เด็กสาวขี้เหร่
“ฮือ ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ระงมของเด็กหญิงวัยสิบสี่ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มวัยยี่สิบสามสงสารหรือเห็นใจเลยสักนิด มีแต่จะเพิ่มความรำคาญและไม่ชอบใจมากขึ้นเรื่อยๆ ดูจากใบหน้าเข้ม ดวงตากระด้าง ริมฝีปากบิดหยันแฝงด้วยเพลิงโทสะอย่างชัดเจน
“หยุดร้องได้แล้วยัยเด็กเหลือขอ ฉันบอกให้เธอหยุดร้องยังไงเล่า หูหนวกหรือไง” คุณธรรม อิทธิ ทายาทคนเดียว เจ้าของไร่บารมีตะโกนใส่หน้าเด็กหญิงภัทรวนันต์ รุ้งแก้ว ซึ่งเป็นบุตรสาวเพื่อนรักของบิดามารดาเขา ท่านทั้งสองได้อุปการะเลี้ยงดูภัทรวนันต์หลังจากที่มารดาของเธอเสียชีวิตเมื่อไม่นานมานี้เอง
“น้องพัดเจ็บหัวเข่า” ภัทรวนันต์ร้องไห้สะอึกสะอื้น มือเล็กๆ ป้อมๆ ป้องแผลที่หัวเข่าเอาไว้ มันทั้งเจ็บทั้งแสบ แถมเธอยังขาแพลงอีกด้วย ยอมรับว่าเป็นคนกลัวเลือด ตอนนี้ใบหน้าอวบกลมซีดเผือด น้ำหูน้ำตาไหลอาบแก้มที่มีสิวขึ้นไปทั่ว แถมยังเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นที่น่ารังเกียจ เนื่องจากเด็กน้อยผ่านความลำบากมามากและไม่เคยได้ดูแลตัวเองดั่งคนอื่นๆ ทั่วไป เพราะต้องช่วยมารดาตรากตรำทำงาน ดังนั้นจึงไม่น่ามองในสายตา สำหรับใครหลายๆ คน
“อย่ามาสำออยไปหน่อยเลย ลุกขึ้นและกลับบ้านไปซะ วิ่งตามฉันมาทำไม ฮะ! น่ารำคาญที่สุด” คุณธรรมดุเด็กสาวหน้าหงิกงอ น้ำเสียงรำคาญปนด้วยความหงุดหงิดใจ
ภัทรวนันต์ร้องไห้เสียงดังมากขึ้น ตกใจเสียงตวาดดุดันของอีกฝ่ายจนตัวสั่นงันงก ทั้งเจ็บแผล มองเห็นเลือดที่ไหลออกมาก็หน้าซีดเผือดเหมือนจะเป็นลม
“นี่ยัยเด็กบ้านี่ ฉันบอกให้เธอลุกยังไงเล่า โง่หรือไง” คุณธรรมกระชากแขนเด็กสาวให้ลุกอย่างโมโห
“โอ๊ย!” ภัทรวนันต์ร้องด้วยความเจ็บเมื่อโดนกระชากแขนเต็มแรง
“ลุกขึ้นมาสิ ยัยเด็กหน้าตาอัปลักษณ์ หน้าตาขี้เหร่แล้วยังขี้แยน่ารำคาญที่สุด จะทำตัวน่ารังเกียจไปถึงไหน ฮะ!” คุณธรรมตวาด ดวงตาวาววับ เพื่อให้อีกฝ่ายหยุดร้องไห้ แต่กลับทำให้ภัทรวนันต์ร้องไห้หนักมากยิ่งขึ้นด้วยความกลัว
“ฮือๆๆ พี่คุณ น้องพัดเจ็บ ปล่อยน้องพัดนะคะ” ภัทรวนันต์อ้อนวอนขอ เสียงสะอื้นฮักๆ
“ใครเป็นพี่เธอ ยัยเด็กเจ้ามารยา ฉันไม่มีน้องสาว ไม่เคยคิดอยากนับญาติกับเธอ” คุณธรรมตวาดใส่เด็กสาวด้วยความโมโห เขาไม่อยากนับญาติกับเด็กผู้หญิงคนนี้ หน้าตาก็หาความสวยไม่เจอ ผอมแห้ง สิวเขรอะ แถมยังเจ้ามารยาอ้อนให้บิดามารดาของเขารักใคร่เอ็นดู จนบางครั้งท่านทั้งสองแทบลืมไปว่ายังมีเขาเป็นลูกอยู่อีกคน
เท่านั้นยังไม่พอ คิดจะให้พ่อแม่เขารับเป็นสะใภ้ ถามเขาสักคำไหมว่าต้องการยัยเด็กนี่เป็นภรรยาในอนาคตหรือเปล่า แค่คิดเขาก็อยากจะกระอัก อยากจะอาเจียนที่ต้องมีภรรยาหน้าตาอัปลักษณ์มองไปทางไหนก็ไม่น่าพิสมัยในสายตาสักนิด
“ตายแล้ว นั่นลูกทำอะไรน้อง” จันทร์ระวีกับคุณากร มารดากับบิดาของคุณธรรมมองเหตุการณ์อย่างตกใจ
“คุณป้าขา...” ภัทรวนันต์เรียกจันทร์ระวีด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำหูน้ำตาไหลพรากๆ เลือดที่หัวเข่าไหลออกมาไม่หยุด แผลลึกพอสมควร เพราะหกล้มกระแทกกับหินแหลมที่ฝังอยู่บนดิน ใบหน้าซีดเผือดคล้ายจะเป็นลม เหตุการณ์ร้ายๆ ในอดีตและเลือดทำให้เธอกลัวจนสั่นระริกฟันกระทบกันอย่างน่าเวทนา
“หนูพัด เป็นไงบ้างลูก ดูสิเลือดไหลไม่หยุดเลย กรคะ คุณอุ้มหนูพัดหน่อยค่ะ พาไปทำแผลก่อน” จันทร์ระวีพูดกับสามี คุณากรรีบเข้าไปอุ้มเด็กสาวเอาไว้ ก่อนจะพูดเสียงเข้มกับบุตรชาย...
“เจ้าคุณ ตามพ่อกับแม่เข้ามาในบ้าน” เสียงเข้มเครียดของบิดาทำให้คุณธรรมไม่กล้าขัดใจ ตวัดมองร่างผอมในอ้อมแขนบิดาอย่างคาดโทษ โดยมีคนอื่นๆ ลอบมองอย่างสงสารเด็กสาว
“เจ้ามารยาชะมัดยาด” ลลนา หลานสาวป้านวล แม่บ้านประจำไร่บารมีเบะปากอย่างหมิ่นแคลน
“มองคนอื่นในแง่ร้าย น้องพัดเจ็บจริงๆ ไม่ได้มารยา ใครๆ ก็เห็น” อัครเดชแก้ต่างให้เด็กสาวที่เขาสงสารและเอ็นดูเพราะกำพร้าบิดามารดาเหมือนกัน ส่วนเขานั้น คุณากรกับจันทร์ระวีได้อุปการะเอาไว้ตั้งแต่เด็กเช่นกัน
คุณธรรมเดินตามบิดามารดาเข้ามาในบ้าน ป้านวลรีบไปหยิบอุปกรณ์ปฐมพยาบาลตามคำสั่งของเจ้านายในทันที นางทำแผลให้ภัทรวนันต์ที่ร้องไห้สะอื้นเบาๆ อย่างเอ็นดูปนสงสาร เหลือบมองใบหน้าของเจ้าของบ้านเล็กน้อย พอจะรู้ว่าเป็นฝีมือของคุณหนูของนางอย่างแน่นอน
ลลนายืนเหยียดปากอยู่ไม่ไกลนัก นึกสะใจที่เห็นคุณธรรมรังเกียจยัยเด็กนี่ สวยก็ไม่สวย แถมยังขี้เหร่อีก ไม่อยากจะเชื่อว่าจะทำให้คุณากรและจันทร์ระวีที่เคยรักเอ็นดูตนยิ่งกว่าใครๆ หันเหแบ่งความรักไปให้อย่างเต็มเปี่ยม ความอิจฉาริษยามันล้นในหัวใจแทบอกระเบิดเมื่อแอบล่วงรู้ว่าเจ้าของบ้านทั้งสองหมายมั่นปั้นมือจะให้ยัยเด็กกำพร้านี่แต่งงานกับคุณธรรมในอนาคต เธอไม่มีวันยอมแน่นอน คุณธรรมต้องเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว
“ทำไมแกปล่อยให้น้องเจ็บหนักขนาดนี้ แกเป็นคนใจไม้ไส้ระกำตั้งแต่เมื่อไหร่” คุณากรเริ่มสอบสวนบุตรชายเสียงเข้มดุ สีหน้าและแววตาบอกว่าไม่พอใจอย่างมาก
“ผมยังไม่ได้ทำอะไรยัยเด็กนั่นซะหน่อย” คุณธรรมหงุดหงิดใจยิ่งนักที่โดนบิดาดุอีกแล้ว ตั้งแต่เด็กหน้าตาอัปลักษณ์ ผอมเหมือนกุ้งแห้ง สิวเขรอะคนนี้เข้ามาอยู่ในบ้านก็ดูเหมือนพวกท่านจะรักยัยเด็กบ้านี่มากกว่าเขา แถมยังคิดเป็นตุเป็นตะว่าจะให้เขาแต่งงานกับยัยเด็กหน้าตาน่าเกลียดคนนี้ เขาไม่มีวันแต่งงานกับเด็กคนนี้เด็ดขาด เขาเกลียดการถูกบังคับและมันหมดสมัยคลุมถุงชนไปนานแล้ว
“เดี๋ยวนี้แกขึ้นเสียงกับพ่อหรือไง” คุณากรไม่ชอบใจที่บุตรชายแสดงสีหน้าแบบนี้กับตน คุณธรรมกำหมัดแน่น ตวัดสายตามองยัยเด็กตัวปัญหานั่น เขาโดนบิดาตีทำโทษกี่ครั้งแล้วเพราะยัยเด็กนี่
“ผมแค่ชี้แจงครับพ่อ ว่าผมไม่ได้ทำอะไรยัยเด็กนี่”
“ทำไมแกเรียกน้องแบบนั้น” คุณากรไม่ชอบใจในคำพูดของบุตรชาย
“เค้าวิ่งตามผมแล้วสะดุดหกล้มเอง ก็ช่วยไม่ได้ พ่อจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ” คุณธรรมถามกลับเสียงเข้มไม่ต่างกัน
“แกยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า น้องวิ่งตามเพราะอยากจะเล่นกับแก แต่แกทำท่ารังเกียจน้องแบบนี้ น้องน้อยใจแย่”
“ผมขอบอกพ่อกับแม่ไว้เลยว่าผมจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ผมขอคุณตากับคุณยายเอาไว้แล้ว ท่านอนุญาต ไหนๆ ผมก็เรียนจบปริญญาตรีแล้ว เชิญคุณพ่อกับคุณแม่โอ๋ยัยเด็กนี่ไปเถอะครับ ผมมันไม่ใช่ลูกรักแล้วนี่ครับ ต่อไปคงยกทรัพย์สมบัติให้ยัยเด็กเหลือขอนี่จนหมด ยัยเด็กนี่คงออดอ้อนจนคุณพ่อกับคุณแม่ตายใจ”
“ตายแล้ว! ตาคุณ ทำไมลูกพูดแบบนี้กับพ่อกับแม่” จันทร์ระวียกมือขึ้นทาบอก
“ผมขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะครับ ว่าผมไม่มีทางแต่งงานกับยัยเด็กหน้าตาอัปลักษณ์คนนี้เด็ดขาด อย่าคิดว่าผมไม่รู้ที่คุณพ่อกับคุณแม่คาดหวังอะไรลมๆ แล้งๆ ชีวิตของผม ผมเลือกเอง”
“ไอ้คุณ!!!” คุณากรโกรธจนตัวสั่น
เผียะ!!! เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าของบุตรชายจนหน้าหัน
“พ่อตบผมเพราะยัยเด็กบ้านี่เหรอครับ” คุณธรรมมองหน้าบิดาอย่างเสียใจ
“คือพ่อ” คุณากรเองก็ตกใจ อย่างมากเขาก็แค่ตีทำโทษ แต่ไม่เคยลงไม้ลงมือรุนแรงถึงขั้นตบตีหนักๆ แบบนี้
ใบหน้าของคุณธรรมเป็นปื้นแดง ภัทรวนันต์ตกใจที่เห็นคุณากรทำอะไรรุนแรงแบบนี้ จันทร์ระวีรีบเข้าไปดูบุตรชายอย่างตกใจไม่แพ้กัน
“ผมไม่เป็นอะไรครับคุณแม่ ผมจะออกเดินทางวันมะรืน จองตั๋วเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ขอตัวก่อน” แผ่นหลังกว้างของบุตรชายเดินจากไป คุณากรทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง มองมือตัวเองอย่างโมโหที่ทำรุนแรงขนาดนี้
“กรคะ ไม่เป็นไรนะ ตาคุณคงแค่โมโห แต่อีกเดี๋ยวก็คงหายโกรธ” จันทร์ระวีปลอบใจสามี
“ช่างมัน มันจะไสหัวไปไหนก็เรื่องของมัน” คุณากรแม้จะรู้สึกผิดแต่กลับไม่ยอมอ่อนลง คุณธรรมได้ยินคำพูดบิดาเต็มสองหู เขายิ่งเกลียดชังตัวต้นเหตุมากขึ้นไปอีก
“พัดขอโทษค่ะ ฮึกๆๆ ฮือๆๆ เพราะพัดเลยทำให้พี่คุณโกรธ”
“ไม่ใช่ความผิดของหนูหรอกจ้ะ อย่าคิดมากเลย” จันทร์ระวีโอบกอดปลอบประโลมเด็กสาววัยสิบสี่ด้วยความสงสาร
คุณธรรมกระแทกหมัดกับกำแพงด้วยความโมโห ถึงขนาดนี้ทุกคนยังเข้าข้างยัยเด็กอัปลักษณ์มารยาสาไถยนั่น!!!
ลลนาที่ยืนฟังอยู่อีกด้านถึงกับหน้าซีดเผือด คุณธรรมจะเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ
เธอต้องทำอะไรสักอย่าง ในเมื่อจะไปก็ต้องไปแบบเกลียดยัยเด็กนั่นเข้าไส้ไปเลย
“แกจะไปจริงเหรอวะไอ้คุณ”
ธนายุทธซึ่งเป็นเพื่อนรักของคุณธรรมเอ่ยถามขึ้นหลังจากเพิ่งได้รับฟังเรื่องราวการเดินทางกะทันหันสดๆ ร้อนๆ
“แกจะหนีไปเรียนที่โน้น” ตนุ นักศึกษาแพทย์ปีสุดท้ายเอ่ยถามเพื่อนรักไม่ต่างกัน
“ในฐานะตำรวจ ฉันว่าแกคาดการณ์ถูกว่ะ” ธนายุทธพูดกับตนุ ก่อนมองหน้าเพื่อนที่ขรึมเครียดไม่มีวี่แววรื่นรมย์แม้แต่น้อย
“ฉันทนไม่ไหวแล้วนะโว้ย พ่อกับแม่จะให้ฉันแต่งงานกับยัยเด็กบ้านั่น อายุแค่สิบสี่แต่มารยาสาไถย หน้าตาก็ขี้ริ้วขี้เหร่ ผอมเหมือนไม้เสียบลูกชิ้น และฉันกับยัยเด็กนั่นก็อายุห่างกันตั้งหลายปีนะโว้ย ในฐานะที่แกเป็นตำรวจ ฉันคงจะโดนข้อหาพรากผู้เยาว์ใช่ไหม” คุณธรรมพูดเสียงเครียด
“พ่อกับแม่นายคงแค่คาดหวังมั้งไอ้คุณ แกจะตีโพยตีพายไปทำไม โตขึ้นน้องพัดอาจจะเจอผู้ชายวัยไล่เลี่ยกันและแต่งงานกันไปเอง คงไม่สนใจแก่ๆ อย่างแกแล้วล่ะ” ธนายุทธตบบ่าเพื่อน เขาพอรู้ว่าบิดามารดาของเพื่อนนั้นรักและเอ็นดูภัทรวนันต์มากๆ เขาเองยังอดสงสารและเอ็นดูเสียไม่ได้
“แต่น้องพัดน่าสงสารนะ จริงๆ เด็กคนนั้นไม่เห็นมีท่าทีอะไรกับแกเสียหน่อย ออกจะกลัวแกเสียด้วยซ้ำ” ตนุแสดงความคิดเห็นประสาคนช่างสังเกต
“ถ้าแกสองคนจะเข้าข้างยัยเด็กนั่น ไม่จำเป็น พรุ่งนี้ฉันจะเดินทาง จะบอกแกสองคนแค่นี้แหละ” คุณธรรมกระแทกเสียงและลมหายใจหนักหน่วง
“ยังดีที่แกเรียกเพื่อนรักอย่างพวกเรามาบอกนะโว้ย ไม่ใช่จู่ๆ เพื่อนหายไปโดยไม่บอกกล่าว” ธนายุทธหันไปสบตากับตนุที่นั่งอยู่อีกด้าน
เพื่อนรักทั้งสามนั่งคุยกันอีกครู่จึงแยกย้ายจากกัน ลลนาที่แอบมองอยู่เหยียดยิ้มขึ้นที่มุมปาก เธอเป็นหลานสาวของป้านวล อายุเท่าๆ กับคุณธรรม แต่เรียนไม่จบเพราะว่าสมองไม่ไป ป้านวลเกรงใจเจ้าของบ้านผู้มีพระคุณที่ส่งเสียให้ลลนาเล่าเรียน นางจึงให้ออกมาช่วยทำงานบ้านแทน
คุณธรรมกวาดสายตามองรอบห้องด้วยความรู้สึกใจหายอยู่มาก ครั้งนี้เขาไปด้วยอารมณ์ล้วนๆ แต่ในเมื่อเลือกแล้ว เขาก็จะเดินหน้าต่อไป ให้รู้ว่าบิดามารดาคิดผิดในเรื่องภัทรวนันต์ เด็กสาวที่เขารังเกียจด้วยความรู้สึกที่ถูกกดดันและคาดหวังหลายอย่างจากบุพการีทั้งสอง
หากบิดามารดาไม่โอ๋ ไม่รักยัยเด็กนั่นมากมาย หรือไม่บังคับคาดหวังในตัวเขาแบบนี้ เขาอาจจะเอ็นดูยัยเด็กขี้เหร่ผอมเกร็งและสิวเขรอะคนนั้นก็ได้ แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ดูแย่ในสายตาพวกท่านไปหมด
คุณธรรมมองกระเป๋าเดินทางของตัวเองนิ่ง ก่อนจะเปิดลิ้นชักเพื่อนำเอกสารสำคัญมาเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อย แต่ด้านในกลับว่างเปล่า ร่างสูงเดินหาจนทั่วห้องก็ไม่เจอ หนังสือเดินทางหายไปไม่พอ บัตรต่างๆ และเงินจำนวนหนึ่งยังหายไปอีกด้วย นี่ใครเล่นตลกกับเขากัน!!!
“ตาคุณใจเย็นๆ ก่อน ใครจะเอาหนังสือเดินทางของลูกไปซ่อนกัน” จันทร์ระวีมองลูกชายที่กำลังหงุดหงิดอย่างไม่สบายใจ
“ไอ้พวกหัวขโมยหรือไม่ก็ไอ้พวกที่ขัดขวางไม่ให้ผมไปยังไงล่ะครับ” เสียงกร้าวดังคับบ้าน เมื่อสั่งให้ป้านวลตรวจค้นเอกสารสำคัญของตนในห้องทุกห้อง
“แกจะบ้าไปกันใหญ่แล้ว ในเมื่อแกจะไป ใครจะไปทำแบบนั้น” คุณากรเสียงเข้มใส่ลูกชาย
“นี่พ่อกับแม่หาว่าผมกุเรื่องขึ้นมาเหรอครับ บางทีอาจจะเป็นพวกกาฝากที่มาอาศัยอยู่ก็ได้ที่สร้างเรื่องนี้ขึ้นมา” คุณธรรมตวัดสายตามองภัทรวนันต์ที่ก้มหน้างุดอยู่อีกด้าน
“ในห้องของลูกชุบ ลูกชุบจะพาไปค้นเองค่ะ” ลลนาพาเดินเข้าไปสำรวจเองอย่างเปิดเผย
“ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่าแกกุเรื่อง” คุณากรจำต้องเดินตามบุตรชายมาด้วยเมื่อเห็นอีกฝ่ายอาละวาดฟาดงวงฟาดงาไปทั่ว
“ใจเย็นๆ เถอะลูก อารมณ์ร้อนแบบนี้ทำให้คนอื่นไม่สบายใจกันไปหมดนะคุณ” ยายจันทร์ฉายปรามเสียงเรียบ ส่วนตาบุญพาก็พยักหน้าให้ภรรยาเบาๆ เป็นการเห็นด้วย คุณธรรมจึงสงบลงมากเมื่อได้ยินประโยคของตายาย
“นอกจากหนังสือเดินทาง มันยังขโมยของมีค่าในห้องผมไปด้วย ใครที่มันสาระแนเข้าไปทำความสะอาดห้องผม ทั้งๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ ก็ไอ้คนนั้นแหละครับ” ทุกคนยกมือขึ้นทาบอกแทบจะพร้อมกัน ยกเว้นลลนาที่เหยียดยิ้มสะใจอยู่อีกด้าน
“เดี๋ยวลูกชุบจะช่วยพี่น้อยกับป้านวลหานะจ๊ะ ในเมื่อลูกชุบเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ได้เอาของนายน้อยไป” ลลนาเสนอตัวทันทีเมื่อเดินมาหยุดหน้าห้องของภัทรวนันต์
ภัทรวนันต์ได้พักอยู่บนตึกใหญ่อีกฟากหนึ่งเป็นส่วนตัวและได้นั่งรับประทานอาหารกับเจ้าของบ้าน สร้างความอิจฉาริษยาให้ลลนาอย่างยิ่ง ส่วนคุณธรรมจะพักอยู่ที่บ้านอีกหลัง ซึ่งเป็นบ้านส่วนตัวของชายหนุ่ม
น้อยและลลนาเข้าไปค้นข้าวของในห้องของภัทรวนันต์ น้อยนั้นค่อยๆ หาอย่างใจเย็น ไม่อยากทำให้ห้องของเด็กสาวกระจัดกระจายจนต้องจัดกันยกใหญ่ แต่ลลนานั้นแทบจะรื้อกระจุยกระจายเพื่อกลั่นแกล้งเจ้าของห้อง
ภัทรวนันต์มองภาพนั้นอย่างอึ้งๆ รู้ว่าถูกลลนาแกล้งเอาอีกแล้ว เธอไม่รู้ว่าทำอะไรให้ลลนาไม่พอใจ อีกฝ่ายถึงมีท่าทีจงเกลียดจงชังตนขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ตนเองทำดีกับลลนาทุกอย่าง และไม่เคยถือโทษผู้มีวัยที่มากกว่าตนหลายปี
“นี่อะไรคะ ของนายน้อยหรือเปล่า” ลลนาที่เป็นคนแอบเข้ามาในห้องของภัทรวนันต์ก่อนหน้า เพื่อนำข้าวของของคุณธรรมมาซ่อนเหยียดยิ้มก่อนจะทำเสียงตกอกตกใจ
“เธอเองเหรอ ยัยเด็กเหลือขอ ยัยเด็กเจ้ามารยา เธอทำแบบนี้ทำไม ขโมยของฉันไปทำไม จะไม่ให้ฉันเดินทางไปต่างประเทศใช่ไหม มานี่เลย” คุณธรรมตาลุกวาวเมื่อเห็นข้าวของของตนซุกซ่อนอยู่ในห้องของภัทรวนันต์ มือหนาลากมือเล็กๆ เดินลงบันไดไปอย่างทุลักทุเล แล้วใช้ไม้ที่หาได้ฟาดไม่ยั้ง
“โอ๊ย! ฮึกๆๆ ฮือๆๆ พัดไม่ได้ทำนะคะ อย่าทำพัดเลย” ภัทรวนันต์ร้องไห้โฮ ยกมือขึ้นไหว้ปลกๆ ด้วยความหวาดกลัว
“เจ้าคุณ หยุดเดี๋ยวนี้นะ” คุณากรเข้ามาขวางเอาไว้ กระชากไม้ในมือลูกชายแล้วหักทิ้ง
“หนูพัด เป็นยังไงบ้าง” จันทร์ระวีเข้าไปโอบกอดประคองร่างที่โดนตีสะบักสะบอมแนบอกด้วยความสงสารระคนเวทนา
“ทำไมหลานต้องทำอะไรรุนแรงขนาดนี้ด้วย” สองตายายตำหนิหลานชายคนเดียว
“ดูยัยเด็กเหลือขอนี่ทำสิครับ ผมทำแค่นี้ยังน้อยไป ต้องทำมากกว่านี้ให้รู้จักสำนึก” คุณธรรมโต้กลับด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นรุนแรง
“มันจะมากเกินไปแล้วนะเจ้าคุณ ยังไม่ได้สอบสวนอะไรเลย แกก็ใช้แต่อารมณ์” คุณากรตวาดกลับบุตรชาย
“ผมผิดอีกแล้วใช่ไหม ทำไมมีแต่คนเข้าข้างยัยเด็กบ้านี่กันหมด เอาเถอะ ใครอยากทำอะไรก็ทำ ผมจะไปจากที่นี่ และจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก เชิญโอ๋กันตามสบาย” คุณธรรมเก็บข้าวของที่จำเป็นและเอกสารการเดินทางก่อนจะผลุนผลันออกจากบ้านไป
“เจ้าคุณ แกกลับมานี่ก่อน ฉันบอกให้แกกลับมานี่” คุณากรเรียกบุตรชายเสียงเข้ม แต่คุณธรรมไม่หันกลับมาแม้จะมองคนในบ้าน ภัทรวนันต์ร้องไห้โฮ เธอโทษว่าเพราะตัวเองเป็นสาเหตุให้คุณธรรมต้องออกจากบ้านไป
ลลนาหน้าซีดเผือด เธอคิดว่าจะใส่ร้ายภัทรวนันต์เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ความเลวของอีกฝ่าย และไล่ยัยเด็กนี่ออกไป คุณธรรมจะได้ไม่เดินทางไปต่างประเทศ ทุกอย่างผิดแผนไปหมด อุตส่าห์ใส่ความ ปั้นเรื่องทุกอย่างขึ้นมา แต่ทำไมล้มเหลวแบบนี้
คุณธรรมกำหมัดแน่น เขาจะไม่กลับมาที่ไร่บารมีอีก วันก่อนเขาได้ยินลลนาคุยกับสาวใช้อย่างออกรสว่าบิดามารดาจะให้เขาหมั้นหมายกับภัทรวนันต์ ที่ทำให้เขาเจ็บใจคือบรรดาสาวใช้ที่แอบนินทาเจ้านายหัวเราะเยาะเขากันยกใหญ่ว่าจะได้เมียหน้าตาอัปลักษณ์ แถมอนาคตจะต้องเชิดชูเป็นคุณนายเจ้าของไร่บารมี แค่ฟังเขาแทบอยากจะอาเจียนเมื่อรับรู้ว่าภัทรวนันต์ตอบตกลงบิดามารดา และเที่ยวป่าวประกาศให้ใครต่อใครรับรู้กันทั่ว มีแต่เขาที่เป็นไอ้งั่งอยู่คนเดียวเป็นเหมือนหุ่นให้ใครจับทำอะไรก็ได้
การกลับมา
ร่างสูงของชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ด ซึ่งมีส่วนสูงเกือบร้อยแปดสิบเซนติเมตร ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ผมและคิ้วดำสนิท หน้าเรียว จมูกโด่งเป็นสัน
ริมฝีปากหยักหนา ดวงตาสีกาแฟมีเสน่ห์ชวนลุ่มหลง แต่ขณะนี้ใบหน้าที่ทำให้สาวๆ ใจละลายกลับบึ้งตึงอย่างถึงที่สุด ในมือกำจดหมายของมารดาที่เขียนข้อความกระแทกใจเอาไว้แทบแหลกคามือ
ถึงคุณธรรมลูกรักของแม่
เมื่อลูกได้รับจดหมายฉบับนี้แล้ว แม่อยากให้ลูกอ่านมันจนจบ แม่คิดถึงลูกมากๆ คิดถึงเหลือเกิน นานหลายปีแล้วที่คุณไม่ยอมกลับมาบ้านของเรา คุณตากับคุณยายบ่นคิดถึงลูกทุกวัน ท่านร่างกายไม่ใคร่จะแข็งแรงนัก ท่านพูดเสมอว่าจะรอคุณกลับมา
พวกเราคาดหวังว่าลูกจะกลับมาทุกครั้งที่เป็นวันปีใหม่หรือไม่ก็เทศกาลต่างๆ ที่เป็นวันรวมญาติในครอบครัว แต่จนแล้วจนรอดลูกก็ไม่ยอมกลับมา ทั้งๆ ที่เรียนจบแล้ว ทุกคนจึงเริ่มหมดหวังว่าลูกจะกลับมาแล้วจริงๆ พ่อของลูกเองก็ไม่ต่างกัน ดังนั้นแม่อยากให้ลูกรับรู้เอาไว้เพื่อจะได้ไม่ตกอกตกใจในอนาคตข้างหน้าว่าพ่อของลูกได้ตกลงกับทุกๆ คนแล้วว่า หากลูกไม่กลับมาภายในเดือนนี้ เราจะยกทรัพย์สมบัติให้ภัทรวนันต์เป็นผู้สืบทอดทั้งหมด ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลูกแทบจะตัดขาดจากครอบครัวไปแบบนี้ แม่เองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ตากับยายแม้จะมีหวัง แต่ตอนนี้ก็เริ่มจะหมดหวัง
แม่กับพ่อจะขัดตากับยายของลูกก็ไม่ได้ ภัทรวนันต์เติบโตมากขึ้น อีกไม่นานคงจะเรียนจบ เราคิดว่าจะหาผู้ชายดีๆ ให้น้องแต่งงาน จะได้สืบทอดกิจการต่อไป น้องเป็นคนน่ารัก ดูแลพ่อแม่และตากับยายตลอดระยะเวลาที่คุณไม่อยู่ แม่จึงจะแจ้งข่าวให้คุณรู้แค่นี้นะลูก
จาก
แม่จันทร์ระวีที่รักลูกมากที่สุด
คุณธรรมฉีกจดหมายในมือจนกระจุย ยัยเด็กเหลือขอ หน้าตาแสนอัปลักษณ์นั่นคงออดอ้อนออเซาะจนพ่อแม่ ตายายของเขาหลงใหลได้ปลื้มล่ะสิ ถึงเวลาแล้วที่เขาจะทวงทุกอย่างกลับคืน เขาไม่มีวันยอมแน่นอน หัวเด็ดตีนขาดให้ตายยังไงก็ไม่ยอม ทรัพย์สมบัติของตระกูลบารมีจะต้องเป็นของทายาทเพียงคนเดียวอย่างเขา ไม่ใช่เด็กกำพร้าหาความสวยไม่ได้ เขายังจำภาพเด็กคนนั้นได้ดี ทั้งผอมซูบซีด สิวเขรอะ แล้วก็ทำตัวน่ารำคาญ
เสียงกริ่งหน้าห้องพักทำให้คุณธรรมหลุดจากภวังค์ความคิด เขาส่องดูว่าใคร เป็นเพื่อนสาวของเขานั่นเอง เพียงแค่เห็นหน้าชญาณิศา เขาก็คิดอะไรขึ้นมาได้ ในเมื่อบิดามารดาบังคับให้เขาต้องแต่งงานกับยัยเด็กน่าเกลียดนั่น เขาจะพาผู้หญิงของเขาไปเปิดตัว แบบนี้ท่านจะบังคับเขาอีกก็ให้มันรู้ไป
“สวัสดีค่ะคุณ วันนี้ไม่ออกไปไหนเหรอคะ” ชญาณิศาหรือชื่อเล่นว่าเดียร์ทักชายหนุ่มด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ไม่ครับเดียร์ ผมจะกลับประเทศไทยเร็วๆ นี้เลยเตรียมตัวเก็บของอยู่น่ะครับ” คุณธรรมเบี่ยงหลบเพื่อเชิญหญิงสาวเข้ามาในห้อง
“คุณจะกลับประเทศไทยแล้วเหรอคะ ไหนคุณบอกว่าจะไม่กลับไปที่นั่นไงคะ เดียร์ชวนคุณตั้งหลายครั้ง คุณปฏิเสธท่าเดียว แล้วคราวนี้ทำไมถึงได้เปลี่ยนใจขึ้นมาได้ล่ะ” ชญาณิศาขมวดคิ้วมองชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ
“เดียร์ คุณจะเดินทางกลับประเทศไทยเหมือนกันไม่ใช่เหรอ งั้นผมมีเรื่องจะรบกวนคุณหน่อยได้ไหมครับ”
“เรื่องอะไรคะ บอกมาได้เลย ถ้าทำได้เดียร์จะช่วยคุณ”
“คุณช่วยเป็นแฟนผมหน่อยนะครับ”
“คะ” ชญาณิศาอุทานด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะเผยยิ้มกว้างพยักหน้ารับยิ้มๆ แต่ยังสงสัยจึงเอ่ยถามออกไป “ได้สิคะ แต่คุณต้องบอกเดียร์มาก่อนว่าเพราะอะไร” ชายหนุ่มจึงเล่าทุกอย่างให้เพื่อนสาวฟัง ชญาณิศายินดีที่จะช่วยด้วยความเต็มใจ เมื่อเข้าใจว่าเด็กสาวที่ชื่อภัทรวนันต์นั่นเป็นคนไม่ดี...
คุณธรรมนั่งเงียบมาตลอดทางในขณะเดินทางจากสนามบินมายังไร่บารมี นานหลายปีแล้วที่เขาไม่ได้กลับมาบ้านเกิดเมืองนอน ที่นี่ดูเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เจริญรุ่งเรืองขึ้นกว่าเดิม ไร่บารมีเลี้ยงโคเนื้อและโคนม แกะ และแพะส่งออก ทำการเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกพืชผลทางการเกษตรที่เป็นพืชเศรษฐกิจหลายพันไร่ อาณาบริเวณกว้างขวางมีคนงานมากมายหลายชีวิตอาศัยอยู่ที่นี่
“ไร่ของคุณกว้างขวางใหญ่โตจังเลยค่ะ” ชญาณิศาหันมาพูดกับชายหนุ่มข้างกายอย่างตื่นเต้น นั่นทำให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเอง
“เดียร์ว่าอะไรนะ ผมไม่ทันฟัง”
“เดียร์บอกว่าไร่ของครอบครัวคุณกว้างใหญ่จังค่ะ แถมยังร่มรื่น อากาศดีมากๆ ด้วย ไร่ของเดียร์ยังไม่กว้างใหญ่เท่านี้เลย” ชญาณิศาพูดยิ้มๆ เธอเองอยู่จังหวัดในภูมิภาคเดียวกับเขา และรู้จักกับเขาตอนไปเรียนต่อต่างประเทศ
“ครับ ผมเองก็ไม่ได้กลับมาที่นี่นานมากแล้ว ยังไงผมต้องขอบคุณนะเดียร์ที่คุณยอมช่วยผม”
“ขอบคงขอบคุณอะไรกันล่ะคะคุณ เดียร์น่ะ อยากมาเที่ยวเปิดหูเปิดตาเหมือนกัน กะว่าจะขอคุณอยู่สักสามสี่เดือนเลยค่ะ ไม่รู้จะโดนไล่หรือเปล่า” ชญาณิศาพูดติดตลก
“จะอยู่นานแค่ไหนก็ได้ครับเดียร์ ผมอนุญาต” คุณธรรมกล่าวอนุญาตจากใจจริง เขาเองอยากจะให้ทุกคนล้มเลิกความตั้งใจที่จะจับเขาแต่งงานกับยัยเด็กอัปลักษณ์นั่นก่อน เขาถึงจะปล่อยชญาณิศากลับบ้านของเธอ
รถโดยสารแล่นมาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ของไร่บารมี คุณธรรมจ่ายค่าโดยสารรถ คนขับรถจึงขนสัมภาระของผู้โดยสารลงมาจากรถ ก่อนจะแล่นรถออกไปยังทางเดิมที่ขับเข้ามา
“บ้านของคุณใหญ่โตจังเลยค่ะ แถมสวยเสียด้วย” ชญาณิศาคล้องแขนกับแขนแกร่งของชายหนุ่ม เขาก้มลงมายิ้มให้คนข้างกาย
“ตาคุณ” เสียงของมารดาทำให้คุณธรรมเงยหน้าขึ้นมา แวบแรกที่สบตากับท่าน เขาเห็นความรักความห่วงใยและความคิดถึงจากดวงตาของท่าน ร่างสูงรีบเดินเข้าไปหามารดา กอดรัดท่านแนบอก
“คุณแม่ สบายดีนะครับ” คุณธรรมเอ่ยถามมารดาหลังจากผละออกจากอ้อมแขนของท่านเล็กน้อย แต่ยังกอดท่านเอาไว้หลวมๆ
“แม่สบายดี รู้ไหมว่าแม่คิดถึงลูกแค่ไหน หนีไปเรียนไม่ยอมกลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่บ้างเลย” จันทร์ระวีพูดแล้วน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความคิดถึงลูกชายคนเดียวสุดหัวใจ
“ที่กลับมา คงไม่ได้คิดถึงเราหรอกมั้งคุณ แค่คิดว่าจะมีคนแย่งสมบัติ” น้ำเสียงของบิดาทำให้คุณธรรมหน้าตึงทันควัน
“พ่อ/กรคะ” คุณธรรมและจันทร์ระวีอุทานพร้อมกัน
“กลับมาก็ดีแล้ว จะได้มาช่วยพัฒนาไร่ของเรา แกต้องเป็นคนสืบทอดกิจการทั้งหมด จะอยู่ต่างประเทศไปจนตายหรือไง” คุณากรเสียงเข้มใส่ลูกชาย ไม่คิดเลยว่าแผนการนี้จะสำเร็จ ตอนที่เขาและภรรยาคิดว่าจะเขียนจดหมายยื่นคำขาดแบบนี้ให้เจ้าลูกชาย ก็กลัวอีกฝ่ายจะไม่ยอมกลับมาจริงๆ
“ผมต้องกลับมาอยู่แล้วสิครับ เพราะผมเป็นทายาทเพียงคนเดียวของไร่บารมี ดังนั้นผมต้องสืบทอดกิจการของตระกูลต่อจากพ่อกับแม่อยู่แล้ว ไม่ใช่ให้ใครหน้าไหนมาชุบมือเปิบเอาง่ายๆ” คุณธรรมตอบกลับบิดาอย่างไม่ยอมลดละ
“ก็ดีที่แกคิดได้ แล้วนั่นใครล่ะ” คุณากรหันไปมองหญิงสาวที่มากับบุตรชายด้วยสายตาอยากรู้
“อ๋อ... เดียร์ครับคุณพ่อคุณแม่ เธอมีชื่อจริงๆ ว่าชญาณิศา เป็นคนรักของผมที่กำลังคบหาดูใจกันอยู่” คุณธรรมเดินไปโอบไหล่ของหญิงสาวเอาไว้ ชญาณิศาจึงพนมมือไหว้บิดามารดาของคุณธรรมอย่างมีสัมมาคารวะ
“อย่างนั้นเหรอ” คุณากรเพียงแค่พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันไปมองสบตากับภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก
“คุณมีแฟนแล้วเหรอลูก” จันทร์ระวีนึกผิดหวังเล็กๆ ที่บุตรชายมีแฟนเสียแล้ว ทั้งๆ ที่นางกับสามีและบิดามารดาคาดหวังอยากให้คุณธรรมแต่งงานกับภัทรวนันต์ แต่เรื่องแบบนี้มันบังคับกันไม่ได้นางรู้ดี หากบุตรชายมีคนรักอยู่แล้ว นางกับสามีก็จะไม่บังคับอีก
ลลนาหญิงสาววัยยี่สิบเจ็ดปี เวลาผ่านไปหลายปีบางอย่างก็เปลี่ยนไป แต่ใจเธอยังไม่เปลี่ยนจากคุณธรรม พอได้ยินสาวใช้พูดว่าคุณธรรมกลับมาแล้ว เธอรีบวิ่งแจ้นออกมาต้อนรับด้วยเสื้อผ้าที่คิดว่าเซ็กซี่ที่สุด แต่กลับหน้าซีดเมื่อชายหนุ่มพาผู้หญิงคนหนึ่งมาแนะนำว่าเป็นคนรัก แถมเธอยังไม่อยู่ในสายตาของคุณธรรมอีกด้วย เขาไม่แม้แต่จะชายตามามองเธอที่พยายามเสนอหน้าออกไปรับเลยสักนิด
“ใช่ครับ หวังว่าแม่กับพ่อจะไม่คิดบังคับให้ผมแต่งงานกับยัยเด็กหน้าตาอัปลักษณ์หาความสวยไม่ได้อย่างภัทรวนันต์อีกนะครับ ผมไม่อยากให้คนรักของผมต้องเสียใจ คุณพ่อกับคุณแม่ก็คงเข้าใจความรักดีว่ามันบังคับกันไม่ได้” คุณธรรมประกาศกร้าว