ตอน 2

แต่ยังสู้ไม่ล่าถอย กริชไทที่คิดจะห้ามปรามน้องๆ ในคราแรก กลับต้องเข้าไปช่วยเพราะตกกระไดพลอยโจน

เหตุตะลุมบอนกันนั้นทำให้กำนันเพิ่มลาภที่ผ่านมาทางนั้นพอดี รีบห้ามทัพเอาไว้ โดยเฉพาะในที่นั้นมีหลานของตนอยู่ด้วย

“หยุดเดี๋ยวนี้ บอกให้หยุดยังไงเล่า!” เสียงกัมปนาทของกำนันประจำตำบลทำให้เด็กๆ ที่ชกต่อยตบตีกันอยู่หยุดชะงักในทันที

สืบสายเห็นว่าเป็นปู่ของตนจึงรีบเข้าไปฟ้องโดยไม่เปิดโอกาสให้ใครได้พูดก่อน

“ปู่ครับ พวกไอ้กระทิงมันรังแกผม” สืบสายโกหกหน้าตาย

“อย่ามาพูดหมาๆ นะไอ้สืบ แกเป็นคนรังแกฉันก่อน โยนมังคุดมาเต็มแรง พี่กระทิงมารับเอาไว้เลยหัวโนอยู่นี่ไง เห็นไหม” ญารินดาแม้จะอยู่ในวัยเพียงสิบขวบแต่พูดจาฉะฉานนัก รีบสวนกลับทันควันเพื่อไม่ให้ตัวเองเสียเปรียบ

“จริงค่ะลุงกำนัน พี่สืบเป็นอันธพาลพาพวกมารุมพวกเรา เราเป็นผู้หญิงยังเอาไอ้พวกนี้มารุม ดูสิ ปากแตก หน้าบวม เลือดไหลซิบๆ ไปหมดแล้ว ลุงกำนันต้องจัดการให้พวกเรา ไม่งั้นพวกเราไม่ยอม” กันตารีบเสริมทัพญารินดาอีกเสียงอย่างไม่ลดละ

“จริงเหรอสืบสาย” เพิ่มลาภเป็นผู้มีความยุติธรรม หันไปถามหลานชายคนเดียวด้วยน้ำเสียงเข้มงวด

“ปู่อย่าไปเชื่อพวกมัน พวกมันรุมแกล้งสืบ” สืบสายรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน ยังไงก็ไม่ยอมรับโดยเด็ดขาด

“ยอมรับความจริงเถอะสืบสาย พูดโกหกแบบนี้ไม่เป็นลูกผู้ชายเลย” กริชไทถึงกับส่ายหน้าไปมาเมื่อเห็นสืบสายกำลังโกหกหน้าตาเฉย แถมยังใส่ร้ายคนอื่นได้อย่างไม่สะทกสะท้าน

“มึงเสือกอะไรด้วยวะไอ้กระทิง” สืบสายหันไปตวาด มองตาขวางตามประสานักเลงอันธพาล เพราะบิดามารดาตามใจให้ท้าย เขาจึงไม่เคยรู้ตัวเองว่ากำลังทำผิดเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าใครหน้าไหน แม้แต่ผู้เป็นปู่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้

“สืบอย่าพูดหยาบคายแบบนั้นลูก เราไม่ชอบให้คนอื่นพูดไม่ดีกับเรายังไง เราเองก็ไม่ควรพูดกับคนอื่นแบบนั้น” เพิ่มลาภปรามหลานชาย

“เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่ไอ้สืบ” ญารินดาเป็นเด็กที่ไม่ยอมอะไรง่ายๆ และไม่ยอมให้ใครมารังแกฝ่ายเดียว

เรื่องราวทั้งหมดได้ถูกถ่ายทอดให้ผู้เป็นบิดามารดารับรู้ นั่นคือรัชวิทย์และญาดา กำนันเพิ่มลาภจึงกล่าวขอโทษและจะตีสืบสายเป็นการลงโทษที่รังแกคนอื่นก่อน แค่เพียงทำท่าจะง้างไม้ขึ้นทำโทษหลานชาย กลับกลายเป็นว่าก่อลาภและนีรนุชเข้ามาขัดขวางเอาไว้เสียก่อน

