ตอน 2

กู้เหวยอีเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว พอเห็นผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าก็อึ้งไปทันที

เธอตาลายงั้นเหรอ? ทำไมฟู่จิ่งเฉินถึงกลับมาเร็วขนาดนี้ล่ะ? หลินลี่ลี่เพิ่งจะกลับมาจากต่างประเทศ เขาควรจะอยู่ต่อกับผู้หญิงที่เขารักไม่ใช่หรอกเหรอ?

ฟู่จิ่งเฉินขมวดคิ้วขึ้นมาทันทีที่เห็นว่าเธอเงียบไปนาน

ตอนนั้นกู้เหวยอีรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังว่ายอยู่ในน้ำไม่มีผิด

เธอเปียกโชกไปทั้งตัว ผมยาวแนบอยู่กับแก้มซีดเซียว ปลายผมของเธอยังมีหยดน้ำอยู่ ดูเหมือนลูกแมวตัวเปียกโชกที่ซุกอยู่ใต้หลังคาในวันที่ฝนตกไม่มีผิด มันดูน่าสงสารและทำอะไรไม่ถูก

“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ?” ฟู่จิ่งเฉินขมวดคิ้วขึ้นมา น้ำเสียงของเขาดูแข็งกร้าวมาก

กู้เหวยอีนึกถึงคำพูดอ่อนโยนที่เขาพูดกับหลินลี่ลี่ที่โรงแรมเมื่อครู่ขึ้นมา ใจของเธอเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างรุนแรง

ดูเหมือนว่าเวลาที่ฟู่จิ่งเฉินอยู่กับคนที่รักและไม่ได้รักนั้น ท่าทางแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว

เธอพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองไว้พลางยิ้มให้ฟู่จิ่งเฉิน ก่อนจะอธิบายขึ้นมาเบา ๆ ว่า “ตอนกลับมาจู่ ๆ ฝนก็ตก ฉันไม่ได้พกร่มไปด้วยเลยเปียกน่ะค่ะ”

พอพูดจบ จู่ ๆ กู้เหวยอีก็รู้สึกคันจมูกและจามออกมาอย่างหนัก

ฟู่จิ่งเฉินยังคงขมวดคิ้วแน่นและไม่มีทีท่าว่าจะคลายออกเลย

“กู้เหวยอี เธออายุเท่าไหร่แล้ว? เวลาตากฝน สิ่งแรกที่ควรจะทำตอนกลับถึงบ้านก็คือเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้า เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้เธอยังต้องให้ฉันสอนอยู่อีกเหรอ?”

รอยยิ้มของกู้เหวยอีแข็งทื่อไปทันที “ขอโทษค่ะ...”

“รีบไปจัดการให้เรียบร้อยซะ อย่าให้เป็นหวัดล่ะ” ฟู่จิ่งเฉินนั้นดูเหมือนจะขี้เกียจพูดอะไรกับเธอไปมากกว่านี้ เขาเดินเข้าไปข้างในพลางขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด

เป็นหวัดงั้นเหรอ? จู่ ๆ กู้เหวยอีก็นึกขึ้นมาได้ว่า ตอนนี้เธอท้องอยู่ จะเป็นหวัดไม่ได้เด็ดขาด

พอนึกขึ้นได้ เธอก็รีบกลับห้องไปอาบน้ำอุ่นทันที ความหนาวเย็นในร่างกายของเธอก็ค่อย ๆ ถูกชะล้างออกไป

กู้เหวยอีเปิดห้องน้ำที่เต็มไปด้วยไอร้อนพลางนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมา แต่ไม่คิดว่าจะเห็นร่างของฟู่จิ่งเฉินเข้า

กู้เหวยอีตกใจ ก่อนจะร้องอุทานขึ้นมาเบา ๆ และรีบเอามือปิดหน้าอกไว้ทันที

ฟู่จิ่งเฉินมองมาที่เธอด้วยสายตาลุ่มลึก พอสังเกตเห็นท่าทางของเธอ ก็ถามขึ้นมาด้วยสีหน้านิ่งเรียบว่า “จะปิดทำไม? ร่างกายของเธอมีตรงไหนที่ฉันไม่เคยเห็นบ้าง?”

จู่ ๆ ใบหน้าเล็ก ๆ ของกู้เหวยอีก็แดงก่ำขึ้นมาทันที ภาพที่เธอพัวพันกับฟู่จิ่งเฉินก็ผุดขึ้นมา

ฟู่จิ่งเฉินค่อย ๆ หยิบยาแก้หวัดออกมาหนึ่งเม็ด ก่อนจะถือแก้วน้ำแล้วเดินเข้าไปหากู้เหวยอี

“มากินยาก่อน”

กู้เหวยอีเหลือบมองยาในมือของเขา พอนึกถึงเด็กในท้องก็รู้สึกลังเลขึ้นมาเล็กน้อย

“เอ่อ... ฉันไม่ได้เป็นอะไร ไม่ต้องกินยาหรอกมั้งคะ?”

แต่น้ำเสียงของฟู่จิ่งเฉินนั้นไม่เปิดโอกาสให้เธอพูดอะไรเลย “เธอไม่รู้เหรอว่า ตอนนี้สีหน้าของเธอดูซีดเซียวมากน่ะ? พรุ่งนี้เราต้องไปหาคุณย่า ทางที่ดีเธออย่ามาป่วยในเวลาแบบนี้นะ”

กู้เหวยอีไม่กล้ากินยาแบบสุ่มสี่สุ่มห้าเพราะตั้งท้องเลยไม่ยอมให้ความร่วมมือ “ฉันดื่มน้ำร้อนเยอะ ๆ ก็ได้แล้วล่ะค่ะ ไม่ป่วยหรอกค่ะ”

ฟู่จิ่งเฉินขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างหงุดหงิด เขาเดินไปข้างหน้าจากนั้นก็รับแก้วน้ำมาพลางดื่มน้ำอุ่นและกินยาเข้าไป

“จิ่งเฉิน คุณ... อ๊ะ!”

ยังไม่ทันที่กู้เหวยอีจะเอ่ยปากพูดจบ ร่างสูงของฟู่จิ่งเฉินก็โน้มตัวลงมา นิ้วอันหยาบกร้านของเขาจับคางอันอ่อนนุ่มของเธอไว้แน่น และจูบริมฝีปากสีชมพูของเธอ

ยาแก้หวัดไหลลงไปในคอของกู้เหวยอีพร้อมกับน้ำ มือใหญ่ ๆ ของฟู่จิ่งเฉินประคองหัวเธอไว้ ก่อนจะบังคับให้เธอกลืนยาและน้ำลงไป

ลมหายใจอันร้อนแรงทำให้กู้เหวยอีรู้สึกมึนหัว เธอไม่ทันตั้งตัวเลยคล้อยตามจูบอันร้อนแรงของฟู่จิ่งเฉินไป

จูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนกระตุ้นความปรารถนาของฟู่จิ่งเฉินขึ้นมา จากนั้นทั้งสองคนก็ล้มลงไปบนเตียง

ฟู่จิ่งเฉินดูดริมฝีปากที่อ่อนล้าของกู้เหวยอีด้วยความโหยหา เขายืดตัวตรงพลางดึงเนกไทที่คอเสื้อออก แววตาลุ่มลึกนั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวไม่มีผิด

สายตาเบลอ ๆ ของกู้เหวยอีสบเข้ากับสายตาอันตรายของเขา เธอได้สติขึ้นมาทันที และตอนที่โดนฟู่จิ่งเฉินกดลงอีกครั้ง เธอก็เอ่ยปากขึ้นมาว่า “ไม่ได้!”

กู้เหวยอียื่นมือออกมาอย่างสั่นเทาและกดมันลงบนร่างอันแข็งแกร่งของเขา

“ว่าไงนะ?” ฟู่จิ่งเฉินขมวดคิ้วขึ้นมาทันที เพราะคิดว่าตัวเองหูฝาด

เขากำลังจะจูบเธออีกครั้ง แต่กู้เหวยอีกลับหันหน้าหนีและไม่กล้าสบตากับเขา ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยความยากลำบากว่า “ฟู่จิ่งเฉิน เรา... หย่ากันเถอะค่ะ”

แค่คำ ๆ เดียวก็ทำให้ความปรารถนาของฟู่จิ่งเฉินดับวูบลงทันที

เขาบีบคางของกู้เหวยอีอย่างเย็นชาพลางบังคับให้เธอหันหน้ามา แววตาลุ่มลึกจ้องแววตาใส ๆ ของเธออย่างไม่วางตา ก่อนจะค่อย ๆ พูดขึ้นมาว่า “ไหนเธอพูดอีกครั้งสิ?”

ใจของกู้เหวยอีเต้นตึกตักขึ้นมาทันที เธอระงับอารมณ์ปั่นป่วนในใจไว้ พลางจ้องตาฟู่จิ่งเฉินแล้วพูดขึ้นมาอีกครั้งว่า “ฉันบอกว่า เราหย่ากันเถอะค่ะ”

ตอนนั้น แววตาของฟู่จิ่งเฉินฉายแววสับสนขึ้นมาทันที “ทำไมล่ะ?”

กู้เหวยอีที่ได้ยินแบบนี้ถึงกับอึ้งไปทันที เธอรู้สึกสับสนกับคำถามของฟู่จิ่งเฉิน

จะเป็นเพราะอะไรไปได้ล่ะ?

ต้องเป็นเพราะต้องการเติมเต็มความปรารถนาของเขาและยกตำแหน่งคุณนายฟู่ให้หลินลี่ลี่ ผู้หญิงที่เขารักอยู่แล้ว

“ต้องเป็นเพราะ...”

“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับตระกูลกู้งั้นเหรอ? อยากได้เงินใช่ไหม?” ยังไม่ทันที่กู้เหวยอีจะพูดอะไร ฟู่จิ่งเฉินก็พูดขัดจังหวะขึ้นมาอย่างหงุดหงิดว่า “กู้เหวยอี ทางที่ดีเธอสงบเสงี่ยมเจียมตัวจะดีกว่านะ ถ้าอยากได้อะไรก็บอกมาตรง ๆ อย่าพูดอะไรไร้สาระและมาเอะอะกับฉันแบบนี้”

กู้เหวยอีกำหมัดขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ

ที่แท้ฟู่จิ่งเฉินคิดว่าเธอเอาเรื่องหย่ามาพูดเพื่อเอะอะกับเขา เขากลัวว่าเธอจะถือโอกาสเสนอเงื่อนไขเพื่อหาผลประโยชน์งั้นสินะ?

กู้เหวยอียกมุมปากขึ้นมาเบา ๆ น้ำเสียงนั้นแผ่วเบา แต่เด็ดขาดมาก “ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ ฉันไม่อยากได้อะไรเลย แค่อยากจะหย่าเท่านั้น ฟู่จิ่งเฉิน ยังไงซะเราก็ต้องหย่ากันอยู่แล้ว หย่ากันตอนนี้กับผ่านไปสักพักค่อยหย่านั้นมันแตกต่างกันตรงไหนเหรอคะ?”

พอเธอพูดจบ ฟู่จิ่งเฉินกลับไม่ตอบสนองใด ๆ เขาแค่จ้องเธอด้วยสายตาที่แปลกและลุ่มลึก

ใจของกู้เหวยอีตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที แต่กลับมีความคาดหวังแปลก ๆ ขึ้นมา

“หรือว่า... คุณไม่อยากหย่างั้นเหรอคะ?”

ตอน 3

พอนึกขึ้นมาว่าฟู่จิ่งเฉินอาจจะไม่อยากหย่า ใจของกู้เหวยอีก็เต้นรัวขึ้นมาทันที ลมหายใจนั้นแทบจะหยุดอยู่แล้ว

แต่ฟู่จิ่งเฉินกลับยิ้มเยาะขึ้นมาท่ามกลางสายตาที่คาดหวังของเธอ

“กู้เหวยอี เธอรู้ไหมว่าตัวเองกำลังพูดอะไรอยู่น่ะ?” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยการเสียดสี พอกู้เหวยอีได้ยินแล้ว มันเหมือนกับมีหนามจำนวนมากทิ่มแทงใจของเธอไม่มีผิด “เธอคิดเองเออเองแล้วล่ะ ฉันจะไม่อยากหย่างั้นเหรอ?”

ฟู่จิ่งเฉินมองไปที่ใบหน้าของกู้เหวยอี สายตานั้นดูเย็นชาเป็นที่สุด “กู้เหวยอี เธอจำไว้นะ เธอเป็นคนขอหย่าเอง พอมีอะไรเกิดขึ้น แล้วเธออย่าเสียใจมาขอร้องฉันก็แล้วกัน”

พอพูดประโยคนี้จบ ฟู่จิ่งเฉินก็ลุกขึ้นยืนอย่างไม่อาลัยอาวรณ์พลางกระแทกประตูแล้วจากไปทันที

กู้เหวยอีนอนเหม่ออยู่บนเตียงเย็น ๆ ความรู้สึกผิดหวังนั้นมันทำให้เธอรู้สึกอึดอัดไปหมด

เธอสูดลมหายใจขึ้นมาเบา ๆ พลางยกมือขึ้นมาลูบท้องน้อยเบา ๆ ราวกับสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในนั้น

ตอนแรกเธอกะจะบอกเรื่องที่เธอท้องกับฟู่จิ่งเฉิน แต่ตอนนี้พวกเขากำลังเตรียมตัวจะหย่ากันแล้ว

ในเมื่อเป็นแบบนี้ กู้เหวยอีก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องบอกฟู่จิ่งเฉินแล้ว เธอคนเดียวก็สามารถเลี้ยงลูกให้เติบโตอย่างแข็งแรงได้

กู้เหวยอีนึกถึงงานในปัจจุบันของเธอขึ้นมา ก่อนจะรู้สึกช่วยไม่ได้

ตอนแรก คุณนายใหญ่ฟู่นั้นจัดให้เธอไปทำงานเป็นเลขาของฟู่จิ่งเฉินเพื่อที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ของเธอกับฟู่จิ่งเฉิน

ตอนนี้ดูเหมือนว่าถึงเวลาต้องลาออกจากงานนี้ซะแล้ว

...

เช้าวันรุ่งขึ้น ที่หวนฉิว กรุ๊ป

พอกู้เหวยอีเข้ามาที่บริษัท ก็โดนเพื่อนร่วมงานขี้นินทาสองสามคนจับตัวไว้ได้

“พี่เหวยอี เรารอคุณมานานแล้วค่ะ! รีบบอกเรามาเร็ว ๆ เถอะค่ะ คุณฟู่กับหลินลี่ลี่อะไรนั่นมันยังไงกันแน่คะ?”

“ลือกันให้แซดเลยว่าคุณฟู่ของเราได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับให้กับหลินลี่ลี่ นางแบบชื่อดังระดับนานาชาติ แถมยังเชิญพวกเพื่อน ๆ ไปร่วมงานจำนวนมากด้วย ดูท่าว่าคุณฟู่นั้นกะจะเปิดตัวกับหลินลี่ลี่แล้วงั้นสินะคะ?”

“ฉันยังได้ยินมาว่า หลังจากงานเลี้ยงต้อนรับนั้น คุณฟู่กับหลินลี่ลี่ค้างคืนด้วยกัน ไม่แน่ว่าอีกหน่อยหลินลี่ลี่อาจจะกลายมาเป็นเถ้าแก่เนี้ยของหวนฉิว กรุ๊ปก็เป็นได้นะคะ!”

พอกู้เหวยอีได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาทันที เธอเงียบไป “ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้หรอก”

เพื่อนร่วมงานหลายคนมองหน้ากันพลางพูดติดตลกขึ้นมาทันที “พี่เหวยอี อย่าล้อเล่นหน่อยเลยค่ะ คุณเป็นเลขาส่วนตัวของคุณฟู่ เรียกได้ว่าเป็นคนที่รู้จักคุณฟู่ดีที่สุดในบริษัทแล้วก็ว่าได้ ทำไมคุณถึงไม่รู้ข่าววงในอะไรเลยล่ะคะ?”

กู้เหวยอียกยิ้มขึ้นมาอย่างขมขื่น ทุกคนนั้นต่างก็รู้ดีว่าเธอคือเลขาของฟู่จิ่งเฉิน แต่กลับไม่มีใครรู้เลยว่า เธอเป็นภรรยาที่ฟู่จิ่งเฉินไม่ยอมเปิดตัวด้วย เธอจะไปรู้เรื่องอะไรได้ล่ะ?

เธอถอนหายใจและพูดขึ้นมาอย่างเรียบ ๆ ว่า “ฉันไม่รู้เรื่องพวกนี้จริง ๆ พวกเธอเลิกซุบซิบกันได้แล้ว”

พวกเพื่อนร่วมงานอยากจะถามต่อ แต่กู้เหวยอีกลับแย่งพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจังก่อนว่า “ฉันบอกแล้วว่าบอกไม่ได้ เลิกถามได้แล้ว พวกเธอมาที่บริษัทเพื่อมาซุบซิบกันรึไง? ยังไม่รีบไปทำงานอีก?”

ท่าทางนิ่ง ๆ ของกู้เหวยอีนั้นทำให้พวกเพื่อนร่วมงานรู้สึกกลัว เลยต้องเงียบไป

“โอเคค่ะ พี่เหวยอี เรารู้แล้วค่ะ”

พอกู้เหวยอีจากไป พวกเพื่อนร่วมงานสองสามคนก็มองแผ่นหลังของเธออย่างเงียบ ๆ และอดไม่ได้ที่จะบ่นขึ้นมา

“ชิ วางมาดอะไรกัน คิดว่าตัวเองแน่นักรึไง คุณฟู่ไม่ได้มีเธอเป็นเลขาแค่คนเดียวสักหน่อย”

“ใช่ ๆ สามปีก่อนนั้น จู่ ๆ เธอก็เข้ามาในแผนกเลขานุการ แถมยังหน้าตาสวยอีก ทุกคนนั้นคิดว่าเธอมีความสัมพันธ์อะไรกับคุณฟู่ซะอีก แต่สุดท้าย สามปีนี้คุณฟู่กลับไม่ชายตามองเธอเลย เวลาออกไปคุยเรื่องธุรกิจก็ไม่พาเธอไปด้วย บอกว่าเป็นเลขาส่วนตัว แต่ก็เป็นได้แค่ในนามเท่านั้นแหละ”

“วันดี ๆ ของเธอกำลังจะสิ้นสุดลงแล้วล่ะ ไว้หลินลี่ลี่ขึ้นตำแหน่งเมื่อไหร่ คนแรกที่จะโดนเล่นงานก็คือเธอ ใครจะไปสบายใจที่มีเลขาสวย ๆ อยู่ข้าง ๆ ผู้ชายของตัวเองแบบนี้ได้กัน”

“นั่นน่ะสิ...”

สองสามคนหัวเราะกันอย่างมีความสุข เสียงดังลั่นจนดังก้องไปทั่วห้องทำงาน

กู้เหวยอีไม่สนใจเรื่องพวกนี้และเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองเพื่อเริ่มทำงานทันที

เธอจะไม่รู้ได้ยังไงกันว่าพวกเพื่อนร่วมงานนั้นต่อหน้าดีกับเธอ แต่ลับหลังนั้นมองเธอยังไงน่ะ แต่เธอไม่สามารถโต้กลับได้ เพราะแม้แต่ตัวเธอเองก็คิดว่ามันน่าตลกเช่นกัน

ไม่นานก็ถึงเวลาเลิกงาน ทุกคนในแผนกเลขานุการก็กลับกันเกือบหมดแล้ว

กู้เหวยอีได้รับโทรศัพท์จากเซี่ยงอวิ๋นซูเพื่อนสนิทของเธอ

“เหวยอี ฉันเห็นข่าวเมื่อเช้านี้แล้ว ฟู่จิ่งเฉินกับหลินลี่ลี่อะไรนั่นมันยังไงกันแน่? ไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม?”

พอฟังน้ำเสียงสงสัยของเพื่อนรัก กู้เหวยอีก็ได้แต่ถอนหายใจขึ้นมาเบา ๆ

“อวิ๋นซู ข่าวพวกนั้นเป็นเรื่องจริง”

เซี่ยงอวิ๋นซูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และพูดออกมาด้วยความตกใจ “ว่าไงนะ? ! ”

ผ่านไปทั้งวัน กู้เหวยอีก็คิดได้อย่างกระจ่างแล้ว น้ำเสียงของเธอดูนิ่งเรียบมาก “ฉันกับฟู่จิ่งเฉินแต่งงานกันเพราะสัญญา ฉันรู้ดีว่าเขาไม่มีความรู้สึกอะไรกับฉัน แต่มันติดอยู่ที่ว่าคุณย่าของเขาบังคับให้เขาแต่งงานกับฉันเฉย ๆ ตอนนี้ผู้หญิงที่เขารักที่สุดกลับมาแล้ว ฉันเองก็ไม่จำเป็นต้องตื้อเขาอีกต่อไป ควรจะสละตำแหน่งให้พวกเขาได้แล้ว”

เซี่ยงอวิ๋นซูนั้นกลับพูดขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “แต่... แล้วลูกในท้องจะทำยังไงล่ะ? เมื่อวานเธอบอกว่า เธอจะบอกข่าวดีเรื่องที่ท้องกับฟู่จิ่งเฉินเพื่อเซอร์ไพรส์เขาไม่ใช่รึไงกัน?”

“สำหรับเขาถือว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์งั้นเหรอ? หรือว่าเป็นเรื่องน่าตกใจกันแน่” กู้เหวยอีลูบหน้าท้องแบนราบของตัวเองขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวและยิ้มอย่างขมขื่นพลางพูดว่า “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันอยากจะหย่าและเลี้ยงเด็กคนนี้เพียงลำพัง ไม่จำเป็นต้องบอกให้เขารู้หรอก”

“หย่างั้นเหรอ? เธอตัดสินใจดีแล้วงั้นเหรอ” เซี่ยงอวิ๋นซูพูดขึ้นมาด้วยความกังวล “เธอไม่อยากให้ฟู่จิ่งเฉินรู้เรื่องที่เธอท้อง แต่ถ้าเธอยังอยู่ที่หวนฉิว กรุ๊ปต่อไปล่ะก็ ไม่ช้าก็เร็วเรื่องที่เธอท้องต้องถูกเปิดเผยแน่นอน”

“สบายใจได้ ผ่านช่วงนี้ไปแล้วฉันจะลาออกเอง ถึงตอนนั้นฉันจะกลับไปทำในสิ่งที่ฉันชอบอีกครั้ง”

พอพูดถึงความฝัน สีหน้าของกู้เหวยอีก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“จริงเหรอ? เหวยอี ในที่สุด เธอก็ตัดสินใจกลับมาแล้วงั้นสินะ?” เซี่ยงอวิ๋นซูรู้สึกประหลาดใจ เธอพูดขึ้นมารัว ๆ ทันที “เยี่ยมไปเลย! ฉันเคยบอกเธอไปแล้วว่า เธอคือชิงเย่ฉือ ดีไซเนอร์ที่มีพรสวรรค์ซึ่งเป็นตำนานแห่งโลกแห่งการออกแบบแฟชั่น ! จะไปเป็นเลขาของฟู่จิ่งเฉินได้ยังไงกัน แบบนั้นมันไม่คุ้มเลย!”

“ชิงเย่ฉืองั้นเหรอ...” พอเอ่ยถึงชื่อที่หายไปนานนี้ กู้เหวยอีก็รู้สึกสับสนขึ้นมา

ใช่ เพื่อฟู่จิ่งเฉินแล้ว เธอลืมตัวตนของตัวเองไปนานเลย และแทบจะลืมชื่อนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ

“กู้เหวยอี”

เสียงสุขุมของผู้ชายดังขึ้นมาจากด้านหลัง

กู้เหวยอีกลับมาได้สติอีกครั้ง ก็เห็นว่าฟู่จิ่งเฉินยืนอยู่ข้างหลังตัวเองและมองมาที่เธอด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED