เธอต้องทำอะไรสักอย่าง ในเมื่อจะไปก็ต้องไปแบบเกลียดยัยเด็กนั่นเข้าไส้ไปเลย
“แกจะไปจริงเหรอวะไอ้คุณ”
ธนายุทธซึ่งเป็นเพื่อนรักของคุณธรรมเอ่ยถามขึ้นหลังจากเพิ่งได้รับฟังเรื่องราวการเดินทางกะทันหันสดๆ ร้อนๆ
“แกจะหนีไปเรียนที่โน้น” ตนุ นักศึกษาแพทย์ปีสุดท้ายเอ่ยถามเพื่อนรักไม่ต่างกัน
“ในฐานะตำรวจ ฉันว่าแกคาดการณ์ถูกว่ะ” ธนายุทธพูดกับตนุ ก่อนมองหน้าเพื่อนที่ขรึมเครียดไม่มีวี่แววรื่นรมย์แม้แต่น้อย
“ฉันทนไม่ไหวแล้วนะโว้ย พ่อกับแม่จะให้ฉันแต่งงานกับยัยเด็กบ้านั่น อายุแค่สิบสี่แต่มารยาสาไถย หน้าตาก็ขี้ริ้วขี้เหร่ ผอมเหมือนไม้เสียบลูกชิ้น และฉันกับยัยเด็กนั่นก็อายุห่างกันตั้งหลายปีนะโว้ย ในฐานะที่แกเป็นตำรวจ ฉันคงจะโดนข้อหาพรากผู้เยาว์ใช่ไหม” คุณธรรมพูดเสียงเครียด
“พ่อกับแม่นายคงแค่คาดหวังมั้งไอ้คุณ แกจะตีโพยตีพายไปทำไม โตขึ้นน้องพัดอาจจะเจอผู้ชายวัยไล่เลี่ยกันและแต่งงานกันไปเอง คงไม่สนใจแก่ๆ อย่างแกแล้วล่ะ” ธนายุทธตบบ่าเพื่อน เขาพอรู้ว่าบิดามารดาของเพื่อนนั้นรักและเอ็นดูภัทรวนันต์มากๆ เขาเองยังอดสงสารและเอ็นดูเสียไม่ได้
“แต่น้องพัดน่าสงสารนะ จริงๆ เด็กคนนั้นไม่เห็นมีท่าทีอะไรกับแกเสียหน่อย ออกจะกลัวแกเสียด้วยซ้ำ” ตนุแสดงความคิดเห็นประสาคนช่างสังเกต
“ถ้าแกสองคนจะเข้าข้างยัยเด็กนั่น ไม่จำเป็น พรุ่งนี้ฉันจะเดินทาง จะบอกแกสองคนแค่นี้แหละ” คุณธรรมกระแทกเสียงและลมหายใจหนักหน่วง
“ยังดีที่แกเรียกเพื่อนรักอย่างพวกเรามาบอกนะโว้ย ไม่ใช่จู่ๆ เพื่อนหายไปโดยไม่บอกกล่าว” ธนายุทธหันไปสบตากับตนุที่นั่งอยู่อีกด้าน
เพื่อนรักทั้งสามนั่งคุยกันอีกครู่จึงแยกย้ายจากกัน ลลนาที่แอบมองอยู่เหยียดยิ้มขึ้นที่มุมปาก เธอเป็นหลานสาวของป้านวล อายุเท่าๆ กับคุณธรรม แต่เรียนไม่จบเพราะว่าสมองไม่ไป ป้านวลเกรงใจเจ้าของบ้านผู้มีพระคุณที่ส่งเสียให้ลลนาเล่าเรียน นางจึงให้ออกมาช่วยทำงานบ้านแทน
คุณธรรมกวาดสายตามองรอบห้องด้วยความรู้สึกใจหายอยู่มาก ครั้งนี้เขาไปด้วยอารมณ์ล้วนๆ แต่ในเมื่อเลือกแล้ว เขาก็จะเดินหน้าต่อไป ให้รู้ว่าบิดามารดาคิดผิดในเรื่องภัทรวนันต์ เด็กสาวที่เขารังเกียจด้วยความรู้สึกที่ถูกกดดันและคาดหวังหลายอย่างจากบุพการีทั้งสอง
หากบิดามารดาไม่โอ๋ ไม่รักยัยเด็กนั่นมากมาย หรือไม่บังคับคาดหวังในตัวเขาแบบนี้ เขาอาจจะเอ็นดูยัยเด็กขี้เหร่ผอมเกร็งและสิวเขรอะคนนั้นก็ได้ แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ดูแย่ในสายตาพวกท่านไปหมด
คุณธรรมมองกระเป๋าเดินทางของตัวเองนิ่ง ก่อนจะเปิดลิ้นชักเพื่อนำเอกสารสำคัญมาเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อย แต่ด้านในกลับว่างเปล่า ร่างสูงเดินหาจนทั่วห้องก็ไม่เจอ หนังสือเดินทางหายไปไม่พอ บัตรต่างๆ และเงินจำนวนหนึ่งยังหายไปอีกด้วย นี่ใครเล่นตลกกับเขากัน!!!
“ตาคุณใจเย็นๆ ก่อน ใครจะเอาหนังสือเดินทางของลูกไปซ่อนกัน” จันทร์ระวีมองลูกชายที่กำลังหงุดหงิดอย่างไม่สบายใจ
“ไอ้พวกหัวขโมยหรือไม่ก็ไอ้พวกที่ขัดขวางไม่ให้ผมไปยังไงล่ะครับ” เสียงกร้าวดังคับบ้าน เมื่อสั่งให้ป้านวลตรวจค้นเอกสารสำคัญของตนในห้องทุกห้อง
“แกจะบ้าไปกันใหญ่แล้ว ในเมื่อแกจะไป ใครจะไปทำแบบนั้น” คุณากรเสียงเข้มใส่ลูกชาย
“นี่พ่อกับแม่หาว่าผมกุเรื่องขึ้นมาเหรอครับ บางทีอาจจะเป็นพวกกาฝากที่มาอาศัยอยู่ก็ได้ที่สร้างเรื่องนี้ขึ้นมา” คุณธรรมตวัดสายตามองภัทรวนันต์ที่ก้มหน้างุดอยู่อีกด้าน
“ในห้องของลูกชุบ ลูกชุบจะพาไปค้นเองค่ะ” ลลนาพาเดินเข้าไปสำรวจเองอย่างเปิดเผย
“ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่าแกกุเรื่อง” คุณากรจำต้องเดินตามบุตรชายมาด้วยเมื่อเห็นอีกฝ่ายอาละวาดฟาดงวงฟาดงาไปทั่ว
“ใจเย็นๆ เถอะลูก อารมณ์ร้อนแบบนี้ทำให้คนอื่นไม่สบายใจกันไปหมดนะคุณ” ยายจันทร์ฉายปรามเสียงเรียบ ส่วนตาบุญพาก็พยักหน้าให้ภรรยาเบาๆ เป็นการเห็นด้วย คุณธรรมจึงสงบลงมากเมื่อได้ยินประโยคของตายาย
“นอกจากหนังสือเดินทาง มันยังขโมยของมีค่าในห้องผมไปด้วย ใครที่มันสาระแนเข้าไปทำความสะอาดห้องผม ทั้งๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ ก็ไอ้คนนั้นแหละครับ” ทุกคนยกมือขึ้นทาบอกแทบจะพร้อมกัน ยกเว้นลลนาที่เหยียดยิ้มสะใจอยู่อีกด้าน
“เดี๋ยวลูกชุบจะช่วยพี่น้อยกับป้านวลหานะจ๊ะ ในเมื่อลูกชุบเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ได้เอาของนายน้อยไป” ลลนาเสนอตัวทันทีเมื่อเดินมาหยุดหน้าห้องของภัทรวนันต์
ภัทรวนันต์ได้พักอยู่บนตึกใหญ่อีกฟากหนึ่งเป็นส่วนตัวและได้นั่งรับประทานอาหารกับเจ้าของบ้าน สร้างความอิจฉาริษยาให้ลลนาอย่างยิ่ง ส่วนคุณธรรมจะพักอยู่ที่บ้านอีกหลัง ซึ่งเป็นบ้านส่วนตัวของชายหนุ่ม
น้อยและลลนาเข้าไปค้นข้าวของในห้องของภัทรวนันต์ น้อยนั้นค่อยๆ หาอย่างใจเย็น ไม่อยากทำให้ห้องของเด็กสาวกระจัดกระจายจนต้องจัดกันยกใหญ่ แต่ลลนานั้นแทบจะรื้อกระจุยกระจายเพื่อกลั่นแกล้งเจ้าของห้อง
ภัทรวนันต์มองภาพนั้นอย่างอึ้งๆ รู้ว่าถูกลลนาแกล้งเอาอีกแล้ว เธอไม่รู้ว่าทำอะไรให้ลลนาไม่พอใจ อีกฝ่ายถึงมีท่าทีจงเกลียดจงชังตนขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ตนเองทำดีกับลลนาทุกอย่าง และไม่เคยถือโทษผู้มีวัยที่มากกว่าตนหลายปี
“นี่อะไรคะ ของนายน้อยหรือเปล่า” ลลนาที่เป็นคนแอบเข้ามาในห้องของภัทรวนันต์ก่อนหน้า เพื่อนำข้าวของของคุณธรรมมาซ่อนเหยียดยิ้มก่อนจะทำเสียงตกอกตกใจ
“เธอเองเหรอ ยัยเด็กเหลือขอ ยัยเด็กเจ้ามารยา เธอทำแบบนี้ทำไม ขโมยของฉันไปทำไม จะไม่ให้ฉันเดินทางไปต่างประเทศใช่ไหม มานี่เลย” คุณธรรมตาลุกวาวเมื่อเห็นข้าวของของตนซุกซ่อนอยู่ในห้องของภัทรวนันต์ มือหนาลากมือเล็กๆ เดินลงบันไดไปอย่างทุลักทุเล แล้วใช้ไม้ที่หาได้ฟาดไม่ยั้ง
“โอ๊ย! ฮึกๆๆ ฮือๆๆ พัดไม่ได้ทำนะคะ อย่าทำพัดเลย” ภัทรวนันต์ร้องไห้โฮ ยกมือขึ้นไหว้ปลกๆ ด้วยความหวาดกลัว
“เจ้าคุณ หยุดเดี๋ยวนี้นะ” คุณากรเข้ามาขวางเอาไว้ กระชากไม้ในมือลูกชายแล้วหักทิ้ง
“หนูพัด เป็นยังไงบ้าง” จันทร์ระวีเข้าไปโอบกอดประคองร่างที่โดนตีสะบักสะบอมแนบอกด้วยความสงสารระคนเวทนา
“ทำไมหลานต้องทำอะไรรุนแรงขนาดนี้ด้วย” สองตายายตำหนิหลานชายคนเดียว
“ดูยัยเด็กเหลือขอนี่ทำสิครับ ผมทำแค่นี้ยังน้อยไป ต้องทำมากกว่านี้ให้รู้จักสำนึก” คุณธรรมโต้กลับด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นรุนแรง
“มันจะมากเกินไปแล้วนะเจ้าคุณ ยังไม่ได้สอบสวนอะไรเลย แกก็ใช้แต่อารมณ์” คุณากรตวาดกลับบุตรชาย
“ผมผิดอีกแล้วใช่ไหม ทำไมมีแต่คนเข้าข้างยัยเด็กบ้านี่กันหมด เอาเถอะ ใครอยากทำอะไรก็ทำ ผมจะไปจากที่นี่ และจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก เชิญโอ๋กันตามสบาย” คุณธรรมเก็บข้าวของที่จำเป็นและเอกสารการเดินทางก่อนจะผลุนผลันออกจากบ้านไป
“เจ้าคุณ แกกลับมานี่ก่อน ฉันบอกให้แกกลับมานี่” คุณากรเรียกบุตรชายเสียงเข้ม แต่คุณธรรมไม่หันกลับมาแม้จะมองคนในบ้าน ภัทรวนันต์ร้องไห้โฮ เธอโทษว่าเพราะตัวเองเป็นสาเหตุให้คุณธรรมต้องออกจากบ้านไป
ลลนาหน้าซีดเผือด เธอคิดว่าจะใส่ร้ายภัทรวนันต์เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ความเลวของอีกฝ่าย และไล่ยัยเด็กนี่ออกไป คุณธรรมจะได้ไม่เดินทางไปต่างประเทศ ทุกอย่างผิดแผนไปหมด อุตส่าห์ใส่ความ ปั้นเรื่องทุกอย่างขึ้นมา แต่ทำไมล้มเหลวแบบนี้
คุณธรรมกำหมัดแน่น เขาจะไม่กลับมาที่ไร่บารมีอีก วันก่อนเขาได้ยินลลนาคุยกับสาวใช้อย่างออกรสว่าบิดามารดาจะให้เขาหมั้นหมายกับภัทรวนันต์ ที่ทำให้เขาเจ็บใจคือบรรดาสาวใช้ที่แอบนินทาเจ้านายหัวเราะเยาะเขากันยกใหญ่ว่าจะได้เมียหน้าตาอัปลักษณ์ แถมอนาคตจะต้องเชิดชูเป็นคุณนายเจ้าของไร่บารมี แค่ฟังเขาแทบอยากจะอาเจียนเมื่อรับรู้ว่าภัทรวนันต์ตอบตกลงบิดามารดา และเที่ยวป่าวประกาศให้ใครต่อใครรับรู้กันทั่ว มีแต่เขาที่เป็นไอ้งั่งอยู่คนเดียวเป็นเหมือนหุ่นให้ใครจับทำอะไรก็ได้
การกลับมา
ร่างสูงของชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ด ซึ่งมีส่วนสูงเกือบร้อยแปดสิบเซนติเมตร ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ผมและคิ้วดำสนิท หน้าเรียว จมูกโด่งเป็นสัน
ริมฝีปากหยักหนา ดวงตาสีกาแฟมีเสน่ห์ชวนลุ่มหลง แต่ขณะนี้ใบหน้าที่ทำให้สาวๆ ใจละลายกลับบึ้งตึงอย่างถึงที่สุด ในมือกำจดหมายของมารดาที่เขียนข้อความกระแทกใจเอาไว้แทบแหลกคามือ
ถึงคุณธรรมลูกรักของแม่
เมื่อลูกได้รับจดหมายฉบับนี้แล้ว แม่อยากให้ลูกอ่านมันจนจบ แม่คิดถึงลูกมากๆ คิดถึงเหลือเกิน นานหลายปีแล้วที่คุณไม่ยอมกลับมาบ้านของเรา คุณตากับคุณยายบ่นคิดถึงลูกทุกวัน ท่านร่างกายไม่ใคร่จะแข็งแรงนัก ท่านพูดเสมอว่าจะรอคุณกลับมา
พวกเราคาดหวังว่าลูกจะกลับมาทุกครั้งที่เป็นวันปีใหม่หรือไม่ก็เทศกาลต่างๆ ที่เป็นวันรวมญาติในครอบครัว แต่จนแล้วจนรอดลูกก็ไม่ยอมกลับมา ทั้งๆ ที่เรียนจบแล้ว ทุกคนจึงเริ่มหมดหวังว่าลูกจะกลับมาแล้วจริงๆ พ่อของลูกเองก็ไม่ต่างกัน ดังนั้นแม่อยากให้ลูกรับรู้เอาไว้เพื่อจะได้ไม่ตกอกตกใจในอนาคตข้างหน้าว่าพ่อของลูกได้ตกลงกับทุกๆ คนแล้วว่า หากลูกไม่กลับมาภายในเดือนนี้ เราจะยกทรัพย์สมบัติให้ภัทรวนันต์เป็นผู้สืบทอดทั้งหมด ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลูกแทบจะตัดขาดจากครอบครัวไปแบบนี้ แม่เองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ตากับยายแม้จะมีหวัง แต่ตอนนี้ก็เริ่มจะหมดหวัง
แม่กับพ่อจะขัดตากับยายของลูกก็ไม่ได้ ภัทรวนันต์เติบโตมากขึ้น อีกไม่นานคงจะเรียนจบ เราคิดว่าจะหาผู้ชายดีๆ ให้น้องแต่งงาน จะได้สืบทอดกิจการต่อไป น้องเป็นคนน่ารัก ดูแลพ่อแม่และตากับยายตลอดระยะเวลาที่คุณไม่อยู่ แม่จึงจะแจ้งข่าวให้คุณรู้แค่นี้นะลูก
จาก
แม่จันทร์ระวีที่รักลูกมากที่สุด
คุณธรรมฉีกจดหมายในมือจนกระจุย ยัยเด็กเหลือขอ หน้าตาแสนอัปลักษณ์นั่นคงออดอ้อนออเซาะจนพ่อแม่ ตายายของเขาหลงใหลได้ปลื้มล่ะสิ ถึงเวลาแล้วที่เขาจะทวงทุกอย่างกลับคืน เขาไม่มีวันยอมแน่นอน หัวเด็ดตีนขาดให้ตายยังไงก็ไม่ยอม ทรัพย์สมบัติของตระกูลบารมีจะต้องเป็นของทายาทเพียงคนเดียวอย่างเขา ไม่ใช่เด็กกำพร้าหาความสวยไม่ได้ เขายังจำภาพเด็กคนนั้นได้ดี ทั้งผอมซูบซีด สิวเขรอะ แล้วก็ทำตัวน่ารำคาญ
เสียงกริ่งหน้าห้องพักทำให้คุณธรรมหลุดจากภวังค์ความคิด เขาส่องดูว่าใคร เป็นเพื่อนสาวของเขานั่นเอง เพียงแค่เห็นหน้าชญาณิศา เขาก็คิดอะไรขึ้นมาได้ ในเมื่อบิดามารดาบังคับให้เขาต้องแต่งงานกับยัยเด็กน่าเกลียดนั่น เขาจะพาผู้หญิงของเขาไปเปิดตัว แบบนี้ท่านจะบังคับเขาอีกก็ให้มันรู้ไป
“สวัสดีค่ะคุณ วันนี้ไม่ออกไปไหนเหรอคะ” ชญาณิศาหรือชื่อเล่นว่าเดียร์ทักชายหนุ่มด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ไม่ครับเดียร์ ผมจะกลับประเทศไทยเร็วๆ นี้เลยเตรียมตัวเก็บของอยู่น่ะครับ” คุณธรรมเบี่ยงหลบเพื่อเชิญหญิงสาวเข้ามาในห้อง
“คุณจะกลับประเทศไทยแล้วเหรอคะ ไหนคุณบอกว่าจะไม่กลับไปที่นั่นไงคะ เดียร์ชวนคุณตั้งหลายครั้ง คุณปฏิเสธท่าเดียว แล้วคราวนี้ทำไมถึงได้เปลี่ยนใจขึ้นมาได้ล่ะ” ชญาณิศาขมวดคิ้วมองชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ
“เดียร์ คุณจะเดินทางกลับประเทศไทยเหมือนกันไม่ใช่เหรอ งั้นผมมีเรื่องจะรบกวนคุณหน่อยได้ไหมครับ”
“เรื่องอะไรคะ บอกมาได้เลย ถ้าทำได้เดียร์จะช่วยคุณ”
“คุณช่วยเป็นแฟนผมหน่อยนะครับ”
“คะ” ชญาณิศาอุทานด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะเผยยิ้มกว้างพยักหน้ารับยิ้มๆ แต่ยังสงสัยจึงเอ่ยถามออกไป “ได้สิคะ แต่คุณต้องบอกเดียร์มาก่อนว่าเพราะอะไร” ชายหนุ่มจึงเล่าทุกอย่างให้เพื่อนสาวฟัง ชญาณิศายินดีที่จะช่วยด้วยความเต็มใจ เมื่อเข้าใจว่าเด็กสาวที่ชื่อภัทรวนันต์นั่นเป็นคนไม่ดี...
คุณธรรมนั่งเงียบมาตลอดทางในขณะเดินทางจากสนามบินมายังไร่บารมี นานหลายปีแล้วที่เขาไม่ได้กลับมาบ้านเกิดเมืองนอน ที่นี่ดูเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เจริญรุ่งเรืองขึ้นกว่าเดิม ไร่บารมีเลี้ยงโคเนื้อและโคนม แกะ และแพะส่งออก ทำการเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกพืชผลทางการเกษตรที่เป็นพืชเศรษฐกิจหลายพันไร่ อาณาบริเวณกว้างขวางมีคนงานมากมายหลายชีวิตอาศัยอยู่ที่นี่
“ไร่ของคุณกว้างขวางใหญ่โตจังเลยค่ะ” ชญาณิศาหันมาพูดกับชายหนุ่มข้างกายอย่างตื่นเต้น นั่นทำให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเอง
“เดียร์ว่าอะไรนะ ผมไม่ทันฟัง”
“เดียร์บอกว่าไร่ของครอบครัวคุณกว้างใหญ่จังค่ะ แถมยังร่มรื่น อากาศดีมากๆ ด้วย ไร่ของเดียร์ยังไม่กว้างใหญ่เท่านี้เลย” ชญาณิศาพูดยิ้มๆ เธอเองอยู่จังหวัดในภูมิภาคเดียวกับเขา และรู้จักกับเขาตอนไปเรียนต่อต่างประเทศ
“ครับ ผมเองก็ไม่ได้กลับมาที่นี่นานมากแล้ว ยังไงผมต้องขอบคุณนะเดียร์ที่คุณยอมช่วยผม”
“ขอบคงขอบคุณอะไรกันล่ะคะคุณ เดียร์น่ะ อยากมาเที่ยวเปิดหูเปิดตาเหมือนกัน กะว่าจะขอคุณอยู่สักสามสี่เดือนเลยค่ะ ไม่รู้จะโดนไล่หรือเปล่า” ชญาณิศาพูดติดตลก
“จะอยู่นานแค่ไหนก็ได้ครับเดียร์ ผมอนุญาต” คุณธรรมกล่าวอนุญาตจากใจจริง เขาเองอยากจะให้ทุกคนล้มเลิกความตั้งใจที่จะจับเขาแต่งงานกับยัยเด็กอัปลักษณ์นั่นก่อน เขาถึงจะปล่อยชญาณิศากลับบ้านของเธอ
รถโดยสารแล่นมาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ของไร่บารมี คุณธรรมจ่ายค่าโดยสารรถ คนขับรถจึงขนสัมภาระของผู้โดยสารลงมาจากรถ ก่อนจะแล่นรถออกไปยังทางเดิมที่ขับเข้ามา
“บ้านของคุณใหญ่โตจังเลยค่ะ แถมสวยเสียด้วย” ชญาณิศาคล้องแขนกับแขนแกร่งของชายหนุ่ม เขาก้มลงมายิ้มให้คนข้างกาย
“ตาคุณ” เสียงของมารดาทำให้คุณธรรมเงยหน้าขึ้นมา แวบแรกที่สบตากับท่าน เขาเห็นความรักความห่วงใยและความคิดถึงจากดวงตาของท่าน ร่างสูงรีบเดินเข้าไปหามารดา กอดรัดท่านแนบอก
“คุณแม่ สบายดีนะครับ” คุณธรรมเอ่ยถามมารดาหลังจากผละออกจากอ้อมแขนของท่านเล็กน้อย แต่ยังกอดท่านเอาไว้หลวมๆ
“แม่สบายดี รู้ไหมว่าแม่คิดถึงลูกแค่ไหน หนีไปเรียนไม่ยอมกลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่บ้างเลย” จันทร์ระวีพูดแล้วน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความคิดถึงลูกชายคนเดียวสุดหัวใจ
“ที่กลับมา คงไม่ได้คิดถึงเราหรอกมั้งคุณ แค่คิดว่าจะมีคนแย่งสมบัติ” น้ำเสียงของบิดาทำให้คุณธรรมหน้าตึงทันควัน
“พ่อ/กรคะ” คุณธรรมและจันทร์ระวีอุทานพร้อมกัน
“กลับมาก็ดีแล้ว จะได้มาช่วยพัฒนาไร่ของเรา แกต้องเป็นคนสืบทอดกิจการทั้งหมด จะอยู่ต่างประเทศไปจนตายหรือไง” คุณากรเสียงเข้มใส่ลูกชาย ไม่คิดเลยว่าแผนการนี้จะสำเร็จ ตอนที่เขาและภรรยาคิดว่าจะเขียนจดหมายยื่นคำขาดแบบนี้ให้เจ้าลูกชาย ก็กลัวอีกฝ่ายจะไม่ยอมกลับมาจริงๆ
“ผมต้องกลับมาอยู่แล้วสิครับ เพราะผมเป็นทายาทเพียงคนเดียวของไร่บารมี ดังนั้นผมต้องสืบทอดกิจการของตระกูลต่อจากพ่อกับแม่อยู่แล้ว ไม่ใช่ให้ใครหน้าไหนมาชุบมือเปิบเอาง่ายๆ” คุณธรรมตอบกลับบิดาอย่างไม่ยอมลดละ
“ก็ดีที่แกคิดได้ แล้วนั่นใครล่ะ” คุณากรหันไปมองหญิงสาวที่มากับบุตรชายด้วยสายตาอยากรู้
“อ๋อ... เดียร์ครับคุณพ่อคุณแม่ เธอมีชื่อจริงๆ ว่าชญาณิศา เป็นคนรักของผมที่กำลังคบหาดูใจกันอยู่” คุณธรรมเดินไปโอบไหล่ของหญิงสาวเอาไว้ ชญาณิศาจึงพนมมือไหว้บิดามารดาของคุณธรรมอย่างมีสัมมาคารวะ
“อย่างนั้นเหรอ” คุณากรเพียงแค่พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันไปมองสบตากับภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก
“คุณมีแฟนแล้วเหรอลูก” จันทร์ระวีนึกผิดหวังเล็กๆ ที่บุตรชายมีแฟนเสียแล้ว ทั้งๆ ที่นางกับสามีและบิดามารดาคาดหวังอยากให้คุณธรรมแต่งงานกับภัทรวนันต์ แต่เรื่องแบบนี้มันบังคับกันไม่ได้นางรู้ดี หากบุตรชายมีคนรักอยู่แล้ว นางกับสามีก็จะไม่บังคับอีก
ลลนาหญิงสาววัยยี่สิบเจ็ดปี เวลาผ่านไปหลายปีบางอย่างก็เปลี่ยนไป แต่ใจเธอยังไม่เปลี่ยนจากคุณธรรม พอได้ยินสาวใช้พูดว่าคุณธรรมกลับมาแล้ว เธอรีบวิ่งแจ้นออกมาต้อนรับด้วยเสื้อผ้าที่คิดว่าเซ็กซี่ที่สุด แต่กลับหน้าซีดเมื่อชายหนุ่มพาผู้หญิงคนหนึ่งมาแนะนำว่าเป็นคนรัก แถมเธอยังไม่อยู่ในสายตาของคุณธรรมอีกด้วย เขาไม่แม้แต่จะชายตามามองเธอที่พยายามเสนอหน้าออกไปรับเลยสักนิด
“ใช่ครับ หวังว่าแม่กับพ่อจะไม่คิดบังคับให้ผมแต่งงานกับยัยเด็กหน้าตาอัปลักษณ์หาความสวยไม่ได้อย่างภัทรวนันต์อีกนะครับ ผมไม่อยากให้คนรักของผมต้องเสียใจ คุณพ่อกับคุณแม่ก็คงเข้าใจความรักดีว่ามันบังคับกันไม่ได้” คุณธรรมประกาศกร้าว