กร ประภาสวิริยะกุล มหาเศรษฐีแสนล้าน เจ้าของธุรกิจมากมายในเมืองไทยและต่างประเทศ เขาคือผู้นำของ PPV GROUP CORPORATION บริษัทยักษ์ใหญ่ติดหนึ่งในสิบของโลก
ชายหนุ่มเกิดที่เมืองไทย แต่เติบโตที่ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา แม้กรจะเกิดมาบนกองเงินกองทอง แต่เขาก็ไม่ได้มีชีวิตแบบวัยรุ่นทั่วไป เพราะเขาเรียนหนัก และเริ่มต้นเข้ามาทำงานในบริษัทของครอบครัวตั้งแต่อายุสิบห้า บิดาสั่งให้เขาเรียนรู้งานทุกอย่าง ตั้งแต่ระดับล่างสุด เพื่อให้รู้ว่าพนักงานทุกคนไม่ว่าจะตำแหน่งอะไรก็ล้วนแต่มีความสำคัญกับองค์กรทั้งหมด
กรต้องพยายามอย่างมาก เพื่อให้ตัวเองได้รับการยอมรับจากบิดามารดา จนกระทั่งวันนี้ เขากลายเป็นผู้นำของ PPV GROUP ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
และด้วยการทำงานที่หนักหนาสาหัส ทำให้เขาไม่มีเวลาที่จะชายตามองผู้หญิงคนไหนได้เลย แต่กระนั้นร่างกายหนุ่มแน่นของเขาก็ยังคงต้องการการระบายตามธรรมชาติ หน้าที่นี้จึงตกเป็นของผู้ช่วยคนสนิท ที่จะคอยสรรหาผู้หญิงมาปรนเปรอบนเตียง
และค่ำคืนนี้ก็เช่นกัน...
เขาเดินทางกลับมาประเทศไทย หลังจากไปบริหารงานที่สาขาฮ่องกงอยู่เกือบสามเดือน ผู้ช่วยคนสนิทก็จัดหาผู้หญิงมาให้
กรไม่ได้สนใจเลยว่า ผู้หญิงคนนี้จะหน้าตาเป็นอย่างไร เขาแค่ต้องการปลดปล่อยอย่างเดียวเท่านั้น
“พรุ่งนี้ไม่มีงาน คุณกรใช้เวลากับสาวสวยได้ทั้งคืนเลยนะครับ”
เสียงของผู้ช่วยคนสนิทดังขึ้น หลังจากเปิดประตูเพนท์เฮ้าส์สุดหรูที่แพงที่สุดในเมืองไทยให้กับเจ้านาย
“คุณรู้ไม่ใช่หรือว่า ผมจะไม่นอนค้างคืนกับผู้หญิง”
สีหน้าของผู้ช่วยคนสนิทเจื่อนลง ก่อนจะรีบตอบเสียงอ่อย
“ผมเห็นว่าคุณกรห่างผู้หญิงมาสองวีค ก็เลยคิดว่าอาจจะต้องการมากเป็นพิเศษน่ะครับ”
“กฎก็คือกฎ อย่าแหกกฎของผม”
แม้น้ำเสียงของกรจะราบเรียบ แต่กิติพันธ์ก็รู้ดีกว่าภายใต้ความราบเรียบนั้นซ่อนความหงุดหงิดเอาไว้ไม่น้อย
“ครับ ผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วครับ”
กรไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก นอกจากก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปภายในเพนท์เฮ้าส์หรู โดยมีผู้ช่วยคนสนิทเดินตามเข้าไป
“งั้นผมขอตัวเข้าไปบอกน้องในห้องก่อนนะครับ”
กรทำเพียงแค่ปรายตามองแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา นอกจากเดินไปหยิบขวดไวน์มารินใส่แก้ว แล้วยกขึ้นจิบ
ไม่นานกิติพันธ์ก็เดินออกมาจากห้องนอนที่เตรียมสาวเอาไว้ต้อนรับเจ้านายสุดหล่อ
“เรียบร้อยแล้วครับคุณกร”
“ตารางงานพรุ่งนี้เริ่มกี่โมง”
“มีตอนบ่ายสองครับคุณกร ที่ช่อง...”