“ถ้าจะตีก็ต้องตีทั้งสองฝ่าย เด็กมันเล่นกันแล้วทะเลาะกัน จะตีเฉพาะตาสืบคนเดียวได้ยังไง” ก่อลาภโวยวาย

นีรนุชเมียรักรีบพูดเข้าข้างผัวเสียงขึงขังไม่ต่างกัน

“จริงด้วยค่ะ นี่ตาสืบก็ปากแตก แก้มช้ำ บาดเจ็บเหมือนๆ กัน จะตีแต่ตาสืบได้ยังไงคะคุณพ่อ พวกคุณเป็นพ่อแม่เหมือนกันน่าจะเข้าใจว่าเด็กๆ เล่นกัน ฉันไม่ยอมให้ใครตีลูกฉันเด็ดขาด ไม่งั้นเห็นดีกันแน่ คอยดู!!!” นีรนุชกอดรัดลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเอาไว้ ไม่ยอมรับว่าสืบสายรังแกคนอื่นก่อน

“ลูกคุณมารังแกลูกผมก่อน เด็กผิดก็ต้องโดนลงโทษ ไม่งั้นต่อไปจะนิสัยเสียเป็นนักเลงอันธพาล” รัชวิทย์ถึงกับส่ายหน้าไปมาในความลำเอียงเอาแต่เข้าข้างลูกของก่อลาภและนีรนุช

“ใครตีลูกฉันเข้ามาเลยสิ ได้เห็นดีกันแน่” นีรนุชไม่ยอมเด็ดขาด “ทำยังกะลูกตัวเองเป็นเทวดาแตะต้องไม่ได้ ก็บอกแล้วไงว่าเด็กมันเล่นกัน ต้องมีทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นธรรมดาจริงไหมลูก” นีรนุชก้มลงถามลูกชายในอ้อมแขน

“จริงครับแม่” สืบสายกอดรัดมารดา ซบอกไม่ยอมห่าง รู้ดีว่าท่านจะปกป้องเขาได้ ก่อนจะหันไปทำหน้าเยาะเย้ยใส่พวกของกริชไท

“อ้าว... แบบนี้ก็สวยสิ สอนลูกแบบนี้ได้ยังไง” กฤษพลที่ยืนฟังอยู่นานแล้วพูดขึ้นบ้าง รู้ดีว่าลูกชายและลูกสาวของตนไม่โกหกแน่นอน เพราะอบอบสั่งสอนมาดี ถึงแม้จะซุกซนตามวัยแต่ไม่ใช่เด็กเกเรชอบหาเรื่องคนอื่นก่อน

“สวยก็สวยสิวะ นี่มันบ้านของใคร พวกแกบุกรุกมาบ้านฉัน ถ้ายังไม่ไสหัวกลับไปจะหาว่าไม่เตือน” ก่อลาภเริ่มโมโห ยังไงก็ไม่ให้ใครตีลูกชายคนเดียวแน่นอน

“ก่อ... พ่อเป็นคนเชิญเขาเข้าบ้านมาเอง และตาสืบเองเป็นคนหาเรื่องพวกเขาก่อนนะลูก” เพิ่มลาภปรามลูกชายไม่ให้เสียมารยาท พยายามอธิบายอย่างใจเย็นและมีเหตุผล

“พ่อเชิญมาเหรอครับ งั้นรบกวนพ่อช่วยต้อนรับด้วยแล้วกัน ไปเถอะนุช ไปใส่ยาให้ลูกกัน ดูสิแผลฟกช้ำไปหมด นี่ยังจะโดนตีเข้าไปอีก ไม่มีมนุษยธรรมกันเลย ที่นี่มีแต่ผู้ใหญ่ใจร้ายใจดำ คอยแต่จะรังแกเด็กตาดำๆ” ก่อลาภไม่สน เขาหันไปจูงเมียจูงลูกเดินหนี

“อย่าเพิ่งไปสิ พ่อเป็นแบบนี้นี่เอง ลูกเลยเป็นอันธพาลรังแกคนอื่น” กฤษพลถึงกับโมโหที่เห็นกิริยาของเพื่อนร่วมห้อง ก่อลาภเป็นเช่นไรก็เป็นอย่างนั้น ไม่เคยเปลี่ยน ถ้าได้นิสัยเพิ่มลาภมาบ้างคงจะดีไม่น้อย

“ฉันต้องขอโทษด้วยที่เจ้าสืบมันเกเร เอาไว้ฉันจะอบรมสั่งสอนมันอีกที อย่าถือสามันเลยนะ มันยังเด็กนัก” เพิ่มลาภไม่รู้จะทำยังไงได้แต่กล่าวขอโทษขอโพยทุกคน

“นี่เห็นแก่ลุงกำนันหรอกนะที่มีความยุติธรรม อีกอย่างมันก็ยังเด็ก” กฤษพลหันไปส่ายหน้ากับรัชวิทย์และญาดาญาติของตน ก่อนจะทยอยกันกลับบ้าน

หลังจากทุกคนกลับไปแล้ว เพิ่มลาภจึงอบรมสั่งสอนลูกชาย ลูกสะใภ้และหลานชายเสียยกใหญ่ แต่เขารู้ว่าก่อลาภถูกภรรยาเขาที่ล่วงลับไปแล้วตามใจจนเป็นแบบนี้ ใครขัดใจเป็นไม่ได้ จึงได้แต่ถอนใจด้วยความทุกข์เพราะกลัวสืบสายเกเรเป็นนักเลงเหมือนพ่อ แต่กระนั้นกำนันเพิ่มลาภก็ไม่เคยเลิกอบรมสั่งสอนลูกหลาน คิดว่าสักวันคำสั่งสอนของตนอาจจะซึมซับเข้าในจิตสำนึกของลูกๆ หลานๆ บ้าง

เขาหวังเช่นนั้น แม้ความหวังจะริบหรี่เต็มที สุภาษิตที่ว่า

..ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยากคงจะจริง

ความหวังว่าสืบสายจะเป็นคนดียังมีอยู่ กำนันเพิ่มลาภไม่เคยย่อท้อต่อการสั่งสอนให้ทายาทเป็นคนดี มีน้ำใจ ช่วยเหลือคนอื่นและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้เมื่อตายไปแล้ว ไม่สามารถเอาอะไรไปได้ นอกจากความดีและความชั่วเท่านั้นที่จะติดตัวเราไป

“พี่กระทิงถักเปียให้หญ้าหวานบ้างสิคะ”

เด็กหญิงตัวน้อยนั่งมองพี่ชายข้างบ้านถักเปียให้น้องสาวจนเสร็จก็อยากให้เขาถักให้บ้าง

“มัดยางสีอะไรดีครับกันตา” กริชไทเอ่ยถามน้องสาวบนตัก

กันตาเลือกยางสีน้ำเงินส่งให้พี่ชาย เขามัดให้เรียบร้อยก่อนจะหวีผมหน้าม้าให้น้องเป็นการตบท้าย

“มานั่งตรงนี้มา” พอน้องสาวลุกจากตักแล้ว กริชไทก็ตบที่หน้าตักของตัวเองเรียกน้องสาวข้างบ้านมานั่งแทน

วันนี้รัชวิทย์กับญาดามีธุระเขาเลยต้องเป็นธุระจัดการน้องๆ ในตอนเช้าก่อนจะส่งเข้าโรงเรียน จริงๆ มีพี่เลี้ยงคอยดูแลอยู่แล้ว แต่เพราะน้องๆ ติดเขาแจ เขาเลยต้องกลายมาเป็นพี่เลี้ยงให้แทน

ญารินดากับกันตาเรียนโรงเรียนเดียวกัน ส่วนเขาเรียนที่อีกเป็นโรงเรียนมัธยมชื่อดังประจำจังหวัด พอส่งน้องเสร็จลุงเพิ่มก็จะแวะไปส่งเขาเป็นคนสุดท้าย

กริชไทหวีผมให้น้องน้อยข้างบ้านแล้วอมยิ้ม ญารินดาไว้ผมทรงเดียวกับกันตาคือผมหน้าม้า เขาเอ็นดูน้องทั้งสองมาก แต่ญารินดานั้นดื้อและแสบ เวลาต่อหน้าเขาต้องทำเป็นดุเพื่อปรามเอาไว้

“เอายางสีอะไรหญ้าหวาน” กริชไทถามน้องในตักอย่างอ่อนโยน

ญารินดาและกันตาชอบทำกิจกรรมจึงได้ไว้ผมยาว โดยเฉพาะรำไทย เวลาแต่งชุดจะได้ดูสวยและรวบผมได้

“สีอะไรก็ได้ค่ะ” ญารินดาตอบกลับเสียงใส เพราะเวลาไปโรงเรียนมัดได้อยู่แค่สองสี คือสีดำกับสีน้ำเงิน

กริชไทเลือกหยิบยางสีดำมามัดให้น้องเพราะเข้ากับผมสลวยสีดำขลับเหมือนแพรไหมของเธอ

“ทำผมทรงเดียวกันเลย ยังกะเป็นฝาแฝด” กริชไทยกตัวน้องน้อยข้างบ้านให้นั่งคู่กับน้องสาวของเขา

ตอน 3

ญารินดาสูงกว่ากันตาเพียงเล็กน้อย ญารินดาหน้าเรียวเล็ก โตขึ้นคงสวยเหมือนมารดา ส่วนกันตาหน้ากลมรูปหัวใจน่ารัก กริชไทหวีผมหน้าม้าให้น้องๆ อีกรอบ ก่อนจะกวักมือเรียกให้น้องเข้ามาหา

“เวลาเล่นซนเงินจะได้ไม่หล่น พอแกะยางเอาเงินมาซื้อขนม ต้องมัดไว้เหมือนเดิมนะ จำเอาไว้” กริชไทสอดเงินเหรียญในกระเป๋ากระโปรงของน้องทั้งสองก่อนถลกกระโปรงขึ้นใช้ยางมัดเหรียญเอาไว้จากด้านใน

“หญ้าหวานจะดูน้องเองค่ะ” ญารินดารับคำอย่างแข็งขันปล่อยให้กริชไทมัดเหรียญให้จนเสร็จ

ความจริงแล้ว ญารินดาและกันตาโตพอที่จะเก็บเงินได้แล้ว แต่ด้วยความเป็นพี่ที่ห่วง กลัวน้องจะอดเพราะทำเงินหายเลยใช้วิธีนี้ตั้งแต่เด็ก และน้องทั้งสองก็ไม่เคยปริปากบ่น

“เรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็ไปกันได้แล้ว” กริชไทจูงมือน้องน้อยทั้งสองขนาบข้างซ้ายขวา เขาตัวสูงกว่าน้องมากเพราะเป็นวัยรุ่นแล้ว ส่วนน้องๆ นั้นผอมเก้งก้างตามวัย

“วันนี้พี่กระทิงต้องมาดูหญ้าหวานกับกันตารำนะคะ” ก่อนลงจากรถญารินดาก็หอมแก้มเด็กหนุ่มด้วยความเคยชิน ออดอ้อนให้เขามาดูเธอกับกันตารำ

“อือ...” กริชไทรับคำเออออ ลูบแก้มตัวเองไปมา เพราะวัยของเขามีความสนใจต่อเพศตรงข้ามบ้างแล้ว การโดนน้องๆ หอมแก้มจึงเกิดความรู้สึกแปลกๆ ตามวัย เขายังไม่มีแฟน ไม่ใช่เพราะไม่สนใจสาวที่ไหน มีเพื่อนๆ วัยเดียวกันในโรงเรียนน่ารักหลายคน แต่เพราะเด็กสาวคนไหนที่เข้าใกล้เขาเกินกว่าเหตุมักถูกน้องๆ ทั้งสองสกัดจนร่วง เผ่นแทบไม่ทัน

พอขับรถไปได้สักระยะหนึ่ง ลุงเพิ่มก็ต้องเบรกรถกะทันหันเมื่อได้ยินเสียงนายน้อยของเขาสั่งมาจากด้านหลังเบาะรถ

“ลุงเพิ่มหยุดก่อนครับ” กริชไทสั่งแล้วไม่รอช้า แทบกระโจนลงจากรถลงไปช่วยเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังโดนรังแกอยู่ข้างทาง

“แกทำอะไรไอ้สืบ รังแกเด็กหรือไง” กริชไทตรงเข้าไปประคองร่างของม่านฟ้าเอาไว้

ม่านฟ้าเป็นเด็กยากจนที่บ้านอยู่ห่างจากโรงเรียน ต้องเดินไปโรงเรียนทุกวัน

“แกแส่อะไรด้วยวะไอ้กระทิง”

“ก็ไม่ได้อยากยุ่ง ถ้าแกจะไม่รังแกเด็ก”

“เฮ้ย! ไอ้นี่อยากเป็นพระเอกว่ะพวกเรา จัดการมันเลย” สืบสายไม่สน ใครขวางเป็นแหลก

“นายน้อยครับ”

“ผมไม่เป็นไรครับลุง แน่จริงแกอย่าหมาหมู่สิวะ ตัวต่อตัว เพราะถ้าแกหมาหมู่ ก็อย่าหาว่าฉันเอาผู้ใหญ่มารังแกเด็ก”

กริชไทหมายถึงลุงเพิ่มที่ยังไม่แก่และยังแข็งแรง สืบสายเมื่อโดนท้าก็ต้องตัวต่อตัว กลายเป็นชกต่อยกันอีกรอบ เป็นเหตุให้ต้องเชิญผู้ปกครอง

หลังจากนั้นมา ม่านฟ้าก็ซาบซึ้งในบุญคุณของกริชไทเสมอ มีอะไรที่จะช่วยเขาได้ เธอจะทำทันทีโดยไม่เกี่ยงงอน กริชไทเองเป็นคนมีน้ำใจ จึงมีเพื่อนฝูงมากมาย เขารู้จักแบ่งปันและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่จึงเป็นที่รักของทุกคน

แม้ใบหน้าจะฟกช้ำดำเขียวขนาดนี้ กริชไทก็ไม่ลืมมาดูน้องน้อยทั้งสองรำไทย เขาทำหน้าที่เป็นตากล้องถ่ายรูปน้องๆ ทุกช็อต จนได้ภาพสวยทุกภาพ

“พี่กระทิงรอหญ้าหวานด้วย อย่าเดินหนีหญ้าหวานสิคะ” เด็กหญิงญารินดาร้องเรียกเด็กหนุ่ม เท้าน้อยๆ คอยตามติดอยู่ไม่ห่าง

“ไปเล่นกับกันตาโน่น พี่จะไปเตะบอลกับเพื่อนๆ”

“ไม่เอา หญ้าหวานจะเล่นกับพี่กระทิง” เด็กหญิงตัวน้อยทำท่าเบะปากเหมือนจะร้องไห้

กริชไทถึงกับยีหัวไปมากับเจ้าจอมยุ่ง เดี๋ยวคงร้องไห้ไปฟ้องพ่อว่าเขารังแกเอาอีก

“เล่นอะไร” ถามอย่างเหนื่อยหน่ายใจ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากเล่นกับน้องๆ แต่เพราะเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายเล่นไม่เหมือนกัน กิจกรรมของเด็กผู้หญิงน่าเบื่อหน่าย วันๆ ไม่เห็นจะทำอะไร นอกจากเล่นขายของ แต่งตัวตุ๊กตา แล้วก็กิจกรรมร้องเพลงประกอบจังหวะ

“วันนี้หญ้าหวานกับน้องกันตาจะทำขนมครกขาย พี่กระทิงมาอุดหนุนหน่อยนะคะ นะๆๆๆ หญ้าหวานเตรียมเงินเอาไว้ให้แล้ว เยอะแยะเลย” ญารินดาออดอ้อนตาใส

กริชไทถอนใจพรืดอีกรอบก่อนจะเดินตามน้องน้อยไปที่ร้านขายขนมครก ไม่เคยใจแข็งกับลูกอ้อนยัยตัวแสบได้เลยสักครั้ง

“เย้... พี่กระทิงมาแล้ว” น้องสาวตัวน้อยตบมือเปาะแปะรอท่าอยู่ก่อนแล้ว

กริชไทกวาดสายตามองขนมครกที่น้องๆ เขาทำขายกันแล้วอดนึกขำไม่ได้ พนากำลังขะมักเขม้นกับการแคะขนมครกอย่างแข็งขัน บางทีเขาก็นึกสงสารพนาอยู่เหมือนกัน เด็กชายตัวน้อยอายุเท่าๆ กับกันตาน้องสาวของเขา ทั้งสองเรียกว่าสนิทกับมาก เป็นเพื่อนเล่นกันแต่เด็ก ฐานะทางบ้านของพนาลำบากพ่อแม่เป็นแค่คนงานในไร่ ไม่มีทรัพย์สินอะไรเลยสักอย่างแค่กระท่อมเก่าๆ หลังเดียว บิดามารดาของเขาสงสารจึงช่วยเหลือเรื่องเล่าเรียนอยู่หลายครั้ง พนาหัวดีเป็นเด็กใฝ่เรียน นั่นยิ่งทำให้บิดามารดาของเขาสนับสนุนเต็มที่ หลวงตาที่วัดก็ให้ทุนการศึกษาอยู่ทุกปี

กันตาน้องของเขาเห็นพนาเป็นเพื่อนและทาส เขาคิดว่าใช้คำนี้น่าจะถูกเพราะไม่ว่ากันตาจะใช้ให้พนาทำอะไร เด็กชายตัวน้อยก็ไม่เคยขัดเพราะระลึกถึงบุญคุณที่บิดามารดาของเขาคอยช่วยเหลือครอบครัว เรียกว่าพนาเป็นลูกไล่น้องสาวของเขา จัดการคนที่มารังแกกันตา แล้วก็คอยทำการบ้านให้น้องสาวเขาหลายครั้ง แต่เขาไม่เคยเห็นความไม่พอใจของพนาเลยสักครั้ง อาจเพราะยังเด็ก ถ้าโตขึ้นเขายังนึกไม่ออกว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

“เร็วๆ สิไม้ ลูกค้ารายใหญ่มาแล้วไม่เห็นเหรอ” เสียงของกันตาแว๊ดๆ ใส่ทาสผู้ซื่อสัตย์

กริชไทเห็นเข้าก็ถึงกับส่ายหัว ปากเล็กๆ จิ้มลิ้มกำลังสั่งไม่หยุด มือเล็กๆ เท้าสะเอวเหมือนคุณนายขี้โมโหไม่พอใจที่ทาสรับใช้ทำงานไม่ถูกใจ

พนาไม่ปริปากบ่นสักคำ เร่งแคะขนมครกอย่างเร่งด่วน จริงๆ แล้วขนมครกของพวกน้องๆ นั้นไม่ใช่ขนมที่กินได้ เขาเห็นพนาเอาน้ำในถังมาเทบนพื้นดินให้เปียกชุ่มสักพักก็เอาช้อนมาขุดเป็นรูเหมือนหลุมขนมครก แล้วดินรูปร่างเหมือนขนมครกที่ถูกขุดก็กลายเป็นขนมครกๆ แฉะๆ นำมาขาย

“นี่เงินจ้ะพี่กระทิง หญ้าหวานเตรียมมาไม่อั้นเลยนะจ๊ะ” ญารินดาเข้าคล้องแขนเด็กชาย สมมุติเอาว่าเป็นสามีภรรยาที่รักกำลังเดินมาจ่ายตลาด

“เอาขนมครกจ้า เหมาหมดเลยนะจ๊ะแม่ค้า พี่กระทิงว่าดีไหมจ๊ะ” ยัยตัวดีที่คล้องแขนเงยหน้าจิ้มลิ้มขึ้นมาถาม

กริชไทพยักหน้าส่งๆ อยากให้การเล่นขายของจบเร็วๆ เขานัดเพื่อนเตะบอลเอาไว้

“เร็วๆ สิไม้ ลูกค้ารออยู่นะ” กันตารีบสั่ง

พนาเอาช้อนตักก้อนขนมครกสีขุ่นๆ เพราะเป็นขนมครกดินขึ้นมาใส่ใบตองที่ทำกระทงเอาไว้

“มีหัวหอมขายด้วยจ๊ะ เอาไหมจ๊ะ” หัวหอมของกันตาคือต้นผักตบชวาที่นำมาตัดรากและตัดใบออกเหลือแต่ลำต้นพองๆ สมมุติให้เป็นหัวหอม

แล้วเมียสมมุติของเขาก็ซื้ออีกไม่อั้นเพราะเงินที่ทำจากใบไม้เป็นปึกถูกดึงออกมาอย่างไม่เสียดาย

“เฮ้ย! ดูสิวะได้กระทิงเล่นขายของเหมือนตุ๊ดเลยว่ะ”

เสียงยียวนของสืบสายดังขึ้นเลยวงแตกกระจาย เกิดการตะลุมบอนกันอีกจนใบหน้าฟกช้ำกลับไป

สามครอบครัวยิ่งบาดหมางมากขึ้นไปอีก เพราะพ่อแม่โกรธตามลูกๆ ไปด้วย เลยกลายเป็นว่าลูกทะเลาะกัน พ่อแม่ก็ทะเลาะตามกันไปด้วย ยิ่งบิดามารดาของสืบสายยิ่งแล้วใหญ่ ไม่ยอมให้ใครแตะต้องลูกชายเลยแม้แต่ปลายก้อย

ญารินดาแอบมองแขกของบิดามารดาด้วยความสงสัยก่อนที่เธอจะถูกเรียกไปพบ

หลังจากเล่นซนกับกันตาจนสกปรกเลอะเทอะไปหมด แต่ผู้สูงวัยซึ่งเป็นแขกของบิดามารดากลับไม่รังเกียจ กอดเธอเสียแน่น มารดาเองแสดงสีหน้าเป็นกังวลจนเธอสังเกตได้

“ให้หญ้าหวานไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะคุณหญิง ดิฉันเกรงว่าลูกจะทำให้ท่านเลอะน่ะค่ะ”

ญาดาพูดอย่างนอบน้อมและกริ่งเกรง

“แค่กอดหลาน หล่อนจะขัดขวางหรือไง เอาลูกชายฉันมาแล้ว ยังขัดขวางไม่ให้ฉันเจอกับหลานอีก” เสียงสะบัดค้อน

จนญาดาหน้าเสีย

“ดาเค้าไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะครับคุณแม่” รัชวิทย์รีบแก้แทนภรรยา บีบมืออีกฝ่ายเอาไว้เพื่อให้กำลังใจ

“ย่ะ! ออกรับแทนกันจริง ฉันมาวันนี้เพราะมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” คุณหญิงรัชนีพูดตรงประเด็น ปล่อยให้หลานสาวคนเดียวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียใหม่

“คุณแม่ต้องการให้ผมรับใช้อะไรเหรอครับ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED