ตอน 1

“คุณจะไปไหน?”

ในงานแต่งงาน ถังเลี่ยนรีบดึงตัวฉินซื่อหมิงที่หันหลังกลับเตรียมจะออกไปเอาไว้ ดวงตาของเธอดูเว้าวอนอย่างมาก

ในห้องจัดเลี้ยง ญาติและเพื่อนของทั้งสองฝ่ายได้นั่งประจำที่แล้ว นักบวชเพิ่งถามเจ้าบ่าวว่าเขาจะยอมแต่งงานกับเจ้าสาวหรือไม่ แต่แล้วฉินซื่อหมิงที่เป็นเจ้าบ่าวไม่เพียงแต่เพิกเฉยต่อนักบวชและรับโทรศัพท์เท่านนั้น เขายังจะออกไปในทันทีอีกด้วย

“ไป๋เวยรู้ว่าเรากำลังจะแต่งงานกัน โรคซึมเศร้าของเธอจึงกำเริบขึ้นมาและจะกระโดดตึก ผมต้องไปช่วยเธอ”

ฉินซื่อหมิงพูดอย่างหมดความอดทนเต็มทนแล้ว จากนั้นก็ผลักถังเลี่ยนออก

ซึ่งการผลักครั้งนี้ทำให้ถังเลี่ยนเท้าแพลง เธอล้มลงไปกับพื้น แต่ก็ยังยื่นมือออกมาอย่างน่าเวทนาเพื่อพยายามจะรั้งเขาไว้

“วันนี้เป็นงานแต่งงานของเรานะ ถ้าคุณไปแล้วฉันจะทำยังไงล่ะ! อีกอย่าง คุณอย่าลืมนะว่า ไป๋เวยเคยนอกใจคุณมาก่อน เธอทำร้ายคุณถึงขนาดนี้แล้ว ทำไมคุณยังไม่ยอมปล่อยวางและยังอยากจะไปหาเธออีกล่ะ?”

แววตาของฉินซื่อหมิงเย็นลงมากขึ้นเรื่อย ๆ “เรื่องของผมกับไป๋เวยไม่จำเป็นต้องให้คุณมาออกความคิดเห็น ต่อให้เธอจะทำผิดไปและทำร้ายผม คุณก็ยังสู้เธอไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ”

ถังเลี่ยนรู้สึกเจ็บปวดหัวใจขึ้นมาทันที

เธอรู้ว่าฉินซื่อหมิงยังลืมไป๋เวยไม่ลง แล้วเธอก็ไม่มีวันที่จะสำคัญเท่าไป๋เวยได้

“ฉันทำอะไรผิดงั้นเหรอ ทำไมคุณถึงต้องทำกับฉันแบบนี้ด้วย!”

“ฉันขอร้องเถอะนะ งานแต่งงานกำลังจะจบลงอยู่แล้ว รอให้แลกแหวนกันเสร็จก่อน แล้วคุณค่อยไปก็ได้นี่!”

ฉินซื่อหมิงหลบมือที่ยื่นออกมาของเธอ แล้วก็พูดด้วยความรังเกียจว่า “คุณไม่มีความเป็นห่วงชีวิตของคน ๆ หนึ่งเลยสักนิด คุณห่วงแค่เรื่องงานแต่งงานของคุณเท่านั้น ถังเลี่ยนคุณมันเลือดเย็นซะจนน่ากลัวจริง ๆ”

“งานแต่งงานถูกยกเลิกไป ค่อยจัดขึ้นมาใหม่ครั้งหน้าแล้วกัน”

ฉินซื่อหมิงเพิกเฉยต่อใบหน้าที่ซีดเซียวของเธอโดยสิ้นเชิง เขาเดินพลางปลดดอกไม้ที่หน้าอกของออกไปด้วย ไม่ได้สนใจสายตาแปลก ๆ จากผู้คนรอบตัวที่มองมาเลยสักนิดเดียว

การที่เจ้าบ่าวจากไปแบบนี้ ทำให้คนในงานต่างเริ่มฮือฮาขึ้นมาทันที

“อย่า ฉันขอร้องล่ะ คุณอย่าไปเลยนะ ซื่อหมิง!”

“ถ้าคุณไปแล้ว ฉันจะทำยังไง!”

ถังเลี่ยนนั่งอยู่บนพื้นอย่างน่าเวทนา เธอตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ น้ำตาไหลอาบลงมาทับการแต่งหน้าอันประณีตของเธอไม่หยุดหย่อน

ผู้ชายที่เธอรักมาสามปี เลือกผู้หญิงอีกคนโดยไม่ลังเลและไม่คำนึงถึงหน้าตาของเธอและงานแต่งงานแต่อย่างใด

ฉินซื่อหมิงคำนึงถึงแค่ความสงสารและความอับจนหนทางของไป๋เวยเท่านั้น แต่เขากลับไม่ได้คิดเลยว่าตอนนี้เธอต้องอับอายและสับสนอยู่ในงานแต่งงานเพียงคนเดียวมากแค่ไหน

เวลานี้ มีดวงตาจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังจ้องมองมาที่เธอ บางคนก็มองด้วยความเยาะเย้ยและความสงสาร แต่ยิ่งกว่านั้นบางคนก็กำลังมีความสุขบนความทุกข์ของเธออยู่

ถังเลี่ยนไม่เคยต้องทนทุกข์ทรมานแบบนี้มาก่อนเลย!

ถังเป่ยซานผู้เป็นพ่อเดินเข้ามา ถังเลี่ยนคิดว่าเขาจะมาปลอบเธอ แต่เธอกลับไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะจ้องมองตามาเขม็งพลางด่าทอเธอขึ้นมาว่า “แค่ผู้ชายคนเดียวยังเอาไว้ไม่อยู่เลย ฉันมีลูกสาวแบบแกได้ยังไงเนี่ย!”

ถังเป่ยซานโมโหเดือดดาลอย่างมาก หลังจากด่าทออยู่หลายประโยคจนจบ เขาก็ดึงหวงฉินผู้เป็นภรรยาของเขาออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

ส่วนถังเข่อซินผู้เป็นน้องสาวก็ได้เดินออกมาจากฝูงชน แล้วก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “พี่สาว พี่นี่มันไร้ประโยชน์จริง ๆ เลยนะ! ในงานแต่งงาน เจ้าบ่าวดันหนีไปจนพี่โดนคนหัวเราะเยาะเต็มไปหมด อย่าว่าแต่คุณพ่อคุณแม่จะโกรธเลย ฉันเองก็ขายหน้าไปด้วยเหมือนกัน!”

หลังจากพูดจบ ถังเข่อซินก็หันหลังและจากไปเช่นกัน

……

สมาชิกของถังเลี่ยนทั้งหมดได้เดินจากไปแล้ว ทิ้งเธอที่เป็นเจ้าสาวเอาตัวในงานเพียงลำพัง ไม่มีใครให้การสนับสนุนเธอเลยสักคน ทางฝ่ายชายที่รู้สึกผิดอยู่ตอนแรก พอเห็นเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ก็ยืดหลังตรงขึ้นมา

“เจ้าบ่าวหนีไป ส่วนพ่อแม่ก็ยังไม่สนใจอีก ฉันว่าเจ้าสาวเองคนนี้ต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่ ๆ มิน่าล่ะฉินซื่อหมิงถึงได้ทิ้งไปแบบนั้นน่ะ”

“นั่นน่ะสิ ถ้าเธอเป็นผู้หญิงดี ๆ มีเหรอที่เจ้าบ่าวจะไม่ต้องการเธอน่ะ?”

“เธอนอกใจเจ้าบ่าวรึเปล่า ไม่อย่างนั้นเจ้าบ่าวจะทิ้งเธอไปได้ยังไง!”

แขกที่อยู่รอบตัวต่างก็วิพากษ์วิจารณ์เธอ เสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ถังเลี่ยนเป็นเหมือนตัวตลกที่มีแต่คนมาดูถูกเหยียดหยามและเยาะเย้ย

ทันใดนั้นก็มีเสียงดังอึกทึกมาจากห้องข้าง ๆ

ถังเลี่ยนจึงหันหน้าไปมอง แล้วก็เห็นว่ามีเจ้าบ่าวคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนวีลเชร์เพียงลำพัง นักบวชที่เป็นประธานในงานแต่งงานได้ถามขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนกว่า “แล้วเจ้าสาวล่ะ?”

ถังเลี่ยนเช็ดน้ำตา จากนั้นก็ดึงพนักงานที่เดินผ่านไปมาถามว่า “เจ้าสาวในงานแต่งงานของพวกเขาไปไหนแล้วเหรอ?”

พนักงานเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง แล้วก็พูดขึ้นมาตามความเป็นจริงว่า “เจ้าสาวไม่ได้มาครับ ผมได้ยินมาว่าเป็นเพราะรับไม่ได้ที่สามีเป็นคนพิการ ก็เลยหนีงานแต่งงานไปแล้วครับ”

“จากนั้นเขาก็เลยรออยู่ที่นี่มาโดยตลอดเลยงั้นเหรอ?”

พนักงานพยักหน้า เธอจึงขอบคุณเขาไป

เจ้าบ่าวที่นั่งอยู่บนวีลแชร์หันหลังให้เธออยู่ ระหว่างพวกเขาสองคนห่างกันพอสมควร เธอไม่สามารถมองเห็นสีหน้าของชายคนนั้นได้ในขณะนี้ แต่เธอรู้ว่าการถูกทอดทิ้งนั้นต้องรู้สึกแย่มากแค่ไหน

พวกเขาสองคนมีความคล้ายคลึงกันมากจริง ๆ พวกเขาทั้งคู่ต่างก็เป็นคนน่าสงสารที่ถูกทอดทิ้งไปเหมือนกัน

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาของถังเลี่ยนก็ดูขึงขังขึ้นมาทันที

ต่อให้จะรักกันมาสามปีแล้วยังไงเหรอ ฉินซื่อหมิงก็ยังทรยศความสัมพันธ์ของเธอกับเขาได้เลย แล้วทำไมเธอต้องภักดีด้วยล่ะ!

ไม่ใช่ว่าเธอจะขาดฉินซื่อหมิงไม่ได้สักหน่อย เธอก็ยังมีทางเลือกอื่นอีก!

เมื่อเห็นว่าจู่ ๆ เธอก็ลุกขึ้นยืนมา แขกผู้มีเกียรติที่กำลังกระซิบกระซาบและเยาะเย้ยเธออยู่ก็เงียบไปทันที

สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ถังเลี่ยนโดยไม่รู้ตัว แล้วก็เห็นว่าเธอยกชายกระโปรงขึ้น จากนั้นก็เดินตรงไปยังงานแต่งงานที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

เมื่อเห็นเจ้าสาวคนหนึ่งที่สวมชุดแต่งงานสีขาวเดินเข้ามา แขกฝั่งเจ้าบ่าวก็รู้สึกประหลาดใจมากเช่นกัน

เมื่อชายคนนั้นได้ยินเสียงฮือฮาขึ้นมา เขาจึงหมุนวีลเชร์หันตัวมาช้า ๆ

ถังเลี่ยนหยุดเดิน แล้วก็จ้องมองไปที่ชายหนุ่มรูปงามตรงหน้าเธอ แววตาของเธอแสดงความประหลาดใจขึ้นมา จากนั้นเธอก็ยื่นมือออกไปและพูดว่า “สวัสดีค่ะ ฉันได้ยินมาว่างานแต่งงานของคุณขาดเจ้าสาวอยู่ เจ้าบ่าวของฉันก็หนีไปพอดี ถ้างั้นเราสองคนมาแต่งงานกันเถอะค่ะ”

ตอน 2

“ฉันชื่อถังเลี่ยนนะคะ ถ้าคุณไม่มีข้อโต้แย้งอะไร หากงานแต่งงานเสร็จสิ้นแล้วเราไปรับทะเบียนสมรสกันเลยก็ได้นะคะ”

ถังเลี่ยนพูดออกไปอย่างเด็ดขาด ทำเอาแขกทุกคนในงานตกใจอย่างมาก บางคนถึงกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเพื่อถ่ายฉากดราม่านี้เอาไว้

“คุณถังคิดดีแล้วเหรอครับ ผมเป็นคนพิการ ผมไม่สามารถให้อนาคตที่คุณต้องการได้เลยนะครับ” ชายคนนั้นไม่ได้ปิดบังเรื่องที่ร่างกายของเขาบกพร่องแต่อย่างใด แถมยังเสนอแนะให้เธอพิจารณาใหม่อย่างจริงใจอีกด้วย

ถังเลี่ยนได้ตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว “ฉันคิดมาดีมากแล้วค่ะ”

“ผมชื่ออวิ๋นเชิน”

อวิ๋นเชินรู้ว่าไม่สามารถโน้มน้าวถังเลี่ยนได้ เขาจึงจับมือเธอและพูดว่า “ผมเกรงว่าคุณจะมาเสียใจในภายหลังล่ะสิ”

ถังเลี่ยนไม่ได้พูดอะไรกลับไป เธอไม่มีทางมาเสียใจภายหลังอยู่แล้ว

เมื่อก่อนคนเดียวที่เธออยากแต่งงานด้วยมีแค่ฉินซื่อหมิงเท่านั้น แต่ในหัวใจของเขากลับไม่เคยมีเธออยู่เลย ดังนั้นมันคงไม่สำคัญหรอกว่าเธอจะแต่งงานกับใคร

หลังจากดำเนินการแต่งงานเสร็จสิ้นในเวลาอันรวดเร็วแล้ว ถังเลี่ยนกับอวิ๋นเชินก็ไปจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตด้วยกัน

เมื่อมีทะเบียนสมรสอยู่ในมือแล้ว บ่วงในใจของถังเลี่ยนก็หายไป

ฉินซื่อหมิงหักอกเธอ งั้นเธอก็จะไม่มีวันแต่งงานกับเขาอีก

ส่วนทางถังเป่ยซาน หากเธอไม่สามารถแต่งงานกับตระกูลฉินได้ แต่ก็ยังมีถังเข่อซินอยู่อีกคนหนึ่งไม่ใช่รึไง?

ถังเลี่ยนรู้จักถังเข่อซินเป็นอย่างดี น้องสาวของเธอคนนี้โลภมาตั้งแต่เด็กแล้ว ถังเข่อซินมีเหรอที่จะไม่โลภในตำแหน่งนายหญิงแห่งตระกูลฉิน มีเหรอที่เธอจะไม่ได้คิดอะไรกับฉินซื่อหมิง

ดังนั้น การแต่งงานกับอวิ๋นเชินจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของเธอในการหลุดพ้นจากการควบคุมของครอบครัวแล้ว

เธอไม่อยากกลับไปที่บ้านหลังนั้นอีก

อวิ๋นเชินมองไปที่เธอที่กำลังจ้องมองสมุดทะเบียนบ้านอย่างเหม่อลอยอยู่ แล้วเขาก็ถามขึ้นมาว่า “คุณกำลังคิดอะไรอยู่เหรอ เสียใจที่แต่งงานกับคนพิการอย่างผมแล้วใช่ไหม?”

ถังเลี่ยนส่ายหน้า แล้วก็เดินไปด้านหลังอวิ๋นเชินและเข็นวีลแชร์ไปพลางพูดว่า “ฉันคิดว่าการได้แต่งงานกับคุณก็ดีเหมือนกัน”

อวิ๋นเชินยกมุมปากขึ้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรังเกียจและไม่ไว้วางใจ

จะมีผู้หญิงคนไหนกันที่จะเต็มใจแต่งงานกับคนพิการจริง ๆ ช่างเป็นคนโกหกที่พูดคำโกหกออกมาได้เต็มปากเต็มคำจริง ๆ เลย

เธอคงเสแสร้งได้ชั่วขณะหนึ่งเท่านั้นแหละ ไม่มีทางเสแสร้งไปตลอดชีวิตได้หรอก

ซึ่งมันบังเอิญกับที่เขาต้องการเจ้าสาวสักคนมาหันเหความสนใจของครอบครัว แล้วก็ทำเรื่องที่ตัวเองอยากจะทำให้สำเร็จพอดี

ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว งั้นเขาก็จะเล่นไปตามน้ำเป็นเพื่อนเธอหน่อยก็แล้วกัน ดูสิว่าเธอวางแผนจะทำอะไรอยู่กันแน่

……

ถังเลี่ยนเข็นอวิ๋นเชินเข้าไปในรถ แล้วก็ไปที่บ้านของเขา

บ้านของอวิ๋นเชินหรูหรามาก มีสวน สระว่ายน้ำ แล้วก็ยังมีพ่อบ้านในชุดทักซิโด้และสาวใช้อีกด้วย

ตอนที่ถังเลี่ยนเหยียบลงไปบนพรมขนสัตว์นุ่ม ๆ ในที่สุดเธอก็ตระหนักขึ้นมาได้สักทีว่า สามีของเธอไม่ใช่คนธรรมดา

“คุณชายสาม ท่านนี้คือคุณนายงั้นเหรอครับ?” พ่อบ้านที่เข้ามาต้อนรับพวกเขาถามด้วยความเคารพ

เมื่อได้ยินคำเรียกว่าคุณชายสาม ถังเลี่ยนก็ตระหนักได้ทันทีว่า คุณชายสามคนนี้อาจจะเป็นคุณชายสามของตระกูลอวิ๋นก็ได้!

ซึ่งตระกูลอวิ๋นเป็นตระกูลที่ทรงอำนาจที่สุดในท้องถิ่น ส่วนอวิ๋นเชินก็เป็นคนที่เก่งกาจที่สุดในบรรดาผู้ที่มีอายุพอ ๆ กันอีกด้วย เขามีความอัจฉริยะทางด้านธุรกิจ มีความสามารถที่โดดเด่น เขาติดอันดับต้น ๆ ในผู้มั่งคั่งตั้งแต่อายุยังน้อย ด้วยความที่เขาเป็นลูกคนที่สาม ดังนั้นคนอื่นจึงเรียกเขาด้วยความเคารพว่าคุณชายสามตระกูลอวิ๋น

แต่อุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปีที่แล้วได้ทำให้ขาทั้งสองข้างของเขาพิการ ชื่อของเขาจึงค่อย ๆ เลือนหายไปจากสายตาของสาธารณชน ไม่มีใครจดจำความรุ่งโรจน์ของคุณชายสามตระกูลอวิ๋นได้อีก

นี่เธอดันมาแต่งงานกับคุณชายสามตระกูลอวิ๋นเหรอเนี่ย?

แต่เธอได้ยินมาว่า ตระกูลอวิ๋นกับตระกูลซูกำลังจะแต่งงานเพื่อปองดองกันนี่ งั้นแสดงว่าเจ้าสาวที่หนีงานแต่งงานไปในวันนี้ก็ต้องเป็นลูกสาวของตระกูลซูล่ะสิ!

ถังเลี่ยนตกใจมาก ตอนที่เธอได้ยินชื่อ ‘อวิ๋นเชิน’ ทำไมเธอถึงจำไม่ได้นะว่าเขาเป็นคุณชายสามของตระกูลอวิ๋น แถมเธอยังถามเขาอีกว่ายินดีจะแต่งงานรึเปล่า เธอทำตัวราวกับเป็นโจรป่าเถื่อนอย่างไรอย่างนั้นจริง ๆ

อวิ๋นเชินไม่ได้พูดอะไร แต่เขามองเห็นความตกใจและความตื่นตระหนกจากสีหน้าของเธอได้อย่างชัดเจน

เขาแอบขมวดคิ้ว อย่าบอกนะเธอจำไม่ได้ว่าเขาเป็นใครจริง ๆ น่ะ?

เรื่องที่เขาเป็นง่อยมีใครไม่รู้บ้าง

“ถังเลี่ยน ภรรยาของฉัน นับจากนี้ไปเธอจะเป็นนายหญิงของบ้านหลังนี้”

อวิ๋นเชินมองไปที่ถังเลี่ยนและพูดออกไปอย่างตรงไปตรงมา “ซูหลิวซีหนีการแต่งงานไปแล้ว เธอบอกว่าเธอไม่สนใจความบกพร่องทางร่างกายของฉัน แล้วก็เต็มใจที่จะแต่งงานกับฉันด้วย”

“ซูหลิวซีหนีการแต่งงานงั้นเหรอครับ?”

พ่อบ้านรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก ในตอนแรกตระกูลซูเป็นฝ่ายเสนอหน้ามาอยากจะแต่งงานกับตระกูลอวิ๋นเอง ถึงขนาดขอร้องต่อหน้าอวิ๋นเชิน อยากให้เขาแต่งงานกับซูหลิวซีเลยด้วยซ้ำ!

แต่พอถึงวันแต่งงานเข้าจริง ๆ เจ้าสาวกลับหนีไปซะอย่างนั้น ทำแบบนี้มันเป็นการจงใจทำให้คุณชายต้องอับอายขายหน้าชัด ๆ เลยไม่ใช่รึไง?

พ่อบ้านรู้สึกเป็นทุกข์ใจมาก เขาพูดปลอบขึ้นมาว่า “คุณชายสาม มีคำพูดที่ว่าในความโชคร้ายยังมีความโชคดีอยู่ ซูหลิวซีไม่ใช่คู่ครองที่ดีของคุณ บางที คุณนายอาจจะเป็นคู่ครองที่ดีของคุณตัวจริงก็ได้นะครับ”

เพียงเพราะถังเลี่ยนไม่สนใจข้อบกพร่องของคุณชาย แล้วก็เต็มใจที่จะแต่งงานกับเขา พ่อบ้านก็เริ่มชอบถังเลี่ยนมากขึ้นแล้ว!

ตอน 3

ถังเลี่ยนมองไปที่ขาของอวิ๋นเชิน แล้วก็รู้สึกเสียดายแทนเขาขึ้นมา

เมื่อก่อนอวิ๋นเชินเคยดีเลิศมากแค่ไหน ตอนนี้เขาก็ยิ่งดูน่าสงสารมากเท่านั้น

แค่เพราะเขาเป็นคนพิการ ลูกสาวของตระกูลซูก็เลยกล้าหนีการแต่งงานไปท่ามกลางสาธารณชนทุกคน ซึ่งมันเป็นการไม่ไว้หน้าอวิ๋นเชินอย่างมาก

ตอนอยู่ในงานแต่งงาน อวิ๋นเชินน่าจะรู้สึกแย่มากกว่าเธอแน่ ๆ เลย?

ถังเลี่ยนเดินไปตรงหน้าอวิ๋นเชิน จากนั้นก็จับมือเขาขึ้นมา แล้วก็พูดอย่างเคร่งขรึมว่า “คุณไม่ต้องห่วงนะ คุณกับฉันเป็นสามีภรรยากันแล้ว ฉันจะดูแลคุณไปตลอดชีวิตเอง”

สีหน้าของอวิ๋นเชินดูสตั้นท์ไปเล็กน้อย

ผู้หญิงคนนี้ขี้โม้ชะมัดเลย เธอเนี่ยนะจะดูแลเขาไปตลอดชีวิต

แสร้งทำเป็นเห็นอกเห็นใจ แสดงได้เหมือนจริงสุด ๆ ไปเลย!

อวิ๋นเชินควบคุมวีลแชร์เข้าไปในห้องทำงานชั้นหนึ่ง โดยที่ไม่ได้มีการโต้ตอบเธอแต่อย่างใด

พ่อบ้านจึงอธิบายอย่างเอาใจใส่ว่า “ขอโทษนะครับคุณนาย ตั้งแต่คุณชายสามประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ อารมณ์ของเขาก็แปลกขึ้นมากเลยล่ะครับ”

ถังเลี่ยนโบกมือ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเข้าใจเขาได้”

หากใครเจอเรื่องแบบนี้ ก็คงจะกลายเป็นคนอารมณ์ไม่ดีเหมือนกันนั่นแหละ

ถังเลี่ยนเดินตามพ่อบ้านไปพักผ่อนที่ห้องบนชั้นสอง

——

“คุณชายสามครับ”

มีชายหัวโล้นคนหนึ่งยืนอยู่ในห้องทำงาน เขาสวมกางเกงรัดรูปสีดำ กล้ามเนื้อที่ตัวเขานูนออกมาโดยไม่ต้องออกแรงใด ๆ เลย

หลิวจื้อเหวินจุดไฟแช็ก ช่วยอวิ๋นเชินจุดซิการ์ที่มุมปากด้วยความเคารพ

“ซูหลิวซีหนีไปต่างประเทศแล้วครับ ส่วนทางตระกูลซูไม่สามารถให้คำอธิบายใด ๆ แก่คุณชายสามได้เลย”

“พวกเขารับเงินหนึ่งร้อยห้าสิบล้านและโครงการเกรด A อีกห้าโครงการจากฉันไปแล้ว แต่นี่คือวิธีที่ตระกูลซูตอบแทนฉันอย่างนั้นเหรอ?”

อวิ๋นเชินพ่นควันออกมา เขาบีบซิการ์บนปลายนิ้วแน่น จากนั้นก็พูดขึ้นมาอย่างไม่แยแสอะไรว่า “ถ้าไม่สอนบทเรียนให้พวกเขาบ้าง ต่อไปทุกคนก็จะเหยียบหัวฉันยังไงก็ได้แบบนั้นสินะ? ไปสั่งสอนให้ทางตระกูลซูได้มีบทเรียนบ้าง”

หลิวจื้อเหวินพยักหน้า แล้วก็พูดขึ้นอีกว่า “แล้วทางซูหลิวซี ต้องการให้พวกเราไปจับเธอกลับมาไหมครับ? แล้วทางคุณนาย...... คุณอยากให้พาเธอไปแนะนำให้รู้จักกับคนของเราไหมครับ?”

“ไม่จำเป็น”

อวิ๋นเชินกัดซิการ์ แล้วก็หยิบเอกสารชุดหนึ่งบนโต๊ะขึ้นมา จากนั้นก็เดินไปที่ริมหน้าต่างช้า ๆ

เขาทิ้งวีลแชร์เอาไว้ที่มุมห้องทำงาน การก้าวเดินของเขาไม่โซเซเลยแม้แต่น้อย ทุกย่างก้าวที่เขาเดินมีความมั่นคงอย่างมาก

เอกสารชุดนี้ได้บันทึกประวัติของถังเลี่ยนตั้งแต่วัยเด็กจนถึงโตเอาไว้แล้ว แถมยังบันทึกความสัมพันธ์ที่เป็นแฟนกันระหว่างถังเลี่ยนกับฉินซื่อหมิงในสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเอาไว้ด้วย

เขาเปิดดูคร่าว ๆ ไปหลายหน้า จากนั้นก็พูดอย่างเกียจคร้านว่า “เธอเป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง จุดประสงค์ที่เธอมาแต่งงานกับฉันก็คงจะเพื่อเงินนั่นแหละ”

ตอนแรกที่ตระกูลอวิ๋นปล่อยข่าวออกไปว่า พวกเขาต้องการหาภรรยาให้กับอวิ๋นเชิน แม้ว่าเขาจะเป็นง่อย แต่ก็ยังอยากให้เขาได้มีทายาทอยู่ดี

ทันทีที่มีข่าวปล่อยออกไป กลับไม่มีครอบครัวที่ร่ำรวยตระกูลใดเต็มใจที่จะยอมให้ลูกสาวมาแต่งงานกับเขาเลยสักคน มีเพียงตระกูลซูที่ต้องการความเจริญรุ่งเรืองจากการขายลูกสาวเท่านั้นที่ยินยอม

ซึ่งจุดประสงค์ของตระกูลซูนั้นง่ายมาก เพียงแค่ให้ทรัพยากรและเงินแก่เขา ต่อให้ต้องขายลูกสาวสักสิบคนเขาก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ

หลิวจื้อเหวินคิดไม่ออกเลยว่านอกจากเงินแล้ว ถังเลี่ยนยังจะมีเหตุผลอะไรที่มาแต่งงานกับอวิ๋นเชินได้อีก

แต่……

“ความจริงแล้วคนที่เธอจะแต่งงานด้วยในวันนี้คือฉินซื่อหมิงจากตระกูลฉินนะครับ”

“ตระกูลฉินงั้นเหรอ? ตระกูลฉินที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในช่วงนี้เนี่ยนะ?” อวิ๋นเชินเลิกคิ้วขึ้น

“ใช่ครับ แต่ว่ากันว่าหลังจากที่เจ้าบ่าวรับโทรศัพท์แล้ว เขาก็หนีจากงานวิวาห์ไปหาแฟนเก่าเลยครับ”

หลังจากหลิวจื้อเหวินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เดาขึ้นมาว่า “ผมเดาว่า คุณนายคงจะต้องการทำให้ฉินซื่อหมิงโกรธ ดังนั้นเธอก็เลยมาแต่งงานกับคุณล่ะมั้งครับ”

มือของอวิ๋นเชินที่เปิดอ่านบันทึกอยู่หยุดชะงัก เขาเงยหน้าขึ้นมองไปที่หลิวจื้อเหวินด้วยความไม่พอใจอย่างมาก

“นายนี่ช่างคิดอะไรตื้นเขินจริง ๆ เลยนะ เพราะแต่งงานกับฉันแล้วได้รับผลประโยชน์มากมายต่างหาก นี่คือเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมเธอถึงยอมแต่งงานกับคนพิการอย่างฉัน”

เพียงแต่ว่าถังเลี่ยนยังไม่ได้เปิดเผยธาตุแท้จริง ๆ ของเธอออกมาก็เท่านั้นเอง

อวิ๋นเชินไม่ได้ต่อต้านแผนการของถังเลี่ยนแต่อย่างใด

เขาขาดภรรยาที่จะมาอุดปากพวกคนเหล่านั้นของตระกูลอวิ๋นอยู่พอดี หากเธอแต่งงานกับเขาเพื่อต้องการหาผลประโยชน์จากเขาจริง ๆ งั้นต่อไปหากเขาจะขอหย่าขึ้นมาก็จะได้ไม่ต้องยุ่งยากนัก

——

ถังเลี่ยนนั่งอยู่ข้างเตียง เมื่อเปิดทวิตเตอร์ขึ้นมา แล้วก็เห็นการค้นหาที่มาแรงในวันนี้

‘ในงานแต่งงาน เจ้าบ่าวจากตระกูลร่ำรวยหนีงานแต่งงานไปหารักที่ไม่มีวันลืมเลือน’

‘เจ้าบ่าวหนีงานแต่ง เจ้าสาวโกรธมากจนไปแต่งงานกับคนอื่น!’

เธออ่านความคิดเห็นแบบคร่าว ๆ ชาวเน็ตไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาทั้งสองคนทำลงไป แต่กระแสนี้ได้ทำให้ชื่อของเธอโด่งดังขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว

มีคนไปขุดมาว่าเธอเป็นนักไวโอลินคนหนึ่งในวงออเคสตรา ถึงขนาดที่ไปหาวิดีโอตอนที่เธอแสดงก่อนหน้านี้มาอีกด้วย

ถังเลี่ยนรู้สึกคิดถึง จึงอดไม่ได้ที่จะกดเข้าดูวิดีโอ ทันใดนั้นฉินซื่อหมิงก็โทรเข้ามา

“เลี่ยนเลี่ยน คุณอยู่ไหน เราออกมาคุยกันหน่อยสิ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED