นายพายุ ศิระภาคิน นักธุรกิจหนุ่มประธานบริษัทส่งออกผ้าไทย (ปัจจุบันอายุสามสิบปี) ก่อนหน้านั้นยี่สิบปี เพิ่งเข้ามหา'ลัย ปีสอง
นางสาวแพรไหม โสสิกุล ดีไซเนอร์สาว (ปัจจุบันอายุยี่สิบเก้าปี) ก่อนหน้านั้นสิบเก้าปี เพิ่งเข้ามหา'ลัยปีหนึ่ง
พายุเห็นผู้หญิงเป็นแค่ดอกไม้ริมทาง ดมแล้วโยนทิ้งไม่เห็นคุณค่าในสตรีเพศแม่เลยสักนิด เขาไม่คิดจะเอาใครมาผูกมัด เมื่อผู้หญิงพวกนั้นก็ต้องการเพียงแค่เงินตราจากเขาเช่นกัน
แต่แล้ววันหนึ่งเขาเกิดชอบรุ่นน้องสายรหัสแต่เธอกลับทำตัวเย่อหยิ่ง ไม่วิ่งเข้าหาชายหนุ่มเหมือนกับหญิงอื่น พายุเกิดนึกสนุกจึงหลอกให้เธอไปหาที่คอนโด ผสมยาปลุกเซ็กส์ในน้ำให้แพรไหมดื่ม
พอเธอดื่มมันไปได้สักพัก ความต้องการของเธอก็เตลิด จนต้องเสียความบริสุทธิ์ที่เธอนั้นแสนจะหวงแหนมาทั้งชีวิต ให้กับเขา ชายหนุ่มที่ได้กลับไม่คู่ควร เมื่อเวลานี้แพรไหม มองพายุเป็นแค่ศัตรู ที่พรากพรหมจารีไปจากเธอ ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมี รักแรกที่เธอคิดว่าเขาคือคนที่ใช่ เวลานี้มันกลับเปลี่ยนไป เมื่อเขาได้ทำในสิ่งที่เธอนั้นยากที่จะให้อภัยได้ หลังจากนั้นผ่านไปไม่กี่เดือน แพรไหมก็หายไปจากมหาวิทยาลัย พายุไม่ได้ข่าวของเธออีกเลย เขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจ ในเมื่อพายุได้สิ่งที่ต้องการรสสวาทที่แสนหวานจากเธอมาแล้ว แถมแจ็กพอตยังหล่นทับ เมื่อเธอยังเวอร์จิ้นไม่เคยได้ผ่านมือชายใดมาก่อนเลย เขาคือผู้ชายคนแรกที่ได้ยัดเยียดความเป็นชายให้กับเธอ
เวลาผ่านไปสิบกว่าปี พายุได้เจอกับแพรไหมโดยบังเอิญ ความสวยของเธอไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย เธอกลับดูดีในลุคที่แตกต่าง แพรไหมดูเป็นสาวมั่นทุกอิริยาบถเฉิดฉายดั่งนางพญา
เมื่อแพรไหมเหลือบไปพบสบตา มองไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของพายุ เธอกลับหลบสายตาคมนั่น แล้วรีบเดินหนีชายหนุ่มออกไปทันที จึงทำให้ท่านประธานหนุ่มยิ่งอยากหาคำตอบในการหายไปของเธอ จากมหาลัยเมื่อสิบกว่าปีก่อน
แน่นอนมันต้องมีสาเหตุอะไร ที่ทำให้เธอออกไปจากมหาวิทยาลัยกลางคันแบบนั้น ทั้งที่แพรไหมเรียนดี เกรดของเธอนั้นถือว่าตัวท๊อปของห้องเลยทีเดียว
พายุไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแพรไหมเลยไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่อยู่ของเธอ ครอบครัวของเธอ แพรไหมเป็นใครมาจากไหน เขาก็ไม่ทราบมาก่อน เพราะเขาไม่คิดจะสานสัมพันธ์กับเธอตั้งแต่แรกแต่ทว่าในตอนนี้เขาเปลี่ยนใจ เมื่อเห็นใบหน้างามนั้นแล้ว ทำให้เขานั้นไม่อาจละสายตาไปมองใครได้อีก ความรู้สึกครั้งแรกตอนนั้นที่แอบชอบเธอน้องสายรหัสได้เข้ามาแทรกในหัวของท่านประธานหนุ่มอีกครั้ง
ปีพุทธศักราช2553
ณ มหาวิทยาลัยดังแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ คณะศิลปกรรมศาสตร์สาขาออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ มีนักศึกษากำลังจับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องการรับน้องในวันพรุ่งนี้ สิ่งที่พวกเขารู้สึกและตื่นเต้น คือการได้เจอกับน้องใหม่สาวสวยหนุ่มหล่อ แน่นอนโดยเฉพาะกลุ่มเสือหนุ่ม พวกเขาตั้งตารอคอย อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็วๆ อยากเห็นหน้าน้องรหัสเต็มที ที่สำคัญพวกเขาทั้งสี่คนล้วนได้น้องรหัสเป็นผู้หญิงทั้งสิ้น
เป้าหมายจึงมีไว้พุ่งชน เมื่อผู้หญิงแต่ละคนที่เข้ามาไม่เคยพ้นจากอุ้งมือเสืออย่างพวกเขาไปได้แม้แต่คนเดียว แถมพวกหล่อนยังชอบใจเสียด้วยเพราะผู้หญิงเหล่านั้นมักกลับมาให้พวกเขาขย้ำเป็นรอบที่สองซ้ำๆ วนๆ แลกกับเงินตรา ด้วยการบำเรอใช้ร่างกายปรนเปรอ อย่างไม่รู้จักคำว่าละอาย
สมาชิกในกลุ่มเสือหนุ่มหรือจะเรียกว่าแก๊งไทเกอร์ มีทั้งหมดสี่คน เรียงลำดับจากความหล่อและความรวย อันดับหนึ่งพายุหล่อและรวยสุด อันดับสองคือแบงก์ความหล่อไม่ต้องพูดถึงความรวยก็เช่นกัน อันดับสามคือกวินเสือผู้หญิงซุ่มกินเงียบ และอันดับสุดท้ายคือเก้าเขาไม่เคยหยุดนิ่งเรื่องผู้หญิงเหมือนกับชื่อของเขาก้าวไปเรื่อยๆ ไม่คิดจะหยุดที่ใครเช่นกัน พอๆ กับเพื่อนในแก๊งของเขา ที่มีปฏิภาณและอุดมการณ์เดียวกันทั้งสี่คน
"พวกมึงได้น้องรหัส มีแต่ชื่อลูกครึ่งสุดยอดไปเลย ทำไมกูถึงได้ชื่อเฉิ่มและเชยแบบนี้วะ" พายุหนุ่มหล่อสุดในกลุ่มทายาทเจ้าของบริษัทส่งออกผ้าไหมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่สำคัญเขาเป็นถึงเดือนคณะ ผู้ชายที่ไม่เคยสนใจและให้ความสำคัญกับผู้หญิงเลย นอกจากเรื่องบนเตียง ด้วยใบหน้าที่คมหล่อเหลา ผิวขาวราวกับไม่เคยต้องแสงแดดนัยน์ตาสีนิลผู้หญิงคนไหนที่จ้องมองผ่านเข้ามาในดวงตาของพายุ จะต้องรักและหลงราวกับต้องมนต์สะกดทุกราย
"แน่นอนของกูชื่อริต้า น้องเขาต้องสวยและเซ็กซี่แน่ๆ" แบงก์สมาชิกในกลุ่มอีกคนเอ่ยขึ้น ความหล่อความรวยไม่ต้องพูดถึง ถ้าเขาไม่มีฐานะที่ดีพอ คงไม่มีปัญญาเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยแห่งนี้
"ของกูชื่อลูกพีชวะ ฟังแค่ชื่อกูก็อยากจะชิมใจจะขาดแล้ว น่ากินชะมัดเลย" กวินหนุ่มหล่อในกลุ่มอีกคนพูดขึ้น แน่นอนว่าเขาหวังจะชิมลูกพีชหากเธอเล่นด้วย แต่ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยไม่เคยปฏิเสธกวินเลยสักราย
"ของกูเชอรี่ ท่าทางจะเปรี้ยวหอมหวานเหมือนชื่อของเธอ กูก็หวังว่าจะได้ลองชิมสักครั้งเหมือนกัน รับรองจะกลับมาให้กูชิมทั้งต้น งานนี้อิ่มจนหนำใจกูแน่นอน" นั่นคือเสียงของเก้าสมาชิกคนที่สี่ของแก๊ง เป็นลูกชายคนเดียวของนักการเมือง เรื่องความหล่อความรวยมีอิทธิพลยกให้เขาเลย
แม้พวกเขาจะประกาศตัวว่าโสด แต่ละคนก็มีผู้หญิงควงเป็นประจำ แม้พวกเขาจะบอกว่าเป็นแค่คู่นอน แต่ผู้หญิงแก๊งนั้น พวกหล่อนก็ประกาศตัวชัดเจนว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของบุรุษรูปงามทั้งสี่เช่นกัน จนบางครั้งก็ออกนอกหน้านอกตาจนเกินงาม แม้ว่าชายหนุ่มกลุ่มนี้จะทำเป็นไม่สนใจ แต่พวกเธอก็มักจะมีเรื่องตบตีกับคู่นอนคนอื่นๆ ของพวกเขาเสมอ
รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดในมหา'ลัยดัง คณะศิลปกรรมศาสตร์สาขาออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ เมื่อรถยนต์จอดสนิทคนขับรีบวิ่งลงมาจากรถ เพื่อเปิดประตูให้กับเจ้านายสาวสวย เมื่อเธอก้าวเท้าลงมาจากรถ กลุ่มนักศึกษาชายแก๊งไทเกอร์ ต่างจับจ้องมองตาไม่กะพริบ
สาวสวยจมูกโด่งตากลมโต ดูเหมือนเธอจะเป็นลูกครึ่งหรือลูกเสี้ยว เมื่อหญิงสาวสูงขาว ใบหน้าที่ไร้เมคอัพนั้นกลับทำให้หนึ่งในเสือหนุ่มอย่างพายุถึงกับต้องตาตรึงใจ เพราะในมหา'ลัยแห่งนี้ มีผู้หญิงไม่กี่คน ที่กล้าโชว์หน้าสดมาเรียน แต่สำหรับหญิงสาวตรงหน้าแล้ว เธอไม่ต้องอาศัยเครื่องประทินโฉมใดๆ เลยแม้แต่น้อย มันกลับกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้พายุอยากเข้าไปค้นหาและลิ้มลอง รสสวาทจากหญิงตรงหน้าเหลือเกิน "ถึงกับน้ำลายหกเลยเหรอวะ ไอ้พายุ!" กวินเอ่ยแซวเพื่อนขึ้น เมื่อพายุถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ ขณะที่หญิงตรงหน้ากำลังก้าวเท้าออกมาจากบริเวณที่จอดรถ ขาเรียวเสลา บวกกับใบหน้าขาวนวลผ่องดวงตากลมโต ในชุดนักศึกษาไม่สั้นไม่ยาว แต่กลับทำให้คนสวมใส่นั้นดูดี
"แสดงว่าเธอต้องเรียนคณะนี้แน่เลยวะ ใครที่ได้เป็นพี่รหัสโชคดีเป็นบ้าเลย" เก้าเอ่ยขึ้นขณะที่สายตายังจับจ้องไปที่หญิงสาว ที่เธอดูจะไม่ค่อยมั่นใจมองซ้ายมองขวา เหมือนจะเดินตรงมาที่พวกเขา
"เฮ้ย! เดินมาโน่นแล้วอ้าว! ทำไมเดินกลับวะ" แบงก์พูดออกมาพร้อมกับทำหน้าเสียดายที่เธอเดินกลับไป
สาเหตุที่เธอหยุดแล้วหันหลังเดินกลับไปที่รถเหมือนเดิม นั่นไม่ใช่เพราะกลุ่มเสือพวกนั้น ในเมื่อเธอไม่เคยสนใจไยดีผู้ชายอยู่แล้ว ต่อให้หล่อราวกับเทพบุตรมายืนอยู่ตรงหน้า คนอย่างเธอก็ไม่มีทางที่จะสนใจเพราะจุดมุ่งหมายที่หญิงสาวมีไว้พุ่งชน นั่นคือการเป็นดีไซเนอร์ที่มีฝีมือระดับต้นๆ ของประเทศ นั่นคือสิ่งที่เธอต้องการมากกว่าผู้ชาย
"คุณแพรไหมกลับมาทำไมครับ" ลุงชาตรีคนขับรถแพรไหมเอ่ยถามขึ้น เมื่อเธอเดินกลับมาถึงรถ
"แพรว่าเรามาเช้าไปหรือเปล่าคะ แพรขอนั่งรออยู่ในรถสักครู่นะคะลุง"
"ได้ครับเชิญครับคุณแพรไหม"
ลุงชาตรีเปิดประตูให้เจ้านายสาวเข้าไปนั่งรอในรถตามเดิม เพราะรถยังติดเครื่องเอาไว้และยังไม่ได้ปิดเครื่องปรับอากาศ จึงทำให้แพรไหมนั่งรออย่างใจเย็น เมื่อเธอมองไปที่ข้อมือเล็กเรียวที่ประดับด้วยนาฬิกาเรือนแพง เวลานี้เพิ่งจะเจ็ดโมงเช้าแน่นอนเธอมาเช้าเกินไป
"แค่รถที่นั่งมาก็กินขาดแล้วคนนี้กูจองนะเว้ย!" กวินที่จ้องตาไม่กะพริบพูดขึ้น ท่ามกลางบรรดาเพื่อนๆ ที่จ้องมองมาด้วยสายตาที่ไม่มีใครยอมใคร ต่างก็หวังที่จะได้หญิงสาวมาไว้ข้างกาย และแน่นอนที่สุดก็คือชายกลุ่มนี้หวังกับเธอแค่วันไนท์สแตนด์ เพราะพวกเขานั้นไม่คิดที่จะจริงจังกับใคร แม้ว่าหญิงสาวตรงหน้าจะสะดุดตาสะดุดใจเพียงใดก็ตาม
แต่มีสายตาคมอีกคู่ ที่เวลานี้ไม่สามารถเดาได้ว่าเขาคิดอะไร สีหน้าที่ดูราบเรียบไม่ต่างอะไรจากชื่อของเขาพายุ แน่นอนพายุมักจะก่อตัวขึ้นก่อนที่มันจะโหมกระหน่ำลงมา หลายครั้งหลายคราที่ต้องพังพินาศ เพราะสาเหตุมาจากพายุที่รุนแรง ในขณะที่ทุกคนไม่ทันได้ตั้งตัว