“คุณคะพึ่งเพิ่งอะไรกันคะ ตาปลายน่ะลูกณีและหลานคุณแม่คุณด้วยนะคะ” พรรณีแหย่สามี
“อ้าว! สองคนมาอยู่นี่เอง แม่ตามหาให้ทั่วเลย” คุณพร้อมผู้เป็นแม่ของกรรชัย ซึ่งก็อยู่ในวัยย่างเข้าห้าสิบปีแล้ว เดินมาสมทบในกลุ่ม
“ณีเห็นคุณแม่กำลังสนุกกับเด็กๆ น่ะค่ะ ก็เลยไม่อยากจะกวนค่ะ” พรรณีอธิบาย
“ดูสิแม่ณียิ่งแม่มาอยู่ใกล้ชิดเด็กๆ พวกนี้ มันยิ่งทำให้แม่คิดถึงยัยขิมมากขึ้นทุกทีนะ” คุณพร้อมพูดพลางสายตาก็เหลือบไปเห็นหนูน้อยนัยน์ตาดำกลมโตซึ่งยืนอยู่ข้างๆ แพรวพรรณ จ้องหน้าด้วยความสงสัยพอๆ กับอาการที่กรรชัยและพรรณีเมื่อไม่นานมานี้เอง
“แล้วเจ้าตัวเล็กนี่ลูกใครที่ไหนจ้ะหนูแพรว หรือว่าเด็กในนี้ ฉันไม่เคยเห็นเลย หรืออาจจะเป็นเพราะไม่ได้มานานแล้วก็ไม่รู้ ดูสิสายตาคนแก่ก็เลอะเลือนไปตามกาลเวลานะ” คุณพร้อมกล่าว
“ไม่หรอกค่ะ คุณท่านยังไม่ได้แก่เลยสักนิดเดียว จริงของคุณท่านค่ะ เมื่อคราวที่มาคราวที่แล้วคุณท่านไม่ได้เจอยัยขิมหรอกค่ะ เพราะเพิ่งจะส่งมาจากปากเกร็ดเมื่อเดือนที่แล้วเองค่ะ ส่วนเป็นลูกใครนั้นทางปากเกร็ดก็ไม่มีข้อมูลค่ะทราบแต่ว่าแม่เป็นนักศึกษาคลอดแล้วก็ทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลแล้วก็ไม่เคยติดต่ออะไรไปอีกเลยค่ะ” แพรวพรรณอธิบาย
“เหรอ แต่ดูหน้าตาเจ้าตัวเล็กนี่ คล้ายๆ กับยัยขิมของฉันมากๆ เลยนะ แกคิดเหมือนฉันมั้ยกรร อ้าว ว่าไงแม่ณี คิดเหมือนแม่มั้ย”
คุณพร้อมถามลูกชายและสะใภ้ “ณีกับคุณกรรก็ตะลึงตั้งแต่แรกเห็นแล้วล่ะค่ะคุณแม่” พรรณีตอบ
“แล้วแกจะว่ายังไงเจ้ากรรถ้าแม่จะขอเจ้าตัวเล็กไปเลี้ยงแทนยัยขิม ว่าไงแม่ณี เพราะไหนๆ เราก็เหลือแค่ลูกชายแล้วนี่ ก็เอาลูกสาวไปไว้อีกสักคนจะเป็นไรไป ไหนๆ ก็ ไหนๆ แล้ว เลี้ยงเอาบุญอีกสักคนก็ดีเหมือนกัน ไม่รู้ว่าหนูแพรวเห็นเป็นยังไงจ้ะ” คุณพร้อมถามสมาชิกในวงสนทนา เพื่อหาคำตอบ
“แพรวต้องกราบขอบพระคุณแทนยัยขิมด้วยนะคะที่กรุณาขนาดนี้ ทางเราไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ กลับเป็นบุญของเด็กด้วยซ้ำที่จะได้ไปอาศัยใบบุญของตระกูล อภิรัชโยธินค่ะ” แพรวพรรณกล่าวพร้อมยกมือกราบขอบคุณคุณพร้อม
“ส่วนผมกับณีก็คิดๆ อยู่เหมือนกันครับ ว่าจะปรึกษาคุณแม่อยู่เลย แต่ถ้าคุณแม่เสนอผมก็จะขอเจ้าตัวเล็กไปเป็นลูกบุญธรรมของผมกับณีเลยก็แล้วกันนะครับคุณแม่” กรรชัยดึงมือภรรยามาจับไว้เพื่อต้องการความมั่นใจในคำกล่าว
“ณีก็ยินดีค่ะคุณ งั้นเราเอาไปวันนี้เลยได้มั้ยคะคุณแพรว” พรรณีเห็นด้วยกับสามีพร้อมหันมาถามแพรวพรรณ เพราะเกิดอาการใจร้อนอยากได้เจ้าตัวเล็กไปอยู่ด้วยเร็วๆ
“ได้ค่ะสำหรับครอบครัวคุณท่านส่วนเรื่องเอกสารเดี๋ยวแพรวจะจัดให้ในวันหลังก็ได้ค่ะ” แพรวพรรณบอกเป็นนัยๆ ว่าถ้าโดยปกติก็จะต้องมีการสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อน แต่ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่เธอและสถานสงเคราะห์เด็กแห่งนี้ ประจักษ์แจ้งว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ที่มีอุปการะคุณรายใหญ่ๆ จึงมีความพร้อมทั้งทางด้านการเงิน และการที่จะให้ความอบอุ่นแก่เด็กได้โดยไม่ยากเท่าไหร่
“คุณแม่อยู่นี่เอง ปลายตามหาแทบแย่เลย” ปลายเดินมาหาพร้อมเข้าไปกอดเอวผู้เป็นแม่ แล้วสายตาก็เหลือบไปมองเด็กหญิงหน้าตามอมแมม และรู้สึกประหลาดใจไปอีกคน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
“ปลายทานไอศรีมอิ่มแล้วหรือลูก นี่ปลายมารู้จักกับน้องนะลูก เห็นมั้ยน้องเขาหน้าตาเหมือนยัยขิมเลย แถมชื่อก็ชื่อเดียวกันอีกด้วย ปลายดีใจมั้ยที่จะมีน้องไปอยู่กับเราที่บ้าน”
ผู้เป็นแม่บอกลูกชายด้วยความตื่นเต้น แต่ตรงกันข้ามกับสีหน้าของคนฟัง ซึ่งสีหน้าบอกบุญไม่รับ พร้อมทั้งเดินเข้าไปเกาะข้างผู้เป็นพ่อ
“แล้วทำไมปลายต้องมียัยขิมอีกคนฮะพ่อ ในเมื่อยัยขิมน้องของปลายไปอยู่สวรรค์แล้วไงฮะ” เขาถามพ่อในที่สุด
“อ้าว ก็เวลาปลายไปเรียนเมืองนอก พ่อกับแม่กับย่าก็จะได้มีเพื่อนไงลูก ปลายบอกเองใช่มั้ยว่ากลัวคุณแม่กับคุณย่าเหงา ตอนนี้ปลายก็สบายใจได้แล้วนะลูกว่าแม่กับย่าจะไม่เหงาแล้ว เพราะมีน้องไปอยู่ด้วย”
ผู้เป็นพ่ออธิบาย โดยที่ไม่ได้ทันสังเกตเห็นสีหน้าของลูกชายเท่าไหร่ เพราะอาการตื่นเต้นกับความคิดที่จะรับสมาชิกใหม่ไปอยู่ด้วย เพราะดูสีหน้าที่แต่ละคนนั้นมีความยินดีเป็นที่สุด
“ว่าไงยัยขิม จะไปอยู่บ้านอามั้ยลูก” พรรณีพูดพร้อมคุกเข่าตรงหน้าเด็กหญิงที่หน้าตาบ้องแบ๊ว
“ต้องบอกว่าไปอยู่กับแม่มั้ยถึงจะถูกสิณี ก็เราจะรับไปเป็นลูกสาวของเราหนิ” กรรชัยคุกเข่าลงมาอีกคน
“จริงด้วยสิคะณีลืมไปเลย ขิมไหนลองเรียกแม่สิคะ” พรรณีมองหน้าหนูน้อยเพื่อหวังจะได้ยินคำนี้จากปากเด็กน้อยอย่างเอ็นดูยิ่งนัก
“ยัยขิมเรียกท่านว่าคุณแม่สิจ้ะ นับแต่นี้ต่อไปขิมจะเป็นลูกสาวของท่านแล้วนะรู้มั้ย แล้วขิมก็จะได้ไปอยู่บ้านหลังใหญ่ๆ มีทั้งคุณย่า คุณพ่อ คุณแม่ และก็พี่ปลายด้วยนะคะ” แพรวพรรณคุกเข่าลงด้วย เพราะไม่อยากยืนค้ำหัวผู้ใหญ่
“ขิมจะมีพ่อ แม่แล้วหรือคะพี่แพรว” เป็นสำเนียงแรกที่พรรณี กรรชัย คุณพร้อม และปลาย ได้ยินนับตั้งแต่ที่ได้พูดถึงเจ้าตัวเล็กนี้มานาน
“จ้ะ แล้วแถมขิมก็จะมีคุณย่า และพี่ปลายด้วยนะคะ ไหนขิมเข้าไปกราบขอบคุณท่านสิคะ” แพรวพรรณบอกเด็กน้อย แล้วก็ดูเหมือนว่าจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เด็กน้อยเดินไปกราบขอบคุณทั้งสองที่อก
“ไหนมาหาย่าสิลูก” คุณพร้อมก้มตัวลงมาอีกคน แล้วเด็กหญิงก็เดินเข้าไปหาว่าง่าย
“คุณแม่ว่าไงนะคะ นี่คุณแม่ให้พี่กรรกับพี่ณีเอาเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าเข้ามาอยู่บ้านในฐานะลูกบุญธรรมงั้นหรือคะ ภัคกับยายภาไม่เห็นด้วยนะคะ ลูกเสือลูกตะเข้เอามาเลี้ยงไว้จะแว้งกัดทีหลังหรือเปล่าก็ไม่รู้นะคะ”
ภัคคินีลูกสาวคนกลางของคุณพร้อมกล่าว เมื่อเข้ามาเยี่ยมแม่หลังจากเพิ่งแต่งงานและออกเรือนไปไม่กี่ปี และมีทายาทเป็นลูกสาวอายุได้สามขวบกว่าๆ และก็ได้ยินเรื่องของพี่ชายจากปากของแม่
“ภาก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกันค่ะคุณแม่ ภาไม่ถูกชะตากับเด็กนั่นยังไงไม่รู้นะคะ คอยดูนะภาจะไม่พูดกับพี่กรรและพี่ณีเลยคอยดูสิ”
ภาวินีลูกสาวคนเล็กสมทบภัคคินีผู้พี่ ซึ่งเป็นน้องคนถัดมากจากกรรชัย และก็แต่งงานตามหลังพี่สาวและออกเรือนไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ และก็มีทายาทเป็นลูกสาว อายุสองขวบกว่าๆ เช่นกันกับพี่สาว
“ยายภา ยายภัค นี่! อย่าพูดดังไปนะพี่เขาได้ยินจะเสียกำลังใจนะ เราสองคนก็รู้นี่ ว่าพี่เขากำลังเสียใจเรื่องลูกสาวของเขา และอีกอย่างอีกไม่กี่วันเจ้าปลายก็จะต้องไปเรียนเมืองนอกแล้ว ยัยขิมก็จะได้เป็นเพื่อนของพี่เค้าไงล่ะ”
คุณพร้อมอธิบายให้ลูกสาวฟัง และไม่อยากให้พูดเสียงดังไป เพราะไม่อยากให้ใครได้ยินเข้า แล้วจะถึงหูลูกชายและลูกสะใภ้ ถึงแม้บ้านคุณพร้อมและบ้านกรรชัยจะอยู่คนละหลัง และอยู่ห่างกันพอสมควร แต่ก็ปลูกอยู่ในเนื้อที่เดียวกัน ซึ่งบ้านหลังนี้สามีคุณพร้อมเป็นคนสร้างขึ้นมาเพราะอยากจะอยู่แบบเรียบๆ ง่ายๆ
ก็เลยสร้างแบบเล็กๆ เป็น 2 ชั้น สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง เป็นบ้านทรงไทยเก่าซึ่งมีระเบียงด้านข้างติดกับบึงน้ำขนาดใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยดอกบัวชนิดต่างๆ ส่วนด้านข้างอีกฟากก็เป็นที่ปลูกพืชผักสวนครัวและดอกมะลิ เพราะยามว่างเธอจะร้อยพวงมาลัยไปถวายพระ ซึ่งเป็นกิจกรรมผู้มีอายุ และมีอันจะกินเอาไว้ทำแก้เหงา
เธอและสามีก็จะอยู่บ้านหลังนี้มากกว่าจะใช้เวลาอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ที่เคยเป็นเรือนหอของทั้งสองมาเมื่อครั้งที่แต่งงานกันใหม่ๆ อีกทั้งสามีเธอก็สิ้นใจในเรือนไทยหลังนี้ด้วย เหตุนี้เธอจึงรักและชอบบ้านหลังนี้มาก พร้อมทั้งลูกๆ ก็เคยอาศัยบ้านหลังนี้เป็นครั้งคราว
แต่เมื่อกรรชัยแต่งงานบวกกับที่เธอเสียสามีไปในเวลาที่ไม่ห่างกันมาก เธอก็เลยยกให้กรรชัยและพรรณีตกแต่งใหม่เพื่อเป็นเรือนหอและเป็นที่รับรองแขกด้วย
“กำลังปรึกษาอะไรกันหรือจ้ะสาวๆ” เสียงกรรชัยแว่วเข้ามาในบ้านหลังน้อยก่อนที่เจ้าตัวจะมาถึงเสียอีก
“ไม่มีอะไรหรอกลูก แม่กำลังคุยกับน้องเรื่องยัยขิมของลูกน่ะ”
คุณพร้อมรีบชิงบอกและก็เดินเข้ามาหยิกแขนภาวินีเอาไว้ก่อนที่จะพูดอะไรที่ไม่ค่อยจะเข้าหูพี่ชายเท่าไหร่
“เหรอครับ ผมมาตามคุณแม่กับสองสาวไปทานข้าวครับ วันนี้ณีเขาตั้งโต๊ะที่ในสวนครับ” กรรชัยบอกด้วยอาการตื่นเต้นในที
“ทำไมตั้งในสวนล่ะจ้ะ”
คุณพร้อมถามด้วยความสงสัย เพราะพฤติกรรมแบบนี้ครอบครัวของเธอจะทำเฉพาะกรณีพิเศษๆ เท่านั้น และมันก็ไม่มีกรณีพิเศษแบบนี้มานานแล้ว ตั้งแต่ที่ลูกคนเล็กของกรรชัยจากไป
“ก็ไม่มีอะไรมากครับ พอดีวันนี้มากันหลายคนเฉพาะบ้านยายภายายภัคก็ปาเข้าไปตั้งหกคนแล้วนะครับคุณแม่ และผมก็อยากจะให้ทุกๆ คนได้พบและรู้จักยัยขิมอีกครั้งครับ จะได้สนิทกันเร็วๆ ” เขาอธิบาย
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง เอ้าว่าไงจ้ะสองสาวจะไปมั้ย แต่แม่ไม่รอแล้วนะ แม่หิวจนตาลายอยู่แล้ว ปะกรรพาแม่ไปเถอะ ใครมาช้าหมดก่อนไม่รู้ด้วยนะ”
คุณพร้อมแหย่ลูกๆ พร้อมทั้งออกเดินนำหน้าโดยมีกรรชัยคอยประคองเดินตรงไปที่สนามหญ้า
“พี่ณีนี่เก่งนะคะ แปรงโฉมเด็กนี่ได้เร็วจริงๆ เลย ภาเห็นคุณแม่บอกว่าวันแรกที่ไปรับมาจากสถานสงเคราห์น่ะ หน้าตาเหมือนเด็กขอทานไม่มีผิดเลย แต่ดูวันนี้สิคะ เป็นคนละคนเลยค่ะ”
ภาวินีเอ่ยขึ้นในที่สุดขณะทุกคนกำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารบนโต๊ะ โดยหนูน้อยที่ถูกพูดถึงนั่งร่วมโต๊ะถัดจากพี่ชายกำมะลอซึ่งดูจะไม่ค่อยปลื้มที่ได้น้องสาวคนใหม่ พอๆ กับอาภัคและอาภาของเขาเท่าไหร่
“คุณภาชมหรือว่าประชดพี่คะ แต่เอาเถอะพี่จะถือว่าเป็นคำชมก็แล้วกัน แต่จริงๆ แล้วนะพี่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากมายหรอกจ้ะ ส่วนใหญ่จะเป็นฝีมือคุณอรเค้า รายนั้นเขาถนัดเรื่องนี้”
พรรณีอ้างถึงบังอรแม่บ้านใหญ่ ด้วยอาการที่เธอประทับใจไม่น้อย เพราะบังอรอยู่บ้านนี้มานานตั้งแต่สมัยที่เธอแต่งงานและได้คลอดปลายออกมาบังอรก็เป็นคนเลี้ยงมาตั้งแต่นั้น และบังอรก็ไม่ได้ทำให้เธอผิดหวังในเรื่องนี้เลย
“อ๋อ! คุณแม่บ้านของพี่ณีนี่เอง แล้วพี่ณีคิดจะให้แม่บังอรเลี้ยงเด็กคนนี้ให้เหมือนกันตาปลายเลยหรือเปล่าคะ แต่ภาว่าคงไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้มั้งคะ แค่มีข้าวให้กิน มีโรงเรียนให้เข้า มีห้องส่วนตัวให้อยู่ไม่ต้องอยู่รวมกันเหมือนอยู่ที่เก่าก็ดีถมไปแล้วล่ะ จริงมั้ยพี่ภัค” ภาวินีพูดพร้อมทั้งหาคนสมทบโดยหันไปหาภัคคินี
“พี่ก็ว่างั้นล่ะ หรือว่าไงคะพี่กรร” พูดพลางหันไปหาคำตอบจากพี่ชาย
“พี่ก็คงจะเลี้ยงเขาให้เหมือนกับลูกแท้ๆ ของพี่แล่ะนะ เพราะพี่ตั้งใจไว้อย่างนี้ และพี่กับณีเค้าเราต่างก็มีความรู้สึกรักแกเหมือนลูกแท้ๆ ของพี่คนหนึ่ง ภากับภัคดูดีๆ สิว่าแกมีลักษณะที่เหมือนกับยัยขิมของพี่ขนาดไหน แต่ที่เห็นเงียบๆ ก็คงเพราะแกยังไม่คุ้นกับเราเท่านั้นเอง” กรรชัยพูดพลางหันไปมองเด็กน้อยด้วยแววตาที่เอ็นดู