แต่ด้วยนิสัยส่วนตัว คาเมรอนเป็นคนที่มีบุคลิก ดุ น่ากลัว น่าเกรงขาม เย็นชา บางครั้งเอาแต่ใจตัวเองและหยิ่งจองหองถือตัวเอามากๆ ไม่ยอมให้ใครเข้าถึงตัวได้ง่ายๆ คนที่คาเมรอนจะเรียกเข้าห้องทำงานเพื่อไปคุยงานด้วยนั้น จะมีแต่ระดับผู้จัดการขึ้นไปเท่านั้น ส่วนพนักงานตัวเล็กๆ นั้นรอรับคำสั่งจากผู้จัดการอีกต่อหนึ่ง แต่เพราะคาเมรอนเป็นคนที่มีเสน่ห์ ยิ่งเก็บตัวเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้คนทั่วไปอยากจะรู้จักและอยากเข้าถึงตัวมากยิ่งขึ้น
ยิ่งได้รู้จากปากต่อปากว่าคาเมรอนหล่อเหลาระดับพระเอกฮอลลีวู้ด ด้วยรูปร่างสูงใหญ่ราวกับนายแบบด้วยส่วนสูง 189 เซนติเมตร ก็ยิ่งทำให้นักข่าวอยากขอสัมภาษณ์ อยากเห็นหน้า เพราะคาเมรอนคือความลงตัวของสามเชื้อชาติ นั่นคือ ไทย – จีน - อเมริกัน เพราะเจ้าสัวหัสนัยน์เป็นลูกครึ่งไทย - จีน ส่วนมารดานั้นเป็นชาวอเมริกันแท้ๆ แต่มาอยู่เมืองไทยนานนับสามสิบปีทำให้พูดไทยได้คล่องปร๋อ
คาเมรอนเป็นทายาทเพียงคนเดียวและมีองค์ประกอบบนใบหน้าครบจนน่าอิจฉา ไม่ว่าจะเป็นผิวพรรณที่ขาวเหมือนคนจีน ใบหน้าเกลี้ยงเกลา หล่อเหลาแบบหนุ่มอเมริกัน คิ้วหนาเข้ม ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลอ่อน แต่เปลือกตาเล็กแบบคนจีน จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากรูปกระจับอมชมพูเล็กน้อย
ทว่าเวลานี้ความหล่อเหลาหรือความเพอร์เฟคนั้นมันถูกบดบังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะเขากำลังเตรียมรับมือกับกองทัพสื่อมวลมันไม่ใช่สิ่งที่เขาชอบเลย และนับจากนี้ไปเขาจะสูญเสียความเป็นส่วนตัวทันทีที่ก้าวเข้าไปเหยียบโรงแรม และเช่นเดียวกัน ในเวลาต่อมาไม่ถึงสิบห้านาที รถตู้สีขาวคันหรูก็แล่นมาจอดเทียบหน้าทางขึ้นโรงแรม โดยมีเหล่าบอร์ดี้การ์ดส่วนหนึ่งรอรับอยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับกองทัพสื่อมวลชนที่รออยู่ตรงบันไดทางขึ้น เมื่อรถจอดสนิทบอร์ดี้การ์ดคนหนึ่งเดินไปเปิดประตูให้อย่างรู้หน้าที่
“เชิญครับท่าน” บอร์ดี้การ์ดหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับเปิดทางให้หัสนัยน์ลงก่อนเพราะนั่งติดประตูพอดี จากนั้นจึงตามด้วยคาเมรอนและเคียร่าตามลำดับ
ช่วงเวลานี้เอง แสงแฟรชจากกล้องถ่ายรูปของสื่อมวลชนที่นับจำนวนไม่ได้ก็สาดมาที่ทั้งสามคนพร้อมกันเสียงกดชัตเตอร์กระหน่ำรัว หวังจะเก็บภาพที่ดีที่สุดเอาไว้ ใครอยู่ใกล้ทางขึ้นมากที่สุด คือคนที่ได้ภาพชัดที่สุดไปครอง แต่คาเมรอนไม่ยอมให้ภาพออกไปได้โดยง่าย เขาให้บอร์ดี้การ์ดเกือบยี่สิบคนขวางเอาไว้ ประกบหน้าหลังบิดามารดา เพื่อไม่ให้นักข่าวเบียดเข้ามาอย่างน่าเกลียด ขณะที่นักข่าวพยายามยกกล้องขึ้นถ่ายและซูมไปที่ใบหน้าของคาเมรอนเป็นหลัก งานนี้แสงแฟรชทำให้เขาแทบตาลายเลยทีเดียว แต่ดีหน่อยที่บอร์ดี้การ์ดทำหน้าที่ได้ดีมากจนนักข่าวเข้าถึงตัวไม่ได้เลย
ขณะเดียวกัน เสียงของนักข่าวดังเข้าไปในงานเป็นสัญญาณให้แขกทุกคนตื่นตัวว่าเจ้าภาพทั้งสามได้เดินทางมาถึงแล้ว พิธีกรในงานซึ่งอยู่บนเวทีจึงประกาศให้แขกทุกคนหลีกทาง เพื่อให้เจ้านายทั้งสามเดินผ่านได้อย่างสะดวก วินาทีนี้ทุกคนพยายามชะเง้อคอมองคาเมรอนเป็นหลัก กระทั่งทั้งสามได้เดินไปถึงหน้าเวทีและถูกเชิญให้นั่งโซฟาวีไอพีเรียบร้อย แต่ก็ไม่วายที่จะมีบอร์ดี้การ์ดนั่งอยู่ด้านหลังเพื่อเป็นกำแพงอีกหนึ่งชั้น ใครอยากจะเห็นก็คงเห็นแต่เพียงแผ่นหลังกว้างๆ และเสี้ยวหน้าเวลาที่หันซ้ายขวาเท่านั้น
“อะไรจะกันท่านักข่าวได้เก่งขนาดนั้น ให้การ์ดซ้อมอารักษ์ขาตั้งแต่เมื่อไหร่”
หัสนัยน์อดแซวบุตรชายไม่ได้
“ป๋าน่าจะรู้ว่าการ์ดของป๋าเก่ง” คาเมรอนตอบน้ำเสียงเรียบพลางมองไปบนเวที ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นพิธีกรก็ขึ้นไปบนเวทีเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะกล่าวเปิดงาน พร้อมทั้งเชิญให้ประธานขึ้นไปกล่าวเปิดอีกต่อหนึ่ง โดยที่คาเมรอนขอให้หัสนัยน์เป็นคนขึ้นไปเปิด เพราะงานนี้เขายังไม่พร้อมที่จะขึ้นไป หัสนัยน์จึงใช้เวลากล่าวเพียงเล็กน้อยสิบนาทีเท่านั้นเพื่อทุกอย่างจะได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
ต่อมาพิธีกรจึงได้เริ่มแนะนำกรรมการ ซึ่งเป็นเซเลบริตี้ผู้มีชื่อเสียงในวงการไฮโซ และเคียร่ามารดาของคาเมรอนร่วมเป็นกรรมการ รวมแล้วสี่ท่าน จากนั้นจึงเข้าสู่การเดินแบบทันที โดยเหล่านางแบบทั้งหลายนั้นสวมใส่คอลเล็คชั่นที่ผู้เข้าประกวดออกแบบตามกติกา นั่นคือคอลเลคลั่นฤดูใบไม้ผลิ และบรรยายถึงความหมายของเครื่องประดับไปในตัว คาเมรอนตื่นตากับเหล่านางแบบไม่น้อยเพราะทุกคนสวยเซ็กซี่ ขยี้ใจมาก แถมแต่ละนางยังแอบส่งสายตาแพรวพราวมาให้กับเขาอีกต่างหาก
ทว่าช่วงเวลาเดียวกันนี้ คาเมรอนไม่รู้เลยว่าความหล่อเหลา ระดับนายแบบของเขาที่มีแต่คนอยากเห็นหน้านั้น ถูกแอบมองจากหลังเวที สาวน้อยแสนธรรมดาหนึ่งในผู้เข้าประกวดพยายามใช้สายตามองจากระยะไกล เพราะอยากรู้ว่าคาเมรอนหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วเธอก็เห็นแต่ไม่ชัดเจน ทว่ารู้ได้ทันทีว่าเขาหล่อและโดดเด่นมากๆ แถมยังทำให้เธอหวั่นไหวร้อนวูบวาบไปทั้งใบหน้า
“บ้าจริง” เวียงพิงค์สบถเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเดินกลับสู่หลังเวที เพื่อเตรียมที่จะขึ้นไปพร้อมกับนางแบบในรอบสุดท้าย
“มีอะไรเหรอยัยเตี้ย” เมษาถามด้วยความแปลกใจ
“เปล่าๆ พิ้งค์แค่ ตื่นเต้นน่ะ คนเยอะมาก” เวียงพิงค์ตอบด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น
“ไม่ต้องตื่นเต้นนะ พิ้งค์เก่งอยู่แล้ว พิ้งค์สวยและโดดเด่นพอๆ กับเครื่องเพชรเลยจะกลัวอะไร”
“ขอบใจนะเมย์ เพราะเมย์เชื่อใจพิ้งค์นะ พิ้งค์ถึงได้กล้ามาประกวดแบบนี้”
“ก็เมย์รู้ว่าพิ้งค์เก่งไง และเชื่อว่าต้องชนะแน่ๆ เห็นไหมคอลเล็คชั่นของคนอื่นสู้พิ้งค์ไม่ได้เลย เว่อร์แบบคิดเยอะเกินไปก็มี” คราวนี้เมษากระซิบเบาๆ เพราะกลัวว่าผู้เข้าแข่งขันคนอื่นจะได้ยิน
“ขอบใจจ้ะ เดี๋ยวพิ้งค์เตรียมตัวขึ้นเวทีแล้วนะ”
“ไปเลย สู้ๆ จ้ะ” จากนั้นเวียงพิงค์จึงเดินไปรออยู่ที่บันไดทางขึ้นรอให้ทีมงานส่งสัญญาณ หลังจากที่นางแบบเดินลงมาจากเวทีหมดแล้ว
“ลำดับต่อไปจะเป็นแนะนำตัวผู้เข้าประกวด พร้อมกับนางแบบนะครับ คนแรก” เสียงของพิธีกรบนเวทีเริ่มประกาศอีกครั้ง คราวนี้คนที่ตื่นเต้นเห็นทีคงจะไม่ใช่เวียงพิงค์คนเดียว แต่กลับเป็นคาเมรอนที่รอการปรากฏตัวของผู้เข้าแข่งขันที่เขาหมายตาเอาไว้เป็นพิเศษตั้งแต่รอบคัดเลือก
ต่อมานางแบบคนแรกเดินออกมาพร้อมกับผู้เข้าแข่งกันหมายเลขหนึ่ง ควงแขนกันมาในคอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ผลิจากนั้นพิธีกรจึงได้แนะนำตัวและทุกคนเริ่มทยอยกันออกมาจนเกือบหมด ขณะที่คาเมรอนพยายามมองหา คนที่เขาหมายตาก็ไม่ออกมาเสียที
“ลำดับที่สิบผู้เข้าประกวดคนสุดท้าย นางสาวเวียงพิงค์ ขวัญคำ กับชื่อชุดฤดูผลิรัก” พิธีกรประกาศชื่อเวียงพิงค์เป็นคนสุดท้าย หญิงสาวจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วจึงเดินขึ้นเวทีพร้อมกับนางแบบรูปร่างสูงเพรียว ผิวสีน้ำผึ้ง แต่ไม่สามารถบดบังรัศมีความสวย ขาว น่ารักของเธอได้เลย แม้จะตัวเล็กแต่เวียงพิงค์เด่นราวกับดารา เพราะเธอสวยเหมือนดาราอยู่แล้ว จากนั้นเสียงเซ็งแซ่พูดคุยกันเรื่องหน้าตาของเวียงพิงค์ก็ฮอตพอๆ กับการวิจารณ์ความสวยของคอลเล็คชั่นที่เธอออกแบบ พร้อมกับเสียงปรบมือเกรียวกราว
เวียงพิงค์ส่งยิ้มหวานโปรยให้กับแขกในงานอย่างอ่อนโยนและเขินอายในที แต่นาทีนี้เองที่เธอได้เห็นคาเมรอนเต็มๆ ใกล้ๆ และต้องรีบหุบยิ้มเพราะไม่อยากให้ใครมองว่าอ่อยประธานบริษัท แม้ในหัวใจจะเต้นตูมตามแทบจะทะลุออกมานอกอก แต่จังหวะเดียวกันนั้นคาเมรอนก็มองมาที่เวียงพิงค์ด้วยดวงตาคมกริบวาวโรจน์ สลับกับมองเครื่องประดับและนางแบบ แต่นางแบบเองก็น่าสนใจไม่น้อย และเช่นเดียวกันเมื่อกรรมการได้เห็นเครื่องประดับชิ้นสุดท้ายเรียบร้อยทุกคนก็ก้มหน้าให้คะแนน เมื่อโชว์เครื่องประดับเสร็จเวียงพิงค์กลับเข้าหลังเวทีพร้อมกับนางแบบเพื่อพักผ่อนและรอฟังผล
ฝ่ายกรรมการทำงานด้วยความขะมักเขม้นและหนักใจ เพราะทุกชุดล้วนแล้วแต่น่าสนใจด้วยกันทั้งสิ้น แต่มีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้นที่โดดเด่นและคว้าที่หนึ่งไปครอง เคียร่าซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการลุกเดินมาหาคาเมรอนตรงโซฟา พร้อมกับเอ่ยถามความคิดเห็นบุตรชายว่าชอบชุดไหนมากที่สุด
“ความจริงแล้วสิทธิ์ขาดอยู่ที่ลูกว่าจะให้เครื่องประดับชุดไหนชนะนะคาเมล” เคียร่าถามยิ้มๆ
“ผมทราบครับ แล้วผลออกมาใกล้เคียงกันหรือเปล่า” คาเมรอนตอบเสียงเรียบ
“ก็ใกล้เคียงกันมาก มีชุดเดียวที่โดดเด่นออกมา แต่อยากรู้ใจลูกว่าจะตรงกับที่พวกแม่คิดเอาไว้หรือเปล่า”
“มีอยู่ชุดหนึ่ง ที่ผมบอกคุณแม่ตั้งแต่แรกว่าชอบมากที่สุด เรียบง่ายไม่ต้องคิดเยอะ”
“ชุดนั้นเหรอ คิดเหมือนกันเลย แม่ว่าสวย ดูดี เรียบๆ แต่หรูดูเป็นธรรมชาติมากๆ เอ๊ะหรือว่าชอบคนดีไซด์ด้วย”
“เอ่อ... เปล่าครับ... คือก็... อาจจะมีบ้าง แต่ผมชอบนางแบบมากกว่า” คาเมรอนตอบเลี่ยงๆ ราวกับไม่สนใจสักเท่าไหร่
“โรคเจ้าชู้รักษาไม่หาย แม่ไปละจะเอาผลคะแนนไปรวม”
“ครับผม” คาเมรอนตื่นเต้นไม่น้อยที่ผลคะแนนจะออกมาเป็นเอกฉันท์ เนื่องจากว่าทุกคนชอบไปในทิศทางเดียวกันหมด เมื่อรวบรวมคะแนนได้แล้ว ตอนนี้เป็นวินาทีที่ผู้เข้าแข่งขันต้องถูกเรียกตัวขึ้นไปบนเวทีอีกครั้งพร้อมกับนางแบบที่สวมใส่เครื่องประดับของตัวเอง
“ขอเสียงปรบมือให้กับผู้เข้าประกวดทั้งสิบคนอีกครั้งหนึ่งครับ” พิธีกรกล่าวอีกครั้ง เมื่อทุกคนมาพร้อมกันบนเวทีและยืนเรียงแถวหน้ากระดาน จากนั้นเสียงปรบมือจึงดังสนั่นห้องแกรนด์บอลรูม
“วินาทีต่อจากนี้ไปคงเป็นความตื่นเต้นของดีไซเนอร์มือพระกาฬทั้งสิบคน ไม่เว้นแม้กระทั่งผม ซึ่งก็ตื่นเต้นเหมือนกันนะครับ แต่ก่อนอื่นผมจะแจ้งรายละเอียดของรางวัลทั้งหมดเสียก่อนนะครับ สำหรับชนะเลิศอันดับหนึ่งรับเงินสดห้าแสนบาทพร้อมกับเซ็นสัญญาเป็นดีไซเนอร์ของบริษัท Grey&M Jewelry เป็นเวลาสี่ปี เพียงคนเดียวเท่านั้น รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่สอง รับเงินสดสามแสนบาทและรองชนะเลิศอันดับที่สามรับเงินสดไปหนึ่งแสนบาท แน่นอนครับหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะได้เซ็นสัญญา ผมอยากให้นางแบบเดินโชว์ตัวอีกครั้งหนึ่งนะครับ ลงไปให้กรรมการและแขกของเราเห็นใกล้ๆ” เมื่อพิธีกรพูดจบนางแบบจึงเดินเรียงแถวโชว์เครื่องประดับทีละคน เพื่อให้กรรมการและคนในงานเห็นอีกรอบ
ขณะเดียวกันคาเมรอนไม่ได้จับจ้องที่เครื่องประดับอีกแล้ว เพราะเขาหมายมุ่งไปที่เจ้าของคอลเล็คชั่นต่างหาก ทำเอาคนที่ถูกมองถึงกับต้องเมินหน้าหนีไปทางอื่น เพราะสายตาของคาเมรอนที่มองมานั่นราวกับจะกลืนกิน แม้จะมองจากระยะไกลแต่ก็รู้สึกได้ ไม่ต่างอะไรกับถูกลวนลามทางสายตาชอบกล
“เอาล่ะครับ วินาทีสำคัญมาถึงแล้วนะครับ รายชื่อผู้ชนะเลิศและรองทั้งสองอยู่ในมือผมแล้ว หวังว่าจะตรงใจท่านผู้ชมนะครับ ผมขอประกาศรองอันดับสองก่อน รางวัลรองชนะเลิศอันดับสองได้แก่...” พิธีกรในงานเริ่มประกาศอันดับสามทุกคนก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พร้อมกับเสียงเพลงกระหึ่มหัวใจ
“ได้แก่นายจักราวุธ เหลืองอร่ามครับผม” เมื่อขานชื่อเสร็จเจ้าของชื่อก้มศีรษะลงพร้อมกับยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ขณะที่เสียงปรบมือดังกึกก้อง แม้จะไม่ได้ที่หนึ่งแต่เขาก็ดีใจ จากนั้นจึงได้เคียรร่ามอบรางวัลให้
“ลำดับต่อไปนะครับผม รองชนะเลิศอันดับที่หนึ่ง ได้แก่...” พอพิธีกรพูดจบเสียงดนตรีก็ดังขึ้นอีกครั้งเพื่อบีบคั้นหัวใจและทันทีที่เสียงดนตรีจบพิธีกรก็ประกาศชื่อ
“ได้แก่นางสาวนริศรา ประเสริฐสกุล” เมื่อพิธีกรหนุ่มประกาศชื่อออกไปแล้ว เจ้าของชื่อจึงยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ทว่าเวียงพิงค์กลับมีอาการเหมือนคนจะเป็นลม เพราะสองคนที่ได้อันดับรองนั้นดีไซน์ออกมาสวยพอๆ กันเมื่ออันดับสองรับรางวัลเสร็จก็ถึงวินาทีที่บีบคั้นหัวใจมากที่สุด
“ต่อไปเป็นรางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง เจ้าของเงินสดห้าแสนพร้อมกับเซ็นสัญญาเข้าทำงานในบริษัทอัญมณียักษ์ใหญ่ของเมืองไทย น่าตื่นเต้นแทนผู้เข้าประกวดจริงๆ เลยครับ และรางวัลชนะเลิศอันดับที่หนึ่งได้แก่...” เป็นอีกครั้งที่เสียงดนตรีจะบีบคั้นหัวใจของผู้เข้าประกวดอีกแปดคน แต่ละคนก็แทบจะเป็นลมเลยทีเดียว
“ได้แก่! นางสาวเวียงพิงค์ ขวัญคำ เจ้าของชุดฤดูผลิรัก!!! ครับผม” เมื่อสิ้นสุดการประกาศเวียงพิงค์ถึงกับอึ้งและช็อก ทั้งดีใจและตื้นตันจนทำอะไรไม่ถูกขณะที่เสียงปรบมือดังลั่นอีกครั้ง แทบจะไม่ค้านสายตาคนดูเลยเพราะทุกคนมองว่าฤดูผลิรักสวย และเรียบหรูมาก ไม่เยอะและไม่น้อยจนเกินไป แต่เวียงพิงค์ก็ยังช็อกอยู่ จนสุดท้ายผู้เข้าประกวดคนอื่นเข้ามาแสดงความยินดีเธอจึงได้สติกลับมาและยกมือไหว้พร้อมกับน้ำตาหลอเบ้าด้วยความตื่นตัน
“ขออนุญาตเรียนเชิญอดีตประธานบริษัท Grey&M เจ้าสัวหัสนัยน์ขึ้นมอบรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศด้วยครับท่าน” ความจริงแล้วคนที่ต้องขึ้นมองคือคาเมรอน แต่เพราะเขาวางแผนกับบิดาไว้ตั้งแต่แรกว่าไม่อยากเปิดตัวในตอนนี้ จึงให้บิดาเป็นคนจัดการทั้งหมด หัสนัยน์จึงลุกขึ้นยืนและหันมาค้อมศีรษะให้กับทุกคนในงาน ก่อนจะเดินขึ้นเวที พร้อมกับมอบป้ายเงินรางวัลห้าแสนบาทให้กับเวียงพิงค์ และมอบโล่รางวัลให้ทั้งสามคน จากนั้นผู้เข้าแข่งขันที่เหลือก็ยังได้รางวัลปลอบใจซึ่งเป็นค่าสมองค่าความคิด คนละหนึ่งหมื่นบาทและใบประกาศ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเคยเข้าร่วมการแข่งขันและเป็นหนึ่งในสิบคนมาก่อน
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นทุกคนกลับลงสู่หลังเวที เมษาซึ่งรอแสดงความยินดีกับเวียงพิงค์ก็วิ่งเข้ามาสวมกอดเพื่อนรักด้วยความดีใจระคนด้วยน้ำตาที่ปริ่มพร้อมจะไหลเอ่อ
“สำเร็จแล้วนะยัยเตี้ย” เมษาบอกด้วยความดีใจพร้อมกับน้ำเสียงสั่นเครือ
“จ้ะเมย์ ขอบคุณมาก พิ้งค์ขอบคุณเมย์มากที่บังคับให้พิ้งค์มาประกวด” เวียงพิงค์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เพราะตัวพิ้งค์เองต่างหาก เก่งอยู่แล้ว เมย์แค่บังคับมาเฉยๆ” พูดจบเมษาจึงดันตัวเองออกมาเล็กน้อย
“เอาน่ายังไงก็เพราะเมย์ และพิ้งค์ไม่คิดว่าตัวเองจะมีวันนี้”
“ก็มีแล้วไง หืม ดีใจด้วยจ้ะไม่ร้องไห้นะ อย่าลืมโทรไปบอกข่าวดีให้แม่และน้ารู้ล่ะป่านนี้คงลุ้นแย่แล้ว”
“จ้ะ ไม่ลืมแน่ๆ” เวียงพิงค์รับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ จังหวะเดียวกันทีมงานคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเวียงพิงค์พอดี
“คุณเวียงพิงค์คะ ดิฉันเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลของบริษัท Grey&M พรุ่งนี้รบกวนเข้าไปเซ็นสัญญาโดยเร็วเลยนะคะ งานรอเพียบเลยค่ะ” ผู้จัดการสาวบอกด้วยความตื่นเต้นและยิ้มอย่างเป็นมิตร
“เซ็น! พรุ่งนี้เลยเหรอคะ” เวียงพิงค์ถามอย่างตกใจ
“เร็วไปไหมคะ เตรียมตัวทันไหม” ผู้จัดการสาวถามกลับยิ้มๆ
“ทัน... ทันค่ะ ขอบคุณมากค่ะ” ถึงจะไม่ทันก็ต้องตอบว่าทันอยู่แล้วโดยธรรมชาติเพราะอยากทำงาน
“ท่านประธานอยากให้ทำงานเลยค่ะ พอดีมีคอลเลคชั่นใหม่เข้ามา ท่านอยากให้ผู้ที่ได้รางวัล ซึ่งคือคุณเป็นผู้ออกแบบน่ะค่ะ”
“น่าตื่นเต้นจัง น่ากลัวด้วยค่ะ” เวียงพิงค์บอกอย่างซื่อๆ
“ฮ่าๆ ไม่ต้องกลัวนะคะ ฝีมือคุณยอดเยี่ยมมากพรุ่งนี้เจอกันแปดโมงครึ่งนะคะ”
“ขอบคุณอีกครั้งค่ะ สวัสดีค่ะ” เวียงพิงค์บอกอย่างขอบคุณพลางยกมือไหว้ ซึ่งผู้จัดการสาวก็ยกมือไหว้รับเช่นกัน จากนั้นจึงเดินจากไปอย่างมีความสุข เมื่ออยู่กันตามลำพังเพื่อนรักทั้งสองจึงสวมกอดกันอีกครั้ง
“โชคดีที่สุดในโลกเลยยัยเตี้ย ฮืม”
ต่อมาภายในงาน ก็ทำพิธีปิดอย่างสวยงามสมหน้าสมตาบริษัทยักษ์ใหญ่ ผู้เข้าประกวดทั้งอิ่มเอมใจ มีความสุข บ้างก็ผิดหวังกลับบ้าน ทว่าคาเมรอนไม่ได้ทำให้อีกเจ็ดคนที่เหลือซึ่งไม่ได้รับรางวัลต้องกลับบ้านมือเปล่า อย่างที่บอกทุกคนได้รับเงินสดคนละหนึ่งหมื่นบาท และคาเมรอนขอซื้อผลงานทุกชุดเพื่อผลิตออกมาจำหน่าย ทุกคนจะได้รู้ว่าผลงานทั้งหมดที่ผ่านกระบวนการคิดมาเป็นอย่างดีนั้นมันมีค่าทุกชุด เพียงแต่การประกวดต้องมีหนึ่งเดียวเท่านั้นและมันจำเป็นที่จะต้องเลือกเวียงพิงค์