กิติพันธ์บอกตารางงานที่กรต้องเดินทางไปที่สถานีโทรทัศน์เพื่อให้สัมภาษณ์กับรายการทีวี ซึ่งมันคือรายการอันดับหนึ่งของเมืองไทยตอนนี้
“คุณไปได้แล้ว”
“ครับคุณกร”
กิติพันธ์โค้งศีรษะให้กับเจ้านาย ก่อนจะรีบเดินออกไปจากเพนท์เฮ้าส์หรู ในใจก็ภาวนาให้กรถูกใจกับสาวสวยที่ตัวเองเตรียมเอาไว้ให้ไปตลอดทาง
เมื่อผู้ช่วยคนสนิทจากไปแล้ว กรก็วางแก้วไวน์ ดวงตาคมกริบสีดำสนิทตวัดมองไปยังประตูห้องนอนซึ่งเขาใช้เป็นห้องสำหรับมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงมากหน้าหลายตา
เรือนร่างทรงพลังก้าวเดินตรงไปหยุดที่ประตูห้อง ก่อนจะเปิดมันออกโดยไม่ลังเล
ไฟสีเหลืองนวลภายในห้อง สะท้อนร่างอวบอิ่มของผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาในสายตา
ใบหน้าของกรยังคงเรียบเฉย เขาดึงบานประตูห้องปิดลง ก่อนจะเดินมาหยุดที่เตียงกว้าง สาวอวบที่เปลือยเปล่าทั้งตัว ค่อยๆ คลานเข้ามาหา ดวงตาของหล่อนเต็มไปด้วยการเชิญชวน
มือขาวสะอาดยกขึ้นสัมผัสกับหน้าอกกว้าง และกำลังจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้กับกร แต่ชายหนุ่มปัดมือนั้นออก พร้อมกับพูดเตือนเสียงต่ำ
“ทำแค่ข้างล่างพอ”
“คุณไม่อยากให้หนูเลียนมให้เหรอคะ”
“ผมบอกยังไงก็ทำยังงั้นพอ”
น้ำเสียงทรงพลังดังกังวาน มันคือน้ำเสียงของผู้ชายที่ออกคำสั่งเสียจนเคยชิน
“ค่ะ”
น้ำเสียงของผู้หญิงเบาลงอย่างไม่เต็มใจนัก แต่ก็ไม่สามารถขัดคำสั่งได้
เจ้าหล่อนเลื่อนมือลงมาปลดเข็มขัด ปลดตะขอ รูปซิปกางเกงขายาวเนื้อดีลงไปจนสุด จากนั้นก็คลึงไปที่เป้ากางเกงของผู้ชายตรงหน้า
หล่อนทั้งคลึงทั้งนวด จนมันแข็งตัวขยายใหญ่ จากนั้นก็ควักออกมารูดด้วยอุ้งมือด้วยความช่ำชองชำนาญ พร้อมกับช้อนตาขึ้นมองเจ้าของลำมังกรขนาดยักษ์อย่างยั่วยวน
กรสบตากับผู้หญิงที่กำลังรูดรัดท่อนชายของตัวเอง ก่อนจะออกคำสั่งเสียงกระด้าง
“อม”
“ค่ะ นายท่าน...”
หญิงสาวรับคำอย่างว่านอนสอนง่าย ลิ้นสีแดงสดถูกแลบออกมาจนยาว และตวัดเลียส่วนหัวของลำมังกร
เสียงกรครางในลำคอ เขาขยุ้มเส้นผมของหญิงสาวทันที เมื่อความเป็นชายหายเข้าไปในโพรงปาก
เขาถูกดูดอมจนน้ำใคร่ใกล้ทะลัก ก็ผลักผู้หญิงบำเรอกามออกห่าง จากนั้นก็ชักท่อนเอ็นด้วยมือของตัวเอง น้ำสีขาวขุ่นพุ่งกระฉูดใส่หน้าของหญิงสาว เจ้าหล่อนยิ้มหวาน และเอานิ้วเรียวปาดไล้ขึ้นมาดูดอมอย่างมืออาชีพ
“ถ่างขาออก เดี๋ยวนี้”
“อ๊า... ได้ค่ะ นายท่าน”
ผู้หญิงที่นอนเอานิ้วขยี้เม็ดสวาทของตัวเองอยู่รีบตอบรับคำสั่ง สองขาอวบแยกกว้างออกจากกัน ก่อนที่ลำมังกรที่ถูกห่อหุ้มด้วยถุงยางจะแทงลึกเข้ามาเต็มแรง
สาวอวบครางลั่น ด้วยความพึงพอใจกับขนาด และลีลาของกร
ในขณะที่กรไม่สนใจแม้แต่จะมองหญิงสาว เขาแค่ต้องการระบายน้ำใคร่ออกมาตามธรรมชาติเท่านั้น
เขากระแทกสอดใส่อย่างต่อเนื่อง รุนแรง ถี่ระรัว จนในที่สุดเขาก็ระเบิด
เขาหลั่งรินออกมาจนหมด จากนั้นก็ชักความเป็นชายออกไปไม่ไยดี ไม่สนใจว่าผู้หญิงตรงหน้าจะรู้สึกอย่างไรบ้าง
เขาไม่จำเป็นต้องสนใจความรู้สึกของผู้หญิงพวกนี้ เพราะพวกหล่อนได้เงินก้อนโตจากเขาเป็นรางวัลแล้ว
“แต่งตัว และออกไปได้แล้ว”
“ฉันยังอยากถูกเอาอีกค่ะ คุณกระเด้าดีมาก เอวพลิ้วสุดๆ เลยค่ะ”
กรไม่สนใจเสียงหวานทอดสะพานของผู้หญิงบนเตียง
หลังจากทิ้งถุงยางในถังขยะ และเช็ดทำความสะอาดเอ็นมังกรของตัวเองแล้ว เขาก็หันหน้ามามองเจ้าของคำพูดด้วยสายตาเย็นชา
“อย่าต้องให้ออกคำสั่งซ้ำ”
“เอ่อ... ค่ะ”
หญิงสาวก้มหน้าลง และแอบเบ้หน้าอย่างผิดหวังที่ไม่สามารถทำให้ผู้ชายหล่อรวยและเอวดีมากอย่างกรลุ่มหลงได้
กรเดินออกมาจากห้องนั้น และตรงไปยังห้องพักของตัวเอง ห้องนอนที่เป็นส่วนตัว ซึ่งไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้เฉียดเข้าใกล้
ชายหนุ่มสลัดเสื้อผ้าออก และเดินเปลือยเปล่าเข้าไปในห้องน้ำ ยืนอยู่กลางละอองน้ำอุ่นใต้ฝักบัวขนาดใหญ่
สายน้ำไหลรินไปตามผิวเรียบตึงทุกสัดส่วน หน้าอกที่ล้นไปด้วยเส้นขนหยิกคอดมีละอองน้ำเกาะพราวอยู่แทบทุกเส้น
กรถามตัวเองหลายครั้ง กับความรู้สึกเฉยชาที่เขามีต่อผู้หญิง
หรือว่าเขากลายเป็นผู้ชายที่ไม่มีหัวใจไปเสียแล้วนะ
ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงมาก่อนเลย ตั้งแต่จำความได้ จนบางครั้งเขาอดคิดไม่ได้ว่า พระเจ้าอาจจะลืมใส่อวัยวะที่เรียกว่าหัวใจมาให้เขาก็เป็นได้
มือหนายกขึ้นปาดน้ำออกจากใบหน้าหล่อเหลา ก่อนจะปิดฝักบัว และหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาซับน้ำออกจากร่างกาย
บั้นท้ายแน่นหนั่นของผู้ชายที่ดูแลตัวเองดีมากๆ อย่างกรขยับเคลื่อนไหว เมื่อเขาเดินออกไปยังห้องนอน
ชุดนอนสีครามถูกสวมใส่ลงบนร่างกายสูงสง่าสมบูรณ์แบบ ก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นเตียง และปล่อยให้ตัวเองหลับใหลไปในที่สุด
ณ กองถ่ายละครแห่งหนึ่ง
“หนูกลับก่อนนะคะทุกคน”
น้ำฟ้า คำพนา หญิงสาววัยเพียงยี่สิบสองปี แต่สิ่งที่หล่อนต้องรับผิดชอบนั้นหนักอึ้งเกินกว่าอายุมากมายเหลือเกิน
หล่อนเกิดมาบนความไม่พร้อมของพ่อกับแม่ ทำให้ชีวิตในวัยเด็กของหล่อนต้องอยู่กับตายายมาโดยตลอด
ความลำบากอยู่กับหล่อนมาตั้งแต่เกิด ทำให้หล่อนคุ้นเคยกับความยากแค้นจนกลายเป็นความเคยชิน
หล่อนยิ้มสู้กับทุกปัญหา เพราะรู้ดีว่าชีวิตของตัวเองนั้นต้องสู้ถึงจะมีเงินซื้อข้าวประทังชีวิต แต่หล่อนไม่เคยย่อท้อ
หล่อนทำงานทุกอย่าง ทำงานตั้งแต่อายุเก้าขวบ ช่วยงานตายาย ออกเก็บขยะตามข้างถนนไปขายเพื่อเอาเงินไปโรงเรียน
ตั้งแต่จำความได้ หล่อนไม่เคยเห็นหน้าพ่อกับแม่เลย มีแต่ตากับยายเท่านั้นที่เลี้ยงดูมา ทำให้หล่อนซาบซึ้งในบุญคุณของพวกท่านยิ่งนัก
พออายุได้สิบสอง หล่อนก็ออกมาช่วยตาขายพวงมาลัยที่สี่แยกไฟแดง และขายนมเปรี้ยวไปด้วย บางวันเจอคนใจดีให้ทิป บางวันก็ขายไม่ได้เลย แต่หล่อนก็ยังสู้ ต้องสู้เพราะหล่อนอยากให้ตากับยายสบาย
หล่อนมองพวกท่านที่แก่ชราลงทุกวันด้วยความเป็นห่วง หวังว่าสักวันจะสามารถทำให้พวกท่านสบายได้มากกว่านี้
และโอกาสก็เดินทางมาถึง เมื่อหล่อนได้เข้ามาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร และมีแมวมองมาทาบทามให้หล่อนเข้าประกวดนางงาม
หล่อนไม่ปฏิเสธ ทำทุกอย่างเต็มที่ ฝึกฝนทุกอย่างตามที่พี่เลี้ยงนางงามแนะนำ และความพยายามก็ไม่เคยทรยศใคร เมื่อหล่อนติดหนึ่งในห้าของนางงามเวทีใหญ่
และหลังจากนั้นหล่อนก็เริ่มมีงานในวงการเข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งได้จับพลัดจับผลูมาแสดงละครในบทบาทนางร้าย
ตอนนั้นหล่อนคิดแค่ว่าทำงาน และเก็บเงิน เพื่อที่จะทำให้ตากับยายสบายเท่านั้น แต่ละครที่หล่อนแสดงเป็นนางร้ายเกิดดังเป็นผลุแตกขึ้นมา ทำให้ตอนนี้มีค่ายละครหลายค่ายติดต่อเข้ามาหาอย่างไม่ขาดสาย
ชีวิตของหล่อนดีขึ้น และแน่นอนว่าตากับยายก็มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย
หลังจากรับงานละครไปสี่เรื่อง หล่อนก็สามารถซื้อบ้านหลังกะทัดรัดในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งให้ตากับยายได้สำเร็จ
มันคือความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของหล่อนแล้วในตอนนี้
มีบ้าน...
บ้านสวยๆ ที่เคยใฝ่ฝันอยากจะอยู่กับตากับยาย ตอนนี้หล่อนทำสำเร็จแล้ว
“จ้า แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะน้องฟ้า”
น้ำฟ้าโบกมือลาพี่ๆ ในกองถ่าย ก่อนจะเดินออกมา มุ่งหน้าไปยังรถยนต์ที่ผู้จัดการส่วนตัวจอดรออยู่
“รอฟ้านานไหมคะพี่ยง”
ยงยุทธ คือผู้จัดการส่วนตัวของหล่อน เห็นชื่อเท่ห์ๆ สมชายชาตรีแบบนี้ แต่แท้จริงแล้วยงยุทธสาวจ๋ายิ่งกว่าผู้หญิงแท้ๆ อย่างหล่อนเสียอีก
“บอกแล้วไงยะว่าให้เรียกพี่ว่ายุ”
“อุ๊ย ฟ้าขอโทษค่ะ พี่ยุมานานแล้วเหรอคะ”
“ไม่นานหรอก ขึ้นรถเถอะ พี่จะพาไปส่งบ้าน”
น้ำฟ้าก้าวขึ้นมาบนรถ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจผู้จัดการส่วนตัว
“นี่ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว พี่ยุง่วงแย่เลย”
“มันก็ง่วงแหละ แต่มันเป็นหน้าที่พี่นี่นา ถ้าพี่ไม่มารับเธอ แล้วเธอจะกลับบ้านยังไงล่ะ”
“ฟ้าว่า... ฟ้าอยากซื้อรถเล็กๆ สักคันน่ะพี่ยุ”
ยงยุทธหันมามองน้ำฟ้า ก่อนจะหัวเราะเบาๆ
“ไปเรียนขับรถให้มีใบขับขี่ก่อนดีไหม แม่น้ำฟ้าคนสวยของพี่”
“ฟ้าก็กำลังคิดจะหาที่เรียนอยู่เหมือนกันค่ะพี่ยุ”
“พูดแบบนี้ เพราะเกรงใจพี่ใช่ไหมเนี้ย”
“คือ... ฟ้าไม่อยากให้พี่ยุต้องอดหลับอดนอนแบบนี้น่ะค่ะ” น้ำฟ้าเกรงใจยงยุทธจริงๆ นั่นแหละ
ยงยุทธถอนใจออกมา “พี่เป็นผู้จัดการส่วนตัวของเธอ นี่มันหน้าที่ของพี่ยะ ดังนั้นไม่ต้องมาเกรงใจพี่เลย”
“แต่พี่ยุช่วยฟ้ามาเยอะแล้วนะคะ”
“ก็เธอเป็นเด็กดีของพี่นี่นา พี่ก็ต้องช่วย ต้องคอยสนับสนุนเธอสิ ไม่เอาอย่าคิดมาก งีบไปเลย เดี๋ยวถึงบ้านแล้วพี่ปลุก”
ยิ่งยงยุทธมีน้ำใจกับหล่อนแบบนี้ น้ำฟ้าก็ยิ่งซาบซึ้งใจ
“ขอบคุณมากค่ะพี่ยุ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ฟ้า”
“อย่ามาพูดซึ้งๆ แบบนี้สิยะ พี่ขี้เกียจร้องไห้ตอนขับรถ”
ยงยุทธดุน้ำฟ้าไม่จริงจังนัก และก็อดน้ำตาซึมไม่ได้
ตั้งแต่เขาดูแลน้ำฟ้ามา หญิงสาวเป็นเด็กดีเหลือเกิน ไม่เคยดื้อรั้น ไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง และก็เคารพผู้จัดการอย่างเขาเสมอ
“ฟ้ารักพี่ยุนะคะ รักเหมือนแม่ของฟ้าคนหนึ่งเลยค่ะ”
“ถ้ารักฉันเหมือนแม่ เวลาจะมีผัวก็ช่วยมาขอความคิดเห็นจากแม่คนนี้ด้วยนะจ๊ะ แม่นางร้ายเนื้อหอม”
“ฟ้า... ยังไม่คิดถึงเรื่องนั้นสักหน่อยค่ะ”
“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่ามีพระเอกหลายคนมาแย่งขายขนมจีบเธอน่ะ”
“ฟ้า... ไม่ได้คุยกับใครเลยค่ะพี่ยุ ฟ้าพูดจริงๆ นะคะ ฟ้าอยากทำงานเก็บเงิน ฟ้าอยากทำให้ตากับยายสบายกว่านี้”
ยงยุทธละสายตาจากถนนเมื่อรถติดไฟแดงมามองหน้าของเด็กดีในสังกัด
“พี่ไม่ว่าหรอกถ้าฟ้าจะคบหากับใครน่ะ แต่อย่าให้กระทบกับงาน เหมือนกับดาราคนอื่นๆ ก็แล้วกัน”
“ฟ้า... ยังไม่คิดเรื่องแบบนั้นจริงๆ ค่ะพี่ยุ” น้ำฟ้าตอบเสียงหนักแน่น
“จ้า พี่เชื่อเธอก็แล้วกัน” ยงยุทธหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเคลื่อนรถอีกครั้งเมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว
เช้าวันนี้ น้ำฟ้าไม่มีคิวถ่ายละคร ทำให้หล่อนได้มีโอกาสนอนตื่นสายกว่าทุกวัน และมีโอกาสได้รับประทานอาหารเช้ากับคุณตาคุณยาย สองผู้มีพระคุณที่หล่อนรักและเคารพที่สุดในชีวิต
“ยายจ๋า... กับข้าวหอมจังเลยจ้ะ”
หล่อนสูดกลิ่นหอมของอาหารเช้าที่คุณยายวัยเฉียดเจ็ดสิบปีเข้ามาในจมูก ใบหน้าสวยหวานเปื้อนรอยยิ้มสดใสน่ามอง
หญิงชรามองหลานสาวอย่างเอ็นดู พลางตักข้าวใส่จานให้
“ยายทำของโปรดของฟ้าทั้งนั้นเลยลูก”
น้ำฟ้าหอมแก้มยายเบาๆ ก่อนจะหย่อนกายลงนั่ง มองอาหารสามสี่จานตรงหน้าด้วยความหิว
“ฟ้าไม่ได้กินฝีมือยายมาตั้งหลายวันแล้ว เช้านี้จะกินให้จุกเลยจ้ะ”
“กินเยอะๆ เลยฟ้า ยายทำให้ฟ้าทั้งหมดเลย”
หญิงชรายิ้มอย่างภูมิใจ ที่เห็นหลานสาวชื่นชอบอาหารฝีมือตนเอง
“ยายก็กินด้วยกันสิจ๊ะ อ้อ แล้วนี่ตาหายไปไหน ไม่เห็นเลย”
“ตาออกไปซื้อกะทิให้ยายน่ะ อีกเดี๋ยวก็คงกลับ ฟ้ากินเถอะ ไม่ต้องรอตาหรอก”
ยายคะยั้นคะยอให้หลานสาวกินข้าวเช้าอย่างกระตือรือร้น
น้ำฟ้าเองก็อดใจรอไม่ไหวแล้วเช่นกัน อาหารฝีมือยายมันยั่วน้ำลายเหลือเกิน
"อร่อยมากเลยจ้ะยาย"
หล่อนชิมอาหารของยายทุกจานและเอ่ยชมไม่หยุดปาก ทำเอายายยิ้มหน้าบานเลยทีเดียว
“อร่อยก็กินเยอะๆ นะฟ้า ไม่พอเดี๋ยวยายไปทำมาเพิ่มให้อีก”
น้ำฟ้าตักข้าวใส่ปากและเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ใบหน้าเต็มไปด้วยความฟิน รสชาติอาหารของยายยังเหมือนเดิม
“ถ้าฟ้ากินหมดนี่ ต้องอ้วนเป็นหมูแน่ๆ เลยจ้ะยาย”
น้ำฟ้าหัวเราะอย่างมีความสุข ยายของหล่อนก็หัวเราะจนรอยตีนกาเต็มหน้าเช่นกัน
หล่อนมีความสุขเหลือเกิน...
มีความสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มของยายแบบนี้
ช่วงชีวิตในวัยเด็ก นั้นแสนยากลำบาก อดมื้อกินมื้อเสมอ แต่ทุกครั้งที่หล่อนเห็นก็คือ ตากับยายจะให้หล่อนกินจนอิ่มก่อน ถึงจะยอมกินข้าว
หล่อนซาบซึ้งในพระคุณของพวกท่าน และตั้งปณิธานเอาไว้ว่า หล่อนจะทำให้พวกท่านสบาย มีข้าวกินทุกมื้อ
น้ำฟ้ามองยายของตัวเองด้วยความรัก น้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจเอ่อล้นสองขอบตา
“ฟ้ารักยายกับตานะจ๊ะ”
“พูดซึ้งแต่เช้าเลยหลานยาย” ยายหัวเราะกลบเกลื่อนน้ำตาที่เอ่อล้นเช่นกัน
“ฟ้าดีใจนะยาย... ดีใจที่ฟ้าสามารถซื้อบ้านหลังนี้... และพาตากับยายมาอยู่ด้วยกันได้” หยดน้ำตาใสๆ ไหลออกมาจากดวงตา “และฟ้าก็ดีใจที่สุด... ที่พวกเราไม่ต้องอดมื้อกินมื้ออีกแล้ว...”
หล่อนเห็นยายก้มหน้าแอบเช็ดน้ำตา หล่อนจึงตักอาหารใส่จานให้ยาย
“เราสามคนจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ มีความสุขแบบนี้ไปตลอดนะจ๊ะยาย”
ยายยิ้มให้กับหล่อนด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักความเอ็นดู
“ยายดีใจ... ดีใจมากที่ฟ้าของยายมีอาชีพที่ดี สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้แล้ว ต่อจากนี้ไปยายกับตาก็ตายตาหลับแล้วล่ะ”
น้ำฟ้ายื่นมือไปกุมมือเหี่ยวย่นตามวัยของหญิงชราเอาไว้ บีบเบาๆ
“ฟ้าไม่ยอมให้ยายตายหรอกจ้ะ พวกเราจะต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน...”
แล้วหล่อนก็ยกมือของยายขึ้นมาแนบแก้ม และระบายยิ้มสุขใจ
“ฟ้ารักยาย ฟ้ารักตานะจ๊ะ”
“ยายกับตาก็รักฟ้าลูก...”
หล่อนยิ้มให้กับยาย และยายก็ยิ้มทั้งน้ำตาให้กับหล่อนเช่นกัน
“กินข้าวเถอะฟ้า... กับข้าวเย็นหมดแล้ว”
“จ้ะยาย”
หล่อนกับยายกำลังกินข้าวกันมีความสุข และก็กินไปเรื่อยๆ เพื่อรอให้ตากลับมาร่วมวงด้วย แต่ไม่นานก็มีโทรศัพท์ของยงยุทธดังขึ้นเสียก่อน
“ยายรอฟ้าแป๊บนะ พี่ยุโทรมาน่ะจ้ะ”
หล่อนปลีกตัวจากโต๊ะอาหาร มารับสายของผู้จัดการส่วนตัว
“มีงานด่วนเหรอพี่ยุ” หล่อนทักทายเสียงสดใสไปตามสาย
“ไม่ใช่งานด่วนหรอกฟ้า แต่มันคือข่าวด่วนน่ะสิ”
คิ้วโก่งสวยตามธรรมชาติของน้ำฟ้าขมวดมุ่นอย่างแปลกใจ
มันต้องเป็นข่าวสำคัญมาก ไม่อย่างนั้นยงยุทธคงไม่รีบโทรมาหาหล่อนหรอก
“ข่าวอะไรเหรอพี่ยุ เกี่ยวกับฟ้าเหรอคะ”
“ก็ใช่น่ะสิ”
ตึ้งงงง
เสียงข้อความทางไลน์ดังเตือนขึ้น
“ดูวิดีโอที่พี่ส่งไปทางไลน์ก่อนนะ แล้วค่อยคุยกัน”
น้ำฟ้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ และรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีนัก