บทนำ
“ไหว้คุณน้าแขไขเข้าสิลูกฟ้าลดา เพราะนับจากวันนี้ไปน้าเขาจะมาเป็นแม่เลี้ยงของเรานะรู้ไหมส่วนนั่นก็พี่พิมพ์กับพี่ธีลูกๆ ของคุณน้า สามคนเป็นพี่น้องกันแล้ว ต้องรักกันให้มากๆ รู้ไหมลูก”น้ำเสียงยินดีปรีดาของผู้เป็นพ่อที่กำลังแนะนำเด็กสาววัยสิบห้าที่เพิ่งจะสูญเสียผู้เป็นแม่อันเป็นที่รักไปไม่กี่เดือนนั้นส่งผลทำให้เด็กสาวชะงักค้างไปเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นเข้า
เพราะไม่คิดไม่ฝันเลยว่าผู้เป็นพ่อจะหาผู้หญิงคนใหม่มาแทนแม่ของเธอได้รวดเร็วถึงเพียงนี้
และไหนจะเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายที่อายุน่าจะห่างจากเธอไม่มากเท่าไหร่นักถึงสองคนตรงนั้นอีก มันช่างเป็นเรื่องที่ยากเกินกว่าที่เด็กหญิงวัยเพียงสิบเอ็ดขวบจะทำใจยอมรับถึงการเปลี่ยนแปลงใจครั้งนี้ได้อย่างสนิทใจ แต่เพราะเห็นว่านั่นมันคือความสุขของผู้เป็นพ่อหญิงสาวจึงไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากขัดอะไรอีกฝ่ายออกไป เลยทำให้ครอบครัวที่ก่อนหน้านี้เคยมีกันแค่สองคนพ่อลูกมาโดยตลอดจะมีสมาชิกเข้ามาเพิ่มถึงสามคน
อีกทั้งบริษัทส่งออกพลอยที่มีชื่อเสียงค่อนข้างมากระดับประเทศของผู้เป็นพ่อทำกำไรได้ปีละหลายๆ ล้านบาท เลยส่งผลทำให้ทุกๆ คนในครอบครัวต่างพาใช้ชีวิตกันอย่างสุขสบายติดความหรูหราตามนิสัยของพวกคนรวยที่มักชอบใช้กัน
จะมีก็แต่ฟ้าลดา ที่ชีวิตผกพันเพราะถูกพิมพ์พิไลพี่สาวที่มีอายุห่างจากเธอเพียงสองปีลูกติดของแม่เลี้ยงที่ไม่เคยแสดงความรักต่อเธอเลยสักครั้งแย่งชิงไปหมดเสียทุกอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนที่ถูกตกแต่งไปด้วยเฟอร์นิเจอร์น่ารักราวกับเจ้าหญิง ของเล่นหรือแม้ของใช้ส่วนตัวก็ยังถูกพี่สาวต่างมารดาแย่งเอาไปเป็นของตัวเองจนหมด
และที่แย่ไปกว่าอะไรทั้งหมด...
คือความรักความเอาใจใส่จากพ่อแท้ๆของเธอเอง! เพราะเพียงคิดอยากจะเอาใจภรรยาคนใหม่ส่งผลทำให้โชคชัยเฝ้าตามใจครอบครัวใหม่ทั้งสามคนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าทั้งหมดอยากจะได้อะไรเขาก็รีบสรรหามาให้ไม่เคยขาดมือ ต่างจากฟ้าลดาที่ต้องรอให้พี่สาวต่างมารดาอย่างพิมพ์พิไลส่งต่อมาให้ไม่ว่าจะเป็นชุดหรืออะไรต่อมิอะไรตั้งมากมาย
ภายในบ้านที่เด็กสาวเคยคิดว่ามันเป็นสถานที่ที่มอบความอบอุ่นให้เธอมาตลอดกลับค่อยๆ เปลี่ยนไปอย่างช้าๆ ยิ่งนานวันเธอก็ยิ่งรู้สึกไร้ตัวตนสำหรับทุกคนในบ้านเข้าไปทุกที
จะมีก็แต่ธีรเดชพี่ชายต่างสายเลือดที่ดูเหมือนจะเป็นคนเดียวที่คอยอยู่เคียงข้างเพราะรู้สึกถูกชะตาน้องสาวที่ทั้งน่ารักและแสนดีอย่างฟ้าลดาตั้งแต่วันแรกที่พบเห็น พี่ชายที่คอยปกป้องเธอมาโดยตลอดไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรทำให้ฟ้าลดามีความสุขที่อย่างน้อยๆ ก็ยังคงธีรเดชอยู่เคียงข้างเธอทั้งคน
จนกระทั่งเมื่อพี่ชายที่แสนดีคนนั้นสอบชิงทุนได้..
