ตอน 1

“เฮ้ย!เอม แกจะลาออกจริงๆหรือ”

“แกจะลาออกทำไม”

“แกจะไปทำงานอะไร”

เพื่อนสนิทของเอมอุมาทั้งสามคนที่เติบโตมาตั้งแต่เรียนมัธยมต้นจนกระทั่งเรียนจบวิทยาลัยเลขานุการกระทั่งจะเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย ต่างอยากได้คำตอบจากเพื่อนสาว แม้จะรู้ว่าเอมอุมามีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากเป็นค่ารักษาญาติผู้พี่ที่ประสบอุบัติเหตุ แต่คาดไม่ถึงว่าเพื่อนจะตัดสินใจหยุดเรียนกลางคันอย่างนี้

“พี่อรต้องนอนโรงพยาบาลอีกนานหลายเดือน ค่าใช้จ่ายก็เยอะแยะ แค่ผ่าตัดครั้งแรกฉันแทบจะหมดตัวเลยนะ ที่สำคัญต้องหาเงินมารักษาพี่อรให้หาย และงานที่ฉันทำก็เป็นเหตุผลให้ฉันต้องออกจากการเรียน”

“งานอะไรที่แกจะเรียนหนังสือไปด้วยไม่ได้” มัทนายังงงจัดกับการตัดสินใจของเพื่อน

“นั่นสิ มาทำงานขายออนไลน์กับพวกเราไหมล่ะ” เขมนิจกับมาริสาทำงานขายของออนไลน์ประเภทเครื่องสำอางหลากหลายชนิด รายได้เดือนละหมื่นสองหมื่นพอช่วยลดภาระทางบ้าน

“ฉันต้องใช้เงินเป็นแสนเป็นล้านนะแก” เอมอุมาจาระไนเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้เพื่อนๆฟัง ทุกคนฟังแล้วก็ถอนใจเฮือก เพราะมองไม่เห็นทางจะช่วยเหลือ

“แล้วแกจะทำยังไง งานที่ทำได้ตามวุฒิการศึกษาเลขานุการระดับต้นที่แกมีก็น่าจะได้เดือนละหมื่นสองหมื่นได้กระมัง” มัทนานึกไม่ออกว่าจะหาเงินได้มากกว่าวุฒิที่มีได้อย่างไร

“นังเอมมันสวยนะ สวยมากด้วย ไปแคสติ้งเป็นนางแบบนักแสดงดีไหม” มาริสาเสนอ เพราะมีเพื่อนๆที่สวยน้อยกว่าเอมอุมายังสามารถเป็นดารานางแบบได้

“ไม่ใช่ว่าแคสติ้งวันนี้แล้วจะได้งานทันทีเมื่อไรล่ะ ที่รู้ๆต้องผ่านด่านค่ายโฆษณาค่ายผู้จัดละครกับช่องทีวีต่างๆอีกคงเป็นปีกระมัง” เขมนิจพอจะรู้ว่าการเข้าวงการบันเทิงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

“ฉันเจออีเมล์พี่อรสมัครงานไว้ เขาให้เงินดี” เอมอุมาบอกเพื่อนๆ

“จริงเหรอ/เงินดีขนาดไหน/ที่ไหน” เพื่อนทั้งสามถามขึ้นพร้อมกัน

“นายจ้างทำงานอยู่กับบ้าน” เอมอุมาบอกเพื่อนๆก่อนเดินไปหยิบขวดน้ำในตู้เย็นมาส่งให้คนละขวดและขนมขบเคี้ยวที่เพื่อนๆชอบอีกสามสี่ถุงมาวางให้เลือกกินได้ตามใจชอบ

“เงินเดือนระดับพี่ออนก็ไม่น่าจะเกินสามสี่หมื่น แต่แกวุฒิไม่ถึงปริญญากับไม่มีประสบการณ์เขาจะให้เท่าพี่อรหรือ” มัทนาตั้งข้อสังเกตแล้วคว้าขนมที่ชอบมาเปิดกินตามเพื่อนอีกสองคน

“ทำงานเลขานุการกับแปลงานเขาให้เดือนละห้าถึงหกหมื่นบาท แต่...”

“แต่อะไร...” เพื่อนๆถามเป็นเสียงเดียวกัน

“เอ้อ...ไม่มีอะไร ถ้าเขารับฉันเข้าทำงานในนามพี่อรฉันจะขอเขาเพิ่มเป็นแปดหมื่นหรือหนึ่งแสน” คำพูดของเอมอุมาสร้างความประหลาดใจให้เพื่อนๆเกิดอาการปากอ้าตาค้าง

“เฮ้ย...หุบปาก เดี๋ยวยุงก็บินเข้าไปวางไข่หรอก” มาริสาตบปากเขมนิจที่อ้ากว้างกว่าใคร

“เขามีแต่แมลงวันบินย่ะ ยุงกับแมลงที่ไหนจะบินมาในนี้ บ้านติดมุ้งรวดยะ” เขมนิจค้อนใส่เพื่อน

“อาจจะหลงเข้ามาก็ได้” มาริสาไม่ยอมแพ้

“ถ้าแกสองคนจะคุยเรื่องยุงกับแมลงวันก็เชิญข้างนอก มีเยอะ” มัทนาตัดบทแล้วหันมาถามเอมอุมาต่อ

“ตัวเลขที่แกพูดนั่นมันเยอะนะ จะไปทำอะไรให้เขาถึงจะคุ้มเงินค่าจ้างแบบนั้น”

“นังเอมมันมีความสามารถด้านภาษามากกว่าพวกเรา งานแปลภาษานี่จุดขายได้ของมันเลยละ” เขมนิจที่อ่อนภาษามากกว่าเพื่อนๆเชื่อว่า ภาษาอังกฤษ ภาษา ภาษาจีน อิตาเลียน อาหรับ ที่เอมอุมาเลือกเรียนและเรียนได้คะแนะเป็นที่หนึ่งจะเป็นใบเบิกทางให้เพื่อนสาวได้งานและเงินเดือนตามที่ต้องการ

“เออ...ใช่...นังเอมมันเก่งภาษามากกว่าใคร ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่ามันขยันเรียนภาษาตั้งมากมายไว้เพื่ออะไร งานดี เงินเดือนดี ก็น่าจะได้จากเรื่องเก่งภาษาของมันนี่แหละ” มาริสาสนับสนุน

“เฮ้ย...” มันทนานึกขึ้นได้ “แต่แกสมัครในนามพี่อร แล้วใบรับรองการเรียนการทำงานหรือภาษาต่างๆทำไงล่ะ หรือจะปลอมเอกสาร” มองหน้าเพื่อนสาว

“ไม่หรอก พี่อรเรียนภาษาอังกฤษกับภาษาจีนอย่างที่พวกเราเรียนอยู่แล้ว วันสัมภาษณ์งานฉันจะบอกเขาว่าเรียนภาษาเพิ่มมาอีกเท่านั้น” เอมอุมาเตรียมเรื่องเอกสารใบรับรองการเรียนภาษาเพิ่มเอาไว้แล้ว โดยเปลี่ยนจากชื่อตัวเองเป็นชื่อพินทุอรที่อาจจะเข้าข่ายการปลอมแปลงเอกสาร แต่งานนี้เป็นงานพิเศษที่เจ้าของงานแจ้งว่า...ต้องการการปฏิบัติได้จริงมากกว่าเอกสาร...เอมอุมาจึงไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้

“แต่ฉันยังสงสัยว่าแกจะทำอย่างไรให้เขาเชื่อว่า...แกเป็นพี่อร รูปร่างหน้าตาก็ต่างกันเยอะ” มาริสาสงสัย

“ฉันติดรูปตัวเองไปแทน” เอมอุมาบอกสิ่งที่ทำ

“หน้าอ่อนๆใสๆอย่างแกเนี่ยนะ เขาจะเชื่อหรือว่าแกอายุยี่สิบสี่ยี่สิบห้า เป็นฉันไม่เชื่อหรอก” มาริสาส่ายหน้ายืนยันคำพูด

“ฉันแต่งหน้าให้ดูมีอายุมากขึ้น” เอมอุมาสารภาพ

“เออ...ก็มันเพิ่งเรียนจบคลาสการแต่งหน้ามาก่อนพี่อรประสบอุบัติเดือนหนึ่งไง ทำไมจะทำไม่ได้ เสียดายที่ยังไม่ได้...แต่งหน้าเจ้าสาว...งานพิเศษที่มันวาดฝันไว้ ฉันยังจองคิวมันไว้เลยนะ” เขมนิจที่รู้ข่าวว่าเพื่อนสาวไปเรียนแต่งหน้าเจ้าสาวบอกจองไว้ตั้งแต่เอมอุมายังเรียนไม่จบคลาสเสียด้วยซ้ำ

“แกจองยังไง เจ้าบ่าวก็ยังหาไม่ได้” มาริสาว่า

“ฉันก็ให้นังเอมล็อกวันจากวันที่ฉันประกาศแต่งงานไว้ไงล่ะ ไม่เห็นจะยาก” เขมนิจหัวเราะชอบใจที่มาริสากับมัทนาส่งค้อนมาให้วงใหญ่

“เข้าใจละ แกจะใช้วิชาแต่งหน้าอำพรางตัว แต่แกทำงานอยู่กับเขาทุกวัน สักวันตัวจริงของแกก็ต้องโผล่ออกมา ถ้าเขาจับได้ว่าแกไม่ใช่พี่อร จะเป็นยังไง” มัทนาเริ่มไม่สบายใจ

“ฉันตั้งใจจะทำงานกับเขาแค่ช่วงเวลาที่พี่อรนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเท่านั้นแหละ ไม่น่าจะเกินสามเดือน” เอมอุมาคำนวณเวลาไว้แล้ว

“เออๆ...ถ้าแกไม่ได้งานนี้ ฉันจะบอกพ่อให้ คนเก่งอย่างแกสตาร์ทเงินเดือนสองหมื่นตำแหน่งผู้ช่วยเลขาประธานบริษัทก็คงได้สบายๆ” มัทนาเสนองานที่บริษัทบิดาให้เอมอุมาไว้ก่อน

“ขอบใจ ฉันส่งงานแปลไปให้เขาดูแล้ว อีกไม่กี่วันก็ คงจะได้คำตอบ”

“ขอให้แกได้งานนี้นะ” เขมนิจอวยพร ตรงเข้ากอดเพื่อนรักที่เป็นเพื่อนกันมานานหลายปี

“แกต้องโทรบอกพวกเราด้วยนะ” มาริสาเข้ากอดเพื่อนอีกคน และตามด้วยมัทนาก่อนจะลาจากแยกย้ายกันกลับบ้าน

“ฉันไปนะ ดูแลตัวเองด้วย หลังเลิกเรียนพวกเราจะแวะมาหาแกอีก”

“ขอบใจจ้ะ” เอมอุมาออกมาส่งเพื่อนถึงประตูรั้ว

หลังจากนั้นเอมอุมาได้พบเพื่อนทั้งสามอีกไม่กี่ครั้งก็ต้องจัดกระเป๋าเดินทางไปบ้านผู้ว่าจ้างโดยไม่ได้บอกเพื่อนทั้งสาม ตั้งใจว่าจะไลน์หรือโทรบอกเพื่อนทุกคนทีหลังว่า...ได้งานทำแล้ว...แต่คงไม่มีรายละเอียดของการทำงานบอกเล่าให้เพื่อนๆฟัง เนื่องจากงานที่เธอจะทำมีบางสิ่งที่ไม่ควรเปิดเผยแก่บุคคลที่สาม และเพื่อนๆทุกคนต้องคัดค้านในสิ่งที่ตนตัดสินใจ

ตอน 2

คฤหาสน์หลังใหญ่ทาสีขาวตั้งตระหง่านอยู่ชานกรุงล้อมรอบด้วยรั้วก่ออิฐสีแดงสูงสามเมตรมีเหล็กดัดปลายแหลมสูงเท่ากันป้องกันหัวขโมยที่มีมากขึ้นทุกวันเป็นอย่างดี แต่ก็มีผลเสียกับคนอยู่ภายในด้วยเช่นกัน เพราะไม่สามารถปีนป่ายหลบหนีออกจากรั้วสูงที่มีกรงเหล็กแหลมยาวต่อจากรั้วซีเมนต์ได้เช่นกัน

“จอดหน้าประตูรั้วบ้านหลังนั้นละ”

หญิงสาวบอกแท็กซี่ส่วนบุคคลสีเขียวเหลืองให้หยุดจอดหน้าประตูรั้ว มองแวบเดียวก็รู้ว่าเจ้าของบ้านต้องสั่งทำมาเป็นพิเศษที่สวยงามทั้งลวดลายและแข็งแรงด้วยเหล็กหนายากต่อการเปิดด้วยการเข็นหรือเลื่อนจากแรงกำลังคน

ผู้ก้าวลงจากรถเดินตรงไปกดกริ่งตรงช่องประตูเล็กสำหรับคนเข้าออกและยืนรอ ครู่หนึ่งมีหญิงกลางคนร่างท้วมขาวแต่งกายด้วยกระโปรงยาวสีเขียวเข้มคาดผ้ากันเปื้อนเพ้นท์ลายนกยูงสวมมงกุฎตรงหน้าอกเดินออกจากคฤหาสน์กับเด็กสาวตัวโตมาไขกุญแจเปิดประตูและเชื้อเชิญเข้าข้างใน

“เอาไปเก็บไว้ห้องรับรองแขกบนชั้นสองที่ทำความสะอาดไว้วานนี้นะ” นางบอกเด็กสาวแล้วเดินนำเข้ามาในตัวบ้านผ่านโถงกว้างมาที่หมู่โซฟาสีอิฐวางบนพรหมสีสดลายเรขาคณิต

“ดิฉันชื่อ นาฏยา เป็นแม่บ้านของที่นี่ จะเรียกว่า คุณแม่บ้าน เหมือนคนอื่นๆก็ได้ค่ะ” นางแนะนำตัวขณะวางแก้วน้ำตรงหน้าแขก

“ขอบคุณค่ะ”

“รอสักครู่นะคะ” นางนาฎยาบอกก่อนเดินจากไป

เอมอุมาถอดแว่นกันแดดออกจากดวงตาที่ตกแต่งด้วยอายไลเนอร์กับดินสอสีเข้มวาดขอบตา รองพื้นกับแป้งฝุ่นเนียนหนาช่วยอำพรางความอ่อนเยาว์ที่ผู้พบเห็นยากจะเดาอายุจริง การปลอมตัวเป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งของเอมอุมามีเหตุผลจากความจำเป็นที่ญาติสาววัยยี่สิบสี่ปีผู้ดูแลเธอมาตั้งแต่พ่อแม่ของทั้งสองตายจากอุบัติเหตุรถบัสท่องเที่ยวตกเขาทางจังหวัดภาคเหนือที่แพทย์วินิจฉัยว่าอุบัติรถ่ชนครั้งนี้พินทุอรต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลนานหลายเดือน

ญาติสาวผู้พี่ประสบอุบัติเหตุรถกระบะชนจักรยานยนต์รับจ้างที่โดยสารกลับบ้านก่อนวันได้รับคำตอบจากเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้เพียงห้าวัน เอมอุมาสวมรอยมาแทนเพราะต้องการงานเงินค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลญาติสาวผู้พี่ที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวในชีวิตอย่างเต็มที่

พินทุอรญาติของเอมอุมาเรียนจบโรงเรียนเลขานุการินีมีประสบการณ์ทำงานกับเจ้านายฝรั่งมาสามปี แต่หลังจากเจ้านายเสียชีวิตจากโรคติดต่อโควิด-19ชนิดกลายพันธุ์ ทางบริษัทก็ประกาศเลิกจ้างเลขานุการที่กักตัวอยู่บ้านทันที

โชคดีที่ญาติผู้พี่ของเอมอุมาไม่ติดโรคไปด้วย หลังครบกำหนดกักตัวก็สมัครงานหลายแห่งอยู่นานหลายเดือน เพิ่งสมัครงานใหม่ทางอีเมล์และบอกเล่าให้เอมอุมาฟังว่างานนี้จะทำอยู่ในบ้านเจ้านายและไม่มีวันหยุด แต่จะขอเขากลับบ้านสัปดาห์ละหนึ่งวันเพื่อดูแลพี่สาว และถ้าเขาตอบรับก็จะทำงานนี้

“เชิญพบท่านที่ห้องทำงานค่ะ” นางเดินนำขึ้นบันไดไปชั้นสองของตัวตึก

“ห้องพักของคุณอยู่ฟากคะโน้นนะคะ ห้องด้านในสุดที่มีแกจันสูงปักดอกลิลลี่สีชมพูหน้าประตู” นางกล่าวเมื่อทั้งสองเดินขึ้นมาถึงชานบันได และเดินนำมาห้องแรกฟากตรงข้าม กดกริ่งหน้าประตูสองครั้งก่อนเดินจากไป

“เชิญ” เสียงจากลำโพงรูปสี่เหลี่ยมเหนือกริ่งดังขึ้น

“คลิ๊ก” เอมอุมาจับลูกบิดเปิดล็อกประตู แต่กลับลังเลว่าจะเข้าไปหรือจะวิ่งลงบันไดและออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้

“เชิญ” เสียงจากภายในห้องดังขึ้นเอมอุมาจึงเปิดประตูออกกว้างกวาดตามองดูภายในที่เห็นเพียงตู้เอกสารและชั้นวางหนังสือติดพนัง และตัดสินใจก้าวเข้าไปโดยไม่รอให้คนในห้องต้องเชิญเป็นครั้งที่สาม

“ปิดล็อกประตูด้วย” เสียงทุ้มดังมากขึ้น

เอมอุมาลังเลอีกครั้ง...ทำไมต้องล็อกห้อง...รู้สึกไม่ปลอดภัยขึ้นมาทันที แต่คำพูดของคนอยู่ภายในที่ยังไม่ได้เดินเข้าไปเห็นหน้าบอกกล่าวให้จำยอมต้องทำตาม

“ผมไม่ชอบให้ใครมาขัดจังหวะเวลาคุยงาน”

ล็อกประตูเสร็จเอมอุมาเดินเข้ามาภายในเห็นโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงช่องว่างระหว่างหน้าต่างรูปไข่สองบานกรุกระจกใสสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกแจ่มชัด แต่สิ่งที่สะดุดตาหญิงสาวมากกว่านั้น คือ บุรุษที่หลังโต๊ะทำงาน

ตอน 3

“พอ... หมายความว่าไง คุณยังไม่ได้สัมภาษณ์ดิฉันสักคำนะคะ” ความผิดหวังแล่นวูบเข้ามาทันทีที่คิดว่าเขาจะปฏิเสธรับเข้าทำงานทั้งที่ตอบรับแล้วจากการที่ยังไม่ได้คุยเรื่องงานสักคำ

“เอ๊...คุณนี่ยังไง ผมแค่ไม่อยากฟังคำแก้ตัวไร้สาระ เอ้า ไหนบอกมาซิว่าทำไมถึงอยากทำงานที่นี่” เขายิ้มนิดหนึ่งที่คำพูดทำให้อีกฝ่ายหน้าเจื่อน

“เอ้อ...ดิฉันเรียนจบด้านนี้มาค่ะ” เอมอุมาตอบอ้อมแอ้ม คิดว่าการสอบภาคเรียนเทอมสุดท้ายปีสองของสาขาวิชาเลขานุการในมหาวิทยาลัยรวมกับความรู้ที่เรียนจบมาจากโรงเรียนวิชาชีพหลักสูตรเลขานุการภาคภาษาอังกฤษ ที่ได้เรียนมาทั้งวิชาการและการเข้าสังคมคงนำมาใช้ได้กับงานนี้

“อืม...เกรดใช้ได้...” เขาเหลือบตาลงมองแฟ้มสำเนาเอกสารที่ส่งผ่านทางอีเมล์เป็นหลักฐานการศึกษาใบรับรองการทำงานและบัตรประชาชนที่คงจะถ่ายจากเครื่องถ่ายเอกสารคุณภาพต่ำจึงทำให้ความชัดเจนน้อย เขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารถามสิ่งที่ค้างคาใจ

“คุณมีชื่อเล่นไหม”

“เอ้อ...เรียก เอม ก็ได้ค่ะ”

“อ้าว...ไม่ได้เรียก อร หรอกหรือ คุณชื่อ พินทุอร ทำไมให้เรียก เอม ล่ะ”

“ชื่อเล่นไงคะ เพื่อนๆเรียกว่า...เอม...” เอมอุมาไม่อยากสับสนชื่อตนกับชื่อญาติผู้พี่จึงบอกเขาแบบนี้

“อ้อ...”

“คุณอายุเท่าไร”

“สิบ...เอ้อ...ยี่สิบสี่ปีค่ะ” เอมอุมาเกือบหลุดปากบอกอายุจริงที่ตอนนี้สิบแปดปีสี่เดือนแล้ว เพราะทุกสิ่งที่อยู่ในมือผู้จ้างเป็นหลักฐานการศึกษาใบรับรองการทำงานและบัตรประชาชนของญาติผู้พี่

“สายตาสั้นเท่าไร”

“เอ้อ...สอ...สองร้อยกว่าค่ะ” เอมอุมาไม่ได้สายตาสั้นแต่จำเป็นต้องโกหกเพื่อจะใส่แว่นอำพรางใบหน้า

“ปกติคุณแต่งหน้าเยอะขนาดนี้หรือ” สายตาคมปราบของผู้ถามพินิจใบหน้าที่เขาคิดว่าถ้าไม่มีเจ้าเครื่องสำอางที่โบ๊ะมาหนามากขนาดนี้จะดูดีกว่ามากๆ

“ค่ะ ดิฉันชอบ” เอมอุมาตอบเสียงเรียบ

“อืม...ความชอบของผู้หญิง...ก็ตามใจ” เขาตอบรับน้ำเสียงเดียวกัน คิ้วข้างหนึ่งเลิกขึ้นแสดงว่าเขาไม่ยี่หระว่าเธอจะชอบแต่งหน้าแบบไหน และบอกเรื่องการแต่งตัว

“ผมทำงานอยู่กับบ้าน จะมีไปต่างประเทศบ้างก็นานครั้ง คุณแต่งตัวตามสบายได้ แต่ขอเป็นกระโปรงอย่างเดียว” ผู้กำหนดการแต่งตัวมองพินิจการแต่งกายของเลขาคนใหม่ตั้งแต่แรกที่เธอเดินเข้ามา เสื้อเชิ้ตสีขาวจีบระบายปกปลายแขนกับกระโปรงพรีตสีเทาเข้มยาวเหนือเข่า กระเป๋า รองเท้าคัทชู สีขาว

เอมอุมาสังเกตเห็นแววตาคมของผู้สัมภาษณ์มองกราดทั่วตัวเปล่งประกายวับวามบ่งบอกถึงความพอใจ แต่การพูดคุยทางอีเมล์ เขายังไม่ได้พูดถึงรายละเอียดหน้าที่การงานที่ตำแหน่งเลขานุการของเขาที่ต้องทำ

“ทำไมต้องเป็นกระโปรงอย่างเดียว” อดถามไม่ได้ เขาบอกให้แต่งตัวตามสบายแต่เจาะจงให้ใส่เฉพาะกระโปรง

“มันง่าย ไม่เกะกะ” คำพูดชวนตกใจ ต่างจากสีหน้าแววตาของเขาที่สงบนิ่ง

“ยังไง ดิฉันไม่เข้าใจ” เอมอุมางงจัด

“ผมชอบผู้หญิงใส่กระโปรงมากกว่า ดูสุภาพ ดูเซ็กซี่ อ่อนหวานน่ารักกว่าสวมกางเกงขายาว” เขาตอบแค่นั้น

“เอ้อ...คุณยังไม่ได้บอกว่าหน้าที่ของดิฉันต้องทำอะไรบ้าง” เอมอุมาไม่มีประสบการณ์ก็อยากรู้บ้างว่าต้องทำอะไรในหน้าที่เลขานุการของเธอ

“ผมยังไม่ได้บอกหรือ” เขาพูดแล้วก็หยุดนิ่งไป ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “ผมเคยบอกแล้วว่าเลขาของผมต้องทำตามเงื่อนไขที่ผมเสนอไปและทำตามทุกอย่างที่ผมต้องการ และคุณก็ยอมรับแล้ว”

“เอ้อ...ใช่ค่ะ...แต่ควรมีรายละเอียดมากว่านี้” เอมอุมาเป็นฝ่ายขมวดคิ้วบ้าง เธอรับรู้เงื่อนไขพิเศษของเขาว่า...คืออะไร...แต่หญิงสาวที่ไม่มีประสบการณ์อย่างเธอต้องการรู้รายละเอียดในการปฏิบัติตัวบ้าง

ทัสยุลุกขึ้นเดินมายืนตรงหน้าเลขาคนล่าสุดที่เขารับเข้าทำงานทางอีเมล์เหมือนอย่างทุกคนที่ผ่านมา ใบเบิกทางให้เขาได้เลขาสาวสวยมาอย่างง่ายดาย คือ เงินเดือนหกหมื่นบาทที่เขาจ่ายในหน้าที่ของพวกเธอก่อนจะแจงรายละเอียดให้ทุกคนรับรู้ และมีเพียงสามรายที่ปฏิเสธจะทำงานนี้

“หน้าที่ของคุณ คือ ช่วยงานเอกสารและทำให้ผมพอใจ” เขาจับเก้าอี้มีล้อเลื่อนที่เธอนั่งหันมาเผชิญหน้า และหัวเราะกับคำถามที่ไม่เคยมีใครถาม

“พอใจเรื่องงานหรืออย่างอื่น”

“เป็นคำถามที่ฉลาด และ...ไม่มีใครเคยถาม...” เขานั่งลงบนเก้าอี้มีล้อเลื่อนอีกตัว และดันมาข้างหน้าเปิดเข่ากว้างให้ลำขาเปล่าเปลือยสองข้างของเอมอุมามาอยู่ในอ้อมขาของเขา

“เอ๊ะ...” เอมอุมาดันตัวออกห่าง แต่สองขาถูกบีบไว้ด้วยท่อนขาทรงพลังของอีกฝ่ายที่ไม่สนใจการต่อต้านของเธอ

“คุณบอกว่าเคยทำงานเลขามากับบริษัทต่างประเทศระดับต้นของประเทศ มีประสบการณ์มากกว่าสามปี คุณน่าจะมีประสบการณ์กับเจ้านายผู้ชายมาบ้าง เป็นไง เขาดีกับคุณมากไหม” เขายื่นหน้าเข้าใกล้จนได้กลิ่นแป้งหอมอ่อนๆ...กลิ่นแป้งหอม...ไม่ใช่น้ำหอมอย่างหญิงสาวที่เขารู้จักนิยมใช้

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED