ตอน 1

ในฐานะแพทย์ฝึกหัดอย่างจงกลนี พิทักษ์ หรือเจเจ วัย 23 ย่าง 24 ปี มีความฝันอยากเป็นหมอ อยากเป็นแพทย์เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทเหมือนลูกชายของเพื่อนแม่ นั่นคือจุดเริ่มต้นของความฝัน เขาเป็นพี่ชายที่แสนดี แสนดีจริงๆ สำหรับจงกลนีแล้วเขมณัฎฐ์ ปองรักษ์ อาจารย์หมอหรือหมอเข้ม วัย 35 ย่าง 36 ปี ที่เคารพนับถือมาตลอด เขาเป็นอาจารย์ของเธอ แถมยังเป็นทายาทคนเดียวของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังขึ้นชื่อที่สุดในยุคนี้ และถือว่าเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทมือหนึ่งของโรงพยาบาลก็ว่าได้ ถึงเขมณัฏฐ์จะยังหนุ่ม แต่ความสามารถของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลย ตั้งแต่เมื่อต้นปีที่แล้ว พ่อของเขาผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลแห่งนี้ หัวใจวายเฉียบพลันจากไป เขาก็เข้ามาควบคุมบริหารอย่างเต็มตัว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าเป็นแค่ผู้ช่วยของพ่อเท่านั้น

ในฐานะอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองอย่างเขมณัฏฐ์แล้ว เขามองดูเด็กสาวมาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต จนตอนนี้มาเป็นลูกศิษย์ของเขา ใบหน้าที่สวยตามวัย ผิวพรรณขาวอมชมพู ใบหน้ารูปไข่ทำให้เขามองเพลินทุกครั้งที่เจอหน้าหรือพูดคุยกัน จะเป็นแพทย์โดยสมบูรณ์ได้ต้องเป็นแพทย์ฝึกหัดหนึ่งปีหลังจากที่เรียนจบหลักสูตร 6 ปีแล้ว

“อาจารย์หมอคิดอะไรอยู่คะ” จงกลนีถามอาจารย์หมอที่ตัวเองเคารพตรงหน้าด้วยความสงสัย เมื่อตั้งแต่เข้ามาพบเขาในห้องทำงานส่วนตัว เขาก็เอาแต่จ้องมองเธอไม่พูดไม่จา ในกลุ่มนักศึกษาแพทย์ของเธอต่างตั้งฉายาให้เขาว่า ‘อาจารย์หมอหน้าเดียว’

“เย็นนี้ไปไหนไหม” เขาถามคนตัวเล็กทันที

“ก็มีไปดื่มกับเพื่อนๆ ที่เป็นแพทย์ฝึกหัดด้วยกันค่ะ อาจารย์หมอ...”

“อยู่ด้วยกันสองคนไม่ต้องเรียกอาจารย์ก็ได้ เราคนกันเอง” เขารีบเอ่ยแทรกตัดประโยคของคนตัวเล็ก ไม่ชอบเลยที่เธอเรียกห่างเหินแบบนี้

“ค่ะหมอเข้ม” ไม่เรียกอาจารย์หมอ แต่ยังคงเรียกเขาหมอเหมือนเดิม

“ทำไมไม่เรียกว่าพี่เข้มเหมือนสมัยเด็กๆ ล่ะ” เขาขัดใจนัก คนตัวเล็กยังคงดื้อเหมือนเดิม แม้จะไม่ได้เจอกันนานตั้งแต่เธอเรียนแพทย์ จนมาเจอกันเมื่อสองเดือนก่อน ตอนเห็นรายชื่อนักศึกษาจะมาฝึกงานด้วย เมื่อเห็นชื่อเธอ เขาดีใจมากที่จะได้เจอน้องสาวที่น่ารักของตัวเอง แต่พอมาเจอกัน การปฏิบัติตัวและการแสดงออกของเธอแตกต่างจากเมื่อครั้งยังเด็กจนเขารู้สึกน้อยใจและเสียใจอยู่ในที แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

“ตอนนี้ดิฉันไม่ใช่เด็กแล้ว เห็นทีจะไม่เหมาะค่ะ อีกอย่างที่นี่ก็โรงพยาบาลด้วย”

เธอเอ่ยแก้ต่างให้ตัวเอง ใครจะอยากสนิทกับคนหน้าเดียวล่ะ ตอนไหนโกรธ ตอนไหนอารมณ์ดี แยกไม่ออกเลย เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาและเห็นมาตลอด เขามีแต่หน้านิ่งๆ มองแล้วโลกมืดมนไปหมด ดูยังไงก็ไม่สดใส เสียดายหน้าตาหล่อเสียเปล่า แต่กลับยิ้มไม่เป็น

“แต่นี่ห้องทำงานส่วนตัวของพี่” เขาบอกเธอ

“ค่ะ แต่ก็ไม่ควรอยู่ดี เพราะเราไม่ได้สนิทอะไรกัน ว่าแต่หมอเข้มมีธุระอะไรกับดิฉันเหรอคะ พอดีจะรีบไปค่ะ เพื่อนๆ รออยู่”

“ไปดื่มร้านไหน”

“ก็ร้านนั่งชิลฟังเพลงเบาๆ แถวโรงพยาบาลเนี่ยแหละค่ะ” เธอบอก

“พักที่หอพักหรือคอนโด”

“ถามทำไมคะ”

“แม่พี่ให้ถาม จริงๆ วันนี้แม่ให้ชวนเจเจไปทานมื้อเย็นด้วยนะ ตั้งแต่เจเจมาเป็นแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลของเรา เจเจก็ยังไม่ได้แวะไปหาแม่พี่เลย และน้ายาก็โทรมาย้ำให้พี่ดูแลเราด้วย” ไม่รู้ทำไมเธอถึงมาฝึกงานที่กรุงเทพฯ ทั้งๆ ฝึกงานที่ขอนแก่นก็ได้ แต่ทำไมถึงทำเรื่องขอมาฝึกที่โรงพยาบาลของเขาด้วย ข้อนี้เขาไม่เข้าใจหญิงสาวว่าทำไมต้องมาลำบากตัวคนเดียวในกรุงเทพฯ ด้วย

“ขอบคุณนะคะ แต่ดิฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ และฝากบอกป้าขวัญด้วยนะคะ เดี๋ยวว่างๆ จะแวะไปหาที่บ้านค่ะ แต่วันนี้ไม่ได้จริงๆ เพราะนัดเพื่อนไว้แล้ว” เธอบอกอีกฝ่าย

“รู้ว่าโตแล้ว ดูแลตัวเองได้ แต่ยังไงก็ยังเป็นเด็กอยู่ดี พักที่ไหน” เขายังคงถามคำถามเดิม

“พักที่หอพักที่ทางโรงพยาบาลจัดให้ค่ะ”

“สะดวกสบายไหม”

“ก็โอเคค่ะ อยู่กับเพื่อนๆ” เธอบอกเขา

“มาอยู่คอนโดก็ได้นะ พี่มีคอนโดที่ไม่ได้อยู่ และอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลเราด้วย” เขาบอกเธอ

“ไม่ดีกว่าค่ะ ดิฉันอยากอยู่กับเพื่อนๆ ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวนะคะหมอเข้ม” พูดจบเธอก็ยกมือไหว้ลาอย่างคนมีมารยาทแล้วเดินไปยังประตูและเปิดออกจากห้องไป

เฮ้อ!

เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงานทันที มองเธอจนประตูปิดแนบสนิท ทำไมน้องน้อยที่เคยตามติดเขาสมัยเด็ก พอโตมาถึงได้เปลี่ยนไปแบบนี้ ตลอดเวลาที่เธอมาฝึกงานที่นี่ มาเป็นลูกศิษย์คอยเดินตามเขาตลอดการสอนที่มีเคสพิเศษๆ สำหรับนักศึกษาแพทย์ เขาพยายามมากเพื่อจะเข้าหาเธอ แต่เหมือนว่าจงกลนีจะสร้างกำแพงขวางทางเขาไว้

ตื๊ด! ตื๊ด! ตื๊ด!

“ครับแม่ขวัญ” เขาคว้าโทรศัพท์มากดรับสายพร้อมกรอกเสียงทุ้มสุภาพส่งไปในสาย

“ว่ายังไงหมอเข้ม เจเจจะมาทานข้าวเย็นกับเราไหม”

“เจเจมีนัดแล้วครับแม่”

“แม่อดเจอน้องเลย งั้นไม่เป็นไรลูก ว่าแต่เย็นนี้ลูกจะกลับมากินมื้อเย็นกับแม่ไหมหมอเข้ม หรือว่าติดเวรรึเปล่าเย็นนี้”

“วันนี้ว่างครับแม่ขวัญ อีกอย่างใครจะปล่อยให้แม่ที่รักกินข้าวเย็นคนเดียวครับ” คำพูดกับใบหน้าที่แสดงออกมาต่างกันลึกลับ ก็หน้าของเขายังคงนิ่งตึงเหมือนเดิม ทั้งๆ ที่คำที่พูดนั้นเป็นคำพูดเอ่ยแซวหยอกเย้าผู้เป็นแม่ แต่ก็นั่นแหละสำหรับเขาไม่ว่าจะเสียใจ โกรธ หรือมีความสุข เขาก็มีหน้าเดียว

“จ้า งั้นแม่สั่งเด็กทำของโปรดลูกไว้นะ”

“ครับแม่ ขอบคุณนะครับ”

“จ้า ขับรถกลับบ้านดีๆ นะลูก”

“ครับ เจอกันที่บ้านนะครับ” แล้วก็กดวางสายจากแม่ที่รักแล้วอ่านเอกสารตรงหน้าต่อเพื่อจะได้เซ็นอนุมัติงบประมาณให้เสร็จแล้วรีบกลับบ้านไปทานมื้อเย็นกับคุณแม่ที่รักของตัวเอง

หลังทานมื้อเย็นอิ่มแล้ว สองแม่ลูกก็นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ลูกชายอ่านหนังสือเกี่ยวกับระบบประสาทเป็นผลงานวิจัยของต่างชาติ ส่วนแม่ก็ปักผ้าเช็ดหน้าเป็นงานอดิเรกเหมือนที่เคยทำทุกวันยามว่าง นอกจากปักผ้าเช็ดหน้าแล้วก็มีทำสวน ปลูกต้นไม้ จัดสวน

“หมอเข้ม” นางวางมือจากผ้าที่ปักอยู่เอ่ยเรียกลูกชายที่สนใจแต่หนังสือในมือ

“ครับแม่ขวัญ” เขาเงยหน้าขึ้นจากหนังสือมองไปยังแม่ที่นั่งอยู่โซฟาตัวยาวตรงข้ามตัวเอง

“เมื่อไหร่ลูกจะมีสะใภ้ให้แม่ และมีหลานให้แม่สักที แม่เหงานะหมอเข้ม”

“ยังไม่ถึงเวลาครับ”

“แล้วเวลาของหมอเข้มมันคือเมื่อไหร่ ตอนนี้สามสิบห้าย่างสามสิบหกแล้วนะลูก หมอเข้มแก่แล้วนะ”

นางล่ะเหนื่อยใจกับลูกชายจริงๆ ไปดูตัวก็หลายครั้งต่อหลายครั้ง แต่ก็ไปทำหน้านิ่งๆ มึนๆ ไร้อารมณ์ให้คู่ดูตัวหงุดหงิดหนีกลับตลอด จนตอนนี้ไม่มีใครกล้าให้ลูกสาวนัดดูตัวกับลูกชายของนางแล้ว แม้จะหล่อ โปรไฟล์ดี เพียบพร้อมทางฐานะด้านการเงินและงาน แต่ก็ไม่มีใครต้องการ เพราะเขมณัฏฐ์นั้นไร้ซึ่งอารมณ์ตอบสนองกลับสาวๆ ที่มาดูตัวทุกครั้ง พูดอะไรก็ไม่แคร์ใครจนสาวๆ หวาดกลัว ยิ่งหน้าดุๆ ด้วยแล้วยิ่งทำให้น่ากลัวไปอีก

“แล้วหน้าน่ะหัดยิ้มบ้าง หัดยิ้มในกระจกวันละครั้งสองครั้งบ้างก็ดีหมอเข้ม แม่ล่ะอยากรู้จริงๆ เลยยามลูกรักษาคนไข้ลูกหน้าไร้ความรู้สึกแบบนี้รึเปล่า”

“ที่ผมรักษามาก็มีตายแค่ไม่กี่คนนะครับ ที่เหลือคือรอดและมาขอบคุณผมด้วยซ้ำ” เขาตอบแม่พร้อมหยักยิ้มมุมปากเล็กน้อย นั่นแหละคือยิ้มของลูกชายนาง

“เฮ้อ! ชาตินี้แม่จะได้เห็นหน้าสะใภ้และหลานไหมเนี่ย ถ้าลูกยังเป็นแบบนี้ เพื่อนๆ ของแม่ก็ไม่กล้าส่งลูกสาวมาดูตัวด้วยแล้วนะหมอเข้ม”

“แม่จะรีบไปไหนครับ ผมยังไม่รีบเลย อีกอย่างตอนนี้ผมก็ดูๆ อยู่” เขาบอกแง้มเล็กน้อยในท้ายประโยค นั่นแหละทำให้ขวัญตาลุกจากโซฟาตัวที่ตัวเองนั่งไปนั่งเบียดลูกชายทันที

“ว่าไงนะหมอเข้ม หมอเข้มมีดูๆ แสดงว่าตอนนี้มีคนที่ชอบแล้วใช่ไหม”

“ก็ชอบมาตั้งนานแล้วครับ เพียงแต่รอเวลาเท่านั้น” เขาตอบเสียงเรียบ

“ลูกเต้าเหล่าใครหมอเข้ม” นางเขย่าแขนลูกชายด้วยความอยากรู้

“ถึงเวลาแม่ขวัญก็รู้เองแหละครับ รับรองแม่ขวัญจะรักเธอแน่นอน เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับ แม่ขวัญก็รีบนอนนะครับ พรุ่งนี้ต้องใส่บาตรให้พ่อแต่เช้า”

“ให้แม่เตรียมของใส่บาตรให้ด้วยไหมหมอเข้ม”

“ครับ หนึ่งชุดเหมือนเดิม”

“จ้า งั้นลูกไปนอนพักผ่อนเถอะ รีบๆ พาสะใภ้มาไหว้แม่เร็วๆ นะลูก ถ้าช้าแม่จะให้ลูกไปดูตัวกับลูกสาวเพื่อนแม่อีกนะ เห็นว่าเดือนหน้าจะกลับมาจากสเปน”

“ครับผม” เขาลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป

ส่วนขวัญตาก็รีบลุกกลับมานั่งที่เดิมของตัวเองแล้วดูเวลา ตอนนี้เพิ่งจะสองทุ่มเองจึงโทรหาเพื่อนรักที่อยู่ขอนแก่นอย่างจรรยาทันที เพื่อพูดคุยปรึกษาเรื่องลูกชายหน้าเดียวของตัวเอง ก็นางกลุ้ม เครียด กลัวว่าลูกชายจะเป็นอีแอบ ตั้งแต่เป็นหนุ่มจนตอนนี้ยังไม่เคยมีแฟนหรืออาจจะมีแต่นางไม่รู้ก็ได้ แต่คือไม่มีแหละ เพราะไม่เคยเห็นเขมณัฏฐ์เล่าเรื่องผู้หญิงหรือพาผู้หญิงมาบ้านเลยสักครั้ง ทั้งๆ ที่หน้าตาก็ดี รูปร่างก็ดี ดีกว่าพระเอกดาราหนังเสียด้วยซ้ำ แต่กลับไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย ทั้งที่สาวๆ ที่นัดดูตัวนั้นก็สวยใช่เล่น แต่เจ้าลูกชายก็ทำเสียเรื่องทุกครั้ง เพราะบุคลิกหน้าตาของเจ้าตัวดีนั่นแหละที่ทำให้สาวๆ หนีไปหมด

ตอน 2

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา เขมณัฏฐ์เรียกจงกลนีมาพบที่ห้องทำงานและชักชวนสาวเจ้าไปทานมื้อเย็นด้วยกันที่บ้านอีกครั้ง ซึ่งเหมือนเดิม หล่อนปฏิเสธเหมือนทุกครั้ง และบอกว่าวันนี้มีนัดกับเพื่อนๆ แล้ว ไปไม่ได้จริงๆ จึงบอกเขาว่าควรจะนัดเธอล่วงหน้าสองหรือสามวัน ไม่ใช่มาชวนวันที่จะไป เพราะเธอไม่ได้ว่างตลอด

“งั้นไปร้านไหนกันวันนี้ พี่จะไปด้วย”

“อาจารย์หมอ...หมอเข้มจะไปด้วยเหรอคะ” เธอถามเขากลับ

“อือ...พี่จะไปด้วย ครั้งก่อนเห็นเมาจนกลับเองไม่ได้ พี่จะไปด้วย”

“เมาจำทางกลับบ้านไม่ได้ หมอเอ็มก็พามาส่งอยู่แล้วค่ะ หมอเข้มไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เธอบอก และคำพูดของจลกลนีก็ทำให้เขาขบกรามทันที สีหน้าที่เย็นชาไม่รับแขกอยู่แล้วยิ่งเพิ่มความน่ากลัวจนจงกลนีเผลอก้าวเท้าถอยหลังไปหนึ่งก้าว

“สนิทกัน”

“ค่ะ ก็สนิท เรียนด้วยกันตั้งห้าปี จนมาเป็นแพทย์ฝึกหัดด้วยกัน”

“เป็นแฟนกัน”

“เพื่อนค่ะ”

คำตอบที่ตอบกลับมาทันควันแบบไม่ต้องคิดนานของจงกลนีทำให้คนหน้าเดียวเผลอหลุดยิ้มมุมปาก แต่ก็ชั่วครู่เท่านั้นแล้วปรับมาเป็นนิ่งสงบเยือกเย็นเหมือนเดิม

“ดีแล้ว อายุยังน้อย อย่าเพิ่งมีเลยแฟน เดี๋ยวพี่จะไปด้วย พี่ก็อยากไปสังสรรค์เหมือนกัน”

“แต่...”

“พี่จะเลี้ยงเอง”

“งั้นตามที่หมอเข้มสะดวกเลยค่ะ”

“กี่โมง และร้านไหน”

“ร้านเดิมค่ะ เดี๋ยวบอกอีกทีนะคะ ตอนนี้ขอตัวไปทำงานต่อก่อนค่ะ”

“ได้ร้านแล้วมาบอกพี่นะ และรอไปพร้อมกันก็ได้ ให้เพื่อนไปรอที่ร้านเลย สั่งได้เต็มที่ วันนี้พี่เลี้ยง”

“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ มีเจ้ามือทั้งที พวกเราจะกินให้หมดตัวเลย”

หึหึ

เขมณัฏฐ์ทำเพียงขำในลำคอแล้วมองคนตัวเล็กที่ยกมือไหว้ตัวเอง ยามจงกลนีไหว้ทีไร มันทำให้เขารู้สึกว่าเขาแก่กว่าเธอมาก แก่จนจะเป็นญาติผู้ใหญ่ แต่ไม่แน่นอน เขาไม่ต้องการเป็นญาติผู้ใหญ่และพี่ของเธอ เมื่อประตูห้องปิดแนบสนิท เขาก็เปิดลิ้นชักนำเอกสารที่เตรียมไว้ออกมาอ่านแล้วยิ้มออกมาคนเดียว

นภิสากับปภพมองเพื่อนที่เดินยิ้มหน้าบานมาหาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าอารมณ์ดีอะไรมา ทั้งๆ ก่อนหน้านี้ตอนที่รู้ว่าอาจารย์หมอเรียกไปพบที่ห้องทำงานนั้นก็หน้าตึงบ่นไม่อยากไป แต่ขากลับมามันไม่ใช่ เหมือนกับว่าดีใจอะไรสักอย่าง

“ยิ้มมาเชียวนะยะ” นภิสาอดเหน็บเพื่อนไม่ได้

“แน่อยู่แล้ว วันนี้เรามีคนเลี้ยงแล้วนะ”

“ใครเลี้ยง” ปภพถาม

“ก็อาจารย์หมอ คงเครียดทำงานเยอะเลยอยากไปดื่มน่ะ”

“งั้นดีเลย ว่าแต่หลินเถอะ จะออกเวรกี่โมงวันนี้”

“สี่โมงก็ออกแล้ว แล้วเอ็มกับเจเจล่ะ กี่โมง” นภิสาถามกลับ

“ของเราบ่ายสอง” ปภพตอบ

“เราห้าโมงเย็น” จงกลนีตอบแล้วก้มหน้ามองเท้าตัวเอง

“งั้นแยกกันไปทำงานเถอะ เย็นนี้เจอกัน พรุ่งนี้วันหยุด ไม่เมาไม่เลิก” นภิสาตบไหล่เพื่อนทั้งสอง ทั้งสามเป็นเด็กต่างจังหวัดและเรียนที่เดียวกัน แล้วขอทำเรื่องมาเป็นแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลแห่งนี้เอง

“แน่นอน พรุ่งนี้หยุดก็ต้องดื่มให้เมา” จงกลนีผู้คออ่อนที่สุดเอ่ยขึ้น

“เมาตั้งแต่แก้วแรกอย่ามาปากเก่งหน่อยเลย” นภิสาเอ่ยว่าเพื่อน

“ใครจะไปคอแข็งเหมือนหลินกับเอ็มล่ะ ไปแล้ว แล้วเจอกันนะ” แล้วเธอก็เดินจากไป ปภพกับนภิสาเองก็แยกไปทำงานของตัวเองต่อ

“อาจารย์หมอจะไปไหนคะ” ร่างเล็กรีบสาวเท้าวิ่งตามอาจารย์หมอที่เพิ่งเดินออกจากลิฟต์โดยสารทันที

“หมอกา” เขาหยุดเท้าแล้วหันไปหาเจ้าของต้นเสียงที่วิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดยืนตรงหน้าตัวเอง

“ค่ะ อาจารย์หมอจะกลับแล้วเหรอคะ”

“ครับ” เขาตอบสั้นๆ

“คือกาว่าจะให้อาจารย์หมอช่วยดูฟิล์มเอกซเรย์ของผู้ป่วยให้หน่อยค่ะ เหมือนมีอะไรผิดปกติในสมอง เหมือนจะเป็นก้อนเนื้อ แต่ดูอีกมุมก็เหมือนไม่ใช่”

“อือ...งั้นก็เชิญที่ห้องทำงานครับ” สำหรับเขาแล้วชีวิตคนสำคัญเสมอ แต่ไม่ลืมกดโทรศัพท์ต่อสายหาจงกลนี

“ไปรอพี่ที่ร้านเลยนะ เดี๋ยวพี่ตามไป กับเพื่อนสั่งได้เต็มที่เดี๋ยวพี่ไปจ่ายเอง” เขาบอกคนปลายสายที่กดรับและรีบกดวางสายแล้วเดินนำหน้าแพทย์สาวรุ่นน้องของตัวเองไปทันที เพราะตอนนี้เรื่องของผู้ป่วยสำคัญไม่แพ้กัน

“อิหยังวะ ทันเว้าอยู่ตัดสายแล้ว” จงกลนียกมือเกาหัวพึมพำเป็นภาษาบ้านเกิดตัวเองออกมาอย่างไม่เข้าใจคนปลายสาย จนเพื่อนเดินมาตบไหล่นั่นแหละถึงสะดุ้งมีสติกลับมา

“อะไรของเธอเจเจ” นภิสาถามเพื่อน เพราะเห็นหน้าของเพื่อนที่ดูมึนๆ งงๆ แล้วก็อยากรู้ว่าเป็นอะไรอยู่

“อาจารย์หมอน่ะสิ โทรมาบอกว่าไปก่อนเลย และให้สั่งได้เต็มที่ จะตามไปทีหลัง”

“มาแน่นะ ไม่ใช่หลอกให้พวกเราสั่งเยอะๆ แล้วไม่มาจ่ายนะ”

“ไม่รู้สิ แต่พูดจบก็ตัดสายไปเลย แต่ไปกันเถอะ ไปรอเอ็มกันเถอะ เอ็มมาพอดี”

“สาวๆ แต่งตัวสวยกันจังนะวันนี้” ปภพชมสองสาวที่ยืนรอตัวเองอยู่หน้าตึกหอพักของทางโรงพยาบาล

“แน่นอน ใครจะโทรมๆ เหมือนตอนทำงานล่ะ” จงกลนีเอ่ย

“อือ...แต่เอ็มว่าเจเจสวยตลอดเวลานะ”

อะแฮ่ม!

“ชมฉันบ้างก็ได้เอ็ม ฉันอยู่ด้วยทั้งคน” นภิสารู้ว่าปภพนั้นคิดยังไงกับจงกลนี

“อือ...ไปกันเถอะ นี่ก็จะสามทุ่มแล้ว” แล้วทั้งสามก็พากันเดินไปยังร้านประจำของตัวเองที่อยู่ห่างจากโรงพยาบาลไม่ไกลนัก เดินไปไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงร้านแล้ว

ตอน 3

พอมาถึงร้านก็สี่ทุ่ม เขมณัฏฐ์มองหาจงกลนี พอเห็นก็รีบเดินสาวเท้าเร็วๆ ไปนั่งร่วมโต๊ะด้วยกับทั้งสามคน แต่ตอนนี้เหมือนทุกคนจะเริ่มกรึ่มๆ กันแล้ว โดยเฉพาะจงกลนีที่ดูจะตาหวานเป็นพิเศษ และพูดมากที่สุดในกลุ่ม

“สวัสดีครับอาจารย์หมอ” ปภพยกมือไหว้ผู้มาใหม่

“อือ...เต็มที่เลยนะหมอเอ็ม” เขาพยักหน้ารับไหว้พร้อมบอกอีกฝ่ายให้สั่งเต็มที่

“คุณก็ด้วยนะหมอหลิน” เขารู้จักชื่อเล่นของทั้งสามคนดี เพราะทั้งสามคือลูกศิษย์ของเขาเอง

“ขอบคุณนะคะอาจารย์หมอ” นภิสายกมือไหว้ขอบคุณ พร้อมรินเครื่องดื่มสีอำพันให้อาจารย์ของตัวเอง

“อาจารย์ดื่มค่ะ”

“พอดีผมขับรถมา พวกคุณดื่มเถอะ เจเจดื่มอีกไหม” เขาถามคนที่นั่งข้างๆ ที่ตอนนี้นั่งโงนเงนทรงตัวไม่อยู่

“จัดมาสิคะหมอเข้ม จัดมาเลยอาจารย์หมอ เจเจยังไหว” พูดแล้วก็คว้าแก้วที่นภิสารินให้อาจารย์ดื่มมาดื่มเอง และถ้ามีใครในนี้สังเกตเห็นยิ้มร้ายของผู้มาใหม่คงจะไม่กล้านั่งอยู่ที่นี่แน่นอน เขมณัฏฐ์แอบยิ้มมุมปากเมื่อจงกลนีดื่มไม่หยุดและตอนนี้เริ่มเมาได้ที่มากแล้ว

“ผมขอพาเจเจกลับก่อนนะ พวกคุณดื่มกันต่อเถอะ ผมเลี้ยงเอง” เขาบอกทั้งสอง และปภพที่ยังมีสติอยู่จึงเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย

“อาจารย์หมอให้พวกเราไปส่งเจเจก็ได้ครับ ไม่ต้องไปส่ง...อึก! เจเจหรอกครับ เราพักที่หอพักเดียวกัน รอกลับพร้อมกันได้ อึก!”

“ไม่เป็นไรครับ ผมเป็นพี่ชายของเธอ ผมพาเธอกลับเองจะปลอดภัยกว่า” คำว่าปลอดภัยของเขาพูดไม่เต็มเสียงเท่าไหร่นัก

“อือ...ไม่ต้องห่วงเราหรอก เรากับหมอเข้ม ไม่สิ อาจารย์หมอรู้จักกัน เขาเห็นเราตั้งแต่ฉีกผ้าอ้อมแล้วแหละ อึก! อือ...ไปกันเถอะค่ะ กลับบ้านกัน...กลับบ้านกัน อึก!” ตอนนี้จงกลนีไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังโอบคอของคนที่นั่งข้างๆ และนั่นก็ทำให้คนหน้าเดียวพึงพอใจมาก เขาฉวยโอกาสช้อนอุ้มเธอเดินออกจากร้านไป โดยไม่สนใจจะพูดอะไรอีก

เขมณัฏฐ์พาจงกลนีมายังคอนโดส่วนตัวของตัวเองที่อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล คอนโดนี่แหละที่เขาจะให้เธอมาอยู่ พอมาถึงก็อุ้มร่างเล็กวางลงบนเตียงนอนนุ่มของตัวเองอย่างเบามือ เธอยังไม่หลับแต่ว่าเดินไม่ไหว พอเขาวางเธอลงบนเตียงแล้วก็นั่งมองหน้าสวยของเธอพร้อมลูบไล้มือไปมา ก่อนจะลุกขึ้นเดินลงไปยังรถเพื่อไปนำเอกสารที่ตัวเองทำมาเตรียมไว้ และถ้าไม่ฉวยโอกาสจังหวะตอนนี้คงจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว เขาลงไปไม่นานก็กลับขึ้นมาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล พอมองไปยังเตียงก็ไม่เห็นคนตัวเล็กแล้ว

“เจเจ...เจเจอยู่ไหน?” เขาร้องเรียกหาเธอพร้อมวางเอกสารไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียง พร้อมกับประตูห้องน้ำเปิดอยู่และมีเสียงน้ำไหล เมื่อแน่ใจแล้วว่าเธออยู่ไหน เขาจึงรีบเดินเข้าไปหาเธอในห้องน้ำ แต่แม่เจ้า...เขาหยุดเท้าที่หน้าประตูห้องที่เพิ่งก้าวพ้นได้สองก้าวทันทีเมื่อมองเห็นร่างเปลือยนั่งเล่นน้ำอยู่ใต้ฝักบัวที่เปิดอยู่

“อ่า...มาเล่นน้ำกันค่ะ มาเล่นน้ำกัน” เธอพูดพร้อมปัดน้ำใส่คนตรงหน้า เธอยิ้มหัวเราะแล้วเล่นน้ำที่ไหลอาบชโลมกายตัวเองต่อ ไม่สนใจว่าตอนนี้ตัวเองนั้นเปลือยกายอยู่

“เจเจอย่าทำแบบนี้” เขาเอ่ยเสียงพร่าพร้อมกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ เท้าใหญ่นิ่งแข็งไม่กล้าขยับไปตรงหน้าด้วยกลัวว่าตัวเองจะทำอะไรล่วงเกินน้องน้อย

“อือ...ก็อาบน้ำ มาอาบด้วยกันสิคะ มาค่ะหมอเข้ม อาจารย์หมอมาอาบน้ำด้วยกันค่ะ” เธอยิ้มหวานแล้วพยายามดันตัวเองลุกขึ้นจะไปหาคนตัวโต แต่แล้วก็ล้มลงและโชคดีที่เขมณัฏฐ์มองอยู่ก่อนแล้วเลยคว้าร่างเปลือยของเธอไว้ได้ทัน

“อือ...อกแน่นจังเลยค่ะ” มือที่วางทาบทับหน้าอกของคนที่รับตัวเองไว้พอดีลูบไล้และขยำเล่นไปมา

“อือ...ยะ...อย่าทำแบบนี้เจเจ” เขาดุเธอไม่เบานัก

“แบบไหนคะ อึก! อือ...” เธอกลอกตาถามคนช้อนอุ้มตัวเองพร้อมขยำมือแรงๆ กับอกของเขา

“อืม...อย่าทำแบบนี้” เขาดึงมือเล็กออกจากอกตัวเอง

“อาบน้ำกันค่ะ ฉันร้อนมากเลย” คนคออ่อนเอ่ย

“ถ้ายังยั่วไม่รู้ตัวแบบนี้ พี่จะไม่ทนแล้วนะ” เขาปัดมือเล็กที่พยายามจะล้วงเข้ามาในช่องกระดุมของตัวเองให้หยุด

“ทนอะไรคะ ทำไมต้องทน” เธอผลักเขาออกแล้วพยายามยืนเอง แต่แล้วก็เซล้มมาปะทะกับร่างใหญ่อีก

“อืม...ไม่ทนแล้วนะเจเจ” เขาจับหัวไหล่เล็กพร้อมบีบแน่น

“อือ...เจ็บนะคะหมอเข้ม”

หึหึ

“อย่าเสียใจทีหลังก็แล้วกัน”

“ทำไมต้องเสียใจด้วย อ่ะ...อื้อ”

แล้วปากหนาก็โน้มลงมาบดจูบหนักหน่วงทันที ปากน้อยที่กำลังเปิดพูดนั้นถูกเรียวลิ้นสากสอดแทรกดุนดันเรียวลิ้นเข้ามาในโพรงปากพร้อมกับกอดเกี่ยวเรียวลิ้นเธอ คนหน้าเดียวรับรู้ถึงรสขมของแอลกอฮอล์ที่แม่น้องน้อยดื่มไปก่อนหน้า แต่มันก็กลมกล่อมเมื่อผสมผสานกับรสปากของหล่อน

“อ่ะ...อื้อ” คนถูกปล้ำจูบครางกระเส่าเหนื่อยหอบแข้งขาอ่อนแรง จนเขาต้องช้อนอุ้มขึ้นแล้วจูบหนักหน่วงสั่งสอน ยิ่งได้รู้ว่าเป็นจูบแรกของจงกลนี เขาก็ยิ่งฮึกเหิมบดจูบเอาแต่ใจตัวเอง ปากน้อยเผยอจูบตอบกลับเงอะงะยิ่งทำให้เขาพึงพอใจ

“อือ...เป็นของพี่นะ ต่อไปนี้ห้ามให้ใครจูบ” เขาผละออกมาเอ่ยกับเธอพร้อมวางร่างเล็กไปบนเตียงนุ่มอีกครั้ง และครั้งนี้เขาตามขึ้นไปคร่อมทับอย่างรวดเร็ว โดยไม่ปล่อยให้เสียเวลา ตอนนี้เขมณัฏฐ์ไม่อาจปล่อยร่างเปลือยใต้ร่างไปได้อีกแล้ว

“อือ” คนเมาน้ำเมากับเมาจูบแรกถึงกับมึนเอ๋อไปไม่เป็นเลยทีเดียว ตอนนี้สติของเธอมันล่องลอยไปกับจูบหนักหน่วง แล้วก็ต้องครางอู้อี้ลอดออกมาจากริมฝีปากอีกครั้งเมื่อปากหนาบดจูบลงมาอีกครั้ง

“อ่ะ...อื้อ”

เสียงบดจูบดูดเคล้าคลอเคลียปากอวบอิ่มที่เริ่มบวมเจ่อเพราะรสจูบของเขาผละเคลื่อนมาซุกไซ้ลำคอระหงที่บิดเร่าเสียวซ่านไปมาอยู่ใต้ร่าง น้องน้อยของเขาสวยมาก สวยเหลือเกิน มือใหญ่นุ่มลูบไล้สัมผัสตามผิวกายนวลเนียนของจงกลนีพร้อมปากหนาขบเม้มทุกจุดที่เลื่อนตวัดปลายลิ้นผ่าน

“อ่า...ทำไมร้อนแบบนี้ อื้อ...” เธอร้อนรุ่มเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์และพิษสวาทที่กำลังเล้าโลมร่างกายของเธออยู่จนทำให้ขาดสติและเผลอตัวแอ่นเด้งเร่าตอบสนอง และเผลอนึกคิดไปว่าตอนนี้คือความฝัน

“อือ...หอมหวานเหลือเกินเจเจของพี่ อ่า...” เขาลากลิ้นผ่านร่องอกอวบอูม สองมือบีบขยำสองเต้าพร้อมดุนดันยอดอกสีหวานระเรื่อเข้าไปในโพรงปากหนาของตัวเองแล้วลากลิ้นผ่านยอดอกมายังใต้ราวนมของเธอ

“อ่ะ...อื้อ ร้อนเหลือเกิน อือ...ทำไมร้อน อ่ะ...อื้อ” มือเล็กลูบไล้ลำคอตัวเองไปมาด้วยความกระสับกระส่ายร้อนรุ่มเรือนร่างเปลือยเปล่าของตัวเอง

“อือ...ไม่ไหวแล้ว พี่อยากได้เจเจ อื้อ...”

“หมอเข้ม...หมอเข้มชะ...ช่วยฉันด้วย อื้อ...” เธอคว้าไหล่หนาของคนตัวโตเหนือร่างที่กำลังจะขยับผละถอยห่างออกไปรั้งไว้

“ชูว์...ใจเย็นเจเจ พี่แค่จะถอดเสื้อผ้า”

“อือ...กลับมานะคะ”

“อือ...แน่นอน กลับมาแน่นอน”

เขาจับมือเล็กที่จับหัวไหล่ตัวเองมาจูบแผ่วเบาที่หลังมือ ก่อนจะปล่อยให้อิสระแล้วผละถอยห่างออกมาจัดการกับเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเองกับเสื้อกล้ามสีขาวและกางเกงสแล็คสีดำของตัวเองโยนทิ้งลงข้างเตียงและตามด้วยกางเกงบ็อกเซอร์แล้วโถมตัวไปคร่อมทับร่างน้องน้อยใหม่อีกครั้งด้วยกายเปลือยร้อนรุ่มและเอ็นเนื้อร้อนก็เหยียดขยายเบียดสีไปกับหน้าท้องแบนราบของหล่อนด้วย

“อือ” พอคนตัวโตโถมตัวคร่อมทับลงมาหาเรียวแขนเล็กของจงกลนีก็ตวัดโอบเกี่ยวลำคอหนารั้งลงมาหาตัวเองทันที

“ชะ...ช่วยด้วยหมอเข้ม อือ...อาจารย์หมอ...เจเจร้อน”

“อือ...ร้อนแบบไหนเจเจบอกพี่ เรียกพี่เหมือนครั้งที่ยังเด็กได้ไหม” เขาจูบโคนหูของเธอพร้อมขบเม้มติ่งหูเล็กแล้วดูดเม้มแรงๆ

“อือ...ร้อน อ่า...ได้สิคะ เจเจจะเรียก ถ้ามันช่วยให้เจเจหายร้อน อ่า...” เธอว่าง่ายพร้อมกับแอ่นเด้งร่างเปลือยขึ้นหาไออุ่นร้อนของบุรุษเหนือร่างที่ชื้นเหงื่อไม่แพ้เธอ

“อือ...เรียกสิครับ เรียกให้พี่ชื่นใจหน่อยทูนหัว”

“อือ...พี่หมอเข้ม ชะ...ช่วยเจเจด้วยนะคะ เจเจร้อน อ่า...”

“เด็กดีของพี่หมอ” เขาจูบหน้าผากมนแล้วเริ่มโรมรันเธอต่อ ปากหนาลากผ่านลำคอระหงมายังสองเต้าแล้วดูดเม้มเนินอกของเธอ ก่อนจะกลับมาปิดปากน้อยที่กำลังร้องครางเสียวกระเส่าอยู่ เรียวแขนเล็กของหล่อนก็กอดรัดลำคอของเขาไว้แน่นจนเขาแกะออกมาไล่จูบหลังมือเล็กขึ้นมายังต้นแขนของเธอ

“อือ...หอมไปทั้งตัวเลยเด็กน้อยของพี่หมอ” เขาจูบซับเหงื่อที่ซอกคอให้เธอแล้วเคลื่อนจูบผ่านร่องอกมายังหน้าท้องแบนราบที่เคลื่อนไหวตามแรงหอบหายใจของเจ้าของร่าง

“อือ...พี่หมอเข้ม ชะ..ช่วยด้วย เจเจทรมานเหลือเกิน ได้โปรด...อือ...”

หล่อนแอ่นเด้งบิดกายเร่าเสียวไปมาและน้ำเมาทำให้เธอไร้ยางอายและไม่รู้ตัวด้วยว่าตัวเองกำลังยั่วยวนคนตัวโตอยู่ในตอนนี้

“อ่า...สวยเหลือเกินเด็กน้อยของพี่ พี่จองแล้วนะเจเจ” มือใหญ่วางทาบทับไปยังเนินสวาทอวบอูมที่มีต้นหญ้าสีดำปกคลุมบางๆ อยู่ ก่อนจะโน้มหน้าลงไปซุกซบสูดดมกลิ่นกายสาวที่อาบคลอล้นปรี่ไปด้วยน้ำหวานรสเข้มข้นของหล่อน

“อ่ะ...อื้อ” เมื่อถูกดูดเม็ดเกสร เธอก็แอ่นเด้งร้องทรมานสยิวออกมา

“อือ...หวานเหลือเกิน น้ำของเจเจหวานมากคนดี อ่า...ไม่ไหวแล้ว พี่อยากเข้าไปในตัวเจเจ”

“อือ...ยังไงก็ได้พี่หมอเข้ม เจเจไม่ไหวแล้ว เจเจร้อนจะตายแล้ว อือ...ได้โปรด...ได้โปรดนะคะ อื้อ...” เธอลูบกายเปลือยตัวเองบิดเร่าครางกระเส่าไปมาบนเตียงพร้อมเอวเล็กแอ่นเด้งบิดทรมานไปมา ยิ่งถูกคนตัวโตโน้มระรัวปลายลิ้นกับเม็ดเกสรยิ่งสยิวร้อนรุ่มในท้องน้อย

“อ่า...หวานลิ้นเหลือเกินเจเจของพี่ ไม่ไหวแล้ว พี่จะทำให้เราเป็นของกันและกันนะทูนหัวของพี่ เป็นเมียพี่นะ”

“อือ” เธอพยักหน้าตอบอย่างคนไม่มีสติ

“ไม่รู้ว่าตื่นขึ้นเจเจจะจำเรื่องนี้ได้รึเปล่า แต่จำไว้เจเจเป็นเมียพี่ เป็นของพี่” เขาเคลื่อนตัวคร่อมทับบดเอวสอบกดแทรกเอ็นเนื้อแข็งร้อนของตัวเองกรีดกรายเข้าไปในร่องน้ำสวาทของคนตัวเล็กทันที ซึ่งความเล็กของจงกลนีบวกกับยังไม่เคยต้องมือชายใด ทำให้เขากัดฟันแน่นผ่านด่านพรหมจรรย์เข้าไปด้วยความยากลำบาก

“อือ...จะ...เจ็บ!” เธอดิ้นเอวถอยหนี แต่ถูกกอดรั้งไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนหนี และตอนนี้เธอก็แทบสร่างเมาเลยก็ว่าได้ หางตาสวยมีน้ำใสๆ ไหลอาบล้นออกมาพร้อมเสียงสะอื้นไห้ดังออกมาเป็นระลอกคลื่นเมื่อรับรู้ว่าความเจ็บปวดกลางร่างตอนนี้เกิดจากสิ่งใด

“ชูว์...ผ่อนคลายทูนหัวของพี่ ผ่อนคลาย ทำตัวตามสบายจะได้ไม่เจ็บ” เขาพรมจูบเปลือกตาสวยที่หลับนิ่งอยู่ให้ผ่อนคลายแล้วกัดฟันสอดแทรกกายเข้าไปให้สุดทางรักของจงกลนี เพราะเขาไม่อาจหยุดหรือถอยและทิ้งค้างไว้แบบนี้ได้

“อ่ะ...เจ็บ!” หล่อนเปิดปากกว้างร้องออกแล้วเขาก็บดจูบปากน้อยที่อ้ากว้างเพื่อกลืนเสียงร้องไห้สะอื้นของน้องน้อยไว้ เขารู้ว่าเธอเจ็บและรู้ว่าเธอเล็กมากสำหรับเขา แต่เขาเชื่อว่าธรรมชาติของมนุษย์เราแล้วทุกอย่างจะปรับจูนเข้ากันได้ และเขารู้ดีว่าร่างกายของมนุษย์เป็นยังไงและเธอเองก็ด้วย เพราะเขาและเธอต่างก็เป็นหมอ

“อือ...อ่า” ปากหนาบดจูบคลอเคลียเรียวลิ้นเล็กเพื่อเบี่ยงเบนความเจ็บปวดจากกลางลำตัวของเธอ และมันได้ผล เมื่อกายสาวเริ่มบิดเร่าและแรงตอดรัดภายในของหล่อนก็เพิ่มแรงขึ้นจนเขาไม่อาจแช่ตัวนิ่งเฉยได้จึงเริ่มขยับเคลื่อนไหวบทรักของตัวเองและสาวเจ้า

“อ่า...แน่นดีเหลือเกินเด็กน้อยของพี่ อื้อ...” เขาครางพร่าเสียวออกมาด้วยความสุขปลื้มปริ่มในใจ ตอนนี้เขารู้สึกว่าเขาสมหวังแล้วกับสิ่งที่เฝ้ารอถนอมร่างกายเพื่อเธอมาตลอด และเธอก็โตพอจะเป็นของเขาแล้วในวันนี้ เด็กน้อยที่ลืมตามาดูโลกในวันนั้นช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน

“อื้อ...คนเลว อ่ะ...อื้อ” แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องการคนที่เคลื่อนไหวบดเบียดกายเสียดสีร้อนจังหวะสวาทเข้าออกในความเป็นสาวของตัวเอง มือเล็กอยากผลักไสแต่ก็ทำไม่ได้ ตอนนี้เธอต้องการคนเหนือร่างจึงทำได้แค่กำเกร็งแน่นข้างลำตัว

“อ่า...พี่ขอโทษคนดี พี่ไม่ได้อยากให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ อ่ะ...อื้อ เสียวแน่น ตอดรัดพี่ดีเหลือเกินทูนหัวของพี่”

“อือ...ขอโทษทะ...ทำไม อ่ะ...อื้อ ในเมื่อทำไปแล้ว อ่า...”

“ก็เรายั่วพี่จนพี่ตบะแตก อ่า...ไม่ไหวแล้ว พร้อมกันนะเด็กน้อย อ่า...”

“อือ...เลว อ่า...”

“ซี้ด...โอว์...แน่นดีเหลือเกิน จะโกรธจะเกลียดพี่ค่อยคุยพรุ่งนี้ ตอนนี้เราเป็นของกันและกันแล้วคือเรื่องจริงทูนหัว อ่า...”

“อือ...อ่า”

พั่บ! พั่บ! พั่บ!

ทั้งจังหวะกระแทกของเนินเนื้อที่สอดประสานกันและเสียงครวญครางกระเส่าเสียวของทั้งสองที่ดังสลับกันขึ้นลงและเสียงหัวเตียงที่ไหวโยกกระแทกกับผนังห้องก็ดังขึ้นแข่งกับเสียงของพวกเขาและเสียงร่างกายที่แอ่นเด้งพลิ้วไหวไปมาบนเตียง นาทีนี้ในห้องนอนกว้างเต็มไปด้วยไฟสวาทของสองร่างเปลือยเปล่า

“โอว์...อื้อ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED