ตอน 2

“อ๊ายยยยยยย” ฉันร้องตกใจในตอนที่รู้สึกว่ามีอะไรๆ กำลังรุกรานอยู่ด้านล่าง แถมพอฉันปรายสายตาลงต่ำแล้วเห็นผมสีดำสนิทของหมอที่หน้าหล่อเหมือนโอปป้ามาเอง ฉันก็ยิ่งกระมิดกระเมี้ยน ยกมือขึ้นมาปิดหน้าร้อนๆ นั่น “อ๊ะ หมอคะ”

“เจ็บเหรอคะ”

“อ๊ะ อ๊ายยย หมอมีนคะ” ฉันร้องแล้วเผลอยกสะโพกขึ้นมาเล็กน้อยจนกระทั่งสบสายตากับพี่พยาบาลที่มองเห็นความสะดีดสะดิ้งบนใบหน้าของฉัน ฉันก็เลยเม้มริมฝีปากแล้วเบี่ยงสายตาไปทางอื่น

“แหม หนู ร้องเป็นหนังเอวีเลยนะ เด็กสมัยนี้เห็นหมอหล่อไม่ได้เลย” เสียงบ่นอุบของเจ๊พยาบาลนั่นไม่สามารถกลบเสียงหัวเราะกุ๊กกิ๊กของหมอมีนไปได้ ฉันไม่ใส่ใจคนแก่และหันมาโฟกัสเสียงหมอมีนที่นุ่มหูแทน

คนอะไรว้า ขนาดเสียงยังหล่อ เหมือนพ่อของลูกเลย

“เท่าที่เช็กดู ก็ปกตินะคะ” หมอเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉันที่กำลังเอามือสองข้างปิดหนังหน้าที่อับอายของตัวเองอยู่แล้วแหวกนิ้วตรงกลางระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลางเพื่อเหลือช่องไว้ส่องความหล่อของหมอ “เดี๋ยวหมอจะขออนุญาตใช้เครื่องมือตรวจนะ ถ้าเจ็บก็บอกนะคะ”

หมอมีนลุกขึ้นก่อนจะขยับตัวไปอีกทางพร้อมน้ำเสียงอ่อนหวาน

“นี่ยังไม่เคยมีแฟนเลยใช่ไหมเนี่ย” หมอหันมาถามด้วยใบหน้าอมยิ้ม และนั่นทำให้ความหวังบังเกิดขึ้นในใจ เอ๊ะ หรือหมอจะจีบฉันวะ

“หมอถามทำไมเหรอคะ สนใจจะมาเป็นเหรอออออ”

“ไม่เคยมีอะไรกับใครด้วยใช่ไหมคะ”

“ว้าย หมอ ทะลึ่ง” ฉันยิ้มหน้าแดงระเรื่อเมื่อหมอเจาะลึกชีวิตส่วนตัวก่อนที่ฉันจะทันจินตนาการไปไกลจนถึงขั้นแต่งงานกับหมอและมีลูกรออยู่ที่บ้าน อีพี่แป๊วก็เบรกฉันดังเอี๊ยดด้วยการพูดพร้อมใบหน้าตาย

“ที่หมอเขาถามเพราะเขาจะได้เลือกไซส์เครื่องมือถูกค่ะคนไข้ ที่นี่รักษาได้ทุกโรค ยกเว้นโรคมโนนะคะ”

เชอะ เบะปาก!

“แหม เตยก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้จะอะไรหรอกค่า แต่ถ้าหมอสนใจจะมาเป็นคนแรก บ้านเตยก็อยู่ข้างๆ โรงพยาบาลนะคะ ติดต่อได้ตลอดเวลา ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ค่า”

ฉันโคตรจะนำเสนอตัวเอง โฆษณามากกว่านี้ก็คงจะแก้ผ้าทุกชิ้นที่มีแล้วกระโดดใส่หมอไปแล้ว แต่ด้วยความที่ฉันยังหลงเหลือความหน้าบางอยู่บ้าง ฉันก็เลยกระมิดกระเมี้ยนพอเป็นกระษัยให้หมอมองฉันในแง่ดีนิดๆ

แกร๊ง แกร๊ง

เสียงโลหะกระทบกันทำให้ฉันหันไปสนใจมันมากกว่าหน้าหมอ ก่อนจะพบว่าหมอถืออะไรบางอย่างที่ดูน่ากลัวมาก มีลักษณะคล้ายปากเป็ดแถมยังรูปทรงประหลาด

“อ่า หมอคะ ในมือนั่นอะไรอะคะ”

“เป็นเครื่องมือตรวจภายใน เอาไว้ถ่างเพื่อขยายช่องคลอดค่ะ” เขายิ้มแต่เป็นรอยยิ้มที่ดูเหี้ยมเกรียมชอบกล เหมือนคนที่กำลังสนุกในตอนที่เห็นฉันหน้าซีด

ถะ ถ่าง... คือฟังแล้วแบบรู้สึกสยองมากกว่าสยิว แค่เห็นก็รู้เลยว่าน่าจะเจ็บ

“คือ เอ่อ จะเอามาใส่ตรง เอ่อ” ฉันเริ่มมีอาการพูดไม่ถูกเมื่อเห็นโลหะในมือหมอที่ดูท่าทางจะไม่เป็นมิตรกับชีวิตฉันเท่าไหร่

“ค่ะ ใช่ค่ะ”

“หมอคะ... เอาเป็นว่าที่มาขอตรวจในวันนี้ก็ช่างมันเถอะค่ะ ถือว่ามาเปิดให้หมอดูเล่น เตยคงยังไม่พร้อมจะให้ไอ้ที่หมอถืออยู่มารุกรานอิสรภาพเตยอะค่ะ”

“ไม่เจ็บหรอกค่ะ”

“หมอคะ หมอทุกคนก็บอกเตยอย่างนี้แหละ”

“เอาน่า เผื่อว่าเป็นอะไรจะได้ตรวจเจอและรักษาได้ทันไงคะ”

“ช่างมันเถอะค่ะ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมนะคะหมอ ปล่อยเตยไปเถอะ” ฉันว่าพลางทำท่าจะลุกขึ้นทว่าอีเจ๊พยาบาลดันทำหน้าดุเหมือนจะเชือดคอฉันก่อนที่หมอจะยิ้มหวานเคลือบยาพิษ

“เจ็บนิดเดียวนะ เหมือนมดกัด”

หมอบอกฉันอย่างนั้น เขาพูดเหมือนตอนที่ฉันไปหาหมอฟันแล้วบอกฉันว่ามันเจ็บเหมือนมดกัด พูดเหมือนพวกหมอที่ฉีดยาให้ฉันตอนประถม หรือหมอที่ทำแผลให้ฉันตอนมหาลัยและผลสุดท้าย...

“จ๊ากกกกกก”

ก็เจ็บตลอด...

ตอน 3

ช่วงเวลาถัดมา ไวเหมือนโกหก

เป็นประสบการณ์ที่ฉันจะไม่ลืมไปตลอดชีวิต มีหมอที่หน้าหล่อโคตรมาเปิดกระโปรงฉันดูแถมยังทั้งแตะทั้งคลำทั้งกด ทั้งล้วง คือมากกว่านี้ก็เอามดลูกฉันไปเล่นที่บ้านเถอะ ไม่รู้จะฟินก่อน เจ็บก่อน หรืออายก่อน

ที่จริงมันก็ไม่ได้เจ็บมากมายขนาดที่ฉันจินตนาการ หรือเพราะฉันเห็นหมอหล่อเลยมัวแต่พยายามหาประเด็นที่จะแอ๊วเขาก็ไม่รู้ ฉันเปลี่ยนกลับมาเป็นชุดธรรมดาหลังจากหมอจับฉันตรวจภายในและตรวจอัลตราซาวด์เสร็จแล้ว เขาก็มานั่งจ้องหน้าจอแล้วก็ทำหน้าเข้าใจอยู่คนเดียวมาพักหนึ่ง

“ตรงนี้เหมือนจะผิดปกตินะคะ เหมือนมีก้อนหรือถุงอะไรสักอย่าง ขนาดเกือบสองเซนฯ นะ”

“มันคืออะไรเหรอคะ” ฉันทำหน้าเอ๋อๆ แล้วมองหมออย่างงงๆ เพราะไอ้สิ่งที่เขาพยายามอธิบายมันไม่ได้เข้าหัวฉันเท่าไหร่ “มันใช่ความรักของเรารึเปล่า”

ฉันว่าพลางส่งสายตากรุ้มกริ่มก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจจากทางด้านหลัง ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากอีป้าพยาบาลที่เหมือนนางเกิดมาเป็นเจ้ากรรมนายเวรของฉัน

เชอะ ต่อให้นางจะถอนหายใจจนปอดทะลุออกมาทางจมูก นางก็หยุดสกิลความแอ๊วหมอของฉันไม่ได้หรอก เพราะฉันเกิดมาเพื่ออ่อยวนไป อ่อยจนกว่าหมอจะยอมแพ้ลูกตื้อของฉันนั่นแหละ

“คนไข้รู้จักช็อกโกแลตซีสต์ไหมคะ” หมอยิ้มนิดๆ พอให้ฉันกร๊าวใจเล่นๆ ก่อนที่ฉันหยอดเขาอีก

“แหม ชื่อฟังดูน่ากินจังเลยนะคะ น่ากินเหมือนหมอเลยค่ะ”

“โรคช็อกโกแลตซีสต์เป็นโรคที่เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ พอเซลล์เจริญผิดที่...” หมอร่ายอธิบายให้ฉันยาวมาก แต่สิ่งที่ฉันได้จากการที่เขาพูดคือริมฝีปากสีชมพูระเรื่อที่ขยับไปมายั่วยวนฉันอยู่ตลอด แค่มองก็รู้เลยว่าหมอต้องแซ่บแน่ๆ “คนไข้ฟังอยู่รึเปล่าคะ”

“คะ...? ค่ะ ฟังค่ะ”

ฟังอะไรวะ ไม่ได้ฟังเลย ฉันงงนิดๆ แต่ก็ยิ้มรับและตีหน้าสดใสใส่หมอหวังว่าหมอจะเห็นสายตาวอนนาบีและตอบรับความรู้สึกของฉันบ้าง

“วิธีรักษาก็จะมีสามวิธีนะคะ ใช้ยา ผ่าตัด... และท้อง สำหรับคนที่มีแฟนแล้วหมอก็แนะนำให้ปล่อยท้องในบางเคสนะครับ เพราะว่ามันจะช่วย...” หมอกำลังจะอธิบายต่อแต่ฉันยกมือขึ้นมาเบรกทุกคำพูดของหมอก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งเกลี่ยนิ้วชี้ไปตามไรผมไปทัดหูพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่มเล็กๆ

“งั้นวิธีสุดท้ายแล้วกันค่ะ รบกวนคุณหมอด้วยนะคะ”

“คะ?” หมองง

“วิธีสุดท้ายไงคะ ท้องอะค่ะ”

“หืม คนไข้โสดไม่ใช่เหรอคะ”

“ก็เพราะโสดไงคะ เลยต้องรบกวนคุณหมอ”

“ยังไงนะ” หมอย่นคิ้วเล็กน้อยไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันจะสื่อ ฉันยิ้มหน้าบานจนเป็นจานทรูก่อนจะเบี่ยงสายตาไปทางอื่นด้วยความขวยเขิน แหม ทำไมหมอต้องซื่อด้วย

“ก็หมอเป็นหมอนี่คะ หมอก็ต้องรักษาคนไข้สิคะ”

“หมายถึงจะให้ทำกิฟต์ให้เหรอคะ”

“ไม่คะ เตยชอบวิธีธรรมชาติ” ฉันยิ้มกว้างมากจนตาตี่ หมอนิ่งไปเล็กน้อยเหมือนไม่แน่ใจในคำพูดของฉันนัก และฉันไม่สนว่าหมอจะคิดยังไง เพราะฉันอยากได้อะ ไหนๆ เขาก็เป็นผู้ชายที่ได้เห็นพื้นที่สงวนของฉันแล้วนี่

“หมายถึง...”

“หมอไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ เตยสะดวกค่ะ รบกวนคุณหมอด้วยนะคะ”

“ที่จริงก้อนซีสต์มันก็ยังไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย เดี๋ยวหมอจะสั่งยาให้คนไข้ลองกลับไปทานก่อนนะคะ แล้วเดี๋ยวนัดมาเจอกันใหม่อีกทีเนอะ” หมอเปลี่ยนประเด็นด้วยสีหน้าเรียบนิ่งราวกับนางสตรองและชินชากับการถูกจีบแล้ว แต่ด้วยความที่ฉันทำอะไรต้องทำให้สุด ฉันก็เลยยืนยันคำเดิม

“เตยไม่ชอบยาเลยค่ะ เตยชอบหมอมากกว่า”

“เดี๋ยวหมอจะบอกวิธีทานคร่าวๆ นะคะ”

“อยากมีคนป้อนยาทุกเวลาที่ต้องทานจังเลยค่ะ”

“คนไข้ไม่ได้เป็นง่อยนะคะ” เจ๊พยาบาลแทรกขึ้นมาทำตาขวางเหมือนเคืองที่ฉันแอ๊วหมอไม่เลิก

“อยากเปลี่ยนสถานะจากคนไข้เป็นคนรักจังเลยค่ะ” ฉันว่าแล้วส่งสายตาให้คุณหมอและกัดริมฝีปากเล็กน้อยเพื่อความเซ็กซี่ ฉันไม่สนว่าอีเจ๊พยาบาลจะพล่ามอะไรเรื่องฉัน เพราะนี่คือสงครามความรักระหว่างฉันกับคุณหมอ และพอฉันหยอดหมอมากเข้า หมอก็ทำหน้าไปไม่ถูก ฉันเลยกลับลำเพื่อให้การสนทนาเป็นไปตามปกติ “แหม เตยก็พูดไปเรื่อยแหละค่ะ เห็นหมอน่ารักก็เลยแซวเล่น จริงๆ เตยไม่ได้เป็นคนอย่างนั้นหรอกนะคะ”

“แหม นี่เรียกแซวเหรอคะคนไข้ ถ้าเอาจริงคงตีหัวคุณหมอไปแล้วมั้งเนี่ย” อีเจ๊พยาบาลอดไม่ได้ที่จะแขวะฉันพร้อมสายตาไม่เชื่อนัก ฉันไหวไหล่และยิ้มให้คุณหมอ

“บ้านเตยขายอาหารอยู่ข้างโรงพยาบาลนี่เองค่ะ ร้านขุนศึกตระกูล ‘ต’ คุณหมอเคยไปทานไหมคะ” ฉันว่าก่อนจะเปรยถึงกิจการที่บ้านเพื่ออัญเชิญคุณหมอมาให้ฉันเต๊าะถึงที่

“ยังไม่เคยเลยค่ะ พอดีหมอเพิ่งจะย้ายมาที่นี่”

“แหม พลาดมากเลยนะคะ ที่จริงเตยเป็นลูกสาวเจ้าของร้านเองล่ะค่ะ” ฉันว่าก่อนจะยกมือขึ้นมาจับผมไปทัดหูอีกครั้งด้วยความเอียงอาย ส่งสายตาวาววับให้คุณหมอเป็นการส่งท้าย ไหนๆ ฉันก็ตรวจเสร็จแล้ว และฉันก็คงจะต้องออกจากห้องตรวจไปจ่ายเงินรับยาอะไรให้เรียบร้อย ฉันก็ขอจากแบบสวยๆ สักนิด

“ยังไงถ้ามีโอกาสแวะมาที่ร้านเตย อย่าลืมทักทายแม่เตยด้วยนะคะ เผื่อแม่เตยจะอยากเห็นหน้าลูกเขยน่ะค่ะ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED