ตอน 1

“ผมไม่เชื่อ! เดือนไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ แม่โกหกผม!”

เด็กหนุ่มแผดเสียงลั่นต่อว่าแม่ตนเอง ทั้งยังยืนจังก้ากำมือแน่น ไม่ยอมรับรู้ในสิ่งที่แม่กำลังบอกกล่าวเลยสักนิด ใบหน้าหล่อจัดสไตล์หนุ่มลูกครึ่งยุโรปออกสีแดงก่ำด้วยความโมโห ปะปนกับความผิดหวังและรับไม่ได้กับสิ่งที่แม่กล่าวหาเธอคนนั้น แม่กล่าวหาว่าผู้หญิงที่เขารักจากไปแล้ว จากไปพร้อมกับเงินก้อนโต

“ไม้! นี่ลูกจะบ้าไปแล้วหรือไง แม่เป็นแม่ของลูกนะ แม่จะโกหกลูกไปทำไม”

“ก็แม่เกลียดเดือนน่ะสิ ผมรู้นะว่าแม่ไม่อยากให้ผมกับเดือนรักกัน แม่กีดกันผม แม่ไล่เธอไปใช่มั้ย!” น้ำเสียงที่เค้นออกมาคือความขื่นขม ความผิดหวังที่แม่กีดกันความรักของเขา จนถึงกับระเบิดอารมณ์ใส่ผู้ให้กำเนิด

“ไม้ เอาละ เอาละ ในเมื่อลูกอยากฟังความจริง แม่ก็จะบอก ลูกจะได้ตาสว่างเสียที ผู้หญิงคนนั้นเขาไม่ได้เลือกลูก แต่เขาเลือกเงิน เขาไม่ได้รักลูก ลูกได้ยินที่แม่พูดมั้ยไม้ เธอเลือกเงิน ไม่ใช่ลูก!”

“ไม่...ผมไม่เชื่อแม่ ไม่มีวันเชื่อ แม่โกหกผม”

คำพูดพึมพำติดอยู่ที่ริมฝีปาก เพราะสิ่งที่แม่พูดนั้นไม่เคยอยู่ในความคิด เธอจะไม่มีวันทำแบบนั้นกับเขาอย่างแน่นอน ทั้งหมดนี้ต้องมีคนวางแผนเอาไว้ และคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ ‘แม่’

“แม่ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว แม่บังคับเธอใช่มั้ย บอกมาสิว่าแม่บังคับเธอ บอกมา! แม่...บอกมา! แม่บังคับเธอใช่มั้ย!”

“ไม้! จะบ้ารึไง! ฟังแม่บ้างสิ แม่ไม่ได้บังคับเธอ เธอไปของเธอเอง เธอเลือกของเธอเอง”

“ผมไม่เชื่อ เดือนไม่มีวันทำอย่างนั้นกับผม ผมไม่เชื่อ! แม่โกหก”

“งั้นดูซะให้เต็มตา ดูผู้หญิงที่ลูกบอกว่ารักนักรักหนา เขารักลูกหรือเปล่า เขาเลือกอะไร ดูซะ!”

ชายร่างสูงที่อ่อนแรงอย่างที่สุดก้มลงเก็บเอกสารยับๆ ที่แม่ปาใส่หน้าเขาขึ้นมากางออกดู สิ่งที่เห็นทำให้เขาส่ายหน้า เพราะมันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด เธอไม่มีวันจะเลือกรับเงินภายใต้เงื่อนไขคือ เลิกยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก เอกสารเหล่านี้ต้องเป็นของปลอมที่แม่จงใจสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเขา

“ไม่จริง!...แม่โกหกผม เดือนไม่มีวันทำแบบนี้แน่ เดือนรักผม เดือนไม่มีวันทิ้งผม เราจะสร้างครอบครัวด้วยกัน เดือนจะรอจนผมเรียนจบ”

ใบหน้าที่ส่ายไปมาไม่ต่างจากคนที่เห็นโลกถล่มลงมาตรงหน้า ร่างกายสูงใหญ่ตามชาติพันธุ์ของบิดายืนนิ่งเหมือนคนกำลังช็อก แต่ปากยังพ่นคำพูดกรีดหัวใจออกมาไม่หยุด

“จะไม่จริงได้ยังไง ดูสิไม้ นั่นมันลายมือของคนที่ลูกรักไม่ใช่เหรอ เธอเลือกรับเงินที่แม่ให้ มากกว่าจะเลือกอยู่กับเด็กอย่างลูก ตาสว่างสักทีสิ ไม่มีใครเขาจะมาฝากอนาคตไว้กับเด็กหรอกนะ เธอไม่ได้รักลูก จำเอาไว้ เธอไม่ได้รักลูก!”

“ไม่จริง!... ไม่จริง... แม่โกหกผม... ผมไม่เชื่อ ไม่เชื่อ ไม่เชื่อ!”

เด็กหนุ่มตะโกนอย่างบ้าคลั่งก่อนจะผลุนผลันวิ่งออกไป โดยไม่สนใจเสียงร้องเรียกตามหลังด้วยความเป็นห่วงของผู้เป็นแม่ สองเท้าก้าวเร็วรี่ไปอย่างไร้จุดหมาย ไปเพื่อให้พ้นจากความทรมานใจที่เป็นอยู่นี้ เขาวิ่งตรงไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด วิ่งเพื่อให้ร่างกายตื่นตัวไม่ด้านชาไปตามหัวใจที่บอบช้ำ

เนิ่นนานจวบจนแข้งขาอ่อนล้า วิ่งต่อไปไม่ได้อีก เขาจึงทิ้งตัวลง ให้ไหลลู่จากเนินหญ้าด้านบนลงไปสู่ด้านล่าง ไม่สนใจว่าร่างที่ไร้หัวใจนี้จะไปสิ้นสุด ณ จุดไหน จนกระแทกกับต้นไม้ที่ตีนเนินด้านล่าง ทุกสิ่งทุกอย่างจึงหยุดการเคลื่อนไหวทันที

แต่ถึงอย่างนั้นหยาดน้ำตาก็ยังไหลลงมาเป็นสายต่อไปไม่หยุด พร้อมๆ กับเลือดที่ไหลออกจากหน้าผากเพราะกระแทกก้อนหิน แต่ไม่มีความเจ็บปวดใดๆ จะทำให้เขารู้สึกได้อีกแล้ว เพราะหัวใจถูกกระชากออกจากร่างทั้งที่ลมหายใจยังมีอยู่ นั่นคือ ‘เจ็บ’ ที่สุด

เจ้าของดวงตาคมเข้มที่ล้อมกรอบด้วยแพขนตางอนหนา ตวัดสายตาขึ้นมองภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏอยู่ในหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ ภาพนั้นแสดงบรรยากาศภายในห้องหนังสือขนาดย่อม และเสียงสนทนาของคนในภาพก็บ่งบอกว่านี่คือการสอนการบ้าน หรืออาจเป็นการแนะแนวข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์

ผู้สอนคือหญิงสาวหน้าตาสวยดูใจดี ประกอบกับผิวขาวนวลเนียนตัดกับเรือนผมดำยาวสยายจนถึงกลางหลัง ยิ่งขับให้เธอดูสวยหวานราวกับนางฟ้า ผู้สอนสวมชุดเดรสสีฟ้ายาวคลุมเข่าเรียบร้อย กำลังก้มหน้าก้มตาชี้ชวนให้เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อจัดสไตล์ลูกครึ่ง ซึ่งสวมชุดนักเรียนมัธยมปลายให้ตั้งใจฟังและจดจำวิธีการที่เธอสอน เพื่อให้การสอบปลายภาคเรียนนี้ผ่านไปได้ด้วยดี

บรรยากาศการเรียนการสอนเป็นกันเอง มีเสียงหัวเราะและหยอกเย้ากันเล่นบ้างสอดแทรกการสอนในทุกช่วง อีกทั้งรอยยิ้มและแววตาที่มองสบกันบ่อยครั้ง ก็แสดงให้เห็นว่าคนทั้งคู่มีความรู้สึกที่ดีต่อกันมากกว่าคำว่า ‘คุณครูสอนพิเศษ’ กับ ‘ลูกศิษย์ ม.ปลาย’ อย่างแน่นอน

ทว่าคนที่กำลังจับจ้องมองภาพเคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้กลับไม่คิดอย่างนั้น เพราะหัวใจที่เต้นเร่ามันร้องบอกว่าสิ่งที่เห็นนี้ไม่ใช่ความจริง มันคือสิ่ง ‘หลอกลวง!’

ตอน 2

นิ้วมือยกขึ้นแตะซับที่หน้าผากด้านซ้ายภายใต้ไรผมปกปิด ความรู้สึกวาบลึกวิ่งเร้าอยู่ภายใต้ร่องรอยแผลเป็นจางๆ เพราะเสียงร่ำร้องในหัวใจบอกว่าบาดแผลนี้ไม่มีวันหายขาด แม้ด้านนอกจะแทบไม่เห็นรอย แต่ใครจะรู้เล่าว่าความเจ็บปวดนั้นหยั่งรากลงลึกจนถึงหัวใจ

เปรี๊ยะ!

แก้ววิสกี้เนื้อดีถูกบีบจนแตกคามือ เลือดสีแดงสดซึมออกมาตามร่องนิ้ว ทว่าใบหน้าหล่อเหลานั้นไม่ได้แสดงความเจ็บปวดเลยสักนิด มีเพียงดวงตาคมเข้มเท่านั้นที่กร้าวขึ้นแลดูเจ็บปวดอยู่ลึกๆ เขาแค่นยิ้มที่มุมปาก บาดแผลแค่นี้ไม่ทำให้เจ็บได้หรอก เพราะสิ่งที่เจ็บอยู่นี้มากมายเกินกว่าแล้ว

ไม่มีความเจ็บปวดใดๆ ในโลกที่เขาจะทนไม่ได้อีก เพราะความเจ็บจากการโดนกระชากหัวใจออกจากร่างทั้งที่ยังมีชีวิตเกินกว่าที่คนจะทนไหว แต่ที่เขายังมีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะมี ‘ความแค้น’ และ ‘ความอดสู’ ที่ถูกทอดทิ้ง เป็นเหมือนเชื้อเพลิงให้ร่างกายยังหายใจ และไม่บ้าบอคิดตัดช่องน้อยแต่พอตัวไปก่อน

ดวงตาคมกร้าวขึ้นตวัดมองภาพเคลื่อนไหวนั้นต่อ เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของคนทั้งคู่ยังดังต่อเนื่อง เด็กหนุ่มทำโจทย์ข้อยากๆ ได้โดยง่าย เขาตั้งใจเรียนอย่างเต็มความสามารถเพราะอยากเรียนให้จบโดยเร็ว อยากเติบโต ทำงานที่มั่นคง เพื่อให้ตัวเขาพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอ และคาดหวังว่าเธอคงคิดไม่ต่างกัน เพราะคำหวานให้กำลังใจนั้นทำให้เขาหลงเชื่อ

‘มองอยู่ได้ค่ะคุณไม้ ทำไปสิ ถ้าข้อนี้ทำผิดอีก พี่ไม่ทวนให้แล้วนะ’

เธอชูนิ้วคาดโทษที่เขามัวแต่มองใบหน้าอ่อนเยาว์ดุจสาวแรกรุ่นของเธอ จนไม่ทันได้ฟังคำอธิบาย ก็ใบหน้าอ่อนโยนไร้เครื่องสำอางนี้ช่างน่ารักเสียยิ่งกว่าเด็กสาวในวัยเดียวกันกับเขาเสียอีก ไม่ว่าเธอจะยิ้มหรือจะทำสีหน้าบึ้งตึงเพราะเขาไม่ตั้งใจเรียน เธอก็ดูน่ารักจนเขาไม่อยากถอนสายตา เหมือนเขาเห็นพระจันทร์เต็มดวงบนท้องฟ้า เพราะรอยยิ้มของเธอทำให้หัวใจของเขาสว่างไสวและเต็มไปด้วยความสุข ไม่ต่างจากแสงจันทร์ที่ส่องทางในยามค่ำคืน

‘คุณไม้ ถ้าไม่ฟัง พี่จะไม่สอนแล้วนะ’

‘เดือนจะใจร้ายจริงๆ เหรอ’

‘นี่! คุณไม้ เรียกเดือนเฉยๆ ไม่ได้นะ ต้องเรียกพี่เดือนสิคะ’

‘แล้วใครเขาเรียกแฟนว่าพี่กันบ้างล่ะ ยังไม่แก่สักหน่อย’

‘เอ่อ... ไม่รู้ละ ต้องตั้งใจเรียนก่อน จะได้สอบได้คะแนนดีๆ’

‘ถ้าสอบได้จะให้เรียกแฟนมั้ย’

‘ต้องดูผลสอบก่อน’

‘งั้นสอบเสร็จจะทวงคำตอบ’

เด็กหนุ่มอมยิ้มเมื่อเห็นแววเอียงอายจากใบหน้าอ่อนกว่าวัยนั้น เป็นใครก็คงคิดว่าเธอมีใจ แม้เธอจะไม่เคยบอกรักหรือยืนยันว่าหัวใจสองดวงตรงกัน แต่การไม่ปฏิเสธหรือกิริยาเขินอายทุกครั้งยามที่เขาพูดคำหวานจะให้เข้าใจเป็นอื่นได้อย่างไรกัน แต่สิ่งที่ไม่ใช่มันก็คือไม่ใช่อยู่ดี แม้จะดึงดันเอาไว้กับตัว สักวันก็ต้องจากลาไปอย่างไร้ค่า ไร้คำ ‘ร่ำลา’

ความเจ็บแปลบรับรู้ได้ที่หัวใจ เพราะสิ่งที่มองเห็นไม่ต่างจากหนามที่ทิ่มตำหัวใจตนเอง หัวใจที่ถูกกระชากทิ้งอย่างไม่ไยดีจนเจ้าของเกือบตาย ต้องซมซานไปหาที่พักพิงหัวใจไกลถึงอีกซีกโลก

แม้จะพยายามบอกตัวเองให้ลืม และหวนหาความรักครั้งใหม่เพื่อกลบร่องรอยแห่งความเจ็บช้ำนี้ ทว่าเมื่อไรก็ตามที่ความรักเยี่ยมหน้ามาทักทาย อาการเจ็บแปลบจากสิ่งที่เรียกว่า ‘ความรัก’ ก็กลับมาเยี่ยมเยือนอย่างไม่ได้รับเชิญ

เขากลายเป็นคนที่หวาดหวั่นรักครั้งใหม่ เพราะบาดแผลที่คิดว่าหายสนิทไม่เป็นดังใจหวัง มันเป็นเหมือนเศษเสี้ยนหรือหนามน้อยๆ ที่บ่งเท่าไรก็ไม่ออก ยิ่งหัวใจเต้นรัวเร็ว หนามน้อยๆ นั้นก็คล้ายจะทิ่มตำให้ลงลึกไปในหัวใจมากขึ้น

ความเจ็บของเขามันเจ็บแปลบๆ ปลาบๆ ไม่มีวันจางหาย คือความหวาดหวั่นว่ารักครั้งใหม่คงลงเอยด้วยความเจ็บช้ำดั่งเคย สำนึกที่บอกตัวเองก็คือความเจ็บครั้งนั้นไม่ได้ลดจางลงเลย ทว่ามีแต่จะเพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้นทบทวี เพราะมันคือ ‘หนี้แค้น’ ที่รอคอยวันเวลาสะสาง แต่เขาจะไม่ดิ้นรนค้นหาลูกหนี้ เพราะเขาเชื่อในพรหมลิขิต หากครั้งหนึ่งท่านเคยลิขิตให้เขาต้องเจ็บปวดเจียนตาย ก็คงมีสักครั้งที่เขาจะได้ ‘ชำระ’

ตลอดระยะเวลาสิบห้าปีที่ผ่านมา เขาจึงไม่เคยมอบหัวใจให้ผู้หญิงคนไหนอีกเลย คบใครก็เพียงปลดเปลื้องความต้องการเท่านั้น เพราะความจริงที่แท้ที่สุดก็คือ ‘ความรักคือเรื่องลวงโลก’ และ ‘ผู้หญิงทุกคนซื้อได้ด้วยเงิน ถ้าเธอพอใจกับตัวเลข’

แต่หากจะถามเขาว่าทำไมไม่ลบหลักฐานแห่งความเจ็บปวดนี้ทิ้งไปซะ ทำไมต้องเก็บเอาไว้เพื่อตอกย้ำให้เจ็บยิ่งขึ้น คำตอบก็คือ เก็บไว้เตือนใจตนเองจะได้ ‘ไม่เจ็บซ้ำ’ และให้จดจำว่าผู้หญิงหน้าตาอ่อนโยนดูราวไร้เดียงสานั้นภายในไม่ต่างจากนางฟ้าใจร้ายที่สวมหน้ากากสโนว์ไวต์เอาไว้

ตอน 3

เสียงพระสงฆ์สวดมาติกาบังสุกุลดังผ่านเครื่องขยายเสียงของทางวัด ทำให้แขกเหรื่อที่มาร่วมงานรู้โดยอัตโนมัติว่า ร่างอันไร้วิญญาณในศาลาใดกำลังจะถูกฌาปนกิจ ณ เวลา 16:00 น. ของวันนี้ เนื่องจากวัดในสมัยใหม่นิยมสร้างศาลาสวดศพให้อยู่รายรอบเมรุ เพื่อให้สะดวกในการเคลื่อนย้ายร่างไร้วิญญาณขึ้นสู่สถานที่อันจะทำให้ร่างนั้นกลับคืนสู่ธรรมชาติได้อย่างแท้จริง

ดังนั้นการตั้งศพเพื่อสวดพระอภิธรรมจึงอาจมีมากกว่าหนึ่งร่างในแต่ละค่ำคืน ทว่าจะมีเพียงร่างเดียวเท่านั้นที่จะทำการฌาปนกิจในแต่ละวัน เพราะพิธีการแต่ละขั้นตอนต้องใช้เวลาและต้องทำให้ถูกต้อง กว่าจะส่งร่างนั้นไปสู่เส้นทางอันสุคติได้สำเร็จ ย่อมกินเวลาตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงค่อนดึก

ผ้าลูกไม้สีขาวผืนบางคลุมทับโลงไม้ไว้อีกชั้นนั้น เพื่อให้ลวดลายอ่อนหวานช่วยลดทอนความโศกเศร้าจากผู้พบเห็น และเพื่อแสดงออกว่าผู้วายชนม์เดินทางไปสู่สถานที่ที่มีความสุขแล้ว ทว่าเมื่อมาอยู่รวมกับดอกไม้ช่อยาวสีขาวที่นำมาประดับโดยรอบแล้วนั้น กลิ่นหอมจัดจนฉุนกลับทำให้บรรยากาศอวมงคลเด่นชัดมากขึ้น เพราะนั่นคือ ‘ซ่อนกลิ่น’ ดอกไม้ที่ใช้ซ่อนร่างไร้วิญญาณ

ท่วงทำนองจากเครื่องดนตรีไทยบรรเลงเพลงโศกคลอไปกับเสียงบทสวดภาษาบาลีที่คุ้นเคย เพราะได้ฟังมามากหนเมื่อครั้งเคยมาร่วมแสดงความเสียใจแก่ญาติพี่น้องของผู้วายชนม์ ทว่าในครั้งนี้เมื่อเธออยู่ในสถานะนั้นเสียเอง จึงไม่อาจเก็บกลั้นหยาดน้ำตาเอาไว้ได้

น้ำตาที่พยายามฝืนกลั้นเอาไว้ปิ่มจะไหลลงมาเสียให้ได้ แต่ก็จำต้องสะกดไว้เพราะไม่อยากให้คนที่จากไปเป็นห่วง เพราะสิ่งสุดท้ายที่เธอจะทำให้แม่ได้ก็คือ ‘ต้องเข้มแข็ง’

ดวงตาบอบช้ำมีวาวน้ำตาฉ่ำชื้นอยู่ตลอดเวลาทอดมองไปยังโลงไม้ที่ตั้งสงบนิ่งอยู่บนตั่งด้านในศาลา ดั่งจะบอกกับคนที่นอนนิ่งอยู่ในนั้นว่าเธอคิดถึงเหลือเกิน

‘จันทร์...อย่าเสียใจให้นานนักนะลูก ทุกคนต้องตายทั้งนั้น ไม่ใช่แค่แม่หรอก หนูต้องอยู่ให้ได้ รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี จะทำอะไรก็ให้คิดไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน แล้วสิ่งที่หนูตัดสินใจก็จะดีที่สุด’

น้ำตาท่วมท้นเมื่อช้อนมองใบหน้าสวยงามของผู้เป็นแม่ที่ปรากฏอยู่ในกรอบรูปหน้าศพ รอยยิ้มพิมพ์ใจนั้นแม่มีให้เธอเสมอมา เธอรู้และเข้าใจในสิ่งที่แม่บอกว่าทุกคนล้วนต้องตาย แค่ช้าหรือเร็วกว่ากันเท่านั้น เพียงแต่เธออยากให้แม่อยู่ได้นานกว่านี้ อย่างน้อยก็ให้เธอได้มีงานทำเสียก่อน ให้เธอได้เลี้ยงดูตอบแทนบุญคุณของแม่บ้าง ไม่ใช่เพียงเธอเรียนจบแม่ก็จากไป

“เสร็จหรือยังล่ะจันทร์ พระท่านสวดเสร็จแล้วนะ”

พรบุหลัน กัษษากร ตื่นจากภวังค์ หันมองรอบกายแล้วก็พบว่าพระท่านสวดเสร็จแล้วจริงๆ และเมื่อหันมาพบกับสายตาเอื้ออารีของคนข้างๆ ก็ฝืนหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไม่ได้ แต่เจ้าตัวก็รีบปาดทิ้งเสียเร็วไว ก่อนจะส่งรอยยิ้มเนือยๆ พร้อมตอบคำถามนั้น

“ค่ะพี่กร เสร็จแล้วค่ะ”

พรบุหลันเลื่อนถาดใส่ดอกไม้ธูปเทียนพร้อมทั้งพุ่มเครื่องไทยธรรมมาตรงหน้าเพื่อเตรียมส่งมอบให้ ภากร เพื่อนบ้านที่มีอาชีพเป็นคุณครูในโรงเรียนประถมใกล้บ้าน ซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวกับที่แม่ของเธอสอนอยู่ และก็ได้ภากรนี่ละที่ช่วยจัดการทุกอย่างให้เมื่อแม่ตาย ตั้งแต่พาแม่ออกจากโรงพยาบาลมาที่วัด ดูแลประสานงานกับทางวัด ทั้งการสวดพระอภิธรรม ตลอดจนถึงงานฌาปนกิจในวันนี้ เพราะเธอเองไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีก ชีวิตนี้มีแต่แม่เท่านั้นที่เป็นญาติสนิทเพียงคนเดียว ทั้งคนมาร่วมงานก็เป็นเพื่อนบ้านที่มีน้ำใจคอยช่วยกันดูแลยามเจ็บป่วย คุณครู และนักเรียนที่แม่เคยสอนมา

“จันทร์ เข้มแข็งนะ จันทร์ต้องส่งแม่ให้ถึงฝั่ง”

“ค่ะพี่กร จันทร์จะทำให้ดีที่สุด”

ภากรมองตามร่างงามระหงที่เดินถือถาดดอกไม้ธูปเทียนไปให้แขกที่มาร่วมงานได้ ‘จบของ’ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้วายชนม์ เห็นใบหน้าของหญิงสาวที่พยายามเก็บกลั้นน้ำตาไว้อย่างที่สุดแล้วทำให้ภากรสงสารเธอจับใจ เพราะความรู้สึกยามขาดร่มโพธิ์ร่มไทรนั้นเขาผ่านมาแล้ว แต่เขายังดีที่มีญาติพี่น้องอยู่รายล้อม ขณะที่พรบุหลันไม่มีใครเลย

เขารู้เพียงว่า ครูรัชนีกร แม่ของเธอก็เป็นคนในหมู่บ้านนี้เช่นกัน แต่ได้ย้ายครอบครัวไปอยู่ที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ยังรุ่นสาว ญาติพี่น้องที่มีอยู่ก็ทยอยตายจาก หรือไม่ก็ย้ายไปตั้งรกรากที่อื่น ดังนั้นคนที่จะนับได้ว่าเป็นญาติสนิทกันจริงๆ และอยู่ในละแวกใกล้จึงไม่มีเลย

และเมื่อครูรัชนีกรขอย้ายกลับมาสอนที่โรงเรียนในบ้านเกิด เธอก็มีลูกสาวที่ชื่อว่าพรบุหลันกลับมาด้วย เนื่องจากบ้านของเขาและบ้านของครูรัชนีกรอยู่ติดกัน การช่วยเหลือเกื้อกูลจึงไม่ต่างจากญาติพี่น้อง และทั้งหมดที่เขาทำลงไปนั้นเขาก็เต็มใจ และก็หวังอย่างที่สุดว่า สักวันหนึ่งพรบุหลันจะมองเห็นหัวใจของเขาบ้าง

เสียงเครื่องดนตรีไทยบรรเลงท่วงทำนองแสนเศร้า ดังชัดเจนออกมาจากเครื่องขยายเสียงของทางวัด จนแทรกเข้ามาภายในรถยุโรปคันหรูที่จอดนิ่งอยู่นอกศาลา แต่คนที่นั่งนิ่งตีสีหน้าเรียบเฉยอยู่นี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะก้าวลงไป

ดวงตาคมเข้มมองตรงไปข้างหน้าเพื่อมองภาพบรรยากาศของงาน ‘ขาว-ดำ’ แม้เขาจะไม่เคยไปงานศพใครในเมืองไทยมาก่อน แต่เท่าที่มองดูก็เห็นความหดหู่และเศร้าใจไม่ต่างจากงานฝังศพของญาติทางฝ่ายบิดาที่อังกฤษสักเท่าไร และที่ต้องมาในวันนี้ก็เพราะคำร้องขอของแม่

‘ไปอโหสิกรรมให้เขานะลูก จะได้ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก’

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED