ตอนที่ 1
“เทพเป็นอะไรมากไหม” เพียงแค่ประตูห้องเปิดออก รมย์นลินก็ถลากายพุ่งเข้าไปพร้อมเอ่ยถามแฟนหนุ่มด้วยความห่วงใยระคนตกใจ ใบหน้าขาวสวยแดงระเรื่อด้วยเลือดฝาดสาว เพราะรีบวิ่งมาหาคนรักอย่างรวดเร็ว อีกทั้งผมเผ้าก็ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงเพราะไม่ทันจะได้หวี
หลังจากที่เธอวางโทรศัพท์แล้วก็รีบลุกจากเตียง คว้าเสื้อคลุมชุดนอนได้ก็วิ่งมาหาแฟนหนุ่มที่หอซึ่งอยู่คนละฝากฝั่งของถนนอย่างกังวลและหวาดกลัวว่าเทพกานต์จะป่วยหนัก เพราะเห็นชายหนุ่มขาดการติดต่อไปหลายวัน มหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ไป โทรหาก็ไม่ติด ซึ่งผิดปรกติวิสัยของหนุ่มที่รักเรียนไม่เคยขาดแม้สักครั้ง
“หลิน...ขอโทษนะที่ต้องโทรไปกวน แต่เทพไม่รู้ว่าจะโทรหาใครแล้วจริงๆ ” เทพกานต์เอ่ยบอกเสียงเบาหวิว และรีบเดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียงเหมือนเดิม แต่ดวงตาคมวาวกลับจ้องมองร่างโปร่งบางเหมือนกับหมาป่าเจ้าเล่ห์จ้องเหยื่ออันโอชะ
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนมุมปากข้างหนึ่ง เขาสู้วางแผนการเพื่อเข้าใกล้แม่สาวจอมหยิ่ง ไม่แม้แต่จะมีสายตาหรือเข้าใกล้ผู้ชายคนใดมาเกือบจะหกเดือนถึงได้มีวันนี้ เพราะอย่างนั้นคืนนี้เขาจะไม่ยอมให้รมย์นลินหนีรอดไปได้อีกแล้ว หลังจากที่หญิงสาวอิดออดมาหลายครั้ง
“ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ รู้ไหมว่าหลินเป็นห่วงเทพแค่ไหน มาหาที่หอหลายต่อหลายครั้งก็ไม่เคยเจอ โทรหาก็ปิดเครื่อง มหาลัยก็ไม่ยอมไป เทพเป็นอะไรกันแน่ หรือว่าเราสองคนไม่ใช่คนรักกัน ถึงได้ทำเป็นลึกลับปิดบังกันอย่างนี้” มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้า ปากก็พร่ำตัดพ้อต่อว่าด้วยความน้อยใจ
วันนั้นก่อนที่ชายหนุ่มจะปล่อยให้เธอกลับห้องก็รู้หรอกนะว่าเขาน้อยอกน้อยใจที่เธอไม่เชื่อใจ ถึงแม้ระหว่างที่คบกันนั้นจะยอมให้ชายหนุ่มถูกเนื้อต้องตัว แต่เพราะเธอกลัว...กลัวความผิดหวัง กลัวว่าจะถูกเมินหน้าหนี กลัวไปต่างๆ นานา สารพัดความกลัวที่มันแล่นเข้าสู่หัวใจ เลยอิดออดไม่ยอมที่จะค้างและมีอะไรกับชายหนุ่ม
“ขอโทษนะหลิน เป็นเพราะป่วย เลยทำให้หงุดหงิด อยากจะอยู่คนเดียว คิดมากไม่อยากให้ใครต้องมารับภาระกับคนที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง เรี่ยวแรงก็ไม่มี เหมือนกับเป็นคนไร้ค่าอย่างไรไม่รู้”
สองแขนเล็กเรียวโอบรอบร่างหนาใหญ่อย่างรู้สึกผิดที่ทำให้เทพกานต์เป็นทุกข์กังวลกับความรู้สึกกลัวของตัวเอง “ขอโทษนะเทพ แต่หลินกลัว เทพก็เห็นว่ามีหนุ่มสาวหลายคู่ที่รักกันแล้วก็ไม่ยับยั้งชั่งใจ ปล่อยให้เรื่องราวมันเลยเถิดจนมีเรื่องไม่ดีไม่งามเกิดขึ้น บ้างก็ถูกทอดทิ้งให้ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่เพียงลำพัง หลินกลัวจริงๆ นะ...กลัวว่าระหว่างเราจะต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนั้น แล้วหลินจะทำยังไงล่ะถ้าเกิดเทพทิ้งหลิน หรือปล่อยให้ต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านั้นเพียงลำพัง”
เทพกานต์สะดุ้งเฮือกกับคำพูดที่ออกจากเรียวปากนุ่มและอวบอิ่มที่เขาเคยได้ลิ้มรสมาหลายครั้งแล้ว แต่เพราะศักดิ์ศรีบางประการที่มันค้ำคออยู่ก็ทำให้เขาต้องรีบสลัดความรู้สึกเหล่านั้นออกไปในทันที ร่างหนาหันหน้ามาหารมย์นลิน สองมือใหญ่วางทาบบนผิวหน้าขาวนวล ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่ววงหน้าขาวสวยรูปไข่ที่สวยงามและสะดุดตาชายหนุ่มทั่วทั้งมหาวิทยาลัย
ตั้งแต่ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ จมูกโด่งเป็นสัน พวงแก้มขาวนวลเต็มไปด้วยเลือดฝาดสีชมพู และสุดท้ายนั้นคือ...ริมฝีปากอิ่มเต็มและหวานนุ่ม ทำเอาใจหนุ่มถึงกับกระเจิดกระเจิงได้ทุกครั้งยามที่ได้ลิ้มรส ปลายนิ้วยาวใหญ่ลากไล้บนพวงแก้มนุ่ม พร้อมด้วยรอยยิ้ม ดวงตาคมจ้องเข้าไปในดวงตากลมโตเหมือนกับกำลังสะกดจิตให้รมย์นลินนั้นหลงใหลในคำพูดที่ปั้นแต่งขึ้นมาอย่างสวยหรูและหวานฉ่ำ แต่หาความจริงใจไม่ได้สักนิด
“หลินก็รู้ว่าเทพรักหลินแค่ไหน แล้วอย่างนี้เทพจะทำร้ายหัวใจของตัวเองได้ยังไงกันล่ะ ต่อให้โลกจะแตกไปต่อหน้า ในหัวใจและสายตา” เทพกานต์จ้องเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับต้องการสะกดจิตรมย์นลินให้หลงใหลใคร่เสน่หาในตัวเองจนยากเกินจะถอนตัวถอนใจได้
“จะมีแต่หลินคนเดียวเท่านั้น เราสองคนจะจับมือพร้อมเดินไปด้วยรักและเข้าใจ ในหัวใจเทพจะมีหลินครอบครอง สองแขนจะไม่โอบกอดใครอีกนอกจากหลินคนเดียวเท่านั้น...สัญญา”
“เทพ...” รมย์นลินผวากอดแฟนหนุ่มอย่างตื้นตันใจ
“หลินจ๋า เทพรักหลินนะ รักมาก รักสุดหัวใจเลย” เทพกานต์ไม่ยอมให้โอกาสดีหลุดลอยไป ปลายมือใหญ่จับรั้งปลายคางมนให้แหงนหงายขึ้น ดวงตาคมกริบเป็นประกายพราวระยับมองอย่างต้องการสะกดจิตรมย์นลิน ใบหน้าคมคร้ามแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มและหวานเชื่อมโน้มลงไปอย่างเชื่องช้าจนริมฝีปากหนาอุ่นร้อนประทับสนิทแน่นบนเรียวปากอวบอิ่มและหวานเชื่อม
เทพกานต์กดจุมพิตเหมือนจะหยอกล้อแต่หนักหน่วง สร้างความซ่านสยิวและวาบหวามให้กับสาวน้อยอ่อนไร้เดียงสาเป็นอย่างมาก ไม่เคยสักครั้งจากการแตะต้องตัวของชายหนุ่มที่จะเหมือนครั้งนี้
เพราะเธอรู้สึกเหมือนมีลูกไฟร้อนผ่าวทาบทับอยู่บนเรียวปากนุ่ม และมือใหญ่ที่เคลื่อนไหวไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของเรือนกาย และหยุดพักอยู่ตรงกลางระหว่างอก ชายหนุ่มกดคลึงอย่างย่ามใจ มือใหญ่ฟอนเฟ้นอย่างหนักหน่วงสลับแผ่วเบาอย่างต้องการดึงสติรมย์นลินให้ลุ่มหลง จนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นยินยอมที่จะเดินทางตามติดไปทุกหนทุกแห่งแล้วแต่เขาจะพาไป
“เรารักกันใช่ไหมหลิน” ริมฝีปากร้อนผ่าวประพรมจุมพิตไปทั่วใบหน้าขาวนวล ในขณะที่มือใหญ่ก็ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ กระดุมเสื้อนอน เพราะเสื้อที่หญิงสาวสวมใส่ออกมานั้นติดกระดุมด้านหน้าเลยเป็นโอกาสดีให้เทพกานต์ปลดกระดุมจากรังดุมและเข้าครอบครองสองเนินเนื้ออวบอิ่มและนุ่มหยุ่นอย่างรวดเร็ว จนรมย์นลินไม่ทันจะได้ห้ามปราม เพราะหัวใจก็หวั่นไหวและวาบหวามไปกับจุมพิตร้อนผ่าวที่เหมือนกับจะสูบเอาวิญญาณออกจากร่าง
มือใหญ่ดึงรั้งเอาชุดนอนออกจากเรือนกายโปร่งบางและโยนทิ้งไป สองแขนแข็งแกร่งกอดรัดร่างนุ่มนิ่มอย่างแนบชิดจนแทบไม่มีที่ว่าง พร้อมกับดันร่างที่เมื่อแรกเห็นว่าโปร่งบางแต่เอาเข้าจริงกลับกลมกลึงให้นอนลงบนเตียงนอน โดยไม่ยอมถอดถอนจุมพิตเว้าวอนและเรียกร้องให้ตอบสนอง
“เทพ...หลินกลัว” รมย์นลินสั่นสะท้านราวกับลูกนกตกน้ำ สองมือเล็กได้แต่จับอยู่บนแขนแข็งแกร่ง มองสบดวงตาเข้มอย่างเว้าวอน หัวใจเต้นแรงและเร็วเหมือนกับจะทะลุออกมาจากทรวง
“เทพรักหลินที่สุด...เราจะมีกันและกันตลอดไปนะ” ปากหนาพร่ำเอ่ยคำรักเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ...จัดการรมย์นลินให้สมรักสมปรารถนา
สัมผัสที่โลมไล้ทั่วกายาและคำรักหวานๆ ทำให้ความคิดที่จะห้ามปรามเริ่มเลือนหายไปจากสมองรมย์นลิน ด้วยปั่นป่วนและซ่านสยิว ริมฝีปากอวบอิ่มอ้าออกกว้างให้ปลายลิ้นสากระคายและร้อนผ่าวซอกซอนไปทั่วโพรงปาก ลิ้นเล็กเกี่ยวกระหวัดซอกซอนตามติดลิ้นใหญ่ท่องเที่ยวไปทั่วทั้งสองโพรงปาก
สองมือเล็กเริ่มขยับเคลื่อนไปตามกล้ามเนื้อแข็งแกร่งซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างคนที่ออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ และยิ่งวันนี้เทพกานต์ใส่เพียงเสื้อกล้ามตัวเดียวก็ยิ่งทำให้มือเล็กได้สัมผัสกับผิวหนังอุ่นๆ จนร้อนอย่างถนัดถนี่ จนสองแขนเรียวโอบรอบลำคอแกร่ง ปลายนิ้วเล็กๆ หยอกล้อพัวพันกับเส้นผมหนาและนุ่ม บดเบียดลำตัวเสียดสีกับกายแข็งแกร่ง
“หลินจ๋า...น่ารักมากเลยรู้ไหมคนดี”
เทพกานต์ถึงกับร้องครางในลำคอกับการตอบสนองอย่างไร้เดียงสา ใช่ว่าเขาจะไม่เคยหลับนอนกับผู้หญิง ก่อนที่จะคบกับรมย์นลินก็มีแฟนมาแล้วตั้งหลายคน กิน เที่ยวและสุดท้ายก็จบลงบนที่นอนด้วยความสนุกสนาน ไม่เคยที่จะผูกมัดตัวเองกับใคร เบื่อก็เลิกกัน ต่างคนต่างไปตามทางของตัวเอง แต่ในบรรดาผู้หญิงที่คบและมีความสัมพันธ์กัน ไม่เคยมีใครทำให้เขาร้อนเป็นไฟเหมือนกับคนในอ้อมกอดนี้สักคน
ตอนที่ 2
แม้กระทั่งจูบไม่เป็นสับปะรด แต่หวานฉ่ำเชื่อมยังกับน้ำผึ้งจากดอกไม้แรกแย้ม ทำเอาเขาร้อนผ่าวไปทั้งตัวจนอยากปล้ำเสียหลายครั้ง แต่เพราะกลัวไก่จะตื่นเลยต้องระงับอารมณ์เอาไว้ เคยแม้กระทั่งลับหลังหญิงสาวแล้วไปนอนกับคนอื่น แต่ทุกครั้งที่เขาจูบกับใครก็ตามความคิดก็จะวนเวียนกลับมาหารมย์นลินทุกครั้ง จนเขาถึงกับหมดอารมณ์ที่จะมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นไปในทันที
มือใหญ่ฟอนเฟ้นทรวงอกอวบอิ่มหนักสลับเบาเต็มๆ แรงก่อนจะเคลื่อนไปด้านหลังอย่างเชื่องช้าเพื่อปลดปล่อยทรวงอวบอิ่มให้เป็นอิสระ เพื่อให้มือใหญ่ฟอนเฟ้นอย่างแนบชิดกว่าเดิม อีกทั้งเทพกานต์รู้สึกเหมือนกับว่าเป็นคนกระหายอยากลิ้มรสน้ำหวานกุหลาบจากเรือนกายแรกแย้ม
“ขอเทพนะหลิน” ริมฝีปากหนาร้อนพรมจุมพิตไปทั่ววงหน้าหอมนวล สองมือใหญ่ช้อนใต้ร่างโปร่งบางและดันแผ่นหลังขึ้นสูง พร้อมขับเคลื่อนใบหน้าลงไปซุกไซ้ซอกคอระหง ริมฝีปากขบเม้มจนผิวกายเนียนขาวเหมือนกับไข่ปอกเป็นสีแดงช้ำเหมือนกับถูกมดกัด
สองมือเล็กจิกทึ้งเส้นผมหนานุ่ม ดวงตากลมโตเบิกกว้าง หัวใจเต้นแรงเหมือนกับมีใครเอากลองมาตีรัวอยู่ภายใน ลมหายใจหอบแรงเหมือนกับคนที่ออกแรงวิ่งระยะทางไกลมา เมื่อลมอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้ออ่อนไหว และใบหน้าคมคร้ามก็ประทับแน่นอยู่ระหว่างสองทรวงสล้าง
“เทพ...หยุด...เถอะนะ หลินไม่ไหวแล้ว...” รมย์นลินเอ่ยบอกแฟนหนุ่มเสียงแหบพร่าและขาดเป็นห้วงๆ ด้วยความซ่านสยิว ในท้องเหมือนกับมีลูกไฟย่อมๆ ไหลวนเวียน
แต่มีหรือที่เทพกานต์จะยอมหยุด ถึงแม้จะไม่ใช่เพราะศักดิ์ศรีที่ได้พนันกับเพื่อนเอาไว้ แต่เพราะเขาเองปั่นป่วนและร้อนเป็นไฟแล้วต่างหาก แขนใหญ่สอดรัดลำตัวบอบบางให้มืออีกข้างขยับเคลื่อนกลับมาด้านหน้าและเข้าครอบครองเนินทรวงอวบอิ่ม ในขณะที่ปากหนาก็เข้าครอบครองปลายยอดถันอีกข้างด้วยการตวัดปลายลิ้นไล้วนเวียนหยอกล้อรอบทับทิมผลนุ่มก่อนจะเข้าครอบครองมันอย่างเต็มปากเต็มคำ
“เทพ...” รมย์นลินกรีดร้องเสียงดังลั่น เพลิงไฟแห่งความปรารถนาและความปั่นป่วนและรัญจวนใจแผ่ซ่านไปทั่วทั้งกาย สองมือเล็กที่เคยจิกทึ้งดึงศีรษะทุยให้ออกจากกลับแปรเปลี่ยนเป็นกดรั้งให้แนบชิดมากยิ่งกว่าเดิม สองเท้าเรียวยาวขยับเสียดสี จิกเกร็งปลายนิ้วบนเตียงนอนแข็งกระด้าง
เทพกานต์ยิ้มกว้าง กายใหญ่ขยับตัวโค้งงอ สองมือละจากเรือนกายโปร่งบางมาจิกทึ้งดึงเอาเสื้อกล้ามออกจากกายและโยนทิ้งไป ก่อนใบหน้าคมคร้ามจะโน้มลงไปหาสองปทุมถันอวบอิ่มซึ่งกระเพื่อมไหวเหมือนกับดอกบัวที่บานอยู่กลางสระมรกต
มือใหญ่ข้างหนึ่งครอบครองบีบเคล้นทรวงสล้างอวบอิ่ม ในขณะที่อีกข้างก็ขยับเคลื่อนลงไปตามผิวกายเนียนนุ่มหยอกล้อกับหน้าท้องแบนราบเรียบและไร้ไขมัน ก่อนจะเคลื่อนลงไปลากไล้รอยขอบกางเกงนอนตัวสั้น แม้จะเมามันอยู่กับความหวานฉ่ำเชื่อมราวกับผลไม้รสทิพย์ แต่ก็ยังรับรู้ว่ายังมีปราการอีกสองชิ้นที่ขวางกั้นไม่ให้เขาได้เห็นกายสาว
“ให้ฉันได้เห็นเธอชัดๆ นะหลิน...ให้ฉันได้สัมผัสและรักเธอนะที่รัก” มือใหญ่ลากไล้บีบนวดต้นขาเรียวยาวและสะโพกกลมมนผ่านผ้าเนื้อบางเบาส่งผ่านกระแสไฟอ่อนๆ ไปตามเรือนกายโปร่งบาง ก่อนที่มือใหญ่สอดเข้าระหว่างสะเอวและดึงรั้งอาภรณ์สองชิ้นสุดท้ายออกจากกายสาวโยนทิ้งไป
เทพกานต์ค่อยๆ ส่งปลายนิ้วยาวลากไล้เหมือนกับขนนกโบยบินในอากาศไปตามผิวกายเนียนนุ่มดุจแพรไหม มือใหญ่สอดแทรกแยกลำขาเรียวยาวออกห่างจากกัน นิ้วมือร้อนลากไล้เป็นวงกลมเริ่มจากต้นขาด้านนอกและค่อยๆ ขยับเคลื่อนไปจนถึงต้นขาด้านในและขยับเข้าหยอกล้อกับเส้นไหมนุ่มที่ปกปิดบุปผานุ่มจากหมู่ภมรทั้งหลาย ปลายนิ้วยาวใหญ่และร้อนผ่าวแยกกลีบกุหลาบออกอย่างเชื่องช้าจนได้พบกับเกสรนุ่มที่ซุกซ่อนอยู่ภายในที่ชายหนุ่มไม่รอช้า ส่งปลายนิ้วเข้าไปทักทายอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวล
“ทะ...เทพ...” เสียงแหบเครือและหวานนุ่มลอยมาจากริมฝีปากอวบอิ่ม ปลายนิ้วเล็กเรียวจิกทึ้งเส้นผมหนานุ่ม ลำตัวโปร่งบางแอ่นโค้งให้สองบัวงามเต่งตึงได้สัมผัสแนบชิดกับริมฝีปากร้อนผ่าวที่กำลังกลืนกินปลายยอดทรวงเนื้อนุ่มเหมือนกับทารกกลืนกินน้ำนมจากทรวงอกมารดา อีกทั้งปลายนิ้วใหญ่ก็เริ่มกดคลึงซุกไซ้ซอกซอนไปตามรอยแยกกลีบดอกไม้บอบบาง
“จ๋า...อยากให้ฉันทำอะไรละจ๊ะหลิน” เทพกานต์ขานรับทั้งที่ยังดูดกลืนปลายยอดทรวงหวานนุ่มอยู่ ใบหน้าคมคร้ามละจากทรวงสล้างข้างหนึ่งย้ายไปอีกข้างหนึ่ง ปลายลิ้นสากระคายไล้รอบๆ ผลเชอร์รี่สลับกับตวัดไล้หยอกล้อแผ่วเบาสลับหนักหน่วง แรงและเร็ว ปลายนิ้วยาวใหญ่ลากไล้รอยแยกกลีบดอกรักสลับกดคลึงเกสรสวาทจนร่างน้อยถึงกับสั่นสะท้านพยายามยกสะโพกส่ายหนี แต่กายใหญ่กลับรีบขยับเคลื่อนตัวให้สองขาแข็งแกร่งตรึงลำขาเรียวยาวเอาไว้ พร้อมกับส่งปลายนิ้วยาวและร้อนผ่าวสอดแทรกเข้าไปในกลีบกุหลาบนุ่ม
ใบหน้าขาวนวลแดงระเรื่อ เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดขึ้นตามอากาศที่ร้อนผ่าวเพราะมีเพียงแค่พัดลมตัวเล็กที่เปิดอยู่ บวกกับไฟพิศวาสที่รุมเร้ารอบเรือนกาย ซาบซ่านและสยิวทรวง ในท้องน้อยเหมือนกับมีลูกไฟขนาดย่อมที่พยายามขยายตัวให้ใหญ่ขึ้นและขยับไหวเหมือนเกลียวคลื่นที่สาดซัดเข้าหาฝั่ง สองปทุมถันอวบอิ่มขยับไหวรุนแรงจมหายในมือใหญ่และอุ้งปากร้อนผ่าว ลำขาเรียวยาวถูไถกับฟูกนอนระบายความซ่านสยิวที่แล่นพล่านไปตามกระแสเลือดทั่วทั้งกายา
“หลิน...เธอเป็นนางฟ้าหรือแม่มดกันแน่ฮึ” เทพกานต์ละริมฝีปากอุ่นร้อนจากบัวสล้าง แต่ยังไม่ยอมปล่อยให้ปทุมถันอวบอิ่มได้เป็นอิสระด้วยการส่งมือใหญ่ฟอนเฟ้นสลับไปมาอย่างหนักหน่วงและรุนแรงตามไฟปรารถนาที่มันลุกโชติช่วงอยู่ในกระแสเลือด จุมพิตร้อนผ่าวขบเม้มเคลื่อนไปตามผิวกายเนียนนุ่มทิ้งรอยแดงเป็นจ้ำและไฟร้อนผ่าวซึ่งตามติดไปทั่วทุกหนแห่งที่ริมฝีปากหนาร้อนลากผ่าน ปลายลิ้นสากระคายและร้อนผ่าวตวัดไล้ผิวกายเนียนนุ่มเหมือนใยไหม หยอกล้อกับช่องเล็กๆ ที่อยู่กึ่งกลางหน้าท้องแบนราบเรียบและไร้ไขมันส่วนเกิน
กายใหญ่แทรกเข้าไปพำนักระหว่างลำขาเสลา ปลายนิ้วยาวใหญ่ที่ซุกไซ้ไปในกลีบกุหลาบนุ่มขยับเคลื่อนตัวออกแผ่วเบาและนุ่มนวล มือใหญ่สอดและดันสะโพกงามงอนให้ลอยขึ้นเหนือฟูก เพื่อให้ได้ยลกุหลาบอวบอูมอย่างถนัดตาไม่มีสิ่งใดขวางกั้น
“อู้...” ชายหนุ่มถึงกับส่งเสียงครางแหบพร่าในลำคอ ดวงตาคมกริบเบิกกว้าง พร้อมกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ “สวยมาก...ที่รัก...สวยที่สุด” เทพกานต์พูดออกมาเหมือนกับคนละเมอ
มือใหญ่ละจากการบีบเคล้นทรวงสล้าง ลากไล้จากหน้าท้องแบนราบเรียบและสวยไปด้านหลังเอวเล็กคอดขยำนวดสะโพกกลมกลึง พร้อมกับใบหน้าคมคร้ามโน้มลงไปอย่างช้า แต่ดวงตาคมกริบกลับเหลือบขึ้นมองมและได้สบกับดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งหวาดหวั่นและหวาดกลัว วาบหวาม หวั่นไหวและร้อนผ่าวไปด้วยไฟปรารถนาเหมือนกับภูเขาไฟร้ายที่รอวันปะทุ
“ขอนะหลิน...” เทพกานต์บอกเสียงนุ่มและแผ่วพลิ้ว จรดริมฝีปากร้อนผ่าวประทับบนเนินดอกรักสะอาดขาวแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารถเส้นไหมนุ่มจนพลิ้วกระจายเพราะความร้อนแรงของพายุพิศวาสที่หล่อหลอมสองกายให้เดินไปในเส้นทางเดียวกัน
ริมฝีปากหนาร้อนขบเม้มผิวเนื้อขาวเนียนจากต้นขาด้านในฝั่งหนึ่งและย้ายไปอีกฝั่งจนผิวกายส่วนนั้นแดงเป็นจ้ำๆ ก่อนจะขยับเคลื่อนพรมจุมพิตแผดร้อนเผาซบนิ่งกับกุหลาบอวบอูม ขบเม้มหยอกเย้าก่อนปลายลิ้นสากระคายตวัดไล้ไปตามรอยแยกกลีบกุหลาบนุ่มสอดแทรกสัมผัสกับเส้นทางสวาทอบอุ่น แล้วขยับเคลื่อนไปตวัดไล้หยอกล้อเกสรดอกรักแผ่วเบาก่อนจะทวีความเร็วขึ้น จนกายโปร่งบางถึงกับหวีดร้องเสียงดังลั่น ปลดปล่อยน้ำหวานเอ่อล้นซึมออกมา แต่ก็ยังไม่มากพอให้ชายหนุ่มได้ลิ้มลองอย่างอิ่มเต็ม
ตอนที่ 3
“เทพ...หลิน...ไม่ไหวแล้ว...” รมย์นลินรู้สึกเหมือนกันว่ามีของเหลวอุ่นร้อนไหลออกจากเรือนกาย สองมือเล็กจิกทึ้งผ้าปูเตียงสีขาวขุ่นและดึงแรงๆ ปลายเท้าจิกเกร็งพร้อมกับเสียงหวานเชื่อมที่ดังออกมาเป็นระลอก
ใบหน้าขาวสวยแดงปลั่งด้วยเลือดฝาดแหงนหงายไปด้านหลัง ลมหายใจหอบพร่าและแรงเร็วจนสองปทุมถันกระเพื่อมไหว ท้องน้อยบิดเกลียวเป็นเกลียวคลื่น ซ่านสยิวและรัญจวนใจไปทั่วทุกรูขุมขน เหมือนกับว่ากำลังเดินทางอยู่ในดินแดนแห่งความฝัน ร่างทั้งร่างเบาหวิวเหมือนกับปุยนุ่นลอยไปบนฝากฟ้าและแตกกระจายเหมือนกับพลุไฟและตกลงในคุ้งน้ำเย็นฉ่ำ
เทพกานต์เหลือบตาขึ้นมอง ใบหน้าคมคร้ามเปื้อนยิ้มนิดๆ ร่างหนาขยับขึ้นนั่งบนเตียง สองมือใหญ่ช้อนสะโพกงามงอนให้ลอยเด่นเหนือพื้นเตียงพอให้รมย์นลินได้เห็นว่าเขากำลังทำอย่างไรกับเรือนกายสาวสดและสวยงามของเธอ สองมือใหญ่ขยำนวดสะโพกกลมมน ริมฝีปากหนาร้อนประทับไล่บนลำขาเสลาอีกครั้งเพื่อแยกลำขาเรียวยาวให้ออกห่างเปิดทางให้เขาได้ลิ้มดอกรักหวานฉ่ำนุ่ม
“เทพ...” รมย์นลินร้องเรียกชายหนุ่มเสียงแหบพร่าและสั่นเครือ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ลมหายใจหอบกระเส่าและแรงเร็วจนสองปทุมถันกระเพื่อม ความเสียวซ่านและรัญจวนใจแล่นพล่านไปตามกระแสเลือด สองมือไขว่คว้าหาร่างใหญ่แต่กลับเอื้อมไม่ถึง จึงได้แต่จิกทึ้งดึงผ้าปูเตียงแรงๆ ลำขาเรียวยาวจิกเกร็ง สะโพกหนั่นแน่นพยายามส่ายหนีไฟร้อนผ่าวที่ลามเลียอยู่บนเรือนกายบอบบางและอ่อนเยาว์แต่ก็ไม่พ้นเมื่อถูกชายหนุ่มตรึงไว้ด้วยความแข็งแกร่งและชั้นเชิงที่เหนือกว่า
“จ๋า...อยากได้อะไรล่ะที่รัก” แม้กำลังกลืนกินน้ำผึ้งจากบ่อน้ำแอ่งน้อย แต่เมื่อได้เห็นเชอร์รี่ผลเล็กและแดงสดซึ่งแต่งแต้มอยู่บนก้อนเนื้อขาวนวลไหวกระเพื่อมยั่วตายั่วใจความกระหายอยาก ทำเอาเรือนกายแข็งแกร่งที่ขยายใหญ่ดุนดันกางเกงกีฬาขาสั้นอยู่ถึงกับรวดร้าว มือใหญ่ขยำนวดสะโพกกลมมลแรงๆ ปลายลิ้นสากระคายสอดแทรกจมลึกไปในท่อลำเลียงน้ำหวานนุ่ม แหวกว่ายเหมือนกับปลาตัวน้อยเสาะหาอาหาร
ดูเหมือนว่าความใกล้ชิดจะยังไม่พอให้ชายหนุ่มได้ชิมรสหวานจากเรือนกายสาว และอีกทั้งเส้นทางสวาทอบอุ่นและฉ่ำร้อนก็ยังแย้มบานไม่พอให้มังกรตัวใหญ่ยักษ์เติมเต็มสร้างความหฤหรรษ์กับสองร่าง เทพกานต์ยื่นมือไปคว้าหมอนหนุนสองใบมาวางซ้อนทับและยกสะโพกกลมมนวางลงไป เพื่อให้เขาได้เคลื่อนมือขึ้นไปสัมผัสฟอนเฟ้นทรวงสล้างขาวผ่อง และส่งปลายนิ้วยาวใหญ่คลี่ผกากรองอ่อนเยาว์ให้บานแย้มพอที่จะกลืนกินหนอนยักษ์ได้ในเร็วไว
“เทพ...ได้โปรด...” รมย์นลินอ้อนวอนเสียงดังลั่นห้องด้วยความสยิวซ่านทรวง ใบหน้าแดงปลั่งเต็มไปด้วยเลือดฝาดสาว ลมหายใจหอบแรงจนสองปทุมถันกระเพื่อมไหว เรือนกายโปร่งบางขยับส่ายเป็นเกลียว ริมฝีปากอวบอิ่มบวมช้ำห่ออู้พร้อมกับเสียงครางหวานๆ ดังออกมาเป็นระยะ มือเล็กเรียวค่อยๆ ขยับเคลื่อนไปบนร่างแกร่งและจิกปลายเล็บบนไหล่กว้างพร้อมกับลากแรงๆ จนร่างใหญ่สะดุ้ง
นิ้วใหญ่ขยับเคลื่อนรุกล้ำเข้าไปในความอบอุ่นและร้อนผ่าวอย่างช้าๆ จนได้สัมผัสกับสายใยบางๆ บอกให้รู้ว่าหญิงสาวคนนี้ยังบริสุทธิ์และผุดผ่อง ไม่เคยมีภมรใดเคยไต่ตอม เทพกานต์เปิดเส้นทางสวาทด้วยการขยับเคลื่อนนิ้วอย่างแผ่วเบา นุ่มนวลและอ่อนโยน และมีอีกนิ้วกดคลึงปุ่มสวาทหวานสลับกับการใช้ปลายลิ้นหยอกเย้ากดคลึงเกสรหวานนุ่มสลับกับตามนิ้วยาวใหญ่ที่ค่อยๆ เพิ่มจำนวนซุกไซ้ท่อลำเลียงน้ำหวานกุหลาบ
“อืม...หลิน แม่เจ้า...” น้ำเสียงหวานนุ่มและแหบพร่าดังออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มเป็นระยะ สองมือเล็กเรียวลูบไล้ไปบนกล้ามเนื้อแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยมัดกล้าม เรือนกายโปร่งบางขยับเคลื่อนไปตามแรงเคลื่อนไหวที่เป็นไปอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน
รมย์นลินหลงเพลิดไปในเพลิงพิศวาส กายบางเบาหวิวเหมือนลูกโป่งลอยละลิ่วไปบนฟ้ากว้างและแตกกระจายเหมือนกับพลุดวงใหญ่ สายธารร้อนผ่าวเอ่อล้นและซึมหายไปในอุ้งปากกว้าง
“เทพ...เทพ...ได้โปรด” รมย์นลินหายใจหอบฮักเหมือนกับคนวิ่งระยะทางไกลมา เนื้อตัวยังคงเต้นระริกกับความสุขสมที่ไม่เคยคิดว่าจะมากมายถึงเพียงนี้ ดวงตากลมโตเป็นประกายหวานฉ่ำเชื่อม วงหน้าหวานสวยแดงปลั่งเหมือนผลเชอร์รี่และมีหยดเหงื่อไหลซึมเปรอะหน้าส่งยิ้มหวานฉ่ำเยิ้ม
“ต้องการอะไรละจ๊ะหลิน” เทพกานต์ส่งยิ้มตอบกลับ ดวงตาคมกริบมองเข้าไปในดวงตากลมโต ริมฝีปากอุ่นร้อนทาบและหยอกล้อไปบนผิวกายเนียนนุ่ม พร้อมกับมือใหญ่ดึงเอากางเกงออกจากกาย ปลดปล่อยภมรตัวใหญ่ออกมาทักทายเส้นทางกุหลาบฉ่ำหวาน แต่เพื่อไม่ให้รมย์นลินขลาดกลัวกับอาวุธร้ายและใหญ่โตเกินชายทั่วไป เขาจึงจับมือเรียวให้หญิงสาวได้รู้จักกับกายแข็งแกร่งด้วยการนำพามันลากไล้เคลื่อนไหวไปทั่วตัวและหยุดอยู่ใกล้ๆ กับสัญลักษณ์แห่งความเป็นชายชาติอาชาไนย
“อุ้ย!!” รมย์นลินตกใจกับเรือนกายที่ขยายใหญ่และร้อนผ่าว มือเล็กพยายามดึงหนีแต่กลับถูกกดรั้งเอาไว้ด้วยแรงที่เหนือกว่า “ทะ...เทพปล่อยหลินเถอะนะ...” หญิงสาวร้องบอกด้วยน้ำเสียงค่อนข้างไปทางตื่นตระหนก
“ไม่ต้องกลัวนะ เทพทั้งรักทั้งหลงหลินแทบเป็นบ้าอยู่แล้ว หลินจะทิ้งให้คนที่รักต้องทรมานเหรอ รู้ไหมว่าถ้าถูกปฏิเสธคราวนี้ เทพคงจะต้องเป็นบ้าแน่ๆ เลย” เทพกานต์กัดฟันบอกด้วยความปวดร้าวและน้อยใจที่รมย์นลินไม่เชื่อใจเขา
ใบหน้าคมคร้ามแดงคล้ำ ลมหายใจหอบแรง แม้ว่าจะต้องเจ็บปวดกับการที่ยังไม่ได้ฝังร่างในความอบอุ่นและฉ่ำร้อน แต่ก็ยอมตัดสินใจปล่อยมือเล็กเรียวให้เป็นอิสระพร้อมกับหันหลังหนีหญิงสาว ด้วยรู้ดีว่าถึงรมย์นลินจะใจแข็งแค่ไหน แต่ถ้าถูกเขาแสดงออกแบบนั้น หญิงสาวย่อมต้องยอมโอนอ่อนผ่อนตาม
ใบหน้านวลผุดผ่องคลี่ยิ้มพราย เมื่อมือเล็กสอดเข้าระหว่างเอวสอบ วางใบหน้าแนบกับแผ่นหลังกว้าง “ขอโทษ เทพอย่าโกรธหลินเลยนะ” ง้องอนเสียงหวานพร่า “หลินแค่กลัว”
“เทพไม่ได้โกรธหลินนะ แต่โกรธตัวเอง ที่ทำให้คนที่รักกลัว และ...” เทพกานต์พูดเสียงหวานนุ่มทุ้ม และหันกลับมาพร้อมกับคว้ามือเล็กเรียวไปจูบเบาๆ มือใหญ่ลูบไล้บ่ากว้างแผ่วเบาและนุ่มนวล ปลายนิ้วยาวใหญ่ลากไล้ไปบนพวงแก้มอิ่มเต็มและแดงซ่าน
มือเล็กเรียวยื่นไปวางบนริมฝีปากหนาอุ่นร้อน ใบหน้าขาวนวลแดงปลั่งอายจนต้องเสหลบลงมองฟูกที่นั่งอยู่ จึงทำให้ไม่เห็นสายตาแห่งความดีใจและสาสมใจของเทพกานต์ มือเล็กเรียวยื่นไปคว้ามือใหญ่มาบีบและจับเอาไว้
“ขอโทษนะเทพ แต่หลินกลัวจริงๆ ”
“เทพรู้จ๊ะ เพราะรักถึงไม่โกรธไง”
รมย์นลินตื้นตันใจกับคำปลอบโยนหวานหู กายอรชรค่อยๆ เอนตัวลงไปนอนบนเตียงนอนพร้อมกับดึงร่างหนาให้ตามติดมาด้วย มือเล็กค่อยๆ ลูบไล้ไปบนเรือนกายใหญ่อย่างที่ชายหนุ่มสอนไว้เมื่อครู่ และเมื่อถึงเรือนกายซึ่งร้อนผ่าวและขยายใหญ่ แม้จะกระดากอาย แต่เพื่อคนที่รัก เธอก็พร้อมที่จะยอมมอบให้เขาทุกอย่าง สองขาเรียวยาวค่อยๆ แยกออกกว้างให้ร่างหนาใหญ่ได้เข้ามาพักพิงตรงกึ่งกลาง แต่ไฟร้อนผ่าวที่แนบชิดกับเนินสวาทก็ยังทำให้เธอกลัวๆ อยู่
“ไม่ต้องกลัว...เทพรักหลิน เราจะเดินทางไปพร้อมกันนะที่รัก” เพื่อให้หญิงสาวพร้อมพรั่งกับการเดินทางสายพิศวาส เทพกานต์ก็เริ่มต้นปลุกเร้าหญิงสาวใหม่จนรมย์นลินร้อนผ่าวเป็นเพลิงไฟในพริบตา
“เทพ...ได้โปรด...ช่วยด้วย...” สองมือเล็กจิกกดลงไปบนไหล่กว้าง อย่างต้องการระบายลูกไฟร้อนผ่าวที่วิ่งไหลวนไปตามกระแสเลือด ใบหน้าขาวสวยแหงนหงายไปด้านหลัง สองบัวตูมงามเต่งตึงกระเพื่อมไหวและจมหายเข้าไปในปากหนากว้างที่กลืนกินเม็ดบัวสลับกันไปมา