ตอน 2

เกอหลงแบกอี้เฟยขึ้นหลังมาจนถึงเรือน ก่อนที่จะค่อย ๆ วางร่างบางลงบนแคร่ไม้ไผ่อย่างเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำให้อี้เฟยแอบรู้สึกประทับใจที่ตัวเองถูกทะนุถนอมจากอีกฝ่ายมากเพียงนี้

“เดี๋ยวข้าจะไปหายามาทาข้อเท้าให้กับเจ้า นั่งรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ”

“ไม่ต้อง ๆ เดี๋ยวข้าไปเอามาทาเองก็ได้ ไม่ต้องลำบากเจ้าหรอก”

อี้เฟยรีบโบกมือปฏิเสธและตั้งท่าที่จะลุกขึ้นยืน แต่ก็ถูกมือหนายื่นมากดหัวไหล่ให้นั่งลงไปอย่างเดิม

“ตอนที่ข้าป่วยก็มีเจ้าที่ช่วยดูแลข้าเป็นอย่างดี แล้วครั้งนี้เจ้าเป็นบ้างทำไมข้าจะดูแลเจ้ากลับคืนไม่ได้ล่ะ”

“เอ่อ...ก็ได้”

อี้เฟยไร้หนทางที่จะปฏิเสธจึงตอบตกลงไป ทั้งที่ในใจก็แอบหวั่น ๆ ว่าบิดาและมารดาของตนจะมาเห็นเข้าแล้วจะเกิดความเข้าใจผิดได้ แต่เรื่องที่อี้เฟยกังวลไปมากกว่านั้นก็คือหัวใจของตัวเอง ที่กำลังรู้สึกหวั่นไหวกับอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากตัวเองนั้นมักจะใจอ่อนและหวั่นไหวง่ายกับทุกเรื่อง

“ยามาแล้ว”

เสียงเข้มแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนของเกอหลงนั้น ทำให้อี้เฟยที่กำลังหมกหมุ่นอยู่กับความคิดและความรู้สึกบางอย่างต้องหยุดลง

“นะ นั่นเจ้าจะทำอะไรน่ะ”

อี้เฟยถามออกไปด้วยความตกใจเล็กน้อยในตอนที่เกอหลงนั่งยองลงแล้วจับเท้าของนางยกขึ้นไปวางบนหน้าขาของเขาอย่างไม่มีท่าทีรังเกียจเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังตอบกลับคนขี้เกรงใจมาอย่างหน้าตาเฉย

“ก็จะทายาให้เจ้าไง”

“ไม่ต้อง เดี๋ยวข้าทาเอง”

“เจ้านี่จะดื้อกับข้าไปถึงไหนกัน ข้าก็บอกแล้วไงว่าข้าอยากตอบแทน”

เกอหลงไม่สนใจคำปฏิเสธน้ำใจตนของอี้เฟย เขาจัดการละเลงยาสมุนไพรที่มีติดเรือนเอาไว้อยู่แล้วลงบนข้อเท้าของอี้เฟยก่อนจะใช้ปลายนิ้วของตัวเองนวดคลึงบริเวณที่ทายาไปแล้วนั้นเบา ๆ เพื่อให้ยาซึมเข้าผิวหนังจะได้ช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดีขึ้น

“รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม"

“อ่า ขอบใจเจ้ามาก”

“สำหรับเจ้าข้ายินดีเสมอ จะให้ข้าตอบแทนเช่นไรขอเพียงแค่เจ้าเอ่ยปากเท่านั้น จริงสิ เจ้านั่งพักอยู่ตรงนี้ก่อนนะ ข้าจะไปตักน้ำแกงที่แม่ของเจ้าเคี่ยวเอาไว้มาให้ บางทีการได้ลิ้มรสของอร่อยอาจจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น”

พูดจบเกอหลงก็ลุกขึ้นเดินไปทันที ปล่อยให้อี้เฟยกลับมาอยู่กับความคิดของตัวเองอีกครั้ง ในอกของนางตอนนี้เกิดแรงดันโลหิตที่ผิดแปลกเล็กน้อยวาบผ่านไปวาบผ่านมาอยู่หลายครั้ง ความอ่อนโยนและใส่ใจของเกอหลงยังคงติดตรึงอยู่ในใจ

เพียงไม่นานเกอหลงก็เดินกลับมาพร้อมกับถ้วยน้ำแกงในมือที่โชยกลิ่นหอมมากแต่ไกล

“ข้าคิดว่าน้ำแกงที่มารดาของเจ้าเคี่ยวทิ้งไว้นี้ได้ที่แล้ว ลองชิมดูนะ”

“อืม”

อี้เฟยตอบรับในลำคอพร้อมกับยื่นมือไปรับถ้วยน้ำแกงจากเกอหลง แต่เขากลับเบี่ยงหลบแล้วหยิบช้อนตักเห็ดหูหนูขาว เก๋ากี้ และพุทราจีนในน้ำแกงขึ้นมาเป่าให้หายร้อนก่อนจะยื่นต่อไปที่ปากของอี้เฟยให้นางอ้าปากแล้วกินเข้าไป

“เรียบร้อยแล้วลองชิมดู”

“อะ อืม”

อี้เฟยรู้ดีว่าปฏิเสธไปก็ไม่ได้ผลครั้งนี้จึงยอมทำตามอย่างว่าง่าย

“หอมและหวานหรือไม่”

สีหน้าของอี้เฟยบ่งบอกถึงความพึงพอใจในรสชาติของน้ำแกงถ้วยนี้เป็นอย่างมาก และอยากให้อีกฝ่ายได้ลิ้มลองด้วยเช่นกัน

“อื้อ เจ้าก็ลองบ้างสิ”

“ข้าก็ตั้งใจว่าจะชิมอยู่เหมือนกัน”

เมื่อพูดจบเกอหลงก็จงใจประสานสายตากับอี้เฟย ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนใบหน้าเข้าไปหาอีกฝ่ายเรื่อย ๆ หมายที่จะทำตามหัวใจและเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองให้คนตรงหน้าได้รับรู้ แต่ก็ถูกมือบางปิดปากแล้วดันหน้าให้ออกห่างไป โดยหารู้ไม่ว่าการกระทำของทั้งคู่นั้นอยู่ในสายตาของบิดาและมารดาของอี้เฟยทั้งหมด

“อี้เฟยมาคุยกับพ่อหน่อย”

เสียงเข้มของผู้เป็นบิดาเอ่ยขึ้นทำให้ทั้งเกอหลงและอี้เฟยรีบผละออกจากกันโดยเร็วด้วยความตกใจ โดยเฉพาะอี้เฟยที่ตื่นตระหนกเกินไปมาก รีบเดินตามบิดาไปตามคำสั่ง

“ทะ ท่านพ่อคือข้า…”

“เป็นข้าที่ไม่ดีเอง ข้าจงใจจะล่วงเกินอี้เฟย”

ระหว่างที่อี้เฟยกำลังอึกอักที่จะอธิบายกับบิดาของตนอยู่นั้น ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากข้างหลัง ซึ่งเจ้าของเสียงก็คือเกอหลงที่แอบเดินตามมานั่นเอง เพราะเขานั้นเป็นห่วงกลัวว่าอี้เฟยจะถูกบิดาของนางตำหนิ ทั้งที่คนผิดเป็นตัวของเขาเอง

“เพราะเหตุใดเจ้าถึงทำเช่นนั้น ข้ากับอี้เฟยอุตส่าห์ช่วยเหลือเจ้า”

“เป็นเพราะข้า…หลงรักอี้เฟย”

“เจ้าว่าอย่างไรนะ!”

“ข้าหลงรักอี้เฟยขอรับท่านลุง หลงรักมาตลอด หลงรักตั้งแต่วันแรกที่ฟื้นคืนสติขึ้นมา”

คำพูดของเกอหลงไม่ได้ทำให้บิดาของอี้เฟยเพียงผู้เดียวที่ตกตะลึง แต่ก็ทำให้อี้เฟยนั้นแทบหยุดหายใจไปเลยเช่นกัน นางไม่คิดไม่ฝันว่าเกอหลงจะชอบพอในตัวของนางมากถึงขั้นกล้าที่จะสารภาพรักต่อหน้าบิดาของนางเช่นนี้เลย

“ข้าไม่ได้กีดกั้นถ้าสองคนจะรักกัน แต่ถ้าหากว่าเจ้าชอบอี้เฟยจริง ๆ เจ้าต้องรับปากข้าหนึ่งเรื่อง”

บิดาของอี้เฟยไม่ได้ถามบุตรสาวของตัวเองว่ารู้สึกเช่นไรกับเกอหลงสักคำ เนื่องจากคนเป็นพ่อรู้ดีว่าลูกของตนนั้นต้องมีใจให้กับเกอหลงเช่นกันไม่มากก็น้อย แต่ถึงจะรู้สึกจริง ๆ ก็ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้อี้เฟยก็ถึงเวลาที่จะต้องออกเย้าออกเรือนได้แล้ว

“ตราบใดที่ไม่หักหลังต่อความซื่อสัตย์ ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟข้าก็จะทำเพื่อท่านลุงให้ได้”

“ข้าไม่ได้ต้องการอะไรมากมายถึงเพียงนั้น ข้าต้องการแค่เพียงให้เจ้าตบแต่งกับอี้เฟยให้ถูกต้องตามประเพณี ไม่ใช่บอกว่ารักว่าชอบบุตรสาวของข้า แต่พอเอาเข้าจริงก็ทิ้งขว้างกลับเมืองหลวงไป”

บิดาพูดแทนใจของอี้เฟยแทบทั้งหมด อี้เฟยเองก็ต้องการความมั่นใจในเรื่องนี้เช่นกัน ที่ตัวของนางยังไม่กล้าลงใจเอาไปเล่นนั้นก็เพราะกลัวว่าเมื่อเกอหลงได้สิ่งที่ต้องการจากตัวนางไปทั้งหมดแล้ว เขาจะทิ้งนางไว้ที่นี่และตัวเขาก็จะกลับเมืองหลวงไป

ซึ่งไม่แปลกที่อี้เฟยจะหวั่นใจกับเรื่องนี้มาก เพราะนางยังไม่เคยมีความรักมาก่อนเลยสักครั้งตั้งแต่เติบโตเป็นสาวมา และคิดว่าตัวเองนั้นอ่อนหัดเรื่องความรักเป็นอย่างมาก มีโอกาสหลายส่วนที่จะถูกบุรุษเมืองหลวงหลอกเอาได้

“ท่านลุงไม่ต้องกังวล ข้าจะมิมีวันทำเช่นนั้นเป็นอันขาด เหตุผลเดียวที่ข้าจะกลับไปที่เมืองหลวงก็คือไปจัดขบวนขันหมากยิ่งใหญ่ให้สมเกียรติของอี้เฟยเพื่อมาสู่ขอนางเป็นภรรยาแล้วไปใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไปตราบนิจนิรันทร์ ข้าสัญญา”

“ถ้าเจ้าให้คำมั่นเช่นนี้ข้าก็หมดห่วง และหวังว่าเจ้าจะทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับข้าโดยเร็ว”

“ขอรับท่านลุง ข้ารับปากแล้วต้องทำให้ได้”

บิดาของอี้เฟยพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไปจากตรงนี้ ปล่อยให้สองหนุ่มสาวได้พูดคุยกันต่อไป และเมื่อบิดาเดินลับสายตาไปแล้ว เกอหลงก็เป็นฝ่ายก้าวเดินเข้าไปหาอี้เฟยเพื่อเริ่มพูดคุย

“ข้าขอโทษที่โผงพางออกไปอย่างนั้น โดยที่ไม่ได้บอกกับเจ้าก่อน แต่ก็เพราะข้าเชื่อว่าการกระทำของข้านั้นจะทำให้เจ้ารับรู้ได้ว่ารู้สึกเช่นไรกับเจ้า”

“…ไม่เป็นไร แต่เจ้าจะไม่ทิ้งข้าไปจริง ๆ ใช่หรือไม่”

“ข้าสัญญา”

เกอหลงให้คำมั่นสัญญาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเช่นเคยพร้อมกับคว้าสองมือเล็กของอี้เฟยมากอบกุมเอาไว้ ดวงตาทั้งสองคู่จับจ้องกันและกันและกระชับมือที่กุมเอาไว้ให้แนบแน่นมากขึ้น ตอนนี้เกอหลงเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าตนเองสามารถทำให้ภาพจินตนาการในหัวนี้เป็นจริงได้

“อืม…ข้าจะเชื่อเจ้า”

ท้องฟ้าในคืนนี้มืดหม่นกว่าปกติ คงเป็นเพราะคืนจันทร์แรมเลยมีแค่ดวงดาวให้แสงสว่างเท่านั้น แต่สิ่งนี้ก็เป็นผลดีเพราะทำให้อี้เฟยได้เห็นหิ่งห้อยมากมายที่กำลังส่องแสงกระพริบสวยงามบินอยู่รอบ ๆ ตัวของตนและเกอหลง

ซึ่งตอนนี้เกอหลงกับอี้เฟยนั่งห้อยขาอยู่ที่ปลายสะพานไม้เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศยามสนธยาร่วมกัน

“ตอนเป็นเด็กข้าชอบหิ่งห้อยยิ่งนัก”

อี้เฟยพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มพร้อมกับยื่นมือไปสัมผัสกับตัวของหิ่งห้อย แต่ทว่าจับมันมาครอบครองเอาไว้ในอุ้งมือไม่ได้ สายตาของเกอหลงที่มีอี้เฟยอยู่ข้างในเสมอนั้นก็รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร

“ไม่ว่าเจ้าจะชอบอะไร ข้าก็จะหามาให้เจ้า”

เกอหลงพูดพร้อมกับจับหิ่งห้อยที่บินอยู่ข้างหน้ามาใส่มือให้กับอี้เฟย ซึ่งสิ่งนี้เรียกรอยยิ้มและกระตุ้นหัวใจของนางให้เต้นแรงได้เป็นอย่างดี ก่อนที่อี้เฟยจะปิดบังความเขินอายด้วยการก้มหน้าลงมองหิ่งห้อยในมือ แต่อย่างไรรอยยิ้มที่เปื้อนดวงหน้างามอยู่ก็มิอาจเลื่อนลางหายไปได้ เพราะหัวใจกำลังกระชุ่มกระชวยมาก

ถึงแม้ว่าตอนนี้อี้เฟยจะมีความสุขมากเพียงใดและเกอหลงจะให้คำมั่นสัญญาชัดเจนแค่ไหน แต่ในใจของนางก็ยังคงหวั่นใจเรื่องนั้นอยู่ ไม่สามารถลบล้างออกไปจากหัวใจและความคิด จึงอดที่จะพูดเชิงตัดพ้อไม่ได้

“เจ้าหยอดคำหวานใส่ข้าเช่นนี้ ได้โปรดเหลือพื้นที่ไว้ให้ข้าเผื่อใจบ้าง”

“คืนนี้มีความสุขมากขนาดนี้ก็อย่าได้พูดถึงเรื่องที่ชวนให้ไม่เป็นสุขใจอีกเลย ข้าสัญญาแล้วว่าจะไม่ทอดทิ้งก็คือไม่ทอดทิ้ง ได้โปรดเชื่อใจข้าจริง ๆ ได้หรือไม่”

ช่วงที่อี้เฟยหยักหน้ารับตัวของนางก็ลอยเข้าไปอยู่อ้อมกอดอุ่นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว เอวถูกรัดแน่นจนไม่อาจดิ้นหนี

“ข้ารักเจ้า”

คำบอกรักจากริมฝีปากหนาที่เอ่ยกระซิบข้างใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความจริงใจ จนทำให้คนที่ถูกบอกรักสองแก้มแดงเห่อร้อน ดวงหน้าพลันร้อนฉ่าขึ้นมาในทันที

ทั้งสองหันใบหน้าเข้าหากัน ดวงตาคมเป็นฝ่ายจ้องมองที่ริมฝีปากบางเป็นกระจับสวยงาม ริมฝีปากเยิ้มฉ่ำที่กำลังแย้มน้อย ๆ เป็นสิ่งที่กระตุ้นอารมณ์ปรารถนาได้เป็นอย่างดี ก่อนที่บุรุษหนุ่มจะอดใจไม่ไหวเลื่อนเข้าไปใกล้บุปผางามเรื่อย ๆ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกันแล้ว ซึ่งเป็นการสัมผัสที่แผ่วเบาราวกับขนนกจนมิอาจถอดถอนออกจากกันได้

อวัยวะรับรสที่อ่อนนุ่มเกี่ยวกระหวัดกัน ต่างคนต่างดูดริมฝีปากของอีกฝ่ายทั้งยังขยับเปลี่ยนมุมให้ลึกล้ำขึ้น จูบที่เริ่มต้นช้า ๆ ปลุกเร้าความต้องการด้วยลิ้นที่แทรกเข้ามา ไม่ใช่จูบที่เร่าร้อนแต่เป็นจูบที่ล้ำลึก แผ่วเบา และนุ่มนวล ทำให้รู้สึกผ่อนคลายกับทุกจุดที่ปลายลิ้นสัมผัส และยังทำให้ทั้งสองแยกออกจากกันไม่ได้จริง ๆ จนกระทั่งเลยเถิดไปไกลแสนไกลตลอดทั้งค่ำคืน

🎶ความเหงาจบลง ณ ยามนี้ แสงเงาบนผิวน้ำจากแสงเงาเดี่ยวกลายเป็นแสงเงาคู่ หิ่งห้อยส่องแสงบินระยิบระยับไปมารอบ ๆ ตัวของสองเรา ราตรีนี้หวังว่าจะเป็นช่วงยามแห่งความสุข ขอให้ความสุขเช่นนี้ยาวนานเสียหน่อยได้หรือไม่ ยาวนานออกไปเสียหน่อยได้หรือไม่ 🎶

ตอน 3

ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าค่อย ๆ จมหายเข้าไปในผืนน้ำที่กำลังทอประกายระยิบระยับจากแสงอาทิตย์ ฟองคลื่นสีขาวพรายกระทบเข้าหาชายฝั่งก่อนถอยร่นหายกลับไป กระแสน้ำจากกลางอ่าวกลายเป็นระลอกคลื่นหมุนเข้าพัดพาเข้าสู่ชายฝั่ง เสียงของนกยูนนานกำลังพากันบินกลับรัง ผสมผสานกับเสียงซัดซาดของคลื่นน้ำช่วยทำให้จิตใจค่อย ๆ สงบลง

ช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เกอหลงกับอี้เฟยพัฒนาความสัมพันธ์ไปได้ไกลมากขึ้น เรียนรู้ซึ่งกันและกันจนอี้เฟยเชื่อใจและเชื่อมั่นในตัวของเกอหลงได้อย่างเต็มหัวใจ และทั้งสองก็มักจะพากันมาดูพระอาทิตย์ตกดินทุกเย็นที่เรือนแพหลังเล็กที่อยู่ห่างจากเรือนหลังใหญ่ที่บิดามารดาอาศัยอยู่ไปไกลพอสมควร

และเมื่อทั้งคู่กำลังนั่งชมตะวันตกดินเคียงข้างกันอยู่นั้น คลื่นยามเย็นขึ้นสูงจนเห็นว่ากลางอ่าวมีเรือสำเภาลำหนึ่งกำลังแล่นเข้ามาทางนี้ กระแสน้ำจากกลางอ่าวกลายเป็นระลอกคลื่นหมุนเข้าพัดพาเข้าสู่ชายฝั่งเรื่อย ๆ เรือสำเภาลำนั้นก็เช่นกัน

“นั่นเรือสำเภาของผู้ใดกัน หรือว่าจะเป็น…”

อี้เฟยเอ่ยขึ้นพร้อมกับทอดสายตามองไปยังกลางน้ำ และคิดว่าชาวบ้านระแวกนี้ไม่มีผู้ใดมีเรือสำเภาเช่นนี้เป็นแน่ ซึ่งส่วนใหญ่เรือสำเภามักจะมาจากเมืองหลวง และถ้าหากเรือลำนั้นแล่นมาทางนี้จริงอาจจะเกี่ยวข้องกับเกอหลงที่มาจากเมืองหลวงก็เป็นได้ และดูเหมือนว่าสัญชาตญาณของอี้เฟยจะมีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก

ส่วนเกอหลงที่เพ่งสายตามองไปที่เรือสำเภาอย่างพิจารณาอยู่สักพักก็รู้ได้ทันทีว่าเรือสำเภานั้นมาจากที่ใด หัวใจของเขาก็เริ่มหวั่น หันมองสตรีที่นั่งอยู่ข้างกายด้วยสายตาละห้อย

เครื่องยนต์เรือเบาเสียงลงเมื่อเรือมาลอยหยุดอยู่หน้าชายฝั่ง ซึ่งอยู่ติดกับเรือนแพของเกอหลงและอี้เฟยมาก เมื่อเสียงของเครื่องยนต์หยุดลงก็มีชายรูปร่างกำยำลงมาจากเรือหนึ่งคน ส่วนบนเรือก็ยังมีบุรุษท่าทางแข็งแรงมาก คล้ายกับถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีอีกหลายคนอยู่บนนั้น

“ข้าจะไปดูเอง”

เกอหลงบอกกับอี้เฟยก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่เรือสำเภาที่พึ่งจอดนิ่งสนิทได้ไม่นาน โดยถือตะเกียงไฟติดมือไปด้วย

“อะ องค์ชาย ในที่สุดข้าก็หาองค์ชายพบจนได้ ”

น้ำเสียงและท่าทางที่บ่งบอกว่าเต็มไปด้วยความปิติยินดีอย่างที่สุดเมื่อได้พบกับบุคคลที่ตนกับพวกออกตามหามานานเป็นเดือนแล้ว แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่แสดงออกถึงความดีใจเลยแม้แต่นิด

“ตามข้ามา”

เกอหลงพูดเพียงสั้น ๆ พร้อมกับเดินนำไป ทำให้บุรุษที่ออกตาหานั้นชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยอมเดินตามไปโดยเร็ว

“ท่านอ๋องปลอดภัย ข้าน้อยดีใจมากเลยขอรับ เมื่อทางไท่เฟยทราบข่าวว่าท่านอ๋องเกิดเหตุเรือล่มก็รีบทูลขอให้ฮ่องเต้และไทเฮาจัดคนตามหาท่านอ๋องทั่วทั้งตลอดเส้นทางเดินเรือเลยขอรับ”

“ข้ารู้อยู่ว่าอย่างไรท่านแม่ทั้งสองและท่านพี่ก็ต้องออกตามหาข้าเป็นแน่ อยู่ที่นี่ห้ามเรียกข้าว่าท่านอ๋องหรือองค์ชายเป็นอันขาด เรียกข้าว่านายท่านก็พอ”

“อะ เอ่อ ทำไมเหรอขอรับ”

“ทำตามที่ข้าบอก”

“ขอรับ”

เจ้าของสันกรามคมชัด ดวงตาทั้งสองข้างหยักโค้งเล็กน้อยสง่างามทรงภูมิเมื่ออยู่กับคนของวังหลวง ซึ่งแตกต่างจากตอนที่อยู่กับสตรีผู้เป็นที่รักอย่างมาก

“ท่านอ๋อง เอ่อ นายท่านอยู่ที่นี่คงจะลำบากมากเลยใช่หรือไม่ขอรับ ดูใบหน้าและร่างกายของนายท่านหมองคล้ำและซูบผอมลงไปมาก ข้าน้อยคิดว่านายท่านควรเดินทางกลับเมืองหลวงคืนนี้เลยดีหรือไม่ขอรับ”

“ข้าไม่ได้ลำบากอะไร แต่ที่ใบหน้าของข้าหมองคล้ำและร่างกายซูบผอมลงไปนั้น ก็เพราะว่าข้าพึ่งหายป่วยและต้องตอบแทนผู้มีบุญคุณที่ช่วยเหลือชีวิตของข้าเอาไว้ ถ้าไม่มีพวกเขาข้าก็คงไม่มีชีวิตมายืนพูดกับเจ้าได้อย่างนี้”

“ข้าน้อยเข้าใจแล้วขอรับ”

“ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะกลับเมืองหลวงกับเจ้า แต่เมื่อไรนั้นข้าจะบอกอีกที แล้วอย่าลืมล่ะว่าห้ามเรียกข้าว่าองค์ชายหรือท่านอ๋องอย่างเด็ดขาด”

“ขอรับนายท่าน”

“อืม”

เกอหลงเดินกลับมาหาอี้เฟยที่ยังคงคอยอยู่ที่เดิม อี้เฟยไม่ถามอะไรแต่เกอหลงเห็นสีหน้าของนางก็รู้ได้ทันทีว่าอี้เฟยนั้นรอฟังคำอธิบายจากตนอยู่

“เอ่อ...บุรุษผู้นั้นเป็นคนรับใช้ของข้า เมื่อทราบข่าวว่าข้าเกิดเหตุเรือล่มก็เลยรีบออกตามหา ยามนี้ข้าจำเป็นต้องกลับเมืองหลวง เพื่อไปให้ญาติพี่น้องของข้าเห็นว่าข้านั้นยังปลอดภัยดีได้ ข้าสัญญาว่าจะไปไม่นาน ข้าจะรีบกลับมาพร้อมกับมาสู่ขอเจ้าเป็นภรรยาให้ถูกต้องตามประเพณี”

เเกอหลงพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าสองมือนุ่มของอี้เฟยมากอบกุมเอาไว้ให้คำมั่นสัญญาที่แน่วแน่อีกครั้ง

ส่วนอี้เฟยนั้นก็เข้าใจเหตุผลที่เกอหลงต้องกลับเมืองหลวง และที่สำคัญตอนนี้อี้เฟยเชื่อมั่นในตัวของเกอหลงเป็นอย่างมาก และมั่นใจในความรักที่มีให้กันและกัน อี้เฟยจึงยอมให้เกอหลงได้กลับไป และตัวเองก็รอคอยด้วยความมั่นคงอยู่ที่นี่ เชื่อว่าไม่นานเกอหลงก็จะกลับมาตามคำสัญญา

“ข้าเข้าใจ เจ้าเดินทางคืนนี้เลยสิ เพราะที่นี่คงไม่สะดวกที่จะให้ที่พักพิงกับบุรุษพวกนั้นได้ทั้งหมด และอีกอย่างข้าอยากให้เจ้ารีบไปแล้วก็รีบกลับมาหาข้า”

“อืม…อี้เฟยข้ารักเจ้า รักเจ้าสุดหัวใจ”

“ข้าก็รักเจ้าเช่นกัน”

🎶เพียงนางระลึกถึง น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ก็ไหลริน พึ่งรู้ว่าแยกจากกันมิได้ ความคิดถึงไม่ได้กระจายหายไปกับลมหายใจที่ทอดถอนทิ้ง รักที่แลกไปไหลทิ้งดั่งสายน้ำ วันเก่าผ่านไปเรื่อย ๆ หลั่งน้ำตาออกมาเป็นสายเลือดเจ้าก็ไม่กลับมา ใจของข้าพบเจอกับความเจ็บปวดหลือคณานับ สุดแสนคำนึงถึงจำเป็นต้องตัดความสัมพันธ์ไป ยากจะลืมคนที่จากลา 🎶

สามเดือนผ่านไป เกอหลงก็ยังไม่กลับมา แต่อี้เฟยก็ยังคงรอคอยที่ริมสะพานที่ทั้งสองต้องมานั่งดูตะวันตกดินทุกวันตอนที่อยู่ด้วยกัน ไม่ขาดเลยแม้แต่วันเดียว

และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่อี้เฟยออกมารอเกอหลง แต่ทว่าสายน้ำก็ยังคงนิ่งสนิทไม่มีวี่แววของคนที่รอจะกลับมา อี้เฟยจึงเดินคอตกกลับเรือนไป

เมื่อเดินกลับมาถึงเรือนแล้ว กลิ่นอาหารที่มารดาของอี้เฟยกำลังทำก็ได้โชยมาตามสายลม ปกติอาหารที่มารดาทำนั้นจะมีกลิ่นที่หอมชวนลิ้มรสเป็นอย่างมาก แต่ทำไมวันนี้อี้เฟยถึงรู้สึกว่ากลิ่นมันแปลก ๆ จนจวนจะทำให้รู้สึกอยากอาเจียน อี้เฟยต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูกเอาไว้ แต่ก็ยังคงรู้สึกพะอืดพะอมจนทนไม่ไหวต้องแอบวิ่งไปอ้วก

เมื่ออาเจียนสิ่งที่ตีขึ้นมาในลำคอจากกระเพาะออกจนหมด อี้เฟยก็เริ่มมีความคิดที่ชวนให้กังวลใจขึ้นมา เพราะช่วงเวลาที่ตนกับเกอหลงอยู่ด้วยกันนั้น ความรักที่มีให้กันและกันอย่างมากล้นได้นำพาให้คนทั้งสองเกินเลยกันไปไกลหลายต่อหลายครั้ง

อี้เฟยได้เก็บงำความสงสัยเอาไว้ตลอดทั้งคืน รอจนตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าในเช้าวันใหม่นางก็รีบไปที่ตลาดทันที เพื่อให้หมอยาที่ตลาดตรวจชีพจรให้ว่านางนั้นได้ตั้งครรภ์อย่างที่เป็นกังวลหรือไม่ และผลที่ออกมาก็คือ….

“ตอนนี้เจ้ากำลังตั้งครรภ์ แต่อายุครรภ์ยังน้อย เจ้าจึงต้องรักษาสุขภาพให้มาก แต่ข้าก็จะเจียดยาบำรุงครรภ์ไปให้ต้มกินด้วย”

“เจ้าค่ะ”

อี้เฟยเดินคอตกออกมาจากโรงหมอเพื่อกลับไปยังเรือนของตน ตลอดเส้นทางอี้เฟยเอาแต่คิดว่าจะทำเช่นไรต่อไป ความรู้สึกตอนนี้มันผสมปนเปกันไปหมด ทั้งดีใจทั้งเสียใจและก็กลัวว่าบิดากับมารดาของตนจะไม่ยอมรับ และก็อดที่จะคิดถึงพ่อของลูกในท้องไม่ได้

เมื่อคิดถึงคนใจร้ายหยดน้ำอุ่น ๆ ก็เอ่อล้นในดวงตา ก่อนที่หยดน้ำนั้นจะกลิ้งลงอาบข้างแก้มเนียน เมื่อห้ามน้ำตาเอาไว้ไม่ได้อี้เฟยก็ค่อย ๆ ทรุดตัวลงปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะอัดอั้น

“ฮึก…ฮือ…ไหนบอกว่าจะรักษาสัญญา ทำไมเจ้าถึงใจร้ายกับข้าถึงเพียงนี้ ฮือ…”

อี้เฟยเดินกลับมาถึงเรือนก็เห็นว่าบิดากับมารดากำลังช่วยกันเผาฟืนอยู่ นางจึงตัดสินใจใช้โอกาสนี้ที่จะบอกเรื่องที่ตนเองตั้งครรภ์ ซึ่งอี้เฟยคิดมาอย่างถี่ถ้วนดีแล้วว่าอย่างไรก็ต้องบอก และที่สำคัญต้องยอมรับผลที่จะออกมาให้ได้

“ท่านพ่อ ท่านแม่ลูกมีเรื่องสำคัญจะบอกเจ้าค่ะ”

สิ้นเสียงของอี้เฟย ทั้งบิดาและมารดาก็ได้หยุดมือกับสิ่งที่กำลังทำอยู่เพื่อตั้งหน้าตั้งตารอฟังสิ่งที่บุตรสาวกำลังจะพูด

“คือว่าข้า…ตั้งครรภ์เจ้าค่ะ”

เคร้ง!

สิ่งที่อี้เฟยพูดออกมานั้นทำให้มารดาตกใจจนสิ่งที่อยู่ในมือตกหล่นลงพื้น ก่อนที่มารดาจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก

“วะ ว่าไงนะ!”

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าขอโทษ ข้าต้องสารภาพความจริงที่หนักใจนี้ให้ท่านทั้งสองได้รับรู้ ข้าท้องแล้ว ข้าท้องกับเกอหลง”

ทันทีที่บิดาได้ฟังสิ่งที่บุตรสาวของตนพูดออกมาอย่างแจ่มแจ้งแล้วอารมณ์โทสะก็เกิดขึ้นมาในทันที ก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงเดือดดาล

“นี่เจ้ารู้ไหมว่าตัวเองทำอะไรลงไป!”

“ฮึก…ข้ารู้ ข้ารู้ดีว่าสิ่งที่ข้าทำนั้นมันเป็นสิ่งที่ผิดและขัดกับประเพณี ความผิดนี้เกิดขึ้นจากความอ่อนแอของข้าเอง ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านต้องผิดหวังและเสียใจ ข้าโทษ ฮือ…”

“ไม่ต้องมาบีบน้ำตา! เจ้าทำให้หัวใจของพ่อและแม่แหลกสลาย สกุลของเราขาดเกียรติ สร้างความอับอายให้กับบรรพบุรุษ ข้าไม่สามารถยอมรับสิ่งนี้ได้ ข้าว่าเจ้าควรไปทบทวนความผิดของตัวเองที่อื่นที่ไม่ใช่ที่นี่ ท้องโตขึ้นทุกวันอยู่ที่นี่ต่อไปก็จะยิ่งสร้างความอับอายไปมากกว่าเดิม”

พูดจบบิดาของอี้เฟยก็เดินออกไปจากตรงนี้อย่างรวดเร็ว ไม่สนใจเสียงเรียกและเสียงร่ำไห้ของบุตรสาวเพียงคนเดียวเลยแม้แต่นิด

“ท่านพ่อ ๆ ฮือ…”

“ข้าเองก็ผิดหวังในตัวเจ้าเช่นกัน”

มารดาของอี้เฟยเอ่ยขึ้นมาก่อนจะเดินตามสามีออกไปด้วยรู้สึกที่เสียใจไม่ใช่น้อย

“ท่านพ่อท่านแม่ ฮือ…ทำไมพวกท่านจึงไม่เห็นใจในความทุกข์ของข้าบ้าง ข้ากำลังจะเป็นแม่แล้ว ข้าไม่เหลือใคร ข้าเพียงต้องการให้พวกท่านเห็นใจและเข้าใจข้าบ้าง ฮือ…”

อี้เฟยพร่ำพรรณนากับตัวเองพร้อมกับปล่อยโฮออกมาอย่างมากมาย อี้เฟยรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองไม่เหลือใครแล้ว เหลือเพียงลูกในท้องเท่านั้น และนางก็จะไม่ยอมให้ลูกคนนี้ทิ้งนางไปอีกคนอย่างเด็ดขาด

แม่จะรักษาเจ้าไว้ให้อยู่กับแม่ให้ได้ ลูกของแม่

เมื่อถูกบิดาและมารดาแท้ ๆ ของตัวเองตัดขาดขับไล่ออกจากเรือน อี้เฟยจึงหอบท้องไปอยู่ที่เรือนแพหลังเล็กที่มีความทรงจำดี ๆ ระหว่างนางกับเกอหลงมากมาย โดยจะหาปลาไปขายที่ตลาดเพื่อเลี้ยงชีพตัวเองต่อไป

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED