ตอน 1

พรกมลจัดขนมชั้นสีสวยที่เธอตั้งใจทำลงบนจานอย่างประณีต ความร้อนจากจานลวกปลายนิ้วจนแดง แต่เธอก็แค่เป่าเบา ๆ ความเจ็บปวดเล็กน้อยนี้เทียบไม่ได้กับความคาดหวังที่อัดแน่นในใจ

นี่คือวันครบรอบแต่งงานปีที่สามของเธอ

เสียงประตูเปิดออก พรกมลรีบเงยหน้าขึ้นมอง อภิเดช เจริญสุขโอภาส สามีของเธอกลับมาแล้ว

เขาก้าวเข้ามาในห้องนอนสุดหรูในคอนโดใจกลางกรุงเทพฯ กลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงลอยมาปะทะจมูกของเธอจนแสบไปหมด

อภิเดชถอดรองเท้าหนังราคาแพงออกอย่างไม่ใส่ใจ แล้วโยนเสื้อสูทไปบนโซฟาอย่างลวก ๆ สายตาของเขาไม่ได้มองมาที่เธอหรือขนมบนโต๊ะเลยแม้แต่น้อย

"พี่อภิเดชคะ" พรกมลเรียกเสียงเบา พนมมือไหว้ตามความเคยชิน เธอกำลังจะก้าวเข้าไปช่วยเขาถอดเนคไท

แต่อภิเดชกลับคว้าข้อมือของเธอไว้ก่อน แรงบีบที่ส่งผ่านมาทำให้เธอต้องสูดหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความเจ็บ

"อ๊ะ!"

เขาไม่พูดอะไรสักคำ แต่ลากเธอไปที่ผนังแล้วกดร่างเธอไว้ด้วยร่างกายที่สูงใหญ่ของเขา ริมฝีปากของเขาบดเบียดลงมาอย่างรุนแรงจนเธอแทบหายใจไม่ออก กลิ่นเหล้าที่รุนแรงทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้

พรกมลพยายามดิ้นรนผลักไสเขาออกไป แต่เมื่อได้กลิ่นโคโลญจน์ที่คุ้นเคยซึ่งเป็นกลิ่นประจำตัวของเขา ความรักที่เธอแอบมีให้เขามาตลอดสิบปีก็ทำให้ร่างกายของเธออ่อนลง ในที่สุดเธอก็หลับตาลง ยอมรับการกระทำอันป่าเถื่อนของเขาแต่โดยดี

แต่ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะร้อนแรงขึ้น เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังแสบแก้วหูก็ดังขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงของเขา ทำลายความวาบหวามในห้องจนหมดสิ้น

การกระทำของอภิเดชหยุดชะงักทันที เขามองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมา ชื่อ 'ศศิกานต์' ทำให้แววตาที่เต็มไปด้วยตัณหาของเขาเปลี่ยนเป็นความกระวนกระวายในทันที

เขาผลักพรกมลออกอย่างไม่ใยดี ร่างของเธอเสียหลักไปกระแทกกับขอบตู้จนเจ็บแปลบที่หลัง

อภิเดชรับโทรศัพท์ทันที น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความอ่อนโยนอย่างที่เธอไม่เคยได้รับ

"ครับศศิ... ไม่ต้องกลัวนะ พี่กำลังจะไปเดี๋ยวนี้"

พรกมลยืนนิ่งมองเขาอย่างว่างเปล่า หัวใจของเธอค่อย ๆ เย็นลง

เขาคว้ากุญแจรถบนโต๊ะ ไม่ได้อธิบายอะไรกับเธอสักคำ แล้วเดินออกจากห้องไป ปิดประตูดังปัง!

เสียงประตูปิดที่ดังสนั่นทำให้ร่างของพรกมลสั่นสะท้าน เธอค่อย ๆ กอดตัวเอง พยายามปลอบใจตัวเองว่าเขาคงแค่ไปจัดการเรื่องงานด่วน

แต่แล้วความรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรงก็ตีขึ้นมาจนจุกที่คอ พรกมลยกมือขึ้นปิดปากแล้ววิ่งโซซัดโซเซเข้าไปในห้องน้ำ

เธอโก่งคออาเจียนอยู่หน้าชักโครก ในท้องของเธอปั่นป่วนไปหมด มีเพียงน้ำย่อยสีเหลืองขม ๆ ที่ออกมา เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มหน้าผาก

พรกมลตัวสั่นเทา เธอค่อย ๆ เปิดลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบกล่องที่เพิ่งซื้อมาเมื่อตอนกลางวันออกมา หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองศึก

สามนาทีที่ยาวนานราวกับชั่วชีวิต

บนแท่งทดสอบการตั้งครรภ์ปรากฏขีดสีแดงสองขีดชัดเจน

ลูกตาของพรกมลเบิกกว้าง เธอค่อย ๆ เลื่อนมือไปลูบท้องที่ยังแบนราบของตัวเอง ความตกใจแปรเปลี่ยนเป็นความดีใจอย่างสุดซึ้ง น้ำตาแห่งความสุขไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย

ลูก... เธอกำลังจะมีลูกกับเขา

พรกมลกุมที่ตรวจครรภ์ไว้แน่น เธอตัดสินใจทันทีว่าจะต้องบอกข่าวนี้กับอภิเดช บางที... บางทีลูกอาจจะช่วยรั้งการแต่งงานครั้งนี้ไว้ได้

เธอไม่ได้ใส่รองเท้าด้วยซ้ำ วิ่งเท้าเปล่าออกจากห้องน้ำ คว้าโทรศัพท์มือถือแล้วกดเบอร์ของอภิเดช

แต่สายถูกตัดทิ้งทันที

พรกมลไม่ยอมแพ้ เธอคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับแล้ววิ่งตามออกไปที่โถงทางเดิน เธอต้องไปดักเขาที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินให้ทัน

เธอวิ่งมาถึงโถงทางเดินที่เปิดโล่ง ลมร้อน ๆ ของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้า แต่เธอกลับรู้สึกหนาวไปถึงกระดูก

พรกมลเกาะราวระเบียงแล้วมองลงไปข้างล่าง รถของอภิเดชจอดอยู่หน้าตึกพอดี หน้าต่างรถฝั่งคนขับถูกลดลงครึ่งหนึ่ง

เขากำลังคุยโทรศัพท์กับผู้ช่วยของเขา เสียงของเขาดังชัดเจนในความเงียบของยามค่ำคืน

"ของขวัญครบรอบแต่งงานของคุณพรกมลจะให้จัดการยังไงครับท่านประธาน"

เสียงหัวเราะเยาะเย็นชาของอภิเดชดังขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรำคาญ

"โยนทิ้งไปสิ จะเก็บไว้ทำไม"

หัวใจของพรกมลจมดิ่งลงทันที

"ผมรู้สึกผิดกับเธอ แต่คนที่ผมรักคือศศิกานต์ แสงสว่างหนึ่งเดียวของผม"

คำพูดประโยคนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของพรกมล ที่ตรวจครรภ์ในมือของเธอล่วงหล่นลงบนพื้นปูนเสียงดัง 'แกร็ก'

อภิเดชเหมือนจะได้ยินเสียง เขาเงยหน้าขึ้นมอง แต่พรกมลก็ย่อตัวลงหลบหลังราวระเบียงได้ทันเวลา

เขาคงไม่เห็นอะไรผิดปกติ จึงเหยียบคันเร่งแล้วขับรถสปอร์ตคันหรูออกไป ทิ้งไว้เพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ยังก้องอยู่ในหูของเธอ

พรกมลทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง เธอยกมือขึ้นปิดปากแน่นเพื่อไม่ให้เสียงร้องไห้ของตัวเองเล็ดลอดออกมา หัวใจของเธอเหมือนถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ

เธอมองที่ตรวจครรภ์ที่แตกละเอียดบนพื้น แววตาของเธอเปลี่ยนจากความสิ้นหวังเป็นความเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

พรกมลค่อย ๆ วางมือบนท้องของตัวเอง

'ไม่เป็นไรนะลูก... จากนี้ไป แม่จะมีแค่หนูคนเดียวก็พอ'

ตอน 2

พรกมลนั่งเหม่อลอยอยู่ข้างเตียงตลอดทั้งคืน ขนมชั้นที่เคยสวยงามบัดนี้แห้งแข็งและมีมดขึ้น เธอหัวเราะเยาะตัวเองเบา ๆ แล้วกวาดมันลงถังขยะทั้งหมด

แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างจนแสบตา เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลดังขึ้น อภิเดชกลับมาพร้อมกับกลิ่นอายของความเย็นชาในยามเช้า

เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอ มองเธอด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึกผิด มีเพียงความเย็นชาและเด็ดเดี่ยว

อภิเดชหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกจากกระเป๋าแล้วโยนลงบนเตียง

'หนังสือสัญญาหย่า'

ตัวอักษรสีดำบนกระดาษสีขาวทิ่มแทงหัวใจของพรกมลจนเจ็บแปลบ

นิ้วของเธอสั่นเทาขณะหยิบมันขึ้นมา เธอพยายามกลั้นน้ำตาแล้วถามเขาว่า "ทำไมต้องเป็นวันนี้คะ"

อภิเดชกำลังจัดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตของเขาอย่างใจเย็น น้ำเสียงเรียบเฉยไร้ความรู้สึก "ศศิร่างกายไม่ค่อยดี พี่ไม่อยากให้เธอต้องเสียใจอีก"

พรกมลกัดฟันแน่น พยายามดิ้นรนเป็นครั้งสุดท้าย "แล้วการแต่งงานสามปีของเราล่ะคะ มันไม่มีความหมายอะไรเลยเหรอ"

อภิเดชหัวเราะเยาะ เขาดึงเช็คใบหนึ่งออกจากกระเป๋าสตางค์แล้วโยนลงบนโต๊ะ "เงินจำนวนนี้คงพอให้เธอกลับไปใช้ชีวิตสบาย ๆ ที่บ้านนอกได้"

เช็คใบนั้นปลิวตกลงบนพื้น พรกมลรู้สึกอัปยศอดสูอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกคลื่นไส้ตีขึ้นมาอีกครั้ง

เธอรีบยกมือปิดปากแล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำ อภิเดชขมวดคิ้ว แววตาของเขาฉายแววรังเกียจอย่างชัดเจน เขาเดินตามไปหยุดยืนอยู่ที่ประตูห้องน้ำ

พรกมลกำลังโก่งคออาเจียนอยู่หน้าอ่างล้างหน้า เธอเปิดก๊อกน้ำให้ดังที่สุดเพื่อกลบเสียงอาเจียนของตัวเอง มือของเธอเกาะขอบอ่างหินอ่อนไว้แน่นเพื่อพยุงตัว

อภิเดชยืนพิงกรอบประตู พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ไม่ต้องแสดงละครหรอก มุกเรียกร้องความสงสารแบบนี้ใช้กับพี่ไม่ได้ผล"

พรกมลหันกลับมามองเขา ขอบตาของเธอแดงก่ำ "ถ้า... ถ้าฉันท้องล่ะคะ คุณยังจะหย่ากับฉันอยู่ไหม"

เมื่อได้ยินคำว่า 'ท้อง' แววตาของอภิเดชก็เปลี่ยนเป็นดุร้ายราวกับสัตว์ป่า เขามองเธอเหมือนกำลังฟังเรื่องตลกที่น่ารังเกียจที่สุด

เขาเดินเข้ามาหาเธอช้า ๆ บีบคางของเธอไว้แน่น แล้วพูดลอดไรฟัน "ถ้าเธอกล้าแอบท้องล่ะก็ ไปเอาออกซะ ฉันไม่อนุญาตให้เธอมีลูกของฉันเด็ดขาด"

คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจของพรกมล เธอถอยหลังอย่างตกใจ เท้าของเธอเหยียบลงบนน้ำที่นองอยู่บนพื้น

"ว้าย!"

พรกมลเสียหลักล้มลงไปด้านหลัง เอวของเธอกระแทกกับขอบอ่างอาบน้ำอย่างแรงจนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแล่นไปทั่วร่างกาย แต่สัญชาตญาณความเป็นแม่ทำให้เธอยกมือขึ้นกุมท้องของตัวเองไว้แน่น ใบหน้าของเธอซีดเผือด

อภิเดชยื่นมือออกมาตามสัญชาตญาณ แต่แล้วเขาก็ชะงักมือไว้กลางอากาศ แล้วดึงกลับไปอย่างเย็นชา เขายืนมองเธอล้มลงไปต่อหน้าต่อตา

พรกมลมองมือที่เขาดึงกลับไป แสงสว่างในดวงตาของเธอดับวูบลงอย่างสมบูรณ์ เธอได้เห็นความเลือดเย็นของผู้ชายคนนี้อย่างชัดเจนแล้ว

เธอกัดฟันแน่น พยายามอดทนต่อความเจ็บปวดที่ท้องน้อย ค่อย ๆ ใช้แขนพยุงตัวเองลุกขึ้นจากขอบอ่างอาบน้ำ เธอปฏิเสธที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากเขา

พรกมลยืนตัวตรง แววตาของเธอว่างเปล่าแต่แฝงไปด้วยความแน่วแน่ เธอมองอภิเดชแล้วพูดว่า "ได้ค่ะ ฉันตกลงหย่า"

อภิเดชแปลกใจเล็กน้อยที่เธอตอบตกลงง่ายขนาดนี้ แต่ความเย็นชาก็กลับมาบดบังความรู้สึกนั้นอย่างรวดเร็ว

เขาหันหลังเดินออกจากห้องน้ำ ทิ้งท้ายไว้ว่า "พรุ่งนี้สิบโมงเช้า เอาบัตรประชาชนไปเจอกันที่สำนักงานเขต" แล้วก็เดินจากไปอย่างไม่ไยดี

เสียงประตูปิดดังขึ้นอีกครั้ง พรกมลทรุดตัวลงนั่งบนพื้นกระเบื้องที่เย็นเฉียบในห้องน้ำ เธอหอบหายใจอย่างหนัก

เธอค่อย ๆ ก้มลงมองท้องของตัวเอง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีเลือดออก เธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

พรกมลหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปลี่ยนชื่อผู้ติดต่อจาก 'พี่อภิเดช' เป็น 'คุณอภิเดช'

เธอลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้ากระจก มองดูใบหน้าที่โทรมของตัวเอง แล้วใช้น้ำเย็นล้างหน้าแรง ๆ

พรกมลเดินออกจากห้องน้ำ หยิบหนังสือสัญญาหย่าที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วเซ็นชื่อของเธอลงไปโดยไม่ลังเล

เธอวางสัญญาที่เซ็นแล้วไว้บนโต๊ะ แล้วเริ่มเก็บกระเป๋าเดินทางของตัวเอง เธอตัดสินใจแล้วว่าจะต้องหนีออกจากกรงทองแห่งนี้เพื่อลูกของเธอให้ได้

ตอน 3

พรกมลเก็บของเสร็จเรียบร้อย เธอฝากกระเป๋าเดินทางไว้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์แล้วเดินเข้าไปในแผนกออกแบบของบริษัทในเครือเจริญสุขโอภาส

ทันทีที่เธอก้าวเข้ามา ออฟฟิศที่เคยเสียงดังก็เงียบลงทันที ทุกสายตาหันมามองเธอเป็นตาเดียว ราวกับเธอเป็นตัวประหลาด

เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งจงใจพูดเสียงดัง "นึกว่าจับพลัดจับผลูได้เป็นนกฟีนิกซ์ ที่แท้ก็เป็นแค่นกกระจอกที่ต้องกลับคืนสู่รังเดิม"

พรกมลกำสายกระเป๋าถือไว้แน่น เธอเม้มปาก ก้มหน้าเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง แล้วก็พบว่าแบบร่างดีไซน์ที่เธอวาดไว้เมื่อคืนถูกกาแฟหกใส่จนเปียกโชก

เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ไม่ได้โวยวายอะไรออกมา ค่อย ๆ หยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดคราบกาแฟอย่างเงียบ ๆ พยายามรักษาเกียรติของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย

เสียงฮือฮาดังขึ้นที่โถงทางเดิน อภิเดชเดินนำหน้าผู้บริหารกลุ่มใหญ่เข้ามาตรวจงานในแผนกออกแบบ ข้างกายของเขามีศศิกานต์ที่ดูบอบบางยืนอยู่

ศศิกานต์แกล้งทำเป็นเดินมาที่โต๊ะของพรกมลโดยบังเอิญ แล้วอุทานด้วยน้ำเสียงใสซื่อ "อุ๊ยตาย! โต๊ะของพนักงานคนนี้ทำไมสกปรกอย่างนี้ล่ะคะ"

อภิเดชเหลือบมองพรกมลด้วยสายตาเย็นชา แล้วหันไปพูดกับหัวหน้าแผนกออกแบบ "บริษัทของเราไม่ต้องการพนักงานที่ไม่สามารถแม้แต่จะจัดโต๊ะทำงานของตัวเองให้เรียบร้อยได้"

หัวหน้าแผนกรีบพยักหน้าหงก ๆ แล้วหันมาดุพรกมลเสียงดัง "พรกมล! ไปขนเอกสารเก่าในห้องเก็บของมาเดี๋ยวนี้!"

พรกมลเงยหน้าขึ้นสบตากับอภิเดช แต่ในดวงตาของเขามีเพียงความเย็นชาและห่างเหิน ราวกับว่าพวกเขาไม่เคยนอนเตียงเดียวกันมาก่อน

อภิเดชแนะนำพรกมลกับลูกค้าชาวต่างชาติที่มาด้วยกัน น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย "นี่คือคุณพรกมลจากฝ่ายออกแบบของเรา"

คำว่า 'คุณพรกมลจากฝ่ายออกแบบ' เหมือนเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจของพรกมล เธอรู้สึกเจ็บแปลบที่ท้องน้อย ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่างกาย

พรกมลกัดริมฝีปากที่ซีดเผือดของตัวเองไว้แน่น พยายามอดทนต่อความเจ็บปวด เธอยกมือไหว้ลูกค้าชาวต่างชาติ แล้วหันหลังเดินไปที่ห้องเก็บของ

ศศิกานต์มองตามหลังพรกมลที่เดินโซซัดโซเซไปด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก แล้วหันไปควงแขนอภิเดชอย่างสนิทสนม

พรกมลเดินเข้าไปในห้องเก็บของที่มืดและอับชื้น ทันทีที่ประตูปิดลง เธอก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง

เธอเกาะผนังไว้แน่น เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มหน้าผาก เธอเป็นห่วงลูกในท้องเหลือเกิน กลัวว่าการล้มเมื่อคืนกับอารมณ์ที่แปรปรวนในวันนี้จะทำร้ายลูก

โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นอย่างรุนแรง พรกมลหยิบขึ้นมาดู หน้าจอแสดงชื่อ 'คุณยาย'

เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้ง พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ แล้วรับโทรศัพท์ "คุณยายขา"

เสียงไอของคุณยายดังมาจากปลายสาย "กมลเอ๊ย แฟนที่ลูกบอกว่าจะพามาให้ยายดูตัวน่ะ เสาร์อาทิตย์นี้พามาได้ไหม"

หัวใจของพรกมลบีบรัด น้ำตาเกือบจะไหลออกมา เพื่อไม่ให้คุณยายที่กำลังป่วยต้องเป็นห่วง เธอจึงต้องโกหกออกไป "ได้ค่ะยาย เดี๋ยวสุดสัปดาห์นี้กมลจะพาเขาไปหานะคะ"

คุณยายดีใจมากแล้ววางสายไป แต่พรกมลกลับรู้สึกหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง ตอนนี้เธอจะไปหาแฟนที่ไหนมาให้คุณยายดูตัวได้

ประตูห้องเก็บของถูกเปิดออกอย่างแรง หัวหน้าแผนกตะโกนใส่หน้าเธอ "มัวอู้อยู่นี่เอง! รีบไปขนของได้แล้ว!"

พรกมลรีบเช็ดน้ำตา ลุกขึ้นยืน แล้วอุ้มกล่องเอกสารที่หนักอึ้งขึ้นมา แขนของเธอสั่นเทาด้วยความอ่อนแรง

เธออุ้มกล่องเอกสารเดินออกจากห้องเก็บของ แล้วก็ชนเข้ากับอภิเดชและศศิกานต์ที่กำลังจะเดินกลับพอดี

ศศิกานต์แกล้งร้องเสียงหลงแล้วซบเข้าหาอ้อมกอดของอภิเดช พรกมลพยายามจะหลบ แต่ก็ไม่ทัน

กล่องเอกสารหนัก ๆ หลุดจากมือของเธอ ตกลงบนพื้นเสียงดังโครม กระดาษปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ

อภิเดชรีบประคองศศิกานต์ไว้ แล้วหันมาดุพรกมลด้วยสายตาที่เกรี้ยวกราด "ซุ่มซ่าม! ทำอะไรไม่รู้จักระวัง!"

พรกมลไม่ได้โต้เถียงอะไร เธอแค่ก้มลงเก็บเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นอย่างเงียบ ๆ แผ่นหลังของเธอตั้งตรงอย่างทระนง

อภิเดชเห็นแผ่นหลังที่ดื้อรั้นของเธอก็รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก เขาจูงมือศศิกานต์เดินจากไปอย่างรวดเร็ว

เสียงหัวเราะเยาะของเพื่อนร่วมงานดังขึ้นรอบตัว พรกมลเก็บเอกสารเสร็จเรียบร้อย แววตาของเธอกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

เธอกลับไปที่โต๊ะทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเริ่มพิมพ์ใบลาออก เธอตัดสินใจแล้วว่าจะต้องออกจากบริษัทนี้ทันทีที่หย่าเสร็จ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED