หนึ่งอาทิตย์ต่อมา เขมณัฏฐ์เรียกจงกลนีมาพบที่ห้องทำงานและชักชวนสาวเจ้าไปทานมื้อเย็นด้วยกันที่บ้านอีกครั้ง ซึ่งเหมือนเดิม หล่อนปฏิเสธเหมือนทุกครั้ง และบอกว่าวันนี้มีนัดกับเพื่อนๆ แล้ว ไปไม่ได้จริงๆ จึงบอกเขาว่าควรจะนัดเธอล่วงหน้าสองหรือสามวัน ไม่ใช่มาชวนวันที่จะไป เพราะเธอไม่ได้ว่างตลอด
“งั้นไปร้านไหนกันวันนี้ พี่จะไปด้วย”
“อาจารย์หมอ...หมอเข้มจะไปด้วยเหรอคะ” เธอถามเขากลับ
“อือ...พี่จะไปด้วย ครั้งก่อนเห็นเมาจนกลับเองไม่ได้ พี่จะไปด้วย”
“เมาจำทางกลับบ้านไม่ได้ หมอเอ็มก็พามาส่งอยู่แล้วค่ะ หมอเข้มไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เธอบอก และคำพูดของจลกลนีก็ทำให้เขาขบกรามทันที สีหน้าที่เย็นชาไม่รับแขกอยู่แล้วยิ่งเพิ่มความน่ากลัวจนจงกลนีเผลอก้าวเท้าถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“สนิทกัน”
“ค่ะ ก็สนิท เรียนด้วยกันตั้งห้าปี จนมาเป็นแพทย์ฝึกหัดด้วยกัน”
“เป็นแฟนกัน”
“เพื่อนค่ะ”
คำตอบที่ตอบกลับมาทันควันแบบไม่ต้องคิดนานของจงกลนีทำให้คนหน้าเดียวเผลอหลุดยิ้มมุมปาก แต่ก็ชั่วครู่เท่านั้นแล้วปรับมาเป็นนิ่งสงบเยือกเย็นเหมือนเดิม
“ดีแล้ว อายุยังน้อย อย่าเพิ่งมีเลยแฟน เดี๋ยวพี่จะไปด้วย พี่ก็อยากไปสังสรรค์เหมือนกัน”
“แต่...”
“พี่จะเลี้ยงเอง”
“งั้นตามที่หมอเข้มสะดวกเลยค่ะ”
“กี่โมง และร้านไหน”
“ร้านเดิมค่ะ เดี๋ยวบอกอีกทีนะคะ ตอนนี้ขอตัวไปทำงานต่อก่อนค่ะ”
“ได้ร้านแล้วมาบอกพี่นะ และรอไปพร้อมกันก็ได้ ให้เพื่อนไปรอที่ร้านเลย สั่งได้เต็มที่ วันนี้พี่เลี้ยง”
“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ มีเจ้ามือทั้งที พวกเราจะกินให้หมดตัวเลย”
หึหึ
เขมณัฏฐ์ทำเพียงขำในลำคอแล้วมองคนตัวเล็กที่ยกมือไหว้ตัวเอง ยามจงกลนีไหว้ทีไร มันทำให้เขารู้สึกว่าเขาแก่กว่าเธอมาก แก่จนจะเป็นญาติผู้ใหญ่ แต่ไม่แน่นอน เขาไม่ต้องการเป็นญาติผู้ใหญ่และพี่ของเธอ เมื่อประตูห้องปิดแนบสนิท เขาก็เปิดลิ้นชักนำเอกสารที่เตรียมไว้ออกมาอ่านแล้วยิ้มออกมาคนเดียว
นภิสากับปภพมองเพื่อนที่เดินยิ้มหน้าบานมาหาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าอารมณ์ดีอะไรมา ทั้งๆ ก่อนหน้านี้ตอนที่รู้ว่าอาจารย์หมอเรียกไปพบที่ห้องทำงานนั้นก็หน้าตึงบ่นไม่อยากไป แต่ขากลับมามันไม่ใช่ เหมือนกับว่าดีใจอะไรสักอย่าง
“ยิ้มมาเชียวนะยะ” นภิสาอดเหน็บเพื่อนไม่ได้
“แน่อยู่แล้ว วันนี้เรามีคนเลี้ยงแล้วนะ”
“ใครเลี้ยง” ปภพถาม
“ก็อาจารย์หมอ คงเครียดทำงานเยอะเลยอยากไปดื่มน่ะ”
“งั้นดีเลย ว่าแต่หลินเถอะ จะออกเวรกี่โมงวันนี้”
“สี่โมงก็ออกแล้ว แล้วเอ็มกับเจเจล่ะ กี่โมง” นภิสาถามกลับ
“ของเราบ่ายสอง” ปภพตอบ
“เราห้าโมงเย็น” จงกลนีตอบแล้วก้มหน้ามองเท้าตัวเอง
“งั้นแยกกันไปทำงานเถอะ เย็นนี้เจอกัน พรุ่งนี้วันหยุด ไม่เมาไม่เลิก” นภิสาตบไหล่เพื่อนทั้งสอง ทั้งสามเป็นเด็กต่างจังหวัดและเรียนที่เดียวกัน แล้วขอทำเรื่องมาเป็นแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลแห่งนี้เอง
“แน่นอน พรุ่งนี้หยุดก็ต้องดื่มให้เมา” จงกลนีผู้คออ่อนที่สุดเอ่ยขึ้น
“เมาตั้งแต่แก้วแรกอย่ามาปากเก่งหน่อยเลย” นภิสาเอ่ยว่าเพื่อน
“ใครจะไปคอแข็งเหมือนหลินกับเอ็มล่ะ ไปแล้ว แล้วเจอกันนะ” แล้วเธอก็เดินจากไป ปภพกับนภิสาเองก็แยกไปทำงานของตัวเองต่อ
“อาจารย์หมอจะไปไหนคะ” ร่างเล็กรีบสาวเท้าวิ่งตามอาจารย์หมอที่เพิ่งเดินออกจากลิฟต์โดยสารทันที
“หมอกา” เขาหยุดเท้าแล้วหันไปหาเจ้าของต้นเสียงที่วิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดยืนตรงหน้าตัวเอง
“ค่ะ อาจารย์หมอจะกลับแล้วเหรอคะ”
“ครับ” เขาตอบสั้นๆ
“คือกาว่าจะให้อาจารย์หมอช่วยดูฟิล์มเอกซเรย์ของผู้ป่วยให้หน่อยค่ะ เหมือนมีอะไรผิดปกติในสมอง เหมือนจะเป็นก้อนเนื้อ แต่ดูอีกมุมก็เหมือนไม่ใช่”
“อือ...งั้นก็เชิญที่ห้องทำงานครับ” สำหรับเขาแล้วชีวิตคนสำคัญเสมอ แต่ไม่ลืมกดโทรศัพท์ต่อสายหาจงกลนี
“ไปรอพี่ที่ร้านเลยนะ เดี๋ยวพี่ตามไป กับเพื่อนสั่งได้เต็มที่เดี๋ยวพี่ไปจ่ายเอง” เขาบอกคนปลายสายที่กดรับและรีบกดวางสายแล้วเดินนำหน้าแพทย์สาวรุ่นน้องของตัวเองไปทันที เพราะตอนนี้เรื่องของผู้ป่วยสำคัญไม่แพ้กัน
“อิหยังวะ ทันเว้าอยู่ตัดสายแล้ว” จงกลนียกมือเกาหัวพึมพำเป็นภาษาบ้านเกิดตัวเองออกมาอย่างไม่เข้าใจคนปลายสาย จนเพื่อนเดินมาตบไหล่นั่นแหละถึงสะดุ้งมีสติกลับมา
“อะไรของเธอเจเจ” นภิสาถามเพื่อน เพราะเห็นหน้าของเพื่อนที่ดูมึนๆ งงๆ แล้วก็อยากรู้ว่าเป็นอะไรอยู่
“อาจารย์หมอน่ะสิ โทรมาบอกว่าไปก่อนเลย และให้สั่งได้เต็มที่ จะตามไปทีหลัง”
“มาแน่นะ ไม่ใช่หลอกให้พวกเราสั่งเยอะๆ แล้วไม่มาจ่ายนะ”
“ไม่รู้สิ แต่พูดจบก็ตัดสายไปเลย แต่ไปกันเถอะ ไปรอเอ็มกันเถอะ เอ็มมาพอดี”
“สาวๆ แต่งตัวสวยกันจังนะวันนี้” ปภพชมสองสาวที่ยืนรอตัวเองอยู่หน้าตึกหอพักของทางโรงพยาบาล
“แน่นอน ใครจะโทรมๆ เหมือนตอนทำงานล่ะ” จงกลนีเอ่ย
“อือ...แต่เอ็มว่าเจเจสวยตลอดเวลานะ”
อะแฮ่ม!
“ชมฉันบ้างก็ได้เอ็ม ฉันอยู่ด้วยทั้งคน” นภิสารู้ว่าปภพนั้นคิดยังไงกับจงกลนี
“อือ...ไปกันเถอะ นี่ก็จะสามทุ่มแล้ว” แล้วทั้งสามก็พากันเดินไปยังร้านประจำของตัวเองที่อยู่ห่างจากโรงพยาบาลไม่ไกลนัก เดินไปไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงร้านแล้ว
พอมาถึงร้านก็สี่ทุ่ม เขมณัฏฐ์มองหาจงกลนี พอเห็นก็รีบเดินสาวเท้าเร็วๆ ไปนั่งร่วมโต๊ะด้วยกับทั้งสามคน แต่ตอนนี้เหมือนทุกคนจะเริ่มกรึ่มๆ กันแล้ว โดยเฉพาะจงกลนีที่ดูจะตาหวานเป็นพิเศษ และพูดมากที่สุดในกลุ่ม
“สวัสดีครับอาจารย์หมอ” ปภพยกมือไหว้ผู้มาใหม่
“อือ...เต็มที่เลยนะหมอเอ็ม” เขาพยักหน้ารับไหว้พร้อมบอกอีกฝ่ายให้สั่งเต็มที่
“คุณก็ด้วยนะหมอหลิน” เขารู้จักชื่อเล่นของทั้งสามคนดี เพราะทั้งสามคือลูกศิษย์ของเขาเอง
“ขอบคุณนะคะอาจารย์หมอ” นภิสายกมือไหว้ขอบคุณ พร้อมรินเครื่องดื่มสีอำพันให้อาจารย์ของตัวเอง
“อาจารย์ดื่มค่ะ”
“พอดีผมขับรถมา พวกคุณดื่มเถอะ เจเจดื่มอีกไหม” เขาถามคนที่นั่งข้างๆ ที่ตอนนี้นั่งโงนเงนทรงตัวไม่อยู่
“จัดมาสิคะหมอเข้ม จัดมาเลยอาจารย์หมอ เจเจยังไหว” พูดแล้วก็คว้าแก้วที่นภิสารินให้อาจารย์ดื่มมาดื่มเอง และถ้ามีใครในนี้สังเกตเห็นยิ้มร้ายของผู้มาใหม่คงจะไม่กล้านั่งอยู่ที่นี่แน่นอน เขมณัฏฐ์แอบยิ้มมุมปากเมื่อจงกลนีดื่มไม่หยุดและตอนนี้เริ่มเมาได้ที่มากแล้ว
“ผมขอพาเจเจกลับก่อนนะ พวกคุณดื่มกันต่อเถอะ ผมเลี้ยงเอง” เขาบอกทั้งสอง และปภพที่ยังมีสติอยู่จึงเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
“อาจารย์หมอให้พวกเราไปส่งเจเจก็ได้ครับ ไม่ต้องไปส่ง...อึก! เจเจหรอกครับ เราพักที่หอพักเดียวกัน รอกลับพร้อมกันได้ อึก!”
“ไม่เป็นไรครับ ผมเป็นพี่ชายของเธอ ผมพาเธอกลับเองจะปลอดภัยกว่า” คำว่าปลอดภัยของเขาพูดไม่เต็มเสียงเท่าไหร่นัก
“อือ...ไม่ต้องห่วงเราหรอก เรากับหมอเข้ม ไม่สิ อาจารย์หมอรู้จักกัน เขาเห็นเราตั้งแต่ฉีกผ้าอ้อมแล้วแหละ อึก! อือ...ไปกันเถอะค่ะ กลับบ้านกัน...กลับบ้านกัน อึก!” ตอนนี้จงกลนีไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังโอบคอของคนที่นั่งข้างๆ และนั่นก็ทำให้คนหน้าเดียวพึงพอใจมาก เขาฉวยโอกาสช้อนอุ้มเธอเดินออกจากร้านไป โดยไม่สนใจจะพูดอะไรอีก
เขมณัฏฐ์พาจงกลนีมายังคอนโดส่วนตัวของตัวเองที่อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล คอนโดนี่แหละที่เขาจะให้เธอมาอยู่ พอมาถึงก็อุ้มร่างเล็กวางลงบนเตียงนอนนุ่มของตัวเองอย่างเบามือ เธอยังไม่หลับแต่ว่าเดินไม่ไหว พอเขาวางเธอลงบนเตียงแล้วก็นั่งมองหน้าสวยของเธอพร้อมลูบไล้มือไปมา ก่อนจะลุกขึ้นเดินลงไปยังรถเพื่อไปนำเอกสารที่ตัวเองทำมาเตรียมไว้ และถ้าไม่ฉวยโอกาสจังหวะตอนนี้คงจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว เขาลงไปไม่นานก็กลับขึ้นมาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล พอมองไปยังเตียงก็ไม่เห็นคนตัวเล็กแล้ว
“เจเจ...เจเจอยู่ไหน?” เขาร้องเรียกหาเธอพร้อมวางเอกสารไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียง พร้อมกับประตูห้องน้ำเปิดอยู่และมีเสียงน้ำไหล เมื่อแน่ใจแล้วว่าเธออยู่ไหน เขาจึงรีบเดินเข้าไปหาเธอในห้องน้ำ แต่แม่เจ้า...เขาหยุดเท้าที่หน้าประตูห้องที่เพิ่งก้าวพ้นได้สองก้าวทันทีเมื่อมองเห็นร่างเปลือยนั่งเล่นน้ำอยู่ใต้ฝักบัวที่เปิดอยู่
“อ่า...มาเล่นน้ำกันค่ะ มาเล่นน้ำกัน” เธอพูดพร้อมปัดน้ำใส่คนตรงหน้า เธอยิ้มหัวเราะแล้วเล่นน้ำที่ไหลอาบชโลมกายตัวเองต่อ ไม่สนใจว่าตอนนี้ตัวเองนั้นเปลือยกายอยู่
“เจเจอย่าทำแบบนี้” เขาเอ่ยเสียงพร่าพร้อมกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ เท้าใหญ่นิ่งแข็งไม่กล้าขยับไปตรงหน้าด้วยกลัวว่าตัวเองจะทำอะไรล่วงเกินน้องน้อย
“อือ...ก็อาบน้ำ มาอาบด้วยกันสิคะ มาค่ะหมอเข้ม อาจารย์หมอมาอาบน้ำด้วยกันค่ะ” เธอยิ้มหวานแล้วพยายามดันตัวเองลุกขึ้นจะไปหาคนตัวโต แต่แล้วก็ล้มลงและโชคดีที่เขมณัฏฐ์มองอยู่ก่อนแล้วเลยคว้าร่างเปลือยของเธอไว้ได้ทัน
“อือ...อกแน่นจังเลยค่ะ” มือที่วางทาบทับหน้าอกของคนที่รับตัวเองไว้พอดีลูบไล้และขยำเล่นไปมา
“อือ...ยะ...อย่าทำแบบนี้เจเจ” เขาดุเธอไม่เบานัก
“แบบไหนคะ อึก! อือ...” เธอกลอกตาถามคนช้อนอุ้มตัวเองพร้อมขยำมือแรงๆ กับอกของเขา
“อืม...อย่าทำแบบนี้” เขาดึงมือเล็กออกจากอกตัวเอง
“อาบน้ำกันค่ะ ฉันร้อนมากเลย” คนคออ่อนเอ่ย
“ถ้ายังยั่วไม่รู้ตัวแบบนี้ พี่จะไม่ทนแล้วนะ” เขาปัดมือเล็กที่พยายามจะล้วงเข้ามาในช่องกระดุมของตัวเองให้หยุด
“ทนอะไรคะ ทำไมต้องทน” เธอผลักเขาออกแล้วพยายามยืนเอง แต่แล้วก็เซล้มมาปะทะกับร่างใหญ่อีก
“อืม...ไม่ทนแล้วนะเจเจ” เขาจับหัวไหล่เล็กพร้อมบีบแน่น
“อือ...เจ็บนะคะหมอเข้ม”
หึหึ
“อย่าเสียใจทีหลังก็แล้วกัน”
“ทำไมต้องเสียใจด้วย อ่ะ...อื้อ”
แล้วปากหนาก็โน้มลงมาบดจูบหนักหน่วงทันที ปากน้อยที่กำลังเปิดพูดนั้นถูกเรียวลิ้นสากสอดแทรกดุนดันเรียวลิ้นเข้ามาในโพรงปากพร้อมกับกอดเกี่ยวเรียวลิ้นเธอ คนหน้าเดียวรับรู้ถึงรสขมของแอลกอฮอล์ที่แม่น้องน้อยดื่มไปก่อนหน้า แต่มันก็กลมกล่อมเมื่อผสมผสานกับรสปากของหล่อน
“อ่ะ...อื้อ” คนถูกปล้ำจูบครางกระเส่าเหนื่อยหอบแข้งขาอ่อนแรง จนเขาต้องช้อนอุ้มขึ้นแล้วจูบหนักหน่วงสั่งสอน ยิ่งได้รู้ว่าเป็นจูบแรกของจงกลนี เขาก็ยิ่งฮึกเหิมบดจูบเอาแต่ใจตัวเอง ปากน้อยเผยอจูบตอบกลับเงอะงะยิ่งทำให้เขาพึงพอใจ
“อือ...เป็นของพี่นะ ต่อไปนี้ห้ามให้ใครจูบ” เขาผละออกมาเอ่ยกับเธอพร้อมวางร่างเล็กไปบนเตียงนุ่มอีกครั้ง และครั้งนี้เขาตามขึ้นไปคร่อมทับอย่างรวดเร็ว โดยไม่ปล่อยให้เสียเวลา ตอนนี้เขมณัฏฐ์ไม่อาจปล่อยร่างเปลือยใต้ร่างไปได้อีกแล้ว
“อือ” คนเมาน้ำเมากับเมาจูบแรกถึงกับมึนเอ๋อไปไม่เป็นเลยทีเดียว ตอนนี้สติของเธอมันล่องลอยไปกับจูบหนักหน่วง แล้วก็ต้องครางอู้อี้ลอดออกมาจากริมฝีปากอีกครั้งเมื่อปากหนาบดจูบลงมาอีกครั้ง
“อ่ะ...อื้อ”
เสียงบดจูบดูดเคล้าคลอเคลียปากอวบอิ่มที่เริ่มบวมเจ่อเพราะรสจูบของเขาผละเคลื่อนมาซุกไซ้ลำคอระหงที่บิดเร่าเสียวซ่านไปมาอยู่ใต้ร่าง น้องน้อยของเขาสวยมาก สวยเหลือเกิน มือใหญ่นุ่มลูบไล้สัมผัสตามผิวกายนวลเนียนของจงกลนีพร้อมปากหนาขบเม้มทุกจุดที่เลื่อนตวัดปลายลิ้นผ่าน
“อ่า...ทำไมร้อนแบบนี้ อื้อ...” เธอร้อนรุ่มเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์และพิษสวาทที่กำลังเล้าโลมร่างกายของเธออยู่จนทำให้ขาดสติและเผลอตัวแอ่นเด้งเร่าตอบสนอง และเผลอนึกคิดไปว่าตอนนี้คือความฝัน
“อือ...หอมหวานเหลือเกินเจเจของพี่ อ่า...” เขาลากลิ้นผ่านร่องอกอวบอูม สองมือบีบขยำสองเต้าพร้อมดุนดันยอดอกสีหวานระเรื่อเข้าไปในโพรงปากหนาของตัวเองแล้วลากลิ้นผ่านยอดอกมายังใต้ราวนมของเธอ
“อ่ะ...อื้อ ร้อนเหลือเกิน อือ...ทำไมร้อน อ่ะ...อื้อ” มือเล็กลูบไล้ลำคอตัวเองไปมาด้วยความกระสับกระส่ายร้อนรุ่มเรือนร่างเปลือยเปล่าของตัวเอง
“อือ...ไม่ไหวแล้ว พี่อยากได้เจเจ อื้อ...”
“หมอเข้ม...หมอเข้มชะ...ช่วยฉันด้วย อื้อ...” เธอคว้าไหล่หนาของคนตัวโตเหนือร่างที่กำลังจะขยับผละถอยห่างออกไปรั้งไว้
“ชูว์...ใจเย็นเจเจ พี่แค่จะถอดเสื้อผ้า”
“อือ...กลับมานะคะ”
“อือ...แน่นอน กลับมาแน่นอน”
เขาจับมือเล็กที่จับหัวไหล่ตัวเองมาจูบแผ่วเบาที่หลังมือ ก่อนจะปล่อยให้อิสระแล้วผละถอยห่างออกมาจัดการกับเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเองกับเสื้อกล้ามสีขาวและกางเกงสแล็คสีดำของตัวเองโยนทิ้งลงข้างเตียงและตามด้วยกางเกงบ็อกเซอร์แล้วโถมตัวไปคร่อมทับร่างน้องน้อยใหม่อีกครั้งด้วยกายเปลือยร้อนรุ่มและเอ็นเนื้อร้อนก็เหยียดขยายเบียดสีไปกับหน้าท้องแบนราบของหล่อนด้วย
“อือ” พอคนตัวโตโถมตัวคร่อมทับลงมาหาเรียวแขนเล็กของจงกลนีก็ตวัดโอบเกี่ยวลำคอหนารั้งลงมาหาตัวเองทันที
“ชะ...ช่วยด้วยหมอเข้ม อือ...อาจารย์หมอ...เจเจร้อน”
“อือ...ร้อนแบบไหนเจเจบอกพี่ เรียกพี่เหมือนครั้งที่ยังเด็กได้ไหม” เขาจูบโคนหูของเธอพร้อมขบเม้มติ่งหูเล็กแล้วดูดเม้มแรงๆ
“อือ...ร้อน อ่า...ได้สิคะ เจเจจะเรียก ถ้ามันช่วยให้เจเจหายร้อน อ่า...” เธอว่าง่ายพร้อมกับแอ่นเด้งร่างเปลือยขึ้นหาไออุ่นร้อนของบุรุษเหนือร่างที่ชื้นเหงื่อไม่แพ้เธอ
“อือ...เรียกสิครับ เรียกให้พี่ชื่นใจหน่อยทูนหัว”
“อือ...พี่หมอเข้ม ชะ...ช่วยเจเจด้วยนะคะ เจเจร้อน อ่า...”
“เด็กดีของพี่หมอ” เขาจูบหน้าผากมนแล้วเริ่มโรมรันเธอต่อ ปากหนาลากผ่านลำคอระหงมายังสองเต้าแล้วดูดเม้มเนินอกของเธอ ก่อนจะกลับมาปิดปากน้อยที่กำลังร้องครางเสียวกระเส่าอยู่ เรียวแขนเล็กของหล่อนก็กอดรัดลำคอของเขาไว้แน่นจนเขาแกะออกมาไล่จูบหลังมือเล็กขึ้นมายังต้นแขนของเธอ
“อือ...หอมไปทั้งตัวเลยเด็กน้อยของพี่หมอ” เขาจูบซับเหงื่อที่ซอกคอให้เธอแล้วเคลื่อนจูบผ่านร่องอกมายังหน้าท้องแบนราบที่เคลื่อนไหวตามแรงหอบหายใจของเจ้าของร่าง
“อือ...พี่หมอเข้ม ชะ..ช่วยด้วย เจเจทรมานเหลือเกิน ได้โปรด...อือ...”
หล่อนแอ่นเด้งบิดกายเร่าเสียวไปมาและน้ำเมาทำให้เธอไร้ยางอายและไม่รู้ตัวด้วยว่าตัวเองกำลังยั่วยวนคนตัวโตอยู่ในตอนนี้
“อ่า...สวยเหลือเกินเด็กน้อยของพี่ พี่จองแล้วนะเจเจ” มือใหญ่วางทาบทับไปยังเนินสวาทอวบอูมที่มีต้นหญ้าสีดำปกคลุมบางๆ อยู่ ก่อนจะโน้มหน้าลงไปซุกซบสูดดมกลิ่นกายสาวที่อาบคลอล้นปรี่ไปด้วยน้ำหวานรสเข้มข้นของหล่อน
“อ่ะ...อื้อ” เมื่อถูกดูดเม็ดเกสร เธอก็แอ่นเด้งร้องทรมานสยิวออกมา
“อือ...หวานเหลือเกิน น้ำของเจเจหวานมากคนดี อ่า...ไม่ไหวแล้ว พี่อยากเข้าไปในตัวเจเจ”
“อือ...ยังไงก็ได้พี่หมอเข้ม เจเจไม่ไหวแล้ว เจเจร้อนจะตายแล้ว อือ...ได้โปรด...ได้โปรดนะคะ อื้อ...” เธอลูบกายเปลือยตัวเองบิดเร่าครางกระเส่าไปมาบนเตียงพร้อมเอวเล็กแอ่นเด้งบิดทรมานไปมา ยิ่งถูกคนตัวโตโน้มระรัวปลายลิ้นกับเม็ดเกสรยิ่งสยิวร้อนรุ่มในท้องน้อย
“อ่า...หวานลิ้นเหลือเกินเจเจของพี่ ไม่ไหวแล้ว พี่จะทำให้เราเป็นของกันและกันนะทูนหัวของพี่ เป็นเมียพี่นะ”
“อือ” เธอพยักหน้าตอบอย่างคนไม่มีสติ
“ไม่รู้ว่าตื่นขึ้นเจเจจะจำเรื่องนี้ได้รึเปล่า แต่จำไว้เจเจเป็นเมียพี่ เป็นของพี่” เขาเคลื่อนตัวคร่อมทับบดเอวสอบกดแทรกเอ็นเนื้อแข็งร้อนของตัวเองกรีดกรายเข้าไปในร่องน้ำสวาทของคนตัวเล็กทันที ซึ่งความเล็กของจงกลนีบวกกับยังไม่เคยต้องมือชายใด ทำให้เขากัดฟันแน่นผ่านด่านพรหมจรรย์เข้าไปด้วยความยากลำบาก
“อือ...จะ...เจ็บ!” เธอดิ้นเอวถอยหนี แต่ถูกกอดรั้งไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนหนี และตอนนี้เธอก็แทบสร่างเมาเลยก็ว่าได้ หางตาสวยมีน้ำใสๆ ไหลอาบล้นออกมาพร้อมเสียงสะอื้นไห้ดังออกมาเป็นระลอกคลื่นเมื่อรับรู้ว่าความเจ็บปวดกลางร่างตอนนี้เกิดจากสิ่งใด
“ชูว์...ผ่อนคลายทูนหัวของพี่ ผ่อนคลาย ทำตัวตามสบายจะได้ไม่เจ็บ” เขาพรมจูบเปลือกตาสวยที่หลับนิ่งอยู่ให้ผ่อนคลายแล้วกัดฟันสอดแทรกกายเข้าไปให้สุดทางรักของจงกลนี เพราะเขาไม่อาจหยุดหรือถอยและทิ้งค้างไว้แบบนี้ได้
“อ่ะ...เจ็บ!” หล่อนเปิดปากกว้างร้องออกแล้วเขาก็บดจูบปากน้อยที่อ้ากว้างเพื่อกลืนเสียงร้องไห้สะอื้นของน้องน้อยไว้ เขารู้ว่าเธอเจ็บและรู้ว่าเธอเล็กมากสำหรับเขา แต่เขาเชื่อว่าธรรมชาติของมนุษย์เราแล้วทุกอย่างจะปรับจูนเข้ากันได้ และเขารู้ดีว่าร่างกายของมนุษย์เป็นยังไงและเธอเองก็ด้วย เพราะเขาและเธอต่างก็เป็นหมอ
“อือ...อ่า” ปากหนาบดจูบคลอเคลียเรียวลิ้นเล็กเพื่อเบี่ยงเบนความเจ็บปวดจากกลางลำตัวของเธอ และมันได้ผล เมื่อกายสาวเริ่มบิดเร่าและแรงตอดรัดภายในของหล่อนก็เพิ่มแรงขึ้นจนเขาไม่อาจแช่ตัวนิ่งเฉยได้จึงเริ่มขยับเคลื่อนไหวบทรักของตัวเองและสาวเจ้า
“อ่า...แน่นดีเหลือเกินเด็กน้อยของพี่ อื้อ...” เขาครางพร่าเสียวออกมาด้วยความสุขปลื้มปริ่มในใจ ตอนนี้เขารู้สึกว่าเขาสมหวังแล้วกับสิ่งที่เฝ้ารอถนอมร่างกายเพื่อเธอมาตลอด และเธอก็โตพอจะเป็นของเขาแล้วในวันนี้ เด็กน้อยที่ลืมตามาดูโลกในวันนั้นช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน
“อื้อ...คนเลว อ่ะ...อื้อ” แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องการคนที่เคลื่อนไหวบดเบียดกายเสียดสีร้อนจังหวะสวาทเข้าออกในความเป็นสาวของตัวเอง มือเล็กอยากผลักไสแต่ก็ทำไม่ได้ ตอนนี้เธอต้องการคนเหนือร่างจึงทำได้แค่กำเกร็งแน่นข้างลำตัว
“อ่า...พี่ขอโทษคนดี พี่ไม่ได้อยากให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ อ่ะ...อื้อ เสียวแน่น ตอดรัดพี่ดีเหลือเกินทูนหัวของพี่”
“อือ...ขอโทษทะ...ทำไม อ่ะ...อื้อ ในเมื่อทำไปแล้ว อ่า...”
“ก็เรายั่วพี่จนพี่ตบะแตก อ่า...ไม่ไหวแล้ว พร้อมกันนะเด็กน้อย อ่า...”
“อือ...เลว อ่า...”
“ซี้ด...โอว์...แน่นดีเหลือเกิน จะโกรธจะเกลียดพี่ค่อยคุยพรุ่งนี้ ตอนนี้เราเป็นของกันและกันแล้วคือเรื่องจริงทูนหัว อ่า...”
“อือ...อ่า”
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
ทั้งจังหวะกระแทกของเนินเนื้อที่สอดประสานกันและเสียงครวญครางกระเส่าเสียวของทั้งสองที่ดังสลับกันขึ้นลงและเสียงหัวเตียงที่ไหวโยกกระแทกกับผนังห้องก็ดังขึ้นแข่งกับเสียงของพวกเขาและเสียงร่างกายที่แอ่นเด้งพลิ้วไหวไปมาบนเตียง นาทีนี้ในห้องนอนกว้างเต็มไปด้วยไฟสวาทของสองร่างเปลือยเปล่า
“โอว์...อื้อ”