“ฉันชื่อถังเลี่ยนนะคะ ถ้าคุณไม่มีข้อโต้แย้งอะไร หากงานแต่งงานเสร็จสิ้นแล้วเราไปรับทะเบียนสมรสกันเลยก็ได้นะคะ”
ถังเลี่ยนพูดออกไปอย่างเด็ดขาด ทำเอาแขกทุกคนในงานตกใจอย่างมาก บางคนถึงกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเพื่อถ่ายฉากดราม่านี้เอาไว้
“คุณถังคิดดีแล้วเหรอครับ ผมเป็นคนพิการ ผมไม่สามารถให้อนาคตที่คุณต้องการได้เลยนะครับ” ชายคนนั้นไม่ได้ปิดบังเรื่องที่ร่างกายของเขาบกพร่องแต่อย่างใด แถมยังเสนอแนะให้เธอพิจารณาใหม่อย่างจริงใจอีกด้วย
ถังเลี่ยนได้ตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว “ฉันคิดมาดีมากแล้วค่ะ”
“ผมชื่ออวิ๋นเชิน”
อวิ๋นเชินรู้ว่าไม่สามารถโน้มน้าวถังเลี่ยนได้ เขาจึงจับมือเธอและพูดว่า “ผมเกรงว่าคุณจะมาเสียใจในภายหลังล่ะสิ”
ถังเลี่ยนไม่ได้พูดอะไรกลับไป เธอไม่มีทางมาเสียใจภายหลังอยู่แล้ว
เมื่อก่อนคนเดียวที่เธออยากแต่งงานด้วยมีแค่ฉินซื่อหมิงเท่านั้น แต่ในหัวใจของเขากลับไม่เคยมีเธออยู่เลย ดังนั้นมันคงไม่สำคัญหรอกว่าเธอจะแต่งงานกับใคร
หลังจากดำเนินการแต่งงานเสร็จสิ้นในเวลาอันรวดเร็วแล้ว ถังเลี่ยนกับอวิ๋นเชินก็ไปจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตด้วยกัน
เมื่อมีทะเบียนสมรสอยู่ในมือแล้ว บ่วงในใจของถังเลี่ยนก็หายไป
ฉินซื่อหมิงหักอกเธอ งั้นเธอก็จะไม่มีวันแต่งงานกับเขาอีก
ส่วนทางถังเป่ยซาน หากเธอไม่สามารถแต่งงานกับตระกูลฉินได้ แต่ก็ยังมีถังเข่อซินอยู่อีกคนหนึ่งไม่ใช่รึไง?
ถังเลี่ยนรู้จักถังเข่อซินเป็นอย่างดี น้องสาวของเธอคนนี้โลภมาตั้งแต่เด็กแล้ว ถังเข่อซินมีเหรอที่จะไม่โลภในตำแหน่งนายหญิงแห่งตระกูลฉิน มีเหรอที่เธอจะไม่ได้คิดอะไรกับฉินซื่อหมิง
ดังนั้น การแต่งงานกับอวิ๋นเชินจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของเธอในการหลุดพ้นจากการควบคุมของครอบครัวแล้ว
เธอไม่อยากกลับไปที่บ้านหลังนั้นอีก
อวิ๋นเชินมองไปที่เธอที่กำลังจ้องมองสมุดทะเบียนบ้านอย่างเหม่อลอยอยู่ แล้วเขาก็ถามขึ้นมาว่า “คุณกำลังคิดอะไรอยู่เหรอ เสียใจที่แต่งงานกับคนพิการอย่างผมแล้วใช่ไหม?”
ถังเลี่ยนส่ายหน้า แล้วก็เดินไปด้านหลังอวิ๋นเชินและเข็นวีลแชร์ไปพลางพูดว่า “ฉันคิดว่าการได้แต่งงานกับคุณก็ดีเหมือนกัน”
อวิ๋นเชินยกมุมปากขึ้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรังเกียจและไม่ไว้วางใจ
จะมีผู้หญิงคนไหนกันที่จะเต็มใจแต่งงานกับคนพิการจริง ๆ ช่างเป็นคนโกหกที่พูดคำโกหกออกมาได้เต็มปากเต็มคำจริง ๆ เลย
เธอคงเสแสร้งได้ชั่วขณะหนึ่งเท่านั้นแหละ ไม่มีทางเสแสร้งไปตลอดชีวิตได้หรอก
ซึ่งมันบังเอิญกับที่เขาต้องการเจ้าสาวสักคนมาหันเหความสนใจของครอบครัว แล้วก็ทำเรื่องที่ตัวเองอยากจะทำให้สำเร็จพอดี
ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว งั้นเขาก็จะเล่นไปตามน้ำเป็นเพื่อนเธอหน่อยก็แล้วกัน ดูสิว่าเธอวางแผนจะทำอะไรอยู่กันแน่
……
ถังเลี่ยนเข็นอวิ๋นเชินเข้าไปในรถ แล้วก็ไปที่บ้านของเขา
บ้านของอวิ๋นเชินหรูหรามาก มีสวน สระว่ายน้ำ แล้วก็ยังมีพ่อบ้านในชุดทักซิโด้และสาวใช้อีกด้วย
ตอนที่ถังเลี่ยนเหยียบลงไปบนพรมขนสัตว์นุ่ม ๆ ในที่สุดเธอก็ตระหนักขึ้นมาได้สักทีว่า สามีของเธอไม่ใช่คนธรรมดา
“คุณชายสาม ท่านนี้คือคุณนายงั้นเหรอครับ?” พ่อบ้านที่เข้ามาต้อนรับพวกเขาถามด้วยความเคารพ
เมื่อได้ยินคำเรียกว่าคุณชายสาม ถังเลี่ยนก็ตระหนักได้ทันทีว่า คุณชายสามคนนี้อาจจะเป็นคุณชายสามของตระกูลอวิ๋นก็ได้!
ซึ่งตระกูลอวิ๋นเป็นตระกูลที่ทรงอำนาจที่สุดในท้องถิ่น ส่วนอวิ๋นเชินก็เป็นคนที่เก่งกาจที่สุดในบรรดาผู้ที่มีอายุพอ ๆ กันอีกด้วย เขามีความอัจฉริยะทางด้านธุรกิจ มีความสามารถที่โดดเด่น เขาติดอันดับต้น ๆ ในผู้มั่งคั่งตั้งแต่อายุยังน้อย ด้วยความที่เขาเป็นลูกคนที่สาม ดังนั้นคนอื่นจึงเรียกเขาด้วยความเคารพว่าคุณชายสามตระกูลอวิ๋น
แต่อุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปีที่แล้วได้ทำให้ขาทั้งสองข้างของเขาพิการ ชื่อของเขาจึงค่อย ๆ เลือนหายไปจากสายตาของสาธารณชน ไม่มีใครจดจำความรุ่งโรจน์ของคุณชายสามตระกูลอวิ๋นได้อีก
นี่เธอดันมาแต่งงานกับคุณชายสามตระกูลอวิ๋นเหรอเนี่ย?
แต่เธอได้ยินมาว่า ตระกูลอวิ๋นกับตระกูลซูกำลังจะแต่งงานเพื่อปองดองกันนี่ งั้นแสดงว่าเจ้าสาวที่หนีงานแต่งงานไปในวันนี้ก็ต้องเป็นลูกสาวของตระกูลซูล่ะสิ!
ถังเลี่ยนตกใจมาก ตอนที่เธอได้ยินชื่อ ‘อวิ๋นเชิน’ ทำไมเธอถึงจำไม่ได้นะว่าเขาเป็นคุณชายสามของตระกูลอวิ๋น แถมเธอยังถามเขาอีกว่ายินดีจะแต่งงานรึเปล่า เธอทำตัวราวกับเป็นโจรป่าเถื่อนอย่างไรอย่างนั้นจริง ๆ
อวิ๋นเชินไม่ได้พูดอะไร แต่เขามองเห็นความตกใจและความตื่นตระหนกจากสีหน้าของเธอได้อย่างชัดเจน
เขาแอบขมวดคิ้ว อย่าบอกนะเธอจำไม่ได้ว่าเขาเป็นใครจริง ๆ น่ะ?
เรื่องที่เขาเป็นง่อยมีใครไม่รู้บ้าง
“ถังเลี่ยน ภรรยาของฉัน นับจากนี้ไปเธอจะเป็นนายหญิงของบ้านหลังนี้”
อวิ๋นเชินมองไปที่ถังเลี่ยนและพูดออกไปอย่างตรงไปตรงมา “ซูหลิวซีหนีการแต่งงานไปแล้ว เธอบอกว่าเธอไม่สนใจความบกพร่องทางร่างกายของฉัน แล้วก็เต็มใจที่จะแต่งงานกับฉันด้วย”
“ซูหลิวซีหนีการแต่งงานงั้นเหรอครับ?”
พ่อบ้านรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก ในตอนแรกตระกูลซูเป็นฝ่ายเสนอหน้ามาอยากจะแต่งงานกับตระกูลอวิ๋นเอง ถึงขนาดขอร้องต่อหน้าอวิ๋นเชิน อยากให้เขาแต่งงานกับซูหลิวซีเลยด้วยซ้ำ!
แต่พอถึงวันแต่งงานเข้าจริง ๆ เจ้าสาวกลับหนีไปซะอย่างนั้น ทำแบบนี้มันเป็นการจงใจทำให้คุณชายต้องอับอายขายหน้าชัด ๆ เลยไม่ใช่รึไง?
พ่อบ้านรู้สึกเป็นทุกข์ใจมาก เขาพูดปลอบขึ้นมาว่า “คุณชายสาม มีคำพูดที่ว่าในความโชคร้ายยังมีความโชคดีอยู่ ซูหลิวซีไม่ใช่คู่ครองที่ดีของคุณ บางที คุณนายอาจจะเป็นคู่ครองที่ดีของคุณตัวจริงก็ได้นะครับ”
เพียงเพราะถังเลี่ยนไม่สนใจข้อบกพร่องของคุณชาย แล้วก็เต็มใจที่จะแต่งงานกับเขา พ่อบ้านก็เริ่มชอบถังเลี่ยนมากขึ้นแล้ว!
ถังเลี่ยนมองไปที่ขาของอวิ๋นเชิน แล้วก็รู้สึกเสียดายแทนเขาขึ้นมา
เมื่อก่อนอวิ๋นเชินเคยดีเลิศมากแค่ไหน ตอนนี้เขาก็ยิ่งดูน่าสงสารมากเท่านั้น
แค่เพราะเขาเป็นคนพิการ ลูกสาวของตระกูลซูก็เลยกล้าหนีการแต่งงานไปท่ามกลางสาธารณชนทุกคน ซึ่งมันเป็นการไม่ไว้หน้าอวิ๋นเชินอย่างมาก
ตอนอยู่ในงานแต่งงาน อวิ๋นเชินน่าจะรู้สึกแย่มากกว่าเธอแน่ ๆ เลย?
ถังเลี่ยนเดินไปตรงหน้าอวิ๋นเชิน จากนั้นก็จับมือเขาขึ้นมา แล้วก็พูดอย่างเคร่งขรึมว่า “คุณไม่ต้องห่วงนะ คุณกับฉันเป็นสามีภรรยากันแล้ว ฉันจะดูแลคุณไปตลอดชีวิตเอง”
สีหน้าของอวิ๋นเชินดูสตั้นท์ไปเล็กน้อย
ผู้หญิงคนนี้ขี้โม้ชะมัดเลย เธอเนี่ยนะจะดูแลเขาไปตลอดชีวิต
แสร้งทำเป็นเห็นอกเห็นใจ แสดงได้เหมือนจริงสุด ๆ ไปเลย!
อวิ๋นเชินควบคุมวีลแชร์เข้าไปในห้องทำงานชั้นหนึ่ง โดยที่ไม่ได้มีการโต้ตอบเธอแต่อย่างใด
พ่อบ้านจึงอธิบายอย่างเอาใจใส่ว่า “ขอโทษนะครับคุณนาย ตั้งแต่คุณชายสามประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ อารมณ์ของเขาก็แปลกขึ้นมากเลยล่ะครับ”
ถังเลี่ยนโบกมือ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเข้าใจเขาได้”
หากใครเจอเรื่องแบบนี้ ก็คงจะกลายเป็นคนอารมณ์ไม่ดีเหมือนกันนั่นแหละ
ถังเลี่ยนเดินตามพ่อบ้านไปพักผ่อนที่ห้องบนชั้นสอง
——
“คุณชายสามครับ”
มีชายหัวโล้นคนหนึ่งยืนอยู่ในห้องทำงาน เขาสวมกางเกงรัดรูปสีดำ กล้ามเนื้อที่ตัวเขานูนออกมาโดยไม่ต้องออกแรงใด ๆ เลย
หลิวจื้อเหวินจุดไฟแช็ก ช่วยอวิ๋นเชินจุดซิการ์ที่มุมปากด้วยความเคารพ
“ซูหลิวซีหนีไปต่างประเทศแล้วครับ ส่วนทางตระกูลซูไม่สามารถให้คำอธิบายใด ๆ แก่คุณชายสามได้เลย”
“พวกเขารับเงินหนึ่งร้อยห้าสิบล้านและโครงการเกรด A อีกห้าโครงการจากฉันไปแล้ว แต่นี่คือวิธีที่ตระกูลซูตอบแทนฉันอย่างนั้นเหรอ?”
อวิ๋นเชินพ่นควันออกมา เขาบีบซิการ์บนปลายนิ้วแน่น จากนั้นก็พูดขึ้นมาอย่างไม่แยแสอะไรว่า “ถ้าไม่สอนบทเรียนให้พวกเขาบ้าง ต่อไปทุกคนก็จะเหยียบหัวฉันยังไงก็ได้แบบนั้นสินะ? ไปสั่งสอนให้ทางตระกูลซูได้มีบทเรียนบ้าง”
หลิวจื้อเหวินพยักหน้า แล้วก็พูดขึ้นอีกว่า “แล้วทางซูหลิวซี ต้องการให้พวกเราไปจับเธอกลับมาไหมครับ? แล้วทางคุณนาย...... คุณอยากให้พาเธอไปแนะนำให้รู้จักกับคนของเราไหมครับ?”
“ไม่จำเป็น”
อวิ๋นเชินกัดซิการ์ แล้วก็หยิบเอกสารชุดหนึ่งบนโต๊ะขึ้นมา จากนั้นก็เดินไปที่ริมหน้าต่างช้า ๆ
เขาทิ้งวีลแชร์เอาไว้ที่มุมห้องทำงาน การก้าวเดินของเขาไม่โซเซเลยแม้แต่น้อย ทุกย่างก้าวที่เขาเดินมีความมั่นคงอย่างมาก
เอกสารชุดนี้ได้บันทึกประวัติของถังเลี่ยนตั้งแต่วัยเด็กจนถึงโตเอาไว้แล้ว แถมยังบันทึกความสัมพันธ์ที่เป็นแฟนกันระหว่างถังเลี่ยนกับฉินซื่อหมิงในสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเอาไว้ด้วย
เขาเปิดดูคร่าว ๆ ไปหลายหน้า จากนั้นก็พูดอย่างเกียจคร้านว่า “เธอเป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง จุดประสงค์ที่เธอมาแต่งงานกับฉันก็คงจะเพื่อเงินนั่นแหละ”
ตอนแรกที่ตระกูลอวิ๋นปล่อยข่าวออกไปว่า พวกเขาต้องการหาภรรยาให้กับอวิ๋นเชิน แม้ว่าเขาจะเป็นง่อย แต่ก็ยังอยากให้เขาได้มีทายาทอยู่ดี
ทันทีที่มีข่าวปล่อยออกไป กลับไม่มีครอบครัวที่ร่ำรวยตระกูลใดเต็มใจที่จะยอมให้ลูกสาวมาแต่งงานกับเขาเลยสักคน มีเพียงตระกูลซูที่ต้องการความเจริญรุ่งเรืองจากการขายลูกสาวเท่านั้นที่ยินยอม
ซึ่งจุดประสงค์ของตระกูลซูนั้นง่ายมาก เพียงแค่ให้ทรัพยากรและเงินแก่เขา ต่อให้ต้องขายลูกสาวสักสิบคนเขาก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ
หลิวจื้อเหวินคิดไม่ออกเลยว่านอกจากเงินแล้ว ถังเลี่ยนยังจะมีเหตุผลอะไรที่มาแต่งงานกับอวิ๋นเชินได้อีก
แต่……
“ความจริงแล้วคนที่เธอจะแต่งงานด้วยในวันนี้คือฉินซื่อหมิงจากตระกูลฉินนะครับ”
“ตระกูลฉินงั้นเหรอ? ตระกูลฉินที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในช่วงนี้เนี่ยนะ?” อวิ๋นเชินเลิกคิ้วขึ้น
“ใช่ครับ แต่ว่ากันว่าหลังจากที่เจ้าบ่าวรับโทรศัพท์แล้ว เขาก็หนีจากงานวิวาห์ไปหาแฟนเก่าเลยครับ”
หลังจากหลิวจื้อเหวินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เดาขึ้นมาว่า “ผมเดาว่า คุณนายคงจะต้องการทำให้ฉินซื่อหมิงโกรธ ดังนั้นเธอก็เลยมาแต่งงานกับคุณล่ะมั้งครับ”
มือของอวิ๋นเชินที่เปิดอ่านบันทึกอยู่หยุดชะงัก เขาเงยหน้าขึ้นมองไปที่หลิวจื้อเหวินด้วยความไม่พอใจอย่างมาก
“นายนี่ช่างคิดอะไรตื้นเขินจริง ๆ เลยนะ เพราะแต่งงานกับฉันแล้วได้รับผลประโยชน์มากมายต่างหาก นี่คือเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมเธอถึงยอมแต่งงานกับคนพิการอย่างฉัน”
เพียงแต่ว่าถังเลี่ยนยังไม่ได้เปิดเผยธาตุแท้จริง ๆ ของเธอออกมาก็เท่านั้นเอง
อวิ๋นเชินไม่ได้ต่อต้านแผนการของถังเลี่ยนแต่อย่างใด
เขาขาดภรรยาที่จะมาอุดปากพวกคนเหล่านั้นของตระกูลอวิ๋นอยู่พอดี หากเธอแต่งงานกับเขาเพื่อต้องการหาผลประโยชน์จากเขาจริง ๆ งั้นต่อไปหากเขาจะขอหย่าขึ้นมาก็จะได้ไม่ต้องยุ่งยากนัก
——
ถังเลี่ยนนั่งอยู่ข้างเตียง เมื่อเปิดทวิตเตอร์ขึ้นมา แล้วก็เห็นการค้นหาที่มาแรงในวันนี้
‘ในงานแต่งงาน เจ้าบ่าวจากตระกูลร่ำรวยหนีงานแต่งงานไปหารักที่ไม่มีวันลืมเลือน’
‘เจ้าบ่าวหนีงานแต่ง เจ้าสาวโกรธมากจนไปแต่งงานกับคนอื่น!’
เธออ่านความคิดเห็นแบบคร่าว ๆ ชาวเน็ตไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาทั้งสองคนทำลงไป แต่กระแสนี้ได้ทำให้ชื่อของเธอโด่งดังขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว
มีคนไปขุดมาว่าเธอเป็นนักไวโอลินคนหนึ่งในวงออเคสตรา ถึงขนาดที่ไปหาวิดีโอตอนที่เธอแสดงก่อนหน้านี้มาอีกด้วย
ถังเลี่ยนรู้สึกคิดถึง จึงอดไม่ได้ที่จะกดเข้าดูวิดีโอ ทันใดนั้นฉินซื่อหมิงก็โทรเข้ามา
“เลี่ยนเลี่ยน คุณอยู่ไหน เราออกมาคุยกันหน่อยสิ”