วันศุกร์...
“แฟง พี่มีคนอื่น”
“อะไรนะคะพี่โต” สายตาของมุกรวีจ้องมองใบหน้าของโตมรแบบไม่อยากจะเชื่อคำพูดของเขา
“พี่รักคนอื่น พี่ไม่อยากจะโกหกตัวเองอีกต่อไป พี่จะไม่แต่งงานกับแฟง”
“ทำไมพี่มาพูดเอาตอนนี้ งานแต่งงานของเราทุกอย่างมันถูกจัดเตรียมเอาไว้หมดแล้วนะคะ พี่ทำแบบนี้ไม่ได้”
“ยกเลิกไปเถอะแฟง ไม่มีประโยชน์ถ้าแฟงจะยืนยันที่จะแต่งงานกับพี่ แฟงก็จะได้แค่ตัวพี่ ไม่ได้หัวใจ”
“คนเลว”
เผียะ... ฝ่ามือน้อย ๆ ของมุกรวีฟาดไปที่ใบหน้าของโตมร
“อย่าทำอะไรพี่โตนะแฟง” ภารำไพรีบเข้ามาขวาง
มุกรวีถึงกับอ้าปากค้าง
“เธอเองหรือที่มาแย่งพี่โตไป”
“เราสองคนรักกัน”
มุกรวียิ้มหยันให้กับเพื่อนคนสนิทที่เธอรักและไว้ใจที่สุด ทำให้เธอเสียใจมาก
“และที่ฉันกับพี่โตมาบอกกับเธอ เพราะว่าฉันกำลังท้อง เราสองคนกำลังจะมีลูกกัน”
เหมือนฟ้าถล่ม แผ่นดินทลาย มุกรวีค่อย ๆ ร่วงลงไปนั่งที่พื้น น้ำตาของเธอค่อย ๆ ไหลออกมาอาบสองแก้ม ใบหน้าที่โกรธจัดเมื่อกี้เปลี่ยนเป็นซีดเผือด ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน ในหัวใจมันเจ็บเสียยิ่งกว่าเจ็บ
“พี่กับภาเราจะเดินทางไปเยอรมันวันนี้ เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ พี่ขอโทษนะแฟง”
“ฉันก็ขอโทษด้วย” ทิ้งคำพูดแบบเห็นแก่ตัว
“ไปเถอะค่ะพี่โต เดี๋ยวไม่ทันเช็กอิน”
มุกรวีปากสั่น ไร้คำพูดที่จะเปล่งออกมาจากริมฝีปาก ในคอรู้สึกขมขื่นไปหมด คนรักกับเพื่อนรักหักหลัง พวกเขาทำกับฉันแบบนี้ได้อย่างไร นอกจากเงินเก็บมาทั้งชีวิตจะหายไปพริบตากับการจัดเตรียมงานแต่ง แค่คิดว่าจะไปบอกทุกคนที่ทำงานว่าอย่างไร เธอก็มึนงงสับสนไปหมดแล้ว
ผับดังใจกลางกรุงเทพมหานคร
มุกรวีนั่งดื่มอยู่เคาน์เตอร์ เธอกระดกแก้วเหล้าเพียวลงไปในลำคอแก้วแล้วแก้วเล่า อย่างไม่ยี่หระต่อรสชาติที่ทั้งขมและก็ฝาดของมัน ปรกติเธอไม่เคยแตะต้องของพวกนี้เลย นี่เป็นครั้งแรกด้วยซ้ำที่ออกมานั่งก๊งคนเดียว โดยไม่มีเพื่อน
น้ำตาของหญิงสาวค่อย ๆ ไหล ท่ามกลางเสียงผู้คนที่ส่งเสียงเฮฮาโยกย้ายส่ายจังหวะไปกับเสียงเพลง มีเพียงแต่เธอกระมังที่นั่งหงอยเหงา
“น้องพี่ขอฮอตพาราไดซ์หนึ่งที่”
มุกรวีหรี่ตาแล้วหันไปมองเขา “หล่อดี”
“หึ”
“ฉันเลี้ยงเหล้าคุณ คุณจะดื่มกี่แก้วก็ได้ แต่...” เธอฉวยจับมือของเขา พลางดึงชายหนุ่มคนนั้นเข้ามาใกล้ มุกรวีกระซิบที่ข้างใบหูของเขา
“พาฉันขึ้นเตียงทีได้ไหมคืนนี้”
เขายิ้มหวานส่งให้ จากนั้น....
ในห้องพักโรงแรมสุดหรูที่ไม่ไกลจากผับนัก ร่างหนาของเขากำลังสอดแทรกแกนบุรุษเข้าไปในตัวของเธอ
“อื้อ... เจ็บค่ะ เจ็บ คุณขาช่วยเบา ๆ หน่อยได้ไหม”
“คุณยังซิง”
“ค่ะ” เขาทำท่าจะผละออก
“ได้โปรดเถอะ ทำต่อเถอะ ฉันไม่อยากอยู่คนเดียวในคืนนี้ ได้โปรดอย่าทิ้งฉันไปนะคะ”
ริมฝีปากหนาทาบทับลงมา ก่อนจะเริ่มจัดการตามแบบฉบับของเขา ทั้งอ่อนโยนและนุ่มนวลเท่าที่เขาจะทำได้ แม้ว่าแกนบุรุษของตัวเองจะถูกช่องทางที่คับแคบบีบอัดจนแทบระเบิด
ทว่า... เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็ดูจะเป็นใจ มุกรวีครางครวญแทบจะสิ้นใจกับรสชาติแปลกใหม่ที่ได้รับจากเขา มันมีความเจ็บปนเสียวอย่างบอกไม่ถูก ริมฝีปากของเธอได้แต่ครวญครางเพื่อระบายความอึดอัด สองมือกอดรัดร่างหนาของเขาเหมือนกลัวว่าเขาจะหายไป
เสียงสอดประสานของสองอวัยวะ และเสียงกระทบกันของเนื้อหนังมนุษย์ รวมถึงเสียงครางคำรามของเขาที่ดังมาจากในลำคอ ส่วนมุกรวีน้ำตาไหลพราก ๆ กรีดร้องบอกเขาว่าสุขสมไปหลายครั้ง จนในที่สุด เขาก็ไม่อาจกลั้นฝังแท่งมนเข้าไปจนลึกสุด ก่อนจะดึงออก แต่ใครจะรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นอีกต่อจากนี้
คืนนั้นเป็นคืนที่เขาพึงพอใจที่สุดกับร่างนวลที่น่ารักอ่อนหวาน และยินยอมทำตามเขาทุกท่วงท่า กว่าจะได้หลับนอนเขาก็จัดเต็มให้สมตามคำขอ มุกรวีหลับลงไปในอ้อมแขนของชายแปลกหน้าที่เพิ่งได้เจอกัน
เสียงรถราและเสียงอึกทึกครึกโครมดังลอดเข้ามาในห้อง แม้จะอยู่ถึงชั้นสาม แต่ว่าเสียงมักจะขึ้นสู่ที่สูง ร่างเล็กที่เจ็บไปทั้งเนื้อทั้งตัว แถมมีอาการมึน ๆ เพราะดื่มเข้าไปมาก มุกรวีค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง
เมื่อเปลือกตาเปิดออกเธอก็ทั้งตกใจและงุนงงกับร่างหนาของชายแปลกหน้าที่ยังคงนอนหลับสนิทอยู่ข้าง ๆ หญิงสาวรีบหันไปมองรอบ ๆ
มุกรวีเห็นตัวเองในกระจกที่อยู่เบื้องหน้า ก็ตกใจหนักเข้าไปอีก หน้าอกของเธอเปลือยล่อนจ้อน มุกรวีก้มลงไปมองเขาอีกครั้ง ภาพในหัวเหมือนหนังที่ฉายรีรัน เธอชักชวนเขาดื่มตอนที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ และจากนั้นก็มาจบลงที่นี่
ภาพในจอขณะที่เธอเดินมากับเขามันติด ๆ ดับ ๆ และจนถึงตอนนี้ มุกรวียกมือขึ้นมากอบกุมใบหน้า หัวใจของเธอเต้นแรง นี่เธอได้นอนกับผู้ชายแปลกหน้าคนนี้จริง ๆ หรือ โอ้... ไม่ ๆ น่าขายหน้าและน่าอายที่สุด
ชื่อของเขายังไม่รู้จัก แล้ว...
เธอค่อย ๆ ลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง ความมึนงงความเมาค้างหายเป็นปลิดทิ้ง
มุกรวีก้มลงไปเก็บเสื้อผ้าและข้าวของของเธอที่เทกระจายอยู่ที่ข้างเตียง หยิบมันมาสวมใส่แบบลวก ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ยืนยันให้เธอได้มั่นใจว่า เมื่อคืนเธอสุขีสโมสรเล่นเกมรักบนเตียงที่เร่าร้อนและรุนแรงกับผู้ชายคนนี้ คือการเจ็บร้าวไปทั่วสรรพางค์ โดยเฉพาะจุดซ่อนเร้น
ทำไม... มันจะต้องลงเอยแบบนี้ เพราะฉันดื่ม
ช่างเถอะ รีบไปจากที่นี่เถอะ ก่อนที่เขาจะตื่นมา แล้วฉันจะขายหน้าไปมากกว่านี้
มุกรวีออกจากห้อง แล้ววิ่งไปขึ้นลิฟต์ ในลิฟต์เธอมองตัวเองในกระจก และจัดเผ้าจัดผมให้อยู่ในทรงปรกติที่ดีที่สุด ตอนที่ออกจากลิฟต์ก็ใช้ผมปิดบังหน้าตา วิ่งปรู๊ดออกมาโบกแท็กซี่ที่เริ่มวิ่งกันขวักไขว่ บนถนนเริ่มมีแสงสว่างสาดส่อง รถแท็กซี่คันที่ป้ายบอกว่าว่างได้จอดแนบฟุตพาท
“ไปจรัญสนิทวงศ์สิบเอ็ดค่ะ” พอเห็นแท็กซี่พยักหน้า เธอก็เปิดประตูเข้าไปนั่ง พ่นลมหายใจแบบโล่งอก เกิดมาไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน แม้จะคบกับพี่โตมรมาหลายปี แต่เธอก็ไม่เคยยอมมีอะไรกับเขา
มุกรวีหลับตาลง เธอเห็นใบหน้าของเขาคนนั้น ผู้ชายแปลกหน้าได้อย่างเต็มตา ทั้งที่ไม่อยากจำ แต่ทำไมนึกเห็นใบหน้าของเขาออกทั้งหมด
ดูเหมือนเขาจะเป็นลูกครึ่ง คิ้วและสีขนตาก็เข้มดกดำ จมูกของเขาโด่งมาก แต่ตรงกลางมีหักนิดหนึ่ง กลีบปากที่หนาและสีเนื้อ มีหนวดและเคราขึ้นเขียว แต่ไม่ยาว แม้แต่ตอนนอนเขาก็ยังดูดี
มุกรวียังจำได้ตอนที่ชนแก้วเขาอยู่ที่บาร์ เขาก็จ้องสบตากับเธอพร้อมกับยิ้มกริ่ม หญิงสาวรีบสะบัดหัว ฉันหวังว่า ฉันจะไม่ต้องเจอกับเขาอีก ถ้าเจอกันแล้วเขาจำได้ ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
มุกรวีนั่งพิงหัวแนบไปกับกระจก ตอนนี้ไม่มีน้ำตาไหล อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ก็แค่ยืดอกยอมรับ แท็กซี่ส่งเธอไปถึงบ้าน เธอเดินเข้าไปในบ้านอย่างหงอยเหงา
มลฤทัยพี่สาวเพียงคนเดียวของเธอยืนรดน้ำต้นไม้อยู่
“ยายแฟงแกไปไหนมา ฉันโทรหาแกมือจะหงิกอยู่แล้ว” แม้จะไม่ใช่น้ำเสียงที่ปลอบโยน ทั้งดูขึงขังผสมอารมณ์โมโห ทว่ามุกรวีก็โผล่เข้ากอดพี่สาวแล้วปล่อยโฮ
“มีเรื่องอะไร แกเป็นอะไร”
“พี่โตเขาไปเยอรมันกับยายภา เขามาขอยกเลิกการแต่งงาน”
“หา! มันเกิดขึ้นได้ยังไง” มลฤทัยเอ่ยได้แค่นั้น ก่อนจะโอบกอดน้องสาวเอาไว้แน่น
“ยายภากำลังท้อง ท้องกับพี่โต”
“โธ่เอ๊ย! แฟง แต่ดีแล้ว ดีแล้ว คนเลว ๆ สองคนได้ออกจากชีวิตของแฟงไปเสีย แฟงอย่าคิดมากนะ ไม่ต้องเสียใจ แฟงยังมีพี่” ปลอบใจน้องสาวที่กำลังสั่นเทาด้วยความเสียใจ
“ร้องไห้เสียให้พอ แล้วพรุ่งนี้ไม่ต้องร้องอีก” มุกรวีไม่ได้คร่ำครวญ ปล่อยให้น้ำตาตัวเองไหล ความรู้สึกของหญิงสาวตอนนี้แสนเปราะบาง แต่อย่างน้อยเธอก็ยังมีพี่สาว
“ยังดีที่ไม่ได้ถลำลึกแต่งงานกันไป จนมีลูกมีเต้านะ ถ้าอย่างนั้นก็คงเกิดปัญหาใหญ่อีกหลายเรื่อง ดีแล้ว... ที่พวกมันไปเสียได้ ผีอยู่กับผี คนชั่วอยู่กับคนชั่ว พวกมันก็คงไม่มีความสุขหรอก แย่งคนอื่นเขาไป สุดท้ายพี่จะคอยดูว่ามันจะไปกันรอดไหม อีพวกลักขโมยกิน หักหลัง ฮึ...” พล่ามพูดออกมาเยอะ
“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะแฟง เดี๋ยวพี่จะทำซุปร้อน ๆ ให้กิน”
“แฟงขอนอนได้ไหมคะ ไม่หิวตอนนี้นะ”
“อื้อ... นอนสักตื่นก็ดี กลิ่นเหล้าหึ่งเชียว” พี่สาวดันหลังน้องสาวให้เข้าไปในบ้าน
“อย่าริอ่านไปติดเหล้าติดยานะ แฟงไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว”
“พี่แตง” เธอเสียงเข้ม คำพูดของพี่สาวทำให้นึกถึงผู้ชายหน้าเข้มคนนั้น
“ไปอาบน้ำแล้วนอน และเราต้องบอกความจริงกับทุกคน ชิงบอกก่อนที่สองคนนั้นจะเปิดตัว”
“ยังไงก็ปิดไม่มิด”
“คนชั่วก็อยู่กับคนชั่ว แฟงเป็นคนดี และน่ารัก สักวันจะต้องมีคนรักใหม่”
“อย่าเพิ่งพูดเลยค่ะ เข็ดแล้ว แค่นี้ก็เจ็บปวดพอแล้ว”
มลฤทัยเช็ดน้ำตาให้
“แค่มีพี่คนเดียวที่รักแฟง แฟงก็น่าจะโอเคแล้ว”
“อื้อ” มุกรวีเดินเข้าห้องแล้วปิดประตู เธอยืนหลังพิงประตู ทั้งเรื่องของโตมรและภารำไพก็เป็นเรื่องใหญ่ แต่เรื่องที่เธอมีอะไร ๆ กับคนแปลกหน้าก็ทำให้หนักใจพอสมควร
ทำไมถึงได้ซวยอย่างนี้นะ
ก๊อก ก๊อก...
“ยายแฟงอาบน้ำ แล้วนอนนะ ตื่นมาจะได้สดชื่น พี่จะทำอะไรให้กิน”
“จ้า” มุกรวีถึงกับถอนหายใจ ก็ยังดีที่มีพี่สาว
บ่ายของวันนั้น มุกรวีได้ส่งข้อความไปยังกลุ่มเพื่อน กลุ่มญาติพี่น้องตามคำแนะนำของพี่สาว ต้องบอกความจริงกับทุกคน
สิ่งที่เธอเกรงกลัวที่สุดก็คือ คำติฉินนินทา
“อย่าไปแคร์เลยแฟง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตามหลักพระพุทธศาสนาคือดีหมด ในร้ายมีดี ในดีมีร้ายนะ ขอแค่ให้ปลงให้ได้ เชื่อพี่นะ”
(แฟงขอโทษนะคะที่จะแจ้งข่าวว่า แฟงยกเลิกงานแต่ง)
มุกรวีส่งข้อความไปเท่านั้นจริง ๆ ทุกคนดูตกใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าถาม แต่ต้องมีคนที่รู้ความจริง ก็คงจะป่าวประกาศแทนเธอหมดแล้ว
คุณเรืองรินหัวหน้าของเธอที่ทำงานรีบโทรมา
(“เอ่อ... พี่ขอแสดงความเสียใจด้วยนะ”)
“ค่ะพี่ริน”
(“คนไม่รักดี ก็ปล่อยเขาไปเถอะ”) ที่เรืองรินพูดแบบนี้ แสดงว่าทุกคนรู้เหตุผลแล้ว
“เรื่องที่แฟงลางาน”
(“แฟงลาได้อยู่แล้ว ใช้วันหยุดไปกับการพักผ่อนและทำใจนะ กลับมาทำงานจะได้เป็นคนใหม่”)
“ขอบคุณมากนะคะพี่ริน”
(“พี่จะโทรมาสอบถามแฟงอีกเรื่อง”)
“เรื่องอะไรคะ”
(“ย้ายสาขาไง ยังสนใจไหม ที่พี่สนับสนุนเธอ เพราะตำแหน่งดีกว่าเดิม และไม่ต้องทนมาฟังพวกนี้วิพากษ์วิจารณ์เรื่องของแฟงด้วย”)
“พี่รินจะทำเรื่องให้แฟงเลยหรือคะ”
(“ก็ใช่นะสิ ลูกชายของท่านประธานเขากลับมาจากนอกใหม่ ๆ ไฟแรง เป็นคนรุ่นใหม่ ภาษาอังกฤษไฟแลบ ถ้าไม่ส่งแฟงไปใครจะเหมาะสมเท่าแฟง)
(ในออฟฟิศเราแฟงเก่งภาษาอังกฤษที่สุด แฟงคิดว่ายังไงจ๊ะ”)
“เอ่อ แต่มันอยู่หัวหิน”
(“ใช่ แต่ไม่ต้องกังวลนะ ทางนั้นเขาตอบรับ ขึ้นเงินเดือนให้อีกห้าพัน และมีที่พักให้อีกด้วย โครงการที่นั่นกำลังรุ่งเรือง เป็นโอกาสที่จะโตได้นะแฟง”)
“คือ...”
(“ไม่ต้องคิดเยอะหรอก เชื่อพี่ ไปเถอะ มีแต่ดีกับดี”)
“ก็ได้ค่ะ แฟงตกลง”
(“เยี่ยม พี่จะรีบส่งเรื่องให้เลยนะ เราน่ะเก็บเสื้อผ้ากระเป๋า แล้วพี่จะส่งที่อยู่ใหม่ที่จะเป็นที่พักของแฟงไปให้”) ทางนั้นน่าจะรู้สึกโล่งอก เพราะได้ส่งคนที่เก่งที่สุดในแผนกบุคคลไปให้กับทางสำนักงานใหม่ที่หัวหิน
(“แฟง ทุกอย่างพี่ส่งทางอีเมลนะ”)
“ขอบคุณค่ะพี่ริน”
พี่สาวนั่งจ้องอยู่ หูก็เงี่ยฟัง
“ใครโทรมา”
“พี่ริน หัวหน้าน่ะ”
“โทรมาทำไม”
“อ๋อ... เรื่องยกเลิก”
“อื้อ... แต่พี่รินเขาเสนอให้แฟงไปทำงานที่หัวหินค่ะ”
“หัวหิน ไปเลย พี่สนับสนุนอีกคน แฟงจะได้ไปอยู่ในบรรยากาศใหม่ ๆ ไปเจอคนใหม่ ๆ มันต้องดีแน่ ๆ”
“แต่พี่แตงต้องอยู่คนเดียว”
“โอ้ย! สบายนะสิ ถ้าพี่ได้อยู่คนเดียว พี่จะได้ทำงานออนไลน์ได้แบบสบายใจ ไม่ต้องมานั่งกังวลต้องทำต้องหาอะไรให้แกกิน”
“โอ้! นี่ไล่เลยหรือคะ”
“เปล่าไล่ อีกอย่างไปทำงานที่เดิม พี่เชื่อว่า แฟงต้องตกเป็นขี้ปากของเพื่อน ๆ จะทำใจยากเข้าไปอีก”
“พี่รินจะขึ้นเงินเดือนให้ห้าพัน และมีที่พักในที่ทำงานให้ด้วยค่ะ”
“แบบนั้นยิ่งดี โคตรเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ไปเลย”
“ก็ตกลงกับพี่รินไปแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นไปเก็บกระเป๋ากันเลย”
“ไล่เลยเหรอ”
“เปล่าไล่ แต่อยากให้ไป นี่... ไปจัดของกันถ้าอะไรขาดเหลือให้ไปซื้อ และที่พี่อยากทำวันนี้นะ ไปร้านเสริมสวยกันใหม่ พี่ร้อน ๆ พี่จะตัดผมสักหน่อย”
“ของพี่แตงมันสั้นมากแล้วนะคะ”
“จะให้สั้นกว่านี้อีก”
“แบบนั้นก็โกนไปเลยดีกว่า”
“แฟงอยากตัดไหม ตัดสิจะได้เป็นคนใหม่”
“อย่ามายุน่า”
“ไม่ได้ยุจ้า เธอหน้าเล็กเรียวกว่าพี่ ตัดออกมาจะต้องสวยแน่ ๆ”
ร้านกาแฟอันเงียบสงบ มุกรวีเข้าไปพร้อมกับสั่งกาแฟ เธอหยิบขนมตรงชั้นมานั่งกินด้วยเพื่อรองท้อง หญิงสาวเพิ่งมาถึงเมื่อวานนี้ ยังไม่ได้ดูว่ามีร้านรวงอยู่ตรงไหนบ้าง
ดีที่เห็นร้านกาแฟที่อยู่ตรงข้ามออฟฟิศ หญิงสาวจึงตรงดิ่งมา โชคดีที่เธอมีห้องพักอยู่ด้านหลังสำนักงานนี่เอง จึงสะดวกสบาย เป็นห้องส่วนตัวที่ค่อนข้างสะอาดสะอ้านและมีอุปกรณ์ครบครัน ในนั้นมีการเตรียมช้อนถ้วยชามเอาไว้ให้อีก แถมยังมีกาต้มน้ำ และไมโครเวฟอีกด้วย
เมื่อคืนเป็นคืนแรกที่เธอหลับได้อย่างไม่คิดเยอะ ไม่ต้องคิดถึงโตมรหรือภารำไพ เธอรู้สึกไม่โกรธ และสลัดทั้งสองคนนั้นออกไปจากความคิดได้
มุกรวีแต่งเนื้อแต่งตัวสดใส เธอเลือกเสื้อสีชมพูอ่อนกางเกงสีขาว เป็นเสื้อผ้าที่เธอชอปปิงใหม่มาทั้งหมด เธออยากจะเปลี่ยนลุคตัวเองให้ดูสง่าและเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ที่เธอเลือกที่จะใส่กางเกง เพราะที่นี่อาจจะต้องลงพื้นที่ไปดูงานกับเจ้านายบ้าง
พี่เรืองรินบอกว่ามาที่นี่ ไม่ใช่ทำงานนั่งโต๊ะเป็นเสมียนหรือเป็นฝ่ายบุคคลอย่างเดียว เธอต้องออกภาคสนามไปลุยหน้างานกับเจ้านาย มุกรวีหันไปมองกระจก เธอยิ้มเมื่อเห็นตัวเองที่ไว้ผมทรงสั้นหั่นซอย เป็นการสนับสนุนของพี่สาวที่อยากให้เธอเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้าง
“มุกไม่ต้องไว้ผมยาวอยู่ตลอดหรอก” เธอก็เห็นด้วย มุกรวีดูแล้วเธอไว้ทรงนี้ทำให้เธอหน้าเด็กลง และหน้าตาสดใสขึ้น ยิ่งสีผมที่ช่างเลือกให้ดูเข้ากับหน้าตาเธอเสียด้วย
มุกรวีหยิบลิปสติกกลอสออกมาทาปาก มีเด็กยกกาแฟมาเสิร์ฟ มุกรวีจะนั่งจิบกาแฟไปเบา ๆ ตอนนี้เธอยังอยากจะเปลี่ยนแปลงเป็นคนมีสุขภาพดี อยู่ที่นี่อากาศดี เธออยากเป็นคนใหม่
หญิงสาวเลือกที่จะไม่ใส่ครีมกับน้ำตาลลงไปในคาปูชิโนที่เธอสั่ง มุกรวีจ้องมองดูเวลาที่อยู่บนมือถือ ยังอีกตั้งครึ่งชั่วโมงก่อนที่บริษัทจะเปิด เธอจะต้องเข้าไปรายงานตัวที่ออฟฟิศจากคำแนะนำของพี่ยามเมื่อวานนี้
มุกรวีนั่งจิบกาแฟอย่างใจเย็น ตอนนี้เธอตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะเริ่มต้นใหม่โดยทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง
ชายหนุ่มที่เพิ่งเดินข้ามถนนมาถึงกับชะงักไปเมื่อเห็นใบหน้าของเธอผ่านกระจกใสของร้านกาแฟ เขาหยุดฝีเท้าแล้วจ้องมองเธอ
‘ผู้หญิงคืนนั้นเหรอ เธอมาอยู่ที่นี่’ หัวใจของเขาเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ผู้หญิงคนนี้ทิ้งร่องรอยความสุขของเธอไว้ที่บนเตียงพร้อมกับรอยเลือดพรหมจารี เขารู้สึกประทับใจเธอมาก เธอทั้งอ่อนหวานและเล่นไปตามเกมของเขาอย่างสนุก ชายหนุ่มรู้สึกมีความสุขมาก
เขาเดินเข้ามาในร้าน แต่สายตาก็ยังคอยเหลือบมองเธออยู่ตลอดเวลา เธอเปลี่ยนไป เธอหั่นผมจนสั้น แล้วเธอมาทำอะไรอยู่ที่นี่ เขายังติดอยู่ในใจ แต่ว่าเขาก็ไม่ได้เข้าไปถามเธอ ได้แต่จ้องมอง ตอนนั้นเขาเห็นเธอถือแก้วกาแฟแล้วเดินออกไปจากร้าน ‘เธอจะไปไหน’ เขาเลี้ยวหลังมองตามเธอคอแทบเคล็ด
“คุณภูจะรับอะไรดีคะ จะรับเหมือนเดิมหรือเปล่า”
“ครับ อเมริกาโนดับเบิลชอต”
“กินที่นี่ หรือว่าจะพากลับไปกินที่ออฟฟิศคะ”
“เอากลับครับ” เขารีบบอกพนักงาน
“ขอถามหน่อยน้อง ผู้หญิงคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นเมื่อกี้ เธอเป็นใคร”
“คนไหนล่ะคะ”
“คนที่ผมสั้นนั่งอยู่ตรงนั้นน่ะ ใส่เสื้อสีชมพู ผมไม่เคยเห็นเธอมาก่อน”
“อ๋อ... เห็นว่ามาทำงานอยู่ที่บริษัทของคุณภูนี่คะ”
“ทำงานที่บริษัทของผม”
“ใช่ค่ะ เธอบอกว่ามาเป็นพนักงานฝ่ายบุคคลค่ะ”
เขาถึงกับเบิกตากว้าง ภายในใจรู้สึกดี จากนั้นเขาก็รีบจ่ายเงิน และคว้าแก้วกาแฟเดินออกไปจากร้านอย่างรวดเร็ว
สายตามองไกลตามติดหญิงสาว เห็นเธอคุยกับยามสักพัก ก่อนจะพาไปด้านหลัง
‘คงจะพาไปที่ห้องฝ่ายบุคคลแน่’ เขาเดินยิ้มเข้าออฟฟิศด้วยความตื่นเต้น
“สวัสดีครับคุณภู มีพนักงานใหม่มาจากกรุงเทพฯ มารายงานตัวด้วยนะครับ” ยามรายงาน
“เธอชื่ออะไร”
“ผมลืมถามชื่อไปเลยครับ แต่พาไปหาคุณแย้มแล้ว”
“ไม่เป็นไร” เขาเดินเข้าออฟฟิศไปพร้อมกับรอยยิ้ม เป็นครั้งแรกที่เขามีความรู้สึกแบบนี้ มันตื่นเต้นพิกล
‘ฉันอยากจะเห็นหน้าเธอจริง ๆ ตอนที่เธอเห็นหน้าฉัน เธอจะเป็นยังไงบ้างนะ แม่สาววันไนต์สแตนด์”
“กินฉันจนอิ่มแล้ว ก็จากไปโดยไม่ร่ำไม่ลา ฉันจะทำยังไงกับเธอคนนี้เนี่ย’
‘นี่นายชอบเธอเหรอ’
‘ก็ติดใจล่ะสิ’ เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