1.แนะนำตัวละคร
บริษัท WinderGroup ให้บริการด้านขนส่งที่ใหญ่ที่สุดมีเครือข่ายและสาขามากมายทั้งแถบยุโรปและเอเชียและทรงอิธพลซึ่งมีเจ้าของชื่อมิสเตอร์.มาร์คัส วิลเดอร์ ผู้กุมอำนาจรายใหญ่และมีลูกชายสามคนและเป็นผู้สืบทอดธุรกิจ
ลูกชายคนโต มาร์เวล์ วิลเดอร์
ลูกชายคนรองมาร์วิล วิลเดอร์
ลูกชายคนเล็ก มาร์ติน วิลเดอร์
ที่ประเทศอิตาลี
ผมขอแนะนำตัวผมชื่อ มาร์เวล์ วิลเดอร์ หรือคนใกล้ชิดจะเรียกว่า เวล์ เป็นลูกชายคนโตมีน้องชายสองคนน้องๆมักจะบอกว่าผมจิตเบาๆอารมณ์เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายและเข้าใจยาก
ครอบครัวผมทำธุรกิจหลายอย่าง ผู้ก่อตั้งก็คือพ่อผม
ที่คฤหาสน์วิลเดอร์
"มาร์เวล์วันนี้เข้าไปหาป๊าที่ห้องทำงานหน่อยนะป๊าอยากปรึกษาและขอความคิดเห็นว่าแกจะคิดยังไง
"ครับป๊า"ผมเดินตามป๊าไป "นั่งซิเวล์" "ป๊ามีอะไรครับ" "เข้าเรื่องละกันฉันก็ไม่อยากให้แกไปเกี่ยวข้องกับญาติแม่แกหรอกแต่ด้วยป้าแกหรือพี่สาวแม่แกที่ปกป้องแม่แกจนตัวเองพิการฉันก็ไม่อยากช่วยเท่าไหร่แต่เขาช่วยปกป้องแกถึงได้รอดมามันเลยตัดกันไม่ขาดส่วนญาติที่ไม่ใช่ป้าแกก็ตัดขาดได้เลย" "ทางนั้นเขามีปัญหาอะไรเหรอ" "เขาขอให้ฉันบอกแกให้ไปช่วยธุรกิจโรงแรมสมบัติชิ้นสุดท้ายให้หน่อย" "มันเกิดอะไรขึ้นครับ" "ญาติแม่แกมีแต่พวกละโมบแต่บริหารไม่เป็นโกงกันเองจนโรงแรมจะเจ๊งไม่เป็นท่า ทางนั้นเขาคงจนปัญญาบอกไม่รู้จะทำไงฉันบอกให้ทางนั้นขายไป เขาบอกทุกคนขายไปหมดแล้วเหลือหุ้นเขากับแฟนใหม่เขาคนละสิบเปอร์เซ็นต์เขาอยากรักษาสมบัตินั้นไว้" "แล้วป๊าคิดยังไง" "จริงๆฉันก็ไม่อยากให้แกไปเกี่ยวข้องฉันเองสามารถให้เงินป้าแกได้สบายๆแต่ทางนั้นเขาคงคิดว่ามันเป็นของตกทอดมันคงทำใจยากมั้ง ป๊าก็แล้วแต่แกเลยเวล์" "ไหนๆเขาก็เป็นญาติคนเดียวที่ช่วยปกป้องผมกับแม่จนตัวเองพิการผมก็ควรตอบแทนเขา ขั้นแรกผมคงต้องรวบรวมเงินทุนก่อนนะป๊า" "แกให้น้องๆแกร่วมหุ้นด้วยก็ดีกันญาติทางนั้นป้าแกไม่อะไรหรอกแต่คนอื่นนี้ซิ" "ลองถามไอ้ตินกับไอ้มาร์คหรือไอ้วิลดูนะ" "ครับป๊า ผมออกมาเจอะไอ้น้องชายสองตัวนั่งอยู่เลยถามให้มันร่วมลงทุนซื้อหุ้นคนละยี่สิบเปอร์เซ็นต์ไอ้ตินตกลงแต่ไอ้วิลมันบอกมันขี้เกียจร่วมลงทุนด้วยเพราะแค่มันทำอยู่มันก็กลายเป็นคนเย็นชาอยู่แล้วถ้าได้ร่วมอีกมีหวังคงเป็นหุ่นยนต์.."พี่เวล์เดียวผมถามไอ้มาร์คให้"..สักพักไอ้ตินมันออกไปโทรคุยกับไอ้มาร์ค "พี่เวล์ไอ้มาร์คตกลงซื้อหุ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์"..สุดท้ายผมก็ได้ไอ้ตินและไอ้มาร์คร่วมลงทุนซื้อหุ้น"คริสนายเข้ามาหาฉันที่ห้องทำงานหน่อย" "ครับนายมีอะไรจะสั่งครับ" "ฉันอยากให้นายไปหาคนจัดการและเคลียร์ทุกอย่างที่เมืองไทยให้เสร็จก่อนที่ฉันจะไปประเทศไทยและเก็บทุกรายละเอียดและผู้ถือหุ้นคนก่อนด้วย" "ครับนาย" "ผมสั่งงานคริสเสร็จก็หันมาทำงาน
ที่ประเทศอังกฤษ
ฉันมีนามว่า นางสาว พิชญา พิริยะศิล ชื่อเล่น ฟิน เป็นลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อไพศาล พิริยะศิล แม่ฉันเสียไปตั้งแต่คลอดฉันได้แค่สองเดือนตั้งแต่คุณพ่อแต่งงานใหม่กับคุณแม่นิสา ดำรงการ ทั้งสองไม่มีลูกเพิ่มเพราะแม่นิสาเกิดอุบัติเหตุและร่างกายไม่ปกติทั้งสองรักฉันมากๆและฉันก็สนิทกับแม่สามากๆเพราะแม่สาเลี้ยงฉันมาตั้งแต่ขวบกว่า
ล้าลันลา เสียงฉันที่สร้างจังหวะดนตรีเพราะอารมณ์ดีใจที่ฉันเรียนใกล้จบอาทิตย์หน้าฉันก็ต้องกลับไปช่วยงานเป็นเลขาให้พ่อ
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนก่อน ตึ๊ง ตึ๊ง ฉันเปิดกล้อง
"สวัดดีค่ะ แม่สาสบายดีไหมคะ คุณแม่ทำอะไรอยู่แล้วได้บำบัดตามหมอสั่งไหมคะ"
"แม่สบายดีลูกหนูเป็นงัยฟินหนูใกล้จะจบแล้วใช่ไหม"
"ใช่ค่ะ แม่สาฟินจบเดือนหน้าแม่สา มีอะไรหรือเปล่า"
"แม่อยากขอร้องให้ฟินกลับมาช่วยงานพ่อหนูได้ไหมพ่อหนูเขาไม่ได้บอกให้แม่มาบอกหนูหรอกแต่แม่เป็นห่วงสุขภาพพ่อหนูถือว่าแม่ขอนะลูก ฟินหน้าจะรู้นิสัยพ่อนะว่าเป็นแบบไหน"
"ไม่รบกวนเลยแม่สามันเป็นเรื่องที่ฟินควรจะทำนะคะส่วนตอนแรกฟินบอกว่าจะทำงานอยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่ปัญหาฟินแจ้งเพื่อนฟินได้ยังไงพ่อกับแม่สาก็สำคัญที่สุดกับฟินนะ"
"หนูก็ดูแลตัวเองนะลูกเดือนหน้าเราเจอะกันนะ"
"ค่ะแม่สาก็เช่นกันนะคะฝากบอกพ่อด้วยว่าคิดถึงแม่สาอย่าบอกพ่อนะว่าฟินจะกลับเอาไว้เซอร์ไพร์ซ"
"ลูกคนนี้แม่ไม่บอกหรอกบ้ายๆจ้า"
กลับมาปัจจุบัน ฉันเตรียมแพ็คของกลับไทยและเตรียมส่งของกลับไทยทางเรือในบางส่วนเมื่อจัดการเสร็จฉันก็ไปหาเพื่อนๆฉันเผื่อจัดอำลากัน "เฮ้ยๆๆฟินทางนี้" ฉันเข้าไปนั่งมีหลายคนบางคนสนิทบ้างไม่สนิทบ้างและมีคนไทยอยู่สามคนรวมฉันก็สี่คนผัดไทย นะโม ไทและฉัน ผัดไทยพูดขึ้น "ฟินแกจะกลับไทยเลยใช่ไหม" "ใช่แล้ว พวกแกละ" "นะโมยังต้องรอให้ญาติมาเที่ยวที่นี่ก่อนและรอเที่ยวเป็นเพื่อนเขาถึงจะกลับ" "ไทว่าจะทำงานที่นี่สักหน่อยให้มีประสบการณ์ถึงกลับนะ" "ผัดไทยว่าจะกลับหลังฟินนะจะเที่ยวสักหน่อยนะ" "ฉันคงได้กลับเร็วคนเดียว"..ผัดไทยพูดขึ้น"เอาหน้าแกแกมีเหตุให้ต้องกลับพวกเรากลับไทยครบกันเมื่อไหร่นัดดื่มกันได้นะ"
หลังจากกินเลี้ยงกันเสร็จพวกเราต่างแยกย้ายกันไป.."ฉันมาถึงห้องก็ยืนดูห้อง ก็หน้าใจหายนะ มาอยู่ตั้งนานอีกวันก็กลับไทยแล้วเฮ้อๆสู้โว้ยยายฟิน
ณ ประเทศไทย
ถึงวันที่ต้องเดินทางกลับไทยเฮ้อๆใจหายบ๊ายๆประเทศอังกฤษ..สนามบินสุวรรณภูมิ..ฉันหยิบกระเป๋าสัมภาระแล้วเดินไปทางออกมองไปเจอะป้ายแม่สาบอกให้คนขับรถที่บ้านมารับฉันเลยโบกมือ.."อ้าวคุณหนูฟินใช่ไหมครับ" "ลุงสมใช่ไหมคะ" "ครับผมเดี๋ยวผมช่วยถือกระเป๋า"เราสองคนเดินมาขึ้นรถขนสัมภาระเรียบร้อยลุงสมก็ออกรถ..ที่บ้านไพศาล"สวัดดีค่ะแม่สวัดดีค่ะคุณพ่อ" "อ้าวยายฟินพ่อไม่เห็นรู้ว่าหนูจะมาวันนี้".."เซอร์ไพร์ซพ่อยังไงค่ะ" "ไอ้ลูกคนนี้นิพ่อก็เห็นเงียบที่ไหนได้" "มาๆให้แม่กอดหน่อย" "ฉันเดินไปนั่งตรงรถเข็นแล้วกอดเอาหัววางไว้บนตัก.."ดูลูกสาวใครนะช่างอ้อนจริงๆๆ"ลูกสาวแม่สาไง ฉันก็ลุกขึ้นไปกอดพ่อ"กินข้าวเช้าก่อนเดียวค่อยขึ้นไปพัก" "ป้าลำดวนช่วยจัดโต๊ะอาหารให้หน่อยจ๊ะ" "ได้ค่ะคุณนิสา"
2.คนอะไรเดาใจยาก
พ่อกับแม่สาก็มานั่งกินข้าวกับฉัน.."แม่สบายดีไหมแล้วยังปวดสะโพกไหม" "นิดหน่อยนะลูก".."แล้วพ่อละสุขภาพเป็นไง" "ช่วงนี้พ่อก็เรื่อยๆนะฟิน" "หนูละกลับมาวางแผนจะทำอะไรไหม" "ฟินว่าจะไปเป็นเลขาให้พ่อ จะได้ไหม" "ลูกไม่ทำงานที่อังกฤษแล้วเหรอ" "ไม่แล้วคะพ่อ ฟินว่ามาช่วยพ่อดีกว่าไหนๆฟินก็จบบริหารมาแล้ว ถึงไม่ได้บริหารเต็มตัวฟินว่ามาเป็นเลขาให้พ่อ ได้ช่วยพ่อและได้มาอยู่ใกล้ๆพ่อกับแม่ด้วย ฟินว่ามันดีกว่านะคะ
"เอางั้นก็ได้พ่อตามใจฟิน" " ฟินตัดสินใจแบบไหนแม่ก็สนับสนุนทุกๆอย่างเหมือนกันจ๊ะ" "ขอบคุณพ่อกับแม่นะคะ" "แล้วฟินจะเริ่มงานวันไหนละลูก" "พรุ่งนี้เลยฟินขี้เกียจอยู่บ้านเพราะเรียนจบฟินก็เที่ยวจนอิ่มละ ถึงกลับไทย ฟินพักพอแล้ว" "ได้ซิลูกตามใจหนู" "เดียวฟินขอตัวไปพักก่อนนะคะจะได้เอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าด้วย" "ตามสบายเลยลูก" "ฉันขึ้นมาบนห้องจัดการข้าวของให้เข้าที่ก็เตรียมตัวอาบน้ำและดูเอกสารที่พ่อให้มาศึกษานอนอ่านไปอ่านมาฉันนอนหลับ...เช้าวันต่อมา..ฉันเตรียมตัวไปทำงานพร้อมพ่อ..ณ โรงแรงดำรงการ "สวัดดีค่ะคุณไพศาล" "สวัสดีครับคุณจิรา เออคุณจิรา นี้ พิชญา หรือเรียกว่าฟินก็ได้ครับ ฟินจะมาช่วยงานผม และคุณจิราสามารถแจ้งน้องฟินได้เลย" "ฟินขอฝากตัวด้วยนะคะพี่จิรา" "ยินดีค่ะน้องฟิน"."ฉันและพี่จิราก็นั่งทำงานด้วยกันพี่จิราก็สอนงานต่างๆ "น้องฟินคะ น้องฟินรู้ยังว่าจะมีผู้บริหารคนใหม่มา" "ฟินยังไม่ทราบค่ะ" "เห็นเขาบอกกันว่าเป็นหลานชายคุณนิสามาซื้อหุ้นทั้งหมดที่โดนขายไปนะ" "ส่วนหุ้นคุณไพศาลกับคุณนิสายี่สิบเปอร์เซ็นผู้บริหารคนใหม่ไม่ได้ขอซื้อนะ" "เขาก็คงไม่มาขอซื้อหรอกที่เขามาบริหารเห็นว่าคุณนิสาโทรให้ทางนั้นมาช่วยเหลือมั้ง" "ออจ๊ะ ฟินก็เพิ่งรู้ตอนพี่บอกนี้แหละค่ะ" "แล้วฟินไม่ได้ถามคุณไพศาลเหรอ" "ฟินไม่ได้ถามนะคะผู้ใหญ่เขาคงมีเหตุผลมั้ง" "เที่ยงแล้วพี่ลงไปกินข้าว แล้วฟินจะไปกินกับพี่ด้วยไหม" "เดียวฟินไปถามท่านไพศาลก่อนนะคะ"..ก๊อกๆก๊อกๆ..เชิญครับ" "พ่อคะ พ่อจะกินข้าวเลยไหมฟินสั่งมาให้แล้ว" "เอาเข้ามาซิลูก" ฉันเอาข้าวเข้าไปสองชุดฉันนั่งกินข้าวกับพ่อ.."พ่อมีอะไรไม่สบายใจพูดกับฟินได้นะคะ" "ฟินพ่อไม่ได้เป็นอะไรหรอกพ่อกำลังจะบอกฟินว่าอีกไม่กี่เดือนผู้บริหารคนใหม่เขาจะเข้ามาบริหารเขาเป็นหลานชายคุณนิสาจริงๆทางนั้นตอนแรกเขาบอกให้ขายทิ้งไปเลยแต่คุณนิสาแกบอกว่ามันคือสมบัติที่พ่อแม่เขาทิ้งไว้ให้เลยไปขอร้องให้ทางนั้นมาช่วยซื้อหุ้นและมาบริหาร พ่อก็รักษาการแทนไปก่อนแต่ถ้าเขาให้พ่อช่วยต่อพ่อก็จะช่วยแต่ถ้าร่างกายพ่อไม่ไหวพ่อก็อยากให้ฟินอยู่ช่วยเขา ฟินติดอะไรไหม" "ไม่ค่ะพ่อ ฟินไม่ได้ติดอะไรอย่างน้อยมันก็มีหุ้นพ่อกับแม่สาอยู่เขาก็เป็นหลานชายแม่สาด้วยฟินไม่ติดอะไรเลยแค่พ่อกับแม่สา สบายใจฟินยินดี
"ขอบใจลูกมากนะฟิน" "พ่อคะพ่อได้ไปหาหมอบ้างไหม" "พ่อไปอยู่นะมันก็ปกติอาจจะโรคคนแก่" "พ่อต้องพักผ่อนนะถ้าทำงานไม่ไหวก็หยุด" ผ่านไปหลายเดือนฉันก็ทำงานคล่องขึ้น."ฟินพี่ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" "ได้จ๊ะพี่จิรา" ฉันนั้งพิมพ์งาน ติ๊กกๆๆเสียงพิมพ์งาน ฉันก็นั่งลันล้าลันล้า ฉันร้องเพลงเบาๆและพิมพ์งาน..โป๊กๆๆเสียงเคาะโต๊ะ ฉันเงยหน้าขึ้น "สวัสดีค่ะ ไม่ทราบคุณมาติดต่ออะไรคะ" ทำไหมข้างล่างไม่เห็นแจ้งขึ้นมาว่าจะมีคนเข้าพบวะ "จะคิดอีกนานไหมครับผมมาพบคุณไพศาล" "ไม่ทราบคุณได้นัดไว้ไหมคะ" "ผมไม่จำเป็นต้องนัด" เฮ้อช่างกวนตีนดีจังเลย "บ่นอะไรครับผมไม่ได้ยิน รบกวนคุณแจ้งว่า มาร์เวล์ วิลเดอร์ มาขอพบ" "กรุณารอสักครู่ค่ะ..ติ๊ดๆ.."ว่างัยฟิน" "มีแขกมาขอเข้าพบ ชื่อคุณมาร์เวล์ วิลเดอร์ " "อ้าวมาแล้วเหรอบอกให้เขาเข้ามาเลย" "ค่ะท่าน"..ติ๊ด.."เชิญคุณมาร์เวล์ วิลเดอร์ ที่ห้องค่ะ" "สวัดดีครับคุณไพศาลสบายดีนะครับ" "สวัดดีคุณมาร์เวล์ สบายดีครับ แล้วคุณสบายดีไหมแล้วแวะไปหานิสาหรือยัง" "ยังเลยครับผมว่าจะแวะมาดูโรงแรมก่อน คุณไพศาลเรียกผมว่าเวล์ก็ได้นะครับ" "ออได้ซิเวล์ เวล์ก็เรียกลุงก็ได้นะ"..ก๊อกเชิญครับ.."น้ำค่ะะท่านต้องการอะไรเพิ่มไหมคะ" "ไม่มีหรอก ฟินไปทำงานเถอะ ออนั้นเลขาผมชื่อพิชญา หรือเรียกว่าน้องฟิน และอีกคนชื่อจิรา" "ออครับ" ผมคิดในใจคนอะไรชื่อยังกับคนกำลังทำเรื่องอย่างว่า "เดียวลุงพาเวล์ไปห้องผู้บริหารนะอันนี้เป็นห้องสำรองเฉยๆ" "ได้ครับผมก็เดินตามลุงไพศาลไปเขาจัดแต่งสีทีผมชอบนั้นคือสีเทาๆๆ "อันนี้สีที่คุณนิสามาจัดให้เลยนะเธอคงดีใจที่เวล์กลับมาอยู่ใกล้ๆเธอ".."ขอบคุณครับเดี๋ยวเย็นนี้ผมขอกลับไปที่บ้านด้วยนะครับ".".ได้ซิเดียวลุงโทรไปหานิสาเตรียมของโปรดไว้ให้.."งั้นรบกวนคุณลุงให้เลขาเอางานมาให้ผมช่วยเลยก็ได้นะครับที่ห้องนี้เลย" "ได้ซิเวล์" ผมนั่งรอสักพัก..ก๊อกๆก๊อก..เชิญครับ "อ้าวไม่ใช่คนที่ผมเห็นเหรอ" "สวัดดีค่ะท่านประธาน ให้จิราเอาไว้ตรงโต๊ะทั้งหมดไหมคะ" "ฮื้ม!ทั้งหมดแล้วเธอก็ออกไปผมก็ตรวจเอกสาร..ด้านนอก "ฟินท่านประธานหล่อโฮกๆๆพี่นึกว่าจะแก่ที่ไหนได้ยังหนุ่มอยู่เลย" "พี่จิราหล่อโฮกๆนี้มันเหมือนหมาเหรอ" "ไม่ใช่น้องฟินมันคือภาษาจ๊าบๆนะอิอิ" เที่ยงพี่จิราก็ขอตัวไปพักเที่ยง..ฉันยังนั่งที่โต๊ะ.."จ๊ะเอ๋!ลูกสาวอ้าวแม่สากับป้าลำดวน ทำไหมพากันมาถึงที่นี่มีอะไรพิเศษเหรอคะ" "แม่จะมาหาหลานชายนะพอดีพ่อเราโทรไปแม่ทำอาหารเสร็จก็ใส่ปิ่นโตมาหลายชุดอยากรีบมาหาหลานชายไม่ได้เจอะกันนานมากแล้ว แล้วหนูจำพี่เขาไม่ได้เหรอลูกมันก็หน้าจะจำไม่ได้หรอกลูกก็ประมาณห้าขวบพี่เขาหน้าจะสิบห้านานมากแล้ว" "หนูจำไม่ได้หรอกค่ะเดียวเข้าไปในห้องพ่อกันเถอะค่ะ" ฉันเดินเข้าไปในห้องพ่อก็บอก "ฟินไปห้องท่านประธานเชิญให้เขามาพบพ่อนะลูก" "ออได้ค่ะพ่อ"..ก๊อกๆก๊อก..เชิญครับ "ท่านประธานค่ะ ท่านไพศาลให้มาเชิญท่านประธานไปพบหน่อยค่ะ"..ฮื้มม!!..ฮื้มมคืออะไรตกลง หรือไม่ตกลงกันละ คนอะไรเดาใจยากจริงๆเลย
3.มาวันแรกก็แผลงฤทธิ์
ตาก้อนหินเหนื่อยกับตาก้อนหิน "บ่นอะไรงึมงำ" "เปล่าค่ะ" "นำไปซิ จะไปหรือไม่ไปยืนเป็นคนแคระอยู่ได้" ฮึยยมิหน้าละหล่อเหมือนหมา.."รีบๆไปซิบ่นงึมงำเหมือนหมีกินผึ้งเลย"..ก๊อกเชิญครับ "อ้าวคุณป้าสวัดดีครับทำไมถึงมาที่นี่ครับ" "สวัดดีตาเวล์เป็นไงบ้างลูกป้าคิดถึงเวล์นะเลยรีบมา ให้รอที่บ้าน แต่ป้าอดรอถึงเย็นไม่ได้" "ผมสบายดี คุณป้าสบายดีไหมจริงๆแล้วก็ไม่ต้องลำบากมาถึงนี่ เดี๋ยวก็ได้เจอะกันแล้ว" "ป้าก็เรื่อยๆนะลูกป้าขอบใจเวล์มากๆเลยนะลูกที่กลับมาช่วยเหลือป้า" "ผมเหลือป้าคนเดียวนี่ครับ" "พ่อได้แนะนำยายฟินให้ตาเวล์รู้จักยัง" "ยังเลยแม่บอกแค่ว่าเป็นเลขา" "อ้าวทำไมไม่บอกว่าเป็นลูกพ่อนิ เวล์นี้น้องฟิน เวล์เคยเจอะน้องตอนเวล์อายุสิบห้า" "มิหน้าละว่าทำไมเหมือนเคยเห็นยายนี่ ที่แท้ยายเด็กร้ายกาจยายตัวแสบ "ออครับพอจำได้ลางๆๆ"
ผมคิดย้อนกลับไปในวัยเด็กยายเด็กร้ายกาจเอาน้ำมาสาดผมบอกเล่นสงกรานต์แต่น้ำโคตรเหม็นเลยผมก็มองหน้าเฉยๆแหกปากร้อง แม่ๆพี่เวล์จะกินฟิน ดูความร้ายกาจของเธอยายตัวแสบ
"สวัสดีพี่เขาซิฟิน" "สวัดดีค่ะพี่เวล์" "สวัดดีครับน้องฟิน" "นี้ตาเวล์ป้าทำอาหารมาให้พวกเราเดียวให้ป้าลำดวนและเด็กๆช่วยกันจัดโต๊ะ" "เวล์กินข้าวกับป้าด้วยนะเดี๋ยวตอนเย็นไปกินอีกรอบแล้วคนที่ติดตามลูกเขาไม่ได้มาด้วยเหรอ" "มาครับแต่ผมให้เขาไปพักกัน" "แล้วเวล์ไม่พักเหรอลูก" "ไม่ครับผมชินแล้ว"ฉันนั้งกินข้าวและฟังผู้ใหญ่พูดกัน ผมฟังผู้ใหญ่พูดและแอบชำเลืองมองยายตัวเล็กยายแสบเด็กร้ายกาจดูๆไปก็หน้ารักแปลกๆๆ..ฉันเห็นตาแก่นั่งแอบชำเลืองมองฉันหลายรอบแล้วนะมีอะไรติดหน้าเปล่าวะ..หลังจากกินข้าวเสร็จแม่สาก็ขอกลับบ้านก่อนเพราะอ่อนเพลียพ่อฉันเลยกลับไปกับแม่สา "ฟินเดี๋ยวช่วงบ่ายเอาเอกสารให้พี่เวล์นะลูกแล้วหนูก็กลับกับพี่เวล์ตอนเย็นเลยนะ" "ออค่ะพ่อ" เที่ยงพี่จิราขอไปส่งงานให้ฉันก็ลืมบอกไปพี่จิราแกท้องฉันเลยได้มาช่วยพ่อ..ก๊อกๆก๊อก.."เชิญครับ อ้าวคุณจิราคุณเดินบ่อยไม่ดีนะครับท้องคุณโตมากๆแล้วเอกสารให้คุณพิชญาเอามาส่งนะครับ" "ได้ค่ะท่านประธาน" "น้องฟินท่านประธานเหมือนไมโครเวฟเลยอบอุ่นนะห่วงใยพี่ด้วยท่านประธานบอกว่าให้ฟินเดินไปรับเอกสารนะ" ร้อนจะตายถ้าเป็นไมโคเวฟไม่ไหวหรอกร้อนจะตายฮึยๆๆ..ติ๊ดติ๊ด.."คุณพิชญามาที่ห้องผมหน่อย" มาวันแรกก็แผลงฤทธิ์เลยฉันก็เดินไป..ก๊อกๆก๊อก เชิญครับ" "ท่านประธานมีอะไรจะสั่งคะ" "ผมไม่มีอะไรหรอกแต่ผมจะแจ้งคุณว่าต่อไปงานทุกงานคุณต้องเดินมาส่งให้ผมห้ามใช้คนอื่นมา" "ดิฉันไม่ได้ใช้ใครนะคะพี่จิราแกขอเดินมาแกบอกนั่งอยู่แต่โต๊ะแกปวดก้น" "ผมไม่ชอบคนแก้ตัว" "ค๊าาๆๆจะไม่ทำอีกแล้วค้าาท่านประธาน" "เวลาอยู่กับผมสองคนให้เรียกว่าพี่เวล์ต่อหน้าคนอื่นค่อยเรียกท่านประธาน" "ค๊าาๆรับทราบค่ะ"แล้วตอนเย็นอย่าให้ผมต้องรอ" "ได้ค่ะ หมดทุกอย่างที่จะสั่งแล้วใช่ไหมคะจะได้ขอตัวกลับไปทำงานต่อ" "พูดกับพี่ดีๆพิชญา" "ถ้าเรียกพิชญายากก็เรียกฟินก็ได้ค่ะ" "คนบ้าอะไรชื่อเหมือนคนกำลังทำอย่างว่า" "ฮึยๆอย่าบูลลี่ชื่อคุณมาร์เวล์บางที่ตอนตั้งอาจกำลังกินขนมฟินก็ได้ใครเขาจะคิดลามกแบบตัวเองตาแก่" "อะไรนะยายตัวแสบ" "เปล่าค่ะขออนุญาติไปทำงานค่ะ" ผมเมื่อยายเด็กร้ายกาจออกไปผมก็ยังคิดว่าทำไมถึงตัวเล็กขนาดนั้นนะแถมดูปากคอเราะร้ายผมสลัดความคิดนั้นทิ้ง ติ๊ดๆติ๊ด "ครับนาย" "คริสเย็นนี้นายมารับฉันไปบ้านป้า" "ครับนายแล้วนายต้องการอะไรเพิ่มอีกไหมครับนายจะกลับมานอนที่คอนโดหรือนอนที่บ้านคุณนิสาครับ" "เดี๋ยวฉันขอคิดดูอีกที" "ครับนาย" ฉันเดินออกมาทำไมตาแก่ก้อนหินถึงปากร้ายจังวะฉันก็นั่งทำงานไปเรื่อยๆจนเวลาเกือบห้าโมงฉันกับพี่จิราก็เตรียมตัวกลับบ้าน "ฟินพี่กลับก่อนนะ" "จ้าพี่จิราเดินทางปลอดภัย" ฉันนั่งจ้องประตูหน้าห้องท่านประธานเมื่อไหร่จะออกมาห้าโมงกว่าแล้ว..ผมเดินออกมาเห็นยายเลขานั้งหน้างอรอผมพอเห็นผมก็รีบลุกผมก็รีบเดินตรงไปยังลิฟ..ยายตัวเล็กก็รีบวิ่งตาม..ฉันวิ่งเอาเพราะเขาขายาวฉันรีบวิ่งตามฮึยๆเล่นซะฉันหอบเลยเราไม่คุยกัน ฉันก็เดินตามหลังเขาคนเลิกงานไปเกือบหมดแล้ว ก็เหลือแต่แผนกต้อนรับสาวๆหันมามองคนเดินอยู่ข้างหน้าฉันก็วี๊ดว้ายใหญ่เฮ้อๆ..มาถึงหน้าโรงแรมฉันก็ยืนห่างๆหน่อยๆเขาก็เดินขึ้นรถฉันก็ไปขึ้นข้างหน้าแต่เปิดประตูไปมีผู้ชายสองคน "จะไปนั้งตักไอ้คริสเหรอ" ฉันเลยต้องเดินมาเปิดข้างหลังนั่งข้างๆตาก้อนหิน "เธอเรียนจบอะไรมา" "จบบริหารค่ะ" "ที่ไหน" "ที่อังกฤษ" "ทำไมถึงไปเรียนซะไกลเรียนที่ไทยไม่ได้เหรอ" "ฟินไปต่อโทที่อังกฤษค่ะ" "ฮื้มม!แล้วมาทำงานที่โรงแรมนานหรือยัง" "ยังค่ะฟินทำได้ไม่กี่เดือน พอเรียนจบมาก็มาทำงานเลย" "อ้าวแล้วทำไมเรียนจบแล้วรีบกลับมาทำงานไม่รอเที่ยวก่อนเหรอแบบนี้แฟนเขาไม่งอลเหรอ" "ฟินเที่ยวพอแล้วค่ะเลยคิดว่ารีบๆกลับมาช่วยพ่อกับแม่สาดีกว่าเพราะทั้งสองอายุเยอะและร่างกายทรุดโทรมฟินเป็นห่วงพ่อเพราะท่านทำงานไม่ดูแลร่างกายถ้าพวกท่านเป็นอะไรไปฟินก็คงเสียใจ" "ฮื้มม!ความคิดดีนิและปากคอก็เราะร้ายหน้าดู" "มันแน่อยู่แล้ว ฟินไม่ใช่คนที่วันๆจะกินจะเที่ยวอย่างเดียว" "เถียงทุกคำ" "ฟินไม่ได้เถียงฟินอธิบายให้ฟัง" หลังจากจบเราสองคนก็ต่างเงียบ ผมนั่งมองปากยายเด็กร้ายกาจตรงหน้าปากเถียงทุกอย่างและงึมงำตลอดเวลาเดียวเถอะ