หลังจากพูดจบ ชายคนนั้นก็หันหลังกลับแล้วเดินออกจากวิลล่าไปเลย
ฉวี่ชิงเกอทรุดตัวนั่งลงบนโซฟา เธอทุ่มเทอย่างหนักตลอดสามปีที่ผ่านมา ในสายตาของเขา เธอเป็นเพียงผู้หญิงที่เลวทรามคนหนึ่งเท่านั้นเองเหรอ เธอรู้สึกเจ็บแปลบ ๆ ที่หน้าอก ราวกับถูกมีดกรีดลงมาอย่างไรอย่างนั้น
พอกลับเข้ามาในห้อง ฉวี่ชิงเกอมองไปที่ผู้หญิงซูบผอมหน้าตาซีดเซียวในกระจก แล้วมุมปากของเธอก็กระตุกขึ้น เผยรอยยิ้มที่เย้ยหยันขึ้นมา
เมื่อสามปีที่แล้ว ฟู่หนานจิ่นอยู่ในช่วงแย่งชิงทรัพย์สินของตระกูลฟู่ และเงื่อนไขเดียวที่ท่านผู้เฒ่าฟู่จะยอมยกบริษัทให้เขาก็คือ ฟู่หนานจิ่นจะต้องแต่งงาน และด้วยความที่เธอเป็นคนทำให้เจี่ยนหล่านต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ดังนั้นเธอจึงต้องจดทะเบียนสมรสกับฟู่หนานจิ่น
ไม่มีใครรู้ว่า ผู้ชายคนนี้คนที่เธอรักและปรารถนาอยากจะแต่งงานด้วยมาตลอด ฉวี่ชิงเกอคิดอย่างโง่เขลาว่าหลังจากแต่งงานแล้ว เธอจะสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดที่ฟู่หนานจิ่นมีต่อเธอได้ เธอละทิ้งโอกาสในการไปศึกษาต่อต่างประเทศ แล้วก็หันมาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเอาใจฟู่หนานจิ่นและคนรอบตัวเขา เธอดูแลเจี่ยนหล่านที่อยู่โรงพยาบาลเป็นอย่างดี หวังเพียงให้เจี่ยนหล่านฟื้นขึ้นมาและชี้แจงข้อเท็จจริง
เมื่อสองเดือนก่อน ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ฉวี่ชิงเกอจึงคิดว่าเด็กคนนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนในความสัมพันธ์ของเธอและเขาก็เป็นได้
จนถึงวันนี้ ฉวี่ชิงเกอรู้สึกเพียงแค่ว่า ทุกอย่างมันเหมือนเป็นเรื่องตลก คงถึงเวลาต้องตื่นขึ้นมาพบกับความจริงแล้วสินะ......
ข้างนอกฝนตกหนัก มีทั้งฟ้าแลบและเสียงฟ้าร้อง ฉวี่ชิงเกอมองไปที่ใบหย่านั้น แล้วเธอก็เซ็นชื่อตัวเองลงไปทั้งที่มือสั่นเทา
แปดเดือนต่อมา ในห้องผู้ป่วยแผนกสูตินรีเวชของโรงพยาบาลต่างประเทศ
เสียงผู้หญิงร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นมา แล้วก็ตามมาด้วยเสียงเสียงคำราม และเสียงร้องของเด็กทารก
“ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะคุณฉวี่ คุณได้ลูกฝาแฝดค่ะ”
พอได้ยินแบบนั้น มุมปากของฉวี่ชิงเกอก็โค้งขึ้น เธอเผยรอยยิ้มออกมาอย่างไร้เรี่ยวแรง เธอมองไปที่เด็กน้อยอย่างปลื้มใจ แล้วก็หมดสติไป.....
พอฉวี่ชิงเกอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาของเธอเป็นสีขาวไปหมด เธอมองไปที่พยาบาลข้าง ๆ ที่กำลังเปลี่ยนน้ำเกลืออยู่ แล้วเธอก็ถามขึ้นมาด้วยเสียงที่แผ่วเบาว่า “คุณพยาบาลคะ ลูกของฉันอยู่ที่ไหน? พวกเขาเป็นยังไงบ้างคะ?”
แปดเดือนที่แล้ว ฉวี่ชิงเกอออกมาจากตระกูลฟู่ เดิมทีเธอวางแผนที่จะทำแท้ง แต่พอมาถึงโรงพยาบาลก็ทำใจไม่ได้ สุดท้ายเธอจึงเลือกที่จะให้กำเนิดลูกของตระกูลฟู่ออกมา
พยาบาลลังเลเล็กน้อย เธอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า “คุณฉวี่คะ ฉันขอโทษเป็นอย่างสูง ขอแสดงความเสียใจด้วย เด็กสองคนเสียชีวิตแล้ว เนื่องจากการอยู่ในภาวะขาดออกซิเจนค่ะ”
วินาทีนั้น หัวใจของฉวี่ชิงเกอเหมือนตกลงไปในขุมนรก
“เป็นไปไม่ได้ ฉันได้ยินชัดเจนเลยว่าพวกเขาร้องไห้แล้ว เป็นไปไม่ได้......”
“คุณฉวี่คะ โรงพยาบาลได้ออกใบมรณบัตรแล้ว ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ”
หลังจากพูดจบ พยาบาลก็ออกจากห้องผู้ป่วยไปเลย ฉวี่ชิงเกอตอนนี้รู้สึกหลากหลายอารมณ์ไปหมด เธอดึงเข็มออกมาและลุกจากเตียง ตอนที่เท้าเธอเพิ่งจะแตะถึงพื้น ความเจ็บปวดจากทั่วร่างกายก็ทำให้เธอล้มลงไปที่พื้นทันที
ประตูห้องผู้ป่วยถูกเปิดอีกครั้ง เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมชุดแบรนด์เนม แต่งตัวเรียบร้อยและสวยงาม ราวกับราชินีอย่างไรอย่างนั้น
“ไม่เจอกันนานเลยนะ ฉวี่ชิงเกอ”
เจี่ยนหล่านเดินเข้ามาช้า ๆ ใบหน้ามีแต่ด้วยรอยยิ้ม
“ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”
ฉวี่ชิงเกอมองเจี่ยนหล่านอย่างเกลียดชัง เธอจับขอบเตียงอยากจะลุกขึ้นจากพื้น แต่ร่างกายของเธอเจ็บสาหัสจนไม่มีแรงเหลือเลยแม้แต่น้อย
“จุ๊ จุ๊ ฉวี่ชิงเกอ แอบมาคลอดลูกของฟู่หนานจิ่นแบบนี้ เธอคิดอยากจะทำอะไรเหรอ? เธอกำลังวางแผนจะใช้ลูกมาเป็รข้ออ้างเพื่อให้ตัวเองได้เป็นคุณผู้หญิงฟู่ต่องั้นเหรอ? แต่น่าเสียดายจริง ๆ เลยนะ เด็กดันเสียชีวิตไปแล้ว”
เจี่ยนหล่านเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าฉวี่ชิงเกอ แล้วก็ก้มหน้าลงมามองเธอด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ
“ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่? เธอฆ่าลูกของฉันใช่ไหม?” ฉวี่ชิงเกอถามขึ้นมาเสียงดัง เวลานี้ร่างกายของเธอแทบพังทลายอยู่แล้ว!
ตอนที่พวกเขาคลอดออกมายังดี ๆ อยู่เลย แล้วจะเสียชีวิตได้ยังไง......
เจี่ยนหล่านหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน “เหอะ ฉวี่ชิงเกอ เธออย่าใส่ร้ายคนอื่นแบบนี้สิ เด็กตายเองต่างหาก”
“เป็นไปไม่ได้!”
“ฉวี่ชิงเกอ เธอลองดูสภาพตัวเองตอนนี้สิว่า มันช่างน่าสมเพชจริง ๆ อดีตดาวมหาวิทยาลัย A ของพวกเรา ตกอยู่ในสภาพแบบนี้ซะแล้ว เธอเคยขู่ว่าจะชนะการแข่งขันเปียโนระดับนานาชาติให้ได้ แล้วตอนนี้เธอจะเอาอะไรมาสู้กับฉันได้!”
“ใช่แล้ว ตอนนี้ฉันย้ายเข้าไปอยู่บ้านของหนานจิ่นแล้วนะ เขาและคุณป้าดูแลฉันดีมากเลยแหล่ะ เดี๋ยวพวกเราก็จะได้หมั้นกันในเร็ว ๆ นี้”
ฉวี่ชิงเกอจ้องมองเจี่ยนหล่านตาเขม็ง แล้วก็พูดอย่างไม่พอใจว่า “งั้นเหรอ? ฟู่หนานจิ่นคงยังไม่เห็นธาตุแท้ของเธอสินะ? ฉันจะค้นหาความจริงทั้งหมดให้ได้ ทั้งเรื่องอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกิดขึ้นตอนนั้น และเรื่องการตายของลูกด้วย! เรื่องเปียโนฉันก็จะไม่ยอมแพ้ เจี่ยนหล่าน ฉัน ฉวี่ชิงเกอ ไม่มีทางปล่อยเธอไปแน่!”
พอได้ยินแบบนั้น แววตาของเจี่ยนหล่านก็ดูเศร้าหมองขึ้นมาทันที เธอมองดูผู้หญิงหน้าซีดที่กำลังล้มอยู่บนพื้น แล้วก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงฝันร้ายที่เธอถูกฉวี่ชิงเกอกดขี่ตลอดสามปีในรั้วมหาวิทยาลัย
เห็นชัดอยู่ว่าเธอนั้นเก่งกว่าฉวี่ชิงเกอตั้งเยอะ
แล้วใบหน้าของเจี่ยนหล่านก็เปลี่ยนไปเป็นดุร้ายขึ้น เธอลุกขึ้นยืน เอารองเท้าส้นสูงที่สวมอยู่เหยียบหลังมือของฉวี่ชิงเกออย่างแรง
ความเจ็บปวดทำให้ใบหน้าของฉวี่ชิงเกอซีดลงในชั่วพริบตา
“ฉวี่ชิงเกอ ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความจริงหรอกนะ ทั้งชีวิตนี้เธอเลิกเพ้อฝันว่าจะได้เล่นเปียโนอีกเลย ชีวิตนี้เธอถูกกำหนดมาแค่ให้โดนฉันเหยียบย่ำเอาไว้ใต้เท้าเท่านั้นแหละ!”
........
แล้วฉวี่ชิงเกอก็สลบไป พอพยาบาลเข้ามาก็รีบพูดอย่างร้อนรนว่า “แย่แล้ว คนไข้ตกเลือด”
ในห้องฉุกเฉิน ฉวี่ชิงเกอรู้สึกว่าเธอกำลังจะตาย เธอได้ยินเสียงคนบุกเข้ามาในห้องผู้ป่วยแบบเลือนลาง มันเป็นเสียงของผู้ชายคนหนึ่งที่สุขุมและไม่คุ้นเคย
“ผมจะเป็นคนจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เธอเอง!”
“ถ้าเธอตายล่ะก็ ผมจะทำให้โรงพยาบาลของพวกคุณต้องลงไปในหลุมพร้อมกับเธอด้วย!”
เป็นใครกันนะ.....
ในห้องทำงานขนาดใหญ่ของบริษัทฟู่ซื่อ กรุป ชายคนหนึ่งสวมสูทสีดำ ใบหน้าหล่อเหลาของเขากำลังมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้อารมณ์ พายุฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เมือง A ถูกน้ำท่วมไปทั่วทั้งเมือง
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร จู่ ๆ ฟู่หนานจิ่นก็มีลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา ราวกับว่าสิ่งสำคัญบางอย่างกำลังจะหายไป
ห้าปีต่อมา ที่ทางออกฉุกเฉินของสนามบินในเมือง A เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งสวมแจ็กเก็ตสูทสีขาวเดินออกมา ผมหยักศกของเธอถูกปล่อยไว้ด้านหลัง ทุกการเคลื่อนไหวของเธอดูสูงส่งและสง่างาม พอเธอถอดแว่นกันแดดออก ก็เผยให้เห็นถึงใบหน้าที่ผ่องใสงดงามของเธอ
คนที่เดินผ่านไปผ่านมาอดไม่ได้ที่จะคอยมองผู้หญิงคนนี้ บางคนที่ไม่รู้ก็คิดว่าเธอเป็นดาราดังเสียอีก
ฉวี่ชิงเกอมองดูเมืองที่คึกคักวุ่นวาย ดวงตาของเธอกระพริบเล็กน้อย อารมณ์ต่าง ๆ ก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในจิตใจของเธอ
พอกลับมาตั้งสติได้ เธอก็เดินไปทางห้องน้ำ
ตอนที่ฉวี่ชิงเกอเดินออกมา เธอก็ชนเข้ากับอะไรบางอย่างที่เล็ก ๆ
“อุ๊ย!”
เสียงที่อ่อนเยาว์ทำให้ฉวี่ชิงเกอผงะไปเล็กน้อย
“ขอโทษค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจ”
เด็กน้อยคนนั้นเงยหน้าขึ้น แล้วตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เขาพูดอย่างประหลาดใจว่า “ว้าว พี่สาว คุณสวยจังเลยค่ะ! คุณคือดาราดังใช่มั้ยคะ? ”
พอได้ยินแบบนั้น ฉวี่ชิงเกอก็มองไปที่ใบหน้าที่ขาวกระจางใสและอ่อนโยนพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มว่า “หนูน้อย ฉันไม่ใช่ดาราดังหรอกนะจ้ะ!”
“ว้าว พี่สาวนอกจากจะสวยแล้ว เสียงก็ยังเพราะมากอีกด้วย หนูชอบพี่จังเลย หนูมีลูกอมที่เพิ่งเอามาด้วยจากอิตาลี หนูให้พี่ค่ะ”
พอพูดจบ ฟู่เวินโหรวก็หยิบช็อกโกแลตชิ้นหนึ่งออกมาจากในกระเป๋าใบเล็กของตัวเอง แล้วก็ยื่นใส่มือฉวี่ชิงเกอ
“ไว้เจอกันใหม่นะพี่สาวคนสวย”