ตอน 1

ร่างบางที่เปรอะเปื้อนด้วยเลือดที่แผ่นหลัง ถูกโบยจนสลบไสล ผมเผ้าหลุดลุ่ยยุ่งเหยิงเลือดไหลซึมเป็นทางบนอาภรณ์สีขาว

“ทิ้งนางไว้ที่นี่ในตำหนักเย็นแห่งนี้”

ร่างโชกเลือดพลิกตัวนอนหงาย กลืนน้ำลายลงคอ คลำที่ท้องของตัวเองไปมา  จะตายได้อย่างไรในเมื่อมีลูกอยู่ในท้อง

ตำหนักฮ่องเต้

“ฝ่าบาท ย่าได้ยินว่าฮองเฮา สั่งโบยสนมเจียงซินเฟยจนสาหัสถึงร้อยไม้ ก่อนจะลากตัวนางไปไว้ยังตำหนักเย็น นางทำความผิดใดกันจึงถูกลงทัณฑ์รุนแรงปางตายเช่นนั้น”

ใบหน้าหล่อเหลาเงยหน้าขึ้นจากกองฎีกา หลายวันมานี้ไม่เคยได้ผ่อนคลายหลายเรื่องราวในราชสำนักมีให้ต้องจัดการไม่เว้นแต่ละวัน เขาเองหาใช่คนที่ชอบเรื่อง รักใคร่จึง เอาเวลาทั้งหมดทุ่มเทให้งานในราชสำนักจะดีกว่า

“เสด็จย่าหมายถึงสนมคนไหน”

ก้มหน้าอ่านฎีกาต่อไป

“จางหลง นางกำลังตั้งครรภ์”

ขันทีหนุ่มขยับกายอย่างอึดอัด

“ไว้ หลานส่งคนถามไถ่ฮองเฮาอีกที”

“จางหลงนางตั้งครรภ์ลูกของเจ้า”

สีหน้าเป็นกังวล

“เสด็จย่าเรื่องราว ในวังหลังล้วนเป็นฮองเฮาที่จัดการเป็นอำนาจหน้าที่ของนาง ไว้หลานไต่สวนอีกที อีกอย่างหลานจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อนางหรือแม้กระทั่งใบหน้าของนางด้วยซ้ำไป”

ไทฮองไทเฮาถอนหายใจยาวเหยียด ยอมจากมาโดยดี ขันทีหนุ่มเปิดประตูให้ไทฮองไทเฮา ก่อนจะก้าวมายืนก้มหน้าข้างๆจางหลง

“เจ้ามีอะไรเสี่ยวซาน”

เหลือบตามอง

“ฝ่าบาท เขาเล่ากันว่านางถูกโบยจนสลบไสลไม่แน่อาจตายไปแล้ว เพราะลักลอบได้เสียกับองครักษ์ผู้หนึ่ง”

“เจ้าเชื่อเรื่องนั้นไหม”

ถามเพราะรู้ว่าเสี่ยวซานต้องการจะพูดอะไร

“เขาเล่ากันว่านางไม่สุงสิงกับใครมาเพียงคนเดียว วันๆแทบจะไม่พูดจากับใคร แล้วเช่นนั้นจะแอบลักลอบได้เสียกับองครักษ์ได้อย่างไร”

“เจ้ารู้ได้อย่างไร นางอาจพูดกับองครักษ์ผู้นั้นมากหน่อยก็ได้”

“ฝ่าบาทเรื่องในวังหลังมักมีการใส่ร้ายป้ายสี ฝ่าบาทไม่เคยสนใจเรื่องราวเหล่านั้นอยู่แล้วจึงมีบางเรื่องที่อาจยังไม่รู้”

“งานราชสำนักสำคัญที่สุดการเป็นอยู่ของราษฎรเองก็สำคัญไม่น้อย เรื่องวังหลัง เป็นเพียงหน้าที่เท่านั้นไม่ว่าฮองเฮาหรือสนม ข้าล้วนทำไปตามหน้าที่เพื่อไม่ให้บกพร่อง หาได้มีความรักใคร่มาเกี่ยวข้อง”

จางหลงเอนหลังลงนอน หลับตาลงช้าๆ เรื่องที่ไทฮองเฮากับเสี่ยวซาน พูดเมื่อครู่ทำเอาเขาคิดมากอย่างนั้นหรือ ไม่เลยเขาไม่เคยคิดมากและใส่ใจ ในเมื่อสนมของเขามีถึงหกตำหนักสามพันนาง จะให้ใส่ใจทุกคนได้อย่างไรกัน จะว่าไปนางคงเป็น หนึ่งในสนมคืนเดียว ด้วยกระมังแม้แต่ใบหน้าหรือชื่อของนางเขาจึงไม่อาจจดจำ

ไหนจะเรื่องการรักษาบัลลังก์แห่งนี้ไว้อีกเล่า

ซินเฟยชันกายลูกขึ้นรู้สึกเจ็บปวดที่บาดแผลที่หลัง จนไม่อาจขยับตัวได้อีกต่อไปนอนแผ่หราบนลานกว้างในตำหนักเย็น หลับตานอนเอาแรงเสียหน่อยคงจะดีขึ้น ในเมื่อตอนนี้แม้แต่แรงจะขยับตัวยังไม่มี แผลถูกโบยบาดลึกน่าจะตายไปเสียแต่ เมื่อยังไม่ครบร้อยทีแล้ว ซินเฟยกัดฟันทน และยังไม่ตายจึงถูกนำตัวมาไว้ที่นี่ คงคิดว่าอย่างไรเสียก็คงต้องตายอยู่ดี

“กินน้ำเสียหน่อย”ร่างเลือนรางเหมือนในความฝันพยุงตัวซินเฟยก่อนจะจ่อถ้วยน้ำลงบนริมฝีปากแห้งผาก

“เจ้าไม่ผิดใช่ไหม สวรรค์จึงมีตาให้เจ้ารอดมาเช่นนี้”

ซินเฟย ยิ้มเศร้าๆผิดหรือไม่ผิดก็ไม่อาจโต้แย้ง ลูกในท้องของใครซินเฟยรู้ดี แต่ถูกกล่าวหาว่าเป็นลูกของใครไม่รู้ที่อยู่ๆก็มีคนเห็นผ่านเข้าออกยังห้องของซินเฟยสองสามครั้งทั้งๆที่ซินเฟยไม่เคยรู้จักคนผู้นั้นมาก่อน แล้วฮองเฮาก็ส่งมาคนจับเขาตัดหัวทันที ส่วนจินเฟยก็ถูกโบยเสียจนปางตาย

“เพื่อรักษาพระเกียรติของฝ่าบาท ข้าฮองเฮาในฐานะผู้ดูและวังหลังจึงมีบัญชาให้โบยนางร้อยที”

“คนที่ถูกส่งมาที่นี่หากผิดก็จะตายไปเสียหากไร้ความผิดเช่นเจ้ากับข้า มักจะมีชีวิตยืนยาว ข้าพยุงเจ้าลุกไม่ไหวตอนนี้ทำได้เพียงเท่านี้”

 ร่มใบหญ่เก่าครำคร่าถูกกางกันแดดลมให้ซินเฟย ผมขาวโพลนบนศรีษะ นางคงอยู่ที่นี่มาเนิ่นนาน ซินเฟยหลับตาลงอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงความปวดแสบที่บาดแผลเมื่อหญิงคนนั้นนำยาสมานแผลที่บดขึ้นเองมาป้ายที่แผ่นหลังที่ชุ่มไปด้วยเลือด

ตำหนักชิงหนิงกง

“ฝ่าบาทเครื่องเสวยวันนี้ล้วนเป็นของชอบของฝ่าบาท ใบหน้าหล่อเหลาพยักหน้าขึ้นลง นั่งบนโต๊ะเสวยพุ้ยข้าวใส่ปากหลังจากที่ขันทีทดสอบพิษเรียบร้อยแล้ว

“นางทำผิดอะไร”ใบหน้ายังเรียบเฉยแต่แววตาไหววูบ

“ฝ่าบาทอย่าทรงกังวลไป ซูจินสำเร็จโทษนางไปแล้วนางแอบลักลอบมีอะไรกับองครักษ์ชั้นต่ำจนตั้งครรภ์ป่านนี้นางคงตายไปเสียแล้วถูกโบยถึงร้อยที”

ใบหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม

“ดีแล้ว…”

คำพูดขาดหายไปในลำคอไม่ได้รู้สึกอะไร แค่เพียงรับรู้อย่างที่เขาคิดว่าควรเป็นเช่นนั้น  ซูจินยิ้มบางๆ

“ฝ่าบาทวันนี้จะค้างที่ตำหนักชิงหนิงกงหรือว่าต้องการจะเลือกป้าย”เดินเข้าใกล้ซูจินประคองกอด เบาๆ

“ค้างที่นี่ ป้ายพรุ่งนี้ข้าค่อยเลือกจะดีกว่าวันนี้ข้าอ่านฎีกามาทั้งวัน รบกวนให้ฮองเฮานวดให้หน่อยจะดีไม่น้อย”

ซูจินยิ้ม ก่อนจะซบหน้าลงบนอกกว้าง จางหลงตบที่ไหล่เบาๆอย่างเอาใจ เขาเอาใจใครไม่เป็นกิริยาที่ทำทั้งหมดเพื่อไม่ให้คนอื่นรู้สึกว่าเขาแปลกไปต่างหาก

ซินเฟย ตะแคลงตัวมองหาหญิงคนเดิม แต่ก็ไม่พบเมื่อฟ้าเริ่มมืดความหนาวเหน็บมาเยือนยกมือขึ้นกอดอกแน่น เพียงครู่เดียวที่หลับตาผ้าฝ้ายฝืนใหญ่ก็ห่มคลุมร่างให้อุ่นสบาย 

“ลองขยับตัวดูเจ้าต้องเข้าไปข้างในกับข้าแล้วหิมะทำท่าจะตก คงร่วมเสียใจกับเจ้า”

ซินเฟยรู้สึกปวดท้องจนแทบทนไม่ไหว เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นที่ใบหน้า

“อาวุโสข้าปวดท้องเหลือเกิน”

มือเหี่ยวคลำที่ท้องเป็นก้อนแข็งของซินเฟยไปมา เลือดสีแดงไหลเปรอะเปื้อนเป็นทางลงไปยังเท้าเปลือยเปล่า หญิงชราส่ายศรีษะไปมา

“เจ้าคงรักษาเขาไว้ไม่ได้แล้ว”

ซินเฟยปล่อยน้ำตาไหลริน สี่เดือนที่เฝ้าฟูมฟักดูแลตัวเองอย่างดี เพื่อมาถึงวันนี้อย่างนั้นหรือ

“เขาเป็นลูกของใคร”

ซินเฟยหลับตาไล่หยาดน้ำตา เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

“ช่างเถอะ เขาไม่สมควรได้เกิดมา ในเมื่อไร้ซึ่งความรักมีเพียงความเฉยชา”

“สวรรค์เปิดทางให้เจ้าต่างหาก พักผ่อนเสียเจ้าเสียเลือดมากไป ข้าจะออกไปขอแบ่งยาจากท่านหมอมาให้เจ้า”

ซินเฟยพยักหน้าก่อนจะหลับตาลงช้าๆ

ตอน 2

เช้าสดใส ซินเฟยรู้สึกว่าบาดแผลค่อยเบาเทาความเจ็บปวดลงบ้างแล้ว แต่อาการปวดท้องยังคงอยู่

“แม่นางน้อยวันนี้ เจ้าคงต้องลุกขึ้นมานั่งบ้างได้แล้ว ข้าลงมือทำของกินมาให้เจ้า ที่นี่ไม่มีสิ่งใดให้เลือกกินมากนักมีเพียงอาหารแห้งที่นานจะมีคนนำมาส่งเสียทีข้าเลี้ยงไก่ไว้เก็บไข่มันมาทำอาหารเพื่อบำรุงร่างกายเจ้าให้ฟื้นตัว”

“ซินเฟยขอบคุณอาวุโสมากที่ช่วยเหลือ”

ใบหน้าเริ่มมีสีเลือดมาบ้างแล้ว

“เจ้ากับข้าล้วนพบกันโดยลิขิตสวรรค์ ข้าไม่ช่วยเจ้าเจ้าอาจตายแต่หากข้าช่วยเจ้า เจ้าจึงมีชีวิตรอดดิ้นรนต่อสู่ต่อไป ขอเพียงเจ้าอย่าท้อถอย หากไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อให้เง็กเซียนก็ช่วยเจ้าไม่ได้”

   จางหลงยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก ปล่อยตัวเองล่องลอยไปกับสัมผัสนั้น ค่ำคืนที่เขาโยนป้ายรายชื่อสนม จากสามสิบสิบคนเหลือเพียงคนเดียวลงบนถาดที่ขันทีเสี่ยวซานนำมาวางให้ตรงหน้า ไม่แม้แต่จะพลิกดูชื่อของนางด้วยซ้ำไป งานในราชสำนักชวนให้วุ่นวาย ค่ำคืนที่ไร้ซึ่งความเหน็บหนาว มิใช่ความเหน็บหนาวของเขาที่ต้องการคนมาอุ่นเตียง แต่เป็นเพราะเขามองเห็นใบหน้างดงามที่ไม่อาจละสายตาอย่างนั้นหรือ เพียงแต่เหลือบตามองยามนางเผลอ แววตาใสซื่อโศกสลดนั่นต่างหากที่ชวนให้เขาไม่ไล่นางไปเสียในคืนที่เหน็ดเหนื่อยนี้ เอ่ยทักเพียงแผ่วเบา

“เจ้ามาแล้วหรือ”

ร่างบางนั่งอยู่ในมุมหนึ่ง ข้างเปลวไฟไหวระริกกระทบเสี้ยวหน้าหวาน

“ซินเฟยมาแล้ว ฝ่าบาทจะทรงสรงน้ำหรือไม่”

เขาไม่จำแม้กระทั่งชื่อ นางลุกขึ้นเดินมาหมายจะปลดอาภรณ์ออกให้แต่อีกคนกลับเดินถอยห่าง  เขาถูกเลี้ยงมาโดยฮ่องเต้ผู้เป็นบิดา ที่มีงานราชสำนักรัดตัวมารดาที่เป็นสนมเอกตายไปตั้งแต่เขายังเล็ก พ่อที่เป็นถึงฮ่องเต้ไม่เคยปกป้อง คอยแต่สั่ง..สอน ไม่เคยโอบกอดมีแต่กฎระเบียบนานาให้ปฏิบัติ

“ข้าจัดการเองได้”

ปลอดอาภรณ์ออกก่อนจะเดินไปแช่น้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้ มือบางตามเขาไปลูบไล้ขัดถู แต่ถูกกางกั้นไว้ก็ในเมื่อบางอย่างในกายเพิ่มขีดความร้อนจนเกือบระงับใจไม่อยู่

“เจ้าไปรอข้างนอกนั่น”

ร่างบางใบหน้านิ่งจนเกือบเป็นหม่นหมอง แม้นางจะงดงามจนเขาตกตะลึงทว่าใบหน้ากลับหม่นหมองเศร้าสร้อย 

ร่างบางยังนั่งอยู่หน้าเปลวไฟสีส้ม เขาซ้อนร่างมาอุ้มไว้ร่างเย็นชื้นด้วยหยดน้ำเกาะพร่างพราวกลิ่นพฤษาหอมละมุน ก่อนจะวางนางลงบนแท่นนอนไม่มีท่าทีขัดขืน คงจะถูกสอนมาอย่างดีในวิธีการปรนนิบัติฮ่องเต้

เขาสะบัดมือดับไฟที่ส่องสว่าง เป็นเพราะไม่อยากเห็นแววตาเศร้าสร้อยนั้น แต่กระนั้นแสงจันทร์ยังคงส่องลอดลงมา กระทบใบหน้าที่งดงาม ใบหน้าที่งดงามเช่นนั้นหรือ

หากจะว่าไปใบหน้างดงามของนางยังไม่ตรึงใจเท่าร่างขาวสล้างใต้ร่างเขาที่สะท้อนขึ้นลงหยิกกัดด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ยามเขากระแทกเอวหนาลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาเองก็สุขสมจนเกือบจะเผลอเปล่งเสียงร้องครางด้วยความบีบรัดคับแน่นทนไม่ไหว จนถึงกลับต้องบดริมฝีปากกับปากบางของนางแนบแน่นไม่ได้กลัวว่านางจะร้องคราง แต่กลัวว่าตัวเองจะร้องครางให้เขินอายนางเสียเปล่า

เฝ้าปรนเปรอนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างลืมตัว ปกติเขามิใช่ผู้ที่ทำเรื่องเช่นนี้เขามักจะร่วมรักกับใครเพียงแค่ครั้งเดียว แล้วปล่อยตัวเองหลับไหลจนตะวันสายโด่งในวันที่ต้องการผ่อนคลายก็เท่านั้น แต่กับนางเขาพร่ำทำซ้ำๆจนเขาแปลกใจไม่มีเสียงร้องไม่มีคำพูดหลุดออกมา ไม่มีความออดอ้อนเหมือนสนมนางอื่น ราชสำนักและบ้านเมืองสำคัญอย่างที่ถูกสั่งสอนมา เรื่องในวังหลังเองก็ถูกสอนว่าห้ามละเลย แต่ร่างบางที่นอนระทวยอยู่บนแท่นนอนในค่ำคืนที่ผ่านมาทำเอาเขาสุขสม จนแทบไม่อยากจากลา ติดใจรสสวาทนางอย่างนั้นหรือ ทั้งที่ร่างสวยแค่เพียงบิดตัวขยับหนีแข็งขืนด้วยความเจ็บปวดหาใช่ความเสแสร้งหรือสุขสมเหมือนสนมนางอื่น

 เขาลุกออกจากที่นอนยาม ทิ่ว (โฉ่ว) เท่ากับ เวลา 01.00 น. จนถึง 02.59น.ทั้งๆที่ยังรู้สึกว่ายังไมพอ เช้านี้มีงานในราชสำนักล้นมือ ไม่วายที่จะกดริมฝีปากกับหน้าผากเนียนอย่างนุ่มนวล เหมือนจะสั่งลา

 ปกตินางสนมที่ถูกเลือกป้ายมักจะถูกชำระล้างในเช้าวันถัดมาเพราะจางหลงจะออกจากห้องในยาม จี๋ (ซื่อ) เท่ากับ เวลา 09.00 น. จนถึง 10.59 น.ของอีกวัน พวกนางจึงไม่มีทางที่จะตั้งครรภ์ได้ ฮองเฮาเองเข้มงวดกับเรื่องเหล่านี้และเป็นสิ่งเดียวที่จางหลงไม่เคยรู้มาก่อน เรื่องนี้ไม่มีใครกล้าแพร่งพรายออกไป

แต่ซินเฟยกลับถูกทอดทิ้งให้นอนเพียงลำพังก่อนจะหยิบอาภรณ์มาสวมใส่ก้าวออกจากห้องไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่ร่างกายบอบซ้ำ นี่อาจเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของซินเฟย ในเมื่อสนมสามพันนางหกตำหนักตามกฎมณเทียรบาลจะเป็นไปได้อย่างไรที่ซินเฟยจะพบกับฮ่องเต้อีกครั้ง 

กลับไปในห้องพักด้วยร่างกายที่บอบซ้ำอยู่ในนั้นเงียบๆเพียงลำพังไม่หวังจะให้จางหลงเรียกตัว เพราะแต่เดิมเขาก็ไม่เคยเรียกตัวใครเป็นพิเศษอยู่แล้ว

แล้วเขาก็ลืมเลือนนางไปซินเฟยคิด

ตอน 3

ซินเฟยชันกายลุกขึ้นจากแท่นนอนแข็งที่ไม่มีแม้แต่ผ้าปูรอง บาดแผลถูกโบยหายจนเกือบสนิท อาวุโสจ้องมอง ซินเฟยที่พยายามลุกจากแท่นนอน

“เจ้าอย่าเพิ่งลุกจะดีกว่าร่างกายยังอ่อนแอ”

“ข้าดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณอาวุโส”

“ข้า ย่าหนาน เจ้าเรียกข้าว่าอาวุโสย่าหนาน”

“อาวุโสย่าหนาน”

“ข้ารู้ว่าเจ้า เจ็บปวดมากแค่ไหนกับการสูญเสียลูกในท้องไป”

ซินเฟยเหม่อมองไปไกล

“จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้าตั้งครรภ์ลูกของเขา”

“วังหลวงเจ็บปวดหนาวเหน็บ เช่นไรจึงจะหลุดพ้นหลายคนเวียนว่ายหลายคนค้นหา หลายคนต้องการเข้ามีมีชีวิตที่ดีที่นี่”

“ตำหนักเย็นแห่งนี้ยังน่าอยู่เสียกว่า”

“เจ้าไม่เหมาะกับที่นี่”

“อาวุโสท่านยังอยู่ได้ท่านเกรงว่าข้าจะมาช่วงชิงความสงบของท่านเช่นนั้นหรือ อย่าผลักไสข้าเลยข้าไร้หนทางไปแล้วจริงๆ”

“ข้าอยู่เสียจนชิน มีความสุขในความเดียวดาย นานครั้งถึงจะมีสหายเก่าแวะเวียนมา เจ้าไม่เหมาะกับตำหนักเย็น”

“ข้าทำผิดร้ายแรงวังหลวงยิ่งไม่เหมาะกับข้า”

“เจ้ารู้ดีว่าเจ้าผิดหรือไม่ แต่หากมีคนเชื่อว่าผิดก็ต้องถูกลงทัณฑ์เมื่อลงทัณฑ์ไปแล้วถือว่าความผิดของเจ้าจบสิ้นกันไป หากเจ้าไม่ทำเรื่องผิดพลาดครั้งใหม่การเข้าไปอยู่ในวังหลังอีกครั้งจึงนับว่าไม่ผิดและกระทำได้เพราะเจ้าถูกโบยจนครบร้อยทีไปแล้ว”

ซินเฟยนิ่ง กลับไปเพื่ออะไรกัน ใบหน้าเรียบเฉยของจางหลงลอยขึ้นมาตรงหน้าเขาไม่รู้ดวยซ้ำว่าซินเฟยมีตัวตน

ท้องพระโรงเมื่อเหล่าขุนนางมากันพร้อมหน้า

“ฝ่าบาทราษฎรตอนนี้สำราญถ้วนหน้า เงินเก็บในคลังมากมายจนไม่อาจะใช้หมดจึงเห็นควรงดจัดเก็บภาษีเสียสามปีจึงจะดี ด้วยฝ่าบาทรงตรากตรำทุ่มเทเป็นเวลายาวนานตั้งแต่ทรงนั่งบัลลังก์จนบัดนี้บ้านเมืองสงบสุข ประชาชนรุ่งเรืองข้าจึงหวังจะให้ฝ่าบาทจากนี้ให้เวลากับตัวเองเสียบ้าง แต่งตั้งฮองเฮามาเนิ่นนานยังไม่มีองค์รัชทายาทไว้สืบบัลลังก์”

จางหลงหลับตาลงช้าๆ เมื่อใต้เท้าฉีหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ เอ่ยปากต่อหน้าเหล่าขุนนาง ด้วยเห็นว่าจางหลงให้เวลากับราชสำนักและราษฎรเกินไปจนบัดนี้ใกล้จะไร้ผู้สืบทอดบัลลังก์

“หลังจากนี้ไปอีกสามวันข้าพระองค์เห็นควรจัดงานเฉลิมฉลองความรุ่งเรืองของแคว้นเรา”

“แล้วแต่ท่านจะเห็นสมควร ข้าเองก็อยากจะพักเสียบ้างหลังจากที่ละเลยไม่ได้มาเนื่นนาน”

“เป็นเพราะราษฎรเรียกร้องว่าอยากชมพระบารมีของฝ่าบาท กระหม่อมจึงเห็นว่าจะจัดให้มีการโปรยทาน ด้วยเหรียญทองเพื่อให้ราษฎรนำไปเป็นเหรียญนำโชค ในคืนวันงานจะให้ฝ่าบาทโปรยทานตรงลานหน้ามุขสูงของประตูด้านหน้าวังหลวง”

     ซินเฟยถือไม่กวาดกวาดลานหน้าตำหนักเย็นไปมา อาวุโสย่าหนานนั่งเย็บชุดสวยให้กับซิยเฟย 

“เจ้าลองมาสวมชุดนี้ดู”

ชุดสีขาว ถูกเย็บขึ้นด้วยความปราณีตลายปักและริมขอบสายผ้าสีแดงตัดกันชัดเจนฝีมืองดงามยิ่งกว่าชาววัง ซินเฟยจ้องมองด้วยความซาบซึ้งใจ

“ลองสวมดู”

ซินเฟยสวมชุดนั้นได้พอเหมาะพอดี สีขาวพริ้วไหวอ่อนหวานทำให้ดูผุดผาด สีแดงตัดกันนั้นส่งให้ใบหน้าที่งดงามอยู่แล้วยิ่งงามสง่าดุจพญาหงส์

“ความจริง อาวุโสไม่ต้องเหนื่อยทำให้ซินเฟย”

“พรุ่งนี้มีงานเฉลิมฉลองเจ้าไม่ต้องอุ้ดอู้อยู่ที่นี่”

ซินเฟยมีสีหน้าเศร้าสร้อยหากฮองเฮาเจอซินเฟยเข้าจะว่าอย่างไรกัน อาวุโสย่าหนานเหมือนจะอ่านใจออก

“ไม่ต้องกลัวเจ้ารับโทษไปแล้ว เหมือนคนใหม่ตอนนี้เจ้าไม่มีมีโทษทัณฑ์ใดใดติดตัว จะกลัวไปใย อีกอย่างพวกเขาไม่ได้มีบัญชาให้เจ้าถูกกักตัวอยู่ในตำหนักเย็นเหมือนข้า แต่เจ้าถูกนำมาทิ้งไว้ เพราะคิดว่าเจ้าต้องตายอย่างแน่นอนต่างหากเจ้าไม่ตายจึงถือว่าพวกเขาไม่อาจกล่าวโทษต่อเจ้าได้อีกแล้ว”ซินเเฟยยิ้ม เริ่มมีความมั่นใจขึ้นมาบ้าง

“ซินเฟยขอบคุณอาวุโสย่าหนาน”

“ข้าจะ บันดาลให้เจ้าเป็นคนใหม่ต่อแต่นี้ลืมเรื่องเลวร้ายที่ผ่านมา ระหว่างนี้เที่ยวให้สนุก ลืมเรื่องราวทุกอย่างแล้วทิ้งมันไว้ที่ตำหนักเย็นนี่เสีย”

“อาวุโสท่านดีกับข้าเหลือเกิน”

“ข้าเต็มใจทำให้เจ้าอาจเป็นเพราะข้าถูกชะตาเจ้าหรืออาจเป็นเพราะสวรรค์ที่พาเจ้ามาพบข้า”

ซินเฟยคุกเข่าลงเบื้องหน้าประสานมือคารวะ อาวุโสย่าหนานโอบกอดด้วยความรักใคร่

“ข้าเคยมีลูกสาวหากยังอยู่อายุก็คงเท่ากับเจ้าหน้าตาของนางก็คงงดงามเช่นเจ้า”ซินเฟยซบหน้าลงบนตัก

“ข้าไม่ถามว่าลูกสาวของท่านจากไปเช่นไรไม่ใช่ข้าไม่อยากรู้ แต่ข้าอยากให้ท่านรักข้าแบบนี้แม้จะดูเห็นแก่ตัวก็ตาม”

อาวุโสย่าหนานยิ้มอ่อนโยน ครั้งแรกที่เห็นซินเฟย เกิดความสงสารจนแทบจะหลั่งน้ำตาในเมื่อเป็นผู้อื่นหากถูกโบยถึงร้อยไม้คงจะกลั้นใจตายไปเสียตั้งแต่ยังไม่ครบห้าสิบไม้

ซินเฟยเช่นไรจึงมีน้ำอดน้ำทนเพียงนั้น

"นับว่าเป็นวาสนาที่ได้พบกับเจ้าให้ได้คลายเศร้าโศกไปได้บ้าง"

ซินเฟยยิ้มมารดาจากซินเฟยไปตั้งแต่สามขวบบิดาแม้เป็นขุนนางแต่ก็ไม่ได้มีตำแหน่งสูงส่งอะไรเป็นเพียงขุนนางชั้นผู้น้อยพอได้เบี้ยหวัดเลี้ยงดูครอบครัว ซินเฟยจึงอาสาเข้ามาคัดตัวนางในด้วยกิริยาอ่อนหวานและมีความอดทนเป็นที่สุดจึงผ่านการคัดตัวนางในที่แสนจะยากเย็นมาได้ ด้วยใบหน้าที่งดงามจึงถูกคัดเลือกเป็นสนมโดยไทฮองไทเฮา เข้ามาอยู่ฝ่ายในแต่ก็นั่นแหละ ซินเฟยเป็นสนมอยู่ในวังหลวงใช้ชีวิตเรียบง่าย จนกระทั่ง

“สนมซินเฟย วันนี้ต้องไปปรนนิบัติฝ่าบาทด้วยป้ายชื่อของเจ้าถูกเลือกขึ้นมาในค่ำคืนนี้”

เสียงขันทีเสี่ยวซาน ขันทีข้างกายฝ่าบาทดังขึ้น ทำเอาจิตใจที่สงบช่วงเวลาเกือบขวบปีที่ผ่านมากลับรู้สึกว่าใจเต้นไม่เป็นจังหวะ 

การฝึกสอนจากฝ่ายในว่าด้วยเรื่องการปรนนิบัติฝ่าบาทก็ลืมเลือนไปเกือบสิ้นเมื่อเวลาผ่านมาใกล้จะครบปีเต็มทีแล้วก็ยังไม่เคยต้องเข้าไปปรนนิบัติ ทั้งๆที่ถูกสอนเรื่องของการปรนนิบัติฝ่าบาททั้งยามหลับและยามตื่น 

แม้กระทั่งการอุ่นเตียงการให้กับฮ่องเต้บอกแม้กระทั่งต้องทำตัวเช่นไรจึงจะถูกใจฮ่องเต้

 ซินเฟยหาจำได้ไม่ก็ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นกระทันหันอีกทั้งความกลัวและความตื่นตระหนกมีมากเสียจนหูอื้อตาลายจำบทเรียนต่างๆเหล่านั้นไม่ได้สักนิดยามที่ต้องถูกทาบทับอยู่บนแท่นนอนกับฮ้องเต้หนุ่มที่ใบหน้าหล่อเหลา ร่างกายกำยำเช่นจางหลง ถึงเวลานั้นมาจริงๆมือไม้เย็นเฉียบ แทบจะทรงกายไม่อยู่เมื่อถูกอุ้มไปวางบนแท่นนอน ความทรงจำตอนนั้นจะว่าไม่จำ กับฝังลึกในจิตใจ ความรู้สึกอบอุ่นกับ ความอ่อนโยน ที่ยังจำได้ดีอีกทั้งรอยจุมพิตที่หน้าผากเหมือนกับรักเหลือเกินยามที่จางหลงลุกจากแท่นนอน ซินเฟยยังจำได้แม่นยำ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED