ตอน 1

“อ๊า!!! อย่างนั้นแหละชัย เร่งอีกนิดสิ” เสียงครวญครางอย่างกระสันซ่านของหญิงสามสิบปลายๆ เจ้าของใบหน้าสวยคมคายดังก้องเสียดแทรกความเงียบสนิทของยามดึกสงัด

หนึ่งสาวสะพรั่งรูปร่างอวบอัดวัยสามสิบต้นๆ นอนระทดระทวยอยู่บนโซฟาใหญ่ที่ห้องนั่งเล่นของบ้านปูนสไตล์โมเดิร์นขนาดเหมาะสมกับครอบครัวที่มีสมาชิกอยู่ด้วยกันห้าชีวิต และสมฐานะผู้มีธุรกิจห้างหุ้นส่วนจำกัดขายอุปกรณ์ก่อสร้าง กับอีกหนึ่งหนุ่มรูปร่างกำยำผิวค่อนข้างคล้ำเข้มด้วยทำงานกลางแจ้งมาทั้งชีวิต กำลังเริงรักกันอย่างถึงพริกถึงขิง เสียงครวญครางที่แม้จะพยายามสะกดกลั้นให้เงียบเชียบเพียงใด ก็ยังเล็ดลอดดังมาจนปลุกให้เด็กหญิงวัยแปดขวบตื่นจากนิทราในเวลาดึกสงัด

เด็กหญิงที่มีใบหน้าสวยคมคายตั้งแต่ยังไม่แตกเนื้อสาวเดินตามทางเดินของชั้นสองของตัวบ้านที่มีเพียงแสงไฟสลัวสาดส่องพอให้มองเห็นทางมาตามเสียงครางกระเส่ากับเสียงลมหายใจกระชั้นชิด กระทั่งมาหยุดอยู่ที่เชิงบันไดที่ทอดตัวลงไปสู่ชั้นล่าง อันสามารถมองเห็นสมรภูมิพิศวาสได้อย่างชัดเจน ในมือข้างหนึ่งของแม่หนูถือตุ๊กตากระต่ายที่พึ่งได้เป็นของขวัญวันเกิดจากคุณยายเจ้าระเบียบ เด็กหญิงหย่อนกายนั่งลงที่บันไดขั้นสูงสุด มืออีกข้างเกาะลูกกรงตรงราวบันไดเอาไว้ ขณะที่จับจ้องมองภาพความหฤหรรษ์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจนัก

“โอ้... ชัย!! แรงอีกนิดสิ พี่จะไม่ไหวแล้ว” นั่นเสียงแม่ของเธอเอง เด็กหญิงจำได้ เพียงแต่ตอนนี้มันเต็มไปด้วยอาการสั่นเครือราวกับทรมานอย่างหนัก และผู้ชายคนนั้น... แม่หนูน้อยจำได้ว่าเป็นหนึ่งในพนักงานที่ทำงานในร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างที่พ่อของเธอเป็นเจ้าของ

ทั้งสองคนกำลังทำอะไรกันนะ? เด็กหญิงตั้งคำถามในใจ ทำไมแม่ของเธอถึงได้ดูทรมานอย่างนั้น ทำไมผู้ชายที่เธอเรียกติดปากว่า ‘น้าชัย’ ถึงได้เคลื่อนไหวด้วยท่วงท่าเช่นนั้นเหนือเรือนร่างเปลือยเปล่าของผู้เป็นแม่ของเธอเอง? เด็กหญิงเกิดอาการใคร่รู้ ทว่าก็ไม่อาจหาคำตอบได้ ด้วยไม่เคยเห็นกิจกรรมดังกล่าวมาก่อนในชีวิต

“ใช่! ใช่! อย่างนั้นแหละ ดีมาก” เสียงของสาววัยสามสิบกลางๆ เอ่ยชื่นชมในการเคลื่อนไหวและบทรักแสนเร่าร้อนของหนุ่มรุ่นน้อง เธอไม่ได้ลิ้มลองบทสวาทที่เหมือนไฟแผดเผาอย่างนี้มานานแล้ว เพราะระยะหลังๆ มานี่ดูเหมือนสามีของเธอจะค่อนข้างห่างเหิน เรียกได้ว่าร่วมรักกันอาทิตย์ละไม่เกินสองครั้งด้วยซ้ำ คงไม่แปลกที่เธอจะหาเศษหาเลยกับผู้ชายหนุ่มแน่นที่พร้อมจะตอบสนองอารมณ์ใคร่ของตัวเอง หญิงสาวคิดเช่นนั้น

“อา... พี่วรรณแน่นจริงๆ เลยนะครับ” เสียงของชายหนุ่มวัยกลัดมันแตกปร่าด้วยความปรารถนาที่แสนเร่าร้อน ทว่าคนที่แอบมองเหตุการณ์อยู่ไม่อาจเข้าใจได้ ได้แต่ยืนมองภาพการเคลื่อนไหวที่แสนร้องแรงนั้นด้วยความสนเท่ห์

“พี่ไม่ไหวแล้วชัย! ไม่ไหวแล้ว! อ๊า!!” เสียงหญิงสาวรูปร่างอวบอัดร้องบอก ก่อนที่เธอกรีดร้องเป็นทางยาวพร้อมกับร่างกายที่เกร็งสะท้าน สองขาสองแขนโอบรัดโอบรัดรอบร่างกำยำที่ชื้นเหงื่อของคนเหนือร่างแน่น

“อา... ผมก็ไม่ไหวแล้วครับพี่วรรณ อึก!” ไม่ทันได้สิ้นเสียงกรีดร้องเป็นทางยาวอย่างสุขสม ร่างหนั่นแน่นของชายผู้เร่าร้อนก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะหยุดนิ่งเพื่อปลดปล่อยความปรารถนาทุกหยาดหยดเข้าไปในปราการพลาสติกที่สวมใส่เพื่อป้องกันทั้งตัวเองและอีกฝ่าย เพราะไม่อยากให้มีผลอันไม่พึงประสงค์ตามมาจากการเป็นชู้รักของกันและกัน

สองหนุ่มสาวกอดกันกลม ขณะที่ทิ้งจังหวะให้ตัวเองได้ซึมซับกับความกระสันซ่านที่พานพบ กระทั่งเมื่อลมหายใจเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มผู้มีรสรักแสนร้อนแรงจะผละออกห่างจากร่างอวบอัดขาวนวลของสาวรุ่นพี่ แล้ว จัดการรูดเครื่องป้องกันแล้วโยนทิ้งออกไปไกลอย่างไม่ใส่ใจว่ามันจะไปตกลงที่ใด

“ผมรักพี่วรรณจังเลย” ชายหนุ่มรำพันขณะที่สวมกางเกงของตัวเอง ที่จริงต้องบอกว่าเขาหลงรักบทรักแสนเร่าร้อนของสาวรุ่นพี่เสียมากกว่า

“พี่ก็รักเธอจ้ะชัย อืม...” สาวสวยที่มีฐานะเป็นนายหญิงของอีกฝ่ายตอบกลับ ขณะที่ใช้ปลายมือเชยคางเหลี่ยมของอีกฝ่ายกลับมาแล้วมอบจุมพิตแสนเร่าร้อนให้

เด็กหญิงเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำบอกรักของคนทั้งคู่ แม้เธอจะเด็กเกินกว่าจะรู้ว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ระหว่างแม่กับผู้ชายอีกคนที่เธอคุ้นหน้าเป็นอย่างดีนั้นมันคืออะไร แต่สำหรับเด็กวัยแปดขวบอย่างเธอก็พอจะรู้ว่าแล้วคำว่า ‘รัก’ น่ะมันคืออะไร และมีความหมายแค่ไหน

“แม่กับน้าชัยทำอะไรกันเหรอคะ?” เด็กหญิงเอ่ยขึ้นหลังจากที่ยืนดูเหตุการณ์เร่าร้อนของทั้งสองมานาน

“ว้าย! ตายแล้ว! ยัยนิน!” คนเป็นแม่ร้องเสียงหลง เพราะไม่คิดว่าลูกสาวจะตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วมาพบกับเรื่องที่เธอเฝ้าปกปิดเอาไว้มาร่วมปี ก่อนที่จะรีบคว้าเสื้อคลุมผ้าไหมที่สวมติดกายลงมาจากห้องนอนและถอดมันกองเอาไว้ข้างๆ โซฟาตัวนั้นขึ้นมาสวมอย่างรวดเร็ว

ร่างสะโอดสะองเดินลิ่วตรงมาหาลูกสาวที่เดินมาถึงครึ่งทางของบันไดที่ทอดตัวสู่ชั้นบนของบ้าน มือคว้าต้นแขนเล็กๆ บีบไว้อย่างโมโห

