คฤหาสน์หลังใหญ่ทาสีขาวตั้งตระหง่านอยู่ชานกรุงล้อมรอบด้วยรั้วก่ออิฐสีแดงสูงสามเมตรมีเหล็กดัดปลายแหลมสูงเท่ากันป้องกันหัวขโมยที่มีมากขึ้นทุกวันเป็นอย่างดี แต่ก็มีผลเสียกับคนอยู่ภายในด้วยเช่นกัน เพราะไม่สามารถปีนป่ายหลบหนีออกจากรั้วสูงที่มีกรงเหล็กแหลมยาวต่อจากรั้วซีเมนต์ได้เช่นกัน
“จอดหน้าประตูรั้วบ้านหลังนั้นละ”
หญิงสาวบอกแท็กซี่ส่วนบุคคลสีเขียวเหลืองให้หยุดจอดหน้าประตูรั้ว มองแวบเดียวก็รู้ว่าเจ้าของบ้านต้องสั่งทำมาเป็นพิเศษที่สวยงามทั้งลวดลายและแข็งแรงด้วยเหล็กหนายากต่อการเปิดด้วยการเข็นหรือเลื่อนจากแรงกำลังคน
ผู้ก้าวลงจากรถเดินตรงไปกดกริ่งตรงช่องประตูเล็กสำหรับคนเข้าออกและยืนรอ ครู่หนึ่งมีหญิงกลางคนร่างท้วมขาวแต่งกายด้วยกระโปรงยาวสีเขียวเข้มคาดผ้ากันเปื้อนเพ้นท์ลายนกยูงสวมมงกุฎตรงหน้าอกเดินออกจากคฤหาสน์กับเด็กสาวตัวโตมาไขกุญแจเปิดประตูและเชื้อเชิญเข้าข้างใน
“เอาไปเก็บไว้ห้องรับรองแขกบนชั้นสองที่ทำความสะอาดไว้วานนี้นะ” นางบอกเด็กสาวแล้วเดินนำเข้ามาในตัวบ้านผ่านโถงกว้างมาที่หมู่โซฟาสีอิฐวางบนพรหมสีสดลายเรขาคณิต
“ดิฉันชื่อ นาฏยา เป็นแม่บ้านของที่นี่ จะเรียกว่า คุณแม่บ้าน เหมือนคนอื่นๆก็ได้ค่ะ” นางแนะนำตัวขณะวางแก้วน้ำตรงหน้าแขก
“ขอบคุณค่ะ”
“รอสักครู่นะคะ” นางนาฎยาบอกก่อนเดินจากไป
เอมอุมาถอดแว่นกันแดดออกจากดวงตาที่ตกแต่งด้วยอายไลเนอร์กับดินสอสีเข้มวาดขอบตา รองพื้นกับแป้งฝุ่นเนียนหนาช่วยอำพรางความอ่อนเยาว์ที่ผู้พบเห็นยากจะเดาอายุจริง การปลอมตัวเป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งของเอมอุมามีเหตุผลจากความจำเป็นที่ญาติสาววัยยี่สิบสี่ปีผู้ดูแลเธอมาตั้งแต่พ่อแม่ของทั้งสองตายจากอุบัติเหตุรถบัสท่องเที่ยวตกเขาทางจังหวัดภาคเหนือที่แพทย์วินิจฉัยว่าอุบัติรถ่ชนครั้งนี้พินทุอรต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลนานหลายเดือน
ญาติสาวผู้พี่ประสบอุบัติเหตุรถกระบะชนจักรยานยนต์รับจ้างที่โดยสารกลับบ้านก่อนวันได้รับคำตอบจากเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้เพียงห้าวัน เอมอุมาสวมรอยมาแทนเพราะต้องการงานเงินค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลญาติสาวผู้พี่ที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวในชีวิตอย่างเต็มที่
พินทุอรญาติของเอมอุมาเรียนจบโรงเรียนเลขานุการินีมีประสบการณ์ทำงานกับเจ้านายฝรั่งมาสามปี แต่หลังจากเจ้านายเสียชีวิตจากโรคติดต่อโควิด-19ชนิดกลายพันธุ์ ทางบริษัทก็ประกาศเลิกจ้างเลขานุการที่กักตัวอยู่บ้านทันที
โชคดีที่ญาติผู้พี่ของเอมอุมาไม่ติดโรคไปด้วย หลังครบกำหนดกักตัวก็สมัครงานหลายแห่งอยู่นานหลายเดือน เพิ่งสมัครงานใหม่ทางอีเมล์และบอกเล่าให้เอมอุมาฟังว่างานนี้จะทำอยู่ในบ้านเจ้านายและไม่มีวันหยุด แต่จะขอเขากลับบ้านสัปดาห์ละหนึ่งวันเพื่อดูแลพี่สาว และถ้าเขาตอบรับก็จะทำงานนี้
“เชิญพบท่านที่ห้องทำงานค่ะ” นางเดินนำขึ้นบันไดไปชั้นสองของตัวตึก
“ห้องพักของคุณอยู่ฟากคะโน้นนะคะ ห้องด้านในสุดที่มีแกจันสูงปักดอกลิลลี่สีชมพูหน้าประตู” นางกล่าวเมื่อทั้งสองเดินขึ้นมาถึงชานบันได และเดินนำมาห้องแรกฟากตรงข้าม กดกริ่งหน้าประตูสองครั้งก่อนเดินจากไป
“เชิญ” เสียงจากลำโพงรูปสี่เหลี่ยมเหนือกริ่งดังขึ้น
“คลิ๊ก” เอมอุมาจับลูกบิดเปิดล็อกประตู แต่กลับลังเลว่าจะเข้าไปหรือจะวิ่งลงบันไดและออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้
“เชิญ” เสียงจากภายในห้องดังขึ้นเอมอุมาจึงเปิดประตูออกกว้างกวาดตามองดูภายในที่เห็นเพียงตู้เอกสารและชั้นวางหนังสือติดพนัง และตัดสินใจก้าวเข้าไปโดยไม่รอให้คนในห้องต้องเชิญเป็นครั้งที่สาม
“ปิดล็อกประตูด้วย” เสียงทุ้มดังมากขึ้น
เอมอุมาลังเลอีกครั้ง...ทำไมต้องล็อกห้อง...รู้สึกไม่ปลอดภัยขึ้นมาทันที แต่คำพูดของคนอยู่ภายในที่ยังไม่ได้เดินเข้าไปเห็นหน้าบอกกล่าวให้จำยอมต้องทำตาม
“ผมไม่ชอบให้ใครมาขัดจังหวะเวลาคุยงาน”
ล็อกประตูเสร็จเอมอุมาเดินเข้ามาภายในเห็นโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงช่องว่างระหว่างหน้าต่างรูปไข่สองบานกรุกระจกใสสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกแจ่มชัด แต่สิ่งที่สะดุดตาหญิงสาวมากกว่านั้น คือ บุรุษที่หลังโต๊ะทำงาน
“พอ... หมายความว่าไง คุณยังไม่ได้สัมภาษณ์ดิฉันสักคำนะคะ” ความผิดหวังแล่นวูบเข้ามาทันทีที่คิดว่าเขาจะปฏิเสธรับเข้าทำงานทั้งที่ตอบรับแล้วจากการที่ยังไม่ได้คุยเรื่องงานสักคำ
“เอ๊...คุณนี่ยังไง ผมแค่ไม่อยากฟังคำแก้ตัวไร้สาระ เอ้า ไหนบอกมาซิว่าทำไมถึงอยากทำงานที่นี่” เขายิ้มนิดหนึ่งที่คำพูดทำให้อีกฝ่ายหน้าเจื่อน
“เอ้อ...ดิฉันเรียนจบด้านนี้มาค่ะ” เอมอุมาตอบอ้อมแอ้ม คิดว่าการสอบภาคเรียนเทอมสุดท้ายปีสองของสาขาวิชาเลขานุการในมหาวิทยาลัยรวมกับความรู้ที่เรียนจบมาจากโรงเรียนวิชาชีพหลักสูตรเลขานุการภาคภาษาอังกฤษ ที่ได้เรียนมาทั้งวิชาการและการเข้าสังคมคงนำมาใช้ได้กับงานนี้
“อืม...เกรดใช้ได้...” เขาเหลือบตาลงมองแฟ้มสำเนาเอกสารที่ส่งผ่านทางอีเมล์เป็นหลักฐานการศึกษาใบรับรองการทำงานและบัตรประชาชนที่คงจะถ่ายจากเครื่องถ่ายเอกสารคุณภาพต่ำจึงทำให้ความชัดเจนน้อย เขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารถามสิ่งที่ค้างคาใจ
“คุณมีชื่อเล่นไหม”
“เอ้อ...เรียก เอม ก็ได้ค่ะ”
“อ้าว...ไม่ได้เรียก อร หรอกหรือ คุณชื่อ พินทุอร ทำไมให้เรียก เอม ล่ะ”
“ชื่อเล่นไงคะ เพื่อนๆเรียกว่า...เอม...” เอมอุมาไม่อยากสับสนชื่อตนกับชื่อญาติผู้พี่จึงบอกเขาแบบนี้
“อ้อ...”
“คุณอายุเท่าไร”
“สิบ...เอ้อ...ยี่สิบสี่ปีค่ะ” เอมอุมาเกือบหลุดปากบอกอายุจริงที่ตอนนี้สิบแปดปีสี่เดือนแล้ว เพราะทุกสิ่งที่อยู่ในมือผู้จ้างเป็นหลักฐานการศึกษาใบรับรองการทำงานและบัตรประชาชนของญาติผู้พี่
“สายตาสั้นเท่าไร”
“เอ้อ...สอ...สองร้อยกว่าค่ะ” เอมอุมาไม่ได้สายตาสั้นแต่จำเป็นต้องโกหกเพื่อจะใส่แว่นอำพรางใบหน้า
“ปกติคุณแต่งหน้าเยอะขนาดนี้หรือ” สายตาคมปราบของผู้ถามพินิจใบหน้าที่เขาคิดว่าถ้าไม่มีเจ้าเครื่องสำอางที่โบ๊ะมาหนามากขนาดนี้จะดูดีกว่ามากๆ
“ค่ะ ดิฉันชอบ” เอมอุมาตอบเสียงเรียบ
“อืม...ความชอบของผู้หญิง...ก็ตามใจ” เขาตอบรับน้ำเสียงเดียวกัน คิ้วข้างหนึ่งเลิกขึ้นแสดงว่าเขาไม่ยี่หระว่าเธอจะชอบแต่งหน้าแบบไหน และบอกเรื่องการแต่งตัว
“ผมทำงานอยู่กับบ้าน จะมีไปต่างประเทศบ้างก็นานครั้ง คุณแต่งตัวตามสบายได้ แต่ขอเป็นกระโปรงอย่างเดียว” ผู้กำหนดการแต่งตัวมองพินิจการแต่งกายของเลขาคนใหม่ตั้งแต่แรกที่เธอเดินเข้ามา เสื้อเชิ้ตสีขาวจีบระบายปกปลายแขนกับกระโปรงพรีตสีเทาเข้มยาวเหนือเข่า กระเป๋า รองเท้าคัทชู สีขาว
เอมอุมาสังเกตเห็นแววตาคมของผู้สัมภาษณ์มองกราดทั่วตัวเปล่งประกายวับวามบ่งบอกถึงความพอใจ แต่การพูดคุยทางอีเมล์ เขายังไม่ได้พูดถึงรายละเอียดหน้าที่การงานที่ตำแหน่งเลขานุการของเขาที่ต้องทำ
“ทำไมต้องเป็นกระโปรงอย่างเดียว” อดถามไม่ได้ เขาบอกให้แต่งตัวตามสบายแต่เจาะจงให้ใส่เฉพาะกระโปรง
“มันง่าย ไม่เกะกะ” คำพูดชวนตกใจ ต่างจากสีหน้าแววตาของเขาที่สงบนิ่ง
“ยังไง ดิฉันไม่เข้าใจ” เอมอุมางงจัด
“ผมชอบผู้หญิงใส่กระโปรงมากกว่า ดูสุภาพ ดูเซ็กซี่ อ่อนหวานน่ารักกว่าสวมกางเกงขายาว” เขาตอบแค่นั้น
“เอ้อ...คุณยังไม่ได้บอกว่าหน้าที่ของดิฉันต้องทำอะไรบ้าง” เอมอุมาไม่มีประสบการณ์ก็อยากรู้บ้างว่าต้องทำอะไรในหน้าที่เลขานุการของเธอ
“ผมยังไม่ได้บอกหรือ” เขาพูดแล้วก็หยุดนิ่งไป ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “ผมเคยบอกแล้วว่าเลขาของผมต้องทำตามเงื่อนไขที่ผมเสนอไปและทำตามทุกอย่างที่ผมต้องการ และคุณก็ยอมรับแล้ว”
“เอ้อ...ใช่ค่ะ...แต่ควรมีรายละเอียดมากว่านี้” เอมอุมาเป็นฝ่ายขมวดคิ้วบ้าง เธอรับรู้เงื่อนไขพิเศษของเขาว่า...คืออะไร...แต่หญิงสาวที่ไม่มีประสบการณ์อย่างเธอต้องการรู้รายละเอียดในการปฏิบัติตัวบ้าง
ทัสยุลุกขึ้นเดินมายืนตรงหน้าเลขาคนล่าสุดที่เขารับเข้าทำงานทางอีเมล์เหมือนอย่างทุกคนที่ผ่านมา ใบเบิกทางให้เขาได้เลขาสาวสวยมาอย่างง่ายดาย คือ เงินเดือนหกหมื่นบาทที่เขาจ่ายในหน้าที่ของพวกเธอก่อนจะแจงรายละเอียดให้ทุกคนรับรู้ และมีเพียงสามรายที่ปฏิเสธจะทำงานนี้
“หน้าที่ของคุณ คือ ช่วยงานเอกสารและทำให้ผมพอใจ” เขาจับเก้าอี้มีล้อเลื่อนที่เธอนั่งหันมาเผชิญหน้า และหัวเราะกับคำถามที่ไม่เคยมีใครถาม
“พอใจเรื่องงานหรืออย่างอื่น”
“เป็นคำถามที่ฉลาด และ...ไม่มีใครเคยถาม...” เขานั่งลงบนเก้าอี้มีล้อเลื่อนอีกตัว และดันมาข้างหน้าเปิดเข่ากว้างให้ลำขาเปล่าเปลือยสองข้างของเอมอุมามาอยู่ในอ้อมขาของเขา
“เอ๊ะ...” เอมอุมาดันตัวออกห่าง แต่สองขาถูกบีบไว้ด้วยท่อนขาทรงพลังของอีกฝ่ายที่ไม่สนใจการต่อต้านของเธอ
“คุณบอกว่าเคยทำงานเลขามากับบริษัทต่างประเทศระดับต้นของประเทศ มีประสบการณ์มากกว่าสามปี คุณน่าจะมีประสบการณ์กับเจ้านายผู้ชายมาบ้าง เป็นไง เขาดีกับคุณมากไหม” เขายื่นหน้าเข้าใกล้จนได้กลิ่นแป้งหอมอ่อนๆ...กลิ่นแป้งหอม...ไม่ใช่น้ำหอมอย่างหญิงสาวที่เขารู้จักนิยมใช้