ตอน 1

เสียงจอแจของพนักงานบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์ขนาดใหญ่ ที่มีนิตยสารในเครือหลายหัว ดังเซ็งแซ่ ต่างไถ่ถามกันถึงสาเหตุที่พวกตนถูกเรียกเข้าประชุมอย่างกะทันหันโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าเช่นนี้ แต่ทว่าก็ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ กระทั่งเสียงบานประตูห้องประชุมถูกเปิดออกอีกครั้ง ก่อนที่ร่างสูงทรงเสน่ห์ของชายหนุ่มชาวอเมริกันผู้ที่สาวๆ หลายคนรู้จักกันดี จะเดินเข้ามาพร้อมทั้งบอดี้การ์ดส่วนตัวทั้งสี่คน ที่อยู่ในชุดสีดำสนิทไปทั้งตัว ทั้งเสื้อเชิ้ตตัวใน เสื้อสูทตัวนอก กางเกงผ้าขายาว หรือแม้กระทั่งรองเท้าหนังที่สวมใส่ สร้างความแตกตื่นให้กับบรรดาพนักงานที่มาร่วมนั่งประชุมในห้องประชุมใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นระดับหัวหน้ากองบรรณาธิการของนิตยสารแต่ละฉบับ ที่บางคนอาจจะพ่วงเอาลูกน้องคนสนิทมาด้วย

ร่างสูงในชุดสูทผ้าไหมสีเทา ด้านในสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด ผูกด้วยเนกไทผ้าไหมสีฟ้าเข้ม กลัดกระดุมเสื้อสูทเป็นที่เรียบร้อย เดินไปหยุดยืนที่บริเวณหัวโต๊ะประชุม ที่มีลักษณะเป็นรูปตัวยู แผ่นหลังเหยียดตรงดูสง่างามและทรงอำนาจ เสียจนหลายคนต้องมองด้วยความเกรงขาม ส่วนอีกหลายคน... โดยเฉพาะสาวๆ มองเขาด้วยแววตาประหนึ่งว่าจะกลืนกินร่างสูงของชายที่ใครหลายคนรู้จักเขาผ่านหน้านิตยสาร

“ที่ผมเรียกพวกคุณมาประชุมในวันนี้” เขาพูดขึ้นเสียงทรงอำนาจ ก้องกังวานไปทั่วห้องประชุมโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องขยายเสียงเลยด้วยซ้ำ ทุกคนต่างตั้งใจฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อไป เจ้าของดวงตาสีฟ้า กวาดสายตามองพนักงานที่มาร่วมประชุมนิ่งๆ ก่อนเอ่ยต่อ “เพื่อที่จะแจ้งให้ทุกคนทราบว่า... ผมจะเข้ามารับหน้าที่ดูแลบริษัทนี้ต่อจากคุณจอห์น โคลตัน เจ้าของเดิม”

“ว่าไงนะ? เป็นไปได้ไง?” เสียงพนักงานแต่งละคนหันไปถามเพื่อนที่นั่งข้างตัวเองด้วยความตกใจ และงุนงงกับข่าวใหม่ที่ไม่เคยได้ระแคะระคายมาก่อนหน้า

ปัง!!

“เงียบ!” เสียงตบโต๊ะดังขึ้น พร้อมกับน้ำเสียงออกคำสั่งที่เขาไม่จำเป็นต้องตะคอกด้วยซ้ำ เสียงคุยกันอื้ออึงราวกับนกแตกรังก็เงียบลงแล้วมองคนที่จะเข้ามาเป็นเจ้าของคนใหม่เป็นตาเดียวกัน “ผมไม่ชอบให้ใครพูดแทรกขณะที่ผมยังพูดไม่จบ!”

เขาบอกแล้วใช้ดวงตาสีฟ้าอมแสนเย็นชาราวกับน้ำแข็งกวาดมองพนักงานแต่ละคน ที่บางคนเกรงเขามากจนต้องหลบสายตาวูบ ส่วนบางคนยังทำใจดีสู้เสือเหลือบตาสบกับเขาบ้างเป็นจังหวะ ริมฝีปากหยักแบบผู้ชายบิดยิ้มอย่างพอใจก่อนเอ่ยต่อไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“ดี!” ชายหนุ่มเอ่ยชมอย่างพึงใจ แต่กลับทำให้พนักงานทุกคนรู้สึกเสียววาบไปทั่วกระดูกสันหลัง “ผมได้สรุปยอดรายรับรายจ่ายของบริษัท ในรอบห้าปีให้หลังนี่มาเรียบร้อยแล้ว และคิดว่าคงต้องมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเพื่อให้บริษัททำกำไรให้ได้มากขึ้น” เขาพูดช้าๆ จากข้อมูลที่ได้รับมาเมื่อสามวันก่อน และจัดการอ่านศึกษาข้อมูลรายได้ของบริษัทแห่งนี้มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะเรียกประชุมในวันนี้ “ตัวแทนนิตยสาร Housewives อยู่ที่ไหน?”

“เอ่อ... อยู่นี่ค่ะ” หญิงวัยสี่สิบกว่ายกมือขึ้นพร้อมขานรับอย่างกล้าๆ กลัวๆ ข้างๆ กันนั้นเป็นลูกน้องคนสนิทที่เธอพามาร่วมประชุมด้วย

“จากข้อมูลที่ผมได้อ่าน ทำให้ผมรู้ว่านิตยสารหัวนี้ทำกำไรได้ไม่ดีเท่าที่ควร...” ชายหนุ่มบอกแล้วหยุดคิดนิดหนึ่ง ก่อนจะแก้คำพูดของตัวเองใหม่ “ไม่สิ... ต้องบอกว่าทำกำไรไม่ได้เลยติดต่อกันมาห้าปีแล้ว ผมจึงมีความเห็นว่าจะยุบนิตยสารหัวนี้ และจ้างพนักงานที่เป็นกองบรรณาธิการของนิตยสารฉบับนี้ออก เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้น้อยลง”

“ไม่... ไม่นะ...” ผู้ช่วยของหัวหน้ากองบรรณาธิการนิตยสาร Housewives พึมพำไม่พ้นริมฝีปากของตัวเอง แทบช็อกกับข่าวร้ายที่ได้รับอย่างไม่ทันได้เตรียมใจแม้สักนิด

“เอาล่ะ... เรื่องที่ผมจะแจ้งก็มีเพียงเท่านี้ เลิกประชุมได้” ชายหนุ่มบอก แต่ยังไม่ทันที่จะหมุนตัวเดินออกไป เสียงร้องห้ามสั่นเครือก็ดังขึ้น

“ไม่ได้นะ! คุณจะยุบนิตยสารอย่างนี้ไม่ได้เด็ดขาด!” เสียงหวานเกรี้ยวกราดและสั่นเครือดังก้อง ทุกคนในห้องต่างตกตะลึงกับอาการสติแตกของหญิงสาวที่อาจหาญต่อกรกับเจ้าของบริษัทคนใหม่

“ทำไมจะไม่ได้?” เขาหันกลับมามองคนที่กล้าโต้แย้งเขา พอหันกลับมาก็เจอกับหญิงสาวในชุดเสื้อเชิ้ตสีพื้นลายดอกไม้เล็กๆ ติดกระดุมจนถึงคอ สวมกระโปรงสีน้ำตาลยาวคลุมเข่า ดวงตาเกรี้ยวกราดของเธอวาวโรจน์อยู่ในใต้แว่นตากรอบสีดำหนาเตอะ ร่างสูงหันมามองผู้หญิงเอเชียผิวสีน้ำผึ้ง ซุกมือไว้ในกระเป๋ากางเกง ดวงตาฉายแววท้าทายปนเยาะหยันอีกฝ่าย “ในเมื่อผมเป็นเจ้าของบริษัทนี้แล้ว ผมมีสิทธิตามกฎหมายทุกประการที่จะกระทำการใดๆ ก็ตาม เพื่อที่จะทำให้บริษัททำกำไรได้มากขึ้น และการตัดนิตยสารที่ไม่ทำเงินเลยมากว่าห้าปีทิ้ง ก็เป็นทางออกที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิต ผมหวังว่าคุณคงฉลาดพอที่จะเข้าใจนะครับ... มิสซิส”

คนที่ตั้งท่าจะแย้งนิ่งงัน จนด้วยเหตุผลที่เขายกมาอ้าง เธอและทุกคนในบริษัทนี้ต่างรู้ดีว่านิตยสาร Housewives ทำกำไรไม่ได้มานานแล้ว แต่กระนั้นเจ้าของเดิมก็ยังไม่ยอมยุบนิตยสารดังกล่าวด้วยเหตุผลส่วนตัว ทำให้บริษัทต้องสิ้นเปลืองต้นทุนการผลิตโดยใช่เหตุ การตัดสินใจของเจ้าของคนใหม่นั้นก็ถือว่าถูกต้องแล้ว เพียงแต่... นี่เป็นแหล่งรายได้เดียวของเธอ เธอจะยอมเสียมันไปง่ายๆ ไม่ได้หรอก งานในสหรัฐหาง่ายเสียที่ไหนกันเล่า!

“เดี๋ยวสิคุณ!” หญิงสาวร้องตามหลังคนที่กำลังจะเดินพ้นประตูห้องประชุมออกไป เท้าบางก้าวเร็วๆ อ้อมโต๊ะประชุมใหญ่ไป หมายจะเข้าไปประชิดตัวเขาเพื่อขอร้องให้เขาเปลี่ยนใจ “คุณคะ! หยุดก่อนสิ! ฟังฉันก่อน!! ฉันขอร้อง...” เธอยังไม่ทันที่จะได้เข้าใกล้เขาแม้แต่ปลายเล็บด้วยซ้ำ ก็ถูกบอดี้การ์ดอีกสองคนที่ยืนเฝ้าประตูอยู่เมื่อครู่ขวางเอาไว้ “นี่! หลีกทางสิ! ฉันต้องคุยกับเขา!”

“หยุดครับมิสซิส! ผมไม่อยากทำร้ายคุณ” บอดี้การ์ดหนึ่งในสองคนที่กำลังขัดขวางเธออยู่เตือนด้วยความหวังดี หากแต่หญิงสาวกับดื้อดึงเหลือเกิน

“ปล่อยฉันสิ! ฉันต้องคุยกับเขานะ!” เธอหันไปตวาดใส่บอดี้การ์ดร่างใหญ่อย่างไม่ยี่หระกับขนาดร่างกายที่ต่างกันหลายเท่าตัว เธอโกรธ... และกลัวที่จะเสียงาน จนลืมที่จะกลัวบอดี้การ์ดทั้งสองคนของเจ้าของบริษัทคนใหม่ไปเสียสนิท

“ผมขอเตือนเป็นครั้งสุดท้าย... หากคุณไม่อยากถูกจับข้อหาพยายามทำร้ายร่างกายเจ้านายของผม กรุณาเลิกยุ่งกับเขา” บอดี้การ์ดอีกคนเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจังเสียจนหญิงสาวคนงามชะงักงัน เธอไม่อยากตกงาน... แต่ก็ไม่อยากติดคุก รู้ดีว่าอีกฝ่ายคงไม่ใช่แค่ขู่แน่ๆ และเขามีอำนาจพอที่จะทำอย่างที่บอดี้การ์ดของเขาขู่เอาไว้

ตอน 2

อลิสา สิปปา เดินวนไปเวียนมาภายในส่วนที่จัดโซนให้เป็นสถานที่ทำงานสำหรับกองบรรณาธิการนิตยสาร Housewives นิตยสารที่เน้นเรื่องการประดิษฐ์ของใช้ภายในบ้าน เรื่องราวความรักที่บางทีก็รันทด บางทีก็สุขสมหวัง ซึ่งนำมาเขียนลงในนิตยสารโดยกองบรรณาธิการ หรือไม่ก็เป็นจดหมายบอกเล่าเรื่องราวจากแฟนคลับทางบ้าน Housewives นับเป็นนิตยสารหัวแรกของบริษัท Magna Media จำกัด โดยจอห์น โคลตันและภรรยาผู้ล่วงลับ เมื่อประมาณสิบหกปีก่อน ตอนแรกก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างนี้จากผู้อ่านซึ่งส่วนใหญ่เป็นแม่บ้าน แต่พอเวลาผ่านไป... ค่านิยมต่างๆ เริ่มเปลี่ยนแปลง ความนิยมในนิตยสาร Housewives ก็เริ่มลดลง จนทำกำไรไม่ได้ในห้าปีหลัง แต่จอห์นก็ยังไม่ยอมยุบนิตยสารดังกล่าวทิ้ง แม้จะมีนิตยสารหัวอื่นๆ ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีอยู่ก็ตาม เพราะถือว่าเป็นนิตยสารเล่มแรกที่ตนทำ

กระทั่งเมื่อสามเดือนก่อน... จอห์นรู้ว่าตัวเองเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่หาย และเขาไม่วางใจที่จะมอบบริษัทที่รักไว้ในมือเคลวินลูกชายของตน ที่วันๆ ก็เอาแต่เข้าคาสิโนเล่นการพนัน เพราะรู้ดีว่าหากให้เคลวินบริหารงานต่อคงไม่แคล้วบริษัทเขาต้องถูกขายทอดตลาดเพื่อใช้หนี้การพนันแน่ๆ ดังนั้นจึงได้นัดเจอกับคริสโตเฟอร์... ลูกชายของเพื่อนรักเพื่อที่จะลองคุยเรื่องที่จะขายบริษัทต่อให้กับเขา เพราะคริสโตเฟอร์เป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่จอห์นมั่นใจว่าจะสามารถช่วยให้บริษัทของเขา และพนักงานทุกคนยังมีงานไว้เลี้ยงชีพ

“อลิส...” เสียงเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงดังขึ้น ทำให้ร่างบอบบางในชุดแสนมิดชิดสะดุ้งจากภวังค์ ก่อนเงยหน้ามอง

“พี่เดซี่” อลิสาเงยหน้ามองแล้วเรียกชื่อคนที่เรียกเธอ ซึ่งเป็นหญิงวัยสามสิบกลางๆ ที่มีสีหน้าหม่นหมองเป็นกังวลไม่ต่างจากเธอ

“รีบๆ เคลียร์งานเข้าเถอะ ให้ Housewives ฉบับนี้ เป็นการปิดตัวลงอย่างงดงามของนิตยสารหัวนี้” เดซี่วางมือบนบ่าบอบบางของเพื่อนร่วมงานรุ่นน้อง ที่เธอสนิทด้วยที่สุดในบรรดากองบรรณาธิการ เธอได้รับคำสั่งจากเจ้าของคนใหม่ว่า เธอและลูกน้องมีเวลาในการทำนิตยสาร Housewives ฉบับสุดท้ายให้เสร็จภายในหนึ่งอาทิตย์ เพื่อวางแผงในสัปดาห์ต่อไป ก่อนที่จะทำการปิดนิตยสาร Housewives ให้เหลือไว้เพียงความทรงจำ “พี่รู้ว่าเราเสียใจที่นิตยสารถูกปิด แต่เราคงทำอะไรไปได้ไม่มากกว่านี้แล้ว”

อลิสาไม่ตอบคำพูดของรุ่นพี่ที่พยายามปลอบใจให้เธอปลงเสีย ไม่มีทางที่เธอหรือใครๆ จะยื้อชีวิตนิตยสารหัวนี้ไว้ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะเป็นคำสั่งที่แสนเฉียบขาดจากเจ้าของบริษัทคนใหม่ ที่นึกอยากจะลดต้นทุนของบริษัทด้วยการปิดตัวนิตยสารที่ไม่ทำกำไร โดยไม่คำนึงถึงพนักงานที่ทำงานให้กับนิตยสารฉบับนี้สักนิด ไม่หยุดคิดเลยว่าหากนิตยสารถูกปิดตัวลงแล้ว บรรดากองบรรณาธิการจะเอาเงินที่ไหนเลี้ยงชีพ!? แม้ว่าจะได้ค่าตอบแทนเพื่อเป็นการชดเชย... แต่นั่นก็ไม่รู้ว่าจะพอยาไส้ไปได้นานแค่ไหน จนกว่าจะหางานใหม่ที่มีรายได้มั่นคงอย่างนี้ได้!

“อลิส... ฉันเสียใจด้วยจริงๆ นะ นิตยสารที่ทำกำไรไม่ได้มานานอย่าง Housewives ไม่น่าถูกยุบเลย” อลิสาเงยหน้ามองเจ้าของเสียงแปร๋นๆ ที่คำพูดเหมือนจะเสียใจและห่วงใยในตัวของอลิสาจริงๆ แต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเยาะหยัน ปนสมเพชเสียมากกว่า คนที่ยืนตีสีหน้าเสแสร้งว่าเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัดว่าไม่มีความจริงใจ ไม่ใช่ใครที่ไหน... ยัยลูซี่ทรงโต ที่ตั้งท่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเธอตั้งแต่อลิสาเข้ามาทำงานที่นี่ใหม่ๆ “โถ... โถ... โถ... อย่างนี้คงแย่แน่ ถ้าเธอถูกเลย์เอาท์ออกอย่างนี้ จะไปหางานที่ไหนทำล่ะเนี่ย? อีกไม่นาน... คงได้หอบผ้าหอบผ่อนซมซานกลับประเทศแน่ๆ หรือว่า... เธอจะทำงานอย่างอื่นเพื่อเลี้ยงชีพล่ะ? สาวเอเชียอย่างเธอ... คงมีงานไม่กี่อย่างที่ทำได้ล่ะมั้ง”

“นี่! หุบปากไปเลยนะลูซี่!” เป็นเดซี่ที่ออกโรงปกป้องลูกน้องของตนจากคำพูดพล่อยๆ ของแม่ลูซี่ปากสุนัขที่เป็นกองบรรณาธิการของนิตยสารอีกหัวในบริษัทแห่งนี้ ไม่รู้ว่าแม่นี่โกรธแค้นอะไรอลิสานักหนา ถึงจ้องจะหาเรื่องทุกครั้งที่มีโอกาส อลิสาก็ช่างกระไร... เอาแต่นั่งเงียบไม่ตอบโต้ยัยลูซี่เลยสักครั้ง อย่างนี้เล่า... อีกฝ่ายถึงได้ได้ใจจนตั้งใจมาพาลหาเรื่องบ่อยๆ เพราะทำงานอยู่ในชั้นเดียวกัน เพียงแค่จัดโซนเป็นนิตยสารแต่ละหัวเท่านั้น “งานการไม่มีทำหรือไงถึงได้มาแกว่งปากหาเท้าอยู่แถวนี้ ถ้าว่างมากนักล่ะก็... เอาเวลาไปโป๊ะหน้าใหม่หน่อยไหม? ดูซิเนี่ย... แป้งที่ทางมามันจางไปหมดจนมองเห็นริ้วรอยหมดแล้วว่ามีกี่เส้นต่อกี่เส้นบนหน้าเธอ!”

“หนอย!!! ยัยป้า...”

ปัง!!!

ยังไม่ทันที่สองสาวต่างวัยแต่ฝีปากทันกันจะเถียงกันต่อ มือบางของอลิสาที่นั่งเงียบอยู่นานก็ตบลงโต๊ะทำงานดังสนั่น เล่นเอาทุกคนที่ได้ยินเสียงหันกลับมามองคนที่ทำเสียงรบกวนแล้วอ้าปากค้าง เพราะไม่เคยมีครั้งใดที่เลยที่อลิสาจะแสดงอาการเกรี้ยวกราดเช่นนี้ให้เห็น อลิสาในสายตาของทุกคนในที่ทำงานคือคุณป้าแสนเฉิ่ม ผู้มีอารมณ์เย็นราบเรียบราวกับผืนน้ำที่เคยถูกพายุลมโหมกระหน่ำ

“ฉันจะไม่ยอมเสียงานนี้ไปแน่!!!” ว่าอย่างมุ่งมั่นแล้วก็ลุกพรวดเดินออกไปจากชั้นที่เป็นออฟฟิศของพนักงานบริษัท Magna Media

“อลิส! นั่นจะไปไหนน่ะ?!” รุ่นพี่คนสนิทร้องถามตามหลังคนที่เดินไวๆ พ้นประตูออกไป โดยที่คนที่ถูกถามอาจจะไม่ทันได้หยุดฟังด้วยซ้ำ เพราะจิตใจของเธอมุ่งมั่นไปอยู่กับเจ้าของบริษัทคนใหม่

อลิสาไม่รู้หรอกว่าเวลานี้เขาจะไปอยู่ส่วนใดของตึกสูงสามชั้นที่เป็นที่ทำการของบริษัท Magna Media เขาอาจจะอยู่ชั้นบนสุดเพราะเป็นชั้นสำหรับผู้บริหาร แต่เธอไม่มีสิทธิเข้าไปยังชั้นนั้นแน่ๆ เพราะเพียงเธอโผล่พ้นประตูเข้าไป เธอคงถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์ของเขาจับโยนออกมา เธอแค่อยากจะมีโอกาส... ได้อุทธรณ์ ได้ขอร้องให้เขาช่วยคิดให้รอบคอบเรื่องจะยุบนิตยสาร และจ้างพนักงานออก หากจิตใจของเขายังมีความเป็นมนุษย์อยู่บ้างล่ะก็นะ... เขาอาจจะยกเลิกคำสั่งที่จะปลดพนักงานของนิตยสาร Housewives ออก แล้วเปลี่ยนเป็นโยกย้ายพนักงานให้ไปทำหน้าที่อื่นแทน

ตอน 3

คริสโตเฟอร์ เมสัน... นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ดูจะประสบความสำเร็จเหลือเกินในวัยเพียงสามสิบสองปี เขามารับตำแหน่งสืบทอดคาสิโนเลื่องชื่อในลาส เวกัส และโรงแรมห้าดาวหลายแห่งทั่วอเมริกา ต่อจากพอล เมสัน ผู้เป็นปู่ ส่วนพ่อกับแม่ของเขาเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุเครื่องบินตกตั้งแต่เขาอายุได้เพียงห้าขวบเท่านั้น

ร่างสูงในชุดสูทผ้าไหมสีเทาเข้ากันกับกางเกงขายาวเดินเร็วๆ นำหน้าบอดี้การ์ดร่างยักษ์ทั้งสี่คนที่ทำงานให้เขามาร่วมสิบปีตั้งแต่เขายังเป็นหนุ่มน้อย

“อีธาน... เดี๋ยวนายโทร.เช็คที่คาสิโนว่าเป็นยังไงบ้างระหว่างที่ฉันมาที่นิวยอร์ก กำชับทิโมธีด้วยให้ทำงานให้เคร่งครัดเหมือนตอนที่ฉันอยู่” คริสโตเฟอร์สั่งอีธานลูกน้องมือขวาที่มักจะเดินทางขวามือของเขาเสมอ เพื่อให้เขาโทร.ไปสั่งการทิโมธีซึ่งเป็นผู้จัดการคาสิโน ที่จะทำหน้าที่ดูแลคาสิโนเมื่อเจ้าของอย่างคริสโตเฟอร์ไม่อยู่ที่ลาส เวกัส หรือไม่ได้เข้าไปดูงานด้วยตัวเอง

“ครับคุณคริสโตเฟอร์” อีธานรับคำก่อนล้วงกระเป๋ากางเกงเอาโทรศัพท์มือถือออกมาโทร.ติดต่อคนที่อยู่ที่ลาส เวกัส

“คาร์เตอร์... โทร.ติดต่อกับทางสนามบินเพื่อขอนำเครื่องบินขึ้น ฉันจะบินกลับไปอาบูดาบีอีกสองอาทิตย์ที่จะถึง” คริสโตเฟอร์หันไปบอกกับคาร์เตอร์ ลูกน้องคนสนิทอีกคนที่เดินอยู่ฝั่งซ้ายมือของเขา

“ครับ” คาร์เตอร์รับคำเพียงเท่านั้น ก่อนที่จ้ะวงเอาโทรศัพท์ของตัวเองออกมาเพื่อโทร.ติดต่อกับทางสนามบิน JFK ตามคำสั่งของเจ้านาย ขณะที่ยังสาวเท้าเดินตามคนเป็นนายไม่หยุด ทั้งหมดไปหยุดอยู่ที่หน้ารถยนต์ยี่ห้อดังสองคันที่จอดเทียบเคียงกันอยู่ คันหนึ่งสีบรอนซ์ดำซึ่งเป็นรถคันที่คริสโตเฟอร์ใช้โดยมีอีธานหรือไม่ก็คาร์เตอร์สลับกันเป็นสารถี อีกคันเป็นสีดำสนิท ซึ่งเป็นรถสำหรับมาร์ตินและลุค... บอดี้การ์ดอีกสองคน

ที่จริง... คริสโตเฟอร์ไม่อยากมีคนติดตามยาวเป็นขบวนอย่างนี้หรอก หากว่าคุณปู่ของเขาจะไม่เป็นห่วงในตัวเขามากจนต้องเพิ่มจำนวนบอดี้การ์ดให้ตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน หลังจากที่คริสโตเฟอร์เกิดความคึกคะนองที่อยากช่วยเพื่อนที่เป็น FBI วางแผนเป็นนกต่อล่อซื้ออาวุธเถื่อนจากพ่อค้าอาวุธร้ายกาจตัวพ่อในลาส เวกัส หลังจากที่จับตัวได้... คริสโตเฟอร์ก็ต้องกลายเป็นพยานปากเอกในการขึ้นศาลเอาผิดคนร้าย และนั่นทำให้เขาโดนข่มขู่เพื่อให้ถอนตัวจากการเป็นพยาน แต่คนอย่างคริสโตเฟอร์ เมสัน... ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร เขาไม่เกรงกลัวอันตรายจนสามารถเอาผิดคนร้ายได้ในที่สุด นี่เขาก็มีโครงการที่จะไปประมูลสัมปทานบ่อน้ำมันจากประเทศหนึ่งในตะวันออกกลางอีก คงไม่พ้นจะโดนคู่แข่งมาตามทำร้ายอีกแน่ๆ

“อะแฮ่ม!” คริสโตเฟอร์แกล้งกระแอมเสียงดัง หลังจากที่หยุดมองผู้หญิงเอเชียร่างบางที่ใช้แผ่นหลังพิงไปกับรถหรูของเขา เรียวขาเหยียดยาว แล้วดวงตาหลับพริ้มอย่างสบายอกสบายใจเหลือเกิน ชายหนุ่มจำได้... เธอคือยัยเฉิ่มที่กล้าโต้แย้งต่อคำสั่งของในห้องประชุมเมื่อเช้านี้

“เฮือก!” คนที่ปล่อยให้ตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทราสะดุ้งเฮือกขึ้นเพราะเสียงกระแอมของใครบางคน อลิสาหรี่ตาพยายามที่จะรวบรวมความคิดที่ยังมึนงงเพราะยังไม่ตื่นดี

คิ้วเรียวนิ่วด้วยความไม่พอใจที่ถูกคนไม่รู้จักกาลเทศะมาปลุกให้ตื่นในขณะที่กำลังนอนหลับสบาย เธอนอนแค่วันละสามชั่วโมงมาสามวันแล้ว เพราะต้องรีบเคลียร์งานนิตยสารที่ตนรับผิดชอบจนดึกดื่น เนื่องจากวางแผนว่าจะไปพักร้อนกับเพื่อนสนิท ไม่นึกเลยว่าพอทำงานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะได้รับข่าวร้าย... ว่านิตยสารหัวที่เธอกำลังทำงานให้จะถูกยุบในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า

“อะ...เอ่อ... คุณเมสันคะ!” อลิสาลุกพรวดขึ้นเมื่อปรับสายตาให้คุ้นชินกับแสงสว่างแล้วเห็นร่างสูงของเจ้าของบริษัทคนใหม่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางบอดี้การ์ดทั้งสี่ ที่เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่านัดกันใส่ชุดสูทสีดำมาหรือไร! ร่างบางของสาวไทยหมายจะเข้าไปเพื่อคุยกับเขาใกล้ๆ แต่ร่างสูงของมาร์ตินและลุคก้าวออกมาขวางเธอเอาไว้ ส่วนคาร์เตอร์และอีธานยืนอยู่หน้าร่างสูงของเจ้านายอีกที เพื่อดูแลความปลอดภัยของคริสโตเฟอร์ตามที่ได้รับมอบหมาย

“ไม่เป็นไรหรอก ให้เธอเข้ามาได้” คริสโตเฟอร์โบกมือบอกให้บอดี้การ์ดทั้งสี่คนถอยไป ดูท่าทางยัยป้าตรงหน้าแล้ว คงไม่ใช่นางนกต่อของศัตรูของเขาที่มีอยู่หลายชีวิต และคงไม่มีทางที่จะทำร้ายเขาได้แน่

“แต่นายครับ...” คาร์เตอร์อ้าปากจะขัดความประสงค์ของนาย เรื่องอย่างนี้ปลอดภัยไว้ก่อนเป็นดีที่สุด หากแต่คนเป็นนายมองหน้าเขานิ่งๆ ด้วยดวงตาสีฟ้าเยียบเย็น

“นายคิดว่าคนอย่างยัยนั่นจะทำอะไรฉันได้หรือ?” คริสโตเฟอร์บอกพลางกวาดสายตามองผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนที่ริมฝีปากแกร่งจะยกยิ้มหยัน “หรือหากเธอคิดจะทำร้ายฉันจริง คิดหรือว่าฉันจะจัดการเธอไม่ได้?”

นั่นแหละบอดี้การ์ดทั้งสี่จึงพร้อมใจกันเปิดทางให้อลิสาเข้ามาใกล้เจ้านายของพวกเขาได้อีกนิด ด้วยเพราะความสูงที่มีมากกว่า ทำให้หญิงสาวแทบจะต้องแหงนคอตั้งบ่าเพื่อมองใบหน้าคร้ามคมที่มีแนวหนวดบางๆ ขึ้นตามแนวกรามแกร่งและคางบึกบึน พอถูกจ้องด้วยดวงตาสีฟ้านั่นแล้วก็ชักจะหาเสียงตัวเองไม่เจอเสียอย่างนั้น ดวงตาของเขา... แวววาวงดงามไม่ต่างจากเพชรที่ระยิบระยับยามต้องแสงไฟ มันงดงามตรึงใจเสียจนเธอเผลอจ้องมองดวงตาทั้งคู่ของเขาเนิ่นนาน นาน... จนลืมไปว่าเธอมีเรื่องที่สำคัญมากจะคุยกับเขา

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED