ตอน 2

“ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นพิมพ์ขอรองเท้าเพิ่มอีกสองคู่นะคะ จะได้เข้าชุดกัน นะคะคุณพ่อ” พิมพ์พิไลต่อรองพร้อมส่งรอยยิ้มหวานให้ผู้เป็นพ่อเมื่อนึกถึงรองเท้าคอลเลคชั่นใหม่ที่เกิดอยากจะได้มันขึ้นมา

“ได้สิลูก พ่อให้ลูกได้ทุกอย่างอยู่แล้ว รีบแต่งตัวกันเถอะจะได้ลงไปทานข้าวเช้ากันเสียที” ทั้งสองพยักหน้ารับกลับไปช้าๆ ก่อนจะประตูห้องจะถูกปิดลงในเวลาต่อมา

“มองอะไร!! หมดเรื่องแล้วก็รีบๆ ออกไปจากห้องของฉันเสียทีสิยะ! แล้วก็อย่าเสนอหน้าไปร่วมโต๊ะกับพวกฉัน เห็นหน้าแกทีไรฉันกินข้าวไม่ลงทุกที เข้าใจที่พูดไหม!!” พิมพ์พิไลหุบยิ้มเมื่อประตูห้องถูกปิดพร้อมกับหันไปตวาดน้องสาวที่ได้แต่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ ทันทีที่มีโอกาส

“เข้าใจค่ะพี่พิมพ์” ฟ้าลดารับคำแต่โดยดีก่อนจะเดินออกมาจากห้องนอนของพี่สาวที่ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นห้องนอนของเธอมาก่อน หญิงสาวเดินหลบมาไกลจนถึงห้องครัวก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงประจำที่ที่เคยนั่งทานข้าวตามลำพังเหมือนกับทุกวันที่เลยผ่านท่ามกลางสายตาสงสารของสาวใช้ที่ได้เห็น

“เจ็บมากไหมคะคุณฟ้า ดูสิแขนสวยๆ ช้ำหมดเลย คุณพิมพ์นี่ก็เหลือเกิน ทำไมถึงได้ใจร้ายแบบนี้ก็ไม่รู้!” สายหยุดที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแม่บ้านเอ่ยถามก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสต้นแขนของคุณหนูคนเล็กของบ้านอย่างอ่อนโยนแม้จะรู้ดีว่าฟ้าลดาต้องเจอกับอะไรบ้างในแต่ละวัน ทุกๆ คนต่างรู้แต่ก็ไม่มีใครเลยจะกล้าพูดอะไรนอกเสียจากอยู่เคียงข้างและคอยให้กำลังใจคุณหนูที่น่าสงสารของพวกเขาอยู่ห่างๆ

“ฟ้าไม่เป็นไรหรอกค่ะป้าสายหยุดขอบคุณป้าสายหยุดกับทุกๆ คนมากนะคะที่เป็นห่วงฟ้า” ฟ้าลดาส่งยิ้มกลับไปให้แม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็กๆ ก่อนจะหันไปมองสำลีและนัดสาวใช้อีกสองคนที่ได้แต่ยืนมองเธอด้วยสายตาสงสารเป็นการขอบคุณในน้ำใจที่ทุกๆ คนต่างก็มอบให้ไม่เคยขาด

“โถคุณหนูของป้า ถ้าอย่างนั้นคุณฟ้าต้องทานเยอะๆ นะคะจะได้มีแรงสู้รบกับสองแม่ลูกข้างนอกนั่นอีก!” หญิงสาวพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินอาหารเช้าของตัวเองที่ถูกแบ่งแยกเอาไว้เหมือนอย่างทุกวันไปอย่างเงียบเชียบ

“น้องล่ะพิมพ์ ไม่ได้ลงมาพร้อมกันเหรอลูก” โชคชัยที่เพิ่งจะวางหนังสือพิมพ์ประจำวันลงข้างตัวเอ่ยถามเมื่อไม่เห็นลูกสาวคนเล็กบนโต๊ะอาหาร

“ยัยฟ้าแกบอกว่าไม่ค่อยจะหิวค่ะคุณพ่อ ให้พวกเราทานกันไปก่อนได้เลย” พิมพ์พิไลพูดโกหกหน้าตายก่อนจะแสร้งมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาจับผิดของผู้เป็นพ่อที่กำลังจ้องมองมาที่เธออยู่ได้อย่างแนบเนียน ใครเลยจะโง่บอกความจริงว่าเธอกับผู้เป็นแม่เองที่สั่งไม่ให้ฟ้าลดามาทานข้าวร่วมกัน

“หมู่นี้ยัยฟ้าแกก็เป็นแบบนี้แหละค่ะคุณ ชอบเก็บตัว วัยรุ่นก็เป็นแบบนี้แหละค่ะอย่าไปสนใจเลย” แขไขจำต้องรีบเสริมต่อก่อนจะหันไปมองลูกสาวสุดที่รักอย่างรู้ทันกัน

“งั้นหรอกเหรอ เอาเถอะ! ถ้างั้นก็ตักข้าวได้แล้วสายหยุด จริงสิ! ทานข้าวเสร็จแล้วคุณกับลูกช่วยไปพบผมที่ห้องทำงานหน่อย ผมมีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกทุกคน” โชคชัยเอ่ยขึ้นต่อก่อนจะตบท้ายด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่นัก แม้ว่าใจจะไม่อยากบอกแต่ถึงอย่างไรสักวันทุกๆ คนก็ต้องรู้มันอยู่ดี

“เรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอคะคุณ ทำไมทำหน้าตาเครียดหนักแบบนั้นล่ะคะ รีบๆ บอกมาเถอะค่ะ!”

หัวอกคนเป็นภรรยาอดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยถาม นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของผู้เป็นสามีแบบนี้

“ทานข้าวกันก่อนเถอะแล้วค่อยว่ากัน” แม้จะขัดใจเล็กน้อยแต่แขไขก็ยอมทำตามสามีอย่างว่าง่าย เก็บเอาความสงสัยไว้เฝ้ารอให้อีกฝ่ายเป็นคนเปิดเผยมันออกมาด้วยตัวเอง

ห้องทำงาน

ปัง!

“มะ...เมื่อกี้คุณพ่อว่าอะไรนะคะ! ล้มละลายอย่างนั้นเหรอคะ นี่พ่อกำลังโกหกพิมพ์อยู่ใช่ไหมคะ พิมพ์ไม่เชื่อ!! พูดอะไรสักอย่างสิคะคุณแม่!” เป็นพิมพ์พิไลเสียเองที่โวยวายร้องลั่นเมื่อรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอในไม่ช้านี้ หญิงสาวโวยวายเสียงสั่นก่อนจะรีบหันไปหาผู้เป็นแม่ที่ตอนนี้ช็อกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับความจริงที่ได้รู้

“พ่อก็อยากให้มันเป็นเรื่องล้อเล่นเหมือนกันลูก แต่โชคร้ายที่มันไม่ใช่! เพราะสามปีที่ผ่านมานี้ธุรกิจค้าพลอยของเรามีคู่แข่งเพิ่มเข้ามามาก พอขาดทุนหนักเข้าพ่อเลยไม่มีทางเลือกนอกจากต้องไปขอกู้เงินเขาเอามาหมุน แต่จนถึงตอนนี้มันก็ยิ่งขาดทุนหนักขึ้นเรื่อยๆ ดอกเบี้ยจากเงินกู้ก็เพิ่มพูนมากขึ้นทุกวันจนตอนนี้เจ้าหนี้เขาจะมายืดทุกๆ อย่างของเราไปเป็นของตัวเองถ้าหากว่าเราไม่มีเงินไปใช้เขาตามที่กำหนดตกลงกันเอาไว้” เล่ามาถึงตอนนี้สีหน้าของทั้งสามก็ยิ่งเครียดหนักมากขึ้นเข้าไปอีก ไม่มีใครนึกเลยว่าเงินที่เคยใช้กันอยู่อย่างสุขสบายจะแลกมาด้วยหนี้สินอันมากมายถึงเพียงนี้ได้

“แล้วหนี้ที่เราต้องใช้พวกมันเยอะแค่ไหนกันคะคุณ!” แขไขที่เพิ่งจะตั้งสติได้ก่อนใครเพื่อนตัดสินใจเอ่ยถาม แม้ในใจจะไม่อยากรับรู้อะไรเลยสักอย่างก็ตามที

“ถ้ารวมต้นกับดอกในตอนนี้ก็น่าจะสิบกว่าล้านเห็นจะได้” โชคชัยตอบกลับไปตามความเป็นจริงด้วยสีหน้าที่เครียดหนัก แม้ว่ากิจการของเขาจะทำเงินให้ครอบครัวมหาศาลแต่ทว่าเมื่อเจอเข้ากับคู่แข่งขันทางธุรกิจรายได้ที่เคยได้รับสม่ำเสมอมาตลอดหลายปีก็ค่อยๆ ห่างหายไปจนกลายเป็นขาดทุนไปในที่สุด

และเมื่อไม่มีเงินมาหมุนเวียนจึงทำให้เขาไม่มีทางเลือกต้องไปกู้เกินเจ้าหนี้มาเพื่อพยุงให้ธุรกิจไปต่อ

แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอดอย่างที่เห็น

“สิบล้านบาท!! แล้วนี่เราจะไปหาเงินตั้งมากมายขนาดนั้นมาจากที่ไหนกันล่ะคะคุณพ่อ พิมพ์ไม่ยอมนะคะแบบนี้ จู่ๆ คุณพ่อจะมาบอกว่าบ้านเรากำลังจะล้มลลาย นี่ถ้าเพื่อนๆ กับพี่ทินรู้เข้าพิมพ์จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกันล่ะคะ!”นี่ก็เป็นอีกครั้งที่พิมพ์พิไลคัดค้านเสียงแข็ง

เป็นตายร้ายดียังไงเธอก็จะไม่มีวันยอมรับเรื่องบ้าๆ แบบนี้ มันจะต้องมีทางออกที่ดีกว่านี้ ชีวิตของเธอกำลังไปได้สวย เธอมีแฟนที่สาวๆ ต่างก็พากันคลั้งไคล้ มีหน้าตาทางสังคมใครเพื่อนๆ ต่างก็พากันอิจฉา แล้วจู่ๆ จะต้องกลายเป็นคุณหนูตกอับใครเลยจะทำใจยอมรับกับมันได้ลงคอ

ตอน 3

“ตอนนี้เห็นทีคงจะมีแค่ทางออกเดียว...”

“ทางออก ทางไหนคะคุณ!!”

“คุณวศินคนที่ปล่อยเงินกู้ให้ผมน่ะสิ เขาบังเอิญไปเห็นรูปยัยพิมพ์ที่โต๊ะทำงานของผมเข้าเมื่อวันก่อน เขาเลยยื่นข้อเสนอมาให้ผม ว่าจะยกหนี้สินทั้งหมดให้แต่ต้องแลกกับให้เราส่งตัวยัยพิมพ์ไปเป็นของขัดดอก” แม้ว่าจะรู้สึกกระดากปากแค่ไหนแต่เพราะมันเป็นหนทางสุดท้ายแล้วจริงๆ โชคชัยจึงตัดสินใจพูดมันออกไปโดยไม่ลังเล

“คุณพ่อ!! นี่คุณพ่อจะส่งพิมพ์ไปเป็นเมียไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้เนี่ยนะคะ ไม่เอาด้วยหรอกค่ะ เป็นตายร้ายดียังไงพิมพ์ไม่เอา พิมพ์มีแฟนแล้วนะคะคุณพ่อ ไม่เอานะคะคุณแม่!” พิมพ์พิไลตวาดลั่นอย่างหัวเสีย แค่คิดก็รู้สึกขยะแขยงจะแย่ที่จู่ๆ เธอจะต้องกลายไปเป็นนางบำเรอของเจ้าหนี้ที่ไม่รู้ว่าหน้าตาจะน่าเกียจน่ากลัวสักแค่ไหน หญิงสาวยอมตายเสียยังจะดีกว่าต้องทำอะไรที่เสียศักดิ์ศรีทำเรื่องน่าอายแบบนั้น!

“ฉันก็ไม่ยอมนะคะคุณ ยัยพิมพ์แกเป็นลูกสาวของฉัน คุณจะใจดำส่งลูกของเราไปเป็นเมียไอ้เจ้าหนี้หัวงูนั่นได้ลงคอเชียวเหรอคะ”

“คุณคิดว่าผมอยากทำแบบนั้นนักรึไง! ผมก็แค่บอกว่าทางนั้นเขายืนข้อเสนอมาให้มันก็เท่านั้น และถ้าเราไม่รับ เห็นทีทั้งบ้านหลังนี้แล้วก็ทุกๆ อย่างของครอบครัวเราคงต้องถูกฝ่ายนั้นฟ้องร้องเอาไปจนหมด ผมเองก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วตอนนี้” เมื่อหัวหน้าครอบครัวพูดออกมาแบบนั้นจึงไม่มีใครหล้าที่จะเอ่ยอะไรออกมาอีก จนกระทั่งพิมพ์พิไลนึกถึงใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ในห้องนี้ขึ้นมาได้จึงได้ตะโกนขึ้นพร้อมกับแสยะยิ้ม...

“ยัยฟ้ายังไงล่ะคะ!”

“ลูกว่ายังไงนะพิมพ์!”

“ก็ยัยฟ้ายังไงล่ะคะคุณพ่อ ยัยนั่นสวยกว่าพิมพ์ตั้งเยอะ ทำไมพ่อไม่ลองไปคุยกับไอ้เจ้าหนี้ชีกอของพ่อดูอีกทีล่ะค่ะ ลองส่งรูปยัยฟ้าไปให้มันดูก่อนก็ได้ รับรองได้เลยว่าคงถูกใจมันแน่ จริงไหมคะคุณแม่”

“นั่นสิคะ ยัยฟ้าเองก็ยังไม่มีแฟนด้วยคงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหรอกล่ะมั้งคะคุณ”

แขไขต่อเติมก่อนจะหันไปสบตาลูกสาวอย่างชมเชย ทั้งสองเกือบๆ จะลืมไปแล้วว่ายังมีฟ้าลดาอีกคนที่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกๆ คนในตอนนี้

“แต่ว่าผม...”

“ไม่รู้แหละค่ะ! ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้คุณส่งตัวยัยพิมพ์ไปให้ใครทั้งนั้น คุณเลือกเอาเองก็แล้วกันนะคะว่าจะทำร้ายพวกเราทุกคนด้วยการมองดูสมบัติตั้งมากมายถูกคนอื่นมาแย่งมันไปต่อหน้าหรือว่าจะยอมยกยัยฟ้าให้มันไป ไปกันเถอะลูกพิมพ์ ปล่อยให้คุณพ่อเขาอยู่กับตัวเองไปสักพักเพื่อว่าจะคิดได้บ้างว่าควรจะยอมเสียส่วนน้อยเพื่อแลกกับคนส่วนมาก!” แขไขตวาดตอบโต้ก่อนจะลุกขึ้นและไม่ลืมที่จะฉุดข้อมือลูกสาวของตัวเองให้เดินตามออกไปด้วยอีกคน

แต่ทว่าจุดหมายปลายทางที่ทั้งคู่กำลังมุ่งหน้าไปอยู่นั้นกลับเป็นสวนหลังบ้านที่ตอนนี้มีร่างบอบบางของหญิงสาวอีกคนกำลังยืนรดน้ำต้นบุหงาส่าหรี ต้นไม้ที่เธอเคยช่วยผู้เป็นแม่ปลูกตั้งแต่ที่มันยังเป็นเพียงต้นกล้าต้นเล็กๆ อย่างตั้งอกตั้งใจทุกๆ คนต่างรู้ดีว่าฟ้าลดารักต้นไม้ต้นนี้มากแค่ไหน หญิงสาวหมั่นรดน้ำพรวนดินจนกระทั่งมันออกดอกเป็นพุ่มๆ ดูสวยให้ได้เห็น แม้จะรู้สึกเสียดายที่แม่ของเธอคงไม่มีโอกาสนี้แต่หญิงสาวก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาดูแลมันต่อไป

“ทั้งๆ ที่ครอบครัวกำลังจะแย่ แกยังมีหน้ามายืนรดน้ำต้นไม้สบายใจเฉิบอยู่อีกรึไงกันยัยฟ้า!” พิมพ์พิไลไม่รีรอที่จะเอ่ยประชดน้องสาวต่างสายเลือดที่เธอไม่เคยนับอีกฝ่ายเป็นน้องเลยสักครั้งตั้งแต่แรกเห็น

“พี่พิมพ์ว่าอะไรนะคะ”

“ก็จะอะไรซะอีกล่ะย่ะ นี่แกไปมุดหัวอยู่เสียที่ไหนมาถึงได้ไม่รู้ว่าตอนนี้ธุรกิจของพ่อแกกำลังจะล้มลลาย พวกเราทุกคนจะไม่มีแม้แต่ที่ที่จะซุกหัวนอนอยู่แล้วแกรู้ไหม!และถ้าแกไม่เชื่อล่ะก็ ถามพ่อของแกดูเองก็แล้วกัน ไปเถอะลูก” แขไขว่าต่อท้ายก่อนจะฉุดข้อมือพิมพ์พิไลลูกสาวออกไปเมื่อเหลือบไปเห็นสามีที่กำลังเดินตรงมาทางนี้เข้าโดยบังเอิญ ฟ้าลดาไม่รีรอที่จะรีบทิ้งบัวรดน้ำในมือลงพื้นก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาผู้เป็นพ่อในทันทีที่พบว่าอีกฝ่ายอยู่ไม่ไกลกัน

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะคุณพ่อ คุณน้าแขไขบอกว่าธุรกิจของพ่อกำลังจะล้มลลายอย่างนั้นเหรอคะ จริงเหรอคะพ่อ!” น้ำเสียงที่ดูเป็นห่วงเป็นใยเอ่ยถามขึ้น ก่อนจะจ้องมองผู้เป็นพ่อเพื่อรอฟังคำตอบ

สีหน้าของลูกสาวคนเล็กนั้นไม่ได้แสดงท่าทีตกใจเหมือนกับคนอื่นๆ หากมันกลับเต็มไปด้วยความเป็นห่วงที่เพียงได้เห็นก็ทำเอาหัวใจของผู้เป็นพ่อเจ็บหนัก..

โชคชัยไม่ได้เอ่ยตอบลูกสาวคนเล็กไปตามตรงแต่กลับเลือกที่จะเดินผ่านหน้าอีกฝ่ายไปยังต้นบุหงาส่าหรี เขายังคงจดจำมันได้ดีถึงวันที่สองแม่ลูกช่วยกันปลูกมันขึ้นมา มือหยาบกระด้างที่บ่งบอกถึงการทำงานหนักมาตลอดทั้งชีวิตค่อยๆ ยกสูงลูบลำต้นที่ตอนนี้แพร่กิ่งก้านใบโตขึ้นตามกาลเวลา ช่างน่าเสียดายที่เดือนแรมภรรยาคนแรกแม่ของฟ้าลดาไม่มีโอกาสที่จะได้เห็นมันเติบโตมาด้วยกัน

“พ่อจำต้นบุหงาส่าหรีต้นนี้ได้ แม่ของลูกเคยชอบมันมาก แม้กระทั่งวันสุดท้ายเธอก็ยังวานให้พ่อช่วยดูแลมันให้ แต่พ่อก็ทำตามสัญญาที่ได้ให้กับเธอเอาไว้ไม่ได้ พ่อคงเป็นพ่อที่แย่มากแถมยังเป็นสามีที่ไม่ได้เรื่องเลยว่าไหม” ฟ้าลดาส่ายหน้าทั้งน้ำตาก่อนจะเดินตรงเข้าไปโอบกอดผู้เป็นพ่อเอาไว้แน่น

นานมากจนความทรงจำครั้งสุดท้ายที่ได้กอดผู้ที่ไม่เพียงแต่ให้ชีวิต แต่กลับมอบทุกๆ สิ่งให้ด้วยความเต็มใจไม่เคยปริปากบ่นถึงความเหน็ดเหนื่อยของตัวเองให้คนในบ้านได้รับรู้ นานมากเสียจนเธออยากจะซึมซับอ้อมกอดนี้เอาไว้ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะพอทำมันได้…

“ไม่จริงหรอกค่ะ พ่อของฟ้าคือพ่อที่ดีสุด แม่เองก็ต้องคิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ” แม้ว่าจะตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นเธอจะถูกผู้เป็นพ่อละเลยแค่ไหนแต่อย่างไรเขาก็คือพ่อที่ให้กำเนิด

ให้ชีวิตและให้อะไรอีกตั้งมากมาย ไม่มีเลยสักครั้งที่เธอจะรู้สึกโกรธคนๆ นี้ได้ลงคอ

“พ่อขอโทษนะฟ้า ขอโทษที่ละเลยลูกมาโดยตลอด มาถึงตอนนี้ถ้าตายไปพ่อเองก็คงไม่มีหน้าไปเจอแม่ของลูก พ่อละอายแก่ใจเหลือเกินลูก”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED