหมดมีโอกาสแค่ปีละหนึ่งครั้ง ในการประชุมใหญ่ของบรรดาผู้ถือหุ้น
มีญาติผู้ใหญ่ของสเตฟานเกินครึ่งของผู้ถือหุ้นทั้งหมด แม้อำนาจในการบริหารทั้งหมดจะเป็นของชายหนุ่มแต่เพียงผู้เดียว ความที่เป็นญาติสนิททำให้สเตฟานยอมฟังคำติเตียนอย่างยินยอมโดยดี แต่เขาไม่เคยที่จะปฏิบัติตามสักครั้งเดียว เสียงสั่งสอนวิ่งเข้าหูข้างซ้ายและเลยออกไปทางใบหูข้างขวา เมื่อหนุ่มนักรักแบบสเตฟาน ดียองตูว์หาได้ใส่ใจ แค่ทนฟังคำพูดอันแสนน่าเบื่อปีละครั้งก็น่าจะพอเพียง
รถสปอร์ตแรงสูงสีแดงสดวิ่งทะยานออกไปจากคฤหาสน์ดียองตูว์หลังจบอาหารมื้อเช้าบำรุงกำลัง เตรียมตัวพร้อมรับมือกับการโดนรุมทึ้งของกลุ่มผู้บริหารที่รอโอกาสอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ ตั้งตารอและกระตือรือร้นที่จะซักฟอก แต่ชายหนุ่มหาได้ใส่ใจและเกรงกลัว เมื่ออำนาจเบ็ดเสร็จทั้งหมดอยู่ในมือตัวเองแต่เพียงผู้เดียว ทำไมจะต้องกลัวถ้าจะมีใครไล่ต้อน
บทที่2.ภารกิจน่าเบื่อหน่ายในวันที่น่าเบื่อ
สเตฟานนั่งเด่นเป็นสง่าที่เก้าอี้หัวโต๊ะในห้องประชุมกว้าง เมื่อถึงเวลาซักฟอกและแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับไตรมาสที่ผ่านไป แสดงผลการทำงาน ผลกำไรให้กับผู้ถือหุ้นเข้าใจและยอมรับอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง เลขานุการรูปร่างอวบอัดหน้าอกใหญ่ล้นทะลักชุดผ้าพลิ้วๆ โปร่งบาง เธอนำเอกสารที่เตรียมไว้วางลงตรงด้านหน้าบอร์ดบริหาร และผู้ถือหุ้นทุกคนที่มาร่วมประชุม เป็นรายละเอียดของผลกำไรกับรายการโครงการต่างๆ ในไตรมาสนี้และไตรมาสถัดไป
“เอกสารตรงหน้าคือรายละเอียดทั้งหมดเป็นผลงานของไตรมาสนี้ เชิญตรวจทานได้ครับ ไม่เข้าใจตรงไหนถามได้นะ ผมพร้อมจะอธิบายให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน” เสียงทุ้มเป็นกังวานกล่าวเปิดประชุมและรอเวลาที่ผู้ถือหุ้นรุ่นเก่าบางคนไม่เข้าใจ ตัวเลขบนกระดาษที่ใช้ประกอบคำอธิบายพูดซักถาม
สเตฟานกวาดสายตามองทุกๆ คนอย่างไม่เกรงกลัว อำนาจเบ็ดเสร็จทั้งหมดเป็นของชายหนุ่ม เป็นเพราะเขาถือหุ้นเกินกว่า51%และดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริหาร บางโครงการใหญ่ๆ ต้องผ่านความเห็นชอบของบอร์ดบริหาร แต่ไม่มีครั้งใดที่จะถูกคัดค้าน เมื่อผลงานทุกอย่างเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคนมาโดยตลอด
ความประพฤติเสเพลของหนุ่มหล่อเป็นข้อตำหนิเดียวที่บอร์ดทุกคนใช้โจมตี แต่สเตฟานไม่สนใจ เมื่อมันไม่ได้ทำให้ธุรกิจสะดุ้งสะเทือน มีแต่จะส่งเสริมให้เด่นดังมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อท่านประธานใหญ่ขยันเป็นข่าว จนมีสาวๆ ให้ความสนใจแบรนด์ ‘ดอร์อีส’ เพิ่มมากขึ้นทุกปีๆ ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นถูกคัดสรรมาอย่างดี ประกอบกับกระบวนการผลิตให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและเหมาะกับสภาพผิวของทุกคน ถึงแม้ราคาจะแพงระยับแต่สาวๆ ทุกคนก็กล้าเสี่ยงจ่าย เมื่อใช้แล้วเห็นผลชัดเจน จนสินค้าในแบรนด์ ‘ดอร์อีส’ ติดตลาดเป็นที่ต้องการและขยายออกไปเป็นวงกว้าง
“OK ครับ มีใครคิดจะโต้แย้งหรือคัดค้านบ้างไหมครับ วันนี้ผมมีนัดเซ็นสัญญาช่วงบ่ายกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำของปารีส คงไม่ต้องบอกนะครับว่าที่ไหน? คงเข้าใจถึงความสำคัญในการเจรจา และที่สำคัญผมมีเวลาเหลือให้คุณทุกคนซักฟอกอีกไม่เกินครึ่งชั่วโมง” สเตฟานวางประสานฝ่ามือไว้เหนือตัก ดวงตาคมดุมองทุกคนในห้องประชุมอย่างจริงจัง กล่าวเสียงเน้นหนักปรับเปลี่ยนหน้าเป็นเคร่งขรึมจริงจัง มองสบนัยน์ตากับบอร์ดบริหารทุกคนโดยไม่หวั่นเกรง
“อ้าว!คุณไม่ว่าง ทำไมไม่เลื่อนการประชุมออกไปก่อนล่ะครับ พวกผมมีเรื่องสงสัยหลายเรื่อง อยากจะซักถามให้เข้าใจแบบเคลียร์ๆ เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงมันไม่น่าจะพอ”
“เชิญถามมาได้เลยครับ ถ้ามันเป็นเรื่องสำคัญจริง ผมสามารถตอบคำถามให้ทุกคนเข้าใจได้เลยตอนนี้ แต่ถ้ามันเป็นเรื่องจุกจิกหยุมหยิมไม่เกี่ยวกับการทำงาน ผมขอผ่าน ขอไม่ตอบนะครับ” สเตฟานยักไหล่อย่างยียวน มองสบนัยน์ตาของคนที่กล้าลุกขึ้นมาคัดค้านอย่างไม่หวั่นไหว
“ความประพฤติของคุณที่ผ่านมา เราทุกคนลงความเห็นแล้วว่าไม่เหมาะที่จะดำรงตำแหน่งประธานบริษัท เมื่อมันเป็นเรื่องเสื่อมเสีย ทำให้ ‘ดอร์อีส’ มัวหมอง ฉุดดึงให้กระแสความนิยมในตลาดแฟชั่นตกต่ำลงเรื่อยๆ”
“เรื่องเดิม? แสดงว่าคุณยังไม่ได้ดูเอกสารที่ผมเตรียมไว้ให้ใช่ไหมครับ หากพวกคุณทั้งหมดเสียเวลาสักนิดอ่านเอกสารนั่น พวกคุณทุกๆ คนคงจะไม่ถามคำถามนี้กับผม เอาล่ะผมจะพูดครั้งสุดท้าย หวังว่าการประชุมในไตรมาสหน้า จะไม่มีใครงัดเรื่องความประพฤติของผมขึ้นมาพูดอีกครั้ง ไตรมาสนี้ผลกำไร ‘ดอร์อีส’ เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนๆ เกือบ30% ถ้าเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา ทั้งที่ยังไม่ได้เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่เลยด้วยซ้ำ แล้วอย่างนี้ ‘ดอร์อีส’ ตกต่ำตรงไหน? ผมทำตัวเป็นข่าวสร้างกระแสให้ยอดขายเพิ่มขึ้น ทุกคนเห็นว่าผมทำตัวไร้สาระ ขอโทษเถอะครับ ผมถามหน่อยนะ มีใครในที่นี้ทำได้เท่าผมบ้างครับ รอให้พวกคุณหาคนๆ นั้นเจอก่อน เราจะมาคุยกันเรื่องนี้อีกที เอาล่ะครับ หมดเวลาแล้วสำหรับวันนี้ ถ้ามีแค่เรื่องความเสเพลของผมเรื่องเดียว ผมคงต้องขอตัว เพราะการเซ็นสัญญากับ ‘แซงน์’ จะทำให้ไตรมาสต่อไปของพวกคุณมีผลกำไรเพิ่มขึ้นอีกนับเท่าตัว ผมขอตัวสวัสดีครับ”