นั่นเองชีวิตของเธอถึงได้จมดิ่งลึกลงสู่ใจกว้างความเงียบเหงาและเปล่าเปลี่ยวอยู่ตามลำพังภายในบ้านหลังใหญ่ที่เธอแทบจะไร้ตัวตนไปเลยเมื่อเขาจากไป..
12 ปีต่อมา...
ภายในคฤหาสน์พรภักดี คฤหาสน์หลังงามสีขาวแสนสวยที่ดูเหมือนว่าเสียงเอะอะด่าทอน้องสาวของพิมพ์พิไล สิงค์หนาถจะกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับทุกๆ คนไปเสียแล้ว เหล่าบรรดาสาวใช้ต่างพากันส่ายหน้าไปมาให้กับนิสัยเจ้าอารมณ์ของคุณหนูคนกลางของบ้านแต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะขัดใจเธอเลยแม้แต่คนเดียวเพราะทุกๆ คนต่างก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายนั้นมีดีกรีเป็นถึงลูกสาวคนโปรดของประมุขของบ้านอย่างโชคชัย
และไม่ว่าเธอจะทำตัวร้ายกาจกับทุกๆ คนในบ้านสักแค่ไหนเขาก็ยินดีที่จะเข้าข้างมาโดยตลอดไม่เคยเปลี่ยนแปลง จึงไม่แปลกที่พิมพ์พิไลจะเคยตัว จนติดเป็นนิสัยเอาแต่ใจตัวเองมาจนถึงทุกวันนี้..
“แกรู้ไหมว่าเสื้อตัวนี้มันเท่าไหร่นังน้องโง่!! นี่แกจงใจแกล้งฉันใช่ไหม! แกอิจฉาที่คุณพ่อรักฉันมากกว่าแกใช่ไหมนังฟ้า!” พิมพ์พิไลตวาดลั่นก่อนจะปาเสื้อแบรนส์เนมตัวโปรดที่เกิดรอยยับเพียงนิดเดียวจากการซักรีด
แต่ถึงกระนั่นมันก็ยังทำให้เธอโกรธมากจนอดใจใม่ไหวตรงหน้าไปกระชากต้นแขนของน้องสาวต่างแม่เข้าหาตัวอย่างแรงจนอีกฝ่ายต้องส่งเสียงร้องออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“โอ้ย! ฟ้าเจ็บค่ะพี่พิมพ์ ฟ้าขอโทษ...”
ฟ้าลดาเอ่ยบอกพี่สาวทั้งน้ำตา แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกทื่ถูกอีกฝ่ายกระทำราวกับว่าเธอไม่ใช่น้องสาวแต่ถึงอย่างไรมันก็อดน้อยใจไม่ได้เสียทุกทีที่ต้องกลายมาเป็นที่ระบายอารมณ์ให้พี่สาวต่างแม่คอยกลั่นแกล้งไม่เว้นแต่ละวัน
“ขอโทษเหรอ! ขอโทษแล้วเสื้อฉันมันจะกลับมาเหมือนเดิมไหม! แกมีหัวเอาไว้แค่กั้นสมองรึไงนังโง่!” ยิ่งอีกฝ่ายไม่สู้พิมพ์พิไลยิ่งได้ใจหนักขึ้นทำท่าจะง้างมือฟาดใบหน้าสวยๆ ที่ไม่ว่าใครได้เห็นก็ต้องหลงรักไปเสียทุกรายของน้องสาวเป็นการสั่งสอน และเธอคงได้ทำแบบนั้นไปแล้วห่างประตูห้องนอนไม่ถูกเปิดออกไปเสียก่อน...
“อะไรกันๆ เสียงเอะอะโวยวายดังไปถึงข้างล่าง นี่มันเกิดอะไรขึ้นลูกพิมพ์ ฟ้า!!” โชคชัยเอ่ยถามลูกสาวทั้งสองด้วยน้ำเสียงดุดัน แค่เพียงเรื่องธุรกิจที่กำลังขาดทุนจนเกิดหนี้สินมากมายเขาก็เครียดมากพอตัวอยู่แล้ว
จึงไม่แปลกที่เขาจะหงุดหงิดที่ต้องมานั่งฟังเสียงลูกๆ ทะเลาะเบาะแว้งกันแต่เช้าแบบนี้
“ก็ยัยฟ้าน่ะสิคะคุณพ่อ! แกล้งทำเสื้อตัวโปรดของพิมพ์เป็นรอย พิมพ์กะว่าจะใส่ไปงานเลี้ยงกับพี่ทินคืนนี้อยู่แล้วเชียว!” ทิน หรือทินกร อดีตแฟนหนุ่มของฟ้าลดาที่คบกันได้เพียงไม่กี่เดือนก็ถูกพี่สาวแย่งไปซึ่งๆ หน้า แม้ว่าอีกฝ่ายนั้นจะพยายามตามง้อขอคืนดีเธอเท่าไหร่แต่ก็ไม่สำเร็จ
และยิ่งเขาพยายามทำแบบนั้นมากเท่าไหร่ความโกรธเกลียดที่พิมพ์พิไลมีต่อน้องสาวต่างแม่คนนี้ก็ยิ่งหนักเพิ่มมากขึ้นเข้าไปทุกวันและมันคงไม่มีวันลดน้อยถดถอยลงไปได้ง่ายๆ
พิมพ์พิไลเกลียดทุกๆ สิ่งที่เกี่ยวกับฟ้าลดาเพราะว่าอีกฝ่ายมักจะได้ดีจนได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าอยู่เสมอ ไหนจะเรียนจนได้รับเกียจนิยมอันกับหนึ่งแถมยังเป็นที่รักของใครต่อใครอีกตั้งมากมาย จึงไม่แปลกที่จะเป็นที่ถูกอกถูกใจของทินกร หนุ่มฮอตประจำมหาลัยที่ตามจีบฟ้าลดาจนติดแต่คบกันได้ไม่นานก็ถูกพิมพ์พิไลจัดฉากทำให้น้องสาวเข้าใจผิดจนต้องขอเลิกกับแฟนหนุ่มไป ภาพของน้องสาวที่วิ่งร้องไห้เจียนจะขาดใจคิดถึงทีไรก็ยังอดสะใจไม่ได้ทุกที
“จริงรึเปล่าฟ้า หนูไปแกล้งพี่เขาทำไมล่ะลูก!”โชคชัยหันกลับมาสอบถามลูกสาวคนเล็กด้วยน้ำเสียงดุดัน แต่แค่นั้นมันก็ทำให้ใจคนฟังสั่นไหวได้ไม่ยาก แม้ว่าลึกๆ ในใจก็อยากจะตอบปฏิเสธออกไปใจแทบขาดแค่ไหนก็ตามที แต่พอนึกได้ว่าจะต้องเจอกับอะไรก็หนักหนามากกว่านี้เธอจึงเลือกที่จะปิดปากเงียบพร้อมกับพยักหน้ากลับไปให้ผู้เป็นพ่อเบาๆ
“ฟ้าขอโทษค่ะพี่พิมพ์” ฟ้าลดาจำต้องยอมรับความผิดทั้งๆ ที่ตนเองไม่ได้เป็นคนก่อ เธอรู้ดีว่าถ้าขืนปฏิเสธไปเรื่องราวมันคงไม่มีทางจบลงง่ายๆ สู้ยอมรับและปล่อยให้เรื่องมันจบลงที่เธอเป็นคนผิดไปเสียยังดีกว่า หญิงสาวคิดกับตัวเองในใจ
สายตาจ้องมองพ่อแท้ๆ ที่นานวันก็ยิ่งห่างเหินต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความปวดร้าวในหัวใจแต่ก็ไม่กล้าพอที่จะเอ่ยบอกให้อีกฝ่ายได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดของตัวเอง
“เอาล่ะๆ เดี๋ยวพ่อให้เงินไปซื้อตัวใหม่ที่เหมือนกันดีกว่า ตกลงไหมลูกพิมพ์” แม้จะไม่ค่อยพอใจกับการตัดสินที่ไร้บทลงโทษแต่พิมพ์พิไลก็จำต้องพยักหน้ารับก่อนจะโผเข้าไปกอดผู้เป็นพ่อเสียยกใหญ่ซึ่งผู้เป็นพ่อก็กอดตอบพร้อมกับยกมือขึ้นลูบหัวลูกสาวคนโปรดอย่างอดเอ็นดูไม่ได้
“ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นพิมพ์ขอรองเท้าเพิ่มอีกสองคู่นะคะ จะได้เข้าชุดกัน นะคะคุณพ่อ” พิมพ์พิไลต่อรองพร้อมส่งรอยยิ้มหวานให้ผู้เป็นพ่อเมื่อนึกถึงรองเท้าคอลเลคชั่นใหม่ที่เกิดอยากจะได้มันขึ้นมา
“ได้สิลูก พ่อให้ลูกได้ทุกอย่างอยู่แล้ว รีบแต่งตัวกันเถอะจะได้ลงไปทานข้าวเช้ากันเสียที” ทั้งสองพยักหน้ารับกลับไปช้าๆ ก่อนจะประตูห้องจะถูกปิดลงในเวลาต่อมา
“มองอะไร!! หมดเรื่องแล้วก็รีบๆ ออกไปจากห้องของฉันเสียทีสิยะ! แล้วก็อย่าเสนอหน้าไปร่วมโต๊ะกับพวกฉัน เห็นหน้าแกทีไรฉันกินข้าวไม่ลงทุกที เข้าใจที่พูดไหม!!” พิมพ์พิไลหุบยิ้มเมื่อประตูห้องถูกปิดพร้อมกับหันไปตวาดน้องสาวที่ได้แต่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ ทันทีที่มีโอกาส
“เข้าใจค่ะพี่พิมพ์” ฟ้าลดารับคำแต่โดยดีก่อนจะเดินออกมาจากห้องนอนของพี่สาวที่ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นห้องนอนของเธอมาก่อน หญิงสาวเดินหลบมาไกลจนถึงห้องครัวก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงประจำที่ที่เคยนั่งทานข้าวตามลำพังเหมือนกับทุกวันที่เลยผ่านท่ามกลางสายตาสงสารของสาวใช้ที่ได้เห็น
“เจ็บมากไหมคะคุณฟ้า ดูสิแขนสวยๆ ช้ำหมดเลย คุณพิมพ์นี่ก็เหลือเกิน ทำไมถึงได้ใจร้ายแบบนี้ก็ไม่รู้!” สายหยุดที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแม่บ้านเอ่ยถามก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสต้นแขนของคุณหนูคนเล็กของบ้านอย่างอ่อนโยนแม้จะรู้ดีว่าฟ้าลดาต้องเจอกับอะไรบ้างในแต่ละวัน ทุกๆ คนต่างรู้แต่ก็ไม่มีใครเลยจะกล้าพูดอะไรนอกเสียจากอยู่เคียงข้างและคอยให้กำลังใจคุณหนูที่น่าสงสารของพวกเขาอยู่ห่างๆ
“ฟ้าไม่เป็นไรหรอกค่ะป้าสายหยุดขอบคุณป้าสายหยุดกับทุกๆ คนมากนะคะที่เป็นห่วงฟ้า” ฟ้าลดาส่งยิ้มกลับไปให้แม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็กๆ ก่อนจะหันไปมองสำลีและนัดสาวใช้อีกสองคนที่ได้แต่ยืนมองเธอด้วยสายตาสงสารเป็นการขอบคุณในน้ำใจที่ทุกๆ คนต่างก็มอบให้ไม่เคยขาด
“โถคุณหนูของป้า ถ้าอย่างนั้นคุณฟ้าต้องทานเยอะๆ นะคะจะได้มีแรงสู้รบกับสองแม่ลูกข้างนอกนั่นอีก!” หญิงสาวพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินอาหารเช้าของตัวเองที่ถูกแบ่งแยกเอาไว้เหมือนอย่างทุกวันไปอย่างเงียบเชียบ
“น้องล่ะพิมพ์ ไม่ได้ลงมาพร้อมกันเหรอลูก” โชคชัยที่เพิ่งจะวางหนังสือพิมพ์ประจำวันลงข้างตัวเอ่ยถามเมื่อไม่เห็นลูกสาวคนเล็กบนโต๊ะอาหาร
“ยัยฟ้าแกบอกว่าไม่ค่อยจะหิวค่ะคุณพ่อ ให้พวกเราทานกันไปก่อนได้เลย” พิมพ์พิไลพูดโกหกหน้าตายก่อนจะแสร้งมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาจับผิดของผู้เป็นพ่อที่กำลังจ้องมองมาที่เธออยู่ได้อย่างแนบเนียน ใครเลยจะโง่บอกความจริงว่าเธอกับผู้เป็นแม่เองที่สั่งไม่ให้ฟ้าลดามาทานข้าวร่วมกัน
“หมู่นี้ยัยฟ้าแกก็เป็นแบบนี้แหละค่ะคุณ ชอบเก็บตัว วัยรุ่นก็เป็นแบบนี้แหละค่ะอย่าไปสนใจเลย” แขไขจำต้องรีบเสริมต่อก่อนจะหันไปมองลูกสาวสุดที่รักอย่างรู้ทันกัน
“งั้นหรอกเหรอ เอาเถอะ! ถ้างั้นก็ตักข้าวได้แล้วสายหยุด จริงสิ! ทานข้าวเสร็จแล้วคุณกับลูกช่วยไปพบผมที่ห้องทำงานหน่อย ผมมีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกทุกคน” โชคชัยเอ่ยขึ้นต่อก่อนจะตบท้ายด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่นัก แม้ว่าใจจะไม่อยากบอกแต่ถึงอย่างไรสักวันทุกๆ คนก็ต้องรู้มันอยู่ดี
“เรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอคะคุณ ทำไมทำหน้าตาเครียดหนักแบบนั้นล่ะคะ รีบๆ บอกมาเถอะค่ะ!”
หัวอกคนเป็นภรรยาอดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยถาม นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของผู้เป็นสามีแบบนี้
“ทานข้าวกันก่อนเถอะแล้วค่อยว่ากัน” แม้จะขัดใจเล็กน้อยแต่แขไขก็ยอมทำตามสามีอย่างว่าง่าย เก็บเอาความสงสัยไว้เฝ้ารอให้อีกฝ่ายเป็นคนเปิดเผยมันออกมาด้วยตัวเอง
ห้องทำงาน
ปัง!
“มะ...เมื่อกี้คุณพ่อว่าอะไรนะคะ! ล้มละลายอย่างนั้นเหรอคะ นี่พ่อกำลังโกหกพิมพ์อยู่ใช่ไหมคะ พิมพ์ไม่เชื่อ!! พูดอะไรสักอย่างสิคะคุณแม่!” เป็นพิมพ์พิไลเสียเองที่โวยวายร้องลั่นเมื่อรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอในไม่ช้านี้ หญิงสาวโวยวายเสียงสั่นก่อนจะรีบหันไปหาผู้เป็นแม่ที่ตอนนี้ช็อกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับความจริงที่ได้รู้
“พ่อก็อยากให้มันเป็นเรื่องล้อเล่นเหมือนกันลูก แต่โชคร้ายที่มันไม่ใช่! เพราะสามปีที่ผ่านมานี้ธุรกิจค้าพลอยของเรามีคู่แข่งเพิ่มเข้ามามาก พอขาดทุนหนักเข้าพ่อเลยไม่มีทางเลือกนอกจากต้องไปขอกู้เงินเขาเอามาหมุน แต่จนถึงตอนนี้มันก็ยิ่งขาดทุนหนักขึ้นเรื่อยๆ ดอกเบี้ยจากเงินกู้ก็เพิ่มพูนมากขึ้นทุกวันจนตอนนี้เจ้าหนี้เขาจะมายืดทุกๆ อย่างของเราไปเป็นของตัวเองถ้าหากว่าเราไม่มีเงินไปใช้เขาตามที่กำหนดตกลงกันเอาไว้” เล่ามาถึงตอนนี้สีหน้าของทั้งสามก็ยิ่งเครียดหนักมากขึ้นเข้าไปอีก ไม่มีใครนึกเลยว่าเงินที่เคยใช้กันอยู่อย่างสุขสบายจะแลกมาด้วยหนี้สินอันมากมายถึงเพียงนี้ได้
“แล้วหนี้ที่เราต้องใช้พวกมันเยอะแค่ไหนกันคะคุณ!” แขไขที่เพิ่งจะตั้งสติได้ก่อนใครเพื่อนตัดสินใจเอ่ยถาม แม้ในใจจะไม่อยากรับรู้อะไรเลยสักอย่างก็ตามที
“ถ้ารวมต้นกับดอกในตอนนี้ก็น่าจะสิบกว่าล้านเห็นจะได้” โชคชัยตอบกลับไปตามความเป็นจริงด้วยสีหน้าที่เครียดหนัก แม้ว่ากิจการของเขาจะทำเงินให้ครอบครัวมหาศาลแต่ทว่าเมื่อเจอเข้ากับคู่แข่งขันทางธุรกิจรายได้ที่เคยได้รับสม่ำเสมอมาตลอดหลายปีก็ค่อยๆ ห่างหายไปจนกลายเป็นขาดทุนไปในที่สุด
และเมื่อไม่มีเงินมาหมุนเวียนจึงทำให้เขาไม่มีทางเลือกต้องไปกู้เกินเจ้าหนี้มาเพื่อพยุงให้ธุรกิจไปต่อ
แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอดอย่างที่เห็น
“สิบล้านบาท!! แล้วนี่เราจะไปหาเงินตั้งมากมายขนาดนั้นมาจากที่ไหนกันล่ะคะคุณพ่อ พิมพ์ไม่ยอมนะคะแบบนี้ จู่ๆ คุณพ่อจะมาบอกว่าบ้านเรากำลังจะล้มลลาย นี่ถ้าเพื่อนๆ กับพี่ทินรู้เข้าพิมพ์จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกันล่ะคะ!”นี่ก็เป็นอีกครั้งที่พิมพ์พิไลคัดค้านเสียงแข็ง
เป็นตายร้ายดียังไงเธอก็จะไม่มีวันยอมรับเรื่องบ้าๆ แบบนี้ มันจะต้องมีทางออกที่ดีกว่านี้ ชีวิตของเธอกำลังไปได้สวย เธอมีแฟนที่สาวๆ ต่างก็พากันคลั้งไคล้ มีหน้าตาทางสังคมใครเพื่อนๆ ต่างก็พากันอิจฉา แล้วจู่ๆ จะต้องกลายเป็นคุณหนูตกอับใครเลยจะทำใจยอมรับกับมันได้ลงคอ
“ตอนนี้เห็นทีคงจะมีแค่ทางออกเดียว...”
“ทางออก ทางไหนคะคุณ!!”
“คุณวศินคนที่ปล่อยเงินกู้ให้ผมน่ะสิ เขาบังเอิญไปเห็นรูปยัยพิมพ์ที่โต๊ะทำงานของผมเข้าเมื่อวันก่อน เขาเลยยื่นข้อเสนอมาให้ผม ว่าจะยกหนี้สินทั้งหมดให้แต่ต้องแลกกับให้เราส่งตัวยัยพิมพ์ไปเป็นของขัดดอก” แม้ว่าจะรู้สึกกระดากปากแค่ไหนแต่เพราะมันเป็นหนทางสุดท้ายแล้วจริงๆ โชคชัยจึงตัดสินใจพูดมันออกไปโดยไม่ลังเล
“คุณพ่อ!! นี่คุณพ่อจะส่งพิมพ์ไปเป็นเมียไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้เนี่ยนะคะ ไม่เอาด้วยหรอกค่ะ เป็นตายร้ายดียังไงพิมพ์ไม่เอา พิมพ์มีแฟนแล้วนะคะคุณพ่อ ไม่เอานะคะคุณแม่!” พิมพ์พิไลตวาดลั่นอย่างหัวเสีย แค่คิดก็รู้สึกขยะแขยงจะแย่ที่จู่ๆ เธอจะต้องกลายไปเป็นนางบำเรอของเจ้าหนี้ที่ไม่รู้ว่าหน้าตาจะน่าเกียจน่ากลัวสักแค่ไหน หญิงสาวยอมตายเสียยังจะดีกว่าต้องทำอะไรที่เสียศักดิ์ศรีทำเรื่องน่าอายแบบนั้น!
“ฉันก็ไม่ยอมนะคะคุณ ยัยพิมพ์แกเป็นลูกสาวของฉัน คุณจะใจดำส่งลูกของเราไปเป็นเมียไอ้เจ้าหนี้หัวงูนั่นได้ลงคอเชียวเหรอคะ”
“คุณคิดว่าผมอยากทำแบบนั้นนักรึไง! ผมก็แค่บอกว่าทางนั้นเขายืนข้อเสนอมาให้มันก็เท่านั้น และถ้าเราไม่รับ เห็นทีทั้งบ้านหลังนี้แล้วก็ทุกๆ อย่างของครอบครัวเราคงต้องถูกฝ่ายนั้นฟ้องร้องเอาไปจนหมด ผมเองก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วตอนนี้” เมื่อหัวหน้าครอบครัวพูดออกมาแบบนั้นจึงไม่มีใครหล้าที่จะเอ่ยอะไรออกมาอีก จนกระทั่งพิมพ์พิไลนึกถึงใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ในห้องนี้ขึ้นมาได้จึงได้ตะโกนขึ้นพร้อมกับแสยะยิ้ม...
“ยัยฟ้ายังไงล่ะคะ!”
“ลูกว่ายังไงนะพิมพ์!”
“ก็ยัยฟ้ายังไงล่ะคะคุณพ่อ ยัยนั่นสวยกว่าพิมพ์ตั้งเยอะ ทำไมพ่อไม่ลองไปคุยกับไอ้เจ้าหนี้ชีกอของพ่อดูอีกทีล่ะค่ะ ลองส่งรูปยัยฟ้าไปให้มันดูก่อนก็ได้ รับรองได้เลยว่าคงถูกใจมันแน่ จริงไหมคะคุณแม่”
“นั่นสิคะ ยัยฟ้าเองก็ยังไม่มีแฟนด้วยคงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหรอกล่ะมั้งคะคุณ”
แขไขต่อเติมก่อนจะหันไปสบตาลูกสาวอย่างชมเชย ทั้งสองเกือบๆ จะลืมไปแล้วว่ายังมีฟ้าลดาอีกคนที่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกๆ คนในตอนนี้
“แต่ว่าผม...”
“ไม่รู้แหละค่ะ! ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้คุณส่งตัวยัยพิมพ์ไปให้ใครทั้งนั้น คุณเลือกเอาเองก็แล้วกันนะคะว่าจะทำร้ายพวกเราทุกคนด้วยการมองดูสมบัติตั้งมากมายถูกคนอื่นมาแย่งมันไปต่อหน้าหรือว่าจะยอมยกยัยฟ้าให้มันไป ไปกันเถอะลูกพิมพ์ ปล่อยให้คุณพ่อเขาอยู่กับตัวเองไปสักพักเพื่อว่าจะคิดได้บ้างว่าควรจะยอมเสียส่วนน้อยเพื่อแลกกับคนส่วนมาก!” แขไขตวาดตอบโต้ก่อนจะลุกขึ้นและไม่ลืมที่จะฉุดข้อมือลูกสาวของตัวเองให้เดินตามออกไปด้วยอีกคน
แต่ทว่าจุดหมายปลายทางที่ทั้งคู่กำลังมุ่งหน้าไปอยู่นั้นกลับเป็นสวนหลังบ้านที่ตอนนี้มีร่างบอบบางของหญิงสาวอีกคนกำลังยืนรดน้ำต้นบุหงาส่าหรี ต้นไม้ที่เธอเคยช่วยผู้เป็นแม่ปลูกตั้งแต่ที่มันยังเป็นเพียงต้นกล้าต้นเล็กๆ อย่างตั้งอกตั้งใจทุกๆ คนต่างรู้ดีว่าฟ้าลดารักต้นไม้ต้นนี้มากแค่ไหน หญิงสาวหมั่นรดน้ำพรวนดินจนกระทั่งมันออกดอกเป็นพุ่มๆ ดูสวยให้ได้เห็น แม้จะรู้สึกเสียดายที่แม่ของเธอคงไม่มีโอกาสนี้แต่หญิงสาวก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาดูแลมันต่อไป
“ทั้งๆ ที่ครอบครัวกำลังจะแย่ แกยังมีหน้ามายืนรดน้ำต้นไม้สบายใจเฉิบอยู่อีกรึไงกันยัยฟ้า!” พิมพ์พิไลไม่รีรอที่จะเอ่ยประชดน้องสาวต่างสายเลือดที่เธอไม่เคยนับอีกฝ่ายเป็นน้องเลยสักครั้งตั้งแต่แรกเห็น
“พี่พิมพ์ว่าอะไรนะคะ”
“ก็จะอะไรซะอีกล่ะย่ะ นี่แกไปมุดหัวอยู่เสียที่ไหนมาถึงได้ไม่รู้ว่าตอนนี้ธุรกิจของพ่อแกกำลังจะล้มลลาย พวกเราทุกคนจะไม่มีแม้แต่ที่ที่จะซุกหัวนอนอยู่แล้วแกรู้ไหม!และถ้าแกไม่เชื่อล่ะก็ ถามพ่อของแกดูเองก็แล้วกัน ไปเถอะลูก” แขไขว่าต่อท้ายก่อนจะฉุดข้อมือพิมพ์พิไลลูกสาวออกไปเมื่อเหลือบไปเห็นสามีที่กำลังเดินตรงมาทางนี้เข้าโดยบังเอิญ ฟ้าลดาไม่รีรอที่จะรีบทิ้งบัวรดน้ำในมือลงพื้นก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาผู้เป็นพ่อในทันทีที่พบว่าอีกฝ่ายอยู่ไม่ไกลกัน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะคุณพ่อ คุณน้าแขไขบอกว่าธุรกิจของพ่อกำลังจะล้มลลายอย่างนั้นเหรอคะ จริงเหรอคะพ่อ!” น้ำเสียงที่ดูเป็นห่วงเป็นใยเอ่ยถามขึ้น ก่อนจะจ้องมองผู้เป็นพ่อเพื่อรอฟังคำตอบ
สีหน้าของลูกสาวคนเล็กนั้นไม่ได้แสดงท่าทีตกใจเหมือนกับคนอื่นๆ หากมันกลับเต็มไปด้วยความเป็นห่วงที่เพียงได้เห็นก็ทำเอาหัวใจของผู้เป็นพ่อเจ็บหนัก..
โชคชัยไม่ได้เอ่ยตอบลูกสาวคนเล็กไปตามตรงแต่กลับเลือกที่จะเดินผ่านหน้าอีกฝ่ายไปยังต้นบุหงาส่าหรี เขายังคงจดจำมันได้ดีถึงวันที่สองแม่ลูกช่วยกันปลูกมันขึ้นมา มือหยาบกระด้างที่บ่งบอกถึงการทำงานหนักมาตลอดทั้งชีวิตค่อยๆ ยกสูงลูบลำต้นที่ตอนนี้แพร่กิ่งก้านใบโตขึ้นตามกาลเวลา ช่างน่าเสียดายที่เดือนแรมภรรยาคนแรกแม่ของฟ้าลดาไม่มีโอกาสที่จะได้เห็นมันเติบโตมาด้วยกัน
“พ่อจำต้นบุหงาส่าหรีต้นนี้ได้ แม่ของลูกเคยชอบมันมาก แม้กระทั่งวันสุดท้ายเธอก็ยังวานให้พ่อช่วยดูแลมันให้ แต่พ่อก็ทำตามสัญญาที่ได้ให้กับเธอเอาไว้ไม่ได้ พ่อคงเป็นพ่อที่แย่มากแถมยังเป็นสามีที่ไม่ได้เรื่องเลยว่าไหม” ฟ้าลดาส่ายหน้าทั้งน้ำตาก่อนจะเดินตรงเข้าไปโอบกอดผู้เป็นพ่อเอาไว้แน่น
นานมากจนความทรงจำครั้งสุดท้ายที่ได้กอดผู้ที่ไม่เพียงแต่ให้ชีวิต แต่กลับมอบทุกๆ สิ่งให้ด้วยความเต็มใจไม่เคยปริปากบ่นถึงความเหน็ดเหนื่อยของตัวเองให้คนในบ้านได้รับรู้ นานมากเสียจนเธออยากจะซึมซับอ้อมกอดนี้เอาไว้ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะพอทำมันได้…
“ไม่จริงหรอกค่ะ พ่อของฟ้าคือพ่อที่ดีสุด แม่เองก็ต้องคิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ” แม้ว่าจะตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นเธอจะถูกผู้เป็นพ่อละเลยแค่ไหนแต่อย่างไรเขาก็คือพ่อที่ให้กำเนิด
ให้ชีวิตและให้อะไรอีกตั้งมากมาย ไม่มีเลยสักครั้งที่เธอจะรู้สึกโกรธคนๆ นี้ได้ลงคอ
“พ่อขอโทษนะฟ้า ขอโทษที่ละเลยลูกมาโดยตลอด มาถึงตอนนี้ถ้าตายไปพ่อเองก็คงไม่มีหน้าไปเจอแม่ของลูก พ่อละอายแก่ใจเหลือเกินลูก”