พรกมลนั่งเหม่อลอยอยู่ข้างเตียงตลอดทั้งคืน ขนมชั้นที่เคยสวยงามบัดนี้แห้งแข็งและมีมดขึ้น เธอหัวเราะเยาะตัวเองเบา ๆ แล้วกวาดมันลงถังขยะทั้งหมด
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างจนแสบตา เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลดังขึ้น อภิเดชกลับมาพร้อมกับกลิ่นอายของความเย็นชาในยามเช้า
เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอ มองเธอด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึกผิด มีเพียงความเย็นชาและเด็ดเดี่ยว
อภิเดชหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกจากกระเป๋าแล้วโยนลงบนเตียง
'หนังสือสัญญาหย่า'
ตัวอักษรสีดำบนกระดาษสีขาวทิ่มแทงหัวใจของพรกมลจนเจ็บแปลบ
นิ้วของเธอสั่นเทาขณะหยิบมันขึ้นมา เธอพยายามกลั้นน้ำตาแล้วถามเขาว่า "ทำไมต้องเป็นวันนี้คะ"
อภิเดชกำลังจัดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตของเขาอย่างใจเย็น น้ำเสียงเรียบเฉยไร้ความรู้สึก "ศศิร่างกายไม่ค่อยดี พี่ไม่อยากให้เธอต้องเสียใจอีก"
พรกมลกัดฟันแน่น พยายามดิ้นรนเป็นครั้งสุดท้าย "แล้วการแต่งงานสามปีของเราล่ะคะ มันไม่มีความหมายอะไรเลยเหรอ"
อภิเดชหัวเราะเยาะ เขาดึงเช็คใบหนึ่งออกจากกระเป๋าสตางค์แล้วโยนลงบนโต๊ะ "เงินจำนวนนี้คงพอให้เธอกลับไปใช้ชีวิตสบาย ๆ ที่บ้านนอกได้"
เช็คใบนั้นปลิวตกลงบนพื้น พรกมลรู้สึกอัปยศอดสูอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกคลื่นไส้ตีขึ้นมาอีกครั้ง
เธอรีบยกมือปิดปากแล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำ อภิเดชขมวดคิ้ว แววตาของเขาฉายแววรังเกียจอย่างชัดเจน เขาเดินตามไปหยุดยืนอยู่ที่ประตูห้องน้ำ
พรกมลกำลังโก่งคออาเจียนอยู่หน้าอ่างล้างหน้า เธอเปิดก๊อกน้ำให้ดังที่สุดเพื่อกลบเสียงอาเจียนของตัวเอง มือของเธอเกาะขอบอ่างหินอ่อนไว้แน่นเพื่อพยุงตัว
อภิเดชยืนพิงกรอบประตู พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ไม่ต้องแสดงละครหรอก มุกเรียกร้องความสงสารแบบนี้ใช้กับพี่ไม่ได้ผล"
พรกมลหันกลับมามองเขา ขอบตาของเธอแดงก่ำ "ถ้า... ถ้าฉันท้องล่ะคะ คุณยังจะหย่ากับฉันอยู่ไหม"
เมื่อได้ยินคำว่า 'ท้อง' แววตาของอภิเดชก็เปลี่ยนเป็นดุร้ายราวกับสัตว์ป่า เขามองเธอเหมือนกำลังฟังเรื่องตลกที่น่ารังเกียจที่สุด
เขาเดินเข้ามาหาเธอช้า ๆ บีบคางของเธอไว้แน่น แล้วพูดลอดไรฟัน "ถ้าเธอกล้าแอบท้องล่ะก็ ไปเอาออกซะ ฉันไม่อนุญาตให้เธอมีลูกของฉันเด็ดขาด"
คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจของพรกมล เธอถอยหลังอย่างตกใจ เท้าของเธอเหยียบลงบนน้ำที่นองอยู่บนพื้น
"ว้าย!"
พรกมลเสียหลักล้มลงไปด้านหลัง เอวของเธอกระแทกกับขอบอ่างอาบน้ำอย่างแรงจนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแล่นไปทั่วร่างกาย แต่สัญชาตญาณความเป็นแม่ทำให้เธอยกมือขึ้นกุมท้องของตัวเองไว้แน่น ใบหน้าของเธอซีดเผือด
อภิเดชยื่นมือออกมาตามสัญชาตญาณ แต่แล้วเขาก็ชะงักมือไว้กลางอากาศ แล้วดึงกลับไปอย่างเย็นชา เขายืนมองเธอล้มลงไปต่อหน้าต่อตา
พรกมลมองมือที่เขาดึงกลับไป แสงสว่างในดวงตาของเธอดับวูบลงอย่างสมบูรณ์ เธอได้เห็นความเลือดเย็นของผู้ชายคนนี้อย่างชัดเจนแล้ว
เธอกัดฟันแน่น พยายามอดทนต่อความเจ็บปวดที่ท้องน้อย ค่อย ๆ ใช้แขนพยุงตัวเองลุกขึ้นจากขอบอ่างอาบน้ำ เธอปฏิเสธที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากเขา
พรกมลยืนตัวตรง แววตาของเธอว่างเปล่าแต่แฝงไปด้วยความแน่วแน่ เธอมองอภิเดชแล้วพูดว่า "ได้ค่ะ ฉันตกลงหย่า"
อภิเดชแปลกใจเล็กน้อยที่เธอตอบตกลงง่ายขนาดนี้ แต่ความเย็นชาก็กลับมาบดบังความรู้สึกนั้นอย่างรวดเร็ว
เขาหันหลังเดินออกจากห้องน้ำ ทิ้งท้ายไว้ว่า "พรุ่งนี้สิบโมงเช้า เอาบัตรประชาชนไปเจอกันที่สำนักงานเขต" แล้วก็เดินจากไปอย่างไม่ไยดี
เสียงประตูปิดดังขึ้นอีกครั้ง พรกมลทรุดตัวลงนั่งบนพื้นกระเบื้องที่เย็นเฉียบในห้องน้ำ เธอหอบหายใจอย่างหนัก
เธอค่อย ๆ ก้มลงมองท้องของตัวเอง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีเลือดออก เธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
พรกมลหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปลี่ยนชื่อผู้ติดต่อจาก 'พี่อภิเดช' เป็น 'คุณอภิเดช'
เธอลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้ากระจก มองดูใบหน้าที่โทรมของตัวเอง แล้วใช้น้ำเย็นล้างหน้าแรง ๆ
พรกมลเดินออกจากห้องน้ำ หยิบหนังสือสัญญาหย่าที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วเซ็นชื่อของเธอลงไปโดยไม่ลังเล
เธอวางสัญญาที่เซ็นแล้วไว้บนโต๊ะ แล้วเริ่มเก็บกระเป๋าเดินทางของตัวเอง เธอตัดสินใจแล้วว่าจะต้องหนีออกจากกรงทองแห่งนี้เพื่อลูกของเธอให้ได้
พรกมลเก็บของเสร็จเรียบร้อย เธอฝากกระเป๋าเดินทางไว้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์แล้วเดินเข้าไปในแผนกออกแบบของบริษัทในเครือเจริญสุขโอภาส
ทันทีที่เธอก้าวเข้ามา ออฟฟิศที่เคยเสียงดังก็เงียบลงทันที ทุกสายตาหันมามองเธอเป็นตาเดียว ราวกับเธอเป็นตัวประหลาด
เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งจงใจพูดเสียงดัง "นึกว่าจับพลัดจับผลูได้เป็นนกฟีนิกซ์ ที่แท้ก็เป็นแค่นกกระจอกที่ต้องกลับคืนสู่รังเดิม"
พรกมลกำสายกระเป๋าถือไว้แน่น เธอเม้มปาก ก้มหน้าเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง แล้วก็พบว่าแบบร่างดีไซน์ที่เธอวาดไว้เมื่อคืนถูกกาแฟหกใส่จนเปียกโชก
เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ไม่ได้โวยวายอะไรออกมา ค่อย ๆ หยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดคราบกาแฟอย่างเงียบ ๆ พยายามรักษาเกียรติของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย
เสียงฮือฮาดังขึ้นที่โถงทางเดิน อภิเดชเดินนำหน้าผู้บริหารกลุ่มใหญ่เข้ามาตรวจงานในแผนกออกแบบ ข้างกายของเขามีศศิกานต์ที่ดูบอบบางยืนอยู่
ศศิกานต์แกล้งทำเป็นเดินมาที่โต๊ะของพรกมลโดยบังเอิญ แล้วอุทานด้วยน้ำเสียงใสซื่อ "อุ๊ยตาย! โต๊ะของพนักงานคนนี้ทำไมสกปรกอย่างนี้ล่ะคะ"
อภิเดชเหลือบมองพรกมลด้วยสายตาเย็นชา แล้วหันไปพูดกับหัวหน้าแผนกออกแบบ "บริษัทของเราไม่ต้องการพนักงานที่ไม่สามารถแม้แต่จะจัดโต๊ะทำงานของตัวเองให้เรียบร้อยได้"
หัวหน้าแผนกรีบพยักหน้าหงก ๆ แล้วหันมาดุพรกมลเสียงดัง "พรกมล! ไปขนเอกสารเก่าในห้องเก็บของมาเดี๋ยวนี้!"
พรกมลเงยหน้าขึ้นสบตากับอภิเดช แต่ในดวงตาของเขามีเพียงความเย็นชาและห่างเหิน ราวกับว่าพวกเขาไม่เคยนอนเตียงเดียวกันมาก่อน
อภิเดชแนะนำพรกมลกับลูกค้าชาวต่างชาติที่มาด้วยกัน น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย "นี่คือคุณพรกมลจากฝ่ายออกแบบของเรา"
คำว่า 'คุณพรกมลจากฝ่ายออกแบบ' เหมือนเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจของพรกมล เธอรู้สึกเจ็บแปลบที่ท้องน้อย ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่างกาย
พรกมลกัดริมฝีปากที่ซีดเผือดของตัวเองไว้แน่น พยายามอดทนต่อความเจ็บปวด เธอยกมือไหว้ลูกค้าชาวต่างชาติ แล้วหันหลังเดินไปที่ห้องเก็บของ
ศศิกานต์มองตามหลังพรกมลที่เดินโซซัดโซเซไปด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก แล้วหันไปควงแขนอภิเดชอย่างสนิทสนม
พรกมลเดินเข้าไปในห้องเก็บของที่มืดและอับชื้น ทันทีที่ประตูปิดลง เธอก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง
เธอเกาะผนังไว้แน่น เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มหน้าผาก เธอเป็นห่วงลูกในท้องเหลือเกิน กลัวว่าการล้มเมื่อคืนกับอารมณ์ที่แปรปรวนในวันนี้จะทำร้ายลูก
โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นอย่างรุนแรง พรกมลหยิบขึ้นมาดู หน้าจอแสดงชื่อ 'คุณยาย'
เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้ง พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ แล้วรับโทรศัพท์ "คุณยายขา"
เสียงไอของคุณยายดังมาจากปลายสาย "กมลเอ๊ย แฟนที่ลูกบอกว่าจะพามาให้ยายดูตัวน่ะ เสาร์อาทิตย์นี้พามาได้ไหม"
หัวใจของพรกมลบีบรัด น้ำตาเกือบจะไหลออกมา เพื่อไม่ให้คุณยายที่กำลังป่วยต้องเป็นห่วง เธอจึงต้องโกหกออกไป "ได้ค่ะยาย เดี๋ยวสุดสัปดาห์นี้กมลจะพาเขาไปหานะคะ"
คุณยายดีใจมากแล้ววางสายไป แต่พรกมลกลับรู้สึกหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง ตอนนี้เธอจะไปหาแฟนที่ไหนมาให้คุณยายดูตัวได้
ประตูห้องเก็บของถูกเปิดออกอย่างแรง หัวหน้าแผนกตะโกนใส่หน้าเธอ "มัวอู้อยู่นี่เอง! รีบไปขนของได้แล้ว!"
พรกมลรีบเช็ดน้ำตา ลุกขึ้นยืน แล้วอุ้มกล่องเอกสารที่หนักอึ้งขึ้นมา แขนของเธอสั่นเทาด้วยความอ่อนแรง
เธออุ้มกล่องเอกสารเดินออกจากห้องเก็บของ แล้วก็ชนเข้ากับอภิเดชและศศิกานต์ที่กำลังจะเดินกลับพอดี
ศศิกานต์แกล้งร้องเสียงหลงแล้วซบเข้าหาอ้อมกอดของอภิเดช พรกมลพยายามจะหลบ แต่ก็ไม่ทัน
กล่องเอกสารหนัก ๆ หลุดจากมือของเธอ ตกลงบนพื้นเสียงดังโครม กระดาษปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ
อภิเดชรีบประคองศศิกานต์ไว้ แล้วหันมาดุพรกมลด้วยสายตาที่เกรี้ยวกราด "ซุ่มซ่าม! ทำอะไรไม่รู้จักระวัง!"
พรกมลไม่ได้โต้เถียงอะไร เธอแค่ก้มลงเก็บเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นอย่างเงียบ ๆ แผ่นหลังของเธอตั้งตรงอย่างทระนง
อภิเดชเห็นแผ่นหลังที่ดื้อรั้นของเธอก็รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก เขาจูงมือศศิกานต์เดินจากไปอย่างรวดเร็ว
เสียงหัวเราะเยาะของเพื่อนร่วมงานดังขึ้นรอบตัว พรกมลเก็บเอกสารเสร็จเรียบร้อย แววตาของเธอกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง
เธอกลับไปที่โต๊ะทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเริ่มพิมพ์ใบลาออก เธอตัดสินใจแล้วว่าจะต้องออกจากบริษัทนี้ทันทีที่หย่าเสร็จ