ตอน 1

เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง มักทำให้คนมีความสุขถึงที่สุดแต่ก็เหนื่อยไปด้วย

“ที่รัก อีกรอบนะ”

กู้ชิงเฉิงเพิ่งจะนอนลงด้วยความเหนื่อยล้าพร้อมกับเหงื่อที่ไหลท่วม ร่างกายที่นุ่มละมุมของเธอถูกเขาช้อนตัวอุ้มขึ้นมา

การเคลื่อนไหวของเขาทั้งดุดันทั้งเร่งรีบ แต่ในช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้ เธอก็ยังเงยหน้าขึ้นและถามอย่างวิงวอนว่า

“ถิงเซียว ไม่ป้องกันแล้วได้ไหม ฉันอยากมีลูก”

มู่ถิงเซียวถึงกับสตั๊นไปชั่วขณะอย่างเห็นได้ชัด

แต่หลังจากนั้นไม่นาน เสียงที่เย็นชาของเขาก็ดังเข้าหูเธอมาว่า “มีลูกจะมีอีกหลาย ๆ เรื่องตามมา ผมยังไม่ได้อยากมีตอนนี้”

กู้ชิงเฉิงกัดริมฝีปาก เบ้าตาของเธอแดงขึ้นในทันที “แต่เรากำลังจะแต่งงานกันเร็ว ๆ นี้แล้วนะ อีกอย่างผู้ใหญ่ก็อยากมีหลานแล้วด้วย ไม่ได้จริง ๆ เหรอคะ?”

คำพูดนี้ แสดงออกถึงการข้อร้องอ้อนวอน

เพราะเธออยากแต่งงานกับเขาจริง ๆ อยากจะสร้างครอบครัวที่มีความสุขกับเขา แล้วก็มีลูกสักคน

แต่เมื่อมองไปยังใบหน้าที่เย็นชาและแข็งกร้าวของมู่ถิงเซียว สุดท้าย เธอก็ต้องยอมแพ้ไป “โอเคค่ะ เรื่องลูก เราค่อยว่ากันอีกทีก็ได้”

ในที่สุดสีหน้าของมู่ถิงเซียวก็ดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย

ขณะที่เขากำลังจะไปต่อ โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น

หลังรับสาย เสียงออดอ้อนก็ดังขึ้นมา “ถิงเซียว ขอโทษนะคะที่ฉันโทรมารบกวนคุณดึกดื่นแบบนี้”

“พอดีเมื่อกี้นี้ฉันไม่ทันระวังจนล้มในห้องนั่งเล่น ฉันเจ็บเท้ามากเลยค่ะ ถ้าคุณกำลังยุ่งอยู่ งั้นฉัน……”

ก่อนที่เสิ่นถังจะพูดจบ มู่ถิงเซียวก็พูดขึ้นว่า “คุณใจเย็น ๆ รอผม ผมจะไปเดี๋ยวนี้”

“ค่ะ ถิงเซียว ฉันคงไม่ได้รบกวนคุณกับชิงเฉิงใช่ไหม อย่าทำให้เธอเข้าใจผิดนะคะ”

“ไม่งั้นเดี๋ยวฉันเรียกรถไปเอง……”

“ไม่ได้รบกวนหรอก คุณอย่าคิดมาก” เสียงของมู่ถิงเซียวฟังดูอบอุ่นและอ่อนโยน

เหอะ ๆ……

กู้ชิงเฉิงอยากจะหัวเราะจริง ๆ

ในห้องน้ำ ทั้งสองคนเปียกโชก บรรยากาศดูคลุมเครือ กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มกันอยู่แล้ว

นี่น่ะเหรอที่มู่ถิงเซียวบอกว่าไม่รบกวนน่ะ

ที่แท้การได้รับความเอ็นดู ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวอะไร เพราะมีสิทธิพิเศษ เป็นข้อยกเว้น และอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ทั้งหมด

สิ่งที่น่าเสียดายก็คือ ผู้หญิงที่คู่หมั้นของเธอเอ็นดูกลับไม่ใช่เธอ แต่เป็นผู้หญิงอีกคน

มันน่าตลกสิ้นดี!

ในไม่ช้า กู้ชิงเฉิงก็ถูกห่อ และอุ้มขึ้นมา

ตัวเธอถูกคลุมด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่เพื่อปกปิดรูปร่างที่อรชรของเธอเอาไว้

“ผมจะอุ้มคุณไปที่เตียง คุณนอนก่อนเลย!” มู่ถิงเซียวเอ่ยออกมา น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนเป็นพิเศษ

แต่คำพูดเหล่านี้ กลับเปรียบเสมือนถังน้ำเย็น ๆ ที่สาดลงมาตรงกลางใจของเธอไม่มีผิด

เขาจะไปหาเสิ่นถังสินะ?

กู้ชิงเฉิงบีบมือแน่น ตัวแทบจะแข็งทื่อไปทั้งตัวแล้ว

หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ค่อย ๆ เดินไปทีละก้าวอย่างช้า ๆ แล้วก็ทำในสิ่งที่ตัวเธอเองก็ยังรู้สึกว่ามันบ้า และไม่อยากจะเชื่อ

เธอเอื้อมมือออกไปกอดมู่ถิงเซียวไว้แน่น

เสียงที่พูดออกมาทั้งนุ่มนวล และสั่นเครือ “วันนี้อยู่เป็นเพื่อนฉันเถอะนะ ไม่ไปได้ไหม?”

เห็นได้ชัดว่ามู่ถิงเซียวดูจะคาดไม่ถึงอยู่บ้าง

แต่มันก็แค่ชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น หลังจากนั้นเขาก็ตั้งสติได้ และยีผมของเธอไปมา

“อย่างอแงสิ เธอได้รับบาดเจ็บ ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ”

“แต่ตอนนี้ฉันก็ต้องการคุณเหมือนกัน ฉันไม่อยากให้คุณไป” ดวงตาของกู้ชิงเฉิงแดงก่ำ เธอกัดริมฝีปากที่มีคราบเลือดเอาไว้

“อย่างอแงสิ ชิงเฉิง สำหรับผมคุณเป็นคนว่าง่าย มีเหตุผลมาตลอด”

แต่วันนี้เธอไม่อยากเป็นคนมีเหตุผลแล้วนี่ เธอแค่อยากรั้งเขาไว้เท่านั้น

“ถิงเซียว.....” กู้ชิงเฉิงมองเขาอย่างอาลัยอาวรณ์

“ฟังผมนะ ปล่อย”

กู้ชิงเฉิงส่ายหัวไปมา

“ผมจะพูดอีกครั้ง ปล่อย!”

สีหน้าของมู่ถิงเซียวดูเย็นชาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขาเม้มริมฝีปากและใช้ฝ่ามือใหญ่ ๆ ของเขาค่อย ๆ งัดนิ้วของเธอออกทีละนิด

แรงของเขาเยอะมากจนทำให้เธอรู้สึกเจ็บ

ด้วยความที่ไม่มีความกล้าที่จะรั้งเขาไว้แล้ว เธอจึงหัวเราะออกมาอย่างขมขื่นก่อนจะปล่อยมือออกด้วยความหดหู่ใจ

“เดี๋ยวผมจะรีบไปรีบกลับ” ก่อนออกไป มู่ถิงเซียวได้พูดทิ้งท้ายไว้

รีบไปรีบกลับอย่างนั้นเหรอ?

เกรงว่าคำพูดเหล่านี้จะเป็นเพียงการหลอกเด็กสามขวบซะมากกว่า เคยมีครั้งไหนไหมที่เสิ่นถังเรียกหาเขา แล้วเขาได้กลับมาน่ะ?

ที่มู่ถิงเซียวไม่อยากให้เธอท้อง ก็น่าจะเพราะเสิ่นถังนี่แหละมั้ง

เพราะถือเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขา เป็นผู้หญิงที่เขารักแต่ไม่สามารถครอบครองได้ ยิ่งไปกว่านั้นก็คือเป็นรักแรกที่พวกผู้ชายลืมไม่ลง เขาก็ต้องปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็นคนรักของเขาเป็นธรรมดา

ตอน 2

หลังจากอาบน้ำเสร็จ กู้ชิงเฉิงก็มุดตัวเข้าผ้าห่มไป

แต่คืนนั้นเตียงกลับเหมือนจะเย็นเป็นพิเศษ ไม่ว่าเธอจะนอนยังไงก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันอุ่นขึ้นเลย

เวลาหกโมงเช้า

เธอได้รับโทรศัพท์จากว่าที่แม่สามีว่า “วันแต่งงานกำหนดไว้แล้ว อีกสามเดือน มีฤกษ์ดี”

วันเวลานั้น เจียงชูหลานน่าจะไปให้คนดูฤกษ์แต่งงานให้แล้ว

“ที่โทรมาหาเธอก็เพราะอยากจะเตือนเธอ เธอควรรีบบอกให้พ่อแม่ของเธอเตรียมตัวเร็ว ๆ”

“ถึงแม้ว่าตระกูลมู่ของพวกเราจะร่ำรวย แต่ก็อย่าคิดว่าเราโง่ ตระกูลกู้ของพวกเธออย่าคิดที่จะมาขายลูกสาวกิน แล้วก็เตรียมสินสมรสฝ่ายเจ้าสาวไว้ด้วยล่ะ อย่าทำให้มันดูแย่นัก ขายหน้าฉัน”

กู้ชิงเฉิงตอบกลับไปว่า “ได้ค่ะคุณป้า เดี๋ยวฉันจะไปบอกพ่อฉันค่ะ คุณป้าวางใจเถอะค่ะ ฉันไม่ต้องการสินสอดทองหมั้นอะไรทั้งนั้น”

แต่คำพูดเหล่านี้ กลับไม่ได้ทำให้เจียงชูหลานรู้สึกพึงพอใจ

แถมเธอยังหัวเราะเยาะเย้ยขึ้นมาด้วย “สมกับเป็นของราคาถูกจริง ๆ”

กู้ชิงเฉิงที่ได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้อยากจะอธิบายอะไรเพิ่มเติม

มีแต่ตัวเธอเองเท่านั้นที่รู้ดีว่า หากได้สินสอดมาแล้ว มันจะตกไปอยู่ในมือของพ่อที่ไร้หัวใจกับแม่เลี้ยงใจร้ายของเธอ

“ฉันไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าถิงเซียวไปสนใจอะไรในตัวเธอ เธอทั้งจนทั้งใจแคบ”

“ถ้าไม่ใช่เพราะลูกชายของฉันอยากแต่งงานกับเธอ แล้วคุณย่าก็เห็นด้วย ให้ตายยังไงฉันก็ไม่มีทางยอม”

ก่อนจะวางสาย เจียงชูหลานยังบ่นต่ออีกยกหนึ่ง

กู้ชิงเฉิงได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่น

ก็จริง!

การหมั้นหมายของเธอกับมู่ถิงเซียว ดูเหมือนเป็นความฝันอย่างไรอย่างนั้น

แต่การได้แต่งงานกับมู่ถิงเซียวและเป็นภรรยาของเขา มันคือความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตนี้ของเธอแล้ว

ตอนอายุสิบห้า.....

แม่เลี้ยงของเธออ้างว่าจะพาเธอไปร่วมงานปาร์ตี้ของคุณหญิงคุณนายไฮโซ ซึ่งสถานที่จัดงานก็คือบ้านของตระกูลมู่นั่นเอง

เธอถูกแม่เลี้ยงวางแผนเล่นงาน จนพลาดตกลงไปในสระว่ายน้ำ

กู้ชิงเฉิงคิดว่า เธอจะต้องตายแน่ ๆ

แต่เธอกลับไม่คิดไม่ฝันเลยว่า ในตอนนั้นจะมีชายหนุ่มคนหนึ่งกระโดดลงมา

เขาอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขนและช่วยเธอขึ้นมาจากน้ำเย็น ๆ ทำให้เธอรอดพ้นความตายมาได้

ตอนที่เธอฟื้นขึ้นมา เธอก็เห็นเพียงแผ่นหลังของเขาที่หันหลังและเดินจากไป

แต่เธอจำนาฬิกาสีดำบนข้อมือของเขาได้อย่างชัดเจน

ต่อมา เธอก็ได้รู้จักเขาจากนาฬิกาที่เหมือนกันทุกประการ

ใช่ มู่ถิงเซียวคือคนที่ช่วยเธอไว้

ด้วยความที่เธอติดหนี้บุญคุณจากการช่วยชีวิตของเขา เธอจึงมอบหัวใจทั้งดวงให้กับเขาโดยไม่เผื่อใจอะไรทั้งนั้น

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เธอก็ฝันอยากจะแต่งงานกับเขา

อยากจะจับมือเขาและใช้ชีวิตไปด้วยกันจนแก่

จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมา ทำให้ความคิดของกู้ชิงเฉิงถูกขัดจังหวะไป

ภายในชั่วพริบตา ประตูห้องนอนก็ถูกผลักเปิดออก

สีหน้าของมู่ถิงเซียวดูเหนื่อยล้าอย่างมาก แถมชุดสูทที่เขาใส่อยู่ก็ยังยับยู่ยี่ด้วย

เป็นไปตามที่คาดเอาไว้ เขาไปอยู่ดูแลเสิ่นถังมาทั้งคืน

ไหนบอกว่าจะรีบไปรีบกลับไม่ใช่รึไง?

กู้ชิงเฉิงหันหน้าหนี พยายามไม่มองไปที่เขา

แต่มู่ถิงเซียวกลับดึงเธอเข้าไปในอ้อมแขน แล้วก็จูบเธอด้วยริมฝีปากเย็น ๆ ของเขา เขาถามด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำ และอ่อนโยนว่า “โกรธเหรอ?”

กู้ชิงเฉิงหลบ ไม่ได้พูดอะไร

เธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงจากตัวเขาอย่างชัดเจนมาก ซึ่งสิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ รอยลิปสติกบนเสื้อเชิ้ตของเขามันดูสดใสและสะดุดตามาก

ร่องรอยที่เสิ่นถังประทับเอาไว้ มันเหมือนกับเข็มที่ทิ่มแทงเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า

มันเจ็บจริง ๆ

“คุณยังรักเสิ่นถังอยู่มั้ย?”

ทันใดนั้นกู้ชิงเฉิงก็มองไปที่เขา แล้วก็ถามออกมาเบา ๆ

มู่ถิงเซียวยื่นมือออกมากอดเธอไว้ในอ้อมแขน

จากนั้น เสียงที่เซ็กซี่และทุ้มลึกของเขาก็พูดขึ้นว่า “วัน ๆ ในหัวของคุณมัวคิดแต่เรื่องอะไร?”

“ผมยอมรับนะว่าเสิ่นถังเป็นคนพิเศษสำหรับผม แต่ก็แค่มิตรภาพระหว่างเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้นเลย”

กู้ชิงเฉิงไม่โต้แย้งใด ๆ เธอเพียงแค่มองไปที่เขาและถามว่า “แล้วฉันล่ะ?”

“ถิงเซียว คุณรักฉันไหม?”

ตอน 3

“ถิงเซียว คุณรักฉันไหม”

เธอจำได้แม่นเลยว่า ตอนนั้น เธอกับเขามาคบกันได้ยังไง

ในตอนนั้น เสิ่นถังวิ่งตามผู้ชายคนนึงไปต่างประเทศ

มู่ถิงเซียวเหมือนเป็นบ้าไปแล้ว เขาดื่มจนเมาหนักมาก

ซึ่งในคืนนั้น เขาบังคับเธอจับเธอกดไว้ใต้ตัวเขา เขาไม่สนใจเสียงร้องสะอึกสะอื้นของเธอเลย ครั้งแล้วครั้งเล่า จนติดใจ อยากจะได้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ

วันถัดมาเมื่อตื่นขึ้นมา เขาก็ถามเธอว่า “ถ้าคุณรู้สึกเสียเปรียบ เป็นแฟนผมได้นะ คุณตกลงไหม?”

เธอจึงพยักหน้าตอบตกลง

เรื่องของพวกเขาเริ่มต้นกันมาเช่นนั้น

มันเป็นเพียงแค่ความรับผิดชอบ ไม่ใช่ความรัก

แล้วตอนนี้ล่ะ?

เขามีความรักหรือความชอบในตัวเธอบ้างไหม?

มู่ถิงเซียวมองดูคิ้วและดวงตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ “ชิงเฉิง เราจะแต่งงานกันอยู่แล้ว ต่อไปคุณก็จะเป็นภรรยาของผม ผมจะดีกับคุณ ดูแลคุณ......”

ทันใดนั้น ริมฝีปากรู้สึกเย็น ๆ

นิ้วของกู้ชิงเฉิงทำให้เขาหยุดพูดไป

“ถิงเซียว ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้ว”

“คุณเหนื่อยมาทั้งคืนแล้ว ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยไปบริษัทก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันไปเอามาให้”

หลังจากพูดออกมาอย่างเฉยชา เธอก็หันหลัง

แต่แล้วหลังจากที่เธอหันไป น้ำตาของเธอก็เริ่มไหลออกมาจากดวงตาอย่างควบคุมไม่ได้

เขาพูดออกมาเยอะมาก มันเป็นคำพูดที่อ่อนโยน เป็นคำหวาน เป็นคำพูดที่แสนอบอุ่น......

แต่คำตอบทั้งหมด กลับเป็นการหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงประเด็นหลักอย่างสิ้นเชิง

หากมันคือความรัก เขาแค่พูดออกมาคำเดียวก็จบแล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดเสริมเติมแต่งให้สวยหรูอะไร

เพราะยิ่งพูดมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเป็นการพิสูจน์ว่าไม่ได้รักมากขึ้นเท่านั้น

ดังนั้นคำพูดที่เหลือ เธอจึงไม่มีความกล้าหาญที่จะฟังมันต่ออีกแล้ว

เมื่อไปถึงที่ห้องเสื้อผ้า ตอนที่เธอเพิ่งจะหยิบชุดสูทตัวหนึ่งออกมา จู่ ๆ เธอก็ถูกดึงไปกอดในอ้อมกอดที่คุ้นเคย

มู่ถิงเซียวเอาคางวางลงบนศีรษะของเธอ แล้วก็ใช้มือข้างหนึ่งจับมือเล็ก ๆ ของเธอเอาไว้

“อากาศก็ไม่เย็นสักหน่อย ทำไมมือของคุณถึงได้เย็นจัง?”

ดวงตาของกู้ชิงเฉิงยังคงมีน้ำตาคลออยู่ เธอรู้สึกอึดอัดในใจมาก

ตอนนั้นเธอไม่รู้เลยว่าควรจะตอบเขายังไงดี

ในวินาทีถัดไป ตัวของเธอก็ถูกเขาจับหันไป

เธอเงยหน้าขึ้น มองเขาทั้งที่ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตาราวกับเป็นกวางน้อยตัวหนึ่ง

แววตานั้น ดูไร้เดียงสาและน่าสงสารอยู่พอสมควร ทำให้หัวใจของมู่ถิงเซียวถึงกับสั่นไหวและอดไม่ได้ที่จะจับใบหน้าของเธอไปจูบ

มู่ถิงเซียวจูบเธออย่างดุดัน ราวกับเขาอยากจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวให้มันรู้แล้วรู้รอดไป

กู้ชิงเฉิงทำได้เพียงยืนเขย่งเท้า เธอถูกบังคับให้ต้องเงยหน้าขึ้น

ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปหมด เธอหายใจเร็วมาก

แต่ในใจของเธอก็ยังคงมีความรู้สึกหวานซึ้งอยู่

หลังจากอยู่ด้วยกันมาหลายปี เหมือนจะเฉพาะตอนมีอะไรกัน เธอถึงได้เห็นความหุนหันพลันแล่นที่แทบจะไม่สนใจอะไรเลยในตัวมู่ถิงเซียว

แล้วก็มีเพียงแค่เวลานี้เท่านั้น ที่เธอได้รู้สึกว่าตนเองได้รับความรัก

“ถิงเซียว.....”

กู้ชิงเฉิงโดนจูบจนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว พลันคร่ำครวญออกมา

มู่ถิงเซียวจึงได้สติ และปล่อยเธอในทันที

“ถ้าไม่ใช่เพราะต้องรีบไปบริษัท ผมอยากจะกินคุณซะเดี๋ยวนี้” เสียงของเขา ฟังแล้วรู้สึกยั่วเย้า

กู้ชิงเฉิงหน้าแดงไปหมด เธออดไม่ได้ที่จะผลักเขาออกก่อนจะพูดว่า “เมื่อคืนนี้เราเพิ่งจะ..... เพิ่งจะ……”

คำต่อจากนั้น เธอหน้าบาง เลยพูดไม่ออก

แต่มู่ถิงเซียวกลับไม่ได้สนใจอะไร เขากอดเธออย่างไม่รู้สึกอายใด ๆ “แล้วไง ภรรยาของผม ผมเอายังไงก็ไม่หนำใจ”

กู้ชิงเฉิงกำลังจะพูด แต่จู่ ๆ มือของเธอก็รู้สึกเย็นขึ้นมา

เมื่อก้มหน้ามองลงไปก็พบว่า บนข้อมือของเธอมีสร้อยข้อมือที่งดงามมากเส้นหนึ่งอยู่

ทับทิมที่เปล่งแสงเจิดจรัส ช่วยขับให้ผิวของเธอดูขาวราวกับหิมะแลดูบอบบาง

“ให้ฉันเหรอคะ?” เธอเงยหน้าขึ้นไปมองอย่างคาดไม่ถึง

“อื้ม ชอบไหม?”

“คุณเลือกเองเหรอคะ?”

มู่ถิงเซียวพยักหน้า

“ฉันชอบมาก ขอบคุณนะคะ!”

กู้ชิงเฉิงยิ้มอย่างอ่อนโยน จากนั้นก็เขย่งเท้าไปหอมแก้มเขาเบา ๆ

แต่มู่ถิงเซียวกลับไม่พอใจ เขาขมวดคิ้วและชี้ไปที่ริมฝีปากของตัวเอง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED