“อ๊ายยยยยยย” ฉันร้องตกใจในตอนที่รู้สึกว่ามีอะไรๆ กำลังรุกรานอยู่ด้านล่าง แถมพอฉันปรายสายตาลงต่ำแล้วเห็นผมสีดำสนิทของหมอที่หน้าหล่อเหมือนโอปป้ามาเอง ฉันก็ยิ่งกระมิดกระเมี้ยน ยกมือขึ้นมาปิดหน้าร้อนๆ นั่น “อ๊ะ หมอคะ”
“เจ็บเหรอคะ”
“อ๊ะ อ๊ายยย หมอมีนคะ” ฉันร้องแล้วเผลอยกสะโพกขึ้นมาเล็กน้อยจนกระทั่งสบสายตากับพี่พยาบาลที่มองเห็นความสะดีดสะดิ้งบนใบหน้าของฉัน ฉันก็เลยเม้มริมฝีปากแล้วเบี่ยงสายตาไปทางอื่น
“แหม หนู ร้องเป็นหนังเอวีเลยนะ เด็กสมัยนี้เห็นหมอหล่อไม่ได้เลย” เสียงบ่นอุบของเจ๊พยาบาลนั่นไม่สามารถกลบเสียงหัวเราะกุ๊กกิ๊กของหมอมีนไปได้ ฉันไม่ใส่ใจคนแก่และหันมาโฟกัสเสียงหมอมีนที่นุ่มหูแทน
คนอะไรว้า ขนาดเสียงยังหล่อ เหมือนพ่อของลูกเลย
“เท่าที่เช็กดู ก็ปกตินะคะ” หมอเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉันที่กำลังเอามือสองข้างปิดหนังหน้าที่อับอายของตัวเองอยู่แล้วแหวกนิ้วตรงกลางระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลางเพื่อเหลือช่องไว้ส่องความหล่อของหมอ “เดี๋ยวหมอจะขออนุญาตใช้เครื่องมือตรวจนะ ถ้าเจ็บก็บอกนะคะ”
หมอมีนลุกขึ้นก่อนจะขยับตัวไปอีกทางพร้อมน้ำเสียงอ่อนหวาน
“นี่ยังไม่เคยมีแฟนเลยใช่ไหมเนี่ย” หมอหันมาถามด้วยใบหน้าอมยิ้ม และนั่นทำให้ความหวังบังเกิดขึ้นในใจ เอ๊ะ หรือหมอจะจีบฉันวะ
“หมอถามทำไมเหรอคะ สนใจจะมาเป็นเหรอออออ”
“ไม่เคยมีอะไรกับใครด้วยใช่ไหมคะ”
“ว้าย หมอ ทะลึ่ง” ฉันยิ้มหน้าแดงระเรื่อเมื่อหมอเจาะลึกชีวิตส่วนตัวก่อนที่ฉันจะทันจินตนาการไปไกลจนถึงขั้นแต่งงานกับหมอและมีลูกรออยู่ที่บ้าน อีพี่แป๊วก็เบรกฉันดังเอี๊ยดด้วยการพูดพร้อมใบหน้าตาย
“ที่หมอเขาถามเพราะเขาจะได้เลือกไซส์เครื่องมือถูกค่ะคนไข้ ที่นี่รักษาได้ทุกโรค ยกเว้นโรคมโนนะคะ”
เชอะ เบะปาก!
“แหม เตยก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้จะอะไรหรอกค่า แต่ถ้าหมอสนใจจะมาเป็นคนแรก บ้านเตยก็อยู่ข้างๆ โรงพยาบาลนะคะ ติดต่อได้ตลอดเวลา ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ค่า”
ฉันโคตรจะนำเสนอตัวเอง โฆษณามากกว่านี้ก็คงจะแก้ผ้าทุกชิ้นที่มีแล้วกระโดดใส่หมอไปแล้ว แต่ด้วยความที่ฉันยังหลงเหลือความหน้าบางอยู่บ้าง ฉันก็เลยกระมิดกระเมี้ยนพอเป็นกระษัยให้หมอมองฉันในแง่ดีนิดๆ
แกร๊ง แกร๊ง
เสียงโลหะกระทบกันทำให้ฉันหันไปสนใจมันมากกว่าหน้าหมอ ก่อนจะพบว่าหมอถืออะไรบางอย่างที่ดูน่ากลัวมาก มีลักษณะคล้ายปากเป็ดแถมยังรูปทรงประหลาด
“อ่า หมอคะ ในมือนั่นอะไรอะคะ”
“เป็นเครื่องมือตรวจภายใน เอาไว้ถ่างเพื่อขยายช่องคลอดค่ะ” เขายิ้มแต่เป็นรอยยิ้มที่ดูเหี้ยมเกรียมชอบกล เหมือนคนที่กำลังสนุกในตอนที่เห็นฉันหน้าซีด
ถะ ถ่าง... คือฟังแล้วแบบรู้สึกสยองมากกว่าสยิว แค่เห็นก็รู้เลยว่าน่าจะเจ็บ
“คือ เอ่อ จะเอามาใส่ตรง เอ่อ” ฉันเริ่มมีอาการพูดไม่ถูกเมื่อเห็นโลหะในมือหมอที่ดูท่าทางจะไม่เป็นมิตรกับชีวิตฉันเท่าไหร่
“ค่ะ ใช่ค่ะ”
“หมอคะ... เอาเป็นว่าที่มาขอตรวจในวันนี้ก็ช่างมันเถอะค่ะ ถือว่ามาเปิดให้หมอดูเล่น เตยคงยังไม่พร้อมจะให้ไอ้ที่หมอถืออยู่มารุกรานอิสรภาพเตยอะค่ะ”
“ไม่เจ็บหรอกค่ะ”
“หมอคะ หมอทุกคนก็บอกเตยอย่างนี้แหละ”
“เอาน่า เผื่อว่าเป็นอะไรจะได้ตรวจเจอและรักษาได้ทันไงคะ”
“ช่างมันเถอะค่ะ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมนะคะหมอ ปล่อยเตยไปเถอะ” ฉันว่าพลางทำท่าจะลุกขึ้นทว่าอีเจ๊พยาบาลดันทำหน้าดุเหมือนจะเชือดคอฉันก่อนที่หมอจะยิ้มหวานเคลือบยาพิษ
“เจ็บนิดเดียวนะ เหมือนมดกัด”
หมอบอกฉันอย่างนั้น เขาพูดเหมือนตอนที่ฉันไปหาหมอฟันแล้วบอกฉันว่ามันเจ็บเหมือนมดกัด พูดเหมือนพวกหมอที่ฉีดยาให้ฉันตอนประถม หรือหมอที่ทำแผลให้ฉันตอนมหาลัยและผลสุดท้าย...
“จ๊ากกกกกก”
ก็เจ็บตลอด...
ช่วงเวลาถัดมา ไวเหมือนโกหก
เป็นประสบการณ์ที่ฉันจะไม่ลืมไปตลอดชีวิต มีหมอที่หน้าหล่อโคตรมาเปิดกระโปรงฉันดูแถมยังทั้งแตะทั้งคลำทั้งกด ทั้งล้วง คือมากกว่านี้ก็เอามดลูกฉันไปเล่นที่บ้านเถอะ ไม่รู้จะฟินก่อน เจ็บก่อน หรืออายก่อน
ที่จริงมันก็ไม่ได้เจ็บมากมายขนาดที่ฉันจินตนาการ หรือเพราะฉันเห็นหมอหล่อเลยมัวแต่พยายามหาประเด็นที่จะแอ๊วเขาก็ไม่รู้ ฉันเปลี่ยนกลับมาเป็นชุดธรรมดาหลังจากหมอจับฉันตรวจภายในและตรวจอัลตราซาวด์เสร็จแล้ว เขาก็มานั่งจ้องหน้าจอแล้วก็ทำหน้าเข้าใจอยู่คนเดียวมาพักหนึ่ง
“ตรงนี้เหมือนจะผิดปกตินะคะ เหมือนมีก้อนหรือถุงอะไรสักอย่าง ขนาดเกือบสองเซนฯ นะ”
“มันคืออะไรเหรอคะ” ฉันทำหน้าเอ๋อๆ แล้วมองหมออย่างงงๆ เพราะไอ้สิ่งที่เขาพยายามอธิบายมันไม่ได้เข้าหัวฉันเท่าไหร่ “มันใช่ความรักของเรารึเปล่า”
ฉันว่าพลางส่งสายตากรุ้มกริ่มก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจจากทางด้านหลัง ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากอีป้าพยาบาลที่เหมือนนางเกิดมาเป็นเจ้ากรรมนายเวรของฉัน
เชอะ ต่อให้นางจะถอนหายใจจนปอดทะลุออกมาทางจมูก นางก็หยุดสกิลความแอ๊วหมอของฉันไม่ได้หรอก เพราะฉันเกิดมาเพื่ออ่อยวนไป อ่อยจนกว่าหมอจะยอมแพ้ลูกตื้อของฉันนั่นแหละ
“คนไข้รู้จักช็อกโกแลตซีสต์ไหมคะ” หมอยิ้มนิดๆ พอให้ฉันกร๊าวใจเล่นๆ ก่อนที่ฉันหยอดเขาอีก
“แหม ชื่อฟังดูน่ากินจังเลยนะคะ น่ากินเหมือนหมอเลยค่ะ”
“โรคช็อกโกแลตซีสต์เป็นโรคที่เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ พอเซลล์เจริญผิดที่...” หมอร่ายอธิบายให้ฉันยาวมาก แต่สิ่งที่ฉันได้จากการที่เขาพูดคือริมฝีปากสีชมพูระเรื่อที่ขยับไปมายั่วยวนฉันอยู่ตลอด แค่มองก็รู้เลยว่าหมอต้องแซ่บแน่ๆ “คนไข้ฟังอยู่รึเปล่าคะ”
“คะ...? ค่ะ ฟังค่ะ”
ฟังอะไรวะ ไม่ได้ฟังเลย ฉันงงนิดๆ แต่ก็ยิ้มรับและตีหน้าสดใสใส่หมอหวังว่าหมอจะเห็นสายตาวอนนาบีและตอบรับความรู้สึกของฉันบ้าง
“วิธีรักษาก็จะมีสามวิธีนะคะ ใช้ยา ผ่าตัด... และท้อง สำหรับคนที่มีแฟนแล้วหมอก็แนะนำให้ปล่อยท้องในบางเคสนะครับ เพราะว่ามันจะช่วย...” หมอกำลังจะอธิบายต่อแต่ฉันยกมือขึ้นมาเบรกทุกคำพูดของหมอก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งเกลี่ยนิ้วชี้ไปตามไรผมไปทัดหูพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่มเล็กๆ
“งั้นวิธีสุดท้ายแล้วกันค่ะ รบกวนคุณหมอด้วยนะคะ”
“คะ?” หมองง
“วิธีสุดท้ายไงคะ ท้องอะค่ะ”
“หืม คนไข้โสดไม่ใช่เหรอคะ”
“ก็เพราะโสดไงคะ เลยต้องรบกวนคุณหมอ”
“ยังไงนะ” หมอย่นคิ้วเล็กน้อยไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันจะสื่อ ฉันยิ้มหน้าบานจนเป็นจานทรูก่อนจะเบี่ยงสายตาไปทางอื่นด้วยความขวยเขิน แหม ทำไมหมอต้องซื่อด้วย
“ก็หมอเป็นหมอนี่คะ หมอก็ต้องรักษาคนไข้สิคะ”
“หมายถึงจะให้ทำกิฟต์ให้เหรอคะ”
“ไม่คะ เตยชอบวิธีธรรมชาติ” ฉันยิ้มกว้างมากจนตาตี่ หมอนิ่งไปเล็กน้อยเหมือนไม่แน่ใจในคำพูดของฉันนัก และฉันไม่สนว่าหมอจะคิดยังไง เพราะฉันอยากได้อะ ไหนๆ เขาก็เป็นผู้ชายที่ได้เห็นพื้นที่สงวนของฉันแล้วนี่
“หมายถึง...”
“หมอไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ เตยสะดวกค่ะ รบกวนคุณหมอด้วยนะคะ”
“ที่จริงก้อนซีสต์มันก็ยังไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย เดี๋ยวหมอจะสั่งยาให้คนไข้ลองกลับไปทานก่อนนะคะ แล้วเดี๋ยวนัดมาเจอกันใหม่อีกทีเนอะ” หมอเปลี่ยนประเด็นด้วยสีหน้าเรียบนิ่งราวกับนางสตรองและชินชากับการถูกจีบแล้ว แต่ด้วยความที่ฉันทำอะไรต้องทำให้สุด ฉันก็เลยยืนยันคำเดิม
“เตยไม่ชอบยาเลยค่ะ เตยชอบหมอมากกว่า”
“เดี๋ยวหมอจะบอกวิธีทานคร่าวๆ นะคะ”
“อยากมีคนป้อนยาทุกเวลาที่ต้องทานจังเลยค่ะ”
“คนไข้ไม่ได้เป็นง่อยนะคะ” เจ๊พยาบาลแทรกขึ้นมาทำตาขวางเหมือนเคืองที่ฉันแอ๊วหมอไม่เลิก
“อยากเปลี่ยนสถานะจากคนไข้เป็นคนรักจังเลยค่ะ” ฉันว่าแล้วส่งสายตาให้คุณหมอและกัดริมฝีปากเล็กน้อยเพื่อความเซ็กซี่ ฉันไม่สนว่าอีเจ๊พยาบาลจะพล่ามอะไรเรื่องฉัน เพราะนี่คือสงครามความรักระหว่างฉันกับคุณหมอ และพอฉันหยอดหมอมากเข้า หมอก็ทำหน้าไปไม่ถูก ฉันเลยกลับลำเพื่อให้การสนทนาเป็นไปตามปกติ “แหม เตยก็พูดไปเรื่อยแหละค่ะ เห็นหมอน่ารักก็เลยแซวเล่น จริงๆ เตยไม่ได้เป็นคนอย่างนั้นหรอกนะคะ”
“แหม นี่เรียกแซวเหรอคะคนไข้ ถ้าเอาจริงคงตีหัวคุณหมอไปแล้วมั้งเนี่ย” อีเจ๊พยาบาลอดไม่ได้ที่จะแขวะฉันพร้อมสายตาไม่เชื่อนัก ฉันไหวไหล่และยิ้มให้คุณหมอ
“บ้านเตยขายอาหารอยู่ข้างโรงพยาบาลนี่เองค่ะ ร้านขุนศึกตระกูล ‘ต’ คุณหมอเคยไปทานไหมคะ” ฉันว่าก่อนจะเปรยถึงกิจการที่บ้านเพื่ออัญเชิญคุณหมอมาให้ฉันเต๊าะถึงที่
“ยังไม่เคยเลยค่ะ พอดีหมอเพิ่งจะย้ายมาที่นี่”
“แหม พลาดมากเลยนะคะ ที่จริงเตยเป็นลูกสาวเจ้าของร้านเองล่ะค่ะ” ฉันว่าก่อนจะยกมือขึ้นมาจับผมไปทัดหูอีกครั้งด้วยความเอียงอาย ส่งสายตาวาววับให้คุณหมอเป็นการส่งท้าย ไหนๆ ฉันก็ตรวจเสร็จแล้ว และฉันก็คงจะต้องออกจากห้องตรวจไปจ่ายเงินรับยาอะไรให้เรียบร้อย ฉันก็ขอจากแบบสวยๆ สักนิด
“ยังไงถ้ามีโอกาสแวะมาที่ร้านเตย อย่าลืมทักทายแม่เตยด้วยนะคะ เผื่อแม่เตยจะอยากเห็นหน้าลูกเขยน่ะค่ะ”