“แกลงมาทำอะไร!? ดึกป่านนี้แล้วทำไมยังไม่นอน!?” คนเป็นแม่แผดเสียงถามอย่างไม่พอใจ ที่จริงต้องบอกว่าเธอตกใจมากกว่าที่ลูกสาวตื่นมาเห็นเหตุการณ์คบชู้ของตนเข้า

“นะ...หนูหิวน้ำ” เด็กหญิงวัยแปดขวบน้ำตาคลอ เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และเธอทำอะไรผิดนักหนา แต่ที่รู้คือเธอไม่อยากให้แม่โกรธเธอ และเธอไม่อยากถูกทำโทษด้วยการตีเจ็บๆ อย่างที่แม่ทำเวลาที่เธอทำอะไรให้ไม่พอใจอย่างเดิมอีก แต่ก็ยังอุตส่าห์ถามด้วยความใสซื่อ “มะ...เมื่อกี้แม่กับน้าชัยทำอะไรเหรอคะ?”

“ไม่ใช่เรื่องของเด็ก! กลับขึ้นไปนอนได้แล้ว หรืออยากโดนตี!?” คราวนี้เด็กหญิงน้ำตาปริ่มขอบตา ก่อนยอมหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องนอนของตนตามเดิม คนเป็นแม่เดินกลับไปทิ้งตัวนั่งข้างๆ ชู้รักซึ่งสวมกางเกงเรียบร้อยแล้ว แต่เปลือยท่อนบนให้ล่อตาล่อใจสาวไฟแรงสูงเล่น

“เอาไงดีล่ะพี่วรรณ? หนูนินเห็นอย่างนั้นแล้วแกจะเอาไปบอกคุณสิทธิ์ไหมพี่?” ชายชู้ถามอย่างเป็นกังวล ถึงแม้เขาจะหลงบทสวาทของสาวรุ่นพี่มากแค่ไหน แต่มันก็ไม่ได้มากพอที่เขาจะเอาชีวิตมาเสี่ยงโดนฆ่าเพราะเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน หรือโดนไล่ออกจากงานหรอกนะ

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เรื่องนั้นพี่จะจัดการเอง ยัยนินน่ะไม่กล้าขัดคำสั่งพี่หรอก” วรรณภาบอก เธอมั่นใจอย่างนั้น ลินินเรียกได้ว่าเป็นเด็กค่อนข้างหัวอ่อน นั่นเพราะถูกคนเป็นยายเสี้ยมสอนมาตั้งแต่เด็กเรื่องการเชื่อฟังผู้หลักผู้ใหญ่ และเด็กหญิงก็ปฏิบัติตัวอยู่ในโอวาทของคนเป็นแม่เสมอมา อีกอย่าง... เธอค่อนข้างแน่ใจว่าลูกสาวยังเด็กเกินกว่าจะรู้ว่าสิ่งที่เพิ่งเห็นไปน่ะมันคืออะไร

“แน่ใจหรือพี่?” แม้จะได้รับคำยืนยันหนักแน่น แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้ ด้วยว่ามีชนักอันใหญ่ปักติดหลังอยู่นั่นเอง

“เชื่อพี่สิ ไม่ต้องคิดมากหรอกชัย” วรรณภาบอกพลางเอียงศีรษะซบกับบ่าบึกบึนแน่นด้วยกล้ามเนื้อต่างจากผู้เป็นสามีที่มีรูปร่างท้วมออกไปทางเจ้าเนื้อมากกว่า มือเรียวลูบไล้ไปตามแผงอกกว้างล่ำสัน “พี่ว่า... พี่มีวิธีช่วยให้ชัยผ่อนคลายความเครียดได้นะ”

“ยังไม่พออีกเหรอพี่? เมื่อกี้นี้ก็สองยกแล้วนะ” ชาญชัยถามอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อหู เขานับว่าเป็นชายหนุ่มที่บทรักร้อนแรงจนมีสาวๆ หลายคนติดใจรสรักของเขา แต่ไม่มีใครที่จะมีความต้องการมากล้นเหมือนนายหญิงคนนี้เลยสักคน แถมยังตอบสนองแรงรักได้อย่างถึงพริกถึงขิงอีก อีกฝ่ายหัวเราะคิกคักอย่างสาวรุ่น

“แหม...” สาวหุ่นน่าฟัดลากเสียงยาว ก่อนลุกขึ้นยืนแล้วนั่งคร่อมลงบนตักกว้างของชู้รัก มือเรียววางที่อกกว้างที่ยังชื้นเหงื่อ ลูบไล้อย่างเชิญชวนพร้อมส่งแววตาเย้ายวนไปให้ “ก็ชัยทำให้พี่ร้อนแรงได้ขนาดนั้น เท่าไหร่ก็ไม่พอหรอกจ้ะ”

ก่อนที่สองหนุ่มสาวจะเริ่มต้นเริงสวาทกันบนโซฟาตัวนั้นกันอีกหลายต่อหลายยก นั่นเพราะตอนนี้สามีของเธอพาลูกชายคนโตและลูกชายคนเล็กไปเยี่ยมปู่กับย่าที่ต่างจังหวัด ทั้งคู่จึงต้องการตักตวงเวลาอันมีค่านี้เอาไว้อย่างเต็มที่

ตอน 2

“นี่ๆ เธอได้ยินข่าวรึเปล่าว่าวันนี้ลูกชายเจ้าของโรงแรมจะมาล่ะ?” เสียงกระซิบของรุ่นพี่ที่ทำหน้าที่พนักงานต้อนรับที่หน้าเคาน์เตอร์กระซิบขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนที่ง่วนอยู่กับอาหารกลางวันตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมองแล้วขมวดคิ้วนิดๆ หลังจากได้ยินคำบอกเล่าดังกล่าว

“แล้วยังไงเหรอคะ?” ลินิน พรหมพิริยะเงยหน้าถามอย่างไม่เข้าใจนัก ดูทุกคนในโรงแรมจะตื่นเต้นกับการมาพักผ่อนของทายาทเจ้าของโรงแรม โดยเฉพาะพนักงานสาวๆ ที่ดูจะตั้งตารอการมาของใครคนนั้นเป็นพิเศษ

“โธ่เอ๊ย! เธอนี่มันสมฉายาแม่ชีจริงๆ นะลินิน!” วนิดาผู้เป็นรุ่นพี่บ่นอย่างไม่จริงจังนักกับการไม่ใส่ใจต่อเพศตรงข้ามของรุ่นน้อง

วนิดาไล่สายตาสำรวจคนที่นั่งอยู่ข้างกายและหันไปสนใจกับอาหารเที่ยงของตัวเอง จะว่าไปแล้วลินินเป็นผู้หญิงสวยหยดย้อยที่หาตัวจับยากคนหนึ่ง เธอเป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ หลายคนที่ทำงานที่นี่หรือเป็นแขกที่มาพัก แต่ว่าหญิงสาวไม่เคยมีท่าทีใส่ใจผู้ชายคนไหนเป็นพิเศษ ออกจะปิดกั้นตัวเองจากเพศตรงข้ามด้วยซ้ำ ทำตัวราวกับนางชีผู้เคร่งครัดที่จะไม่ยอมให้ผู้ชายเข้ามากล้ำกลายในชีวิต

วนิดาล่ะรู้สึกเสียดายรูปร่างหน้าตาของลินินนัก นี่หากว่าเธอสวยได้สักครึ่งของลินินนะ จะปั่นหัวผู้ชายเล่นแล้วเลือกแต่คนที่ดีที่สุดเท่านั้นเลย

“ถามจริงเถอะนิน... เธอไม่คิดที่จะมีแฟนบ้างหรือไง?” คำถามที่ถูกโพล่งออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้คนที่กำลังจะตักอาหารเข้าปากชะงัก ก่อนเลื่อนสายตาไปมองรุ่นพี่อย่างสงสัย

“นึกยังไงมาถามอะไรอย่างนี้กันคะพี่แวว?”

“ก็เธอออกจะสวยนะนิน นิสัยก็ดี แถมมีความเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมขนาดนี้ มีผู้ชายมาให้ความสนใจก็ตั้งหลายคน ไม่คิดที่จะคบใครบ้างเหรอ?” วนิดาขมวดคิ้ว อย่างไรเสียมนุษย์เราก็ถูกสร้างมาให้เป็นสัตว์สังคม การที่จะอยู่คนเดียวไปจนตายนี่ถ้าไม่มีปมเรื่องความรักจริง ก็เป็นเพราะละแล้วซึ่งทางโลกนั่นแหละ

“ก็นินยังไม่เจอ Mr. Right นี่คะ”

“อะไรกัน!? ทั้งที่คนที่เข้ามาจีบเธอหลายๆ คนก็เป็นถึงคนรวยและคนมีชื่อเสียงน่ะนะ... นั่นยังไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับเธออีกเหรอนิน? เลือกมากๆ ระวังจะขึ้นคานนะ” อีกฝ่ายเตือนด้วยความหวังดีปนอิจฉานิดๆ ผู้ชายที่เข้ามาจีบลินินดีกรีธรรมดาเสียเมื่อไหร่ล่ะ? มีทั้งนักธุรกิจหรือทายาทนักการเมืองชื่อดังเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่หญิงสาวเป็นแค่พนักงานโรงแรม เป็นเธอหน่อยไม่ได้ จะรีบกระโดดคว้าเลย ชีวิตนี้จะได้อยู่อย่างสบายๆ ไม่ต้องมาหาเช้ากินค่ำอย่างนี้

“แล้วพี่แววล่ะ? ทำไมไม่มีแฟนกะเขาสักที?” ได้ทีลินินตั้งคำถามกลับ เพราะตั้งแต่ทำงานที่นี่มาร่วมสองปีก็ไม่เคยเห็นวนิดาจะคบหาใครเลยสักคน

“วุ้ย! ถ้าฉันสวยได้สักครึ่งหนึ่งของเธอล่ะก็นะ ฉันไม่อยู่เกาะคานอย่างนี้หรอกย่ะ!” วนิดาพูดหยิกแกมหยอก ไม่ได้จริงจังกับคำพูดนั้นเท่าไหร่นัก แต่ก็มีแอบหวังนิดๆ ว่าจะมีคนมาสอยลงจากคานเสียที อยู่บนนี้คานน่ะอาจจะสบายใจก็จริง แต่บางอารมณ์มันก็เหงาจับใจเลยล่ะ

“โธ่... นินไม่ใช่คนสวยอะไรขนาดนั้นสักหน่อย แล้วอีกอย่างพี่แววก็ใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่ บางทีอาจจะมีคนแอบมองพี่อยู่ก็ได้ แต่พี่น่ะมองไม่เห็นเอง” ลินินพูดเป็นปริศนาให้อีกฝ่ายได้คิด ใครที่ว่านั้นน่ะหญิงสาวหมายถึงผู้จัดการห้องอาหารของโรงแรมที่รู้สึกจะชอบแอบมองวนิดาอยู่เป็นประจำ เพียงแต่สาวเจ้าน่ะไม่เคยใส่ใจจะมอง

“โอ๊ย... จะมีใคร? เธอก็พูดไปนะนิน!” รุ่นพี่หันมาเอ็ดใส่คนที่พูดล้อเล่น ก่อนที่จะรีบเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่... คนที่ใช่สำหรับเธอน่ะต้องเป็นยังไงกันล่ะ?”

“ไม่รู้สิพี่แวว ถ้าเจอแล้วหัวใจมันก็คงบอกเองล่ะมั้งว่าคนนี้แหละคือ Mr. Right ที่นินรอมานาน นินเป็นพวกเชื่อในสัญชาตญาณน่ะ” ลินินบอกยิ้มๆ ก่อนก้มหน้าจัดการกับอาหารมื้อกลางวันต่อ เพราะรู้สึกว่าจะเสียเวลาคุยเรื่องไม่เป็นเรื่องนานเกินไปแล้ว เดี๋ยวจะเข้าไปเปลี่ยนเวรกับเพื่อนไม่ทัน งานโรงแรมนี่มากินอาหารพร้อมกันไม่ค่อยได้ ต้องทิ้งให้มีสักคนสองคนที่อยู่โยงเฝ้าเคาน์เตอร์เอาไว้เพื่อต้อนรับแขก

“อืม... แล้วฉันจะรอดูแล้วกันว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร” วนิดาคร้านจะต่อปากต่อคำกับรุ่นน้องอีก จึงหันไปใส่ใจกับอาหารกลางวันของตัวเองบ้าง ได้แต่เฝ้าตั้งตารออยากจะเห็น ‘คนที่ใช่’ ของนางชีนามว่าลินินเสียเหลือเกิน

“ลินิน” เสียงเรียกของอรอนงค์ผู้จัดการฝ่ายต้อนรับส่วนหน้าดังขึ้นเบื้องหลัง ทำให้เจ้าของชื่อที่ง่วนกับเอกสารตรงหน้าหันกลับไปมอง

“มีอะไรเหรอคะพี่อร?”

“อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงมิสเตอร์เวอซินีจะมาถึง เดี๋ยวเธอช่วยจัดการพาท่านขึ้นไปห้องพักและแนะนำเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ท่านด้วย” ผู้จัดการวัยเลยสี่สิบสั่งการ

พอจะอ้าปากถามว่าทำไมถึงต้องเป็นเธอ ลินินก็ตัดสินใจที่เงียบเสีย เพราะอย่างไรก็ตามเธอมีหน้าที่ต้องดูแลแขกอยู่แล้ว เนื่องจากเธอพ่วงตำแหน่ง Guest Service Agent ด้วยอีกตำแหน่ง ซึ่งมีหน้าที่ต้องคอยแนะนำแขกถึงส่วนต่างๆ ของโรงแรมรวมไปถึงเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ แต่ปกติไม่จำเป็นต้องเดินนำแขกไปแนะนำให้ถึงที่ ทว่านี่เป็นกรณียกเว้น เพราะคนที่มาน่ะเป็นถึงทายาทเจ้าของโรงแรมเลยนะ

“ได้ค่ะ” ลินินตอบรับคำสั่งท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของพนักงานคนอื่นๆ ยกเว้นก็แต่วนิดาที่ยื่นหน้ามากระซิบด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่ทันทีที่ผู้จัดการฝ่ายเดินห่างออกไป

“น่าอิจฉานะเนี่ย ได้ทำงานใกล้ชิดทายาทเจ้าของโรงแรมด้วย อย่าลืมรีบจัดการรวบหัวรวบหางเขาซะนะ โอกาสอย่างนี้หาไม่ได้ง่ายๆ นะยะ!”

“พี่แววก็! พูดอะไรไร้สาระ อย่างเขาน่ะเหรอจะชายตามองผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างนิน?” ลินินโคลงศีรษะเบาๆ กับความพยายามที่จะยุยงส่งเสริมให้เธอมีแฟนสักทีของรุ่นพี่ ไม่ได้เก็บเรื่องนั้นมาคิดใส่ใจมากเท่าไหร่นัก หญิงสาวก็แค่ทำงานตามหน้าที่ของเธอเท่านั้น ไม่คิดที่จะมองหาสามีรวยๆ อย่างที่อีกฝ่ายแนะนำหรอก

อีกอย่าง... เขาเป็นถึงทายาทเจ้าของโรงแรม อย่างไรก็ต้องรวยล้นฟ้า และคนรวยระดับนั้นหรือจะมองคนธรรมดาอย่างเธอ? ฝันเฟื่องไปแล้ว!

ตอน 3

“มิสเตอร์เวอซินีมาถึงแล้ว” ครึ่งชั่วโมงต่อมา ผู้จัดการฝ่ายก็เดินมาหยุดที่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ทำให้พนักงานทุกคนต้องไปยืนเข้าแถวเรียงหน้ากระดานกันที่ข้างทางเดินทั้งสองฝั่งซึ่งทอดยาวจากประตูทางเข้าไปสู่หน้าเคาน์เตอร์ รอเพียงไม่นาน ร่างสูงสง่าในชุดสูทเต็มยศก็เดินลงจากรถยนต์คันงาม แล้วเดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องอีกสองคนซึ่งอยู่ในชุดสูทสีดำทั้งตัว

“ยินดีต้อนรับสู่โรงแรมเลอเวอซินีเชียงใหม่ครับ” ผู้จัดการโรงแรมซึ่งเป็นชายวัยสี่สิบกว่าปีเดินเข้าไปทักทายทายาทเจ้าของโรงแรมดัง ก่อนยื่นมือไปรับช่อดอกไม้จากพนักงานโรงแรมคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลัง เพื่อส่งมันให้กับร่างสูงเป็นการต้อนรับ อีกฝ่ายไม่ว่าอะไรนอกจากยกยิ้มที่มุมปากแล้วรับดอกไม้ไป ก่อนยื่นมันให้ลูกน้องคนหนึ่งที่ยืนขนาบข้าง

“ดิฉันชื่ออรอนงค์ค่ะ เป็นผู้จัดการแผนกต้อนรับของที่นี่” ผู้จัดการวัยสามสิบปลายๆ เอ่ยแนะนำตัว ก่อนจะผายมือไปทางลินินผู้ที่จะรับหน้าที่เป็นคนดูแลเรื่องห้องพักให้กับหนุ่มฝรั่งเศสรูปร่างสูงโปร่ง “และนี่คือลินิน จะเป็นคนดูแลเรื่องห้องพักให้กับคุณค่ะมิสเตอร์เวอซินี”

“สวัสดีค่ะ ดิฉันลินิน พรหมพิริยะค่ะ”

“ผมเฟลิกซ์ เวอซินี” คนตัวสูงถอนแว่นตากันแดดที่สวมอยู่ออก ก่อนยื่นมือใหญ่ออกมาข้างหน้าเพื่อทักทายสาวไทยร่างเล็กที่สูงไม่พ้นอกของเขา ดวงตาน้ำตาลทองลุ่มลึกจับจ้องตรงมายังดวงตาสีน้ำตาลแสนหวานด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้คนถูกมองรู้สึกมือไม้เกะกะชอบกล แต่ก็ยังยื่นมือที่สั่นน้อยๆ ของเธอออกไปเพื่อสัมผัสทักทายกับเขา “ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เธอบอกพลางเลื่อนสายตาขึ้นสานสบกับดวงตาคู่คมอย่างขัดเขิน อะไรบางอย่างในดวงตาสีน้ำตาลอมทองคู่นั้นทำให้เธอรู้สึกร้อนไปทั่วหน้า มือใหญ่ที่กุมกระชับมือเรียวเล็กของเธออยู่ก่อให้เกิดความร้อนผะผ่าว ราวกับมีประจุไฟฟ้าเล็กๆ ที่แล่นปราดจากมือของเขาเข้ามาสู่มือของเธอในวินาทีที่ฝ่ามือสัมผัสกัน จนเธอต้องรีบชักมือหนีทันที

หญิงสาวยกมือข้างนั้นมากุมไว้แนบอก ขณะที่เบิกตากว้างมองเขาอย่างประหลาดใจ ส่วนเฟลิกซ์ทำเพียงส่งรอยยิ้มบางๆ พร้อมกับแววตามีเลศนัยมาให้

ลินินไม่อยากจะยอมรับเลยว่าเห็นแววตาเร่าร้อนในแบบที่เธอรับรู้ได้ดีว่าเขากำลังปรารถนาในตัวเธอ แต่มันก็เป็นเพียงแค่ชั่วอึดใจเดียวเท่านั้น ลูกไฟสีทองก็กลับกลายเป็นน้ำแข็งลูกกลมๆ แสนงดงามเช่นเดิม ก่อนที่เขาจะหันไปคุยกับผู้จัดการโรงแรมแทนโดยไม่ได้ให้ความสนใจอะไรเธออีก หญิงสาวเลยสรุปเอาว่าเธอคงคิดมากไปเองจริงๆ

“ผมต้องการพักผ่อนแล้ว”

“เดี๋ยวดิฉันพาขึ้นไปที่ห้องค่ะ” ลินินเอ่ยขึ้นเพราะเป็นหน้าที่รับผิดชอบของตัวเองที่ต้องดูแลไปส่งชายหนุ่มให้ถึงห้องพักพิเศษ ซึ่งมีเพียงห้องเดียวและอยู่ชั้นบนสุดของตึก ซึ่งถูกขนานว่าเป็นห้อง ‘เพนส์เฮาส์’ และมักจะถูกกันไว้ให้บริการกับลูกค้าที่กระเป๋าหนักจริงๆ เท่านั้น “เชิญทางนี้ค่ะ”

สาวร่างบางในชุดเครื่องแบบสีขาวนวลซึ่งเป็นการนำชุดพื้นเมืองล้านนามาประยุกต์ตัดเย็บให้ทันสมัย แขนเสื้อเป็นแขนกระบอกยาวคลุมข้อศอก ซึ่งเข้าชุดกับผ้าซิ่นที่ตรงตีนผ้าถุงทอลายงดงามมีเอกลักษณ์เฉพาะ ผายมือไปยังลิฟต์สีทองตัวหนึ่งซึ่งเป็นตัวเดียวที่สามารถโดยสารไปยังห้องพักพิเศษแห่งนั้นได้ โดยมีพนักงานชายสองคนทำหน้าที่ขนสัมภาระที่เป็นพวกกระเป๋าเดินทางของเฟลิกซ์ตามขึ้นไป ส่วนกระเป๋าเอกสารที่ดูจะมีความสำคัญ ชายหนุ่มมอบให้เป็นหน้าที่ของลูกน้องเป็นผู้ถือ

กล่องเหล็กระดับวีไอพีนำผู้โดยสารกลุ่มดังกล่าวมาหยุดที่หน้าประตูทางเข้าเพนส์เฮาส์หรู ซึ่งด้านข้างประตูมีเครื่องสำหรับสแกนคีย์การ์ดแสนทันสมัยติดอยู่ ลินินนำแผ่นพลาสติกสีเงินขนาดเท่าฝ่ามือโบกผ่านตัวเซนเซอร์ที่เป็นไฟสีแดงเบาๆ แสงเลเซอร์ก็กลายเป็นสีเขียวพร้อมเสียงติ๊ดไม่ดังมากอันเป็นสัญญาณว่าระบบล็อกอัตโนมัติได้ปลดล็อกแล้ว มือบางจึงยื่นออกไปหมุนลูกปิดประตูสีเงินบานใหญ่บานหนึ่งซึ่งตั้งเคียงข้างกับประตูอีกแบบเดียวกันอีกบาน แล้วผลักให้มันเปิดออกกว้าง

“เชิญค่ะ” เสียงหวานบอกเป็นภาษาฝรั่งเศส โชคดีที่เธอเลือกเรียนภาษาฝรั่งเศสเป็นวิชาโททำให้เธอสามารถสื่อสารเป็นภาษาดังกล่าวได้ดีพอๆ กับภาษาอังกฤษซึ่งเป็นวิชาเอกที่เธอได้วุฒิปริญญาตรีมา

สององครักษ์รูปร่างสูงปราดเปรียวก้าวเข้าไปด้านในก่อนเพื่อสำรวจความเรียบร้อยตามห้องหับต่างๆ ว่าปลอดภัยพอสำหรับเจ้านายของตน ก่อนเดินออกมาโคลงศีรษะให้ผู้เป็นนายแทนการบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยและปลอดภัยดี เมื่อนั้นแหละเฟลิกซ์จึงเดินเข้าไปในห้องซึ่งลินินเปิดประตูรอท่าเอาไว้อยู่แล้ว พนักงานยกกระเป๋านำกระเป๋าเดินทางเข้าไปเก็บในห้องนอนซึ่งอยู่ฝั่งตะวันออกของห้องแล้วเดินออกไป

ภายในห้องมีโถงนั่งเล่นคั่นกลางระหว่างประตูห้องนอนใหญ่กับบาร์เครื่องดื่มซึ่งอยู่อีกฟากของห้องสุดหรู ตรงระเบียงกว้างมีสระว่ายน้ำสีใสขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ทุกอย่างตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น แต่กลับดูเรียบหรูไม่รกตาด้วยเป็นโทนสีเทา – ขาวด้วยกันทั้งสิ้น และดูเหมือนว่าแขกคนพิเศษจะพึงพอใจมากเสียงด้วย เห็นได้จากมุมปากที่ยกเกือบจะเป็นรอยยิ้มของเขา

“เป็นยังไงบ้างคะ? ต้องการให้อะไรเพิ่มเติมอีกหรือเปล่าคะ?” ลินินถามอย่างเป็นมืออาชีพ น้ำเสียงของเธอราบเรียบมั่นคง ซุกซ่อนความประหม่าที่เกิดขึ้นในใจเอาไว้อย่างมิดชิด มันเป็นความตื่นเต้นอย่างที่แตกต่างไปจากที่เธอรู้สึกยามที่ต้องคอยรับรองแขกพิเศษของทางโรงแรม ดวงตาคมคู่นั้นคอยปรายตามามองบ่อยๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ มักจะทำให้เธอรู้สึกเกร็งไปหมด และเหมือนนัยน์ตาคู่นั้นจะเป็นเชื้อเพลิงที่จุดไฟขึ้นในกายของเธอให้รุ่มร้อนแปลกๆ ได้อย่างประหลาด

หากทว่าชายหนุ่มกลับไม่ตอบในทันที ร่างสง่าผินกายหันกลับไปมองคนตัวเล็กที่ยังยืนอยู่หน้าประตู แล้วเอี้ยวหน้าไปพยักหน้าบอกลูกน้องสองคนให้ออกไปจากห้องพักแห่งนั้น เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา ห้องกว้างใหญ่นั้นก็เหลือเพียงลินินและเฟลิกซ์ตามลำพัง

หญิงสาวหันไปมองประตูที่ปิดลงเบาๆ แล้วจึงหันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงโปร่งกำยำของแขกคนพิเศษ เผลอก้าวถอยหลังเพื่อออกห่างจากร่างสูง เพราะสัมผัสได้ถึงความร้อนที่พวยพุ่งจากร่างกายของเขา ซึ่งมันกำลังเขย่าใจเธอให้เต้นด้วยจังหวะที่ผิดแผกไป

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED